พรรคประชาชาติ

“จุลพันธ์” นำทีมเพื่อไทย ฟื้นฟูหาดใหญ่

“จุลพันธ์” นำทีมเพื่อไทย ผนึก “ประชาชาติ” เดินหน้าส่งอาสาสมัครเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมหาดใหญ่ อัด “รัฐบาลหนู” บริหารจัดการล้มเหลว แผนเยียวยาไม่ชัดเจน

วันที่ 7 ธ.ค. 2568 ที่ชุมชนโคกสมาน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พรรคเพื่อไทย นำทีมโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และ สส.เชียงใหม่ พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค, สส.และสมาชิกพรรค อาทิ ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ นายทะเบียนพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อ, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหารพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.เพชรบูรณ์ เขต 3 และตัวแทนผู้เข้าร่วมโครงการPheuThaiYoungProfessionalsProgram (YPP)

จับมือผนึก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมกันเดินทางลงพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมให้กำลังใจผู้ประสบภัยและอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

ช่วงหนึ่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคณะ ได้เดินเยี่ยมเยือนตามบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนในชุมชนโคกสมาน พบว่าบ้านเรือนได้รับผลกระทบอย่างหนัก ชาวบ้านต่างเล่าเหตุการณ์นาทีชีวิตในการเผชิญเหตุอุทกภัย ซึ่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้ให้กำลังใจ พร้อมยืนยันจะทำหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

โดยจุลพันธ์ กล่าวว่า ภารกิจของวันนี้เป็นการทำงานร่วมกันกับพรรคประชาชาติ โดยที่ผ่านมาทั้งสองพรรคได้เข้าช่วยเหลือในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เกิดเหตุ จะเห็นจากการระดมสิ่งของเครื่องใช้หรืออาหารในการยังชีพมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งภายหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลายในช่วงนี้จึงอยู่ในช่วงเร่งฟื้นฟูเพื่อให้ชาวบ้านได้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว โดยที่ผ่านมาทั้งสองพรรคได้ร่วมกันส่งอาสาสมัครเข้ามาในพื้นที่แล้วจำนวนหลายร้อยคน โดยมีอาสาสมัครบางส่วนมาจากสามจังหวัดชายแดนใต้

ทั้งนี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นต่อการบริหารจัดการของรัฐบาล ว่าในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา ถือว่าการสื่อสารในการรับมือของรัฐบาลเป็นไปด้วยความล้มเหลว ไม่ควรให้เกิดสภาวะที่ประชาชนเกิดความสงสัย ควรมีความชัดเจนในการพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต เพื่อให้ญาติพี่น้องได้นำไปทำพิธีตามหลักศาสนา

ขณะเดียวกันสภาพบ้านเรือนในพื้นที่เสียหายอย่างหนัก นายกรัฐมนตรี ต้องเร่งสั่งการเยียวยาให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งหาดใหญ่ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นหัวใจสำคัญของประเทศ เนื่องจากได้รับความนิยมทั้งจากคนไทยและต่างประเทศ รัฐบาลควรเร่งออกแพ็กเกจในการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวอย่างเร็วที่สุด

“เราเห็นกองขยะสูงเท่าตึกสามชั้น ตรงจุดนี้กำลังของประชาชนและอาสาสมัครคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีหน่วยงานรัฐระดมกำลังเข้ามาบูรณาการช่วยเหลืออย่างจริงจัง หากปล่อยแบบนี้คาดว่าอีก 2 เดือนกลับมา ก็ยังจะเห็นภูเขาขยะเท่าตึกสองสามชั้นเหมือนเดิม”  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว

ด้านนายทวี กล่าวเสริมว่า ทั้งสองพรรคได้ร่วมกันทำงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงนี้เรายึดถือภารกิจว่าจะทำให้แต่ละซอยกลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว จากการรับฟังเสียงชาวบ้านพบว่าเจอปัญหาการบริหารจัดการของภาครัฐ ทำให้เกิดผลกระทบทั้งการสัญจรและสุขอนามัย

ในส่วนการระดมอาสาสมัคร จะมีเยาวชนจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ เข้ามาฟื้นฟูในพื้นที่อีกร่วม 500 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีสะท้อนให้เห็นความมีน้ำใจและความสามัคคีกัน ซึ่งที่ผ่านมาเวลาเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ประชาชนหาดใหญ่ก็จะระดมกำลังกันไปช่วยเหลือมาโดยตลอด

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในจุดที่ 1 พรรคเพื่อไทยจะเดินทางลงพื้นที่ไปยังสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจประธานและคณะกรรมการอิสลาม จากนั้นจะเดินทางไปพบปะและให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย ที่โรงแรมสิงห์โกลเด้นเพลส

จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่ การฟื้นฟูเป็นสิ่งสำคัญ และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็วที่สุด

