ฝนตก

กรมชลประทาน เตรียมเครื่องจักร–เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง “พายุฤดูร้อน”

กรมชลประทาน เตรียมเครื่องจักร–เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง “พายุฤดูร้อน” ที่จะพัดปกคลุมภาคเหนือและขยายวงกว้างไปยังภาคอื่นๆ ในช่วงวันที่ 11–13 มีนาคม 2567 นี้ เพื่อรับมือสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และน้ำท่วมฉับพลัน กรมชลประทานได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ ช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรมชลประทาน เตรียมเครื่องจักร–เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง “พายุฤดูร้อน” 11–13 มี.ค.นี้

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ของกรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภัยพายุฤดูร้อนที่จะกระทบประเทศไทยตอนบน โดยเริ่มจากภาคเหนือ แล้วลามไปภาคกลางด้านตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พายุนี้จะนำพาฝนฟ้าคะนองหนัก ลมแรง ลูกเห็บ และฟ้าผ่าในบางพื้นที่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน

สาเหตุของพายุฤดูร้อนที่กรมชลประทาน เตรียมเครื่องจักร–เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง

สภาพอากาศแปรปรวนเกิดจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ประกอบกับมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และทะเลจีนใต้ ขณะที่ตอนบนของไทยมีอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิ ส่งผลให้พายุฤดูร้อนก่อตัวอย่างรวดเร็ว ในอดีต พายุแบบนี้เคยสร้างความเสียหายหนัก เช่น ในปี 2566 ที่มีรายงานน้ำท่วมในหลายจังหวัด

มาตรการเตรียมความพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนของกรมชลประทาน

เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบ กรมชลประทาน เตรียมเครื่องจักร–เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง “พายุฤดูร้อน” โดยกำชับโครงการชลประทานทั่วประเทศให้บริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม ดังนี้

  • บริหารระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ: ตรวจสอบและปรับระดับน้ำให้ต่ำกว่าปกติ เพื่อรองรับน้ำฝนเพิ่มฉับพลัน ปัจจุบันหลายอ่างเก็บน้ำมีพื้นที่รับน้ำว่างมากพอ
  • ตรวจสอบโครงสร้างชลประทาน: ดูความแข็งแรงของเขื่อน คลอง และระบบระบายน้ำ รวมถึงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม เพื่อป้องกันพังทลาย
  • กำจัดผักตบชวาและวัชพืช: ดำเนินการต่อเนื่องในแหล่งน้ำหลัก เพื่อเพิ่มการไหลของน้ำ ลดการอุดตันเมื่อฝนตกหนัก
  • จัดเตรียมเครื่องจักรและอุปกรณ์: เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ ปั๊มฉุกเฉิน พร้อมใช้งานทันที หากเกิดน้ำหลากหรือท่วมขัง
  • ระดมกำลังเจ้าหน้าที่: เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง รายงานสถานการณ์เรียลไทม์ผ่าน SWOC และประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น

ผลกระทบที่คาดหวังและคำแนะนำประชาชน

พายุฤดูร้อนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะในภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ ลำพูน และขยายไปนครสวรรค์ อ่างทอง กรุงเทพฯ ประชาชนควรเตรียมตัวดังนี้

  • ติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุฯ และประกาศน้ำจากกรมชลประทานทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงบ่ายถึงค่ำ ซึ่งเป็นเวลาที่พายุรุนแรงที่สุด
  • เตรียมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และยา สำหรับกรณีฉุกเฉิน
  • อย่าไปในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือเนินสูงที่อาจมีลูกเห็บ
  • ถอนทุนจากที่ดินต่ำและเก็บทรัพย์สินให้พ้นน้ำ

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดน้ำและดาวเทียม เพื่อพยากรณ์น้ำหลากล่วงหน้า ช่วยให้การตอบสนองรวดเร็วขึ้น

การเตรียมความพร้อมเชิงรุกของกรมชลประทาน ในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการบริหารจัดการภัยพิบัติที่ยั่งยืน ช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ หากประชาชนร่วมมือกัน ติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด เราจะผ่านพ้นช่วงพายุฤดูร้อนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ติดตามข่าวสารและประกาศน้ำล่าสุดจากเว็บไซต์กรมชลประทาน เพื่อความพร้อมสูงสุด!

