ทักษิณ ชินวัตร

“จุลพันธ์” หาเสียงสวนหลวงเจอ แบงก์ 20 ลายเซ็น “ทักษิณ”

“จุลพันธ์” ควง “เพ็ญพิสุทธิ์” เดินหาเสียงชุมชนสวนหลวง 1 เจอแฟนคลับเพื่อไทยโชว์แบงก์ 20 ลายเซ็น “ทักษิณ” บอกติดตามตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว เล็งผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน สวนผู้สมัคร ภท.พร้อมจับมือทักทายสวัสดีปีใหม่ก่อนแยกกันหาเสียง

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 3 ม.ค. 2569 ที่ชุมชนสวนหลวง 1 พรรคเพื่อไทย นำโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ช่วย น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 3 นายณณัฏฐ์ หงส์ชูเวช นายสุรเกียรติ เทียนทอง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมลงพื้นที่ชุมชนสวนหลวง 1 ซึ่งเป็นชุมชนชาวมุสลิม เขตบางคอแหลม โดยเมื่อนายจุลพันธ์และคณะเดินทางมาถึง นายจุลพันธ์พร้อมผู้สมัคร ได้เดินทักทายประชาชน พ่อค้าแม่ค้า ระหว่างทางเจอนายสาโรช ต่อเทียนชัย ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคภูมิใจไทย โดยได้มีการจับมือทักทายสวัสดีปีใหม่ พร้อมแนะนำตัว และอวยพรให้โชคดี ก่อนแยกย้ายเดินหาเสียงกันต่อ

นอกจากนี้มีประชาชนมอบดอกกล้วยไม้ให้กำลังใจนายจุลพันธ์และทีมผู้สมัคร โดยตลอดทางนายจุลพันธ์ได้มีการฝาก น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคเพื่อไทย เขต 3 และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ตลอดทาง

จากนั้นคณะได้เดินเข้าตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 ชุมชนสวนหลวง 1 พบปะประชาชนโดยมีประชาชนถามหานายยศชนันด้วย และชาวบ้านได้อวยพรวันปีใหม่ รวมถึงมีบ้านหลังหนึ่งบอกว่าติดตามพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่ยุคนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมโชว์ธนบัตร 20 บาทที่มีลายเซ็นของนายทักษิณ และบอกว่าลายเซ็นนี้ได้มาตั้งแต่สมัยหาเสียงใหญ่ที่สนามหลวงตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว

นายจุลพันธ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า การลงพื้นที่ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนดีมาก ซึ่งพื้นที่นี้พรรคเพื่อไทยมีความใกล้ชิด เนื่องจากบ้านของตนและครอบครัวก็ทำมาหากินอยู่แถวนี้ ตระกูลโบราณเป็นคนจีนอยู่ในแถวนี้ ซึ่งพื้นที่นี้มีความผูกพันกับตน วันนี้ลงมาพบปะพี่น้องประชาชนได้สัมผัสถึงการตอบรับที่ดี ซึ่งการตอบรับของพรรคเพื่อไทยในช่วงนี้ ก็ได้รับรอยยิ้ม และการต้อนรับขับสู้ที่ดี ถือเป็นกำลังใจที่ดีให้กับผู้สมัคร และวันนี้เข้ามาที่ตลาดยิ่งประทับใจ เพราะได้เห็นศักยภาพในพื้นที่ ซึ่งมีการพูดคุยกันว่าพื้นที่นี้เป็นตลาดที่มีอัตลักษณ์ และมีความแปลก มีความเป็นธรรมชาติ และเป็นชุมชนจริงๆ พรรคเพื่อไทยมาเดินก็มีความสุข แต่คนที่มาจับจ่ายใช้สอยส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ จึงต้องมาคิดกันว่าในอนาคตจะสามารถดึงคนนอกชุมชนเข้ามาเดินเล่น มาเยี่ยมชมซื้อของได้อย่างไร ซึ่งเป็นแนวทางของพรรคเพื่อไทยในการสร้างโอกาส สร้างรายได้ใหม่ๆ ให้ชุมชน

“จุลพันธ์” หาเสียงสวนหลวงเจอ แบงก์ 20 ลายเซ็น “ทักษิณ”

เรื่องราวการลงพื้นที่หาเสียงของ “จุลพันธ์” ที่สวนหลวง ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ได้พบกับแฟนคลับที่แสดงออกถึงความชื่นชมที่มีต่ออดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ผ่านการโชว์ธนบัตร 20 บาทที่มีลายเซ็น ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจและสะท้อนถึงความผูกพันระหว่างนักการเมืองกับประชาชนได้เป็นอย่างดี

ทำไมนายจุลพันธ์ถึงได้รับการตอบรับที่ดีในการหาเสียงที่สวนหลวง?

การที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้รับการตอบรับที่ดีในการลงพื้นที่หาเสียงที่สวนหลวงนั้น มีหลายปัจจัยที่น่าสนใจ ปัจจัยแรกคือความใกล้ชิดกับพื้นที่ เนื่องจากนายจุลพันธ์เองก็มีพื้นเพและครอบครัวที่ทำมาหากินอยู่ในย่านนี้ ทำให้เขามีความเข้าใจในปัญหาและความต้องการของคนในชุมชนเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ การที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและรายได้ให้กับชุมชน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านให้การสนับสนุน เพราะพวกเขามองเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ และเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถผลักดันให้ชุมชนสวนหลวง 1 กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้

การที่แฟนคลับโชว์แบงก์ 20 ลายเซ็น “ทักษิณ” ก็เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อพรรคเพื่อไทยและอดีตนายกฯ ทักษิณ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังคงมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในพื้นที่นี้