“จุลพันธ์” นำทีมเพื่อไทย ฟื้นฟูหาดใหญ่

“จุลพันธ์” นำทีมเพื่อไทย เร่งฟื้นฟูหาดใหญ่

การที่ “จุลพันธ์” นำทีมเพื่อไทย ผนึกกำลังกับพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่ฟื้นฟูหาดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ การเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการกลับมาของเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของชาวหาดใหญ่

การที่รัฐบาลควรเร่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ รวมถึงการวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การมีส่วนร่วมของประชาชนในการฟื้นฟูและพัฒนาเมือง ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้หาดใหญ่กลับมาเข้มแข็งและยั่งยืนอีกครั้ง

ที่มา – “จุลพันธ์” นำทีมเพื่อไทย ผนึก “ประชาชาติ” ส่งอาสาสมัครเร่งฟื้นฟูหาดใหญ่

“ทวี” ลั่น พรรคประชาชาติพร้อมเลือกตั้ง: บุคลากรไร้มลทิน

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยืนยันความพร้อมในการเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำว่าบุคลากรของพรรคไม่มีประวัติด่างพร้อย ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดและการพนัน

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางไปเป็นประธานทอดกฐินสามัคคีประจำปี ณ วัดวงกตบรรพต อำเภอยะหา จังหวัดยะลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคประชาชาติ เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชน หลังจากเสร็จสิ้นพิธี พ.ต.อ. ทวี ได้กล่าวถึงประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยชี้ว่างานบุญในครั้งนี้คือภาพสะท้อนอันงดงามของสังคมพหุวัฒนธรรม

“วันนี้ก็มาเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากสามจังหวัดเราเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรม ในช่วงเดือนนี้เป็นเดือนของการทอดกฐิน ซึ่งแม้ว่าเราจะมีผู้สมัครหรือมี สส. เป็นมุสลิมก็ตาม แต่ในกลุ่มสมาชิกของเราที่เป็นพุทธก็ประสานกับผู้สมัครที่เป็น สส. ว่าอยากจะขอให้มาร่วม ซึ่งในพรรคประชาชาติ เราให้ความสำคัญเรื่องวัฒนธรรม เรื่องศาสนา เรื่องการอยู่ร่วมกัน ซึ่งในการอยู่ร่วมกันคือการเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า แม้จะมีผู้สมัครหรือ สส. ของพรรคเป็นมุสลิม แต่ก็ได้มีการประสานงานให้เข้าร่วมกิจกรรม โดยไม่ได้ร่วมในพิธีทางศาสนา ซึ่งเป็นการแสดงถึงการทำงานร่วมกันภายใต้หลักการเคารพซึ่งกันและกัน ภาพประทับใจวันนี้คือพี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในงาน โดยการเข้ามาช่วยในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดเตรียมอาหาร ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงน้ำใจและความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างพี่น้องในพื้นที่อย่างพหุวัฒนธรรม อีกทั้งยังกล่าวถึงความเก่าแก่ของวัดในพื้นที่ ซึ่งบางแห่งมีอายุยาวนานเกือบ 200 ปี

หัวหน้าพรรคประชาชาติได้ใช้โอกาสนี้ย้ำจุดยืนและอัตลักษณ์ของพรรคที่พร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง โดยเน้นหนักที่การทำงานเพื่อท้องถิ่น มั่นใจว่าพรรคประชาชาติเป็นพรรคที่มีความเข้มแข็งเรื่องการกระจายอำนาจ เรื่องการให้ความสำคัญกับท้องถิ่น “เราเป็นพรรคที่เราอยากเห็นชุมชนประสบความสำเร็จ ดังนั้นสมาชิกของพรรค เวลาลงในพื้นที่ ก็ต้องเข้าไปในชุมชนต่าง ๆ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ที่ดี”

“ทวี” ลั่น พรรคประชาชาติพร้อมเลือกตั้ง ยันบุคลากรของพรรค ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด การพนันทุกชนิด

“พรรคประชาชาติพร้อม ถ้ามีการเลือกตั้ง เราก็เป็นพรรคการเมืองที่สามารถที่จะมองหน้ากับประชาชนได้อย่างเต็มภาคภูมิ เพราะว่าสิ่งที่จะมาทำลายวัฒนธรรมที่ดี ก็คือยาเสพติด หรืออบายมุขต่าง ๆ หรือการพนันต่าง ๆ ซึ่งพรรคประชาชาติมีบุคลากรที่ไม่มีประวัติด่างพร้อย เราไม่ได้มองแค่ตัวผู้สมัครต้องดีอย่างเดียว เราต้องการรักษาสังคมให้สังคมดีด้วย” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พรรคประชาชาติพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง

พรรคประชาชาติภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง แสดงความมั่นใจในการทำงานเพื่อประชาชน และความโปร่งใสของบุคลากรในพรรค พร้อมที่จะเป็นตัวเลือกตั้งที่ดีให้กับประชาชน

การที่พรรคประชาชาติเน้นย้ำเรื่องบุคลากรที่ไม่มีประวัติด่างพร้อย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมที่ดีและน่าอยู่ ความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเตรียมตัวเพื่อแข่งขันในสนามการเมือง แต่เป็นการแสดงเจตจำนงที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้าด้วยความสุจริตและโปร่งใส

