ยุบสภา 2568

ปชน. ยันเงื่อนไขโหวตนายกฯ แค่ 3 ข้อ

พรรคประชาชน โต้ “ไพศาล พืชมงคล” หลังโพสต์อ้าง ปชน. ไม่โหวตให้ใครเป็นรัฐบาล ยืนยัน เงื่อนไขโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 มีแค่ 3 ข้อ ย้ำ ยังไม่ได้รับข้อเสนอของพรรคใดทั้งสิ้น

เมื่อเวลา 10.26 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชน (ปชน.) มีการแชร์โพสต์ของ นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ด่วนมาก พรรคประชาชนออกอาการไม่โหวตให้ใครเป็นรัฐบาล จะทำให้การตั้งรัฐบาลตั้งไม่ได้ วันนี้มีข่าวจากเฟซบุ๊กว่าพรรคประชาชนตั้งเงื่อนไขเพิ่มอีก 2 ข้อ รวมเป็น 5 ข้อ ถ้าแบบนี้ก็ส่ออาการกดดันให้ยุบสภา เมื่อบ่ายวันนี้ (30 สิงหาคม) หัวหน้าพรรคประชาชนได้ตั้งเงื่อนไข ในการโหวตให้พรรคใดเป็นรัฐบาลเพิ่มอีก 2 ข้อคือ 1. ต้องปล่อยตัวผู้ต้องคดีมาตรา 112 ทั้งหมด 2. ต้องจัดเงินบำนาญให้แก่ประชาชน ส่วนเงื่อนไขที่ตั้งมาก่อนหน้า 3 ข้อคือ 1. ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน 2. ต้องทำประชามติ แก้รัฐธรรมนูญและตั้ง ส.ส.ร. และ 3. การแก้ปัญหาข้อพิพาทกับกัมพูชา

พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย จะกล้ารับเงื่อนไข 5 ข้อนี้ไหม ถ้าไม่รับเงื่อนไขทั้ง 5 ข้อนี้ พรรคประชาชนก็จะไม่โหวตให้เป็นรัฐบาล ก็จะไม่มีพรรคไหนได้เสียงข้างมากในการเลือกนายกรัฐมนตรี ก็จะตั้งรัฐบาลไม่ได้ ก็จะนำไปสู่การยุบสภา ใครที่ตีความรัฐธรรมนูญเอาตามใจว่ารัฐบาลรักษาการยุบสภาไม่ได้ ก็เท่ากับตีความว่าให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลไปจนครบเทอม ในฐานะรัฐบาลรักษาการอย่างนั้นใช่ไหม นี่จะไม่ใช่ตีความรัฐธรรมนูญในทางวิปริตดอกหรือ

ทางด้าน พรรคประชาชนยืนยันผ่านทางเฟซบุ๊กพรรคว่า “เงื่อนไขในการโหวตนายกรัฐมนตรีมีเพียง 3 ข้อ ได้แก่ 1. ยุบสภาภายใน 4 เดือน 2. จัดทำประชามติเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ 3. พรรคประชาชนจะไม่ร่วมรัฐบาลเด็ดขาด และไม่มีบุคคลในพรรคหรือตัวแทน ไปรับตำแหน่งใน ครม. ยังไม่มีการเพิ่มเงื่อนไขอื่นใดจากนี้ และขณะนี้พรรคประชาชนยังไม่ได้ตัดสินใจรับข้อเสนอของพรรคใดทั้งสิ้น ขอให้พี่น้องประชาชนรับฟังข่าวสารจากช่องทางที่เป็นทางการของพรรคเท่านั้น”

ปชน. ยันเงื่อนไขโหวตนายกฯ แค่ 3 ข้อ

จากกรณีที่นายไพศาล พืชมงคล ได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเงื่อนไขการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน (ปชน.) ที่มีการเพิ่มเติมเงื่อนไข ทำให้หลายฝ่ายเกิดความสับสน ล่าสุดทางพรรคประชาชนได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า เงื่อนไขโหวตนายกฯ ยังคงมีเพียง 3 ข้อตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ และยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะสนับสนุนพรรคใด

ทำความเข้าใจเงื่อนไขโหวตนายกฯ ของพรรคประชาชน

เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน เรามาสรุปเงื่อนไขในการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชนกันอีกครั้ง:

