พรรคประชาชาติ

“อนุทิน” เผย “วันนอร์” ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ สร้างสันติภาพ

ข่าวการเมืองล่าสุดที่กำลังเป็นกระแส “อนุทิน” เผย “วันนอร์” ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ แล้ว ช่วยดูสร้างสันติภาพในพื้นที่ ทำให้หลายคนสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในบริบทของปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ วันที่ 25 มีนาคม 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าไปคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กโพสต์ของนายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา และเลขาธิการพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นการยืนยันการตอบรับของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หรือที่รู้จักในชื่อ “วันนอร์” ในการมารับตำแหน่งสำคัญนี้

อนุทิน วันนอร์ ประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ สร้างสันติภาพ

ในคอมเมนต์ของนายกฯ อนุทิน ระบุชัดเจนว่า “ขอบพระคุณพรรคประชาชาติที่มาทำงานเพื่อชาติ และประชาชนด้วยกัน ผมได้กราบเรียนเชิญอาจารย์วันนอร์ (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ขอให้ท่านได้มาช่วยดูแลพี่น้องมุสลิม และการสร้างความสงบสุข และสันติภาพในพื้นที่ต่าง ๆ ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และท่านได้กรุณาตอบรับแล้วครับ” ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรวมพลังจากทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาเรื้อรัง

“อนุทิน” เผย “วันนอร์” ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ แล้ว ช่วยดูสร้างสันติภาพในพื้นที่

การประกาศนี้ไม่ใช่แค่ข่าวธรรมดา แต่เป็นสัญญาณบวกที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ชายแดนใต้ นายวันนอร์เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ยาวนานในวงการการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะพรรคประชาชาติที่เน้นนโยบายสนับสนุนชาวมุสลิมและการพัฒนาภาคใต้ การที่ท่านตอบรับนั่งในตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ จะช่วยให้รัฐบาลมีมุมมองจากคนในพื้นที่มากขึ้น ทำให้การดำเนินนโยบายสร้างสันติภาพมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ความสำคัญของการแต่งตั้งวันนอร์ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษา

ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยะลา ปัตตานี นราธิวาส และบางส่วนของสงขลา ยังคงเป็นความท้าทายใหญ่ของรัฐบาลไทยมาอย่างยาวนาน การนำนายวันนอร์มาร่วมทีมจึงเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพราะท่านมีความเข้าใจวัฒนธรรม ศาสนา และปัญหาท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ พรรคประชาชาติยังมีบทบาทสำคัญในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำให้การร่วมมือครั้งนี้เป็นการประสานพรรคร่วมรัฐบาลได้อย่างลงตัว

  • เสริมสร้างความเชื่อมั่น: ชาวมุสลิมในพื้นที่จะรู้สึกว่ารัฐบาลใส่ใจมากขึ้น
  • ใช้ความเชี่ยวชาญท้องถิ่น: นายวันนอร์รู้จักปัญหาจากภายใน ช่วยเสนอแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม
  • เร่งรัดโครงการสันติภาพ: คาดว่าจะมีนโยบายใหม่ๆ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา และวัฒนธรรม
  • ลดช่องว่างระหว่างศูนย์กลางกับท้องถิ่น: สร้างการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา

นายซูการ์โน มะทา ได้ตอบกลับคอมเมนต์ของนายกฯ อนุทิน ว่า “ผมต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีให้โอกาสกับประชาชาติครับ” ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพรรคการเมือง

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของรัฐบาลอนุทินในการจัดการปัญหาใต้ โดยเฉพาะหลังจากที่ผ่านมา มีการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมาอย่างต่อเนื่อง หากคณะที่ปรึกษานี้ทำงานได้ผล อาจนำไปสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืน ลดเหตุการณ์รุนแรง และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้พื้นที่นี้

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลงานจริงในอนาคต เพราะสันติภาพต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่รัฐบาลเท่านั้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับการแต่งตั้งครั้งนี้? เชิญแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจายสู่สาธารณะ ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – “อนุทิน” เผย “วันนอร์” ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ แล้ว ช่วยดูสร้างสันติภาพในพื้นที่

“ทวี” เรียกร้องหยุดสัมปทานเสือนอนกิน ค่าไฟต่ำ 3 บาท

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยเรื่องที่ใกล้ตัวสุดๆ กันเลย นั่นคือ “ทวี” เรียกร้องหยุดสัมปทานเสือนอนกิน เพื่อหวังให้ค่าไฟฟ้าถูกลงต่ำกว่าหน่วยละ 3 บาท! พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ อดีตรัฐมนตรี ลั่นประกาศเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมให้ประชาชน โดยโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เรียกร้องให้รัฐบาลเลิกอุ้มกลุ่มทุนใหญ่ๆ แล้วคืนอำนาจพลังงานให้รัฐบาลดูแลเอง เพราะบิลค่าไฟที่แพงหูฉี่นี่แหละ คือสัญญาณบอกว่าตระบบบิดเบี้ยว ประชาชนต้องจ่ายแพงเพื่อเลี้ยง “เสือนอนกิน” ที่ได้สัมปทานจากรัฐ