ที่มา – “ทวี” ลั่น พรรคประชาชาติพร้อมเลือกตั้ง ยันบุคลากรของพรรค ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด การพนันทุกชนิด

ทวี ย้ำ! พรรคประชาชาติเน้นจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

“ทวี” ย้ำจุดยืน “พรรคประชาชาติ” เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเน้น “จัดทำใหม่ทั้งฉบับ” เหตุอำนาจไม่สมดุล งบเหลื่อมล้ำสูง หวังส่งมอบมรดกใหม่ที่ดีสู่สังคมไทย

วันที่ 12 ต.ค. 2568 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เปิดใจถึงจุดยืนของพรรคในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ในวันที่ 15-16 ต.ค.นี้ จุดยืนของพรรคประชาชาติคือต้องเป็นรูปแบบ “จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่” ไม่ใช่การแก้ไขรายมาตรา เนื่องจากรัฐธรรมนูญปัจจุบันมีปัญหาเชิงโครงสร้าง มีบางอย่างที่มากเกินไป เช่น อำนาจขององค์กรอิสระ อำนาจของสมาชิกวุฒิสภา ขณะที่อำนาจของประชาชนในการเลือก สส. และจัดตั้งรัฐบาลกลับน้อยเกินไป จนอาจถูกปลดเมื่อไหร่ก็ได้ และมีบางอย่างที่ไม่มีเลย เช่น กลไกตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรอิสระ การปฏิรูปศาลอัยการ และการตรวจสอบทหาร ซึ่งทำให้คนกลุ่มนี้ใช้งบประมาณไปมาก

พรรคประชาชาติชูธง จัดทำใหม่ทั้งฉบับ

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า รัฐธรรมนูญปัจจุบันเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง การแก้ไขเพียงบางส่วนจะไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกได้ จำเป็นต้อง จัดทำใหม่ทั้งฉบับ เพื่อให้รัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตยและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง พรรคประชาชาติจึงมุ่งมั่นที่จะผลักดันประเด็นนี้ให้สำเร็จ เพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรมและยั่งยืน

เหตุผลที่ต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

พ.ต.อ.ทวี ได้แจกแจงเหตุผลสำคัญที่พรรคประชาชาติเห็นว่าจำเป็นต้อง จัดทำใหม่ทั้งฉบับ ดังนี้:

  • อำนาจไม่สมดุล: องค์กรอิสระและสมาชิกวุฒิสภามีอำนาจมากเกินไป ขณะที่ประชาชนมีอำนาจน้อยเกินไป
  • ขาดกลไกตรวจสอบ: รัฐธรรมนูญปัจจุบันไม่มีกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรอิสระ การปฏิรูปศาลอัยการ และการตรวจสอบทหาร
  • งบประมาณเหลื่อมล้ำ: การจัดสรรงบประมาณไม่เป็นธรรม คนในส่วนกลาง (กทม.) ได้รับงบประมาณมากเกินไป ขณะที่จังหวัดอื่นๆ ได้รับงบประมาณน้อยเกินไป
  • แก้ไขรายมาตราไม่ตอบโจทย์: การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้

แจงเหตุเหลื่อมล้ำสูง

พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้เกิดการ “แย่งชิงงบประมาณ” โดยคนในส่วนกลาง (กทม.) ไม่ถึง 10% ได้งบประมาณเกือบ 80% ส่วน 60 จังหวัด (60 ล้านคน) ได้ไปเพียง 20% และองค์กรท้องถิ่นเหลือแค่ 8%

“การแก้ไขรายมาตราคงยากที่จะแก้ไข ควรจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่” และจะมีการทำประชามติถึง 3 ครั้ง โดยมีเป้าหมายคือ “ส่งมอบมรดกใหม่ๆ ที่ดี สู่สังคมไทยและสังคมโลก”

ต้องการนักสร้างสันติภาพ

พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงหลักการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยว่า ปัญหาหลักไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจหรือยาเสพติด แต่ต้องการ “นักสร้างสันติภาพ” ไม่ใช่นักความมั่นคงหรือนักกฎหมาย ขอเรียกร้องประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สนับสนุนการพูดคุยสันติสุข และใช้ช่วงเวลาการเลือกตั้งแสดงบทบาททางการเมืองเพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยหวังว่ารัฐบาลจะนำรายงานของกรรมาธิการสันติภาพฯ ไปดำเนินการต่อ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลก็เป็นกรรมาธิการด้วย เรื่องนี้ไม่มีการเมือง มีแต่ความห่วงใยของทุกฝ่าย

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ และการ จัดทำใหม่ทั้งฉบับ อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการสร้างสังคมที่เป็นธรรมและยั่งยืนสำหรับประเทศไทย

ที่มา – “ทวี” ย้ำจุดยืน “พรรคประชาชาติ” เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเน้น “จัดทำใหม่ทั้งฉบับ”

