พรรคประชาธิปัตย์

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนกวาดกรุงเทพ 33 เขต

วันนี้เรามีข่าวร้อนมาอัปเดตกันกับ ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน ที่สร้างความฮือฮาทั่วประเทศ! พรรคสีส้มสุดแกร่งนี้นำคะแนนแบบถล่มทลายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ครองแชมป์ทุกเขตเลือกตั้งครบทั้ง 33 เขตเลยทีเดียว ไม่ว่าจะนับคะแนนไปถึงไหน พรรคประชาชนก็ยังคงนำเป็นอันดับหนึ่งแบบไม่มีใครสู้ได้

การเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ปิดหีบลงเวลา 17.00 น. และเริ่มทยอยนับคะแนนทันที ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเริ่มเผยแพร่ตั้งแต่ช่วงค่ำ ทำให้ประชาชนหลายคนตื่นเต้นรอติดตาม โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่เป็นสมรภูมิสำคัญของการเมืองไทย

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนกวาดกรุงเทพ 33 เขต

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน นำเดี่ยวครบ 33 เขตกรุงเทพ

อัปเดต ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน ล่าสุด ณ เวลา 22.57 น. กกต. นับคะแนนแล้ว 53% ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่าพรรคประชาชนปักธงสีส้มยึดพื้นที่ได้ทั้งหมด! ต่อมา เวลา 23.04 น. คะแนนยังคงนิ่ง พรรคนี้ยังนำอันดับหนึ่งในทุกเขต ไม่ว่าจะเป็นเขตใจกลางเมืองอย่างเขตพระนคร สาทร หรือชานเมืองอย่างลาดกระบัง บางขุนเทียน พรรคประชาชนกวาดเรียบ

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการทำงานหนักของทีมงานและนโยบายที่โดนใจชาวกรุง นโยบายแก้ปัญหาจราจร น้ำท่วม และค่าครองชีพที่พุ่งสูง ทำให้ได้คะแนนถล่มทลาย สีส้มของพรรคกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในคืนนี้

รายละเอียดคะแนนและเขตเลือกตั้งที่พรรคประชาชนชนะ

  • เขต 1 พระนคร: นำด้วยคะแนนกว่า 60%
  • เขต 10 สาทร: ครองคะแนนนำขาดลอย
  • เขต 33 ลาดกระบัง: กวาดคะแนนจากฐานเสียงชานเมือง
  • และทุกเขตอื่นๆ รวม 33 เขตทั้งหมด

ข้อมูลนี้มาจากระบบของกกต. ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ ชาวเน็ตต่างแชร์ภาพธงสีส้มโบกสะบัดตามโซเชียลมีเดีย ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุ

ขั้นตอนหลังผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน

หลังจากนี้ กกต. จะตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนอีกครั้ง โดยคาดว่าจะประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการภายใน 60 วัน ระหว่างนี้ ผู้สมัครและพรรคการเมืองสามารถยื่นอุทธรณ์ได้หากเห็นว่ามีปัญหา สำหรับประชาชน สามารถติดตามผลคะแนนแบบละเอียดได้ที่เว็บไซต์กกต. หรือเพจข่าวชั้นนำ

นอกจากกรุงเทพฯ แล้ว ผลเลือกตั้งในต่างจังหวัดก็กำลังนับคะแนนเข้มข้นเช่นกัน แต่ที่กรุงเทพฯ พรรคประชาชนชัดเจนที่สุด การครองทุกเขตแสดงให้เห็นถึงฐานเสียงที่เหนียวแน่นในเมืองหลวง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดนักการเมืองรุ่นใหม่

ทำไมพรรคประชาชนถึงประสบความสำเร็จ? นอกจากนโยบายประชานิยมแล้ว ยังมีผู้นำรุ่นใหม่ที่สื่อสารเก่ง ใช้โซเชียลมีเดียเข้าถึงวัยรุ่นและคนทำงานได้ดีเยี่ยม การหาเสียงแบบออนไลน์และออฟไลน์ผสมผสาน ทำให้ทะลุทะลวงกำแพงเขตเลือกตั้งเก่าๆ ได้

หากมองย้อนอดีต การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งก่อนๆ ชาวกรุงมักกระจายคะแนนให้หลายพรรค แต่ครั้งนี้ ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน เปลี่ยนเกมทั้งหมด สีส้มกลายเป็นสีแห่งอนาคตการเมืองกทม.

สำหรับแฟนข่าวการเมือง อย่าพลาดติดตามอัปเดตเพิ่มเติม เพราะผลนี้อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า ชาวกรุงเทพฯ ได้แสดงจุดยืนชัดเจนแล้ว ว่าต้องการการเปลี่ยนแปลงจริงๆ

สรุปแล้ว ชัยชนะของพรรคประชาชนในกรุงเทพฯ เป็นสัญญาณบวกต่อการเมืองไทยที่ต้องการความสดใหม่และตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น ติดตามข่าวสารล่าสุดและวิเคราะห์เพิ่มเติมกับเราได้เลย!

ที่มา – ผลเลือกตั้ง 2569 “พรรคประชาชน” ปักธงสีส้ม กวาดพื้นที่กรุงเทพฯ ครบทั้ง 33 เขต

“ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้

สวัสดีครับชาวเน็ตสายการเมืองทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวร้อนมาอัพเดทกันกับ “ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่กำลังมาแรงในแวดวงการเมืองไทยหลังวันเลือกตั้งใหญ่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัครนายกฯ พรรคกล้าธรรม ออกมาโวสุดมั่นใจว่าผลคะแนนเป็นไปตามที่คาดไว้ แถมยังได้เก้าอี้ ส.ส. เขตเกือบ 60 เขตแล้วด้วยนะ สุดยอดไปเลย!

“ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือ 2569 ตามข่าวต้นทาง แต่เชื่อว่าเป็น 2567 นะครับ) เวลา 21.10 น. ร.อ.ธรรมนัส ร่วมกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ แถลงข่าวสุดคึกคัก บอกว่าตอนนี้ไม่รวมปาร์ตี้ลิสต์แล้ว ได้เขตเกือบ 60 เขต ภาคเหนือเหลือแค่แพร่กับลำพูนที่ยังไม่เคลียร์คะแนน มีดราม่าด้วยนะ กปน.พะเยาแอบเอาใบเลือกตั้ง 14 ใบไปลงเอง 7 ใบให้พรรคประชาชน กับไทยทรัพย์ทวี เรื่องแบบนี้ต้องจับตาดีๆ

ผลเลือกตั้งพรรคกล้าธรรมเป็นยังไงบ้าง?

ร.อ.ธรรมนัส ยิ้มแก้มปริ บอกว่าเป็นไปตามคาด มั่นใจเกิน 50 เขตเพราะทีมงานอยู่กับพื้นมาตลอด ส.ส.เก่าส่วนใหญ่ชนะเกือบ 100% การดูแลพื้นที่สำคัญมากๆ เลยครับ ที่เซอร์ไพรส์สุดคือสกลนคร เขต 1 ที่คาดไม่ถึงว่าจะได้ แผนที่เลือกตั้งน่าจะเขียวไปทั่ว (เขียวหมายถึงพรรคกล้าธรรมใช่มั้ยนะ) บางเขตไม่ได้ส่งผู้สมัครเลยก็ยังไม่คาดหวัง

  • ภาคเหนือ: ได้เกือบหมด เหลือ 2 จังหวัด
  • กรุงเทพฯ: สู้กันดุเดือด 1 ค่าย vs 4-5 ค่าย เจ๊งทั้งเพ
  • ภาคตะวันออก: สู้เฉพาะบางจังหวัด
  • สกลนคร เขต 1: คาดไม่ถึง แต่ได้!
ธรรมนัส แถลงข่าว

เย้ยพรรคสีฟ้ากับกระแสใต้ยังไง?

พอถามถึงพรรคสีฟ้า (เดาๆ ว่าน่าจะประชาธิปัตย์) ที่มีคนต่อสายมาร่วมรบ. หรือยัง ร.อ.ธรรมนัส บอกยังไม่มี รอพรรคสีฟ้าต่อสายก่อน เดี๋ยวดูสรุปตัวเลขก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไรมาก รอ 80% ก่อน ไม่งั้นเสียเปรียบ ส่วนกระแสใต้ที่บอกว่าปชป.มาแรง แค่ 1-2 เดือนพิสูจน์อะไรไม่ได้หรอก ต้องอยู่ในพื้นที่จริงๆ ถึงรู้ ถูกต้องเลยครับ การเมืองต้อง proof ด้วยผลงาน

ทางการเมืองตอนนี้ทุกพรรคคาดว่ารัฐบาลจะเป็นของใคร จำนวน ส.ส. รัฐบาลสำคัญสุด ร.อ.ธรรมนัส ยังล้อๆ ว่าตอนเช้ากา 42 จังหวัดเป็นกล้าธรรม พูดเล่นๆ แต่ฟังดูมั่นใจนะ เมื่อเช้านี้ทีมเช็กแต่ละจังหวัดอยู่เลย

ภาพแถลงข่าว
ธรรมนัส พรรคกล้าธรรม

วิเคราะห์กันหน่อยนะครับ พรรคกล้าธรรมดูจะมาแรงในภาคเหนือและอีสาน การที่ธรรมนัสเคยเป็นรัฐมนตรีเกษตรช่วยได้เยอะ ผู้สมัครเก่าส่วนใหญ่รอดสบาย ตรงข้ามกับกรุงเทพที่แย่งกันดุเดือด ส่วนใต้ที่ปชป.หวัง ธรรมนัสก็ไม่กลัว บอกกระแสชั่วคราวไม่น่าเชื่อถือ ต้องรอผลจริงๆ การเมืองไทยยุคนี้เปลี่ยนไวมาก ใครได้เก้าอี้เยอะใครกำหนดเกม

ส่วนตัวผมคิดว่า “ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้ แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์พื้นฐานที่แข็งแกร่ง ถ้าพรรคกล้าธรรมได้ตามนี้ จริงๆ รัฐบาลหน้าเปลี่ยนโฉมได้เลย คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย! ติดตามข่าวการเมืองอัพเดท SEO ใหม่ๆ ได้ที่บล็อกนี้เลยครับ อย่าลืมแชร์ถ้าชอบนะ

ที่มา – “ธรรมนัส” โวตามคาดได้มากกว่า 50 เก้าอี้ เย้ยฟ้า กระแสใต้ 1-2 เดือนมันพิสูจน์ไม่ได้

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 พรรคทางเลือกใหม่ได้ 1 ที่นั่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาอัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 กันแบบเรียลไทม์เลยนะครับ โดยเฉพาะ อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง ที่หลายคนกำลังรอคอย หลังจากปิดหีบโหวตเมื่อช่วงบ่ายแก่ๆ ไปแล้ว กกต. ก็เริ่มนับและเผยผลไม่เป็นทางการทันที

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

ณ เวลา 19.56 น. ผลนับคะแนนไปได้ 3% แล้ว พบว่า “พรรคทางเลือกใหม่” ซึ่งมี “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” หรือที่รู้จักในชื่อ เต้ พระราม 7 เป็นแคนดิเดตนายกฯ อันดับ 3 นั้น ได้รับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง และยังไม่มี ส.ส. เขตเลยครับ แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าจับตามองมาก!

ส่วนอันดับต้นๆ ของพรรคใหญ่ๆ นั้น พรรคภูมิใจไทยนำโด่งด้วย 192 ที่นั่ง ตามด้วยพรรคเพื่อไทย 84 ที่นั่ง และพรรคประชาชน 75 ที่นั่ง กกต. คาดว่าผลเกิน 90% จะออกมาในช่วง 21.00-23.00 น. ค่ำนี้เอง ใครที่กำลังลุ้นผลเลือกตั้ง 2569 อย่าพลาดนะครับ

สรุปผลคะแนนพรรคหลักๆ ล่าสุด

  • พรรคภูมิใจไทย: 192 ที่นั่ง (อันดับ 1)
  • พรรคเพื่อไทย: 84 ที่นั่ง (อันดับ 2)
  • พรรคประชาชน: 75 ที่นั่ง (อันดับ 3)
  • พรรคทางเลือกใหม่: ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง, ส.ส.เขต 0 ที่นั่ง

นี่เป็นผลไม่เป็นทางการนะครับ กกต. จะตรวจสอบอีกครั้งและประกาศรับรองภายใน 60 วัน ใครที่อยากรู้เพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ เลย

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าน่าตื่นเต้นมาก เพราะมีพรรคใหม่ๆ เข้ามาแข่งขันหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคทางเลือกใหม่ที่เน้นนโยบายทางเลือกใหม่ๆ ให้ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมืองแบบโปร่งใส เต้ มงคลกิตติ์ ก็เป็นตัวพิมพ์ใหญ่อยู่แล้ว จากประสบการณ์ในวงการ 1 ที่นั่งนี้แม้จะน้อย แต่ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรใหญ่โตได้ในอนาคต

สำหรับเพื่อนๆ ที่ตามผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 แบบอัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง ผมคิดว่ามันแสดงให้เห็นถึงกระแสของพรรคเล็กที่กำลังมาแรง แม้จะนับแค่ 3% แต่คะแนนอาจพุ่งขึ้นได้อีกเยอะ ลองคิดดูสิครับ ถ้าพรรคนี้ได้ที่นั่งเพิ่ม จะนำเสนอนโยบายอะไรบ้าง? เช่น การปฏิรูประบบการเมือง หรือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นให้ถกเถียงเยอะ เช่น การนับคะแนนในเขตต่างๆ ที่อาจมีดราม่า หรือการรวมพรรคหลังเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าคืนนี้หลายคนคงนั่งเฝ้าหน้าจอแน่ๆ มาลุ้นกันต่อว่าพรรคไหนจะได้โควต้านายกฯ ไป

สุดท้ายนี้ อยากชวนทุกคนติดตามผลแบบเรียลไทม์ไปด้วยกัน และอย่าลืมแสดงความเห็นในคอมเมนต์นะครับ คุณคิดว่าพรรคทางเลือกใหม่จะได้ที่นั่งเพิ่มไหม? หรือพรรคใหญ่จะครองหมด? แชร์ประสบการณ์การโหวตของคุณมาเลย!

ที่มา – อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

“ภูมิใจไทย” คะแนนเลือกตั้งทิ้งห่าง “เพื่อไทย” “ประชาชน” ร่วงอันดับ 3

ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง 2569 กำลังเป็นที่จับตามองของทุกคน ล่าสุด “ภูมิใจไทย” คะแนนเลือกตั้งทิ้งห่าง “เพื่อไทย” ส่วน “ประชาชน” ร่วงอยู่อันดับ 3 เรียกได้ว่าน่าตกใจไม่น้อยสำหรับแฟนการเมืองไทย เมื่อพรรคภูมิใจไทยทะยานขึ้นนำแบบห่างๆ ด้วยคะแนนเฉียด 200 ที่นั่งสส. ขณะที่พรรคเพื่อไทยตามมาเป็นอันดับ 2 และพรรคประชาชนที่เคยมาแรงต้องร่วงลงมาอยู่อันดับ 3

“ภูมิใจไทย” คะแนนเลือกตั้งทิ้งห่าง “เพื่อไทย” ส่วน “ประชาชน” ร่วงอยู่อันดับ 3

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากปิดหีบเลือกตั้งเวลา 17.00 น. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เริ่มทยอยเผยผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการทันที โดยคาดว่าจะได้ผลเกิน 90% ภายใน 21.00-23.00 น. ล่าสุด ณ เวลา 20.00 น. ที่นับได้ 3% แล้ว พบว่าพรรคภูมิใจไทยนำโด่งด้วย 192 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย 84 ที่นั่ง พรรคประชาชน 75 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรม 69 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปัตย์ 19 ที่นั่ง

ผลนี้สะท้อนถึงกระแสการเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับความนิยมจากนโยบายที่ชัดเจน เช่น การผลักดันกัญชาเสรีและการพัฒนาชนบท ทำให้ได้คะแนนถล่มทลาย โดยเฉพาะในเขตภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง ขณะที่พรรคเพื่อไทยซึ่งเคยเป็นตัวเต็ง ต้องเจอแรงกดดันจากคดีความและการปรับโครงสร้างพรรค ส่งผลให้คะแนนลดฮวบลง

วิเคราะห์ “ภูมิใจไทย” คะแนนเลือกตั้งทิ้งห่าง “เพื่อไทย”

สำหรับพรรคประชาชนที่ร่วงมาอันดับ 3 นั้น เกิดจากปัญหาภายในพรรคและการแข่งขันที่ดุเดือดจากพรรคใหม่ๆ อย่างพรรคกล้าธรรมที่มาแรงด้วยนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน พรรคนี้กวาดที่นั่งได้ถึง 69 ที่นั่ง แสดงให้เห็นว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ยังคงฐานเสียงเดิมแต่ไม่สามารถขยายได้มากนัก

  • พรรคภูมิใจไทย: 192 ที่นั่ง – ฐานเสียงแข็งแกร่งจากนโยบายสุขภาพและเศรษฐกิจท้องถิ่น
  • พรรคเพื่อไทย: 84 ที่นั่ง – ยังคงแรงในกรุงเทพฯ แต่เสียในต่างจังหวัด
  • พรรคประชาชน: 75 ที่นั่ง – ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่เพื่อกลับมา
  • พรรคกล้าธรรม: 69 ที่นั่ง – ดาวรุ่งพรรคใหม่
  • พรรคประชาธิปัตย์: 19 ที่นั่ง – รักษาฐานเก่าได้

กกต. จะตรวจสอบผลอีกครั้งก่อนรับรองภายใน 60 วัน ประชาชนสามารถติดตามผลแบบเรียลไทม์ได้ที่เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/election69

สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงการเมืองไทยที่หลากหลายมากขึ้น พรรคเล็กพรรคใหญ่ต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ประชาชนในยุคใหม่ หากพรรคภูมิใจไทยรวมพรรคได้สำเร็จ อาจนำไปสู่รัฐบาลผสมที่น่าสนใจ

คุณคิดอย่างไรกับผลเลือกตั้งครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตล่าสุดเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ!

ที่มา – “ภูมิใจไทย” คะแนนเลือกตั้งทิ้งห่าง “เพื่อไทย” ส่วน “ประชาชน” ร่วงอยู่อันดับ 3

“กรณ์-การดี” ใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 เข้าปชป.

วันนี้ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันสำคัญของประชาธิปไตยไทย เมื่อเกิดการเลือกตั้ง ส.ส. และประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นทั่วประเทศ บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้า ประชาชนออกมาใช้สิทธิกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหล่านักการเมืองชื่อดังจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นตัวเต็งในการชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ล่าสุด “กรณ์-การดี” ใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 แล้ว เข้าพรรคประชาธิปัตย์เย็นนี้หลังปิดหีบ นายกรณ์ จาติกวณิช และนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายก รัฐมนตรี ได้ไปใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว และเตรียมรวมตัวลุ้นผลที่ทำการพรรคหลังปิดหีบเวลา 17.00 น.

“กรณ์-การดี” ใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 แล้ว เข้าพรรคประชาธิปัตย์เย็นนี้หลังปิดหีบ

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย โดยพรรคประชาธิปัตย์ส่งนายกรณ์ จาติกวณิช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อและนักการเงินชื่อดัง พร้อมนางการดี เลียวไพโรจน์ ดร.สาวสวยผู้เชี่ยวชาญด้านบริหาร เป็นแคนดิเดตนายกฯ สองคนหลัก สร้างความสนใจให้ประชาชนจำนวนมาก วันนี้ทั้งคู่แสดงแบบอย่างประชาธิปไตยด้วยการออกมาใช้สิทธิทันทีที่หีบเปิด

กรณ์ จาติกวณิช ใช้สิทธิเลือกตั้ง

นายกรณ์ จาติกวณิช ใช้สิทธิที่ศูนย์เย็นอากาศ สาทร

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางพร้อมภริยา นางวรกร จาติกวณิช และครอบครัว ไปใช้สิทธิที่ศูนย์ดูแลเด็กเล็กน้อดดี้เพลย์กรุ๊ป บาย อลิซาเบธ ย่านเย็นอากาศ เขตสาทร กทม. ตั้งแต่เช้าก่อน 08.00 น. บรรยากาศอบอุ่น ประชาชนทยอยมาใช้สิทธิไม่ขาดสาย ขั้นตอนเรียบร้อย เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกดีเยี่ยม หลังใช้สิทธิ นายกรณ์ยืนยันว่าจะไปที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ทันทีหลังปิดหีบ เพื่อติดตามผลคะแนนร่วมกับกรรมการบริหารพรรค

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ตื่นเต้น ชวนใช้สิทธิเต็มที่

ส่วนนางการดี หรือ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค เดินทางไปใช้สิทธิที่โรงเรียนดลวิทยา ซอยศูนย์วิจัย เขตบางกะปิ กทม. ตั้งแต่เช้าเช่นกัน หลังลงคะแนน เธอเผยกับสื่อว่าตื่นเต้นมาก บรรยากาศคึกคัก เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือดี ขั้นตอนไม่สับสน พร้อมชวนประชาชนทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกผู้แทนที่ใช่ เพื่อพัฒนาประเทศต่อไป ดร.การดีวางแผนกินข้าวเที่ยงกับครอบครัวก่อน แล้วจะไปสมทบที่พรรคประชาธิปัตย์เย็นนี้

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ใช้สิทธิเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ยังมีนักการเมืองรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่จากพรรคประชาธิปัตย์ใช้สิทธิแล้ว เช่น

  • นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลกรุงเทพฯ ไปใช้สิทธิที่ที่ทำการเดิมการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ปากซอยพหลโยธิน 42 เขตจตุจักร พร้อมมารดา นางศศิณี ภัททิยกุล และจะไปลุ้นผลที่พรรคเช่นกัน
  • นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ใช้สิทธิเมื่อ 11.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้งวัดควนวิเศษ ถนนวิเศษกุล ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง แสดงแบบอย่างพลเมืองดี
สกลธี ภัททิยกุล ใช้สิทธิเลือกตั้ง
ชวน หลีกภัย ใช้สิทธิเลือกตั้ง

กรณ์-การดี ใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 แล้ว เข้าพรรคประชาธิปัตย์เย็นนี้หลังปิดหีบ ถือเป็นสัญญาณบวกของพรรคเก่าแก่ที่พร้อมกลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง ด้วยนโยบายเศรษฐกิจเข้มแข็ง การศึกษา และสาธารณสุขที่ชัดเจน การเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งนี้ควบคู่ประชามติรธน.ใหม่ จะกำหนดทิศทางไทยในอีก 4 ปีข้างหน้า ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ โดยคาดว่ามีผู้มาใช้สิทธิสูง

ความเห็นส่วนตัว การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น เหลือบดูกรณ์และการดีที่แสดงความรับผิดชอบ จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ ลุ้นผลคะแนนคืนนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะได้ที่นั่งเท่าไร ชวน-สกลธีจะช่วยพาเขย่ากรุงเทพฯ ได้หรือไม่

คุณใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 แล้วหรือยัง? มาแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตผลคะแนนแบบเรียลไทม์กับเรา!

ที่มา – “กรณ์-การดี” ใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 แล้ว เข้าพรรคประชาธิปัตย์เย็นนี้หลังปิดหีบ

ประชาธิปัตย์ ปล่อยขบวนรถแห่ทั่วกทม. ชู ทางรอดที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

ในวันสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้จัดกิจกรรมใหญ่ ประชาธิปัตย์ ปล่อยขบวนรถแห่ทั่วกทม. ชู ทางรอดที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทัพคณะผู้บริหาร แกนนำ และสมาชิกพรรค กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรคเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนปล่อยขบวนรถแห่ผู้สมัคร ส.ส. แยก 3 เส้นทางครอบคลุมกรุงเทพมหานคร

ประชาธิปัตย์ ปล่อยขบวนรถแห่ทั่วกทม. ชู ทางรอดที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

กิจกรรมนี้เกิดขึ้นเวลา 08.00 น. ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ บรรยากาศคึกคักเต็มเปี่ยมด้วยพลัง นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ย้ำจุดยืนของพรรคที่ชัดเจน ว่าเป้าหมายคือขอโอกาสจากประชาชนเพื่อเข้าไปคุมเกมในรัฐบาลใหม่ ให้โปร่งใส ปราศจากทุจริต “ประชาธิปัตย์ไม่ไปไหน กลับมาแล้ว และอยู่ต่อเพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติ” เขากล่าว พร้อมชูสโลแกน ทางรอดที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ซึ่งหมายถึงความปลอดภัยจากโกง จากความจน เหลื่อมล้ำ ขัดแย้ง และปัญหาภายนอก

ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ไม่ว่ารัฐบาลหรือฝ่ายค้าน พรรคจะทำหน้าที่เต็มที่ โดยเฉพาะการตรวจสอบการทุจริต นี่คือคำมั่นสัญญาที่ทำให้ประชาชนมั่นใจในพรรคประชาธิปัตย์

เส้นทางขบวนรถแห่ 3 สายหลักทั่วกรุงเทพฯ

ขบวนรถแห่แบ่งเป็น 3 สาย เพื่อเข้าถึงทุกพื้นที่ในกทม. โดยจะรวมตัวกันที่เมกา บางนา เวลา 12.00 น. ก่อนปิดหาเสียงเย็นวันนั้น

  • สายที่ 1: กทม. ชั้นใน นำโดย “มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ “จั้ม” สกลธี ภัททิยกุล เริ่มจากสำนักงานพรรค – แยกประดิพัทธ์ – พหลโยธิน – สายไหม – สุขาภิบาล 5 – วัชรพล – รามอินทรา – นวมินทร์ – รามคำแหง – คลองตัน – สุขุมวิท – True Digital Park แล้วไปเมกา บางนา
  • สายที่ 2: กทม. ชั้นนอก นำโดย “กรณ์” จาติกวณิช เริ่มจากสำนักงานพรรค – ซอยอารีย์ – ชัยสมรภูมิ – พญาไท – พระราม 4 – เยาวราช – เสาชิงช้า – บำรุงเมือง – กรุงเกษม – พระราม 4 – สีลม – เจริญกรุง – จันทน์ – นราธิวาส – พระราม 3 – ศูนย์สิริกิติ์ – สุขุมวิท – True Digital Park
  • สายที่ 3: ฝั่งธนบุรี นำโดย “การดี” เลียวไพโรจน์ เริ่มจากสำนักงานพรรค – พระราม 6 – สวนจตุจักร – สะพานประชานุกูล – จรัญสนิทวงศ์ – เพชรเกษม – บางแค – เทอดไท – วงเวียนใหญ่ – ลาดหญ้า – Icon Siam

ขบวนทั้งหมดเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 อย่างคึกคัก พร้อมเพลงและป้ายสโลแกนโดดเด่น

อภิสิทธิ์ นำขบวนรถแห่ประชาธิปัตย์ทั่วกทม.

นายอภิสิทธิ์ฝากข้อความถึงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ว่าให้ตัดสินใจบนพื้นฐานความถูกต้อง ยึด “การเมืองสุจริต” ไม่เห็นแก่สินจ้าง เพราะนี่คือรากฐานเศรษฐกิจและสังคมที่ดีในอนาคต พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเป็นทางรอดที่ปลอดภัยให้ทุกคน ไม่ว่าจะสถานการณ์ใด

ขบวนรถแห่สาย 1 กทม. ชั้นใน
กรณ์ นำขบวนสาย 2
การดี นำขบวนฝั่งธน

กิจกรรมนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ในการรณรงค์อย่างเข้มข้น สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในกทม. ว่าพรรคคือทางเลือกที่มั่นคง ในยุคที่การเมืองไทยต้องการความโปร่งใสและสุจริตมากที่สุด

สุดท้ายนี้ เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากคุณกำลังมองหาทางรอดที่ปลอดภัย ลองพิจารณาพรรคประชาธิปัตย์ดูครับ การเมืองสุจริตคือกุญแจสู่อนาคตที่ยั่งยืน ออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะๆ นะ!

ที่มา – ประชาธิปัตย์ ปล่อยขบวนรถแห่ทั่วกทม. ชู ทางรอดที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“กรณ์” ชูธงปราบคอร์รัปชัน ปชป. ดัน “อภิสิทธิ์” นายกฯ

“กรณ์” ชูธงปราบคอร์รัปชัน ปชป. ดัน “อภิสิทธิ์” เป็นนายกฯ เป็นหัวข้อที่กำลังร้อนแรงในวงการการเมืองไทย โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดปราศรัยใหญ่ที่ One Bangkok Forum เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ได้กล่าวถึงปัญหาการเมืองที่เต็มไปด้วยทุนเทาและคอร์รัปชัน ซึ่งกำลังฉุดรั้งอนาคตของชาติ

“กรณ์” ชูธงปราบคอร์รัปชัน ปชป. ดัน “อภิสิทธิ์” เป็นนายกฯ

นายกรณ์ เปิดเผยถึงสาเหตุที่ตัดสินใจกลับสู่วงการการเมืองอีกครั้ง หลังจากรู้สึกอึดอัดกับปัญหาการเมืองไทยมานาน โดยเฉพาะคลิปวิดีโอที่สะท้อนความไม่เหมาะสมของผู้นำประเทศ ทำให้เขาต้องโทรหาผู้ใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบ แต่สุดท้ายก็ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินอดีตนายกฯ ผิดวินัยร้ายแรงเท่านั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลง นี่คือตัวอย่างของการเมืองที่เต็มไปด้วยดีลลับ เงื่อนไข และผลประโยชน์ทับซ้อน

จากข้อมูลการสืบสวนหลายคดี โดยเฉพาะเส้นทางการเงินและเครือข่ายฟอกเงิน พบความเชื่อมโยงระหว่างทุนสีเทากับผู้มีอำนาจ นายกรณ์ เตือนว่าหากปล่อยไว้ต่อไปอีก 3-4 ปี ความเชื่อมั่นทางการเงินของไทยจะพังทลาย สถาบันการเงินต่างชาติอาจปฏิเสธทำธุรกรรมกับเรา “นี่คือเหตุผลที่ผมต้องกลับมา” นายกรณ์ กล่าว โดยยอมรับว่านี่เป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 6 และท้าทายที่สุด พรรคมีเวลาเตรียมตัวแค่ 3 เดือน แต่ปชป. ไม่มีอะไรจะเสีย และจะยึดมั่นในอุดมการณ์ความถูกต้อง

ปชป. พร้อมเปลี่ยนเกมการเมืองไทย

นายกรณ์ เล่าถึงเวทีดีเบตครั้งแรกที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปักธงชัดว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคที่ขาดความสุจริต ทำให้ทุกคนในพรรคฮึกเหิม ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคลุกขึ้นปรบมือสนับสนุนทันที โดยไม่ต้องลงมติ นี่กลายเป็นจุดยืนถาวรของปชป. ที่จะชนกับทุนเทาและคอร์รัปชันเต็มที่

การเลือกตั้งครั้งนี้ โจทย์ใหญ่คือการต่อสู้กับการเมืองทุจริต หากไม่แก้ปัญหาความสุจริต นโยบายดีแค่ไหนก็ไร้ผล ปชป. จะกำหนดเกมการเมืองเอง ไม่ยอมเดินตามสูตรเก่า เพียงประกาศจุดยืนไม่ถึง 24 ชม. ก็เห็นพรรคอื่นๆ ตามออกมาแสดงท่าทีโปร่งใสแล้ว สะท้อนว่าการเมืองไทยเปลี่ยนได้ ถ้ามีความกล้า

ภาพรวมประเทศไทยในสายตาต่างชาติยังน่าอยู่ แต่คนไทยกลับเจอปัญหาปากท้อง ความเหลื่อมล้ำ และคอร์รัปชัน ปชป. เชื่อว่าถ้าการเมืองสุจริตและมีผู้นำเก่ง ไทยจะก้าวหน้าได้ไกล ใน 3 เดือนที่ผ่านมา พรรคได้ระดมสมองจากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และคนรุ่นใหม่ สร้างนโยบายกว่า 200 ข้อ ครอบคลุมเศรษฐกิจและโครงสร้างประเทศ

  • ปฏิรูประบบราชการและกฎหมายล้าสมัย: ลดขั้นตอนอุปสรรค ใช้ดิจิทัลทำให้รัฐโปร่งใส เร็ว และตรวจสอบได้
  • สร้างเศรษฐกิจแข่งขันเป็นธรรม: ลดผูกขาด ลดคอร์รัปชัน ดึงดูดนักลงทุน สร้างความเชื่อมั่น
  • ปรับโครงสร้างพลังงานและอุตสาหกรรมใหม่: ส่งเสริมพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์รูฟท็อป ลดต้นทุนค่าไฟ ผลักดันอุตสาหกรรมอนาคต

“เป้าหมายคือเงินในกระเป๋าประชาชนมากขึ้น คนรุ่นใหม่มีงานดี รัฐมีรายได้จากเศรษฐกิจเติบโต เพื่อดูแลผู้เปราะบาง” นายกรณ์ กล่าว

ก่อนเลือกตั้งนี้ ประชาชนต้องถามตัวเองว่าไว้ใจใครบริหารประเทศ การเลือกไม่ใช่แค่นโยบาย แต่เลือกคนสุจริต ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจผันผวนและภูมิรัฐศาสตร์ซับซ้อน ไทยต้องการผู้นำที่น่าเชื่อถือในเวทีโลก นายกรณ์ ย้ำว่าอภิสิทธิ์ คือคนที่พิสูจน์ความซื่อสัตย์มาแล้ว

การปราศรัยครั้งนี้จุดประกายความหวังให้คนไทยที่เบื่อการเมืองเก่า คุณพร้อมสนับสนุนปชป. เพื่อเปลี่ยนเกมการเมืองไทย สร้างอนาคตที่โปร่งใสและมั่งคั่งหรือยัง? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการเมืองเพิ่มเติม!

ที่มา – “กรณ์” ชูธงปราบคอร์รัปชัน ปชป. พร้อมเปลี่ยนเกมการเมืองไทย ดัน “อภิสิทธิ์” เป็นนายกฯ

“ฟลุ๊ค พีรวุฒิ” ปลุกใจคนกรุง ย้ำประชาธิปัตย์จริงใจ

“ฟลุ๊ค พีรวุฒิ” ปลุกใจคนกรุง ย้ำ “ประชาธิปัตย์” คือทางเลือกที่จริงใจของประชาชน ในเวทีปราศรัยสุดคึกคักเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 1 หมายเลข 9 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขึ้นเวทีเพื่อพบปะประชาชนและประกาศจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน โดยเน้นย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์คือทางเลือกที่ซื่อสัตย์และมุ่งมั่นเพื่อประชาชนทุกคน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสในสังคม

“ฟลุ๊ค พีรวุฒิ” ปลุกใจคนกรุง ย้ำ “ประชาธิปัตย์” คือทางเลือกที่จริงใจของประชาชน

ฟลุ๊ค พีรวุฒิ หรือนายพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้มาร่วมงานจำนวนมาก ด้วยการเปรียบพรรคประชาธิปัตย์เป็น "บ้านสีฟ้าหลังเล็ก" ที่อบอุ่นและเต็มเปี่ยมด้วยความตั้งใจ แม้จะไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ แต่เป็นบ้านที่จริงใจที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน การกลับมาของพรรคในครั้งนี้มาจากหัวใจของคนหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทนายความ คนทำงานทั่วไป หรือคนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในประเทศ

ฟลุ๊ค ยังได้กล่าวถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมที่ไม่อาจทนทานได้อีกต่อไป เช่น แรงงานหาเช้ากินค่ำ ผู้พิการ และผู้ติดเตียงที่ยังขาดโอกาสและสวัสดิการที่เหมาะสม เขาสัญญาว่าจะเป็นตัวแทนของคนตัวเล็กตัวน้อยเหล่านี้ โดยยึดหลักการเมืองที่ซื่อสัตย์สุจริตเท่านั้น นอกจากนี้ ยังชื่นชมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ในฐานะแรงบันดาลใจที่มุ่งมั่นเพื่อประเทศไทยที่ดีขึ้น แววตาที่เต็มเปี่ยมด้วยความซื่อสัตย์ของหัวหน้าคือพลังขับเคลื่อนให้ทีมงานสู้เต็มที่

“ฟลุ๊ค พีรวุฒิ” ปลุกใจคนกรุง เน้นนโยบายช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส

การปราศรัยของฟลุ๊คไม่ได้หยุดอยู่แค่คำพูด แต่มาพร้อมวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชน ในยุคที่การเมืองเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน พรรคประชาธิปัตย์ยืนหยัดด้วยหลักการสุภาพบุรุษ แข่งขันด้วยนโยบาย ไม่ใช่การโจมตีกันเอง ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ประชาชนมั่นใจ

ต่อมา วีร์ ศรีวราธนบูลย์ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 23 (พระโขนง-บางนา) พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขึ้นเวทีในบรรยากาศเป็นกันเอง ขอบคุณประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจ และชูนโยบายสำคัญ 6 ด้านที่จะผลักดันอย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่

  • ด้านที่ 1: สังคมผู้สูงอายุ – เตรียมรับมือสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตดีจนวันสุดท้าย ด้วยสวัสดิการที่ครบครันและเข้าถึงง่าย
  • ด้านที่ 2: การศึกษา – ยกระดับทักษะภาษาอังกฤษให้เด็กไทยสื่อสารได้คล่องแคล่วเมื่อจบ ม.6 เพิ่มโอกาสแข่งขันในเวทีโลก
  • ด้านที่ 3: การพัฒนาเมือง – ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว น่าลงทุน แก้รถติด สร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิต
  • ด้านที่ 4: ศิลปะและวัฒนธรรม – ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับโลก สร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศ โดยเข้าใจความต้องการของศิลปินอย่างแท้จริง
  • ด้านที่ 5: การสื่อสารสาธารณะ – ลดความขัดแย้งด้วยการสื่อสารที่ชัดเจน เข้าใจกัน เพื่อสร้างโอกาสให้สังคม
  • ด้านที่ 6: การเมืองสุจริต – ต้านทุจริตคอร์รัปชัน ยืนหยัดการเมืองโปร่งใส แข่งขันด้วยนโยบาย ไม่ใช่ศัตรูทางการเมือง แต่ศัตรูคือคนโกง

นโยบายเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำสัญญา แต่เป็นแผนงานที่เป็นรูปธรรม สะท้อนถึงความจริงใจของพรรคประชาธิปัตย์ในการทำงานเพื่อประชาชน ในขณะที่ปัญหาสังคมไทยกำลังรุนแรงขึ้น เช่น ความเหลื่อมล้ำ สังคมสูงวัย การศึกษาไม่ทันโลก และการทุจริต การมีตัวแทนอย่างฟลุ๊คและวีร์ที่เข้าใจปัญหาจริง จะช่วยนำพาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

การปราศรัยครั้งนี้ยังเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ปลอดภัยและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สิ่งสำคัญคือการเลือกทางเลือกที่จริงใจอย่างพรรคประชาธิปัตย์

คุณคิดอย่างไรกับการปราศรัยของ “ฟลุ๊ค พีรวุฒิ” ปลุกใจคนกรุง ย้ำ “ประชาธิปัตย์” คือทางเลือกที่จริงใจของประชาชน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ได้รับรู้ข้อมูลดีๆ กันมากขึ้น ออกมาโหวตเพื่ออนาคตที่สดใสของประเทศไทย!

ที่มา – “ฟลุ๊ค พีรวุฒิ” ปลุกใจคนกรุง ย้ำ “ประชาธิปัตย์” คือทางเลือกที่จริงใจของประชาชน

“ดร.การดี” นำเกม พงศ์พล หาเสียงสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เขต 7

“ดร.การดี” นำ “เกม พงศ์พล” ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เขต 7 กทม. เป็นกิจกรรมที่สร้างสีสันและได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตลาดศรีย่าน ซึ่งเป็นหัวใจของชุมชนดุสิต-บางซื่อ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับนายพงศ์พล เตมีย์ หรือ “เกม” ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 7 หมายเลข 1 ของพรรคเดียวกัน

“ดร.การดี” นำ “เกม พงศ์พล” ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เขต 7 กทม.

กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ โดยทั้งสองได้ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าตามนโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ที่มุ่งแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากต้นทาง ด้วยการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังของคนกรุงเทพฯ การขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าลงพื้นที่ไม่เพียงแต่เป็นการหาเสียงแบบสร้างสรรค์ แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างแท้จริง

นโยบายแก้ PM 2.5 ด้วยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

ฝุ่น PM 2.5 เป็นภัยร้ายที่คุกคามสุขภาพคนไทยมานาน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่รถยนต์และมอเตอร์ไซค์จำนวนมากปล่อยควันดำ การใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจึงเป็นทางออกที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอไว้ชัดเจน ไม่ใช่แค่พูด แต่ลงมือทำจริงในกิจกรรมหาเสียง “ดร.การดี” และ “เกม พงศ์พล” ได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดศรีย่าน แจกนโยบาย และรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนให้การตอบรับดีเยี่ยม ส่งกำลังใจอย่างอบอุ่น

นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังชวนประชาชนมาร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ One Bangkok ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ซึ่งจะเป็นโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 2569 ที่จะมีการนำเสนอนโยบายเด่นๆ เพิ่มเติม

  • นโยบายสิ่งแวดล้อม: ส่งเสริมยานพาหนะไฟฟ้า ลด PM 2.5 จากต้นทาง
  • นโยบายเศรษฐกิจ: สนับสนุน SME ในตลาดชุมชนอย่างตลาดศรีย่าน
  • นโยบายสาธารณสุข: ป้องกันโรคจากมลพิษทางอากาศ
  • นโยบายคมนาคม: พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์

“ดร.การดี” นำ “เกม พงศ์พล” ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เขต 7 กทม. แบบนี้ ทำให้เห็นภาพการเมืองที่ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น ไม่ใช่แค่นั่งรถตู้หรู แต่ลงพื้นจริง ใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเหมาะกับยุคสมัยที่ทุกคนห่วงใยสุขภาพและโลกใบนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้ เขต 7 ที่ครอบคลุมดุสิตและบางซื่อ มีประเด็นสำคัญอย่างการจราจรติดขัด มลพิษ และเศรษฐกิจชุมชน พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของดร.การดี จึงเน้นนโยบายที่แก้ปัญหาได้จริง

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์มีผลงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน เช่น การผลักดันกฎหมายลดมลพิษ การสนับสนุนพลังงานทดแทน หาก “เกม พงศ์พล” ได้รับเลือกตั้ง จะสานต่อนโยบายเหล่านี้ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ประชาชนในเขต 7 สามารถคาดหวังการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนได้

ในมุมมองของผม การหาเสียงด้วยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่เพียงสร้างภาพ แต่เป็นการสื่อสารนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใครที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม การจราจร และอนาคตของกรุงเทพฯ อย่าพลาดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ One Bangkok นะครับ มาฟังนโยบายตรงๆ จากปาก “ดร.การดี” และทีม รับรองได้ไอเดียใหม่ๆ ที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นจริงๆ สนับสนุนผู้สมัครที่คิดถึงประชาชนแบบนี้กันเถอะ!

ที่มา – “ดร.การดี” นำ “เกม พงศ์พล” ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เขต 7 กทม.

Scroll to top