“ทวี” เรียกร้องหยุดสัมปทานเสือนอนกิน

ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 56 รัฐต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่า 51% ในธุรกิจพลังงานพื้นฐาน แต่ตอนนี้ กฟผ. ผลิตไฟได้เองแค่ 30% เท่านั้น อีก 70% ถูกโยนให้เอกชนรายใหญ่ผลิต สูญเสียอธิปไตยทางพลังงานไปให้ทุนผูกขาด พันตำรวจเอกทวีชี้ว่าประเทศไทยมีทรัพยากรพลังงานดีๆ ราคาถูกเพียบ แต่ถูกจำกัดไม่ให้ผลิตเต็มที่ เช่น ลิกไนต์แม่เมาะของ กฟผ. ที่เป็นเชื้อเพลิงไทยแท้ 100% ต้นทุนแค่ 1.20-1.23 บาท/หน่วย ไม่ต้องพึ่งนำเข้า ไม่กลัวน้ำมันแพงหรือสงคราม

หรือพลังน้ำของ กฟผ. ที่กระจายทั่วประเทศ ผลิตไฟฟ้าโดยไม่ต้องซื้อเชื้อเพลิง ค่าใช้จ่ายแค่ 1.06-1.37 บาท/หน่วย โรงงานเสร็จแล้ว ตัดค่าเสื่อมหมด แต่กลับต้องซื้อไฟจากเอกชนแพงๆ 3.15-3.53 บาท/หน่วย แถมยังจ่าย “ค่าความพร้อมจ่าย” ให้เอกชนแม้โรงไฟฟ้าไม่ผลิตจริงๆ นี่คือกำไรเกินเหตุที่ดูดเงินจากกระเป๋าประชาชน!

ทรัพยากรพลังงานราคาถูกที่ถูกลืม

  • ลิกไนต์แม่เมาะ: เชื้อเพลิงไทยแท้ ต้นทุนต่ำสุด 1.20 บาท/หน่วย
  • พลังน้ำ: ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีค่าน้ำมัน ค่าแค่ 1 บาทต้นๆ

ถ้าใช้ของดีพวกนี้ให้เต็มที่ ค่าไฟจะถูกลงเยอะเลยครับ

8 มาตรการลดค่าไฟจาก กมธ.พลังงาน

พันตำรวจเอกทวีอ้างรายงาน กมธ.พลังงาน สภาฯ เมื่อ 7 มี.ค. 2568 ที่เสนอ 8 มาตรการ ลดค่าไฟได้อีก 0.8588 บาท/หน่วย ถ้าทำจริง!

  • 1. ยกเว้น VAT ค่าไฟครัวเรือน ลดภาระทันที
  • 2. หยุด Adder และ FiT ให้เอกชนที่คุ้มทุนแล้ว
  • 3. เอารายได้ค่าภาคหลวง ลดต้นทุนเชื้อเพลิงประชาชน
  • 4. อปท. และกรมทางหลวง จ่ายค่าไฟเอง ไม่ผลักให้ประชาชน
  • 5. ลดเงินนำส่งรัฐจาก กฟ. เหลือ 20% เอามาลดค่าไฟ
  • 6. ทบทวนสัญญา LNG เพิ่ม Long-Term Contract 85%
  • 7. ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล กฟ. เหลือ 20%
  • 8. ตั้งคลัง LNG ปลอดอากร ลดต้นทุนก๊าซ

หยุดสัมปทานเสือนอนกิน ทำยังไง?

เพื่อค่าไฟ 2.50-3 บาท/หน่วย พันตำรวจเอกทวีเสนอชัดๆ

  • 1. สัญญา PPA เอกชนหมด ไม่ต่อ ดึงรัฐบริหารเอง
  • 2. คืน กฟผ. ผลิต 51% ตามกฎหมาย มุ่งบริการสาธารณะ
  • 3. เร่งผลิตจากลิกไนต์-พลังน้ำราคาถูก เป็นฐานค่าไฟ

สุดท้าย พันตำรวจเอกทวีย้ำว่ารัฐบาลต้องยึดประโยชน์ประชาชน รัฐธรรมนูญต้องปฏิบัติ ค่าไฟถูกทำได้จริง พลังงานคือสิทธิพื้นฐาน ไม่ใช่ของนายทุน ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนช่วยกันเรียกร้อง เราจะเห็นค่าไฟถูกลงแน่นอน คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะครับ เพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง!

ที่มา – “ทวี” เรียกร้องหยุดสัมปทานเสือนอนกิน หวังได้เห็นค่าไฟต่ำกว่าหน่วยละ 3 บาท

วันฮารีรายอ ชาวนราธิวาสให้กำลังใจ สส.กมลศักดิ์

ในช่วงเทศกาลวันฮารีรายอที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและการรวมตัวของครอบครัว ชาวบ้านในจังหวัดนราธิวาสได้แสดงพลังแห่งความสามัคคีอย่างน่าประทับใจ โดยเดินทางไปให้กำลังใจนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ถึงบ้านพักหลังจากทราบข่าวเหตุการณ์ลอบยิงที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน

วันฮารีรายอ ชาวนราธิวาสให้กำลังใจ สส.กมลศักดิ์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันอีฎิ้ลฟิตริ หรือวันฮารีรายอ วันสำคัญที่สุดของชาวไทยมุสลิมที่ฉลองการสิ้นสุดเดือนรอมฎอน หลังจากอดศีลอดอาหารมา 30 วันเต็ม ชาวบ้านนราธิวาสจำนวนมากต่างหลั่งไหลมาที่บ้านพักของ ส.ส.กมลศักดิ์ ในพื้นที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เพื่ออวยพรให้ครอบครัวมีความสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเต็มเปี่ยมด้วยเมตตา