ที่มา – กรมชลประทาน เตรียมเครื่องจักร–เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง “พายุฤดูร้อน” 11–13 มี.ค.นี้

กรมอุตุฯ ประกาศสุดท้าย พายุฤดูร้อน 28 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับพายุฤดูร้อนที่กำลังพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้วนะครับ ใครที่อยู่ใน 28 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเลย เพราะมีฝนฟ้าคะนองหนัก ลมกระโชกแรง และอาจมีฟ้าผ่าด้วย ประกาศนี้คือฉบับที่ 7 (14/2567) มีผลถึงวันที่ 6 มีนาคม 2567 เท่านั้น

พายุฤดูร้อน เตือน 28 จังหวัด: สถานการณ์ล่าสุด

พายุฤดูร้อนครั้งนี้เกิดจากมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ทำให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดพาความชื้นเข้ามาในไทยตอนบน ซึ่งตอนนี้อากาศกำลังร้อนอบอ้าว พอเจอแนวลมพัดสวนทางกันที่ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และอีสานตอนล่าง ก็เลยเกิดพายุพายุฤดูร้อน เตือน 28 จังหวัดแบบนี้ครับ สภาพอากาศแบบนี้มักเกิดในช่วงฤดูร้อนของไทย ทำให้ประชาชนต้องระวังตัวเป็นพิเศษ

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง เพราะลมกระโชกแรงอาจทำให้เกิดอันตรายได้ สำหรับเกษตรกรด้วยนะครับ ควรรีบเสริมความแข็งแรงให้กับไม้ผล ผลผลิตทางการเกษตร และสัตว์เลี้ยง รวมถึงดูแลสุขภาพตัวเองในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหันด้วย

รายชื่อ 28 จังหวัดที่พายุฤดูร้อน เตือนหนัก

จังหวัดที่มีความเสี่ยงปานกลางจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในวันนี้ มีดังนี้

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี

ทั้งหมด 28 จังหวัดนี้ต้องจับตาสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทและแถบภูเขา ที่มักได้รับผลกระทบหนักจากลมแรงครับ

สาเหตุและลักษณะของพายุฤดูร้อนในไทย

พายุฤดูร้อนคืออะไร? มันคือพายุฝนฟ้าคะนองแบบท้องถิ่นที่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว อากาศร้อนในพื้นราบเจอมวลอากาศเย็นจากด้านบน ก็เลยเกิดการพัดวน ลมแรง และฝนตกหนัก ฟ้าผ่า ในไทยช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมมักเจอบ่อย เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูจากร้อนสู่ฝนครับ ปีนี้ดูเหมือนจะรุนแรงกว่าปกติ อาจเพราะปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้อากาศแปรปรวน

จากข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา พายุแบบนี้ไม่ใช่พายุใหญ่ แต่ส่งผลกระทบเฉพาะจุด เช่น ต้นไม้ล้ม ป้ายโฆษณาพัง หลังคาพัด และน้ำท่วมขังฉับพลัน ในอดีตเคยมีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหายหลายล้านบาทต่อปี ดังนั้นการเตรียมตัวจึงสำคัญมาก

คำแนะนำป้องกันอันตรายจากพายุฤดูร้อน เตือน 28 จังหวัด

  • ตรวจสอบบ้านเรือนให้มั่นคง ยึดเหนี่ยวสิ่งของหลวมๆ
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงบ่ายถึงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่พายุมักมา
  • เกษตรกร: เก็บเกี่ยวผลผลิตที่สุกแล้ว ผูกมัดต้นไม้ให้แน่น
  • ติดตั้งแอปพยากรณ์อากาศ หรือเช็คเว็บกรมอุตุฯ สม่ำเสมอ
  • หากเกิดฟ้าผ่า อย่ายืนใต้ต้นไม้เดี่ยวๆ และปิดประตูหน้าต่าง

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้เตรียมไฟฉาย เทียน และน้ำดื่มสำรอง เผื่อไฟดับจากลมแรงครับ

สรุปแล้ว แม้จะเป็นประกาศฉบับสุดท้าย แต่สภาพอากาศไทยยังคงแปรปรวน ประชาชนควรติดตามข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา โทร 1182 หรือ 0-2399-4012-13 ตลอด 24 ชม. เพื่อความปลอดภัยครับ

คำแนะนำจากเรา: ในฤดูร้อนแบบนี้ พายุฤดูร้อนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง การมีแผนรับมือส่วนตัวจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ลองเช็คพยากรณ์วันละ 2 ครั้ง และแจ้งเตือนคนใกล้ชิดด้วยนะครับ สุดท้าย อย่าลืมแบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ ใน 28 จังหวัดที่เสี่ยง เพื่อช่วยกันเตรียมพร้อม!

