วอร์รูม

“สุริยะ” ถือฤกษ์ดี เข้ากระทรวงเกษตร รับปากพักหนี้เกษตรกร

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวดีสำหรับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศกันครับ! “สุริยะ” ถือฤกษ์ดี เข้ากระทรวงเกษตรฯ รับปากพักหนี้เกษตรกร พร้อมออก 6 มาตรการด่วนช่วยเกษตรกร ซึ่งเป็นหัวข้อที่กำลังเป็นกระแสในวงการเกษตรไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ถือฤกษ์มงคลเวลา 9.00 น. ของวันที่ 8 เมษายน 2567 นำทีม 2 รัฐมนตรีช่วยฯ คือ นายวัชระพล ขาวขำ และนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช เข้าปฏิบัติหน้าที่ครั้งแรก โดยเริ่มจากการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นพระภูมิชัยมงคล ท้าวเวสสุวรรณ ศาลตายาย และพระพิรุณทรงนาค เพื่อความเป็นสิริมงคลในการทำงาน

“สุริยะ” ถือฤกษ์ดี เข้ากระทรวงเกษตรฯ รับปากพักหนี้เกษตรกร พร้อมออก 6 มาตรการด่วนช่วยเกษตรกร

หลังจากพิธีต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริหารและข้าราชการ ท่านสุริยะได้เป็นประธานประชุมผู้บริหารระดับสูงทันที เพื่อมอบนโยบายสำคัญ โดยย้ำว่าตนเองไม่ตื่นเต้นแต่มีความตั้งใจเต็มที่ในการช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเป็นรากฐานของชาติ แม้จะไม่เคยดูแลกระทรวงนี้มาก่อน แต่ด้วยประสบการณ์บริหารงานที่สั่งสมมา เชื่อว่าจะขับเคลื่อนได้แน่นอน

หนึ่งในนโยบายที่พี่น้องเกษตรกรรอคอยคือ การพักหนี้เกษตรกร ซึ่งเป็นสัญญาเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ท่านสุริยะยืนยันว่าจะผลักดันให้เกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ยังจัดตั้ง “วอร์รูม” เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน โดยมี 6 มาตรการด่วน ที่น่าจับตามอง

6 มาตรการด่วนช่วยเกษตรกร

  • รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง: ปรับสัดส่วนการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและความต้องการพืช ลดต้นทุน ส่งเสริมปุ๋ยชีวภาพ น้ำมันราคาถูกราคารถขนส่งสินค้าเกษตร และใช้ “ทูตเกษตร” หาตลาดใหม่กระจายสินค้า
  • บริหารจัดการสินค้าเกษตร: เร่งแก้จุดคอขวดกระจายผลไม้ พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) เพื่อส่งออกและบริโภคในประเทศได้มั่นใจ
  • บริหารจัดการน้ำ: จัดการน้ำเพื่อเกษตรและประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ รับมือภัยแล้งและน้ำท่วม
  • บริหารจัดการดินและที่ดิน: ยกระดับคุณภาพดิน สร้างความมั่นคงด้านที่ดินทำกิน
  • สร้าง Smart Farmer รุ่นใหม่: ฝึกอบรมเกษตรกรรุ่นใหม่ให้ใช้เทคโนโลยี ทันสมัย เพิ่มผลผลิตและรายได้
  • แก้ปัญหา PM 2.5: ติดตามและแก้ไขอย่างเป็นระบบ ลดผลกระทบต่อสุขภาพและการผลิตเกษตร

ทุกมาตรการจะต้องรายงานผลต่อเนื่อง และเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนครับ

5 นโยบายหลักขับเคลื่อนกระทรวงเกษตร

  • ยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
  • เพิ่มรายได้เกษตรกร
  • พัฒนาศักยภาพเกษตรกร
  • ตลาดนำการผลิต
  • บริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีเรื่องปุ๋ยขาดแคลน ท่านสุริยะได้เจรจากับรัสเซียผู้ผลิตปุ๋ยรายใหญ่ เตรียมนำเข้า 2 ล้านตัน และช่วงสงกรานต์จะบินไปเจรจาเพิ่ม พรุ่งนี้ (9 เม.ย.) ก็ประชุมกับผู้นำเข้าปุ๋ยเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน พี่น้องเกษตรกรสบายใจได้เลย