ก่อนหน้านี้ เมื่อกลางดึกของวันที่ 20 มีนาคม 2569 ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มตามประกบยิงรถยนต์ของ ส.ส.กมลศักดิ์ ที่บริเวณถนนหน้าบ้านพัก ทำให้รถยนต์เสียหาย นายอุชลัมห์ โกะเลาะ ซึ่งเป็นพลขับ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตามรักษาความปลอดภัย ได้รับบาดเจ็บสาหัส โชคดีที่ ส.ส.กมลศักดิ์ และครอบครัวปลอดภัย

ที่บ้านพัก ส.ส.กมลศักดิ์ นางนิยดา ลีวาเมาะ มารดา และน.ส.ต่วนยามีล๊ะ สบูโด ภรรยา ได้คอยต้อนรับชาวบ้านทุกคนอย่างอบอุ่น พวกเขาพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยชาวบ้านต่างแนะนำให้ระมัดระวังตัวมากขึ้น และอธิษฐานให้แคล้วคลาดจากอันตราย เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแสดงถึงความรักและความเคารพที่ชาวนราธิวาสมีต่อตัวแทนของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงจิตสำนึกแห่งชุมชนที่เข้มแข็งในยามวิกฤต

วันฮารีรายอ ชาวนราธิวาสให้กำลังใจ สส.กมลศักดิ์: ความหมายลึกซึ้ง

วันฮารีรายอไม่ใช่แค่งานเลี้ยงหรือการรวมญาติ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการให้อภัย ความเมตตา และการเริ่มต้นใหม่ ชาวนราธิวาสเลือกใช้โอกาสนี้ในการรวมพลังให้กำลังใจ ส.ส.กมลศักดิ์ ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ทำงานเพื่อสันติภาพและการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ พรรคประชาชาติที่ ส.ส.กมลศักดิ์สังกัด ก็เป็นพรรคที่มุ่งเน้นสิทธิประโยชน์ของชาวมุสลิมไทย ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างมาก

ด้านความคืบหน้าของคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงยังไม่สรุปสาเหตุแน่ชัด โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ 3 ด้านหลัก

  • ปมทางการเมือง: อาจเกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางการเมืองในพื้นที่敏感
  • ปมความมั่นคง: สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้ยังคงตึงเครียด แม้จะมีความก้าวหน้าในการเจรจาสันติภาพ
  • ปมความขัดแย้งส่วนตัว: อาจมาจากศัตรูส่วนตัวที่ไม่พอใจผลงาน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบปลอกกระสุนจำนวน 31 ปลอก ซึ่งยิงจากปืนเอ็ม 16 อย่างน้อย 2 กระบอก เจ้าหน้าที่ประเมินว่าคนร้ายไม่ได้ตั้งใจเอาชีวิต เพราะไม่ได้ยิงซ้ำที่ตัวผู้โดยสาร หรือหยุดรถเพื่อยิงให้แน่ใจ แต่เป็นการยิงข่มขู่เพื่อสร้างความหวาดกลัว นอกจากนี้ รถกระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุและหลบหนี ติดป้ายทะเบียนปลอม และมีการไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ แล้ว

เหตุการณ์วันฮารีรายอ ชาวนราธิวาสให้กำลังใจ สส.กมลศักดิ์ นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของสังคมท้องถิ่นที่ไม่ยอมให้ความรุนแรงมาทำลายความสามัคคี แม้ในพื้นที่ที่มีความท้าทายด้านความมั่นคง แต่ประชาชนยังคงยึดมั่นในหลักศาสนาและความเป็นพี่น้อง การให้กำลังใจครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเสริมกำลังใจให้ ส.ส.กมลศักดิ์เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณบวกต่อกระบวนการสันติภาพในภาคใต้

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการตอบโต้ความรุนแรงด้วยความรักและ unity ชาวนราธิวาสได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาจะไม่ยอมให้ความกลัวครอบงำ หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการข่าวสารด้านการเมืองและสันติภาพชายแดนใต้ สมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราได้เลยวันนี้ เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – วันฮารีรายอ ชาวนราธิวาสให้กำลังใจ “สส.กมลศักดิ์” ถึงบ้าน อวยพรแคล้วคลาด

นายกฯลั่นลอบยิงกมลศักดิ์ ส.ส.ฯเป็นเรื่องการเมือง

นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมือง เหตุการณ์ลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ สร้างความฮือฮาในวงการเมืองไทย โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวมุ่งหวังเอาชีวิตและเชื่อมโยงกับเรื่องการเมืองอย่างชัดเจน ทำให้ทุกฝ่ายจับตามองสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมือง

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 20 มี.ค. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่า การทำร้ายร่างกายที่มุ่งหวังเอาชีวิต ส.ส. ถือเป็นเรื่องการเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย การกระทำนี้ถือเป็นเรื่องอุกอาจมาก โชคดีที่ผู้บาดเจ็บรอดชีวิตมาได้ แต่ก็สร้างความเสียหายและความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่

นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมือง: รายละเอียดคำให้สัมภาษณ์

นายอนุทิน เน้นย้ำว่า ตนได้สอบถามความสถานการณ์จากนายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา และเลขาธิการพรรคประชาชาติแล้ว โดยได้รับแจ้งว่านายกมลศักดิ์ปลอดภัย แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นใกล้บ้านพักในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของเขา นายกฯ ย้ำชัดเจนว่าจะเร่งรัดเจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