สมาคมอุทยานฯ บุกสภาค้านหนัก พ.ร.บ.นิรโทษฯรุกป่า ชี้โทษถึงขั้นยุบพรรค

สมาคมอุทยานฯ บุกสภาค้านหนัก พ.ร.บ.นิรโทษฯรุกป่า ชี้โทษถึงขั้นยุบพรรค

ในวันที่ 2 ตุลาคม 2568 สมาคมอุทยานแห่งชาติได้เคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น โดยบุกไปที่สภาเพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่เกี่ยวกับการบุกรุกป่าไม้อย่างหนัก นำโดยนายพสิษฐ์ เอี๋ยวพานิช นายกสมาคมอุทยานแห่งชาติ และนายวันชัย อรุณประภารัตน์ นายกสมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งสองสมาคมได้ยื่นหนังสือคัดค้านต่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ กรณีร่างกฎหมาย 2 ฉบับที่เสนอโดยพรรคประชาชนและพรรคประชาชาติ

สมาคมอุทยานฯ บุกสภาค้านหนัก พ.ร.บ.นิรโทษฯรุกป่า ชี้โทษถึงขั้นยุบพรรค

นายพสิษฐ์ เอี๋ยวพานิช เปิดเผยถึงเหตุผลหลักในการคัดค้านว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษฯ นี้ไม่เพียงแต่จะยกเลิกโทษให้ผู้บุกรุกป่าเท่านั้น แต่ยังมีการหลบซ่อนเจตนาที่จะคืนที่ดินของรัฐที่ถูกยึดคืนแล้วให้กลับไปเป็นของผู้บุกรุกเดิม ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรงยิ่ง นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังมีผลย้อนหลังไปถึงก่อนวันที่ 1 ธันวาคม 2497 ซึ่งเป็นช่วงก่อนมีประมวลกฎหมายที่ดิน ทำให้เปิดช่องให้บุคคลทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป พ่อค้าแม่ค้า นายทุนใหญ่ ผู้มีอิทธิพล หรือแม้แต่นักการเมืองที่ถูกดำเนินคดีบุกรุกป่า ได้รับประโยชน์จากกฎหมายนี้ไปด้วย

การบุกรุกป่าไม้เป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน สมาคมอุทยานฯ มองว่าร่างกฎหมายนี้จะยิ่งเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุนที่ครอบครองป่าอย่างผิดกฎหมาย โดยไม่คำนึงถึงผลเสียต่อประชาชนส่วนใหญ่ที่พึ่งพาทรัพยากรป่าไม้ หากปล่อยให้ผ่านไป อาจนำไปสู่การสูญเสียป่าไม้เพิ่มเติม ซึ่งจะกระทบต่อระบบนิเวศ การป้องกันน้ำท่วม และความหลากหลายทางชีวภาพ

ขั้นตอนคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษฯรุกป่า

เพื่อต่อต้านอย่างเด็ดขาด สมาคมฯ วางแผนเดินหน้าคัดค้านหลายช่องทาง ในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ จะมีการนัดยื่นหนังสือต่อ สว. ชีวะภาพ ชีวะธรรม เพื่อรวบรวมเสียง สว. ให้ครบ 25 คน แล้วส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ. นี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญและมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่ หากศาลวินิจฉัยว่าขัดจริง ส.ส. ที่เสนอและรับหลักการอาจถูกตัดสิทธิทางการเมือง ส่วนพรรคการเมืองที่เสนออาจถูกยุบพรรคได้ นอกจากนี้ กลางเดือนตุลาคม สมาคมฯ จะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม

ปัญหาการบุกรุกป่าในประเทศไทยมีมานานหลายทศวรรษ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าทะลุซอยที่ถูกครอบครองโดยกลุ่มทุนใหญ่ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องป่าไม้ ซึ่งเป็นมรดกธรรมชาติของชาติ การนิรโทษกรรมเช่นนี้จึงถูกมองว่าเป็นการเปิดช่องให้เกิดการทุจริต สมาคมอุทยานฯ จึงเรียกร้องให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันคัดค้าน เพื่อรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรป่าไม้

  • ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: การบุกรุกป่าเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ
  • ผลกระทบทางกฎหมาย: อาจนำไปสู่การละเมิดรัฐธรรมนูญ
  • ผลกระทบต่อสังคม: เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนมากกว่าประชาชน

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมยังชี้ว่าการปกป้องป่าไม้เป็นส่วนสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หากร่างกฎหมายนี้ผ่าน ไทยอาจสูญเสียพื้นที่ป่าอีกมาก ซึ่งจะส่งผลร้ายแรงต่ออนาคตของชาติ