สถานการณ์ “จุลพันธ์” หาเสียงสวนหลวงเจอ แบงก์ 20 ลายเซ็น “ทักษิณ” แสดงให้เห็นถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้เต็มไปด้วยสีสันและความน่าสนใจ การแข่งขันระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ จะเป็นไปอย่างเข้มข้น และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าใครจะเข้ามาบริหารประเทศต่อไป

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและข้อมูลต่างๆ อย่างรอบด้าน จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ที่มา – “จุลพันธ์” หาเสียงสวนหลวง เจอแฟนคลับโชว์แบงก์ 20 ลายเซ็น “ทักษิณ”

“มนพร” ชูแก้หนี้สินครัวเรือน ชาวนครพนม

“มนพร เจริญศรี” ชูเลือกเพื่อไทยยก จ.นครพนม ตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก เดินหน้านโยบายแก้หนี้สินครัวเรือน ยกแบบอย่าง อดีตนายกฯ ทักษิณ แก้หนี้ IMF สำเร็จมาแล้ว

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 นางมนพร เจริญศรี อดีต สส.เขต 2 นครพนม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ปราศรัยพบปะชาวบ้าน ชูนโยบายสนับสนุนพรรคเพื่อไทย รวมพลังชาวนครพนม เลือก ดร.ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ อดีต สส.เขต 1 นครพนม พรรคเพื่อไทย นายธนากรณ์ ปราณีนิตย์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 นครพนม และ ดร.ชาญชัย คำจำปา ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 4 นครพนม พรรคเพื่อไทย โดยมีการชูนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การแก้ไขปัญหายาเสพติด การส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว ยืนยันความจำเป็นนโยบายแก้หนี้สินในครัวเรือน ในช่วงพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาล 2 ปีที่ผ่านมา ได้แก้ปัญหาหนี้สิน ช่วยเหลือประชาชน รวมถึงเกษตรกร มาแล้วจำนวนมาก สามารถฟื้นฟูสภาพคล่องในการค้า การลงทุน มีงานมีอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น จึงมีความจำเป็นจะต้องสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เข้ามาสานต่อตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สิน

นางมนพร กล่าวว่า ยอมรับว่ารัฐบาลไม่ได้มีโอกาสตั้งรัฐบาลมานานกว่า 10 ปี หลังเข้ามาตั้งรัฐบาลได้สองปี ได้เร่งผลักดันทุกนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย เนื่องจากเกิดวิกฤตด้านเศรษฐกิจ ทำให้สินค้าราคาแพงขึ้น ค่าครองชีพสูง ประชาชนเกิดหนี้สินมากขึ้น หาเงินยาก ทำให้พรรคเพื่อไทย พยายามเร่งช่วยเหลือปัญหาหนี้สินแก่ประชาชนมาตลอด สำหรับนโยบายที่จะต้องสานต่อคือ การแก้หนี้สินให้กับประชาชน ที่มีปัญหาหนี้นอกระบบ ผ่านธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ให้สามารถกู้ได้ คนละ 50,000 บาท ไม่ต้องมีคนค้ำ นอกจากนี้ยังมีนโยบายแก้หนี้เสียสำหรับประชาชน ที่เป็นหนี้กับธนาคารรัฐ ไม่เกิน 2 แสนบาท ชำระเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นรัฐบาลช่วยเหลือ รวมถึงช่วยเกษตรกร พักชำระหนี้ ทั้งต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 ปี โดยสองปีที่เป็นรัฐบาลแก้หนี้ช่วยเกษตรกรมาแล้วกว่า 6 แสนราย แต่วงเงินคนละไม่เกิน 3 แสนบาท หากเป็นรัฐบาลรอบหน้าเพิ่มวงเงินเป็น 5 แสนบาท

ถามว่า “รัฐบาลพรรคเพื่อไทย จะเอาเงินมาจากไหน ยืนยันว่าหากเป็นรัฐบาลที่มีศักยภาพ ไม่ต้องกังวลจะเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนสร้างหนี้เพิ่ม จะต้องมีการบริหารจัดการที่ดี และสามารถหาเงินมาบริหารประเทศได้ ไม่ก่อหนี้ให้ประเทศได้รับผลกระทบ ยกตัวอย่าง: รัฐบาลอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร สามารถบริหารจัดการแก้ไขปัญหาหนี้ IMF จนสำเร็จมาแล้ว ทำให้ประเทศไทยพ้นวิกฤตกลับมายืนหยัดบนเวทีอาเซียนอีกครั้ง ถึงเวลารวมพลังเลือกเพื่อไทย ทุกจังหวัด เข้ามาเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก สานต่อทุกนโยบายรวมถึงเดินหน้าแก้หนี้สินในครัวเรือน ให้ประชาชน มีงาน มีอาชีพมีรายได้ เพิ่มขึ้น สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยวของประเทศ”

“มนพร” ชูนโยบายแก้หนี้สินครัวเรือน อ้อนชาวนครพนม

นางมนพร เจริญศรี เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้หนี้สินครัวเรือน ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวนครพนมและทั่วประเทศ การมีนโยบายที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน จะช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีกำลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้

ทำไมการแก้หนี้สินครัวเรือนจึงสำคัญ?