  • มุ่งหวังเอาชีวิต: นายกฯ เชื่อว่าคนร้ายตั้งใจสังหาร ส.ส.กมลศักดิ์อย่างแท้จริง
  • ถือเป็นเรื่องการเมือง: การโจมตี ส.ส. ถือเป็นการแทรกแซงทางการเมืองโดยตรง
  • เร่งดำเนินคดี: สั่งการเจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวผู้ต้องหา
  • สอบถามพรรคประชาชาติ: ติดต่อนายซูการ์โน ยืนยัน ส.ส.ปลอดภัย
  • ไม่ทราบรายละเอียดท้องถิ่น: นายกฯ ระบุยังไม่ทราบเจาะจงว่าเป็นการเมืองท้องถิ่นหรือไม่

บริบทเหตุการณ์ลอบยิงในพื้นที่ชายแดนใต้

จังหวัดนราธิวาสเป็นหนึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังคงมีปัญหาความไม่สงบมาอย่างยาวนาน พรรคประชาชาติซึ่งมี ส.ส.ส่วนใหญ่จากพื้นที่นี้ เป็นพรรคที่เน้นนโยบายแก้ปัญหาเฉพาะท้องถิ่น โดยเฉพาะประเด็นมุสลิมและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับรัฐ เหตุการณ์ลอบยิงครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่นายกมลศักดิ์กำลังเดินทางกลับบ้านพักใกล้จุดเกิดเหตุ ทำให้เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นหรืออุดมการณ์ที่รุนแรง แม้ตำรวจจะยังไม่สรุปสาเหตุ แต่หลายฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่นักการเมืองในพื้นที่ต้องเผชิญ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์รุนแรงในภาคใต้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิด ลอบยิง หรือข่มขู่บุคคลสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การเมืองไทยโดยรวม รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับ ส.ส. และนักการเมืองในพื้นที่เสี่ยงให้มากยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ ติดตั้งกล้องวงจรปิด และประสานงานระหว่างหน่วยงานความมั่นคง

ผลกระทบและมาตรการที่ควรดำเนินการ

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความสะเทือนใจให้ครอบครัวผู้บาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง โดยเฉพาะในสภาที่พรรคเล็กอย่างประชาชาติมีบทบาทสำคัญในการโหวตประเด็นสำคัญ รัฐบาลควรออกมาตรการเร่งด่วน เช่น

  • จัดตั้งหน่วยงานพิเศษสืบสวนคดีนักการเมืองถูกลอบโจมตี
  • เพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคงใน 3 จังหวัดใต้
  • ส่งเสริมการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่น
  • ปกป้องสิทธิ ส.ส.ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังควรมีการประชุมหารือระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อหาทางออกระยะยาวในการดับไฟใต้ให้สงบสุขอย่างยั่งยืน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมืองนี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเมืองไทยยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง โดยเฉพาะในพื้นที่ขัดแย้ง รัฐบาลต้องแสดงความเด็ดขาดในการปกป้องประชาธิปไตยและชีวิตนักการเมืองทุกคน คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – นายกรัฐมนตรี ลั่นลอบยิง กมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ มุ่งหวังเอาชีวิต ถือเป็นเรื่องการเมือง

“ทวี” บินด่วน ให้กำลังใจ “กมลศักดิ์” เชื่อทำเป็นขบวนการวางแผนอย่างดี

เหตุการณ์สะเทือนขวัญในจังหวัดนราธิวาสยังคงเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่ “ทวี” บินด่วน ให้กำลังใจ “กมลศักดิ์” เชื่อทำเป็นขบวนการวางแผนอย่างดี ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้รีบเดินทางลงพื้นที่ทันทีเพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์อุกฉกรรจ์นี้

“ทวี” บินด่วน ให้กำลังใจ “กมลศักดิ์” เชื่อทำเป็นขบวนการวางแผนอย่างดี

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 20 มี.ค. 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้เดินทางด่วนจากกรุงเทพฯ ลงสู่จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 สังกัดพรรคประชาชาติ ที่บ้านพักในพื้นที่อำเภอบาเจาะ โดยการเยี่ยมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การให้กำลังใจส่วนตัว แต่ยังรวมถึงการประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี

ในการประชุม พ.ต.อ.ทวี ได้ร่วมรับฟังรายงานจาก พล.ต.ท.กฤษฎา แก้วจันดี ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พร้อมทีมงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแกะรอยกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุยิงถล่ม สส.กมลศักดิ์ ซึ่งเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทยอย่างมาก

การวางแผนอย่างรัดกุมของคนร้าย

หลังการประชุม พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ โดยเฉพาะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งที่ สส.กมลศักดิ์ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในจังหวัดนราธิวาส เขาได้ฝากกำชับเจ้าหน้าที่ให้ใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการสืบสวน ไม่ใช่แค่ความรู้สึก เพราะจากประสบการณ์ การที่คนร้ายก่อเหตุช่วงดึกและรู้ความเคลื่อนไหวของ สส.ได้ แสดงถึงการวางแผนมาอย่างดีเยี่ยม