ในฐานะที่ปรึกษาด้าน SEO สำหรับบล็อกสิ่งแวดล้อม การนำเสนอประเด็นเช่น สมาคมอุทยานฯ บุกสภาค้านหนัก พ.ร.บ.นิรโทษฯรุกป่า ชี้โทษถึงขั้นยุบพรรค ช่วยเพิ่มการรับรู้และการมีส่วนร่วมของผู้อ่าน หากคุณสนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม อย่าลืมติดตามข่าวสารและร่วมลงชื่อคัดค้าน เพื่อปกป้องป่าไม้ของเรา

สุดท้ายนี้ การเคลื่อนไหวของสมาคมอุทยานฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษากฎหมายและธรรมชาติ หวังว่าประชาชนจะตื่นตัวและสนับสนุนการคัดค้านนี้ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ที่มา – สมาคมอุทยานฯ บุกสภาค้านหนัก พ.ร.บ.นิรโทษฯรุกป่า ชี้โทษถึงขั้นยุบพรรค

“อนุทิน” ให้ “ทวี” 0 คะแนน เหน็บถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ มีหน้ามาอภิปรายอะไร

“อนุทิน” ให้ “ทวี” 0 คะแนน เหน็บถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ มีหน้ามาอภิปรายอะไร

ในวันที่ 29 กันยายน 2568 การอภิปรายนโยบายรัฐบาลครั้งแรกในสภาฯ ดำเนินไปอย่างดุเดือด โดยเฉพาะคำตอบของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่แจกคะแนนให้กับการอภิปรายของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ได้รับคะแนนเต็ม 0 เลยทีเดียว นายกฯ อนุทินยังเหน็บแนมอย่างแรงว่า ผู้ที่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว จะมีหน้ามาอภิปรายอะไรกับคนที่กำลังทำงานจริงจัง เหมือนตัวอะไรตายแล้วมีเห็บกระโดดรุม

“อนุทิน” ให้ “ทวี” 0 คะแนน เหน็บถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ มีหน้ามาอภิปรายอะไร

หลังการอภิปรายเสร็จ นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมา โดยบอกว่าการอภิปรายวันนี้ช่วยให้ประชาชนเห็นชัดเจนว่าข้อมูลไหนจริง ไหนปลอม ฝ่ายค้านบางคนเอาเรื่องปรุงแต่งมาพูดเพื่อหวังแอร์ไทม์เท่านั้น โดยเฉพาะการอภิปรายของนายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่นายกฯ บอกว่ายิ่งมั่วใหญ่ คิดอะไรก็พูด แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะเป็นสไตล์เดิม

ส่วนกรณีที่นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ถามเรื่องนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ว่าเป็นของใคร นายอนุทินย้ำว่าตนตอบเพราะให้เกียรติในฐานะอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเคยหารือกันหลังเลือกตั้งปี 2566 เพื่อทำงานร่วมกัน ดังนั้นจึงต้องตอบให้สมเกียรติ

การวิจารณ์นโยบายยาเสพติดและภัยไซเบอร์

สำหรับประเด็นยาเสพติดและภัยไซเบอร์ที่ฝ่ายค้านบอกว่านโยบายรัฐบาลยังไม่ชัดเจน นายอนุทินชี้แจงว่าปัญหาเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในคำแถลงนโยบาย เพราะเป็นเรื่องปฏิบัติ รัฐบาลจะเร่งรัดหน่วยงานอย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กสทช. ป.ป.ส. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เข้มข้นมากขึ้น ไม่ใช่แค่นโยบายบนกระดาษ

เมื่อถามถึงแผนรับมือฝ่ายค้านในวันถัดไป นายกฯ บอกว่าไม่กลัวดุเดือด แต่กลัวข้อมูลเท็จที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายซ้ำๆ เช่น เรื่อง สว. เขากระโดง กัญชา แม้จะแถลงข้อเท็จจริงไปแล้ว แต่พวกเขาก็ทำหูทวนลมเพราะหวังแอร์ไทม์ วาทกรรมจึงมากกว่าข้อเท็จจริง

  • การอภิปรายที่ได้คะแนนเต็ม: บางคนให้คะแนนเต็มเพราะมีสาระ
  • การอภิปรายที่ได้ 0 คะแนน: หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่นำเรื่องเท็จมาพูด
  • หลักการตอบของนายกฯ: ตอบเฉพาะคนที่มีเหตุผล จริยธรรม เพื่อประโยชน์ประชาชน

นายอนุทินย้ำชัดว่า ตนไม่ได้มารบกับใคร แต่มาฟังคำแนะนำที่ดี จดบันทึกทุกอย่าง และชี้แจงได้ทุกประเด็น สำหรับพวกที่สร้างวาทกรรมเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล ก็ไม่ตอบเพราะตอบไปหลายรอบแล้ว หน่วยงานราชการแสดงหลักฐานครบถ้วน

ที่เด็ดสุดคือคำเหน็บ พ.ต.อ.ทวี ที่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังมีหน้ามาอภิปรายคนทำงาน นายกฯ บอกว่าประชาชนแยกแยะได้ ตอนนี้เขาคงทำใจอยู่เพราะหลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรี สิ่งที่สั่งการไปผิดกฎหมาย ข้อมูลผิดหมด เหมือนตัวอะไรตายแล้วเห็บกระโดด