โดยรวมแล้ว “สุริยะ” ถือฤกษ์ดี เข้ากระทรวงเกษตรฯ รับปากพักหนี้เกษตรกร พร้อมออก 6 มาตรการด่วนช่วยเกษตรกร ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชม แสดงถึงความจริงจังในการทำงานเพื่อเกษตรกร ซึ่งจะช่วยลดภาระ ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสในยุคที่ราคาสินค้าเกษตรผันผวนจากสถานการณ์โลก

ในมุมมองของผม นโยบายเหล่านี้หากทำได้จริงจะเปลี่ยนโฉมหน้าเกษตรไทยให้ทันสมัยและยั่งยืนมากขึ้น พี่น้องเกษตรกรลองติดตามและเตรียมตัวรับโอกาสใหม่ๆ กันนะครับ! หากมีประสบการณ์หรือข้อเสนอแนะ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เราจะช่วยกันผลักดันให้เกษตรกรไทยรวยขึ้น

ที่มา – “สุริยะ” ถือฤกษ์ดี เข้ากระทรวงเกษตรฯ รับปากพักหนี้เกษตรกร พร้อมออก 6 มาตรการด่วนช่วยเกษตรกร

“ตรีนุช” ตั้งวอร์รูมดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง ไร้บาดเจ็บ

ในช่วงที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความตึงเครียด “ตรีนุช” หรือนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามและดูแลแรงงานไทยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ล่าสุดยืนยันว่า “ตรีนุช” ตั้งวอร์รูมดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง ไร้บาดเจ็บ – เสียชีวิต สถานการณ์ยังคงอยู่ในระดับคงที่ ทำให้พี่น้องแรงงานไทยที่ทำงานกว่า 6 หมื่นคนส่วนใหญ่ยังปลอดภัย

“ตรีนุช” ตั้งวอร์รูมดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง ไร้บาดเจ็บ – เสียชีวิต

วันที่ 4 มีนาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลแรงงานไทยท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการเชิงรุกตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี จัดตั้ง War Room หรือศูนย์ประสานงานพิเศษเพื่อติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ วางแผนรับมือครบ 4 ระดับ ได้แก่ ระดับคงที่ ระดับรุนแรง ระดับยืดเยื้อ และระดับวิกฤต เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของแรงงานไทยทุกคนที่ไปทำงานในพื้นที่ดังกล่าว

สถานการณ์ล่าสุด: คงที่และไร้ผู้บาดเจ็บ

จากการประเมินร่วมกับทูตแรงงาน สถานการณ์ขณะนี้ยังอยู่ในระดับคงที่ โดยความรุนแรงจำกัดเฉพาะพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทหาร ไม่กระทบต่อพื้นที่อยู่อาศัย ภาคเกษตร หรือก่อสร้าง ซึ่งเป็นจุดที่แรงงานไทยส่วนใหญ่อยู่ ยืนยันจากทูตแรงงานว่ายังไม่มีแรงงานไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลยแม้แต่รายเดียว สำหรับแรงงานที่ประสงค์เดินทางกลับไทย พบว่ามีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับฐานรวมเกือบ 6 หมื่นคน

  • อิหร่าน: แรงงานไทยไม่ถึง 50 คน โดยทั้งหมดแจ้งความประสงค์กลับไทย กระทรวงฯ เตรียมนำส่งกลับในวันที่ 7 และ 10 มีนาคมนี้
  • อิสราเอล: มีแรงงานไทยพำนักราว 28,000 คน (จากฐานข้อมูล 58,000 คน) ล่าสุดมีผู้ขอคืนไทยเพียง 50 ราย

มาตรการดูแลครบทุกมิติจากกระทรวงแรงงาน

กระทรวงแรงงานเตรียมพร้อมรับมือทุกด้าน เพื่อลดความกังวลของแรงงานและครอบครัว

ด้านค่าใช้จ่าย: แรงงานที่ไปแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) เช่น พี่เลี้ยงเด็กในอิสราเอล จะได้รับสนับสนุนจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ส่วนที่ไปผ่านเอกชน บริษัทต้องรับผิดชอบตามสัญญาจ้าง

ด้านการสื่อสาร: สั่งการแรงงานจังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครอบครัวแรงงาน และใช้แอปพลิเคชันติดต่อสื่อสารโดยตรง เพื่ออัปเดตข้อมูลและคลายความวิตกกังวล

ด้านการอาชีพ: กรมการจัดหางานและกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เตรียมตำแหน่งงานใหม่และหลักสูตรฝึกอบรมทักษะ เพื่อให้แรงงานที่กลับมาสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ทันที