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับสุดท้าย “พายุฤดูร้อน” เตือน 28 จังหวัด ฝนถล่ม ลมแรง

พายุฤดูร้อน ร้อยเอ็ด ถล่มหนัก บ้านพังยับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวด่วนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อพายุฤดูร้อน ร้อยเอ็ด ได้พัดถล่มอย่างรุนแรงในพื้นที่อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. ฝนตกหนักผิดปกติ ลมกระโชกแรงพัดพาเอาไว้ สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนและโรงเรียนในท้องถิ่นหลายแห่ง โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ทรัพย์สินเสียหายหนักหน่วง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรีบลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือทันที

พายุฤดูร้อน ร้อยเอ็ด ความเสียหายจากลมแรง

พายุฤดูร้อน ร้อยเอ็ด

เหตุการณ์พายุฤดูร้อน ร้อยเอ็ดครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญกับฝนฟ้าคะนองและลมพายุแรงกรรโชก จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนประชาชนเสียหายอย่างน้อย 5 หลังคาเรือน และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกหลายจุด เจ้าหน้าที่อำเภอโพนทรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานขึ้นไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนที่สุด

บ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ร้อยเอ็ด

นี่คือรายชื่อบ้านที่เสียหายหลักๆ จากลมพายุและฝนหนัก:

  • บ้านนายอภิชาติ: หลังคาถูกพัดปลิวเสียหายทั้งหลัง ต้องเร่งซ่อมแซมเพื่อป้องกันฝนรั่ว
  • บ้านนายทองอินทร์: ต้นหมากต้นใหญ่ล้มทับลงมาทับตัวบ้าน โชคดีที่เจ้าของบ้านไม่ติดอยู่ในขณะนั้น
  • พื้นที่โคกหนองนา ของนายมนูญ: หลังคาที่พักอาศัยพังยับเยิน ฝนสาดเข้ามาเปียกข้าวของทั้งบ้าน
  • บ้านนายวิทยา ในตำบลศรีสว่าง: ได้รับผลกระทบจากลมแรงเช่นกัน หลังคาและรั้วรอบบ้านเสียหาย
  • บ้านนายเสมียน ในอำเภอโพนทราย: ลมพัดโครงสร้างบ้านหลุดร่วง ต้องอพยพชั่วคราว

โรงเรียนทรายทองวิทยาเสียหายหนัก

ไม่ใช่แค่บ้านเรือน แต่โรงเรียนทรายทองวิทยาในอำเภอโพนทรายก็พลิกผันไปด้วย ลมแรงพัดหลังคาหอประชุมและทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารปลิวว่อน นอกจากนี้ต้นเม็กซึ่งเป็นต้นไม้ประจำโรงเรียนยังหักโค่นลงมาด้วย ทางโรงเรียนต้องปิดชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย แต่เคราะห์ดีที่เกิดขึ้นหลังเลิกเรียนแล้ว นักเรียนและครูปลอดภัยทุกคน

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน พายุฤดูร้อน ร้อยเอ็ด และภาคอีสาน

หลังเกิดเหตุ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนทันที โดยระบุว่าช่วงนี้หลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังเสี่ยงต่อพายุฤดูร้อน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้ในบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดร้อยเอ็ดและใกล้เคียง ประชาชนควรระมัดระวังอันตราย หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ โครงสร้างไม่แข็งแรง หรือพื้นที่โล่งแจ้ง

พายุฤดูร้อนคืออะไร และวิธีป้องกันในพื้นที่เสี่ยงอย่างร้อยเอ็ด

พายุฤดูร้อน หรือที่รู้จักกันในชื่อ thunderstorm พบบ่อยในช่วงฤดูร้อนของไทย โดยเฉพาะภาคอีสาน เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิอากาศที่ร้อนจัดผสมกับความชื้นสูง ทำให้เกิดเมฆฝนหนาแน่นและลมวนแรง สามารถพัดปลิวหลังคา ล้มต้นไม้ หรือแม้แต่ลูกเห็บขนาดใหญ่ ในกรณีพายุฤดูร้อน ร้อยเอ็ด ครั้งนี้ ลมแรงมากถึงระดับที่ทำลายโครงสร้างได้ง่าย

เพื่อป้องกันภัยในอนาคต เพื่อนๆ ในพื้นที่เสี่ยงควรทำตามนี้:

  • ตรวจสอบและเสริมโครงสร้างหลังคาบ้านให้แข็งแรง ทาสีกันลมหรือยึดน็อตให้แน่น
  • ตัดแต่งกิ่งไม้รอบบ้าน โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ใกล้ตัวบ้าน
  • ติดตั้งประตูหน้าต่างที่ทนลม และมีระบบแจ้งเตือนสภาพอากาศในโทรศัพท์
  • หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านช่วงบ่ายถึงเย็น หากมีเมฆดำปกคลุม
  • เตรียมชุดช่วยเหลือฉุกเฉิน เช่น ผ้าใบปิดหลังคา ไฟฉาย และน้ำดื่ม