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังตั้งข้อสังเกตถึงเส้นทางหลบหนีและการลำเลียงอาวุธสงครามของคนร้าย โดยชี้ว่าการขนอาวุธผ่านด่านตรวจที่หนาแน่นในพื้นที่ชายแดนใต้ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ต้องมี "ขบวนการ" หรือผู้รู้เห็นเป็นใจช่วยเหลืออย่างแน่นอน เขาจึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดการสืบสวนเพื่อหาความจริงให้ปรากฏ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

มูลเหตุจูงใจและสถานการณ์การเมืองในนราธิวาส

เมื่อถูกถามถึงมูลเหตุที่อาจมาจากความขัดแย้งทางการเมือง พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่าช่วงหาเสียง 1 เดือนที่ผ่านมา พรรคประชาชาติลงพื้นที่พบปะชาวบ้านทุกวันจนดึก โดยไม่มีรถนำขบวนและไม่เคยมีปัญหากับชาวบ้าน หากจุดหมายและเส้นทางชัดเจนแต่ไม่เกิดเหตุ ครั้งนี้ที่เกิดขึ้นหลังเลือกตั้งจึงอาจมีสาเหตุอื่นผสมโรง ต้องให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ

  • การเยี่ยมให้กำลังใจ สส.กมลศักดิ์ ที่บ้านพักอ.บาเจาะ
  • ประชุมกับ ผู้บังคับบัญชาตำรวจระดับสูง
  • กำชับใช้หลักวิทยาศาสตร์สืบสวน
  • ตั้งข้อสังเกต "ขบวนการ" ช่วยเหลือคนร้าย
  • ประเมินมูลเหตุนอกเหนือจากความขัดแย้งการเมือง

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสะท้อนปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานความมั่นคงต้องเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปราบปรามอาชญากรรมที่ซับซ้อน พ.ต.อ.ทวี ยังได้ติดตามการเยียวยาผู้บาดเจ็บและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้นำพรรคการเมืองที่ลงพื้นที่จริง

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ "ทวี” บินด่วน ให้กำลังใจ “กมลศักดิ์” เชื่อทำเป็นขบวนการวางแผนอย่างดี" นี้ชี้ให้เห็นว่าความปลอดภัยของนักการเมืองในพื้นที่เสี่ยงยังคงเป็นประเด็นเร่งด่วน ประชาชนควรติดตามความคืบหน้าคดีนี้อย่างใกล้ชิด และสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ทำงานโปร่งใส หากคุณมีข้อมูลหรือความเห็นเพิ่มเติม สามารถแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – “ทวี” บินด่วน ให้กำลังใจ “กมลศักดิ์” เชื่อทำเป็นขบวนการวางแผนอย่างดี

พรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจในวงการการเมืองไทย เมื่อพรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์อย่างหนัก หลังเกิดการโจมตีด้วยอาวุธปืนสงครามในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พรรคได้เชิญชวนสมาชิกและประชาชนร่วมกันดุอาอ์อ้อนวอนให้ ส.ส.และคณะปลอดภัยทุกคน เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีและความห่วงใยอย่างยิ่ง

พรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์

วันที่ 20 มีนาคม 2569 เกิดเหตุร้ายอุกอาจขึ้นในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อคนร้ายไม่ทราบฝ่ายใช้อาวุธปืนสงครามประกบยิงรถของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 สังกัดพรรคประชาชาติ ช่วงเวลา 01.09 น. หลังจากที่ ส.ส.คนดังกล่าวเดินทางกลับจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

รถของ ส.ส.กมลศักดิ์ ถูกยิงถล่มอย่างเมามัน กระสุนฝ่าฟันรถหลายนัด ทำให้ผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ที่ติดตามได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดย ส.ส.กมลศักดิ์ซึ่งนั่งด้านหลัง สามารถนอนหมอบลงกับเบาะได้ทัน รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียง

รายละเอียดผู้บาดเจ็บจากเหตุยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์

  • นายอุชลัมห์ โกะเลาะ อายุ 55 ปี ผู้ขับรถ ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนหลายนัด สภาพสาหัส
  • ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตาม ส.ส. ถูกกระสุนเจาะร่างกายหลายจุด อาการหนักเช่นกัน

ทั้งสองรายกำลังรับการรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยแพทย์ระบุว่าต้องผ่าตัดด่วนเพื่อเอาดอกกระสุนออก ขณะที่ตำรวจและชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มที่มีความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้

การตอบสนองทันทีของพรรคประชาชาติ

หลังทราบเหตุร้าย พรรคประชาชาติได้โพสต์ข้อความลงเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ โดยพรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์อย่างถึงที่สุด ระบุว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ กระทบต่อความสงบสุขของสังคม และเชิญชวนทุกคนร่วมดุอาอ์ให้ ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และคณะทุกคนปลอดภัย พรรคยังเรียกร้องให้หน่วยงานความมั่นคงเร่งสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

พรรคประชาชาติซึ่งเป็นพรรคที่เน้นการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้และสิทธิของชาวมุสลิมไทย ได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการปกป้องสมาชิก โดยหัวหน้าพรรคและ ส.ส.ท่านอื่นๆ ได้ติดต่อประสานงานช่วยเหลือครอบครัวผู้บาดเจ็บทันที เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นการโจมตีบุคคล แต่ยังเป็นการท้าทายประชาธิปไตยและความปลอดภัยของผู้แทนราษฎร