  • เงื่อนไขที่ 1: ยุบสภาภายใน 4 เดือน
  • เงื่อนไขที่ 2: จัดทำประชามติเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ
  • เงื่อนไขที่ 3: พรรคประชาชนจะไม่ร่วมรัฐบาลเด็ดขาด

ทางพรรคย้ำว่ายังไม่มีการเพิ่มเงื่อนไขอื่นใดจากนี้ และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากช่องทางที่เป็นทางการของพรรคเท่านั้น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงมีความผันผวน และการเจรจาต่อรองระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ ยังคงดำเนินต่อไป การที่พรรคประชาชนออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเช่นนี้ ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญในการกำหนดทิศทางของการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต จึงต้องติดตามกันต่อไปว่า เงื่อนไขโหวตนายกฯ ทั้ง 3 ข้อนี้ จะมีผลต่อการตัดสินใจของพรรคอื่นๆ อย่างไร และใครจะเป็นผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

การที่พรรคประชาชนออกมาเน้นย้ำ เงื่อนไขโหวตนายกฯ ของตนเอง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันประเด็นที่สำคัญต่อประชาชน เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปการเมือง แม้ว่าจะเป็นพรรคขนาดเล็ก แต่ก็มีบทบาทในการกำหนดทิศทางและสร้างความเปลี่ยนแปลงในการเมืองไทยได้

การออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่องการเพิ่มเงื่อนไขในการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน เป็นสิ่งที่น่าจับตามอง เพราะแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะรักษาจุดยืนและความน่าเชื่อถือของพรรค ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่เต็มไปด้วยข่าวสารที่บิดเบือนและข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง การที่พรรคประชาชนยืนยัน เงื่อนไขโหวตนายกฯ อย่างชัดเจน จะช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจและติดตามสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องยิ่งขึ้น

ที่มา – ปชน. โต้ “ไพศาล” ยันเงื่อนไขโหวตนายกฯ แค่ 3 ข้อ ย้ำยังไม่ได้รับข้อเสนอพรรคใด

เพื่อไทยหารือพรรคประชาชน หวังข้อยุติที่ดี

โฆษกเพื่อไทย เผย “พ.ต.อ.ทวี – เดชอิศม์” ร่วมวงหารือพรรคประชาชนบ่ายนี้ด้วย หวังได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ย้ำ หากเดินหน้าตามข้อเสนอได้ไว พร้อมยุบสภาก่อน 4 เดือน

วันที่ 31 สิงหาคม 2568 นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการนัดหารือกันของพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคประชาชน (ปชน.) ในช่วงบ่ายวันนี้ ว่า การหารือกันของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนจะสร้างบรรยากาศการเมืองที่ดีที่จะทำให้เห็นว่าประเทศจะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง เนื่องจากมีข้อเสนอที่ชัดเจนในกรอบเวลาที่เหมาะสม ซึ่งพรรคเพื่อไทยตอบรับเงื่อนไขต่างๆ ตามข้อเสนอของพรรคประชาชนตั้งแต่ต้น พร้อมยืนยันว่าหากสามารถดำเนินการตามเงื่อนไขดังกล่าวได้รวดเร็ว ก็จะสามารถยุบสภาคืนอำนาจให้พี่น้องประชาชนได้ก่อนเวลา 4 เดือนที่พรรคประชาชนวางเอาไว้

นายดนุพร กล่าวต่อไปว่า สำหรับข้อเสนอเพิ่มเติมอื่นๆ ที่พรรคเพื่อไทยเสนอไปก็เพื่อให้ประเด็นคำถามที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันในสังคม เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือ เรื่อง MOU ทั้ง 2 ฉบับ ได้มีข้อยุติผ่านกระบวนการประชาธิปไตย

ส่วนการหารือกันในช่วงบ่ายวันนี้ พรรคเพื่อไทยจะนำโดย นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค, นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค, นางสาวจิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรค พร้อมมีตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาล นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมด้วย

ทั้งนี้ การประสานนัดหมายกับพรรคประชาชน และข้อเสนอต่างๆ ที่พรรคเพื่อไทยได้เสนอไปนั้น ได้มีการประสานให้แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคได้รับทราบและเห็นชอบตรงกันแล้ว จึงคาดหวังว่าผลการหารือในวันนี้จะมีข้อยุติที่ดีและเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด.

