นายอนุทิน ชาญวีรกูล

“ภูมิธรรม” ยัน ยังไม่ได้เตรียมยุบสภา รอพรรคจับมือ

“ภูมิธรรม” ลั่นรอพรรคประชาชน-พรรคภูมิใจไทย จับมือเมื่อไหร่ค่อยว่ากันจะยุบสภาหรือไม่ ชี้ ปชน. ยังไม่ตัดสินใจ อย่าเพิ่งคิดไปไกล ด้าน “สรวงศ์” ย้ำ ตอนนี้ยังไม่มีการทูลเกล้าใดๆ ทั้งสิ้น

เมื่อเวลา 17.27 น. วันที่ 2 ก.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีกระแสข่าวที่ประชุมสส.พรรคประชาชน(ปชน.)มีมติสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.)เป็นนายกฯ คนที่ 32 ว่า พรรคปชน. เขาบอกแล้ว เพิ่งแจ้งมาว่า ไม่มีการนัด ไม่มีการเจอ แล้วจะไปพูดในสิ่งที่เลื่อนลอยได้อย่างไร

เมื่อถามว่า เหมือนพรรคปชน. บอกว่าเพียงแค่รอขั้นตอนการเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคก็จบแล้วในวันที่ 3 ก.ย. นายภูมิธรรม กล่าวว่า มันไม่แน่ เขาก็บอกว่าไม่เกี่ยว ยังไม่ได้ตัดสินใจ

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรค พท.ให้สัมภาษณ์ว่า เริ่มกระบวนการยุบสภาแล้วนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็บอกแล้วว่าเป็นขั้นตอนต่อไป ต้องรอความชัดเจนก่อนว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อถามว่า โดยส่วนตัวเตรียมยุบสภาหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ยังไม่ได้เตรียม ผมบอกว่ายังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาเลย ยังไม่มีความชัดเจน ให้เขาประกาศจับมือกันเมื่อไหร่แล้วค่อยมาว่ากัน” เมื่อถามอีกว่า หากพรรคปชน.ประกาศจับมือกับพรรคภท.เมื่อไหร่จะยุบสภาเลยใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่คิดอะไรเลย อย่าเพิ่งไปไกล

ต่อมา เวลา 17.55 น. นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า “เห็นข่าวหลายสำนักพาดหัวว่าผมให้สัมภาษณ์ว่ากระบวนการยุบสภาเริ่มต้นขึ้นแล้ว ต้องขอเรียนว่าสิ่งที่หมายความถึงคือการคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ขอเรียนว่า การยุบสภาเป็นพระราชอำนาจ ส่วนขั้นตอนขอให้ผู้ที่ทำหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดำเนินการครับ ย้ำว่ายังไม่มีการทูลเกล้าใดๆทั้งสิ้นครับ”

“ภูมิธรรม” ยัน ยังไม่ได้เตรียมยุบสภา รอพรรคประชาชน-ภูมิใจไทย จับมือค่อยว่ากัน

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเป็นไปในขณะนี้ ประเด็นเรื่องการยุบสภากลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังจากที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับพรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่ายังไม่ได้มีการเตรียมการเรื่องยุบสภาแต่อย่างใด และต้องรอความชัดเจนในการจับมือกันระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยเสียก่อน

จุดยืนของแต่ละพรรคต่อการยุบสภา

สถานการณ์ปัจจุบันมีความซับซ้อน เนื่องจากแต่ละพรรคการเมืองมีท่าทีที่แตกต่างกันออกไป พรรคประชาชนยังไม่ได้มีการตัดสินใจที่ชัดเจนว่าจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะที่พรรคเพื่อไทย (พท.) โดยนายสรวงศ์ เทียนทอง ได้ออกมาให้ข้อมูลว่ากระบวนการยุบสภาอาจจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ความเห็นของนักวิเคราะห์การเมือง

นักวิเคราะห์การเมืองหลายท่านมองว่า การยุบสภาเป็นไปได้ยากในขณะนี้ เนื่องจากยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ และการเจรจาต่อรองทางการเมืองยังคงดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป การยุบสภาก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ถูกนำมาพิจารณาอีกครั้ง

สิ่งที่เราต้องติดตามต่อไปคือ การตัดสินใจของพรรคประชาชนว่าจะจับมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หากมีการจับมือกันเกิดขึ้น สถานการณ์ทางการเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และจะนำไปสู่การยุบสภาหรือไม่

การเมืองเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่แท้จริง

ในขณะที่การเมืองไทยยังคงมีความผันผวน การยุบสภาก็ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของแต่ละพรรคการเมืองจะมีผลต่ออนาคตของประเทศ ดังนั้นเราในฐานะประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารและแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

สรุป:

สถานการณ์การเมืองยังไม่แน่นอน การยุบสภายังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “ภูมิธรรม” ยัน ยังไม่ได้เตรียมยุบสภา รอพรรคประชาชน-ภูมิใจไทย จับมือค่อยว่ากัน

ไทยรัฐโพล: โหวตนายกฯ ประยุทธ์-ชัยเกษม แก้เศรษฐกิจ

ผลสำรวจความคิดเห็นจากผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ในหัวข้อ “ถ้าสภาฯ โหวตนายกฯ สัปดาห์หน้า คุณอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด” ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามถึง 6,843 คน และผลปรากฏว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับคะแนนสนับสนุนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง

จากผลสำรวจ ไทยรัฐโพล: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ พบว่า 42.46% ของผู้ตอบแบบสอบถามต้องการให้ พลเอก ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ตามมาด้วย นายชัยเกษม นิติสิริ ที่ได้รับคะแนน 26.86% และนายอนุทิน ชาญวีรกูล 18.79% ส่วนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้รับคะแนนสนับสนุน 8.51% และ 3.38% ตามลำดับ

นอกจากคำถามเกี่ยวกับตัวบุคคลแล้ว แบบสำรวจยังเจาะลึกถึงปัจจัยสำคัญที่ผู้ตอบแบบสอบถามใช้ในการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยผู้ร่วมโหวตสามารถเลือกได้มากกว่าหนึ่งข้อ ซึ่งมีผู้ตอบคำถามในส่วนนี้จำนวน 5,451 คน

ไทยรัฐโพล: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ

ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า การแก้ไขเศรษฐกิจและปัญหาค่าครองชีพเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้เลือกปัจจัยนี้สูงถึง 25.93% สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ปัจจัยรองลงมาคือ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นชายแดนกัมพูชา ที่มีผู้ให้ความสำคัญ 18.43% และความสะอาดโปร่งใส รวมถึงการต่อต้านคอร์รัปชัน ที่ได้รับความสนใจจาก 15.53% ของผู้ตอบแบบสอบถาม นี่แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายต่างประเทศและธรรมาภิบาลของผู้ที่จะมาเป็นผู้นำประเทศ

ประเด็นสำคัญจากไทยรัฐโพล: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ

  • พลเอก ประยุทธ์ นำโด่งด้วยคะแนน 42.46%
  • ชัยเกษม นิติสิริ ตามมาเป็นอันดับสองด้วย 26.86%
  • การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัจจัยชี้วัดสำคัญที่สุด

ภาพรวมของผลสำรวจนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีผู้เข้าชมมากกว่า 586,000 ครั้ง การเปิดโหวตเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม เวลา 18.22 น. และเปิดให้ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ร่วมโหวตได้จนถึงวันที่ 5 กันยายน เวลา 18.00 น. ที่ https://poll.thairath.co.th/campaign/newPM

ผลสำรวจ ไทยรัฐโพล: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ แสดงให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่ต้องการผู้นำที่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาได้ นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องความโปร่งใสและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็เป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญอย่างมากในการพิจารณาเลือกผู้นำประเทศ

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ประเด็นเศรษฐกิจมาเป็นอันดับหนึ่ง สะท้อนว่าประชาชนกำลังเผชิญกับความยากลำบากในชีวิตประจำวัน และต้องการผู้นำที่เข้าใจปัญหาและมีแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม การเลือกนายกรัฐมนตรีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเมือง แต่เป็นเรื่องปากท้องและความอยู่รอดของประชาชน

ที่มา – Thairath Poll: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ

“สุริยะ” ยันอยู่เพื่อไทย 100% – “สมศักดิ์” ไปประชุม อสม.

“สุริยะ” ย้ำเกิน 100% ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย มั่นใจเป็นรัฐบาลต่อ เมิน “ศักดาดิ์” ชิ่งหนุน “อนุทิน” ด้าน “สมศักดิ์” ไม่เข้าร่วมประชุม ครม. นัดพิเศษ แต่ไปเป็นประธานการประชุม อสม.