การแก้หนี้สินครัวเรือน ไม่ใช่แค่เรื่องของการเงินส่วนบุคคล แต่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจโดยรวม เมื่อประชาชนมีหนี้สินมากเกินไป จะส่งผลให้กำลังซื้อลดลง การลงทุนน้อยลง และท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาหนี้สินจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่เน้นการแก้หนี้สินครัวเรือน จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง การมีรัฐบาลที่เข้าใจปัญหาและพร้อมที่จะแก้ไข จะเป็นสิ่งที่นำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

  • การพักชำระหนี้เป็นเวลา 3 ปี ช่วยให้เกษตรกรมีเวลาปรับตัว
  • การให้กู้ยืมเงินโดยไม่มีคนค้ำ ช่วยให้ผู้ที่ต้องการเงินทุนเข้าถึงแหล่งเงินได้ง่ายขึ้น
  • การลดหนี้เสีย ช่วยลดภาระของประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจ

มาร่วมกันสนับสนุนนโยบายแก้หนี้สินครัวเรือน เพื่อสร้างอนาคตที่สดใสให้กับประเทศไทยของเรา

ที่มา – “มนพร” ชูนโยบายแก้หนี้สินครัวเรือน อ้อนชาวนครพนมเลือกว่าที่ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย ยกจังหวัด

อิ๊งค์เยี่ยมทักษิณ ฝากให้กำลังใจ ยศชนัน แคนดิเดตนายกฯ

“อิ๊งค์ แพทองธาร” พร้อมสามี เข้าเยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” เผยข้อความฝากให้กำลังใจ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย บอก เข้าสู่วงการการเมืองตอนอายุเท่าๆ กัน

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 18 ธันวาคม 2568 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี เดินทางมาเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 26 หลังคุมขังครบ 3 เดือน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา

ต่อมาเวลา 10.30 น. น.ส.แพทองธาร และนายปิฎก ออกมาจากเรือนจำภายหลังการเยี่ยมนายทักษิณ โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่านายทักษิณได้มีการคุยกับคุณพ่อเรื่องการเปิดตัว ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ ดร.เชน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ตอบว่า ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งคุณพ่อบอกว่าตัวแคนดิเดตเริ่มเข้าวงการการเมืองตอนอายุ 46 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุเท่าๆ กัน และคุณพ่อก็ได้ฝากให้กำลังใจแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยด้วย จากนั้น น.ส.แพทองธาร และนายปิฎก ได้ทักทายประชาชนที่เดินทางให้กำลังใจ ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ.

อิ๊งค์เยี่ยมทักษิณ เผยฝากให้กำลังใจ ยศชนัน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองยังคงเป็นที่จับตามองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด “อิ๊งค์ แพทองธาร” ได้เดินทางไปเยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี และได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้กำลังใจแก่ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย

การที่อิ๊งค์เดินทางไปเยี่ยมทักษิณในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดและความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในครอบครัวชินวัตร แม้ว่าทักษิณจะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ก็ยังคงได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจากคนในครอบครัวอย่างเต็มที่

ทักษิณฝากให้กำลังใจ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

สิ่งที่น่าสนใจคือ ทักษิณได้ฝากข้อความให้กำลังใจแก่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย โดยทักษิณได้กล่าวว่า ยศชนันเริ่มเข้าสู่วงการการเมืองในวัยเดียวกับตนเอง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าทักษิณมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของยศชนัน

การที่ทักษิณออกมาให้กำลังใจ ยศชนัน อย่างชัดเจนเช่นนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณไปยังสมาชิกพรรคเพื่อไทยและประชาชนทั่วไปว่า พรรคเพื่อไทยยังคงให้การสนับสนุน ยศชนัน อย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะผลักดันให้ยศชนันก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การที่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้รับการสนับสนุนจากทักษิณ ชินวัตร ก็อาจเป็นดาบสองคมได้เช่นกัน เพราะอาจทำให้ถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองได้ง่ายขึ้น

อิ๊งค์เยี่ยมทักษิณ ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าจับตามองในแวดวงการเมืองไทย เพราะอาจส่งผลต่อทิศทางทางการเมืองในอนาคตได้

ความเคลื่อนไหวของบุคคลสำคัญทางการเมืองย่อมมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเสมอ การที่อิ๊งค์เข้าเยี่ยมทักษิณและนำข้อความให้กำลังใจ ยศชนัน แคนดิเดตนายกฯ ออกมาเปิดเผย ยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการจับตาดูสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด

อนาคตทางการเมืองของ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “อิ๊งค์” เยี่ยม “ทักษิณ” เผยฝากให้กำลังใจ “ยศชนัน” แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย

อิ๊งค์โพสต์ภาพคู่ทักษิณ ขอให้พ่อแข็งแรง

“อิ๊งค์ แพทองธาร” โพสต์ภาพคู่ “ทักษิณ ชินวัตร” สุขสันต์วันพ่อ ขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ อดทนไว้แล้วเราจะได้ไปเที่ยวรอบโลกด้วยกัน ก่อนทิ้งท้าย คิดถึงทุกวันเหมือนเดิม

เมื่อเวลาประมาณ 11.50 น. วันที่ 5 ธันวาคม 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ในวันพ่อแห่งชาติ เป็นภาพของตนเอง และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นบิดา ซึ่งปัจจุบันนายทักษิณ ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีการแท็กไปยังอินสตาแกรมของนายทักษิณด้วย พร้อมระบุข้อความว่า “สุขสันต์วันพ่อ คุณพ่อสุดที่รักของลูก ลูกขอให้พ่อสุขภาพแข็งแรง ทั้งกาย และใจ อดทนไว้นะคะพ่อ แล้วเราจะได้ไปเที่ยวรอบโลกด้วยกันสักทีค่ะคิดถึงทุกวันเหมือนเดิม” พร้อมกับทิ้งท้ายด้วยแฮชแท็ก #daddysgirl

ในวันพ่อปีนี้ หลายคนคงใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและคนที่รัก เช่นเดียวกับคุณอิ๊งค์ แพทองธาร ที่ถึงแม้คุณพ่อจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็ยังคงส่งความรักและความคิดถึงให้กำลังใจคุณพ่อทักษิณเสมอ ภาพและข้อความที่โพสต์นั้นแสดงให้เห็นถึงความผูกพันในครอบครัวชินวัตรอย่างชัดเจน

