ราคาน้ํามันโลก

รูบิโอเผย เจรจากับอิหร่านคืบหน้า ปากีสถานเป็นตัวกลาง

รูบิโอเผย เจรจากับอิหร่านคืบหน้า ปากีสถานเป็นตัวกลาง สร้างความหวังท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ล่าสุด มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าการเจรจาทางการทูตกับอิหร่านกำลังมีพัฒนาการเชิงบวก โดยมีปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการส่งผ่านข้อความระหว่างสองฝ่าย

รูบิโอเผย เจรจากับอิหร่านคืบหน้า ปากีสถานเป็นตัวกลาง

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ก่อนที่รูบิโอจะเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 ที่ประเทศฝรั่งเศส เขาได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า “มีความคืบหน้าเกิดขึ้นแล้ว” ในการเจรจากับอิหร่าน แม้จะไม่เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจง เช่น ผู้ที่เขาหารือด้วยหรือเนื้อหาหลักของการพูดคุย แต่ก็เน้นย้ำว่ามี “ความคืบหน้าที่เห็นผลชัดเจนในบางส่วน” และกระบวนการนี้เป็นสิ่งที่ “ดำเนินอยู่และมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา”

ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน สตีฟ วิตคอฟ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ยังยืนยันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ กำลังดำเนินการเจรจาผ่านช่องทางการทูต โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง ซึ่งบทบาทนี้ช่วยลดความตึงเครียดและเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทบาทสำคัญของปากีสถานในการเจรจา

ปากีสถานซึ่งมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่านทั้งในด้านการค้าและการทูต ได้กลายเป็นตัวกลางที่น่าเชื่อถือ โดยช่วยส่งผ่านข้อความและข้อเสนอต่างๆ ทำให้การเจรจาไม่ต้องเผชิญหน้ากันโดยตรง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงของการปะทะ นอกจากนี้ รูบิโอยังกล่าวถึงประเด็นช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้น ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก เมื่อถูกถามว่าจะขอความช่วยเหลือจากชาติ G7 หรือไม่ เขาตอบว่า “การให้ความช่วยเหลือนั้นเป็นผลประโยชน์ของพวกเขาเอง” เพราะประเทศเหล่านี้พึ่งพาเชื้อเพลิงจากภูมิภาคนี้มากกว่าสหรัฐฯ

ทัศนคติของรูบิโต่อการประชุม G7 ท่ามกลางสงคราม

ท่ามกลางบรรยากาศสงคราม รูบิโอยังแสดงความมั่นใจ โดยระบุว่า “ผมไม่กังวลเรื่องนั้นเลย” ในการเข้าร่วมประชุม G7 เขาเน้นว่าไม่ได้ไปเพื่อเอาใจใคร แต่เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนชาวอเมริกัน พร้อมยืนยันว่าสหรัฐฯ ทำงานร่วมกับรัฐบาลต่างๆ อย่างระมัดระวัง

  • ความคืบหน้าในการเจรจา: มีพัฒนาการชัดเจนผ่านตัวกลาง
  • บทบาทปากีสถาน: ส่งผ่านข้อความ ลดความเสี่ยง
  • ประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ: กระทบเศรษฐกิจโลก
  • การประชุม G7: โอกาสหาความร่วมมือ

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลที่ทวีความรุนแรง สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์จึงเร่งหาทางออกทางการทูตเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่ การที่รูบิโอเผย เจรจากับอิหร่านคืบหน้า ปากีสถานเป็นตัวกลาง ถือเป็นสัญญาณบวกที่อาจนำไปสู่การคลี่คลายวิกฤต

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าปากีสถานมีข้อได้เปรียบจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และสัมพันธ์กับทั้งสองฝ่าย ทำให้เป็นตัวกลางที่เหมาะสม หากเจรจาสำเร็จ อาจช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลดราคาน้ำมัน และเสริมเสถียรภาพภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรค เช่น ความไม่ไว้วางใจระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และปัจจัยจากชาติอื่นๆ ใน G7 ที่อาจมีมุมมองต่างกัน รูบิโอคาดหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือ

ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่ข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด คุณคิดว่าการเจรจานี้จะสำเร็จหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – รูบิโอเผย เจรจากับอิหร่านคืบหน้า ปากีสถานเป็นตัวกลาง

เยอรมนีเดินหน้ามาตรการคุมราคาน้ำมัน หลังสงครามทำต้นทุนพุ่งสูง

เยอรมนีเดินหน้ามาตรการคุมราคาน้ำมัน หลังสงครามทำต้นทุนพุ่งสูง สถานการณ์ตึงเครียดจากสงครามในอิหร่านส่งผลกระทบหนักต่อราคาพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า รัฐสภาของเยอรมนีจึงเร่งผ่านร่างกฎหมายใหม่เพื่อควบคุมราคาน้ำมันที่พุ่งปรี๊ด เพื่อปกป้องประชาชนจากภาระค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว

เยอรมนีเดินหน้ามาตรการคุมราคาน้ำมัน หลังสงครามทำต้นทุนพุ่งสูง

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 สภาผู้แทนราษฎรเยอรมนีได้อนุมัติร่างมาตรการเบื้องต้นในชุดนโยบายเชื้อเพลิง เพื่อสกัดกั้นราคาน้ำมันที่ทะยานขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยมาตรการหลักคือ จำกัดให้ปั๊มน้ำมันปรับราคาได้วันละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาเที่ยงวันเท่านั้น นโยบายนี้เสนอโดยพรรค CDU และ SPD ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้กับน้ำมันเบนซินและดีเซลทุกประเภท หากผ่านสภาอย่างเป็นทางการ

รายละเอียดมาตรการคุมราคาน้ำมันของเยอรมนี

มาตรการนี้กำหนดชัดเจนว่าสถานีบริการน้ำมันจะปรับราคาขึ้นได้เพียงครั้งเดียวต่อวัน เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป เพื่อป้องกันการปรับราคาแบบย่อยความถี่สูงที่ทำให้ผู้บริโภคตามไม่ทัน รัฐสภาออกแถลงการณ์ยืนยันว่ามาตรการจะช่วยลดความผันผวนของราคา และบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนนำเข้าที่พุ่งสูงเนื่องจากสงครามอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เยอรมนีซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่สุดในยุโรป กำลังเผชิญปัญหาค่าใช้จ่ายพลังงานที่บานปลาย ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง นโยบายนี้จึงไม่ใช่แค่คุมราคา แต่ยังช่วยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม

ตามรอยออสเตรีย: แบบอย่างมาตรการคุมราคาน้ำมัน

เยอรมนีเลียนแบบออสเตรียที่ใช้มาตรการคล้ายกันมาตั้งแต่ปี 2554 โดยออสเตรียจำกัดการปรับราคาในเวลาเที่ยงวัน ล่าสุดเดือนนี้ ออสเตรียยกระดับคุมเข้มขึ้น อนุญาตปรับราคาได้เพียง 3 วันต่อสัปดาห์ คือ จันทร์ พุธ ศุกร์ เพื่อรับมือสถานการณ์สงครามอิหร่านโดยตรง ผลลัพธ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าราคาน้ำมันในออสเตรียผันผวนน้อยลง ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ชัดเจน

  • ปรับราคาได้วันละครั้ง เวลา 12.00 น.
  • ใช้กับน้ำมันทุกประเภท
  • เลียนแบบออสเตรียที่ประสบความสำเร็จ

มาตรการเยียวยาจากประเทศยุโรปอื่นๆ

ไม่ใช่เยอรมนีประเทศเดียวที่เดือดร้อน สเปนประกาศแพ็กเกจพลังงาน 5 พันล้านยูโร โดยนายกฯ เปโดร ซานเชซ เพื่อชดเชยต้นทุนน้ำมันที่ขาดแคลน ขณะที่กรีซภายใต้นายกฯ คิเรียกอส มิตโซทากิส ให้เงินอุดหนุนน้ำมัน ปุ๋ย และลดค่าตั๋วเฟอร์รี่ ประเทศยุโรปหลายแห่งกำลังเร่งหาทางออก เพื่อลดแรงกดดันต่อประชาชนและธุรกิจ

สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าสงครามอิหร่านไม่เพียงกระทบภูมิภาคนั้น แต่ลามถึงเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะยุโรปที่นำเข้าน้ำมันกว่า 90% ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาน้ำมันจะยังสูงต่อเนื่อง จนกว่าความขัดแย้งจะคลี่คลาย

ในมุมมองของผู้เขียน เยอรมนีเดินหน้ามาตรการคุมราคาน้ำมัน หลังสงครามทำต้นทุนพุ่งสูง ถือเป็นก้าวสำคัญที่สมดุลระหว่างการควบคุมราคาและกลไกตลาดเสรี ช่วยให้ประชาชนไม่เดือดร้อนมากเกินไป แนะนำให้ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติม เพราะอาจมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันในไทยด้วย หากคุณมีประสบการณ์เรื่องราคาน้ำมันพุ่ง แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย!

ที่มา – เยอรมนีเดินหน้ามาตรการคุมราคาน้ำมัน หลังสงครามทำต้นทุนพุ่งสูง

ดูแลสินค้าจำเป็น: ศุภจีรับคุมราคาไม่ทั้งหมด

ช่วงนี้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นลิตรละ 6 บาท ทำเอาประชาชนหลายคนกังวลว่าราคาสินค้าต่างๆ จะตามมาแพงตามไปด้วย ล่าสุด นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการ ดูแลสินค้าจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในยามวิกฤตนี้ โดยยอมรับตรงๆ ว่าทางรัฐไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าทุกตัวได้ทั้งหมด แต่จะโฟกัสไปที่สินค้าจำเป็นที่กระทบชีวิตประจำวันของคนไทยเป็นหลัก

ดูแล “สินค้าจำเป็น” ให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยสุด

นางศุภจี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน 7 มาตรการ โดยกระทรวงพาณิชย์จะช่วยกลุ่มเปราะบางที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” คัดสินค้าเฮาส์แบรนด์และแบรนด์รองที่ใช้ประจำวันมาขายราคาพิเศษ กระจายไป 77 จังหวัดทั่วประเทศ เริ่มเมษายน-พฤษภาคม 2569 นอกจากนี้ยังมีงานธงฟ้าลดราคาสินค้าจำเป็น ตั้งแต่มีนาคม-สิงหาคม 2569 เพื่อสกัดการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงวิกฤต

เพิ่มสินค้าและบริการควบคุมใหม่ 7 รายการ

ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เมื่อ 25 มีนาคม 2569 มีมติเพิ่มสินค้าและบริการในบัญชีควบคุมอีก 7 รายการ หลังรับฟังความเห็นทุกฝ่ายแล้ว โดยมีความจำเป็นเร่งด่วน ทำให้ยอดรวมเพิ่มจาก 59 เป็น 66 รายการ คาดเสนอ ครม. 31 มีนาคม 2569 สินค้าใหม่ ได้แก่:

  • เม็ดพลาสติก
  • มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์
  • ปลากะพงขาว
  • น้ำดื่มบรรจุขวด
  • น้ำปลา
  • ซีอิ๊ว
  • กากถั่วเหลือง

สำหรับเม็ดพลาสติก มะพร้าวผลอ่อน ปลากะพงขาว จะมีมาตรการทางกฎหมายต้องแจ้งราคาและปริมาณ ส่วนน้ำดื่ม น้ำปลา ซีอิ๊ว กากถั่วเหลือง ขึ้นบัญชีไว้เพื่อพร้อมใช้กฎหมายหากมีปัญหา

นอกจากนี้ ยังเพิ่มมาตรการเข้มงวดกับสินค้าไก่ สุกร ไข่ไก่ โดยใช้มาตรา 27 พ.ร.บ.ราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 สามารถกำหนดราคา กำไรสูงสุด ห้ามส่งออก-นำเข้า หรือห้ามจำหน่ายได้ทันทีหากจำเป็นเร่งด่วน

สำหรับน้ำตาลทราย ต้องแจ้งกรมการค้าภายในก่อนปรับราคา ส่วนยารักษาโรค เวชภัณฑ์ บริการขนส่งออนไลน์ รอราคาฐานจาก อย. สบส. กขค. และกระทรวงดิจิทัล

ยกระดับมาตรการสินค้าควบคุม 8 รายการ

ยกระดับสินค้าอุปโภค 6 รายการ จากแจ้งราคาเป็นต้องขออนุญาตก่อนปรับ เช่น กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผ้าอนามัย สบู่ รวมน้ำมันปาล์มดิบต้องขออนุญาตส่งออก น้ำมันปาล์มขวดขออนุญาตปรับราคา หอมหัวใหญ่แจ้งข้อมูลนำเข้า-คงเหลือ

“ในสถานการณ์ไม่ปกติ ยอมรับว่าไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าได้ทั้งหมด แต่ได้เลือกดูแลสินค้าจำเป็นที่กระทบประชาชนโดยตรง หากพบการเอาเปรียบ แจ้งมาได้ รัฐพร้อมตรวจสอบทันที” นางศุภจีย้ำ ปัจจุบันดีเซลขึ้นลิตรละ 9 บาท ยังไม่มีผู้ประกอบการขอขึ้นราคา แต่กรมการค้าภายในวิเคราะห์ผลกระทบแล้ว

ด้านนายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษาสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย ชี้ว่าราคาน้ำมันขึ้นกระทบขนส่งรายย่อย บางเส้นทางหยุดวิ่งแล้ว เช่น สิงห์บุรี-ขอนแก่น ต้นทุนขึ้น 30% สินค้าที่เสี่ยง ได้แก่ เหล้าเบียร์ น้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำปลา ซีอิ๊ว แต่ยังไม่มีปรับราคา

การดูแลสินค้าจำเป็นครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับค่าครองชีพประชาชน แม้สถานการณ์ยากลำบาก แต่มาตรการเหล่านี้ช่วยสกัดการเก็งกำไรได้ดี หากคุณพบราคาสินค้าแปลกๆ แจ้งกรมการค้าภายในได้เลย เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกคน

ติดตามข่าวอัพเดทมาตรการเศรษฐกิจและเคล็ดลับประหยัดเงินในช่วงราคาน้ำมันแพงได้ที่บล็อกนี้!

ที่มา – ดูแล “สินค้าจำเป็น” ให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยสุด “ศุภจี” รับคุมราคาสินค้าไม่ได้ทั้งหมด

เกาหลีใต้ลดภาษีน้ำมัน ดีเซล 25% เบนซิน 15%

เกาหลีใต้ลดภาษีน้ำมัน ดีเซล 25% เบนซิน 15% รับมือราคาน้ำมันโลกพุ่ง เป็นข่าวดีที่หลายคนรอคอย โดยเฉพาะคนที่ใช้รถใช้ถนนและภาคธุรกิจขนส่ง เพราะราคาน้ำมันโลกกำลังพุ่งสูงจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง รัฐบาลเกาหลีใต้เลยออกมาตรการฉุกเฉินเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

เกาหลีใต้ลดภาษีน้ำมัน ดีเซล 25% เบนซิน 15% รับมือราคาน้ำมันโลกพุ่ง

กระทรวงการคลังเกาหลีใต้ประกาศขยายสัดส่วนการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันแบบเร่งด่วน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป น้ำมันดีเซลจะลดภาษีจากเดิม 10% เป็น 25% ทำให้ราคาต่อลิตรถูกลงราว 87 วอน หรือประมาณ 1.90 บาท ส่วนน้ำมันเบนซินลดจาก 7% เป็น 15% ราคาลดลง 65 วอน หรือ 1.42 บาทต่อลิตร มาตรการนี้จะอยู่จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม เพื่อรับมือราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งไม่หยุด