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 30 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลของพรรค พท. ว่า พรรค พท. ได้มอบหมายให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรค พท. เป็นผู้เจรจา และขอให้รอฟังจากนายภูมิธรรม เมื่อถามว่า ยังคงอยู่กับพรรค พท. ต่อหรือไม่นั้น นายสุริยะ กล่าวว่า เกิน 100%

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามักมีการมองเมื่อนายสุริยะไปอยู่ร่วมกับฝ่ายใดก็จะเป็นรัฐบาลเสมอ ครั้งนี้ยังมั่นใจพรรค พท. จะได้เป็นรัฐบาลต่อหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ยังคงมีความมั่นใจ เพราะพรรค พท. ทำเพื่อประชาชน ส่วนกรณีที่นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรค พท. ไปสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมอ้างมี ส.ส. ของพรรคอีก 10 เสียงด้วย ได้มีการตรวจสอบหรือไม่นั้น นายสุริยะ กล่าวว่า เป็นสิทธิของนายศักดิ์ดา ส่วนข้อเท็จจริงมี ส.ส. ไปร่วมกับพรรค ภท. เกิน 10 คน หรือมีเพียงนายศักดิ์ดา คนเดียว ตนไม่แน่ใจ

“สุริยะ” ลั่นยังอยู่เพื่อไทยเกิน 100% – “สมศักดิ์” ไม่ร่วมวง ครม. นัดพิเศษ ไปประชุม อสม.

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ไม่ได้ร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ แต่ไปเป็นประธาน “โครงการมหกรรมรวมพลอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตรวจชุดตามสิทธิประโยชน์ใหม่ คนไทย ห่างไกล NCDs” ที่วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง ตำบลสามเรือน อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย แทน

ทำไม “สมศักดิ์” ถึงเลือกไปประชุม อสม. แทน ครม. นัดพิเศษ?

การที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตัดสินใจไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ แต่เลือกที่จะไปเป็นประธานในงานประชุม อสม. ที่จังหวัดสุโขทัยนั้น เป็นประเด็นที่น่าสนใจและชวนให้ติดตามถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจดังกล่าว การให้ความสำคัญกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งเป็นบุคลากรด่านหน้าที่ใกล้ชิดกับประชาชนในระดับท้องถิ่น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระดับชุมชนอย่างแท้จริง

อสม. มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ พวกเขาเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำ ให้ความรู้ และส่งต่อข้อมูลด้านสุขภาพที่ถูกต้องให้กับชาวบ้าน รวมถึงเป็นผู้ที่คอยเฝ้าระวังและแจ้งเตือนสถานการณ์ด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในชุมชน การสนับสนุนและให้กำลังใจ อสม. จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้พวกเขาปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการประชุม อสม. ในครั้งนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงนโยบายของกระทรวงฯ ที่จะให้ความสำคัญกับการทำงานในระดับชุมชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น นอกจากนี้ อาจเป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจาก อสม. เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาระบบสาธารณสุขให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม การไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษก็อาจมีเหตุผลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ประเด็นทางการเมือง หรือภารกิจเร่งด่วนอื่นๆ ที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาถึงบริบทและสถานการณ์โดยรวมประกอบกัน

การตัดสินใจของนายสมศักดิ์ในการไปเป็นประธานการประชุม อสม. แทนการเข้าร่วมประชุม ครม. นัดพิเศษ แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับบทบาทของ อสม. ในการดูแลสุขภาพประชาชนระดับฐานราก การสนับสนุนและส่งเสริมการทำงานของ อสม. จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเสริมระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไปในอนาคต เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่เราควรให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง

โดยสรุปแล้ว ข่าว “สุริยะ” ลั่นยังอยู่เพื่อไทยเกิน 100% – “สมศักดิ์” ไม่ร่วมวง ครม. นัดพิเศษ ไปประชุม อสม. สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ และการให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการแพทย์ระดับท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขของประเทศ การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ได้อย่างรอบด้าน

ที่มา – “สุริยะ” ลั่นยังอยู่เพื่อไทยเกิน 100% – “สมศักดิ์” ไม่ร่วมวง ครม. นัดพิเศษ ไปประชุม อสม.

Scroll to top