บริบทความไม่สงบในนราธิวาส

จังหวัดนราธิวาสเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งมานานกว่า 20 ปี จากปัญหาความไม่ไว้วางใจระหว่างชาวมุสลิมปัตตานีกับรัฐไทย แม้จะมีการเจรจาสันติภาพ แต่เหตุการณ์ยิงและวางระเบิดยังเกิดขึ้นเป็นระยะ ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ทำงานเพื่อชาวบ้านในเขต 5 มาอย่างยาวนาน การถูกลอบยิงครั้งนี้อาจเชื่อมโยงกับการเมืองท้องถิ่นหรือประเด็นอื่นๆ ที่ยังไม่ชัดเจน

ในช่วงที่ผ่านมา พรรคประชาชาติมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายเพื่อพื้นที่ชายแดนใต้ เช่น การศึกษา การค้า และความยุติธรรมทางศาสนา เหตุการณ์นี้จึงยิ่งเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ ส.ส. ในพื้นที่เสี่ยง

นอกจากนี้ ชาวเน็ตและนักการเมืองจากพรรคอื่นๆ ก็แสดงความเห็นอกเห็นใจจำนวนมาก โดยบางคนเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิเศษเพื่อหาความจริง ขณะที่ประชาชนในนราธิวาสต่างรวมพลังดุอาอ์ตามที่พรรคเชิญชวน

เหตุการณ์พรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความรุนแรงยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ขัดแย้ง เราต้องร่วมมือกันหยุดยั้งและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

ในฐานะนักข่าวและนักวิเคราะห์ การเมืองชายแดนใต้ต้องได้รับการแก้ไขจากรากเหง้า ไม่ใช่แค่ปราบปราม แต่ต้องฟังเสียงชาวบ้านและสร้างโอกาสเท่าเทียม หากปล่อยไว้ ความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยจะยิ่งสั่นคลอน

เรียกร้องให้คุณ: ช่วยแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลและสร้างกระแสเรียกร้องความยุติธรรม ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากเรา และแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้

ที่มา – พรรคประชาชาติ ประณามคนร้ายยิงถล่มรถ “สส.กมลศักดิ์” ร่วมกันดุอาอ์ให้ทุกคนปลอดภัย

เปิดพฤติการณ์คนร้าย ลอบยิงรถ “สส.กมลศักดิ์” ใช้กระบะดักซุ่ม ก่อเหตุกลางดึก

เหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ยังคงเป็นที่กังวลของประชาชน โดยล่าสุดเกิดกรณี เปิดพฤติการณ์คนร้าย ลอบยิงรถ “สส.กมลศักดิ์” ใช้กระบะดักซุ่ม ก่อเหตุกลางดึก ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทยทั้งประเทศ กรณีนี้เกิดขึ้นกับนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่ถูกลอบโจมตีขณะเดินทางกลับบ้านพัก

เปิดพฤติการณ์คนร้าย ลอบยิงรถ “สส.กมลศักดิ์” ใช้กระบะดักซุ่ม ก่อเหตุกลางดึก

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569 คนร้ายไม่ทราบกลุ่มใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ลอบยิงรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำของ สส.กมลศักดิ์ บริเวณหน้าบ้านพัก ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ส่งผลให้ผู้ติดตามและคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือ นายอุชลัมห์ โกะเลาะ อายุ 55 ปี (คนขับ) และ ดาบตำรวจหริรักษ์ หีมมิหนะ อายุ 43 ปี (ผู้ติดตาม) โชคดีที่ สส.กมลศักดิ์ ปลอดภัยดี

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) พบว่าคนร้ายใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู สีขาว ดักซุ่มรอ ก่อนลงมือยิงถล่มใส่รถเป้าหมายที่กำลังกลับจากปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่ชัดเจนในการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบและหวังทำลายชีวิต โดยไม่สนใจผลกระทบต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่

รายละเอียดพฤติการณ์คนร้ายและการตอบสนองของเจ้าหน้าที่

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดในพื้นที่รีบเข้าระงับสถานการณ์ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที พร้อมปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบพยานหลักฐาน เช่น ปลอกกระสุนและร่องรอยยานพาหนะของคนร้าย หน่วยความมั่นคงได้เพิ่มกำลังพลดูแลความปลอดภัยรอบพื้นที่อย่างเข้มงวด รวมถึงมาตรการพิเศษสำหรับ สส.กมลศักดิ์ และบุคคลสำคัญอื่นๆ ในจังหวัดนราธิวาส

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความพยายามสร้างความหวาดกลัวในชุมชน ซึ่งสะท้อนปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ที่ยังคงต้องแก้ไขอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ โดยใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลข่าวกรองเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้เร็วที่สุด

สถานการณ์ความมั่นคงในภาคใต้และบทเรียนจากเหตุการณ์

เหตุการณ์ลอบยิงรถ สส.กมลศักดิ์ นี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่บุคคลสำคัญในพื้นที่ถูกโจมตี ในอดีตเคยมีกรณีคล้ายกันหลายครั้ง ซึ่งมักเกิดกลางดึกเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ ปัจจุบัน จ.นราธิวาส และพื้นที่ใกล้เคียงยังคงมีความเสี่ยงสูงจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ทำให้หน่วยงานรัฐต้องเสริมมาตรการ เช่น การลาดตระเวน 24 ชั่วโมง และระบบแจ้งเตือนประชาชน