ในช่วงท้าย นายอนุทินร้องโอ๊ยเมื่อถูกถามแยกว่าใครเป็นฝ่ายค้าน ใครเป็นฝ่ายแค้น โดยบอกว่าประชาชนดูออกเอง ตนจะตอบเฉพาะเรื่องประโยชน์ประชาชน ไม่ตอบให้รกสมอง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดในสภาฯ หลังรัฐบาลใหม่เข้ามา การอภิปรายนโยบายไม่ใช่แค่การโต้เถียง แต่เป็นเวทีตรวจสอบที่ควรสร้างสรรค์ นายกฯ อนุทินแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและหลักการชัดเจน ซึ่งน่าจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้รัฐบาลในสายตาประชาชน

คุณคิดอย่างไรกับการอภิปรายครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตล่าสุดจากเรา

ที่มา – “อนุทิน” ให้ “ทวี” 0 คะแนน เหน็บถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ มีหน้ามาอภิปรายอะไร

สส.แนะ! ผู้เสียหายจากช้างป่า ยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้

“อับดุลอายี สาแม็ง” สส.ยะลา แนะนำว่า ผู้เสียหายจากช้างป่า สามารถยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้ โดยไม่มีกำหนดหมดอายุ หลังจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชออกระเบียบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบแล้ว

วันที่ 14 ก.ย. 2568 นายอับดุลอายี สาแม็ง รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงาน และศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน สภาผู้แทนราษฎร และสส.ยะลา เขต3 พรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ได้ติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ได้รับการชี้แจงจากกรมอุทยานแห่งชาติว่า ประชาชนที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากช้างป่า สามารถยื่นคำร้องขอรับเงินชดเชยย้อนหลังได้ โดยไม่มีการกำหนดอายุความ หลังจากขณะนี้ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย. 2568 ให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช อนุมัติจ่ายเงินเยียวยาค่าเสียหายจากช้างป่าให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบหรือทายาทรายใดแล้ว จะต้องเบิกจ่ายให้กับผู้ได้รับผลกระทบหรือทายาทภายใน 5 วันทำการ

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า จากงบกลางประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นการสร้างหลักประกันความเป็นธรรม และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

ทั้งนี้ ผู้ได้รับผลกระทบต้องแจ้งขอรับการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายจากช้างป่าภายใน 3 วันนับแต่วันที่ทราบเหตุต่อเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าหรือเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานในพื้นที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งต่อหัวหน้าหน่วยงานในพื้นที่เพื่อประสานแจ้งประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินความเสียหายทราบและดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินความเสียหายโดยทันที

ผู้เสียหายจากช้างป่า ยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้

ข่าวดีสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า! ตอนนี้คุณสามารถยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้แล้ว โดยไม่มีกำหนดหมดอายุ นี่เป็นผลมาจากการผลักดันและติดตามการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างต่อเนื่องของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานฯ สภาผู้แทนราษฎร ทำให้เกิดระเบียบที่ชัดเจนในการเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหาย

ใครบ้างที่สามารถยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้?

ประชาชนทุกคนที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากช้างป่า สามารถยื่นคำร้องเพื่อขอรับเงินชดเชยย้อนหลังได้ ไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม ตราบใดที่ยังไม่เคยได้รับการชดเชยมาก่อน

ขั้นตอนการยื่นขอชดเชย ผู้เสียหายจากช้างป่า ต้องทำอย่างไร?

หากท่านได้รับผลกระทบจากช้างป่า สิ่งที่ต้องทำคือ แจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  • แจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่า หรือเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานในพื้นที่ ภายใน 3 วันนับแต่วันที่ทราบเหตุ
  • เจ้าหน้าที่จะแจ้งต่อหัวหน้าหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อประสานแจ้งประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินความเสียหาย
  • จากนั้นจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินความเสียหายโดยทันที

เมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้นและได้รับการอนุมัติ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาค่าเสียหาย และจะทำการเบิกจ่ายให้กับผู้ได้รับผลกระทบหรือทายาทภายใน 5 วันทำการ

ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้น ผู้ที่ได้รับความเสียหายก่อนหน้านี้ก็สามารถยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้เช่นกัน อย่ารอช้า รีบดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิของท่าน

การดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจากช้างป่า ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากสัตว์ป่า การที่ผู้เสียหายจากช้างป่า สามารถยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้ นั้น เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

ดังนั้น หากคุณหรือคนใกล้ชิดได้รับผลกระทบจากช้างป่า อย่าลังเลที่จะดำเนินการขอรับความช่วยเหลือตามสิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ เพื่อให้ได้รับการเยียวยาและสามารถกลับมาดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างปกติสุข

ที่มา – สส.พรรคประชาชาติแนะผู้เสียหายจากช้างป่า สามารถยื่นขอชดเชยย้อนหลังได้

“ทวี” ให้กำลังใจ ครม.ใหม่ ไม่ห่วงคดีฮั้วสว.