เหตุการณ์พายุฤดูร้อน ร้อยเอ็ด ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าสภาพอากาศไทยแปรปรวนขึ้นทุกปี อาจเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน ทำให้พายุรุนแรงและเกิดบ่อยขึ้น ผมคิดว่าประชาชนควรให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมมากกว่าเดิม เพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

หากคุณมีประสบการณ์เจอพายุแบบนี้ หรืออยู่ในพื้นที่ร้อยเอ็ด แชร์เคล็ดลับป้องกันในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ! อย่าลืมกดไลค์ แชร์ และ subscribe เพื่อติดตามข่าวสภาพอากาศและข่าวท้องถิ่นอัปเดตทุกวัน

ที่มา – “พายุฤดูร้อน” ถล่มที่ร้อยเอ็ด ฝนตกหนัก-ลมแรง ทำบ้านประชาชน-โรงเรียนพังเสียหาย

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6 ฝนตกหนักหลายจังหวัด

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6 กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนประชาชนทั่วประเทศไทยตอนบนให้เตรียมตัวรับมือกับพายุฤดูร้อนที่กำลังมาเยือน โดยจะมีผลกระทบจนถึงวันที่ 6 มีนาคม 2567 นี้ พายุลูกนี้จะนำฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และฟ้าผ่ามาให้เราได้เจอ ทำให้หลายพื้นที่อาจมีน้ำท่วมฉับพลันหรือต้นไม้ล้มได้นะครับ

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6

ประกาศฉบับที่ 6 นี้ กรมอุตุฯ ออกมาเพื่อให้ทุกคนรู้ตัวก่อน โดยเฉพาะในบริเวณประเทศไทยตอนบนที่กำลังร้อนอบอ้าว พายุฤดูร้อนเกิดจากมวลอากาศเย็นจากจีนที่ปกคลุมภาคอีสานและทะเลจีนใต้ ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดความชื้นเข้ามา ผสมกับอากาศร้อนในประเทศและคลื่นกระแสลมจากเมียนมา ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองแบบกะทันหัน ลักษณะเด่นคือลมแรงมาก สามารถพัดบ้านเรือนหรือป้ายโฆษณาล้มได้ง่าย

รายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจาก “เตือน \”พายุฤดูร้อน\” ฉบับที่ 6″

จังหวัดที่ต้องระวังเป็นพิเศษมีดังนี้ โดยแบ่งตามภาคเพื่อให้ง่ายต่อการเช็ก

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, แพร่, น่าน, อุตรดิตถ์, สุโขทัย
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ
  • ภาคกลาง: กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร, นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี

ทั้งหมดนี้เป็นพื้นที่เสี่ยงสูงที่จะเจอฝนตกหนักถึง 70 มม. ใน 1 ชั่วโมง ลมกระโชก 60-80 กม./ชม. และลูกเห็บขนาดเท่าเหรียญบาท หากคุณอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ อย่าประมาทเลยครับ

สภาพอากาศและสาเหตุของพายุฤดูร้อน

พายุฤดูร้อนเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดบ่อยในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ของทุกปี เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างอากาศร้อนชื้นกับมวลเย็น ทำให้เกิดเมฆฝนขนาดใหญ่ พัฒนาเร็วมาก ภายใน 30 นาทีก็เทฝนลงมาได้ สาเหตุหลักในครั้งนี้คือความกดอากาศสูงจากจีนที่เคลื่อนลงมาปกคลุม ทำให้ลมพัดความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามา ประกอบกับคลื่นลมจากเมียนมา ทำให้พายุแรงกว่าปกติ

จากข้อมูลประวัติศาสตร์ พายุฤดูร้อนปีที่แล้วสร้างความเสียหายหลายร้อยล้านบาท ทั้งรถล้ม ต้นไม้หัก และน้ำท่วมขัง ปีนี้คาดว่าจะคล้ายกัน โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทและเมืองใหญ่ที่โครงสร้างไม่แข็งแรง

คำแนะนำป้องกันอันตรายจากพายุฤดูร้อน

เพื่อความปลอดภัย กรมอุตุฯ แนะนำดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือป้ายโฆษณาที่โยกเยก
  • เกษตรกรควรยึดมัดไม้ผลให้แน่น เตรียมหลังคาคลุมสัตว์เลี้ยง และเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สุกแล้ว
  • ผู้ขับขี่ระวังทัศนวิสัยต่ำจากฝนและลมแรง หลีกเลี่ยงทางลูกรัง
  • ติดตั้งสายล่อฟ้าในบ้าน หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงฟ้าผ่า
  • ดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ จากอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

