พรรคเศรษฐกิจ

ไทยรัฐโพล: สส.ย้ายพรรค? “อุดมการณ์” ชนะ!

ผลสำรวจล่าสุดจากไทยรัฐออนไลน์ชี้ชัดว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากให้ความสำคัญกับอุดมการณ์ของพรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคล หาก สส. เขตเดิมย้ายพรรค โอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้งซ้ำก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่าพรรคประชาชนได้รับความนิยมอย่างมากในระบบบัญชีรายชื่อ

การสำรวจ “ส่องกระแสเลือกตั้ง: ความเชื่อมั่นต่อตัวบุคคลและพรรคการเมืองของคนไทย” โดยไทยรัฐโพล ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 โดยมีผู้เข้าชมโพลถึง 1.75 ล้านครั้ง และมีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามมากถึง 11,419 คน ซึ่งผลสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางทางการเมืองที่น่าสนใจในปี 2569

ไทยรัฐโพล: สส.ย้ายพรรค? “อุดมการณ์” ชนะ!

ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองคือ ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อ สส. ที่ย้ายพรรค คำถามสำคัญคือ “หาก สส. เขตเดิมของคุณย้ายพรรค ในการเลือกตั้งครั้งนี้คุณจะยังเลือกเขาอยู่หรือไม่?” คำตอบจากผลสำรวจนี้อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับนักการเมืองหลายท่าน

ผลสำรวจพบว่า 56.47% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าจะไม่เลือก สส. ที่ย้ายพรรคอีกต่อไป โดยให้เหตุผลว่า พวกเขาชื่นชอบที่พรรค เมื่อ สส. เปลี่ยนพรรค ก็ถือว่าสิ้นสุดความสัมพันธ์ทางการเมือง

ในขณะเดียวกัน 18.69% ยังไม่ตัดสินใจ 15.34% รอดูแนวนโยบายใหม่ และเพียง 9.49% เท่านั้นที่ยังคงสนับสนุน สส. ที่ย้ายพรรค

สัญญาณเตือน สส. ย้ายพรรค จากไทยรัฐโพล: สส.ย้ายพรรค? “อุดมการณ์” ชนะ!

ตัวเลขเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญสำหรับ สส. ที่คิดจะย้ายพรรค ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลทางการเมือง ผลประโยชน์ส่วนตัว หรือความอยู่รอด เพราะฐานเสียงเดิมอาจไม่ได้ตามไปสนับสนุนเสมอไป ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และอุดมการณ์ของพรรคมากกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัว

ในการเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อ (Party List) พบว่าพรรคประชาชนได้รับความสนใจมากที่สุด โดยมีคะแนนนิยมสูงถึง 41.38% ทิ้งห่างพรรคเพื่อไทย (19.79%) และพรรคภูมิใจไทย (13.15%) อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ (10.53%) พรรคเศรษฐกิจ (5.57%) พรรครวมไทยสร้างชาติ (2.06%) พรรคไทยสร้างไทย (1.5%) และพรรคไทยก้าวใหม่ (1.12%) ก็ได้รับความสนใจตามลำดับ

ข้อมูลประชากรของผู้ตอบแบบสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่เป็นคนทำงานและวัยเกษียณ โดยผู้ที่มีอายุ 46-59 ปี ตอบมากที่สุด (34.34%) รองลงมาคือผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป (32.10%) กลุ่มอายุ 36-45 ปี (13.06%) กลุ่มอายุ 26-35 ปี (10.32%) และกลุ่มอายุ 18-25 ปี (10.18%)

ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (41.93%) ภาคกลาง (18.72%) ภาคอีสาน (16.90%) ภาคเหนือ (11.91%) และภาคใต้ (10.54%)

จากการวิเคราะห์ผลสำรวจของไทยรัฐโพลชุดนี้ แสดงให้เห็นว่าประชาชนกำลังมองหาการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบายและอุดมการณ์ที่ชัดเจนของพรรค มากกว่าการพึ่งพาบารมีส่วนตัวหรือการย้ายพรรคเพื่อแสวงหาอำนาจ

ผลสำรวจนี้ย้ำเตือนนักการเมืองว่า การยึดมั่นในอุดมการณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนด้วยนโยบายที่จับต้องได้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการสร้างความสำเร็จในระยะยาว

ที่มา – ไทยรัฐโพล: เมื่อ “อุดมการณ์” ชนะ “บารมีส่วนตัว” ปิดตายทางรอด สส. ย้ายพรรค

“พล.อ.รังษี” ชูนโยบายแก้น้ำท่วมอยุธยา

“พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา รับศักราชใหม่ 2569 ให้กำลังใจผู้สมัครครบ 5 เขต ชูนโยบายแก้น้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเดินหน้าปราบธุรกิจสีเทาและการทุจริตทุกระดับ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 มกราคม 2569 ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้ง 5 เขต และทีมงานพรรคเศรษฐกิจ เดินทางมากราบไหว้องค์หลวงพ่อโต เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในวันขึ้นปีใหม่