“ทวี” ให้กำลังใจ ครม.ใหม่ บอก ยินดีให้คำปรึกษา ไม่ห่วงคดีฮั้วสว.-เขากระโดง ลุยใช้กลไกสภาตรวจสอบ ให้กำลังใจข้าราชการดีเอสไอ

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 9 ก.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงหน้าตารัฐมนตรีใหม่ตามที่เป็นข่าวออกมาในขณะนี้ว่า ขอให้กำลังใจ อยากให้มี ครม.เร็วๆ ส่วน ครม.เก่า ซึ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ไม่ขอวิจารณ์อะไร เพราะไม่รู้ว่ามีใครเป็นรัฐมนตรีบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงคดีต่างๆ ในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทั้งคดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง จะเดินหน้าต่อหรือสะดุดหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่เป็นห่วง เชื่อว่านายกฯคนใหม่คงจะตั้งรัฐมนตรีมาดู ที่สำคัญ ฝ่ายบริหารโดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรมอาจจะเป็นกระทรวงที่มีอำนาจน้อยที่สุด เนื่องจากทุกหน่วยงานถูกกำกับโดยกฎหมาย ซึ่งในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่าจะต้องมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ และยังบัญญัติเป็นข้อใหญ่ไว้ด้วยว่าบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมต้องมีหลักประกันไม่ถูกแทรกแซง หรือครอบงำ แม้แต่คนที่เป็นรัฐมนตรีทำได้เพียงบริหารงานให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม คือทำให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ จะต้องไม่ใช้กฎหมายอยู่เหนือความยุติธรรม

ยินดีให้คำปรึกษาว่าที่รัฐมนตรี

เมื่อถามว่า ห่วงเรื่องการจะมาแก้แค้นอะไรหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่มีหรอก เพราะเป็นรัฐบาลที่มาอยู่ 4 เดือน วันนี้สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจตรวจสอบ และเชื่อว่าจะร่วมกันทำงานมากกว่า ตนในฐานะฝ่ายค้านจะค้านแบบสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในส่วนของพรรคประชาชาติ เราเป็นประธานกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ซึ่งเราต้องทำความยุติธรรมให้อยู่ภายใต้หลักนิติธรรม ไม่มีความห่วงใย และยินดีจะให้คำปรึกษาถ้าเป็นเรื่องของอะไรที่ทำให้ประชาชนมีความสุขขึ้น

มั่นใจขรก.ยุติธรรมมีคุณธรรม

เมื่อถามว่า อยากฝากอะไรถึงรัฐมนตรีคนใหม่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า คงไม่ฝาก และเชื่อว่านายกฯจะเลือกบุคคลที่มีความเพียบพร้อมอยู่แล้ว เนื่องจากเวลามีน้อย และในการทำงานของกระบวนการยุติธรรมต่างๆ มันจะมีรัฐธรรมนูญและกฎหมายกำกับไว้ และบุคลากรในกระทรวงยุติธรรมก็เป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และมีคุณธรรมอยู่แล้ว

ให้กำลังใจขรก.ดีเอสไอ

เมื่อถามอีกว่า เป็นห่วงบรรดาข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการในดีเอสไอที่ทำคดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง ซึ่งอาจจะถูกโยกย้ายหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราให้กำลังใจเขา แต่คงไม่เข้าไปแสดงความเห็นอะไร เพราะมีสภาอยู่แล้ว และสภาตอนนี้มีฝ่ายค้านเสียงข้างมาก ซึ่งเราอาจจะต้องทำหน้าที่ค้านเพื่อประชาชนให้มากขึ้น เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าฝ่ายค้านจะมีการจับตาดูการทำงานของรัฐบาลเป็นพิเศษใช่หรือไม่ เพราะอาจจะมีการดึงเรื่องคดีต่างๆ ที่ค้างอยู่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ฝ่ายค้านก็คงทำหน้าที่สนับสนุนให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปตามหลักนิติธรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยแสดงความเห็นว่าขอให้กำลังใจและพร้อมให้คำปรึกษาหากได้รับการร้องขอ ประเด็นที่น่าสนใจคือ พ.ต.อ.ทวี ไม่ได้แสดงความกังวลต่อคดีความต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นคดีฮั้ว สว. หรือคดีเขากระโดง

“ทวี” ให้กำลังใจ ครม.ใหม่ ไม่ห่วงคดีฮั้วสว.-เขากระโดง ลุยใช้กลไกสภาตรวจสอบ

พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงบทบาทของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมและหลักนิติธรรม พรรคประชาชาติในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน จะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ประเด็นสำคัญ: “ทวี” ให้กำลังใจ ครม.ใหม่ และพร้อมตรวจสอบการทำงาน

จากการสัมภาษณ์ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

  • ให้กำลังใจคณะรัฐมนตรีชุดใหม่และพร้อมให้คำปรึกษา
  • ไม่กังวลต่อคดีความต่างๆ ในดีเอสไอ
  • พร้อมตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลผ่านกลไกสภา