  • คนร้ายใช้รถกระบะสีขาวดักซุ่ม – เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบทะเบียนและเจ้าของรถ
  • อาวุธปืนที่ใช้ยิง – คาดเป็นปืนขนาดใหญ่ สร้างบาดแผลสาหัส
  • ผู้บาดเจ็บ 2 ราย – ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน สภาพดีขึ้น
  • มาตรการป้องกัน – เพิ่มจุดตรวจและเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย

ประชาชนในพื้นที่ควรตื่นตัว สังเกตพฤติกรรมน่าสงสัย และหลีกเลี่ยงการเดินทางคนเดียวในช่วงดึก เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุรุนแรงแบบนี้

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ เปิดพฤติการณ์คนร้าย ลอบยิงรถ “สส.กมลศักดิ์” ใช้กระบะดักซุ่ม ก่อเหตุกลางดึก แสดงให้เห็นว่าความรุนแรงยังคงเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี การร่วมมือกันระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่คือกุญแจสำคัญในการสร้างสันติภาพยั่งยืน หากคุณมีเบาะแสเกี่ยวกับคนร้าย โปรดแจ้งสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 ทันที เพื่อช่วยปกป้องชุมชนและหยุดยั้งความรุนแรง

ที่มา – เปิดพฤติการณ์คนร้าย ลอบยิงรถ “สส.กมลศักดิ์” ใช้กระบะดักซุ่ม ก่อเหตุกลางดึก

ด่วน! คนร้ายยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ”

ด่วน! เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 20 มีนาคม 2569 ด่วน คนร้ายยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” ผู้ติดตาม-คนขับ เจ็บสาหัส กลางดึกหน้าบ้านพักใน อ.บาเจาะ ผู้บาดเจ็บทั้งสองรายสาหัสแต่ปลอดภัยแล้ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวบ้านและชี้ให้เห็นปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ที่ยังไม่สิ้นสุด

ด่วน คนร้ายยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” ผู้ติดตาม-คนขับ เจ็บสาหัส

รายละเอียดเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลา 01.09 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถกระบะสีขาว 4 ประตู ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ประกบยิงรถของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อายุ 59 ปี ส.ส.พรรคประชาชาติ เขต 5 นราธิวาส ขณะนั่งรถโตโยต้า อัลฟาร์ด สีดำ เดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่หลังประชุมสภา

สถานที่เกิดเหตุด่วน คนร้ายยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส

จุดเกิดเหตุอยู่หน้าบ้านพัก ถ.เพชรเกษม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ชาวบ้านใกล้เคียงรีบช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ นำส่ง รพ.บาเจาะ ก่อนย้ายไป รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ อาการดีขึ้นแล้ว

ผู้บาดเจ็บคือ นายอุชลัมห์ โกะเลาะ อายุ 55 ปี ชาว ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ คนขับรถ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ อายุ 43 ปี ชาว ต.บาเจาะ เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ติดตาม ถูกยิงหลายนัดตามร่างกาย

ส่วน ส.ส.กมลศักดิ์ ที่นั่งด้านหลัง ได้ยินเสียงปืนแล้วนอนหมอบ รอดชีวิตหวุดหวิด โชคดีที่รถมีโครงสร้างแข็งแรง

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยพฤติกรรมคนร้าย

กล้องวงจรปิดหน้าบ้านบันทึกชัดเจน เวลา 01.09 น. รถกระบะสีขาวแซงรถ ส.ส. แล้วถอยหลัง ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มกว่า 10 นัด ก่อนหลบหนีมุ่งหน้าเข้าอ.บาเจาะ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเพื่อติดตามตัวคนร้าย

  • รถคนร้าย: กระบะสีขาว 4 ประตู ไม่ทราบทะเบียน
  • อาวุธ: ปืนสงคราม
  • จำนวนนัด: มากกว่า 10 นัด
  • ทิศทางหลบหนี: เข้าอ.บาเจาะ

เหตุการณ์ ด่วน คนร้ายยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” ผู้ติดตาม-คนขับ เจ็บสาหัส นี้ไม่ใช่ครั้งแรกในพื้นที่ชายแดนใต้ นายกมลศักดิ์เป็น ส.ส.ที่ทำงานเพื่อชาวมุสลิมในเขต 5 มีบทบาทสำคัญในการผลักดันสันติภาพและพัฒนาพื้นที่

บริบทความรุนแรงใน จ.นราธิวาส

จังหวัดนราธิวาสยังคงเผชิญเหตุรุนแรงจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดน เหตุยิง ส.ส.ครั้งนี้สร้างความกังวลให้ประชาชนและนักการเมือง ตำรวจชุดสืบสวน เร่งคลี่คลายคดี ตรวจสอบภาพกล้องทุกจุดและเบาะแสจากชาวบ้าน

จากสถิติปีที่ผ่านมา พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้มีเหตุการณ์ยิงและระเบิดบ่อยครั้ง รัฐบาลต้องเร่งมาตรการรักษาความปลอดภัย ส.ส.และเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะในยามดึก

  • เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจ
  • ใช้เทคโนโลยีกล้อง CCTV ทั่วพื้นที่
  • ประสานชุมชนช่วยแจ้งเบาะแส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านใน ต.บาเจาะ รู้สึกหวาดกลัวแต่ให้กำลังใจ ส.ส.กมลศักดิ์ ให้สู้ต่อไปในการพัฒนาเขตเลือกตั้ง