จากนั้นได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน และให้กำลังใจผู้สมัคร สส. ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งพรรคเศรษฐกิจได้ส่งผู้สมัครลงครบทั้ง 5 เขต โดยพลเอกรังษีได้มอบนโยบายและกล่าวกับผู้สมัครว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นรัฐบาล จะเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างเป็นรูปธรรม และยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำอีกในอนาคต

บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากที่สนใจและเห็นด้วยกับนโยบายของพรรคเศรษฐกิจ เข้ามาขอถ่ายภาพร่วมกับหัวหน้าพรรค รวมถึงสอบถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาประเทศ หากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นรัฐบาลหรือหากหัวหน้าพรรคได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะประเด็นปัญหาธุรกิจสีเทา ปัญหาความมั่นคง และกรณีความสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชา ซึ่งพลเอกรังษีได้ตอบข้อซักถาม พร้อมอธิบายแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา

พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ เปิดเผยว่า วันที่ 1 มกราคมของทุกปี ตนมักจะมากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อโต ณ วัดพนัญเชิงวรวิหารเป็นประจำ แต่ในปีนี้ถือเป็นปีพิเศษ เนื่องจากตนเองดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ จึงถือโอกาสลงพื้นที่ร่วมกับผู้สมัคร สส. จังหวัดพระนครศรีอยุธยาทั้ง 5 เขต เพื่อเป็นกำลังใจ มอบนโยบาย และร่วมออกหาเสียงพบปะประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ พรรคเศรษฐกิจมีนโยบายหลักในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง โดยมุ่งขจัดอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนการพัฒนาประเทศ อันเกิดจากการใช้อำนาจโดยมิชอบ การทุจริตคอร์รัปชัน และการครอบงำของเครือข่ายธุรกิจสีเทา รวมถึงธุรกิจผิดกฎหมายและแก๊งสแกมเมอร์ เพื่อฟื้นฟูความโปร่งใส ความเป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อระบบเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ

“พล.อ.รังษี” ชูนโยบายแก้น้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรม

ในช่วงท้าย พลเอกรังษีได้ขอแรงสนับสนุนจากประชาชน พร้อมเชิญชวนให้เลือกพรรคเศรษฐกิจ เพื่อผลักดันให้สามารถจัดตั้งรัฐบาล และเดินหน้าพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

นโยบายแก้น้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรมของพรรคเศรษฐกิจ

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน พรรคเศรษฐกิจให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข

พรรคเศรษฐกิจมองว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไม่ใช่แค่การสร้างเขื่อนหรือขุดลอกคลอง แต่เป็นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวางแผน การจัดการ การบำรุงรักษา และการประเมินผล เราจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

แนวทางการแก้น้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรม

  • การปรับปรุงระบบระบายน้ำ: เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองและแม่น้ำ
  • การสร้างพื้นที่รับน้ำ: สร้างแก้มลิงและพื้นที่ชะลอน้ำเพื่อลดปริมาณน้ำในแม่น้ำ
  • การบริหารจัดการน้ำ: วางแผนการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม
  • การมีส่วนร่วมของประชาชน: ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการวางแผนและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

พรรคเศรษฐกิจเชื่อมั่นว่าด้วยนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เราจะสามารถแก้น้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อย่างแน่นอน ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจและให้โอกาสพรรคเศรษฐกิจเข้าไปบริหารประเทศ

ที่มา – “พล.อ.รังษี” ลงพื้นที่อยุธยา ชูนโยบายแก้น้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรม เดินหน้าปราบสแกมเมอร์

เปิดรายชื่อ ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเศรษฐกิจ ชู “คริส”

มาดูกันว่าใครคือผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเศรษฐกิจ ทั้ง 63 คน! โดยมี “คริส โปตระนันทน์” เป็นปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 1 และ “พล.อ.รังษี” อยู่ในลำดับที่ 10 ควบตำแหน่งหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อของพรรคเศรษฐกิจ (ศก.) ซึ่งพลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในการเลือกตั้ง 2569 จำนวน 63 คน และในวันนี้ พลเอกรังษี ได้จับสลากได้หมายเลข 11 ในการหาเสียง โดยมีรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์เรียงตามลำดับ ดังนี้

ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเศรษฐกิจ

รายชื่อผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเศรษฐกิจ ทั้งหมด 63 ท่าน มีดังนี้:

  1. นายคริส โปตระนันทน์
  2. นายพีรพล กนกวลัย
  3. นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล
  4. พลตำรวจตรีไพบูลย์ มะระพฤษณ์วรรณ
  5. นายพริษฐ์ รัตนกุลเสรีเริงฤทธิ์
  6. นายส่งศักดิ์ ฉัตรชูสกุล
  7. นายณัชพล สุพัฒนะ
  8. นพ.กอบชัย เปี่ยมเพชรกุล
  9. นายศรัทธา คชพลายุกต์
  10. พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์
  11. นายวรินทร อัศนีวุฒิกร
  12. นางนงเยาว์ วราโชติเศรษฐ์
  13. นายจิณณฉัตร อริยสวโรจน์
  14. นางปนัดดา ลีลาอุดมลิปิ
  15. นายจุฬาบุตร คุ้มเจริญ
  16. นายนรวิช อนากุล
  17. ดร.ธีร์ลดา ธีราวรชรเศรษฐ์
  18. นายปวัน เลิศพยับ
  19. นายชาติพรรณ โชติช่วง
  20. นายภูริพงศ์ จงสกุล
  21. พลเอกชัยชนะ นาคเกิด
  22. นายไพศาล เชิดชุ
  23. ว่าที่ร้อยตรีธวีพงษ์ สิทธิธัญกิจ
  24. นายพัฒนพัฒน์ คุ้มวิเชียร
  25. นายศักดินา รักอุดมการณ์
  26. นายอิทธิศักดิ์ สันต์ธัญดิฐ
  27. นางรัชนี ยิ่งฉายรักษ์
  28. พลตรีฉัตรมงคล เกิดปั้น
  29. นายสวาท สุทธิอาคาร
  30. นายเขมธนวัฒน์ ชูชาติสกุล
  31. นายจิรวัฒน์ สมบูรณ์สาร
  32. นายสไว ทัศนีย์ภาพ
  33. นาวาโท ดร.สุปัญญา จันทร์เพ็ญศรี
  34. นายคงธัช เตชะวิเชียร
  35. นายสกนธ์ อาภาภรณ์กุล
  36. นายฐณวัฒน์ เขื่อนวงค์วิน
  37. นางสาวผ่องศรี ชาญตระกูลทวี
  38. นายสรรเสริญ บุญเกษม
  39. นายกฤษติเดช จันทร์งาม
  40. นายสิทธิโชค คล้อยแสงอาทิตย์
  41. นายไพฑูรย์ หอมกลุ่น
  42. นายกาญจนพฤก มาสดใส
  43. นายกานนท์ แสนเภา
  44. นายณัฐวัชร จันทโรธรณ์
  45. ดาบตำรวจชิษณุชา สะมะเหตุ
  46. นายพิพัฒน์ วินโก
  47. นายศุภชัย วันอัน
  48. นายอานนท์ กระบอกโท
  49. นายวุฒิไกร ศรีจันไชย
  50. นายพิชิตชัย รัชตามพร
  51. นายณัฐกฤช อยู่มั่นธรรมา
  52. นางสาวพรลภัส ตั้งจตุรงค์ไพศาล
  53. พันเอกพปริญไชย เสวกวี
  54. นายประชา โพธิ์ศรี
  55. พันตำรวจเอกพิทักษ์ เอียดแก้ว
  56. พลเอกสาละวิน อุทรักษ์
  57. นายจักรกฤษณ์ ยั่งยืน
  58. นายศุภณัฐ วุฒิพันธ์
  59. นายกฤษณทัสค์ ทำไหมธาราสีห์
  60. นายธนารัชต์ สมคเน
  61. นายสมนึก สุชัยธนาวนิช
  62. ดร.ประกาสิต เลิศมุกดา
  63. นายธนโชติ แสงวิมาน

วิเคราะห์รายชื่อ ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเศรษฐกิจ

การจัดวางตัวผู้สมัคร ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเศรษฐกิจ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะผสมผสานบุคลากรจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งนักธุรกิจ นักวิชาการ อดีตข้าราชการ และผู้มีประสบการณ์ในด้านต่างๆ ซึ่งอาจเป็นการวางยุทธศาสตร์เพื่อดึงดูดคะแนนเสียงจากกลุ่มผู้สนับสนุนที่แตกต่างกัน

การมีชื่อของ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ในลำดับที่ 10 แม้จะไม่ใช่ลำดับต้นๆ แต่ก็เป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นที่จะนำพาพรรคเศรษฐกิจไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

จับตา ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเศรษฐกิจ ในสนามเลือกตั้ง

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญสำหรับ ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเศรษฐกิจ ในการพิสูจน์ศักยภาพทางการเมือง การนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความสำเร็จของพรรค

การติดตามและวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งจะเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การตัดสินใจเลือกผู้แทนของเราเป็นสิทธิและหน้าที่ของทุกคน อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครและพรรคการเมืองอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงคะแนนเสียง

ที่มา – ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเศรษฐกิจ 63 รายชื่อ ชู “คริส โปตระนันทน์” ลำดับ 1 “พล.อ.รังษี” ลำดับ 10

Scroll to top