นายกู ยุนชอล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลัง อธิบายว่าน้ำมันดีเซลสำคัญมากสำหรับอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ เพราะราคาตลาดโลกกระทบหนัก รัฐบาลจึงลดภาษีสูงกว่าเบนซิน เพื่อป้องกันราคาสินค้าปรับขึ้นแบบลูกโซ่ ส่งผลดีต่อผู้บริโภคโดยตรง

มาตรการเสริมอื่นๆ ที่ช่วยบรรเทาค่าครองชีพ

นอกจาก เกาหลีใต้ลดภาษีน้ำมัน ดีเซล 25% เบนซิน 15% แล้ว รัฐบาลยังเพิ่มสินค้าควบคุมราคาเป็น 43 รายการ จากเดิม 23 รายการ ครอบคลุมอาหารสด สินค้าอุตสาหกรรม และค่าจัดส่งอาหาร ตรึงราคาค่าบริการสาธารณะทั้งท้องถิ่นและส่วนกลางจนถึงครึ่งปีแรก และทุ่มงบ 1.5 พันล้านวอน จัดโปรโมชันลดราคาสินค้าเกษตร-อาหารสูงสุด 50% ในเมษายน-พฤษภาคม

ป้องกันการเก็งกำไร รัฐแบนการกักตุนสารยูเรีย (Urea Solution) ที่ใช้ในเครื่องดีเซล ห้ามเก็บสต็อกเกิน 150% ของยอดขายเฉลี่ยรายเดือนในปี 2568 นานเกิน 7 วัน ผู้ฝ่าฝืนจำคุกสูงสุด 3 ปี ปรับ 100 ล้านวอน หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงริบสินค้า

  • ยกเว้นค่าผ่านทางด่วน 1 เดือน สำหรับรถบรรทุกและรถบัสประจำทาง
  • ควบคุมราคาสินค้าจำเป็น 43 รายการ
  • โปรโมชันลดราคาอาหาร 50%

มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเกาหลีใต้จริงจังกับปัญหาเศรษฐกิจจากราคาพลังงานโลกที่ผันผวน ผู้ขับขี่และธุรกิจขนส่งน่าจะโล่งใจขึ้นเยอะ โดยเฉพาะดีเซลที่ลดหนักสุด

ในมุมมองของเรา มาตรการแบบนี้เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับประเทศอื่นๆ ที่กำลังเจอปัญหาเดียวกัน ถ้าไทยเรามีการลดภาษีน้ำมันแบบยืดหยุ่นตามสถานการณ์โลก ก็น่าจะช่วยประชาชนได้มาก คุณคิดเห็นยังไง ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะ แล้วอย่าลืมติดตามข่าวเศรษฐกิจโลกเพื่อวางแผนการเงินส่วนตัวให้ดี!

ที่มา – เกาหลีใต้ลดภาษีน้ำมัน ดีเซล 25% เบนซิน 15% รับมือราคาน้ำมันโลกพุ่ง

สกนช. แนะขับรถประหยัดน้ำมัน 40%

ในยุคที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรง ทำให้เงินในกระเป๋าเราหนักใจทุกครั้งที่แวะปั๊ม แต่ไม่ต้องกังวล! สกนช. แนะขับรถประหยัดน้ำมัน 40% ด้วยการปรับเปลี่ยนแค่ 4 พฤติกรรมการขับขี่ง่ายๆ ก็ช่วยให้คุณประหยัดค่าน้ำมันได้มหาศาล เงินเหลือใช้จ่ายเรื่องอื่นได้สบายๆ มาดูกันเลยว่าวิธีไหนบ้างที่ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) แนะนำ

สกนช. แนะขับรถประหยัดน้ำมัน 40%

สกนช. หรือ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้โพสต์เคล็ดลับสุดเจ๋งบนเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 โดยเน้นย้ำว่า แค่เปลี่ยนนิสัยขับรถนิดหน่อย ก็ลดการใช้ “น้ำมัน” ได้ถึง 40% รวมกัน สร้างความยั่งยืนด้านพลังงานให้ประเทศไปด้วยกัน ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ผันผวนแบบนี้ เคล็ดลับเหล่านี้เป็นอาวุธลับที่ทุกคนทำได้ทันที

1. ขับด้วยความเร็วคงที่ 90 กม./ชม.