อิ๊งค์โพสต์ภาพคู่ทักษิณ ขอให้พ่อแข็งแรง

เรื่องราวความรักและความผูกพันในครอบครัวเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ การที่อิ๊งค์ แพทองธาร โพสต์ภาพคู่คุณทักษิณ ชินวัตร ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของสายสัมพันธ์ในครอบครัว และเป็นกำลังใจให้ทั้งคุณทักษิณและครอบครัว

การโพสต์ภาพและข้อความให้กำลังใจคุณพ่อทักษิณในวันพ่อแห่งชาติ ถือเป็นการแสดงความรักและความกตัญญูที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง แม้ว่าคุณทักษิณจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ แต่ความรักและความอบอุ่นจากครอบครัวก็ยังคงเป็นพลังใจสำคัญ

ทำไมอิ๊งค์โพสต์ภาพคู่ทักษิณ

การที่อิ๊งค์โพสต์ภาพคู่กับคุณทักษิณ อาจมีเหตุผลหลายประการ นอกเหนือจากความรักและความคิดถึงที่มีต่อคุณพ่อแล้ว อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงความเข้มแข็งของครอบครัว และเป็นการแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังคงยืนหยัดเคียงข้างคุณทักษิณเสมอ นอกจากนี้ อาจเป็นการส่งข้อความถึงสังคมว่า พวกเขายังคงมีความหวังและพร้อมที่จะก้าวต่อไป

ไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังการโพสต์ภาพจะเป็นอะไร สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ อิ๊งค์ แพทองธาร ต้องการส่งกำลังใจและความรักให้กับคุณพ่อทักษิณในวันพ่อปีนี้ และหวังว่าคุณพ่อจะสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ เพื่อที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขอีกครั้ง

สถานการณ์ที่คุณทักษิณต้องเผชิญอยู่เป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่กำลังใจจากครอบครัวและคนที่รักย่อมเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ก้าวผ่านอุปสรรคไปได้ การที่อิ๊งค์ แพทองธาร ออกมาแสดงความรักและความห่วงใยต่อคุณพ่ออย่างเปิดเผยเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับหลายๆ คนที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์คล้ายคลึงกัน

การใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อสื่อสารและแสดงความรู้สึกเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน การที่อิ๊งค์เลือกที่จะโพสต์ภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ย่อมเป็นการเข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมาก และเป็นการส่งต่อความรู้สึกดีๆ ไปยังผู้ที่ติดตามเธออีกด้วย

หวังว่าคุณทักษิณจะได้รับรู้ถึงความรักและความคิดถึงจากอิ๊งค์และครอบครัว และมีกำลังใจที่จะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ เราขอเป็นกำลังใจให้คุณทักษิณและครอบครัวชินวัตรด้วยเช่นกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าความรักและความผูกพันในครอบครัวนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก กำลังใจจากคนที่รักสามารถเป็นพลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ และช่วยให้เราก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้

ดังนั้น ในวันปกติ หรือวันพิเศษต่างๆ เราควรให้ความสำคัญกับการแสดงความรักและความห่วงใยต่อคนในครอบครัว เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจและเป็นกำลังใจให้กันและกันตลอดไป ลองหาเวลาอยู่กับครอบครัว ทำกิจกรรมร่วมกัน หรือเพียงแค่พูดคุยและรับฟังกัน ก็เป็นสิ่งที่สร้างความสุขและความอบอุ่นในครอบครัวได้

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกครอบครัว ให้มีความสุขและเข้มแข็งเสมอ

ที่มา – “อิ๊งค์” โพสต์ภาพคู่ “ทักษิณ” ขอพ่อแข็งแรงทั้งกาย-ใจ อดทนไว้แล้วจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน

ศาลอาญา รับอุทธรณ์ ม.112 ทักษิณ สั่งแก้ใน 15 วัน

ความคืบหน้าคดี ม.112 ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ล่าสุด “ศาลอาญา” มีคำสั่งรับอุทธรณ์คดี ม.112 ของทักษิณ เป็นที่เรียบร้อย พร้อมทั้งสั่งให้จำเลยทำคำแก้อุทธรณ์ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาอุทธรณ์

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าในการพิจารณาการยื่นอุทธรณ์ในคดีที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นผลมาจากการให้สัมภาษณ์ที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันต่อสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2558 คดีนี้อยู่ในอำนาจการพิจารณาของอัยการสูงสุดเนื่องจากเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรไทย ก่อนหน้านี้ พนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์มาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยมีรายงานว่าพนักงานอัยการซึ่งเป็นโจทก์ ได้ยื่นคำอุทธรณ์พร้อมเอกสารประกอบต่อศาลอาญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ศาลอาญาได้มีคำสั่งระบุว่า โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ และได้สั่งให้ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยทำการแก้ไขภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับสำเนาอุทธรณ์ดังกล่าว

ศาลอาญา รับอุทธรณ์คดี ม.112 ของทักษิณ สั่งจำเลยทำอุทธรณ์แก้ภายใน 15 วัน

สรุปโดยรวมคือ ศาลอาญามีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ที่ยื่นโดยอัยการซึ่งเป็นโจทก์ในคดีนี้ และได้สั่งให้ส่งสำเนาอุทธรณ์ดังกล่าวไปยังฝ่ายจำเลยเพื่อให้ทำคำแก้อุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนดคือ 15 วัน นับจากวันที่ได้รับสำเนาอุทธรณ์

ทำความเข้าใจประเด็นสำคัญ: ศาลอาญา รับอุทธรณ์คดี ม.112 ของทักษิณ

คดีนี้มีความซับซ้อนและมีประเด็นทางกฎหมายที่น่าสนใจหลายประการ การที่ศาลอาญารับอุทธรณ์หมายถึงอะไร? และขั้นตอนต่อไปในกระบวนการยุติธรรมจะเป็นอย่างไร? สิ่งเหล่านี้เป็นคำถามที่สังคมกำลังให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด

ประเด็นที่น่าสนใจในคดีนี้ ได้แก่:

  • ข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
  • อำนาจการพิจารณาคดีนอกราชอาณาจักรของอัยการสูงสุด
  • กระบวนการยื่นและพิจารณาอุทธรณ์
  • ระยะเวลาในการทำคำแก้อุทธรณ์ของจำเลย

การพิจารณาคดีนี้ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลของคำตัดสินจะมีผลกระทบต่อทั้งตัวจำเลยและต่อความเข้าใจในกฎหมายมาตรา 112 รวมถึงขอบเขตอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายนอกราชอาณาจักรไทย การที่ ศาลอาญา รับอุทธรณ์คดี ม.112 ของทักษิณ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งต้องดำเนินต่อไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ การที่ศาลสั่งให้จำเลยแก้ภายใน 15 วัน แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการดำเนินการพิจารณาคดี และความสำคัญที่ศาลให้แก่การดำเนินกระบวนการยุติธรรมอย่างทันท่วงที

ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์ของคดีนี้จะเป็นอย่างไร ยังคงต้องรอติดตามกันต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ คดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการตีความและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปในอนาคต ศาลอาญา รับอุทธรณ์คดี ม.112 ของทักษิณ จึงเป็นเหตุการณ์ที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมและความละเอียดอ่อนของกฎหมายมาตรา 112 ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและเป็นธรรม การติดตามข่าวสารและความเข้าใจในประเด็นทางกฎหมายต่างๆ จะช่วยให้ประชาชนสามารถวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง

ที่มา – “ศาลอาญา” รับอุทธรณ์คดี ม.112 ของ “ทักษิณ” สั่งจำเลยทำอุทธรณ์แก้ภายใน 15 วัน

อิ๊งค์เผยภาพครอบครัว หลังทักษิณเข้าเรือนจำ

“แพทองธาร” เผยภาพถ่ายครอบครัวครั้งแรก หลัง “ทักษิณ ชินวัตร” เข้าเรือนจำ พร้อมลูกทั้ง 3 คน “โอ๊ค เอม อิ๊งค์” และลูกเขย-ลูกสะใภ้ เหมือนได้กลับมาอยู่ด้วยกัน บอกพ่อสบายดี ฝากความเป็นห่วงถึงทุกคน

เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพถ่ายครอบครัวผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวในช่วงที่เข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นบิดา ซึ่งภายในภาพประกอบด้วย นายทักษิณ ในเสื้อนักโทษสีฟ้า ตัดผมสั้นตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ และลูกๆ ทั้ง 3 คน คือ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโต, น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวคนกลาง, น.ส.แพทองธาร บุตรสาวคนเล็ก รวมถึงลูกเขย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร และลูกสะใภ้ น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยาของนายพานทองแท้

น.ส.แพทองธาร โพสต์ภาพมือของตนเองขณะถือภาพถ่ายดังกล่าว และระบุข้อความว่า “เกือบ 2 ชั่วโมงที่เหมือนได้กลับมาอยู่ด้วยกันจริงๆ วันนี้ทางเรือนจำ จัดกิจกรรมเยี่ยมญาติใกล้ชิด ให้ญาติๆ ได้เข้ามาเจอกัน กอดกัน ทานข้าวด้วยกัน แบบไม่ต้องคุยโทรศัพท์ผ่านกระจก ได้เดินตลาดย่อมๆ ที่พี่ๆ น้องๆ ในเรือนจำทำอาหาร ทำศิลปะมาขาย ได้มีโอกาสอุดหนุนหลายร้านอยู่ค่ะ แว๊บนึง รู้สึกเหมือนกลับไปเป็น ด.ญ.แพทองธาร เดินจับมือคุณพ่อ และพี่ๆ เดินตลาดกันแบบตอนเด็กๆ (จริงๆ พ่อจะชอบตลาดสดมาก เพราะได้เลือกเอง ตามเมนูที่จะทำให้ที่บ้านทานตอนวันอาทิตย์)” ก่อนระบุทิ้งท้ายด้วยว่า “ถึงคนที่เป็นห่วงคุณพ่อ ท่านสบายดี รับรู้ถึงความรักความห่วงใย และฝากความเป็นห่วงถึงทุกๆ คนค่ะ”

อิ๊งค์เผยภาพครอบครัว หลังทักษิณเข้าเรือนจำ

หลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าเรือนจำ ภาพครอบครัวที่อบอุ่นนั้นหาชมได้ยาก แต่ล่าสุด “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร ได้เผยภาพถ่ายครอบครัวที่อบอุ่นหัวใจ ซึ่งเป็นภาพที่ถ่ายระหว่างการเยี่ยมคุณพ่อทักษิณภายในเรือนจำ ถือเป็นภาพครอบครัวครั้งแรกที่เปิดเผยต่อสาธารณชนหลังจากท่านถูกคุมขัง

ภาพครอบครัว “อิ๊งค์” หลังทักษิณเข้าเรือนจำ

ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันของครอบครัวชินวัตร แม้ว่านายทักษิณจะอยู่ในสถานะที่แตกต่างจากเดิม แต่ความอบอุ่นในครอบครัวยังคงอยู่ครบถ้วน ลูกๆ ทั้งสามคน รวมถึงลูกเขยและลูกสะใภ้ ต่างพร้อมหน้าพร้อมตาให้กำลังใจคุณพ่อ

นอกจากภาพถ่ายแล้ว ข้อความที่ “อิ๊งค์” ได้โพสต์ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นห่วงและความรักที่เธอมีต่อคุณพ่อทักษิณ เธอกล่าวว่าคุณพ่อสบายดีและฝากความเป็นห่วงมายังทุกคนที่ให้กำลังใจ