นอกจากนี้ ควรเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟฉาย วิทยุ และน้ำดื่มเผื่อไฟดับหรือน้ำท่วม

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6 นี้เป็นสัญญาณว่าฤดูร้อนกำลังเข้มข้น ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th โทร. 1182 หรือ 02-399-4012-13 ตลอด 24 ชม. การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเสียหายได้มาก ลองเช็กพยากรณ์อากาศทุกวัน แล้วปรับแผนการเดินทางหรือกิจกรรมกลางแจ้งให้เหมาะสมนะครับ สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากพายุครั้งนี้ และอย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ในจังหวัดเสี่ยงด้วย!

ที่มา – เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6 เปิดรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก”

อุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อนฉบับ 5 จังหวัดเสี่ยงฝนถล่ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวด่วนที่เราต้องอัปเดตกันเลยนะครับ อุตุฯ เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับ 5 เปิดรายชื่อจังหวัดเตรียมรับมือฝนถล่ม กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 ช่วงพายุฤดูร้อนกำลังมาเยือนประเทศไทยตอนบนแบบเต็มสูบ ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าประมาทเด็ดขาดเลยนะ อาจมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก ฝนหนักสะสม และฟ้าผ่าด้วย

อุตุฯ เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับ 5 เปิดรายชื่อจังหวัดเตรียมรับมือฝนถล่ม

ประกาศฉบับนี้มีผลกระทบจนถึงวันที่ 25 ก.พ. 2569 โดยพายุจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน แล้วลามไปภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออกด้วย สภาพอากาศแบบนี้เกิดจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเคลื่อนลงมาปกคลุมภาคอีสานและทะเลจีนใต้ ทำให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมทั่วภาคกลาง อีสาน ตะวันออก และอ่าวไทย บวกกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกผ่านภาคเหนือ อีสาน ขณะที่ไทยตอนบนอากาศร้อนอบอ้าว สร้างพายุฤดูร้อนแบบนี้แหละครับ

รายชื่อจังหวัดเสี่ยงฝนฟ้าคะนอง ลมแรง วันที่ 25 ก.พ. 2569

กรมอุตุฯ ระบุจังหวัดที่มีความเสี่ยงปานกลางชัดเจน ดังนี้

  • ภาคเหนือ: ตาก, อุตรดิตถ์, กำแพงเพชร, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองบัวลำภู, หนองคาย, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, นครราชสีมา
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, ลพบุรี, สระบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ระยอง, จันทบุรี, ตราด

พายุฤดูร้อนแบบนี้เกิดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูร้อนของไทย โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน แต่ปีนี้ดูจะรุนแรงเพราะอากาศร้อนผิดปกติจากโลกร้อนนะครับ จากสถิติปีที่แล้ว พบว่ามีความเสียหายจากลมแรงและลูกเห็บหลายพื้นที่ โดยเฉพาะผลไม้และหลังคาบ้าน

วิธีเตรียมตัวรับมือพายุฤดูร้อนให้ปลอดภัย

เพื่อนๆ ที่อยู่ในจังหวัดเสี่ยง กรมอุตุฯ แนะนำดังนี้ครับ

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่าๆ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แน่นหนา
  • เกษตรกรควรเสริมโครงสร้างให้ไม้ผล สัตว์เลี้ยง และเตรียมย้ายผลผลิตเข้าที่ปลอดภัย
  • ดูแลสุขภาพตัวเองและครอบครัว เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน อาจป่วยได้ง่าย
  • ตรวจสอบหลังคาบ้าน หน้าต่างประตูให้แน่นหนา เก็บของกลางแจ้งเข้าบ้าน

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับเพิ่มเติมจากประสบการณ์คนในพื้นที่ เช่น ติดตั้งกันสาดเสริม หรือใช้เชือกยึดสิ่งของหลวมๆ ช่วยลดความเสียหายได้เยอะเลยครับ

อุตุฯ เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับ 5 เปิดรายชื่อจังหวัดเตรียมรับมือฝนถล่ม นี้เป็นสัญญาณเตือนที่ดี ช่วยให้เราตั้งการเตรียมตัวทัน ถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำ ก็น่าจะผ่านไปแบบราบรื่นครับ สำหรับคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็อย่าชะล่าใจนะ เพราะอาจกระทบตามมา

ติดตามข้อมูลอัปเดตล่าสุดได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th โทร 0-2399-4012-13 หรือ 1182 ตลอด 24 ชม. ประกาศฉบับถัดไปจะออกเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ก.พ. 2569

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยจากพายุฤดูร้อนครั้งนี้ครับ สภาพอากาศไทยเปลี่ยนแปลงเร็ว อย่าลืมเช็คพยากรณ์อากาศทุกวัน และเตรียมแผนสำรองไว้ด้วยนะ จะได้เที่ยวหรือทำงานได้อย่างสบายใจ!