เคล็ดลับแรกที่ สกนช. แนะขับรถประหยัดน้ำมัน 40% คือ การรักษาความเร็วที่ 90 กม./ชม. โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน เหตุผลง่ายๆ คือ แรงต้านทานอากาศจะเพิ่มขึ้นแบบกำลังสองตามความเร็ว ยิ่งขับเร็ว เช่น 110 กม./ชม. ขึ้นไป รถจะกินน้ำมันมากกว่าเดิมถึง 15-25% การขับช้าแต่คงที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ลองนึกภาพสิ ขับเร็วเหมือนกำลังเผาเงินสดทิ้งเปล่าๆ โดยเฉพาะบนทางด่วน ลองปรับดู คุณจะเห็นความแตกต่างชัดเจนในถังน้ำมัน

2. เช็คลมยางให้ตรงสเปกทุกครั้ง

  • ยางอ่อนเกินไปแม้แค่ 1 PSI ก็ทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มทันที
  • การเติมลมยางให้พอดีตามคู่มือรถ ช่วยประหยัดได้ 2-3% ต่อเดือน

หลายคนมองข้ามเรื่องนี้ แต่สกนช. ย้ำว่าลมยางผิดปกติเพิ่มแรงต้านทานการหมุนของล้อ ทำให้เครื่องยนต์ต้องใช้พลังงานมากขึ้น แนะนำให้เช็คทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะรถใช้งานหนัก วิธีเช็คง่ายๆ ใช้เกจวัดลมยางที่ปั๊ม หรือแอปมือถือบางตัวช่วยได้ เงินที่รั่วไหลจากยางอ่อน จะหยุดลงทันทีที่คุณใส่ใจ

3. ออกตัวนุ่มนวล ไม่กระชากคันเร่ง

การเหยียบคันเร่งแบบมิดสุดตั้งแต่เริ่มออกตัว ทำให้ระบบฉีดน้ำมันทำงานหนักเกินจำเป็น สกนช. แนะให้ค่อยๆ เร่งความเร็วแบบ smooth รักษาความเร็วคงที่หลังจากนั้น เทคนิคนี้ช่วยลดการสิ้นเปลืองได้ถึง 10-30% โดยเฉพาะในเมืองที่มีสัญญาณไฟจราจรเยอะ ลองฝึกขับแบบ ‘นุ่มนวล’ เหมือนกำลังลูบขนแมว จะเห็นว่าน้ำมันเหลือเยอะขึ้นจริงๆ

4. ชะลอรถแบบ Coast to Stop

  • ถอนคันเร่งล่วงหน้าเมื่อเห็นไฟแดงหรือจุดหมาย
  • ใช้แรงเฉื่อยของรถแทนการเหยียบเบรกหนัก

วิธีนี้ช่วยให้เครื่องยนต์ตัดการฉีดน้ำมันขณะไหล ลดการใช้พลังงานอีก 5% หลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหันที่ทำให้ต้องเร่งใหม่ทั้งหมด เหมาะมากสำหรับการขับในเมืองติดๆ ขัดๆ

สรุปแล้ว แค่รวม 4 วิธีที่ สกนช. แนะขับรถประหยัดน้ำมัน 40% เข้าด้วยกัน คุณจะประหยัดได้สูงสุด 40% ไม่ใช่แค่ช่วยเงินในกระเป๋า แต่ยังลดการปล่อยคาร์บอน ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า สร้างอนาคตพลังงานยั่งยืนให้ลูกหลาน ลองนำไปปฏิบัติตั้งแต่วันนี้ แล้วคุณจะติดใจ!

คำเรียกดู: ลองปรับพฤติกรรมขับขี่ตามเคล็ดลับสกนช. แล้วแชร์ประสบการณ์ว่าประหยัดได้กี่เปอร์เซ็นต์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ ช่วยกันประหยัดเพื่อโลกใบนี้!

ที่มา – สกนช. แนะวิธี “ขับรถ” อย่างไรให้เงินเหลือๆ ประหยัด “น้ำมัน” ได้สูงสุด 40%

ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง ช่วยไทยกลับ 1,499 คน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีอัพเดทสถานการณ์ร้อนๆ จากตะวันออกกลางมาฝากกันอีกแล้วนะครับ โดยเฉพาะ ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง แบบนี้ รัฐบาลไทยยังคงเร่งช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่ ล่าสุดช่วยให้คนไทยกลับบ้านแล้วถึง 1,499 คนเลยทีเดียว! สถานการณ์ยังตึงเครียด สหรัฐฯ เตรียมส่งทหารเพิ่ม อิหร่านก็ปฏิเสธข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐฯ ไปเรียบร้อย มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง แถลงช่วยคนไทย

ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง

จากที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. แถลงเมื่อตอน 11.05 น. วันที่ 26 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศฯ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงรุนแรงหนัก มีการโจมตีตอบโต้กันไม่หยุด ทั้งคู่ขัดแย้งหลักและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ สหรัฐฯ ยังเตรียมส่งกำลังทหารเพิ่มเข้าไปเพื่อเสริมปฏิบัติการอีกด้วย เพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวคงเห็นภาพชัด สงครามครั้งนี้กระทบหนักมาก

ท่าทีอิหร่านปฏิเสธ 15 ข้อของสหรัฐฯ

ด้านการเจรจายุติสงคราม สหรัฐฯ ส่งแผน 15 ข้อไปให้อิหร่าน รวมถึงขอเปิดช่องแคบฮอร์มุซถาวร แต่ละอิหร่านปฏิเสธสนิท และยื่นเงื่อนไข 5 ข้อคืน โดยอยากให้โลกยอมรับอำนาจอิหร่านในช่องแคบนั้น โฆษกทำเนียบขาวบอกว่ายังเจรจากันอยู่ แต่เตือนอย่าเชื่อข่าวออนไลน์ทั้งหมด เพราะมีแค่บางส่วนที่จริง ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรงแบบนี้ ความไม่แน่นอนสูงมาก รัฐบาลไทยจึงขอร้องคนไทยรีบออกจากพื้นที่เสี่ยง ดาวน์โหลดแอป TPA Connect ลงทะเบียนกับสถานทูตให้ครบถ้วน ติดตามข่าวจากช่องทางการเท่านั้นนะครับ