เพื่อไทยหารือพรรคประชาชน หวังข้อยุติที่ดี

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองล่าสุด พรรคเพื่อไทยได้เปิดเผยถึงการหารือร่วมกับพรรคประชาชน โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือการหาข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด การหารือครั้งนี้ได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย เนื่องจากเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์แตกต่างกัน การที่พรรคเพื่อไทยออกมาแสดงความหวังว่าจะได้ข้อยุติที่ดี ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาในครั้งนี้

เป้าหมายหลักของการหารือเพื่อไทยหารือพรรคประชาชน

เป้าหมายหลักของการหารือเพื่อไทยหารือพรรคประชาชน คือการสร้างความเข้าใจร่วมกันในประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ การที่ทั้งสองพรรคสามารถหาจุดร่วมกันได้ จะเป็นสัญญาณที่ดีต่อเสถียรภาพทางการเมือง และเป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันได้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

การที่พรรคเพื่อไทยย้ำว่า หากสามารถดำเนินการตามข้อเสนอต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ก็พร้อมที่จะยุบสภาก่อนกำหนดถึง 4 เดือน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่จะคืนอำนาจให้กับประชาชน และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกผู้แทนของตนเองอีกครั้งหนึ่ง การตัดสินใจนี้ถือเป็นการเดิมพันทางการเมืองที่สำคัญ และสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของพรรคเพื่อไทยต่อการสนับสนุนจากประชาชน

นอกจากนี้ การที่พรรคเพื่อไทยได้เชิญตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ เข้าร่วมการหารือในครั้งนี้ด้วย แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะสร้างความโปร่งใส และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การมีส่วนร่วมของพรรคร่วมรัฐบาล จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และนำไปสู่การทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ การที่พรรคเพื่อไทยได้เสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเรื่อง MOU ทั้ง 2 ฉบับ เพื่อให้เกิดข้อยุติผ่านกระบวนการประชาธิปไตย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมด้วยวิธีการที่สันติและเป็นประชาธิปไตย การเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ จะช่วยลดความขัดแย้ง และสร้างความสมานฉันท์ในสังคม

การหารือเพื่อไทยหารือพรรคประชาชนในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศ การที่ทั้งสองพรรคสามารถหาข้อยุติที่ดีได้ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามผลการหารืออย่างใกล้ชิด และดูว่าข้อตกลงต่างๆ จะถูกนำไปปฏิบัติจริงได้หรือไม่

การเมืองไทยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์ และสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง การมีส่วนร่วมทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็น การเลือกตั้ง หรือการสนับสนุนพรรคการเมืองที่เราเชื่อมั่น จะช่วยสร้างสังคมที่ดีและเข้มแข็ง

ที่มา – เพื่อไทย เผย “ทวี-เดชอิศม์” ร่วมวงหารือพรรคประชาชน หวังได้ข้อยุติที่ดี

“ภูมินทร์” ใช้เอกสิทธิ์ ไม่โหวต “ชัยเกษม”

“ภูมินทร์” สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอใช้เอกสิทธิ์ สส. ไม่โหวต “ชัยเกษม” เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 พร้อมยก 2 เหตุผล นโยบายล้มเหลว-ปมคลิปเสียง “อิ๊งค์” ต้องรับผิดชอบ เสียสละไม่เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

วันที่ 31 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคเพื่อไทย 5 คน ทยอยออกจากกลุ่มไลน์พรรค โดยคาดว่าจะไปสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 นั้น เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ สส.ศรีสะเกษ เขต 4 พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในนั้น ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เลือกที่จะใช้เอกสิทธิ์ สส. ไม่โหวต “ชัยเกษม” เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมระบุเหตุผลการตัดสินใจที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ ว่า

1. พรรคเพื่อไทยบริหารประเทศมา 2 ปี นโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยแถลงไว้แทบจะไม่สามารถปฏิบัติได้เป็นผล โดยเฉพาะราคาข้าว ราคามันสำปะหลัง ราคาวัว ตกต่ำเป็นอย่างมาก

2. จากเหตุการณ์คลิป Uncle หลุด และเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะที่อำเภอกันทรลักษ์ ประชาชนได้รับบาดเจ็บล้มตาย เดือดร้อนกันอย่างแสนสาหัส นั่นหมายถึงรัฐบาลบริหารความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ไม่ดีพอ

“มาถึงฟางเส้นสุดท้ายคือคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ท่านนายกฯ มีความผิด ส่งผลให้พ้นจากตำแหน่ง”