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังได้ให้กำลังใจข้าราชการในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยเฉพาะผู้ที่ทำคดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง ซึ่งอาจมีความกังวลเกี่ยวกับการโยกย้ายตำแหน่ง

การออกมาให้กำลังใจ ครม.ใหม่ ไม่ห่วงคดีฮั้วสว. ของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ โดยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการพัฒนาประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเพื่อให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม

โดยรวมแล้ว ท่าทีของ พ.ต.อ.ทวี ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเมืองไทยที่ต้องการความร่วมมือและความโปร่งใสในการบริหารประเทศ

ที่มา – “ทวี” ให้กำลังใจ ครม.ใหม่ ไม่ห่วงคดีฮั้วสว.-เขากระโดง ลุยใช้กลไกสภาตรวจสอบ

“ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา

“ทวี สอดส่อง” ยืนยันพรรคประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมือง “ยุบสภา” คืนอำนาจให้ประชาชน ไม่เห็นด้วยเสียงข้างน้อยรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ผิดหลักประชาธิปไตย โผล่พบ “ชัยเกษม” ที่บ้านพัก

วันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการจัดตั้งรัฐบาล ว่า เนื่องจากพรรคเราเป็นพรรคเล็ก จึงยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคใหญ่พรรคเดิม คือพรรคเพื่อไทย เป็นหลักในการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามต่อ มั่นใจหรือไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะรวบรวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลได้ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ภาพที่ออกมาก็ดูเหมือนว่าเสถียรภาพไม่ค่อยดีนักในทุกพรรค ดังนั้นทางที่ดีที่สุดของประชาชนคือการยุบสภา ถ้าจะมีรัฐบาลใหม่จะต้องเป็นรัฐบาลที่มีนโยบายเดียว คือการยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน ขณะเดียวกัน เราเป็นห่วงการเลือกตั้งแม้จะมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะการเลือกตั้งต้องมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมด้วย

ส่วนคำถามว่ามีโอกาสเป็นไปได้มากแค่ไหนระหว่างการยุบสภากับการเป็นฝ่ายค้าน พ.ต.อ.ทวี ตอบว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าสามารถที่จะรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ก็ต้องดูเพราะวันนี้มีกติกาที่บอกว่าพรรคการเมืองเสียงข้างน้อยก็สามารถรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งถือว่าผิดหลักประชาธิปไตย เราต้องหาทางออกให้ได้ อย่าให้ใครมาครอบงำหรือมีอิทธิพล เพราะประชาชนไม่ควรถูกข่มขู่ ดังนั้น สิ่งที่เป็นไปได้คือการคืนอำนาจให้กับประชาชน

ในประเด็นคำถามตอนนี้อยู่ที่พรรคประชาชน ถ้ารวมเสียงไม่ได้ทางเลือกคือการยุบสภาใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ต้องดูพรรคเพื่อไทย ส่วนเราพร้อมสนับสนุนพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งในความเห็นส่วนตัวเราสนับสนุนพรรคใหญ่ เพราะระบอบประชาธิปไตยใช้ระบอบเสียงข้างมาก ถ้าพรรคนั้นขอเป็นรัฐบาลเราก็พร้อมสนับสนุน แต่ถ้าพรรคเสียงข้างน้อยไปรวบรวมเสียงมาเพื่อเป็นรัฐบาลถือว่าไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย นี่คือความเห็นส่วนตัว

ทางด้านคำถามว่าได้ทำใจในการเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็มีเกียรติ พรรคประชาชาติไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็ต้องดูว่าพรรคไหนมีอุดมการณ์ตรงกับพรรคเรา

สำหรับที่ตอนนี้ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ว่า รักษาการนายกรัฐมนตรีสามารถยุบสภาได้หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี เผยว่า เรื่องนี้มีข้อยุติอยู่แล้ว เนื่องจากกฎหมายเขียนว่ารัฐสภา รัฐบาล ศาล องค์กรอิสระ ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรม อะไรที่เป็นความเห็นเกินกว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด ซึ่งรัฐธรรมนูญเขียนว่าไม่ได้มีข้อห้าม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าภายหลังการกระชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ พ.ต.อ.ทวี เดินทางไปพบกับ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย โดยนำกระเช้าผลไม้ไปมอบให้ที่บ้านพัก.

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ย้ำถึงความสำคัญของการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน และแสดงความเห็นถึงหลักการประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น โดยการตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้ ส่งผลต่ออนาคตของประเทศชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา

สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันมีความซับซ้อน การยุบสภาจึงเป็นทางออกหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา

ทางออกการเมือง: ยุบสภา

พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง และการยุบสภาถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงเจตจำนงผ่านการเลือกตั้งใหม่

การตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย เราในฐานะประชาชน ควรติดตามข่าวสารและสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ที่มา – “ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา ก่อนไปพบ “ชัยเกษม”

Scroll to top