การที่ “อิ๊งค์” เผยภาพครอบครัวหลังทักษิณเข้าเรือนจำครั้งนี้ สร้างความประทับใจให้กับหลายๆ คนที่ติดตามข่าวสารของครอบครัวชินวัตร หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจและส่งความปรารถนาดีให้กับนายทักษิณและครอบครัว

การเยี่ยมญาติในเรือนจำครั้งนี้ ไม่ใช่เเค่การไปเยี่ยมให้กำลังใจ เเต่เหมือนเป็นการเติมเต็มความอบอุ่นในครอบครัวถึงเเม้สถานที่จะเเตกต่างอย่างมาก

ภาพที่ “อิ๊งค์” เผยแพร่ออกมา สะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์อันเเหน่นเเฟ้นของคนในครอบครัวที่ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ความรักความห่วงใยก็ยังคงอยู่ เหมือนที่ “อิ๊งค์” บอกว่าเหมือน “ได้กลับมาอยู่ด้วยกันจริงๆ” เเละเป็นกำลังใจให้คุณพ่อ

เรื่องราวของครอบครัวชินวัตรยังคงเป็นที่สนใจของสังคม และภาพครอบครัวที่ “อิ๊งค์” ได้เผยแพร่ออกมานั้น ก็เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนที่ทำให้เราได้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว

“อิ๊งค์” เผยภาพครอบครัวหลังทักษิณเข้าเรือนจำ แสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันในครอบครัวที่ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ครอบครัวก็ยังคงเป็นกำลังใจให้กันเสมอ

ที่มา – “อิ๊งค์” เผยภาพครอบครัวครั้งแรก หลัง “ทักษิณ” เข้าเรือนจำ ฝากความเป็นห่วงถึงทุกคน

อิ๊งค์-เอม เยี่ยมทักษิณที่เรือนจำคลองเปรม

อิ๊งค์-เอม เยี่ยมทักษิณที่เรือนจำคลองเปรม นำพวงมาลัยดอกมะลิกราบพ่อ เผยปกติวันเกิดแม่ต้องอยู่พร้อมหน้ากัน ไม่ตอบอัยการยื่นอุทธรณ์คดี ม.112 มอบทนายชี้แจง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 พ.ย. 2568 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของ น.ส.พินทองทา พร้อมด้วยทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดง มาคอยต้อนรับและให้กำลังใจ

หลังเข้าเยี่ยมประมาณ 1 ชั่วโมง น.ส.แพทองธาร ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้ตนได้นำพวงมาลัยดอกมะลิเข้าไปกราบบิดา เนื่องจากเป็นธรรมเนียมทางบ้านและของครอบครัว เนื่องจากเพิ่งผ่านวันเกิดของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ปกติหากอยู่พร้อมหน้ากันก็จะกราบทั้งบิดาและมารดาในวันเดียวกัน ดังนั้นวันนี้จึงนำพวงมาลัยมากราบนายทักษิณที่เรือนจำแทน ส่วนกรณีที่อัยการได้ยื่นอุทธรณ์คดี ม.112 ประเด็นรายละเอียดขอให้เป็นหน้าที่ของนายวิญญัติเป็นผู้ชี้แจง ส่วนบรรยากาศการพูดคุยกับนายทักษิณ เป็นการสนทนาตามปกติ

ก่อนโบกมือทักทายสื่อมวลชนและผู้สนับสนุนที่มารอหน้าเรือนจำ พร้อมเดินทางกลับ

ด้านนางเพ็ญ พินิจอักษร ตัวแทนกลุ่มผู้สนับสนุน ซึ่งเดินทางมาจากจ.ศรีสะเกษ ได้นำไก่ย่างโอทอปห้าดาว พร้อมกระติ๊บข้าวเหนียว มามอบให้ น.ส.แพทองธาร เป็นการนำของฝากจากบ้านเกิดมามอบให้ “นายกฯ ในดวงใจ” เพื่อแสดงความผูกพันและความจงรักภักดี พร้อมกล่าวว่าครั้งหนึ่งในยุครัฐบาลนายทักษิณเป็นผู้ผลักดันโครงการโอทอปจนทำให้ชาวบ้านมีรายได้และคุณภาพชีวิตดีขึ้น จึงตั้งใจเดินทางมามอบของฝากด้วยตัวเอง

อิ๊งค์-เอม เข้าเรือนจำคลองเปรม

ความสำคัญของการเยี่ยมทักษิณที่เรือนจำคลองเปรม

การเดินทางของ “อิ๊งค์-เอม” เข้าเรือนจำคลองเปรม เพื่อเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นภาพที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการนำพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบเนื่องในโอกาสวันเกิดของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดาของทั้งสองท่าน

นอกจากนี้ การที่ “อิ๊งค์-เอม” เข้าเรือนจำคลองเปรม ยังเป็นการแสดงความต่อเนื่องในการให้กำลังใจและสนับสนุนนายทักษิณ ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก การปรากฏตัวของครอบครัวจึงมีความหมายและส่งผลต่อขวัญกำลังใจของนายทักษิณเป็นอย่างยิ่ง

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ การที่ น.ส.แพทองธาร ไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับการอุทธรณ์คดี ม.112 แต่ได้มอบหมายให้ทนายวิญญัติเป็นผู้ให้ข้อมูล แสดงให้เห็นถึงการจัดการประเด็นทางกฎหมายอย่างระมัดระวัง และการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจนภายในทีม

การที่กลุ่มผู้สนับสนุนเดินทางมาให้กำลังใจถึงหน้าเรือนจำ และนำของฝากมามอบให้ น.ส.แพทองธาร ยังสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันและความจงรักภักดีที่ประชาชนบางส่วนยังคงมีต่อนายทักษิณและครอบครัวชินวัตร