อัพเดทช่วยเหลือคนไทยจากตะวันออกกลาง

ความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง

มาดูความคืบหน้าดีๆ กันครับ:

  • อิหร่าน-โอมาน: ลูกเรือไทย 3 คนบนเรือมยุรีนารี ยังรอคอนเฟิร์มสถานะ ปฏิบัติการร่วมอิหร่าน-โอมานกำลังดำเนินการ พอมีข่าวจะรีบอัพเดท
  • อิสราเอล: ร่างนายชัยวัฒน์ แววเนิน ที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด เดิมจะกลับเช้า 26 มี.ค. แต่เที่ยวบิน LY 085 ของ El Al ถูกยกเลิก สถานทูตเทลอาวีฟประสานใหม่ จะแจ้งวันใหม่เร็วๆ นี้
  • อิหร่าน-ตุรกี: คนไทย 8 คน (นักเรียน+ครอบครัว 7, แรงงาน 1) ข้ามแดนเข้าตุรกีแล้วเมื่อ 25 มี.ค. พักวาน ออกเดินทางเช้า 26 มี.ค. ไปอิสตันบูล ค้างคืน แล้วบินกลับไทยเช้า 28 มี.ค.

รวมทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเหตุ นับคนไทยที่ได้ช่วยออกจากตะวันออกกลางไปไทยหรือประเทศที่สามแล้ว 1,499 คน! รัฐบาลไทยทุ่มสุดตัวจริงๆ ครับ

ในฐานะคนไทยเราควรภูมิใจที่มีรัฐบาลใส่ใจขนาดนี้ สถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงแต่การช่วยเหลือคนไทยไม่เคยสะดุด หวังว่าการเจรจาจะสำเร็จเร็วๆ เพื่อความสงบสุขทุกฝ่าย หากคุณหรือคนใกล้ชิดยังอยู่ในพื้นที่ รีบลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตหรือกงสุลใหญ่ทันที ติดตามข่าวจากแหล่ง官方 และปฏิบัติตามคำแนะนำเคร่งครัด จะได้ปลอดภัยกลับบ้านไวๆ นะครับ

ที่มา – ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง ช่วยคนไทยกลับแล้ว 1,499 คน เผยท่าทีอิหร่านปฏิเสธ 15 ข้อของสหรัฐฯ

กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล หลังขึ้นน้ำมัน 6 บาท

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อน ๆ ในวงการการเมืองไทย เมื่อ กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล ครั้งใหญ่ หลังจากที่รัฐบาลแอบประกาศขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท เมื่อคืนวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต ออกมาโพสท่าทางไม่ไว้หน้าเลย สุดจัดหนักว่าการทำงานของรัฐบาลนี่แหละคือ “กำปั้นทุบดิน” ไม่รู้จักแก้ปัญหา รู้แต่การกิน!

กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล ไม่รู้จักการแก้ปัญหา

กัณวีร์บอกตรง ๆ ว่าปัญหาพลังงานมันกระทบทุกคนอยู่แล้ว เพราะมาจากวิกฤตโลก ไม่ใช่ปัญหาภายในประเทศ รัฐบาลมีหน้าที่ชะลอและแก้ไขผลกระทบให้ประชาชน ไม่ใช่มานั่งเป็นแค่ “หัวโขน” ฝ่ายบริหารแบบงง ๆ เอาใครมาก็นั่งได้หมด! เขายังย้ำว่าการชนะเลือกตั้งแบบไทย ๆ ที่รวมกลุ่มเก่า ๆ ชนะแบบไม่สะอาด มันไม่ได้แปลว่าบริหารประเทศศตวรรษที่ 21 ได้ดี มีเทคนิครัคส์ ข้อมูลเพียบ แต่สุดท้ายตัดสินใจแบบเดิม ๆ ที่เข้าถึงอำนาจเท่านั้นเอง

กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล หลังแอบขึ้นราคาน้ำมัน

ที่พีคสุดคือการสื่อสารมั่ว ๆ ของรัฐบาล ประกาศตรึงราคาได้ถึงวันไหน มีน้ำมันสำรองเท่าไหร่ ใช้กองทุนช่วยผู้ประกอบการ สุดท้ายประชาชนไม่มั่นใจ เลยตะเกียกตะกายตุนน้ำมัน แต่คนตุนจริง ๆ คือพวกนายทุนใหญ่! ผลคือขึ้นราคา 6 บาท เข้าทางทุกคน นี่แหละสูตรสำเร็จทางการเมือง แสวงหาประโยชน์จากวิกฤตโลก ทำท่าทางแก้ไม่ได้ แต่กินได้สบาย

กัณวีร์ชี้ว่าประชาชนตาสว่างแล้วกับผลเลือกตั้งและการแก้ปัญหาของรัฐบาล Soft Landing ไต่ราคาช้า ๆ ก็ไม่มี timeframe ชัดเจน ภาษีลอยตัวตามราคาโลก targeted timeframe ก็ไม่ได้ รวมถึง พ.ร.บ.น้ำมันเชื้อเพลิง 2516 ก็ล้าสมัยไปแล้ว นี่คือการแก้ปัญหาจริง ๆ เหรอ?