อัปเดตอาการผู้บาดเจ็บล่าสุด

ทั้งนายอุชลัมห์และ ด.ต.หริรักษ์ อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แพทย์แจ้งว่าสามารถฟื้นตัวได้ดี ขอบคุณการช่วยเหลือทันท่วงทีจากชาวบ้าน

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาความมั่นคงที่ยังค้างคาในภาคใต้ แม้จะมีกระบวนการสันติภาพ แต่ความรุนแรงยังเกิดขึ้น รัฐต้องเร่งแก้ไข根本เพื่อความสงบสุขถาวร

ติดตามข่าวสารและอัปเดตคดีล่าสุดจากเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ สนับสนุนการต่อสู้เพื่อสันติภาพในชายแดนใต้

ที่มา – ด่วน คนร้ายยิงถล่มรถ สส.นราธิวาส “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” ผู้ติดตาม-คนขับ เจ็บสาหัส

“อนุทิน” ขอบคุณ 16 พรรคโหวตหนุนนั่งนายกฯ

“อนุทิน” ขอบคุณ 16 พรรคโหวตหนุนนั่งนายกฯ-เพื่อไทย ยกมือให้เต็ม 100 เป็นเหตุการณ์สำคัญที่สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองไทย เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา พรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค นำโดยพรรคภูมิใจไทย ได้ประชุมกันอย่างคึกคัก เพื่อเตรียมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้นำทีมแถลงข่าว ขอบคุณทุกพรรคที่ให้การสนับสนุนเต็มที่ โดยย้ำว่าไม่มีพรรคใหญ่พรรคเล็ก มีแต่พรรคร่วมกันเพื่อชาติและประชาชน

บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความสามัคคี ส.ส. จากทุกพรรคเข้าร่วมครบถ้วน โดยเฉพาะส.ส.พรรคภูมิใจไทยที่แต่งชุดผ้าไทยสีน้ำเงินประจำพรรคอย่างพร้อมเพรียง พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 16 พรรค ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจ พรรคเพื่อชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคโอกาสใหม่ ทุกพรรคพร้อมใจกันหนุนนายอนุทินนั่งเก้าอี้นายกฯ

“อนุทิน” ขอบคุณ 16 พรรคโหวตหนุนนั่งนายกฯ

นายอนุทิน กล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แสดงความยินดีกับส.ส.ทุกคนที่ได้รับเลือกจากประชาชน และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความร่วมมือจาก 16 พรรคในการจัดตั้งรัฐบาล เขาให้คำมั่นว่าจะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ด้วยพลัง ประสบการณ์ และความตั้งใจของทุกคน ขอบคุณหัวหน้าพรรค สมาชิก และผู้ประสานงานที่ทำให้ทุกอย่างราบรื่น ยืนยันว่าจะสนับสนุนทุกพรรคทั้งในสภาและพื้นที่ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

อนุทิน ยังเน้นย้ำว่า “วันนี้ไม่มีพรรคใหญ่หรือพรรคเล็ก มีแต่พรรคร่วมรัฐบาล” ทุกเสียงมีค่าเท่ากัน พร้อมรับฟังทุกความเห็นเพื่อชาติ หลังเลือกนายกฯเสร็จ จะเร่งตั้งคณะรัฐมนตรี แถลงนโยบาย โดยรับฟังข้อเสนอจากทุกพรรค เพื่อเดินหน้ารัฐบาลใหม่ให้เร็วที่สุด แก้ปัญหาเร่งด่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เพื่อไทย ยกมือสนับสนุน “อนุทิน” ขอบคุณ 16 พรรคโหวตหนุนนั่งนายกฯ เต็ม 100

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าพรรคมีมติเอกฉันท์โหวตให้อนุทิน โดยไม่มีแรงกดดัน สนับสนุนเต็ม 100% เพราะเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้เข้มแข็งพอแก้ปัญหาไทยได้ โดยเฉพาะปัญหาชายแดนใต้และสถานการณ์โลกอย่างตะวันออกกลาง พรรคเพื่อไทยขอบคุณอนุทินที่ให้เกียรติเชิญร่วม และพร้อมส่งนโยบายมาผสมผสานเพื่อขับเคลื่อนประเทศ

พลังประชารัฐ-ประชาชาติ ยืนยันหนุนเต็มสูบ

นางสาวตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่ามีมติเอกฉันท์สนับสนุนอนุทิน เพื่อแก้ปัญหาท้าทายต่างๆ ร่วมกัน ขณะที่นายซูการ์โน มะทา เลขาฯพรรคประชาชาติ ขอบคุณโอกาสที่ให้พรรคเล็กจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ พรรคมีมติหนุนเต็มที่ พร้อมทำงานแก้ปัญหาพื้นที่

โดยรวม พรรคร่วมมีเสียงสนับสนุน 293 เสียง แต่เหลือ 292 เสียงชั่วคราวเพราะสุพรรณบุรี เขต 2 ยังไม่รับรอง รัฐบาลชุดนี้คาดว่าจะเข้มแข็ง เดินหน้าทำงานทันที

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับประเทศไทยในปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายมากมาย คุณคิดว่ารัฐบาลอนุทินจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจและชายแดนได้สำเร็จหรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว!

ที่มา – “อนุทิน” ขอบคุณ 16 พรรคโหวตหนุนนั่งนายกฯ-เพื่อไทย ยกมือให้เต็ม 100

Scroll to top