ที่มา – อุตุฯ เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับ 5 เปิดรายชื่อจังหวัดเตรียมรับมือฝนถล่ม

เตือน 60 จังหวัด พายุฤดูร้อน ฝนถล่ม ลมแรง 23-25 ก.พ. 69

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ผมมีข่าวสำคัญที่เราควรเตรียมตัวกันให้พร้อมเลยนะครับ เตือน 60 จังหวัด พายุฤดูร้อน กำลังจะมาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัวในช่วงวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ได้ออกประกาศเตือนแล้ว โดยครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และกรุงเทพฯ รวมถึงปริมณฑลด้วย ใครที่อยู่ในโซนนี้ต้องเช็คบ้านเช็คเรือนให้ดีเลยครับ

เตือน 60 จังหวัด พายุฤดูร้อน

จากรายงานของนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หลังจากที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสถานการณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ร่วมกับประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 1 เรื่องพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน สาเหตุหลักมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนที่เคลื่อนลงมาเจอกับอากาศร้อนจัดในบ้านเรา ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และฝนตกหนักบางแห่ง แถมยังมีฟ้าผ่าด้วยนะครับ อันตรายมาก!

พื้นที่เสี่ยงภัยที่ต้องเฝ้าระวัง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักๆ คือ

  • ภาคเหนือ: ทุกจังหวัด (17 จังหวัด)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ทุกจังหวัด (20 จังหวัด)
  • ภาคกลาง: ทุกจังหวัด ยกเว้นเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ (รวมกรุงเทพมหานคร)

รวมแล้วกว่า 60 จังหวัดเลยทีเดียว ปภ. ได้ประสานงานไปยังศูนย์ป้องกันภัยเขตและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว เพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า และจัดเตรียมเครื่องจักรพร้อมทีมช่วยเหลือทันทีหากเกิดเหตุ

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

พายุฤดูร้อนครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ จากประสบการณ์ปีก่อนๆ เรามักเห็นต้นไม้หักโค่น ป้ายโฆษณาล้มทับรถ บ้านเรือนเสียหาย ไฟดับ และเกษตรกรเสียหายหนัก โดยเฉพาะผลไม้และพืชผัก ลมกระโชกแรงสามารถพัดปลิวทุกอย่างได้เลย ฝนถล่มหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในบางพื้นที่ด้วย

เพื่อนๆ ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าประมาทนะครับ ควรทำตามคำแนะนำเหล่านี้:

  • ตรวจสอบบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างให้มั่นคงแข็งแรง กำจัดกิ่งไม้แห้ง
  • หลีกเลี่ยง การอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้าย หรือเสาไฟ
  • ระวังฟ้าผ่า ห้ามยืนกางร่มโลหะหรืออาบน้ำกลางแจ้ง
  • เกษตรกร: ทำค้ำยันต้นไม้ ห่อผ้าพันผลไม้ เก็บเกี่ยวที่สุกแล้ว
  • นักเดินทาง: เช็คพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทาง

นอกจากนี้ ยังมีแอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” สำหรับติดตามประกาศเตือนภัยแบบเรียลไทม์ และถ้าต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งผ่าน Line “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” (@1784DDPM) หรือโทรสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชม. ครับ

พายุฤดูร้อนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปีในช่วงนี้ แต่ด้วยการเตรียมตัวที่ดี เราสามารถลดความเสียหายได้มาก ผมแนะนำให้ทุกคนติดตามข่าวจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และช่วยกันแชร์ข้อมูลนี้ให้คนใกล้ตัวด้วยนะครับ การตื่นตัวคือกุญแจสำคัญในการเอาชีวิตรอดจากภัยธรรมชาติ!

