กรมชลประทาน เตรียมเครื่องจักร–เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง 'พายุฤดูร้อน' 11–13 มี.ค.นี้

กรมชลประทาน เตรียมเครื่องจักร–เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง “พายุฤดูร้อน”

กรมชลประทาน เตรียมเครื่องจักร–เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง “พายุฤดูร้อน” ที่จะพัดปกคลุมภาคเหนือและขยายวงกว้างไปยังภาคอื่นๆ ในช่วงวันที่ 11–13 มีนาคม 2567 นี้ เพื่อรับมือสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และน้ำท่วมฉับพลัน กรมชลประทานได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ ช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรมชลประทาน เตรียมเครื่องจักร–เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง “พายุฤดูร้อน” 11–13 มี.ค.นี้

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ของกรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภัยพายุฤดูร้อนที่จะกระทบประเทศไทยตอนบน โดยเริ่มจากภาคเหนือ แล้วลามไปภาคกลางด้านตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พายุนี้จะนำพาฝนฟ้าคะนองหนัก ลมแรง ลูกเห็บ และฟ้าผ่าในบางพื้นที่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน

สาเหตุของพายุฤดูร้อนที่กรมชลประทาน เตรียมเครื่องจักร–เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง

สภาพอากาศแปรปรวนเกิดจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ประกอบกับมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และทะเลจีนใต้ ขณะที่ตอนบนของไทยมีอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิ ส่งผลให้พายุฤดูร้อนก่อตัวอย่างรวดเร็ว ในอดีต พายุแบบนี้เคยสร้างความเสียหายหนัก เช่น ในปี 2566 ที่มีรายงานน้ำท่วมในหลายจังหวัด

มาตรการเตรียมความพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนของกรมชลประทาน

เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบ กรมชลประทาน เตรียมเครื่องจักร–เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง “พายุฤดูร้อน” โดยกำชับโครงการชลประทานทั่วประเทศให้บริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม ดังนี้

  • บริหารระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ: ตรวจสอบและปรับระดับน้ำให้ต่ำกว่าปกติ เพื่อรองรับน้ำฝนเพิ่มฉับพลัน ปัจจุบันหลายอ่างเก็บน้ำมีพื้นที่รับน้ำว่างมากพอ
  • ตรวจสอบโครงสร้างชลประทาน: ดูความแข็งแรงของเขื่อน คลอง และระบบระบายน้ำ รวมถึงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม เพื่อป้องกันพังทลาย
  • กำจัดผักตบชวาและวัชพืช: ดำเนินการต่อเนื่องในแหล่งน้ำหลัก เพื่อเพิ่มการไหลของน้ำ ลดการอุดตันเมื่อฝนตกหนัก
  • จัดเตรียมเครื่องจักรและอุปกรณ์: เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ ปั๊มฉุกเฉิน พร้อมใช้งานทันที หากเกิดน้ำหลากหรือท่วมขัง
  • ระดมกำลังเจ้าหน้าที่: เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง รายงานสถานการณ์เรียลไทม์ผ่าน SWOC และประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น

ผลกระทบที่คาดหวังและคำแนะนำประชาชน

พายุฤดูร้อนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะในภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ ลำพูน และขยายไปนครสวรรค์ อ่างทอง กรุงเทพฯ ประชาชนควรเตรียมตัวดังนี้

  • ติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุฯ และประกาศน้ำจากกรมชลประทานทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงบ่ายถึงค่ำ ซึ่งเป็นเวลาที่พายุรุนแรงที่สุด
  • เตรียมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และยา สำหรับกรณีฉุกเฉิน
  • อย่าไปในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือเนินสูงที่อาจมีลูกเห็บ
  • ถอนทุนจากที่ดินต่ำและเก็บทรัพย์สินให้พ้นน้ำ

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดน้ำและดาวเทียม เพื่อพยากรณ์น้ำหลากล่วงหน้า ช่วยให้การตอบสนองรวดเร็วขึ้น

การเตรียมความพร้อมเชิงรุกของกรมชลประทาน ในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการบริหารจัดการภัยพิบัติที่ยั่งยืน ช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ หากประชาชนร่วมมือกัน ติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด เราจะผ่านพ้นช่วงพายุฤดูร้อนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ติดตามข่าวสารและประกาศน้ำล่าสุดจากเว็บไซต์กรมชลประทาน เพื่อความพร้อมสูงสุด!

ที่มา – กรมชลประทาน เตรียมเครื่องจักร–เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง “พายุฤดูร้อน” 11–13 มี.ค.นี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: