พรรคประชาธิปัตย์

“มาร์ค” ขอคนใต้ทวงการเมืองสุจริต ซัดรัฐล้มน้ำท่วม

ในค่ำคืนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 หน้าลานโรบินสัน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คึกคักไปด้วยพี่น้องชาวใต้กว่า 10,000 คน ที่มาร่วมฟังเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมโดย “มาร์ค” หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 1 เขากลับมาทำการเมืองอีกครั้งหลังเว้นวรรค 2 ปี เพื่อทวงคืนการเมืองสุจริตให้แผ่นดินไทย โดยเฉพาะภาคใต้ที่ผูกพันกันมานานกว่า 30 ปี

“มาร์ค” ขอคนใต้ร่วมทวงการเมืองสุจริต ซัดรัฐบาลล้มเหลวบริหารน้ำท่วม–เยียวยาล่าช้า

“มาร์ค” ขอคนใต้ร่วมทวงการเมืองสุจริต ซัดรัฐบาลล้มเหลวบริหารน้ำท่วม–เยียวยาล่าช้า อย่างชัดเจนในการปราศรัย เขาเล่าว่าตลอดชีวิตการเมืองมีพรรคเดียวคือประชาธิปัตย์ เหมือนเชียร์ทีมฟุตบอลทีมเดียว แม้มีคนทักว่า “อย่ากลับมา การเมืองไทยกลายเป็นเรื่องเงิน ทุนเทา ทุนดำ” แต่เขายืนยันว่าจะไม่ยอมให้การเมืองถูกครอบงำ ต้องกลับมาทวงคืนเพื่อประชาชนและชาติบ้านเมือง

“มาร์ค” ขอคนใต้ร่วมทวงการเมืองสุจริต จากประสบการณ์ 30 ปี

พรรคประชาธิปัตย์ยืนเคียงข้างคนใต้นาน 30 ปี ไม่เคยทิ้งกัน แม้อำนาจเงินกดดัน แต่ชาวใต้ไม่ยอม “มาร์ค” จวกบางพรรคโจมตีว่าภาคใต้มี ส.ส. ประชาธิปัตย์นานแต่ไม่พัฒนา ทั้งที่ ส.ส. ทำหน้าที่พิจารณางบและประสานงาน เช่น ผลักดันรถไฟรางคู่ตอนดูแลคมนาคม 2 ปี แต่บางพรรคคุมมานานไม่ทำ กลับขู่ “ไม่เลือกไม่มีโครงการ” ซึ่งคนใต้ไม่ยอมรับ การเมืองแบบนี้ต้องเปลี่ยน

ปัญหาการพัฒนาภาคใต้เป็นประเด็นร้อนมานาน ไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่รวมถึงการกระจายงบประมาณที่โปร่งใส พรรคประชาธิปัตย์เน้นการเมืองสุจริต เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์จริง ไม่ใช่แลกเปลี่ยนคะแนน

รัฐบาลล้มเหลวบริหารน้ำท่วมหาดใหญ่–เยียวยาล่าช้า

“มาร์ค” ลงพื้นที่หาดใหญ่ช่วงน้ำท่วมใหญ่ พบความสับสนในการบริหาร สื่อสารไม่มีเอกภาพ ติดต่อหน่วยงานไม่ได้ ช่วยเหลือล่าช้า ขาดศูนย์สั่งการเดียว ประกาศฉุกเฉินยิ่งสับสน หลังน้ำลด ภาคธุรกิจรอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ฟื้นฟู แต่ยุบสภา ทำให้งบเยียวยาติด กกต. ชาวบ้านเดือดร้อนซ้ำ นายกฯ บอกยุบสภาเพราะไม่อยากตายคาสภา แต่เคยคิดถึงคนหาดใหญ่ไหม? ถ้าขออนุมัติงบ “มาร์ค” พร้อมสนับสนุน ให้เงินถึงมือเร็ว

หากประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล จะเร่งฟื้นฟูหาดใหญ่ทั้งระบบ:

  • ฟื้นกายภาพ เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว การค้า
  • ดึงทุกกระทรวงแก้ปัญหา
  • โครงการระยะยาว: ระบายน้ำลงทะเล วางผังเมืองพื้นที่สูง
  • ยกระดับหน่วยงานภัยพิบัติ: เอกภาพ เบอร์ชัด แผนอพยพซ้อมจริง

การเมืองสุจริตคือรากฐานเศรษฐกิจดี พรรคประชาธิปัตย์ผลักดันโปร่งใส โครงการเกิดประโยชน์สูงสุด ชาวใต้พิสูจน์พลังอีกครั้งในการเลือกตั้ง

จากเหตุการณ์นี้ เห็นชัดว่าปัญหาการเมืองไทยต้องการผู้นำสุจริตอย่าง “มาร์ค” ที่กล้าพูดกล้าแก้ คุณคิดว่าคนใต้จะร่วมทวงคืนการเมืองสุจริตได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “มาร์ค” ขอคนใต้ร่วมทวงการเมืองสุจริต ซัดรัฐบาลล้มเหลวบริหารน้ำท่วม–เยียวยาล่าช้า

ปชป.มั่นใจมากเลือกตั้ง 2569 เขตพื้นที่ฝั่งธนบุรีได้ สส. 5 คนขึ้นไป

ปชป.มั่นใจมากเลือกตั้ง 2569 เขตพื้นที่ฝั่งธนบุรีได้ สส. 5 คนขึ้นไป

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แสดงความมั่นใจเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ ที่คาดว่าจะกวาดที่นั่ง ส.ส. ได้อย่างน้อย 5 คนขึ้นไป แกนนำพรรคอย่าง นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และ นายชนินทร์ รุ่งแสง ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ได้นำทีมลงพื้นที่หาเสียงอย่างคึกคัก ชูสโลแกนสุดปัง “เลือกฟ้าทะลายโจร” เพื่อเรียกเสียงสนับสนุนจากประชาชน

ปชป.มั่นใจมากเลือกตั้ง 2569 ฝั่งธนบุรีจากเสียงตอบรับถล่มทลาย

บรรยากาศการหาเสียงเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2569 ที่ซอยจรัลสนิทวงศ์ 19 ถึง 35 เขต 33 บางพลัด-บางกอกน้อย (ยกเว้นศิริราช) เต็มไปด้วยความคึกคัก นายเจตน์สฤษฏิ์ เลิศธนนสาร (โจ) ผู้สมัครหมายเลข 8 ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวบ้าน พรรคประชาธิปัตย์เคยครองพื้นที่ฝั่งธนบุรีแบบเต็มแม็กซ์ แต่ 2 สมัยที่ผ่านมาเสียโอกาสไป คราวนี้ ปชป.มั่นใจมากเลือกตั้ง 2569 เขตพื้นที่ฝั่งธนบุรีได้ สส. 5 คนขึ้นไป เพราะเสียงตอบรับดีเยี่ยม

นายชนินทร์ รุ่งแสง เปิดเผยว่า ประชาชนชื่นชอบนโยบาย “ไทยหายจนด้วยคนทำ” ที่ตอบโจทย์ทุกวัย ไม่ใช่ประชานิยม แต่ยั่งยืน ไม่เป็นภาระประเทศ นอกจากนี้ การกลับมาของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรค แม้มีเวลาแค่ 3 เดือน แต่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ทันตา โดยเฉพาะการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่ประชาชนกังวล

  • ประชาชนบอกชัด: เลือกพรรคสีฟ้าเพื่อปราบสแกมเมอร์และทุนเทา
  • สโลแกน “ฟ้าทะลายโจร” กลายเป็นที่พูดถึงทั่วพื้นที่
  • นโยบายสุจริตและพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง

ฝั่งธนบุรีมี 9 เขต ปชป. ประเมินได้เกินครึ่งแน่นอน เพราะฐานเสียงเดิมยังเหนียวแน่น บวกกับกระแสใหม่จากนโยบายที่ตรงใจ ทำให้คู่แข่งต้องเกร็ง

ทำไมปชป.ถึงมั่นใจในพื้นที่ฝั่งธนบุรีเลือกตั้ง 2569

พื้นที่ฝั่งธนบุรีเป็นเขตเก่าแก่ของปชป. ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ชาวบ้านที่นี่ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์และการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่นโยบายหวือหวา การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หาเสียง แต่เป็นการเชื่อมโยงกับประชาชนจริงๆ ผ่านการพูดคุย การขึ้นรถแห่ และรับฟังปัญหาโดยตรง

นอกจากนโยบายหลักแล้ว ปชป. ยังเน้นเรื่องเศรษฐกิจฐานราก การศึกษา และสาธารณสุข ที่จะช่วยให้คนไทยหลุดพ้นความยากจนอย่างแท้จริง ผู้สมัครแต่ละคนก็มีประสบการณ์ในพื้นที่มาอย่างดี ทำให้ประชาชนมั่นใจที่จะโหวต

ในยุคที่ปัญหาคอร์รัปชันและสแกมระบาด การเลือกพรรคที่ยืนหยัดเรื่องสุจริตจึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด ชาวฝั่งธนบุรีหลายคนบอกว่า “ครั้งนี้เลือกฟ้าทะลายโจร เพื่อบ้านเมืองที่ดีขึ้น”

เลือกตั้ง 2569 ใกล้เข้ามาแล้ว ทุกคะแนนมีค่า หากคุณอยู่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ลองพิจารณาปชป. ที่พร้อมสู้เพื่อประชาชนตัวจริง อย่าลืมไปใช้สิทธิ์วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 เพื่ออนาคตที่สดใสกว่าเดิม

ที่มา – ปชป.มั่นใจมากเลือกตั้ง 2569 เขตพื้นที่ฝั่งธนบุรีได้ สส. 5 คนขึ้นไป

“อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้าย หาเสียงสงขลา

ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง “อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้าย ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาอย่างคึกคัก เพื่อช่วยเหลือผู้สมัคร ส.ส. ลูกพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้เสียงจากพี่น้องชาวใต้ โดยเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกิจกรรมจิบชายามเช้า พูดคุยกับภาคธุรกิจ และปราศรัยใหญ่ในช่วงเย็นนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างความฮือฮาให้แฟนคลับและประชาชนในพื้นที่อย่างมาก

“อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้าย

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะผู้บริหารพรรคอย่างนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายจูรี นุ่มแก้ว รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร ส.ส.สงขลาเขต 2 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง รวมถึงผู้สมัครเขต 9 เดินทางมาถึงอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเริ่มกิจกรรม “อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้าย

จุดหมายแรกคือร้านฮัจยีสัน ร้านชาชื่อดังใกล้โรงพยาบาลหาดใหญ่ ที่นี่นายอภิสิทธิ์ได้จิบชาไทยหอมกรุ่น รับประทานข้าวเหนียวไก่ทอดและโรตีอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับตัวแทนภาคธุรกิจในพื้นที่ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะหลังจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในหาดใหญ่ช่วงปลายปี 2568 ภาคธุรกิจเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวฝั่งอ่าวไทยให้คึกคักยิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศกลับมา

บรรยากาศอบอุ่นเมื่อประชาชนที่ทราบข่าวพากันมาร่วม แฟนคลับตัวยงนำโปสเตอร์ภาพนายอภิสิทธิ์ในชุดสูทจากยุคหาเสียงเลือกตั้งปี 2544 มาขอลายเซ็น ก่อนพาลูกหลานไปโรงเรียน สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้ทุกคน

อภิสิทธิ์ ล่องใต้โค้งสุดท้าย จิบชาที่หาดใหญ่อภิสิทธิ์ พูดคุยกับภาคธุรกิจสงขลา

เยี่ยมโรงพยาบาลและเดินตลาดใน “อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้าย

จากร้านชา นายอภิสิทธิ์เดินข้ามถนนไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่เหน็ดเหนื่อยจากการรับมือน้ำท่วมใหญ่ แพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยที่มารอคิวต่างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก นายอภิสิทธิ์กล่าวให้กำลังใจอย่างอบอุ่น โดยบุคลากรตอบรับว่า “คนใต้ยังไงก็ชอบประชาธิปัตย์” แสดงถึงฐานเสียงอันเหนียวแน่นของพรรคในภาคใต้

เวลา 08.30 น. คณะเดินลงพื้นที่ตลาดกิมหยง ตลาดสดชื่อดังของหาดใหญ่ พ่อค้าแม่ค้าประชาชนแห่กันรุมล้อม ขอถ่ายเซลฟี่ มอบดอกกุหลาบ คล้องพวงมาลัยดาวเรือง และร้องเพลงปักษ์ใต้บ้านเรา สร้างสีสันสุดคึกคักจนทางเดินในตลาดแทบลุกเป็นไฟชั่วคราว การหาเสียงแบบใกล้ชิดเช่นนี้ ทำให้ประชาชนรู้สึกเชื่อมั่นในตัวอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์มากยิ่งขึ้น

อภิสิทธิ์ เดินตลาดกิมหยง สงขลาประชาชนต้อนรับอภิสิทธิ์ ล่องใต้แฟนคลับอภิสิทธิ์ หาเสียงสงขลา

ไฮไลต์กิจกรรม “อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้าย

  • จิบชายามเช้า: พูดคุยปัญหาน้ำท่วมและฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่
  • เยี่ยมโรงพยาบาล: ให้กำลังใจบุคลากรแพทย์ รับคำยืนยันฐานเสียงใต้
  • เดินตลาดกิมหยง: ใกล้ชิดประชาชน เซลฟี่ คล้องมาลัย ร้องเพลง
  • ปราศรัยใหญ่: 18.00 น. หน้าห้างโรบินสัน เทศบาลนครหาดใหญ่

กิจกรรม “อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้ายนี้ ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้ผู้สมัคร ส.ส.สงขลาเขตต่างๆ ของพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น แต่ยังย้ำถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการแก้ปัญหาภาคใต้ เช่น การฟื้นฟูหลังน้ำท่วม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชายแดนใต้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ยังคงเป็นขวัญใจชาวใต้ด้วยนโยบายที่ชัดเจนและใกล้ชิดประชาชน

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงครองใจคนใต้ได้ดี โดยเฉพาะในสงขลาที่เป็นฐานที่มั่น หากผลการเลือกตั้งออกมาดี อาจช่วยให้พรรคมีที่นั่ง ส.ส. เพิ่มขึ้น สร้างโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง

ติดตามเวทีปราศรัยใหญ่เย็นนี้ เพื่อฟังนโยบายเด็ดๆ จากอภิสิทธิ์และทีมประชาธิปัตย์ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมคนใต้ถึงยังศรัทธา หาเสียงโค้งสุดท้ายแบบนี้ สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เพื่ออนาคตที่สดใสของภาคใต้กันเถอะ!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้าย ช่วยลูกพรรคหาเสียงที่สงขลา เย็นนี้ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่

“อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป.ไม่สูญพันธุ์ สมบัติพ่อเฒ่า

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนทางการเมืองภาคใต้กันบ้างนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง “อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. ไม่สูญพันธุ์ ยกเป็น “สมบัติของพ่อเฒ่า” ขอคนใต้เทโหวตให้ ที่เพิ่งเกิดขึ้นในการปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่นครศรีธรรมราช นี่คือสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่าพรรคสีฟ้ากำลังกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง หลังจากผ่านช่วงเวลายากลำบากมา

“อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. ไม่สูญพันธุ์ ยกเป็น “สมบัติของพ่อเฒ่า” ขอคนใต้เทโหวตให้

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.40 น. พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ลานจอดรถหน้าห้างโรบินสันโอเชี่ยน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มีประชาชนมาร่วมฟังเรือนหมื่นคนเลยทีเดียว นำทีมโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ, นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าดูแลภาคใต้, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และ นายจูรี นุ่นแก้ว ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 สงขลา

อภิสิทธิ์ ปราศรัย นครศรีธรรมราช

จูรี ขอโทษคนใต้ ขอเริ่มต้นใหม่กับปชป.

เริ่มจาก นายจูรี ที่ขึ้นปราศรัยก่อน บอกว่าภาพคนมาร่วมขนาดนี้ไม่ได้เห็นมานาน เป็นสัญญาณดีว่าประชาชนยังรักปชป. แม้ 6 ปีที่ผ่านมา นครศรีธรรมราชเคย “ปันใจ” ไปหาพรรคอื่น แต่เปรียบเหมือนผัวเมียทะเลาะกัน สุดท้ายก็กลับมารักกัน นายจูรีขอโทษในนามคนรุ่นใหม่ของปชป. สำหรับความไม่สบายใจในอดีต และเหน็บพรรคส้ม-น้ำเงินว่าบอดสนิท เหมือนเล่นไพ่ป๊อกได้แค่ 3+7 หรือ 4+6 ไม่ถึงป๊อก 9 แบบปชป.

ด้าน นายสาทิตย์ เน้นกู้ศักดิ์ศรีคนใต้ ด้วยการเมืองอุดมการณ์ ไม่เอาทุนเทา จากการสำรวจล่าสุด ปชป. ขึ้นมาอันดับ 3 แล้ว ขอเลือกทั้ง 2 ใบ เพื่อให้คนใต้ตั้งรัฐบาลได้

เวทีปราศรัย ปชป. นครศรีธรรมราช

อภิสิทธิ์ กลับมาพรรคเดือด แน่วแน่ไล่คนโกง

ต่อมาเวลา 20.25 น. อภิสิทธิ์ ขึ้นเวที ขอบคุณประชาชนที่ต้อนรับอบอุ่นทั่วอำเภอต่างๆ แม้เพิ่งกลับมานั่งหัวหน้าพรรค 4 เดือน หลังถูกวิจารณ์หนัก แต่ย้ำชัด “อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. ไม่สูญพันธุ์ คนปรามาสต่างหากที่จะไปก่อน พรรคมีคนทุกรุ่นมาร่วม และทุกคนต้องอยู่ยาว

สิ่งที่โดดเด่นคือ อภิสิทธิ์ยกปชป. เป็น “สมบัติของพ่อเฒ่า” สืบทอดจากนายควง, หม่อมเสนีย์, พิชัย รัตกุล, ชวน หลีกภัย คะแนนที่ได้มาจากสมบัติที่รุ่นก่อนสร้างไว้ ปัญหาหลักของประเทศคือโกงกินคอร์รัปชัน ทำให้เศรษฐกิจแย่ ยุติธรรมพัง แม้ภาคใต้เคยไม่มีซื้อเสียง แต่ครั้งล่าสุดหนักที่สุด อภิสิทธิ์สัญญาจะไล่คนโกง คนซื้อเสียงออกจากภาคใต้ก่อน

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปราศรัย

อภิสิทธิ์ลั่น ถ้าได้เป็นรัฐบาล ภายใน 100 วัน จะปราบทุนเทา-สแกมเมอร์แน่ มีกฎหมายพร้อมแล้ว แต่ติดเพราะการเมืองไม่สุจริต นักลงทุนต่างชาติหนีเพราะจ่ายใต้โต๊ะ ใครขัดขวางเตรียมย้าย! 4 ปี เศรษฐกิจโต 5% ขอเลือกเบอร์ 27 และ ส.ส.เขตให้เยอะๆ

ชัยชนะ เดชเดโช ปราศรัย

ชัยชนะ สัญญาเลือดสีฟ้า ไม่ย้ายพรรค

นายชัยชนะ รองหัวหน้าดูแลใต้ ยืนยันกับพิทักษ์เดช, ทรงศักดิ์ มุสิกอง ไม่ย้ายพรรค ถามราชิต สุดพุ่มที่ย้ายไปว่าทำไม แต่ตนมีชีวิตเดียว พรรคเดียว สัญญาซื่อสัตย์กับปชป. รักเลือดสีฟ้า ไม่เอาเงินเทา ขอช่วยกันใน 6 วัน ให้ปชป. เป็นแกนนำรัฐบาล

ผู้สมัคร ปชป. ภาคใต้
ฝูงชน ปราศรัย ปชป.

นี่คือจุดเด่นของ “อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. ไม่สูญพันธุ์ ยกเป็น “สมบัติของพ่อเฒ่า” ขอคนใต้เทโหวตให้ ที่ทำให้พี่น้องภาคใต้ตื่นเต้น หลังจาก 80 ปีที่ปชป. เป็นฐานหลัก การกลับมาครั้งนี้เน้นปราบโกง สร้างเศรษฐกิจยุติธรรม

มาดู นโยบายเด็ดของปชป. ที่อภิสิทธิ์สัญญา:

  • ปราบทุนเทาและสแกมเมอร์ภายใน 100 วัน
  • ฟื้นเศรษฐกิจให้โต 5% ใน 4 ปี
  • ไล่คนโกงและซื้อเสียงออกจากภาคใต้
  • เสริมกระบวนการยุติธรรมให้โปร่งใส
  • ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ไม่จ่ายใต้โต๊ะ

เพื่อนๆ ครับ ภาคใต้เคยเป็นฐานฟ้าทั้งผืนของปชป. วันนี้ถึงเวลากลับมาแล้ว อย่าให้ทุนเทาและการโกงมาทำลายอนาคต ลองคิดดูสิ ถ้าปชป. ตั้งรัฐบาลได้ ชีวิตเราจะดีขึ้นแค่ไหน

ส่วนตัวผมเห็นด้วยมาก เพราะปชป. มีอุดมการณ์ชัดเจน ไม่ใช่แค่พรรค แต่เป็นสมบัติชาติที่รุ่นพ่อรุ่นแม่สร้างไว้ ขอเชิญชวนพี่น้องภาคใต้เทโหวตเบอร์ 27 และผู้สมัครเขตปชป. ให้เต็มที่นะครับ แชร์ข่าวนี้ แสดงจุดยืนสีฟ้า แล้วเราจะชนะไปด้วยกัน!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ย้ำ ปชป. ไม่สูญพันธุ์ ยกเป็น “สมบัติของพ่อเฒ่า” ขอคนใต้เทโหวตให้

“วัชระ” เผย สุราษฎร์ฯ พบเหตุส่อซื้อเสียง

ในวงการการเมืองไทย โดยเฉพาะช่วงใกล้การเลือกตั้ง ย่อมมีเรื่องราวน่าจับตามองมากมาย ล่าสุด “วัชระ” เผย สุราษฎร์ฯ พบเหตุส่อซื้อเสียง ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านของประธานชมรมผู้สูงอายุชุมชนบึงขุนทะเล ซึ่งมีพฤติกรรมน่าสงสัย จนทำให้ กกต.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

“วัชระ” เผย สุราษฎร์ฯ พบเหตุส่อซื้อเสียง

นายวัชระ เพชรทอง ผู้สมัคร ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาแฉข้อมูลสำคัญ เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เขาระบุว่ามีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสการซื้อสิทธิ์ขายเสียงต่อ กกต.สุราษฎร์ธานี ชาวบ้านในพื้นที่พบเห็นคนเข้า-ออกบ้านของนางป. ประธานชมรมผู้สูงอายุชุมชนบึงขุนทะเล มากผิดปกติ สุดท้าย กกต.จึงสนธิกำลังกับตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ในซอยพ่อขุนทะเล 20/1 บ้านมะขามเตี้ย หมู่ 3 ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบหญิง 3 คน ท่าทางมีพิรุธ จึงเชิญตัวออกมาหน้าบ้านและยึดโทรศัพท์ตรวจสอบ เจ้าของบ้านยินยอม เมื่อตรวจโทรศัพท์ พบรายชื่อประชาชนเขียนด้วยลายมือ ส่งเป็นรูปภาพในกลุ่มไลน์ พร้อมชื่อ-นามสกุลบุคคลต่างๆ กกต.บันทึกไว้เป็นหลักฐานทันที นอกจากนี้ ยังเจอข้อความสำคัญในไลน์ว่า “กกต. มาแล้ว” ซึ่งถูกส่งแจ้งเตือน เมื่อตำรวจถาม หญิงวัยกลางคนคนนั้นยอมรับว่าเป็น “ผู้ช่วย ส.ส.”

หลักฐานส่อซื้อเสียงในไลน์และรายชื่อประชาชน

เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงขบวนการซื้อเสียงที่อาจเชื่อมโยงกับผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่พยายามขอค้นบ้าน แต่เจ้าบ้านไม่ยินยอม กกต.จึงประสานขอหมายศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีทันที ปัจจุบัน ชุดสืบสวนยังรอหมายอยู่หน้างาน สถานการณ์ตึงเครียดเพราะตรงกับวันแรกที่ กกต.กลาง ประกาศให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าทั่วประเทศ

นายวัชระ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อทราบเรื่อง เขารีบเดินทางมาติดตามและแจ้งสื่อมวลชน เพื่อให้ช่วยตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ทั้ง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี และ กกต.จังหวัด “เรื่องนี้ส่อทำผิดกฎหมายเลือกตั้งชัดเจน เป็นขบวนการที่ขยายผลไปถึงผู้สมัครและพรรคได้ ประชาชนต้องช่วยกันสอดส่อง”

ผลกระทบต่อการเลือกตั้ง สุราษฎร์ธานี เขต 1

การเลือกตั้ง ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 กำลังเข้มข้น ผู้สมัครอย่างนายวัชระจากพรรคประชาธิปัตย์ มุ่งเน้นความโปร่งใส เหตุส่อซื้อเสียงครั้งนี้หากพิสูจน์ได้ จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อคู่แข่ง ตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. การซื้อเสียงมีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 20 ปี

  • พบรายชื่อประชาชนในไลน์ ส่อลิสต์ผู้รับเงิน
  • ข้อความแจ้ง “กกต.มาแล้ว” แสดงถึงการประสานงานแบบเรียลไทม์
  • เชื่อมโยงกับ “ผู้ช่วย ส.ส.” ซึ่งอาจเป็นตัวเชื่อมหลักฐาน
  • กกต.กำลังขอหมายค้น รอผลในไม่ช้า

นอกจากนี้ ยังมีภาพประกอบเหตุการณ์จากสื่อ เช่น ภาพเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และภาพหน้าจอไลน์ที่เป็นหลักฐานสำคัญ (ใส่ภาพจากแหล่งที่มา) เหตุการณ์นี้เตือนใจให้ประชาชนระวังการถูกหลอกลวง อย่าแลกคะแนนเสียงกับเงินตรา

ในมุมมองของผู้เขียน การทุจริตเลือกตั้งเป็นปัญหาเรื้อรังของไทย “วัชระ” เผย สุราษฎร์ฯ พบเหตุส่อซื้อเสียง ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่ กกต.ทำงานเชิงรุก หวังว่าจะนำไปสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น หากคุณอยู่ในพื้นที่สุราษฎร์ธานีหรือสนใจข่าวการเมือง อย่าลืมแชร์บทความนี้และติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากเรา เพื่อให้การเลือกตั้งปีนี้โปร่งใส 100%

คำแนะนำ: ประชาชนควรแจ้งเบาะแสทุจริตทันทีที่ เว็บไซต์ กกต. ร่วมกันปกป้องสิทธิเลือกตั้ง

ที่มา – “วัชระ” เผย สุราษฎร์ฯ พบเหตุส่อซื้อเสียง มีการแจ้งผ่านไลน์ “กกต. มาแล้ว” ให้ “ผช.สส.” ทราบ

เกม พงศ์พล: ตรวจน้ำ! ขยะ-ท่าเรือเอียง เร่งแก้

“เกม พงศ์พล” ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 7 ดุสิต–บางซื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพทางน้ำในชุมชน รับแจ้งปัญหาขยะ–เสาท่าเรือเอียง หวั่นกระทบความปลอดภัยชุมชน

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เกม พงศ์พล เตมีย์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 7 ดุสิต–บางซื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพทางน้ำในชุมชน หลังได้รับแจ้งจากประชาชนถึงปัญหาขยะสะสมในลำคลอง รวมถึงกรณี เสาท่าเรือมีลักษณะเอียง ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้สัญจรและชาวบ้านในพื้นที่

การลงพื้นที่ของเกม พงศ์พลครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่เขตดุสิตและบางซื่อ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในลำคลอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำ ปัญหาหลักๆ ที่ได้รับการแจ้งเข้ามาคือเรื่องของขยะที่สะสมอยู่ในลำคลองเป็นจำนวนมาก ทำให้กีดขวางทางน้ำ และส่งผลเสียต่อระบบนิเวศในลำคลอง นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของเสาท่าเรือที่อยู่ในสภาพไม่มั่นคง มีลักษณะเอียง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่ใช้งานท่าเรือ

เกม พงศ์พล กล่าวว่า “หลังจากที่ได้รับการร้องเรียน ผมได้ตัดสินใจลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง พบว่าปัญหาที่ประชาชนแจ้งมานั้นเป็นเรื่องจริง และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการแก้ไข”

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เกม พงศ์พล ได้พูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า ปัญหาขยะในลำคลองเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน และต้องการให้มีการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมของขยะในลำคลองอีกต่อไป นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของท่าเรือที่เสาเอียง ซึ่งอาจพังลงมาได้ทุกเมื่อ หากไม่มีการซ่อมแซมอย่างทันท่วงที

เกม พงศ์พล ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำปัญหาที่ได้รับฟังจากประชาชน ไปประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความปลอดภัยของท่าเรือ จะต้องมีการตรวจสอบโครงสร้างของท่าเรืออย่างละเอียด เพื่อประเมินความเสียหาย และดำเนินการซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพที่มั่นคงและปลอดภัย

นอกจากนี้ เกม พงศ์พล ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาความสะอาดของลำคลอง โดยเสนอให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการไม่ทิ้งขยะลงในแม่น้ำลำคลอง และส่งเสริมให้มีการคัดแยกขยะ เพื่อนำไปรีไซเคิล

เกม พงศ์พล เร่งแก้ไขปัญหาขยะและท่าเรือเอียง

การแก้ไขปัญหาขยะและท่าเรือเอียงในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน โดยการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

เกม พงศ์พล: ตรวจน้ำ! ขยะ-ท่าเรือเอียง เร่งแก้

ความสำคัญของการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทางน้ำ

การแก้ไขปัญหาพื้นที่ทางน้ำในชุมชนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาวอีกด้วย พื้นที่ทางน้ำที่สะอาดและปลอดภัย จะช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บ และสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ นอกจากนี้ พื้นที่ทางน้ำยังเป็นแหล่งอาหารและแหล่งน้ำที่สำคัญ การดูแลรักษาพื้นที่ทางน้ำให้สะอาดและอุดมสมบูรณ์ จะช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารและน้ำให้กับชุมชน

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาพื้นที่ทางน้ำจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ซึ่งจะส่งผลดีต่อชุมชนในทุกๆ ด้าน เกม พงศ์พลเข้าใจถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทางน้ำ และมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างพื้นที่ทางน้ำที่สะอาด ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับทุกคน

การลงพื้นที่ของเกม พงศ์พล ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาของชุมชน การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และการให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำปัญหาไปแก้ไขอย่างจริงจัง เป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า เกม พงศ์พล จะเป็นตัวแทนที่สามารถนำพาชุมชนไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้

ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของ เกม พงศ์พล และความร่วมมือของประชาชน ปัญหาขยะและท่าเรือเอียงในพื้นที่เขตดุสิตและบางซื่อ จะได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน และจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – “เกม พงศ์พล” ลงตรวจพื้นที่ทางน้ำ รับแจ้งปัญหาขยะ–เสาท่าเรือเอียง เร่งแก้ไขปัญหา

“อภิสิทธิ์” หนุนคุมเข้ม สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

“อภิสิทธิ์” ลุยหาเสียงเมืองกรุงเก่า ชูโมเดลปลดล็อกท้องถิ่น พัฒนาระบบขนส่งทางราง ลดปัญหาจราจร ดันการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หนุน แบงก์ชาติคุมเข้มเบิกเงินสดสกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ สามแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ และนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค ร่วมลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนชาวอยุธยา ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยมีไฮไลท์สำคัญคือภาพความประทับใจเมื่อ น้องแทนไท เยาวชนวัย 16 ปี นำภาพถ่ายคู่กับนายอภิสิทธิ์เมื่อครั้งตนเองอายุเพียง 3 ขวบมาให้ชม พร้อมเล่าอย่างภูมิใจว่าเคยได้พบกับนายอภิสิทธิ์ ในงานสัปดาห์หนังสือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พอทราบข่าวว่านายอภิสิทธิ์จะมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เลยมารอพบให้กำลังใจที่นี่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า พรรคต้องการดึงศักยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มาสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยเสนอแนวทางกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อให้คนในพื้นที่ซึ่งมีความเข้าใจปัญหาดีที่สุดสามารถบริหารจัดการงบประมาณและการพัฒนาการท่องเที่ยวได้แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ได้อย่างตอบโจทย์ของคนพื้นที่เองเพื่อลดความซ้ำซ้อนงานระหว่างกระทรวงต่างๆได้ด้วย ในส่วนของรัฐบาลกลาง ถ้าได้เป็นรัฐบาลก็พร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการขนส่ง “ระบบราง” เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย และการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) เพื่อให้ภาคเอกชนนำไปวางแผนต่อยอดธุรกิจการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อถูกถามถึงการซื้อสิทธิขายเสียงในพื้นที่ภาคใต้ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนลงพื้นที่ภาคใต้ไปเมื่อต้นสัปดาห์ พี่น้องชาวใต้ให้คำมั่นอย่างชัดเจนถึงจุดยืนการเมืองสุจริต ที่รับปากแล้วว่า เราประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าหมายนำพรรคประชาธิปัตย์เข้ามากำกับทิศทางรัฐบาลให้เป็น รัฐบาลแห่งความซื่อสัตย์ที่ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และไม่สร้างความขัดแย้ง แตกแยกในสังคม นี่คือสิ่งที่เราจะผลักดันนโยบายสำหรับประชาชนในทุกพื้นที่ได้

จากนั้น เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และนายอภิมุข ฉันทวานิช ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 3 (บางคอแหลม-ยานนาวา) เบอร์ 3 ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน บริเวณตลาดเสรี 2 เจริญกรุง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

“อภิสิทธิ์” หนุนแบงก์ชาติใช้มาตรการเชิงรุกคุมเข้มเบิกเงินสด สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับของพรรคในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่าจากการติดตามข้อมูลโพลเชิงลึกรายเขต พบว่าคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์กระเตื้องขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลายพื้นที่เขตเลือกตั้งมีโอกาสลุ้นชัยชนะได้อย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับความรู้สึกจากการลงพื้นที่จริงที่สัมผัสได้ถึงความเชื่อมั่นของประชาชน แม้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาสัดส่วนคะแนนจะมีความท้าทาย แต่ปัจจุบันฐานเสียงเดิมเริ่มกลับมาและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนประเด็นเรื่องยุทธศาสตร์การเลือกตั้งที่บางฝ่ายพยายามรณรงค์ให้เลือกเพื่อสกัดกั้นพรรคใดพรรคหนึ่งนั้น นายอภิสิทธิ์มองว่าหากวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงรายเขต การตัดสินใจเลือกตามธรรมชาติของฐานเสียงประชาธิปัตย์ที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดผลลัพธ์การเลือกตั้งให้สะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของคนกรุงเทพฯ ได้ดีที่สุด

ส่วนที่บางพรรคมีการเปิดตัวแคนดิเดตฯ ที่บอกว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถแต่ไม่เอาคนกลุ่มนั้นมาใช้ มันสะท้อนถึงอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของแต่ละพรรคในการวางตัวบุคลากรหาเสียง อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นในแนวทางที่เน้นบุคลากรที่มีประสบการณ์ทางการเมืองควบคู่กับความเชี่ยวชาญ เนื่องจากเชื่อว่าการผลักดันนโยบายให้สำเร็จในภาคบริหาร จำเป็นต้องมีคนที่เข้าใจกระบวนการทำงานทางการเมืองตั้งแต่ต้น เพื่อให้การบริหารจัดการราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด “สำหรับประชาธิปัตย์แนวทางของเรา เราเอาบุคลากรที่พูดง่ายๆ คือทำงานการเมือง และก็ร่วมทำนโยบายมา เราคิดว่าเป็นวิธีการที่จะทำให้การทำงานเมื่อเข้าไปเป็นฝ่ายบริหาร มันราบรื่นกว่า หลายครั้งผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามา ถ้าไม่ได้เข้ามาสู่กระบวนการทางการเมืองตั้งแต่ต้น มักจะมีปัญหาในการที่ต้องไปบริหารจัดการในเรื่องการเมือง เพราะมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการผลักดันนโยบายต่างๆ ก็เป็นแนวคิดซึ่งแต่ละฝ่ายก็สามารถทำได้ ประชาธิปัตย์ก็เคยมีครับคนนอก แต่ว่าจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะมีบทบาทที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับพรรคก่อนครับ”

หนุน ธปท. สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขยับเข้ามามีบทบาทในการกำหนดเพดานการเบิกถอนเงินสดเพื่อป้องกันการทุจริต โดยย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการปราบปราม “ทุนเทา” และธุรกรรมที่ผิดปกติมาโดยตลอด เพราะเป็นตัวทำลายเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

“ผมดีใจที่แบงก์ชาติขยับมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ การจัดการกับเส้นทางการเงินคือจุดเริ่มต้นสำคัญของการปราบทุจริตเลือกตั้ง”

พร้อมกันนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานในเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือกับ ธปท. เพื่อตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่ผิดปกติในช่วงเลือกตั้ง พร้อมเตือนว่าหากรอตรวจสอบเพียงแค่หลังการเลือกตั้ง อาจเป็นเรื่องยากในการหาพยานหลักฐาน กกต. จึงต้องกล้าใช้อำนาจที่มีอยู่เพื่อรักษาความสุจริตและเที่ยงธรรมให้กับการเลือกตั้งครั้งนี้

การที่นายอภิสิทธิ์ออกมาสนับสนุนให้มีการคุมเข้มเบิกเงินสด สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง” นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนควรให้การสนับสนุน

ที่มา – “อภิสิทธิ์” หนุนแบงก์ชาติใช้มาตรการเชิงรุกคุมเข้มเบิกเงินสด สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”

“จุรินทร์” มั่นใจ เลือกตั้ง 2569 ปชป. ทวงคืน สส.กทม.


“จุรินทร์” มั่นใจ เลือกตั้ง 2569 พรรคประชาธิปัตย์ปักธงทวงคืน สส.กทม. ได้เเน่นอน! พร้อมช่วยหลานชาย “ก๊อด ภาณุพงศ์” หาเสียง เน้นย้ำขอเสียงคนกรุง เลือกทั้งคนทั้งพรรค ด้าน “สาทิตย์” บี้พรรคประชาชน พูดให้ชัดประเด็นเเก้รัฐธรรมนูญ หมวด 1-2

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เเละอดีตหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายราเมศ รัตนเชวง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ร่วมลงพื้นที่เขตลาดพร้าว-บึงกุ่ม เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ หรือ ก๊อด ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 13 ที่ตลาดโพธิ์สุวรรณ นวลจันทร์ 56 โดยเดินเท้าเเจกเอกสารเเนะนำตัวให้กับประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของที่ตลาด ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีทั้งทักทาย ขอถ่ายรูป จับมือ เเละมอบดอกไม้ให้กำลังใจ บางคนก็นำขนมเเละน้ำมามอบให้ จากนั้นจึงขึ้นรถเเห่ไปตามถนนนวลจันทร์ – มัสยิดมิฟตาฮุ้ลยีนาน – หมู่บ้านสวนทอง เเละสิ้นสุดที่วัดนวลจันทร์

“จุรินทร์” มั่นใจ เลือกตั้ง 2569 พรรคประชาธิปัตย์ปักธงทวงคืน สส.กทม. ได้แน่

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในการเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มี สส. ใน กทม. ติดต่อกัน 2 ครั้งเเล้ว เเต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสเป็นไปได้มากที่จะสามารถปักธงในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ จากเสียงตอบรับที่ดีขึ้นจากพี่น้องชาวกรุงเทพฯ รวมถึงผลสำรวจ เเละการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯให้โอกาสพรรค มาร่วมกันสร้างการเมืองที่สุจริตกับพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยการเลือกผู้สมัครของพรรคทั้ง 33 เขตใน กทม. รวมทั้งบัญชีรายชื่อพรรคเบอร์ 27 ให้มากที่สุด เพราะการเมืองสุจริตจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ประเทศดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เเละความมั่นคง ซึ่งจะส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนกรุงเทพฯ เเละคนไทยทุกคน

นายจุรินทร์ยังได้กล่าวถึง นายภาณุพงศ์ หรือ ก๊อด ผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ เขตลาดพร้าว 13 ลาดพร้าว-บึงกุ่ม ว่าเป็นหลานชายของตน เพราะเป็นลูกของน้องสาว จบ ป.ตรี กฎหมายจากรามคำแหง เเละอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ จากธรรมศาสตร์ จบ ป.โท รัฐประศาสนศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยเป็นคณะทำงานของตนตอนที่เป็น รมว. พาณิชย์ จากนั้นมาเป็นผู้ช่วย สส. ของนายชวน หลีกภัย เเละเป็นคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์มาหลายปี มีประสบการณ์พอสมควรที่จะรับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครได้ ขอพี่น้องเขตลาดพร้าว 13 ลาดพร้าว-บึงกุ่ม พิจารณาเลือกไปทำงานด้วย จึงขอฝากพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสองใบ ทั้งใบผู้สมัคร สส. เขตของพรรคในพื้นที่ กทม. ทุกคน ทุกเขต กับใบผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้เบอร์ 27 ไว้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง

“จุรินทร์” ชูความพร้อม ปชป. ทวงคืนเก้าอี้ สส.กทม. ในการเลือกตั้ง 2569

ขณะที่วันเดียวกันนี้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการลงประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า จากการลงพื้นที่พบปะประชาชน พบว่าชาวบ้านยังสับสนเเละกังวลกันมาก โดยมีสาเหตุมาจากคำถามที่รัฐบาลเเละพรรคภูมิใจไทยตั้งคำถามที่ไม่ชัดเจน เเละทำให้ตีความได้หลายทาง โดยเฉพาะในเรื่องที่ประชาชนเกรงว่าจะมีการเเก้ไขในหมวด 1 เเละหมวด 2 จากการดีเบตเมื่อคืนที่ผ่านมา หัวหน้าพรรคประชาชนก็ไม่ได้ยกมือ

เมื่อถูกถามว่าพรรคไหนไม่เเก้หมวด 1 หมวด 2 เเละยังมีการอ้างว่ารัฐธรรมนูญมีมาตรา 255 ล็อคไว้เเล้ว ถือเป็นการพูดกำกวม ให้เสมือนว่าเมื่อมีมาตรา 255 ล็อคไว้เเล้ว จะเเก้หมวด 1 หมวด 2 ไม่ได้ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนมาก เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 เเม้จะมีการเขียนบังคับไว้ว่าจะเเก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐมิได้ก็จริง แต่ในกระบวนการทำประชามติจะมีการเพิ่มหมวดใหม่ ที่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ดังนั้น จึงมิใช่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในความหมายของมาตรา 255