นพ.ภูมินทร์ เผยต่อไป สิ่งเหล่านี้ทำให้ต้องกลับมาคิดอย่างจริงจังว่า ตนเองและรัฐบาลพรรคเพื่อไทยนั้นควรต้องมีส่วนแสดงความรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน และควรจะต้องเสียสละไม่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ฉุดลากประเทศให้ตกต่ำ เดือดร้อนเสียหายไปมากกว่านี้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อันจะนำไปสู่การยุบสภาเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนกำหนดอนาคตของตัวเองอีกครั้งในเร็ววัน

“นี่คือเหตุผลที่ผมจะไม่สนับสนุนให้คุณชัยเกษม นิติสิริ เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครับ”

“ภูมินทร์” ใช้เอกสิทธิ์ สส.ไม่โหวต “ชัยเกษม” ยก 2 เหตุผล เพื่อไทยต้องรับผิดชอบ

จากกรณีที่ นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ประกาศ“ภูมินทร์” ใช้เอกสิทธิ์ สส.ไม่โหวต “ชัยเกษม” เป็นนายกรัฐมนตรี ได้สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองเป็นอย่างมาก การตัดสินใจครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย และความพยายามในการจัดตั้งรัฐบาลผสม สิ่งที่ นพ.ภูมินทร์ ได้เน้นย้ำคือความรับผิดชอบต่อประชาชน และผลกระทบจากนโยบายที่ผ่านมาของพรรค

เหตุผลเบื้องหลังการไม่โหวต “ชัยเกษม”

เหตุผลหลักที่ นพ.ภูมินทร์ ยกขึ้นมานั้น มี 2 ประการที่สำคัญ คือ

  • ความล้มเหลวของนโยบาย: นพ.ภูมินทร์ ชี้ให้เห็นว่า นโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้แถลงไว้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราคาผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว มันสำปะหลัง และวัว ที่ตกต่ำอย่างมาก
  • ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: เหตุการณ์คลิป Uncle หลุด และความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศของรัฐบาล

นอกจากนี้ คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ส่งผลให้นายกฯ พ้นจากตำแหน่ง ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ นพ.ภูมินทร์ ต้องกลับมาทบทวนบทบาทของตนเองและพรรคเพื่อไทย

ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ การใช้เอกสิทธิ์ สส. ของ นพ.ภูมินทร์ ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และการจัดตั้งรัฐบาลผสมอย่างไร การที่ สส. ภายในพรรคเดียวกันออกมาแสดงจุดยืนที่แตกต่างกัน บ่งบอกถึงความแตกแยกภายในพรรคหรือไม่ นี่เป็นคำถามที่สังคมกำลังจับตามอง

การตัดสินใจของ นพ.ภูมินทร์ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนทางการเมือง และความท้าทายในการบริหารประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน พรรคเพื่อไทยจะต้องพิจารณาถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และปรับปรุงนโยบายให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองทุกคนว่า ความรับผิดชอบต่อประชาชน และการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานการเมือง การที่ นพ.ภูมินทร์ กล้าที่จะออกมาแสดงจุดยืนที่แตกต่าง แม้จะต้องเผชิญกับความขัดแย้งภายในพรรค นับเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง

การเมืองไทยยังคงต้องจับตาดูกันต่อไป ว่าสถานการณ์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างไร และพรรคเพื่อไทยจะสามารถก้าวข้ามความท้าทายนี้ไปได้อย่างไร ที่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจของ สส. แต่ละคนในการเลือกนายกรัฐมนตรี ถือเป็นสิทธิและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และควรอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายหลากหลายด้าน การมีผู้นำที่สามารถนำพาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนต้องการ

ดังนั้นการที่ “ภูมินทร์” ใช้เอกสิทธิ์ สส.ไม่โหวต “ชัยเกษม” จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบถึงเหตุผลและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – “ภูมินทร์” ใช้เอกสิทธิ์ สส.ไม่โหวต “ชัยเกษม” ยก 2 เหตุผล เพื่อไทยต้องรับผิดชอบ