สุดท้ายนี้ ถ้าคุณมีประสบการณ์เจอพายุฤดูร้อนมา แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ จะได้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ทุกคน

ที่มา – เตือน 60 จังหวัด เฝ้าระวัง “พายุฤดูร้อน” ฝนถล่ม ลมกระโชกแรง 23-25 ก.พ. 69

อุตุฯ เตือนตรุษจีน 15-18 ก.พ. ฝนเปลี่ยนฤดู

อุตุฯ เตือนตรุษจีน 15-18 ก.พ. ฝนเปลี่ยนฤดู กำลังมาเยือน! กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือฝนที่อาจจะทำให้บรรยากาศตรุษจีนเปียกชุ่มในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลาง ตะวันออก ภาคใต้ และอีสานล่าง ช่วงวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ซองแดงที่เตรียมไว้ให้ญาติผู้ใหญ่ อาจต้องห่อกันน้ำให้ดีแล้วล่ะ

อุตุฯ เตือนตรุษจีน 15-18 ก.พ. ฝนเปลี่ยนฤดู

จากข้อมูลพยากรณ์อากาศ 7 วันล่วงหน้าบนเว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ก่อนเข้าช่วงตรุษจีน ในวันที่ 11-14 ก.พ. 2569 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมไทยตอนบนจะอ่อนกำลังลง ขณะที่ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลางตอนล่างและตะวันออก ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น มีหมอกตอนเช้า และฝนบางแห่ง

สำหรับทะเล คลื่นลมอ่าวไทยและอันดามันอ่อนลง อ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองสูงกว่า 2 เมตร จากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่ปกคลุมภาคใต้และทะเล

สภาพอากาศช่วงตรุษจีน 15-18 ก.พ. ฝนเพิ่มขึ้น

เข้าสู่ช่วงสำคัญ อุตุฯ เตือนตรุษจีน 15-18 ก.พ. ฝนเปลี่ยนฤดู ในวันที่ 15-16 ก.พ. มวลอากาศเย็นอ่อนปกคลุมภาคเหนือและอีสาน ทำให้อากาศเย็นและหมอกเช้า ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดภาคกลาง-ตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ขณะที่ลมตะวันออกแรงขึ้นปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ส่งผลให้ฝนเพิ่มและหนักบางแห่ง

คลื่นลมทะเลปานกลาง อ่าวไทยตอนล่าง 1-2 เมตร ฝนฟ้าคะนองเกิน 2 เมตร มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปานกลางปกคลุม

  • ภาคกลาง: รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ โดยเฉพาะตอนล่าง
  • ภาคตะวันออก: ชลบุรี ระยอง ตราด เตรียมเจอฝนหนัก
  • ภาคใต้: สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ฝนเพิ่มจากลมมรสุม
  • อีสานล่าง: สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี มีฝนกระจาย

ผลกระทบและพื้นที่เสี่ยงจากฝนเปลี่ยนฤดู

เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์เตือนชัดเจนว่า “ตรุษจีนนี้ระวังซองแดงเปียก อุตุฯ เตือนตรุษจีน 15-18 ก.พ. ฝนเปลี่ยนฤดู ภาคกลาง ตะวันออก ใต้ และอีสานล่าง จะได้ฝนหลายพื้นที่” ฝนเปลี่ยนฤดูนี้เกิดจากการเปลี่ยนผ่านฤดูร้อนสู่ฤดูฝน ทำให้อากาศแปรปรวน อาจกระทบการเดินทางไหว้ตรุษจีน การรวมญาติ และกิจกรรมกลางแจ้ง

นอกจากฝนแล้ว ยังมีหมอกหนาทำให้ทัศนวิสัยลดลง โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสานตอนบน ผู้ขับขี่ควรรอบคอบ หลีกเลี่ยงเส้นทางลื่นจากฝน

วิธีเตรียมรับมือฝนตรุษจีนให้ปลอดภัย

  • พกร่มหรือเสื้อกันฝน ติดตัวเสมอ โดยเฉพาะซองแดงและของขวัญ
  • เช็คพยากรณ์อากาศรายชั่วโมง บนแอปกรมอุตุฯ
  • วางแผนการเดินทางล่วงหน้า เลือกเส้นทางหลีกฝนหนัก ใช้แอปนำทาง
  • ทะเลและอ่าวไทย: เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง คลื่นสูงเสี่ยง
  • เตรียมยาแก้แพ้อากาศชื้น และเสื้อผ้าเปลี่ยนสำรอง

ช่วงตรุษจีนเป็นเทศกาลแห่งความสุขและการรวมญาติ การเตรียมพร้อมรับมืออากาศจะช่วยให้ทุกคนสนุกได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลฝนพรำ ฝนเปลี่ยนฤดูอาจทำให้สดชื่น แต่ถ้าไม่พร้อมอาจพังทั้งแผน! ลองเช็คพยากรณ์ล่าสุดและแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ

ในมุมมองของเรา แม้ อุตุฯ เตือนตรุษจีน 15-18 ก.พ. ฝนเปลี่ยนฤดู แต่ไทยเราคุ้นเคยกับอากาศแปรปรวน การวางแผนดีๆ จะทำให้ตรุษจีนนี้เป็นความทรงจำที่ดีที่สุด สุขสันต์วันตรุษจีนครับ!