นายสาทิตย์ระบุทิ้งท้ายว่า “ยิ่งไปกว่านั้น ในการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 อาจกระทบกับสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ โดยไม่ขัดกับมาตรา 255 ซึ่งในการแก้ไขมาตรา 256 ครั้งล่าสุด ก่อนยุบสภาฯ ก็ยังมีเงื่อนไขกำกับว่าไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมโดยเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการที่มี สส. ของพรรคประชาชนเป็นประธานด้วย และได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาอีกด้วย ดังนั้น การยอมให้มีการแก้หมวด 1 หมวด 2 ของหัวหน้าพรรคประชาชน โดยอ้างว่ามีมาตรา 255 ล็อกไว้แล้วนั้นจึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และจะทำให้มีผู้ลังเลที่จะให้ความเห็นชอบในการลงประชามติเพิ่มขึ้น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องให้พรรคประชาชนได้ทบทวนท่าทีดังกล่าวเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจในการลงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้”

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของกรุงเทพฯ และประเทศไทย มาร่วมกันตัดสินใจเลือกผู้แทนที่พร้อมจะทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง “จุรินทร์” มั่นใจ เลือกตั้ง 2569 จะเป็นปีที่พรรคประชาธิปัตย์กลับมายืนหยัดในพื้นที่ กทม. อีกครั้ง

ที่มา – “จุรินทร์” มั่นใจ เลือกตั้ง 2569 พรรคประชาธิปัตย์ปักธงทวงคืน สส.กทม. ได้แน่

โพลเลือกตั้ง 2569: คนเชียงใหม่หนุน “เท้ง”

นิด้าโพล สำรวจคนเชียงใหม่ เลือกตั้ง 2569 หนุน “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วน “ยศชนัน” ตามมาอันดับ 2 เล็งเลือก สส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์จากพรรคประชาชน เป็นอันดับ 1 รองลงมาคือพรรคเพื่อไทย

วันที่ 18 มกราคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนเชียงใหม่” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 9-14 มกราคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดเชียงใหม่ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น 1,067 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ปี 69 ของคนจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อถามถึงบุคคลที่คนเชียงใหม่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 31.40 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 2 ร้อยละ 19.40 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย)
  • อันดับ 3 ร้อยละ 15.65 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)
  • อันดับ 4 ร้อยละ 12.09 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
  • อันดับ 5 ร้อยละ 4.12 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)
  • อันดับ 6 ร้อยละ 3.66 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)
  • อันดับ 7 ร้อยละ 3.19 ระบุว่าเป็น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย)
  • อันดับ 8 ร้อยละ 2.53 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)
  • อันดับ 9 ร้อยละ 1.78 ระบุว่าเป็น นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 10 ร้อยละ 1.03 ระบุว่าเป็น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่)
  • ร้อยละ 5.15 ระบุอื่นๆ ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคเพื่อไทย), พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ), พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย), ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม), นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (พรรคประชาชน), นางสาวกชพร เวโรจน์ (พรรคก้าวอิสระ), นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่), นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี), นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคประชาธิปัตย์), นายกัณวีร์ สืบแสง (พรรคพลวัต), นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (พรรคภูมิใจไทย), นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์), นายแพทย์ไกร ดาบธรรม (พรรคเพื่อไทย), นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

สำหรับพรรคการเมืองที่คนเชียงใหม่มีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 37.39 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน
  • อันดับ 2 ร้อยละ 31.68 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 3 ร้อยละ 13.50 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
  • อันดับ 4 ร้อยละ 5.15 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
  • อันดับ 5 ร้อยละ 4.03 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 6 ร้อยละ 2.81 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ
  • อันดับ 7 ร้อยละ 1.69 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทยร้อยละ 3.75 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคโอกาสใหม่ พรรคก้าวอิสระ พรรคไทยภักดี พรรคพลวัต 
  • และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนเชียงใหม่มีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 37.39 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน
  • อันดับ 2 ร้อยละ 30.08 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 3 ร้อยละ 14.06 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
  • อันดับ 4 ร้อยละ 5.25 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
  • อันดับ 5 ร้อยละ 3.85 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 6 ร้อยละ 3.09 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ
  • อันดับ 7 ร้อยละ 1.69 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย
  • อันดับ 8 ร้อยละ 1.31 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 9 ร้อยละ 1.03 ระบุว่าเป็น พรรคไทยก้าวใหม่
  • ร้อยละ 1.88 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคเสรีรวมไทย พรรคก้าวอิสระ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคปวงชนไทย พรรคพลวัต พรรคพลังประชารัฐ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.37 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

โพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ หนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ จ่อเลือก สส.พรรคประชาชน

จากผลสำรวจ โพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงให้ความสนใจกับการเมืองและพร้อมที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่จะมาถึง การสนับสนุนพรรคประชาชนและตัวของ “เท้ง ณัฐพงษ์” สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลงและความหวังใหม่ๆ ในการพัฒนาประเทศ

ทำไมผลโพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ จึงน่าสนใจ

ผลสำรวจ โพลเลือกตั้ง 2569 ที่ทำการสำรวจในจังหวัดเชียงใหม่มีความน่าสนใจด้วยหลายเหตุผล จังหวัดเชียงใหม่มักถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางความคิดและมีประชาชนที่ตื่นตัวทางการเมือง การที่พรรคประชาชนได้รับการสนับสนุนอย่างมากจึงเป็นสัญญาณที่น่าจับตามอง

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของตัวบุคคล การที่ “เท้ง ณัฐพงษ์” ได้รับคะแนนนิยมสูงสุดบ่งบอกว่าประชาชนให้ความสำคัญกับผู้นำที่มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์

พรรคเพื่อไทยยังคงเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ แสดงให้เห็นถึงฐานเสียงที่แข็งแกร่งและความผูกพันกับประชาชนในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นและยังมีเวลาอีกมากก่อนถึงการเลือกตั้งจริง สถานการณ์ทางการเมืองอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิด และพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกใคร

การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศไทย มาร่วมกันใช้สิทธิใช้เสียงของเราเพื่อสร้างสรรค์ประเทศที่เราต้องการ

ที่มา – โพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ หนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ จ่อเลือก สส.พรรคประชาชน

Scroll to top