โดยสรุปแล้ว การที่ “อิ๊งค์-เอม” เข้าเรือนจำคลองเปรม ไม่ได้เป็นเพียงการเยี่ยมญาติ แต่ยังมีความหมายทางการเมืองและสังคมที่ซับซ้อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวชินวัตรกับผู้สนับสนุน และความต่อเนื่องของประเด็นทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ

การเคลื่อนไหวของ “อิ๊งค์-เอม” ในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง และอาจมีผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตได้

ดังนั้น การที่ “อิ๊งค์-เอม เข้าเรือนจำคลองเปรม” จึงเป็นมากกว่าข่าวการเยี่ยมญาติ แต่เป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนภาพการเมืองไทยในหลายมิติ

ที่มา – “อิ๊งค์-เอม” เข้าเรือนจำคลองเปรม นำพวงมาลัยกราบพ่อ เผยปกติวันเกิดแม่ต้องอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา

อิ๊งค์รับ ทักษิณยังเครียด อยากให้ได้สิทธิ์พัก

“แพทองธาร” ยอมรับ “ทักษิณ” ยังเครียด มองพ่ออายุเยอะ ถ้าได้สิทธิ์ออกมาพักก็คงดี พร้อมแย้ม “ผบ.เรือนจำฯ” ชวนพ่อเข้าโครงการธรรมะ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร บรรยากาศการเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในวันนี้เป็นการเยี่ยมครั้งที่ 18 เป็นระยะเวลา 2 เดือน 11 วัน หลังจากถูกคุมขังภายในเรือนจำดังกล่าว โดยสมาชิกครอบครัวที่เป็นตัวแทนเดินทางมาเยี่ยมในครั้งนี้ คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อิ๊งค์ บุตรสาวคนเล็ก พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่าใบหน้าของทั้ง 2 คน ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส ยังไม่ปรากฏความเครียด ความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัดเจน

สำหรับบรรยากาศที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำ เริ่มมีอากาศเย็นพัดตลอดช่วงเช้า อีกทั้งยังมีมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งมารอต้อนรับและให้กำลังใจ โดยเมื่อขบวนรถของครอบครัวชินวัตรมาถึง น.ส.แพทองธาร และนายปิฎก ได้ลงจากรถ ยกมือไหว้ทักทายสื่อมวลชนและคนเสื้อแดง พร้อมกล่าวด้วยความยิ้มแย้มว่า “วันนี้มาไวกันจัง” ก่อนเดินเข้าไปด้านในเรือนจำฯ พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ โดยยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด

จากนั้นเวลา 10.00 น. ทั้งสามคนออกมาให้สัมภาษณ์ โดย น.ส.แพทองธาร เผยว่า นายทักษิณตกลงเข้าร่วมโครงการ “พุทธนวัตกรรมธรรมนาวาวัง” ของกรมราชทัณฑ์ ที่เน้นการอบรมด้านพุทธธรรมเพื่อพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง พร้อมระบุว่า สุขภาพกายยังแข็งแรงดี แต่สภาพจิตใจมีความเครียดสะสมจากสถานการณ์ปัจจุบัน

ส่วนประเด็นการทบทวนระเบียบกรมราชทัณฑ์ 3 ฉบับ น.ส.แพทองธาร ระบุว่า หวังให้เป็นไปตามกระบวนการ โดยมองว่าด้วยวัยของนายทักษิณ หากได้รับสิทธิ์ให้ออกมาด้านนอกก็ย่อมดีกว่า ขณะเดียวกันยังปฏิเสธการเชื่อมโยงสู่เกมการเมืองช่วงใกล้เลือกตั้ง โดยกล่าวว่า ตนเองถอยจากการเมืองเยอะมาก แทบทั้งหมดแล้ว และจะมุ่งดูแลสภาพจิตใจของบิดาต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึงมุมมองต่อกรณีอัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์คดี ม.112 น.ส.แพทองธารไม่ให้คำตอบ แต่ยิ้มและพยักหน้าเพียงเล็กน้อย ก่อนเดินทางกลับ.

อิ๊งค์รับ ทักษิณยังเครียด อยากให้ได้สิทธิ์พัก

จากกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อิ๊งค์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงอาการของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรมนั้น ได้สร้างความสนใจให้กับประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ว่า ทักษิณยังเครียด และครอบครัวหวังว่าท่านจะได้รับสิทธิ์ในการพักโทษหรือได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด

สถานการณ์ของนายทักษิณในปัจจุบัน ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคมไทย หลายฝ่ายแสดงความเห็นอกเห็นใจ ในขณะที่อีกหลายฝ่ายยังคงมีข้อกังขาต่อการตัดสินใจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีความของท่าน

ทำไมอิ๊งค์ถึงบอกว่าทักษิณยังเครียด?

น.ส.แพทองธารได้ให้สัมภาษณ์ว่า สุขภาพร่างกายของนายทักษิณยังแข็งแรงดี แต่สภาพจิตใจยังคงมีความเครียดสะสมจากสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความกังวลใจเกี่ยวกับคดีความ การถูกจำกัดอิสรภาพ และการห่างไกลจากครอบครัวและคนใกล้ชิด

นอกจากนี้ การที่นายทักษิณต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ในเรือนจำ การใช้ชีวิตประจำวันที่แตกต่างไปจากเดิม และการต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในอนาคต อาจเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลได้

ทั้งนี้ อิ๊งค์ยังได้กล่าวถึงความหวังว่าบิดาจะได้รับสิทธิ์ในการพักโทษ โดยพิจารณาจากอายุที่มากขึ้นและสุขภาพโดยรวม หาก ทักษิณได้สิทธิ์พัก ก็จะเป็นผลดีต่อสภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตของท่านอย่างแน่นอน

  • การได้รับสิทธิ์พักโทษจะช่วยให้นายทักษิณได้กลับไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว
  • ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล
  • ส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต
  • เปิดโอกาสให้ได้รับการดูแลทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าจะให้ ทักษิณได้สิทธิ์พัก หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนดไว้