เรียกดูพยากรณ์เพิ่มเติม: กรมอุตุนิยมวิทยา

ที่มา – อุตุฯ เตือนช่วง “ตรุษจีน” 15-18 ก.พ. หลายพื้นที่เตรียมรับมือ “ฝนเปลี่ยนฤดู”

กรมอุตุฯ เตือน! ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมากถึง 16 ธ.ค. 68

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย มีผลกระทบจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2568 นี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมรับมือ

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก กระทบถึง 16 ธ.ค. 68

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนเรื่อง กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2568 โดยฉบับที่ 2 นี้ระบุว่า:

ในช่วงวันที่ 11–12 ธันวาคม 2568 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา จะมีฝนตกหนักมากเป็นพิเศษ

สาเหตุที่ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเนื่องจากจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่

นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 13–16 ธันวาคม 2568 ภาคใต้ตอนล่างยังคงต้องเผชิญกับฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส สาเหตุหลักมาจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้สถานการณ์ กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก ยังคงน่ากังวล

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร จึงขอให้ชาวเรือและประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลระมัดระวังอันตราย

ประชาชนควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณฝนฟ้าคะนอง สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง

ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเกิดขึ้นบางแห่งในช่วงวันที่ 11–13 ธันวาคม 2568 จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส โดยมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทย ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • สำหรับชาวเรือ ควรงดออกจากฝั่งจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ดังนั้น การรับทราบข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 05.00 น.

การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญ อย่าประมาทและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรัก

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก กระทบถึง 16 ธ.ค. 68

อุตุฯ เตือน! เหนือ-อีสาน-กลาง เจอฝน 12-13 ธ.ค.

“กรมอุตุนิยมวิทยา” เตือนวันที่ 12–13 ธ.ค. ภาคเหนือ–อีสาน–กลาง เตรียมเจอฝนตกระลอกใหม่ 12-13 ธ.ค. ก่อนอุณหภูมิลดฮวบ 14 ธ.ค.นี้

วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ข้อความโดยระบุว่า “เหนือ–อีสาน–กลางเจอฝน 12–13 ธ.ค. ก่อนอุณหภูมิลดฮวบ 14 ธ.ค. ใต้ตั้งแต่ชุมพรลงไป ฝนหนัก–คลื่นลมแรง รับมือมรสุมรอบใหม่”

อุตุฯ เตือน! เหนือ-อีสาน-กลาง เจอฝน 12-13 ธ.ค.

ในช่วงวันที่ 12-13 ธันวาคมที่จะถึงนี้ หลายพื้นที่ในประเทศไทยตอนบน รวมถึงภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง เตรียมรับมือกับฝนตกระลอกใหม่ 12-13 ธ.ค. ที่กำลังจะมาเยือน หลังจากนั้น อุณหภูมิจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ดังนั้น เตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อมนะครับ

รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาและลักษณะของสภาพอากาศที่จะเปลี่ยนแปลงดังนี้:

  • 12–13 ธันวาคม 2568: ประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง จะมีฝนตกระลอกใหม่
  • 14–18 ธันวาคม 2568: อุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็วและรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็น

สำหรับภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป จะมีมรสุมพัดแรงขึ้น ทำให้มีฝนตกหนักและคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง ชาวใต้ควรระมัดระวังอันตรายจากฝนและคลื่นลมแรง

สถานการณ์สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงค่อนข้างบ่อยในช่วงนี้ ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ การเดินทาง หรือกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นเรื่องที่เราต้องเผชิญอยู่เสมอ การเตรียมพร้อมรับมือและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย อย่าลืมติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ และดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะครับ

ช่วงปลายปีแบบนี้ หลายคนคงมีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศและเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสถานที่ที่จะไป เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างสนุกสนานและปลอดภัยนะครับ การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจได้

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงนี้ อาจส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรด้วยเช่นกัน เกษตรกรควรติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปรับแผนการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตร

ในภาพรวม การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องให้ความสนใจและเตรียมพร้อมรับมือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน หรือเรื่องใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและสังคม การตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะช่วยให้เราสามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

ที่สำคัญอย่าลืมแบ่งปันข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ให้กับเพื่อนและคนในครอบครัว เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นร่วมกันนะครับ

ที่มา – อุตุฯ เตือน 12–13 ธ.ค. “เหนือ–อีสาน–กลาง” เจอฝนตกระลอกใหม่ ก่อนอุณหภูมิลดฮวบ

Scroll to top