  • สื่อสารไร้ทิศทาง ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
  • ไม่ชะลอผลกระทบจากวิกฤตโลกให้ประชาชน
  • ทำงานแบบกำปั้นทุบดิน ไม่มีแผนระยะยาว
  • แสวงหาประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าแก้ปัญหา
  • ขาดความเป็นกลางและอิสรภาพในการตัดสินใจ

ปัญหาน้ำมันแพงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การจัดการของรัฐบาลชุดนี้ทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ ประชาชนต้องแบกรับภาระเพิ่ม โดยเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนนรายวัน ค่าน้ำมันขึ้น 6 บาท กระทบค่าครองชีพทั้งระบบ ส่งผลให้ราคาสินค้าทุกอย่างแพงตาม ธุรกิจขนาดเล็กเดือดร้อนหนัก

ในมุมมองของพรรคพลวัต พวกเขามีวิสัยทัศน์ที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควรมีนโยบายที่โปร่งใส ชัดเจน เช่น การใช้กองทุนน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนพลังงานทางเลือก ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า และสื่อสารให้ประชาชนมั่นใจ

สุดท้ายแล้ว กัณวีร์ ซัดแรงรัฐบาล ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าประชาชนต้องการผู้นำที่แท้จริง ไม่ใช่แค่นั่งเก้าอี้ คุณคิดว่าปัญหาน้ำมันแพงจะจบยังไง? รัฐบาลควรปรับตัวยังไงให้ดีขึ้น ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ เราอยากฟังมุมมองจากทุกคน!

ที่มา – “กัณวีร์” ซัดแรงรัฐบาล ไม่รู้จักการแก้ ทำงานแบบกำปั้นทุบดิน หลังแอบขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท

ทหารพราน ปั่นจักรยานลาดตระเวน ชายแดนไทย-กัมพูชา

ในยุคที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทหารพราน ปั่นจักรยานลาดตระเวน แนวชายแดนไทย–กัมพูชา กลายเป็นแนวคิดสุดชาญฉลาดในการปรับยุทธวิธีของหน่วยทหารพรานที่ 12 เพื่อฝ่าวิกฤตนี้ โดยลดการใช้น้ำมันลงอย่างเห็นผล ขณะเดียวกันยังคงคุมเข้มพื้นที่เสี่ยง สกัด “กองทัพมด” ลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศ

ทหารพราน ปั่นจักรยานลาดตระเวน แนวชายแดนไทย–กัมพูชา

สถานการณ์ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลปรับขึ้นลิตรละ 6 บาท สร้างผลกระทบหนักต่อประชาชนและหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะกองทัพบกที่ต้องปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือ พ.อ.พงศกร เสืองาม ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 (ชค.ทพ.12) หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา สั่งปรับรูปแบบการลาดตระเวนทันที เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2566

โดยมอบหมาย ร.อ.อาคม มงคลนำ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1201 จัดตั้ง “ชุดลาดตระเวนจักรยาน” ใช้จักรยานสองล้อแทนรถจักรยานยนต์ในการลาดตระเวน เฝ้าระวัง และตั้งจุดตรวจจุดสกัด พื้นที่หลักรอบตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มักเกิดการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงไปกัมพูชาแบบ “กองทัพมด” ผ่านช่องทางธรรมชาติ

วิกฤตน้ำมันแพง บังคับให้ทหารพราน ปั่นจักรยานลาดตระเวน

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นประกอบกับปัญหาขาดแคลนในบางพื้นที่ ส่งผลให้หน่วยทหารต้องเร่งลดการใช้เชื้อเพลิง ตามนโยบายรัฐบาลและกองทัพบก การปั่นจักรยานลาดตระเวนไม่เพียงช่วยประหยัดงบประมาณ แต่ยังตอบสนองภารกิจรักษาความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อได้เปรียบของยุทธวิธีทหารพราน ปั่นจักรยานลาดตระเวน

การใช้จักรยานมีจุดเด่นหลายประการที่เหนือกว่ารถยนต์หรือจักรยานยนต์ ดังนี้:

  • เข้าถึงพื้นที่ยากลำบาก: สามารถทะลุซอกซอยแคบ เส้นทางธรรมชาติที่ยานพาหนะใหญ่เข้าไม่ได้
  • เงียบและคล่องตัว: ลดเสียงรบกวน เพิ่มโอกาสตรวจจับผู้กระทำผิดโดยไม่ถูก发觉
  • ประหยัดพลังงาน 100%: ไม่ต้องใช้น้ำมัน ลดต้นทุนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • เสริมสุขภาพกำลังพล: ช่วยให้ทหารฟิตและพร้อมรบมากขึ้น
ทหารพราน ปั่นจักรยานลาดตระเวน

นอกจากนี้ ยังบูรณาการกับมาตรการ “ซีลเข้มแนวชายแดน” ของกองทัพภาคที่ 1 ร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และตรวจคนเข้าเมือง เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนและสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภท

ประชาชนในพื้นที่ชื่นชมแนวคิดนี้มาก เพราะไม่เพียงช่วยประหยัดพลังงาน แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการปรับตัวต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะรักษาอธิปไตยชาติได้เต็มประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังเรียกร้องให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการลักลอบทันที เพื่อความสงบเรียบร้อยยั่งยืน

แนวคิดทหารพราน ปั่นจักรยานลาดตระเวน นี้ สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของกองทัพไทยในการรับมือวิกฤตพลังงาน คุณคิดว่าวิธีนี้จะขยายไปยังหน่วยอื่นๆ ได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการประหยัดพลังงานกันเถอะ!

ที่มา – ทหารพราน ปรับยุทธวิธี ฝ่าวิกฤตน้ำมันแพง “ปั่นจักรยานลาดตระเวน” แนวชายแดนไทย–กัมพูชา

ไอติม ซัดรัฐบาลกระชากราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร

ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเผชิญความยากลำบาก รัฐบาลกลับประกาศขึ้นราคาน้ำมันทุกประเภทพรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร สร้างความเดือดร้อนให้กับคนทั้งประเทศ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ออกมาไอติม ซัดรัฐบาลกระชากราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตรอย่างดุเดือด โดยตั้งคำถามว่า “เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขแบบใด” ที่ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระหนักหน่วงแบบนี้

ไอติม ซัดรัฐบาลกระชากราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร

วันที่ 26 มีนาคม 2569 ไอติมโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเพจของตัวเอง หลังจากราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินปรับขึ้นสูงสุด 6 บาทต่อลิตร เขาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่า การขึ้นราคาครั้งนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีคำตอบชัดเจนในหลายประเด็นสำคัญ เช่น ใครเป็นผู้กักตุนน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา เรื่องภาษีลาภลอยยังไม่มีความคืบหน้า มาตรการเยียวยาประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ยังไม่เริ่มต้น และที่สำคัญ นายกรัฐมนตรีไม่เคยชี้แจงในสภาแม้แต่คำเดียวตลอดวัน

สถานการณ์ตอนกลางดึกที่ปั๊มน้ำมันย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ คิวยาวเหยียดนาน 15 นาที แสดงให้เห็นถึงความตื่นตระหนกของประชาชน นอกจากนี้ ไอติมยังตั้งข้อสังเกตว่าทำไมสัปดาห์นี้สภาเปิดประชุมแค่วันเดียว โดยไม่ประชุมวันพฤหัสบดีตามปกติ เหมือนหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจาก ส.ส.

ไอติม ซัดรัฐบาลกระชากราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร โดยไม่มีมาตรการช่วยเหลือ

ขณะเดียวกัน นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ก็โพสต์วิจารณ์เช่นกัน โดยเปรียบเทียบว่ารัฐบาลเหมือนปล่อยน้ำจากเขื่อนท่วมบ้านประชาชนโดยไม่ช่วยเหลือ รัฐบาลแถลงมาตรการช่วยเหลือ 5 กลุ่ม แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง

  • กลุ่มเปราะบาง: เติมเงินบัตรสวัสดิการจากงบกลาง แต่ยังไม่อนุมัติทั้งที่เร่งด่วน
  • กลุ่มขนส่ง: รอกระทรวงค้อนรวบรวมข้อมูล กว่าจะเสร็จราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 50 บาท
  • กลุ่มเกษตรกร: ช่วยเรื่องราคาปุ๋ยแทนน้ำมัน แต่ปุ๋ยขึ้นราคาอยู่แล้ว เช่น ปุ๋ย 40-0-0 จาก 1,065 เป็น 1,140 บาท
  • กลุ่มประมง: ใช้ B20 ราคาถูกกว่า 5 บาท แต่ยังไม่มีเรือประมงได้รับจริง
  • กลุ่มผู้รับเหมาและอุตสาหกรรม: ปรับค่า K และซอฟต์โลน แต่ไร้รายละเอียด

การตัดสินใจขึ้นราคาหลังปิดสภา แสดงถึงการหนีการตรวจสอบ รัฐบาลนายอนุทินจัดการวิกฤตโดยไม่มีประชาชนในสมการ ผู้นำที่ดีต้องลดผลกระทบให้ประชาชน ไม่ปล่อยให้เผชิญปัญหาลำพัง

ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ ค่าน้ำมันรถ ค่าขนส่งสินค้า สุดท้ายราคาสินค้าทุกอย่างจะแพงขึ้น เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยเดือดร้อนหนัก ประชาชนจำนวนมากต้องปรับลดรายจ่ายเพื่อรับมือ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นกักตุนน้ำมันและภาษีนำเข้าน้ำมันที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข หากไม่ทำ วิกฤตจะยิ่งลุกลาม ส.ส.ฝ่ายค้านเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงและออกมาตรการเยียวยาเร่งด่วน

ในมุมมองของเรา การไอติม ซัดรัฐบาลกระชากราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตรนี้เป็นการสะท้อนความไม่ไว้วางใจจากประชาชน รัฐบาลต้องรับผิดชอบและแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา

คุณคิดอย่างไรกับการขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้? รัฐบาลควรทำอย่างไรเพื่อช่วยประชาชน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้เสียงของประชาชนดังขึ้น!

ที่มา – “ไอติม” ซัดรัฐบาลกระชากราคาน้ำมันพรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขแบบใด

Scroll to top