เรื่องราวของนายทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง และการออกมาเปิดเผยข้อมูลของ น.ส.แพทองธาร ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ประชาชนได้รับทราบถึงสถานการณ์และความเป็นไปของท่านในปัจจุบัน

ที่มา – “อิ๊งค์” ยอมรับ “ทักษิณ” ยังเครียด มองพ่ออายุเยอะ ถ้าได้สิทธิ์ออกมาพักก็คงดี

“วรชัย” งง “ทักษิณ” ถูกเรียกภาษี ชวนให้กำลังใจ

“วรชัย” งง เรียกภาษี “ทักษิณ” 1.7 หมื่นล้าน ทั้งที่เคยถูกยึดเงินขายหุ้นไปแล้ว 4.6 หมื่นล้านบาท สงสัยเงินที่ถูกยึดไปอยู่ที่ไหน ชวนกินข้าวหน้าเรือนจำให้กำลังใจเสาร์นี้

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2568 นายวรชัย เหมะ อดีตสส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ กรณีศาลฎีกาพิพากษากลับให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จำนวน 1.7 หมื่นล้านบาทกรณีขายหุ้นว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมาเกือบ 20 ปีแล้ว ตนรู้สึกงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเงิน 7 หมื่นล้านบาทจากการขายหุ้น ถูกยึดไปจำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท แล้วยังต้องมาเสียภาษีอีก 1.7 หมื่นล้านบาทอีก เลยสงสัยว่าเงินที่ถูกยึดไปอยู่ที่ไหนไปเข้ากระเป๋าใคร และการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษีเหมือนกรณีอื่นๆ กรณี น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯก็ถูกคสช.ใช้อำนาจยึดทรัพย์จากคดีจำนำข้าว ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีไทยคนไหนถูกกระทำเช่นนี้เลย นี่คือความอยุติธรรมที่ยังคงมีอยู่ ฉะนั้นในวันเสาร์นี้ ขอเชิญพี่น้องที่รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตยรวมตัวแสดงพลังให้กำลังใจนายทักษิณ หน้าเรือนจำคลองเปรม เวลา 12.00 น. เพื่อทานอาหารพร้อมกับนายทักษิณในเรือนจำ ขอเชิญประชาชนมากันให้มากที่สุดในวันเสาร์นี้ และเพื่อขอคืนความยุติธรรมให้กับนายทักษิณ ที่ถูกกระทำมาตลอดกว่า 18 ปี

“วรชัย” งง “ทักษิณ” ถูกเรียกภาษี 1.7 หมื่นล้าน ชวนให้กำลังใจ

จากกรณีที่นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส. สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแสดงความสงสัยเกี่ยวกับกรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ถูกเรียกเก็บภาษีเป็นจำนวนเงิน 1.7 หมื่นล้านบาทนั้น กำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงการเมืองและประชาชนทั่วไป โดยนายวรชัยได้ตั้งข้อสังเกตถึงความซับซ้อนของเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่ว่า เงินจากการขายหุ้นของนายทักษิณได้ถูกยึดไปแล้วเป็นจำนวนมาก

ประเด็นที่น่าสนใจ: ทำไมต้องเสียภาษีอีก?

คำถามสำคัญที่นายวรชัยและอีกหลายคนตั้งขึ้นก็คือ เหตุใดนายทักษิณจึงยังต้องถูกเรียกเก็บภาษีอีก ทั้งๆ ที่เงินจากการขายหุ้นจำนวน 4.6 หมื่นล้านบาทได้ถูกยึดไปแล้ว ข้อสงสัยนี้ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการทางกฎหมายและการเงินที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้อย่างละเอียด

นอกจากนี้ นายวรชัยยังได้กล่าวถึงกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจยึดทรัพย์จากคดีจำนำข้าว โดยเน้นย้ำว่า ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีไทยคนใดที่ถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความอยุติธรรมที่ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย

เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการสนับสนุนและให้กำลังใจแก่นายทักษิณ นายวรชัยได้เชิญชวนประชาชนที่รักความเป็นธรรมและประชาธิปไตยให้รวมตัวกันในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ บริเวณหน้าเรือนจำคลองเปรม เวลา 12.00 น. เพื่อร่วมรับประทานอาหารและส่งกำลังใจให้นายทักษิณที่อยู่ในเรือนจำ การรวมตัวครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยต่อการกระทำที่ไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับนายทักษิณตลอดระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายทักษิณได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมที่ยังคงฝังรากลึกในประเทศไทย การออกมาเคลื่อนไหวและเรียกร้องความยุติธรรมของประชาชนจึงเป็นการแสดงออกถึงความต้องการที่จะเห็นสังคมไทยก้าวไปสู่ความเป็นธรรมและความเสมอภาคอย่างแท้จริง

  • การถูกเรียกเก็บภาษีของนายทักษิณ: ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน?
  • การรวมตัวให้กำลังใจ: พลังของประชาชนในการเรียกร้องความยุติธรรม
  • มองอนาคต: สังคมไทยจะก้าวไปสู่ความเป็นธรรมได้อย่างไร?

การที่อดีตนายกรัฐมนตรีต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและสร้างสังคมที่เคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทุกคน

ดังนั้น การตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อแสดงออกถึงการสนับสนุนความเป็นธรรม จึงเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้มีอำนาจว่าประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงและความโปร่งใสในทุกภาคส่วนของสังคม มาร่วมกันสร้างสังคมที่ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม

ที่มา – “วรชัย” งง “ทักษิณ” ถูกเรียกภาษี 1.7 หมื่นล้าน ชวนพลพรรคให้กำลังใจหน้าเรือนจำ

Scroll to top