เพื่อไทยคุยพรรคประชาชน ยินดีข้อเสนอ ยุบสภาใน 4 เดือน

เพื่อไทย ส่ง “สรวงศ์-จิราพร” คุยพรรคประชาชน บ่าย 2 วันนี้ ยินดีตอบรับข้อเสนอทุกประการ พร้อมยุบสภาใน 4 เดือน นับจากวันแถลงนโยบายรัฐบาล ลุยประชามติแก้รัฐธรรมนูญ – คดีฮั้ว สว. – ที่ดินเขากระโดง

วันที่ 31 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประสานงานและกำหนดนัดหมายกับพรรคประชาชน (ปชน.) เพื่อหารือเรื่องข้อเสนอในการจัดตั้งรัฐบาล ในวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ ที่ทำการพรรคประชาชน โดย นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนางสาวจิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนของพรรค

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยินดีตอบรับข้อเสนอจากพรรคประชาชนทุกประการ และมีข้อเสนอเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนถึงแนวทางปฏิบัติ และแก้ไขปัญหาของประเทศดังนี้

1. รัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ตั้งขึ้นจากข้อตกลงนี้จะยุบสภาภายใน 4 เดือน นับจากวันแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา และหากกระบวนการตามเงื่อนไขบรรลุผลก่อนกำหนดเวลา รัฐบาลจะยุบสภาทันที

2. การทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะตั้งคำถามเรื่องเห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยใช้รัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตย พ.ศ. 2540 เป็นร่างหลักหรือไม่ เพื่อกระชับเวลาในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

3. ในการทำประชามติครั้งเดียวกัน จะตั้งคำถามเรื่องการคงไว้หรือยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อหาข้อยุติและลดความขัดแย้งภายในประเทศ

4. รัฐบาลชุดนี้จะร่วมมือกับพรรคประชาชนและทุกฝ่าย เร่งดำเนินการคดีฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและอยู่ในความสนใจของประชาชน ตามกฎหมายและหลักนิติธรรมอย่างตรงไปตรงมา.

บ่าย 2 วันนี้ เพื่อไทยคุยพรรคประชาชน ยินดีตอบรับข้อเสนอ ยุบสภาใน 4 เดือน

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองล่าสุด พรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยกับพรรคประชาชนเพื่อหาข้อสรุปในการจัดตั้งรัฐบาล โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่พรรคเพื่อไทยยินดีที่จะทำตามข้อเสนอต่างๆ ที่พรรคประชาชนได้ยื่นมา หนึ่งในนั้นคือการยุบสภาใน 4 เดือนหลังจากแถลงนโยบาย

รายละเอียดการพูดคุยเพื่อไทยคุยพรรคประชาชน ยินดีตอบรับข้อเสนอ ยุบสภาใน 4 เดือน

การเจรจาในครั้งนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยพรรคเพื่อไทยแสดงความพร้อมที่จะดำเนินการตามข้อเสนอหลักๆ ของพรรคประชาชน ซึ่งรวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการเร่งรัดคดีสำคัญต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน การที่พรรคเพื่อไทยยอมรับข้อเสนอยุบสภาใน 4 เดือน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสในการบริหารประเทศ

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังได้เสนอแนวทางเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและการจัดการคดีที่ดินเขากระโดงอย่างตรงไปตรงมา การดำเนินการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและสร้างความปรองดองในสังคม

การที่พรรคเพื่อไทยยินดีตอบรับข้อเสนอต่างๆ รวมถึงเรื่องยุบสภาใน 4 เดือน ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน การทำงานร่วมกันระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนจะเป็นก้าวสำคัญในการนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นธรรม

การเจรจาในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศไทย การที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนสามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน นอกจากนี้ การเร่งรัดแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่สะสมมาเป็นเวลานาน จะช่วยสร้างความปรองดองและความสามัคคีในสังคม

การที่พรรคเพื่อไทยแสดงความชัดเจนในเรื่องการยุบสภาใน 4 เดือน ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองอื่นๆ ว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อสร้างรัฐบาลที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอนาคตของประเทศ จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตย

โดยสรุปแล้ว การที่พรรคเพื่อไทยคุยกับพรรคประชาชนและยินดีตอบรับข้อเสนอต่างๆ รวมถึงการยุบสภาใน 4 เดือน ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลที่โปร่งใสและเป็นธรรม การทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ จะช่วยนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคง

ที่มา – บ่าย 2 วันนี้ เพื่อไทยคุยพรรคประชาชน ยินดีตอบรับข้อเสนอ ยุบสภาใน 4 เดือน

Scroll to top