ทั้งหมดนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อให้การช่วยเหลือรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด “เรามุ่งเน้นการทำงานแบบบูรณาการ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องแรงงานไทยทุกคน” รัฐมนตรีแรงงานกล่าว

ความสำคัญของการดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง

แรงงานไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิสราเอล เป็นกำลังสำคัญในการส่งเงินกลับประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ทำงานด้านดูแลผู้สูงอายุ พยาบาล และก่อสร้าง สถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ทำให้รัฐบาลต้องเร่งมาตรการดูแล การตั้งวอร์รูมนี้แสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนที่ออกไปหาเลี้ยงชีพต่างแดน หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง กระทรวงฯ พร้อมยกระดับแผนทันที

นอกจากนี้ ยังมีการประสานกับนายจ้างในพื้นที่ให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และติดตามพิกัดแรงงานผ่าน GPS ในบางกรณี สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งแรงงานและครอบครัวในไทย

ในมุมมองของผู้เขียน การดำเนินการเชิงรุกของ “ตรีนุช” แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับแรงงานไทยในต่างประเทศอย่างแท้จริง ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังวางแผนระยะยาว หากคุณมีญาติหรือเพื่อนเป็นแรงงานในตะวันออกกลาง แนะนำให้ติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของกระทรวงแรงงาน หรือโทร hotline 1506 เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สนับสนุนให้แชร์ข่าวนี้เพื่อให้ครอบครัวแรงงานอื่นๆ ได้รับรู้ด้วยนะครับ

ที่มา – “ตรีนุช” ตั้งวอร์รูมดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง ไร้บาดเจ็บ – เสียชีวิต

ดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ สั่งช่วยเหลือ!

“ไชยชนก” ตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ประสาน กสทช. กระจายสัญญาณ สั่งการ NT-ปณท. ระดมโดรนกู้ภัย เปิดบริการส่งสิ่งของช่วยเหลือฟรี พร้อมรวมพลังเอกชนช่วยเหลือประชาชน

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่าจากกรณีสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตนได้สั่งการระดมความช่วยเหลือจากหน่วยงานในสังกัดไปยังพื้นที่ประสบภัย โดยให้ใช้ศักยภาพของแต่ละหน่วยงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งการสนับสนุนด้านระบบการสื่อสาร และการขนส่งถุงยังชีพ และสิ่งของเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย

ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้จัดตั้ง War Room เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์สภาพอากาศ-น้ำ และศูนย์กลางระบบสื่อสารโทรคมนาคม เตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. รายงานสถานการณ์สภาวะอากาศและสถานการณ์น้ำได้ตลอด 24 ชม. โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่

ขณะเดียวกันตนได้มอบหมายให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เพื่อติดตามการให้ความช่วยเหลือ โดยประสานงานร่วมกับ กสทช. ผู้ให้บริการเครือข่าย และหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่ร่วมบูรณาการข้อมูลและการทำงาน ดังนี้

  1. การบริหารจัดการระบบสื่อสารและเครือข่าย ให้ดำเนินการย้ายหน่วยโครงสร้างเครือข่าย (Node) ที่มีปัญหาไปยัง Node ที่ใช้งานได้ (branching) และเตรียมการเรื่องเครื่องปั่นไฟ พร้อมกับการเตรียมความพร้อมติดตั้งระบบสื่อสารในพื้นที่ศูนย์พักพิง โดยประสาน กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่าย ตรวจสอบเสาสัญญาณที่มีศักยภาพ เพิ่มความแรงสัญญาณ และปรับทิศทางของเสาสัญญาณจากพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อปล่อยสัญญาณให้ประชาชนในพื้นที่สามารถรับสัญญาณได้โดยไม่จำกัดเครือข่าย
  2. การปฏิบัติงานและการเตรียมพร้อมรับมือของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยกำหนดหน้าที่ พร้อมการสนับสนุนหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการจัดทำแผนฉุกเฉินบูรณาการการรับมือ
  3. การพัฒนาระบบงานกู้ภัยและการสื่อสาร เร่งจัดทำระบบการรับข้อมูล พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูล เนื่องจากบริการ Digital Trunk Radio Service DTRS ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ยังสามารถให้บริการ จึงมอบหมายให้ NT นำรถโมบายของบริการ DTRS จาก จ.สุราษฎร์ธานี ไปสนับสนุนเพิ่มเติม และเตรียมเครื่องลูกข่ายไว้สนับสนุนการประสานงานของ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นจำนวน 50 เครื่อง เพื่อใช้ในการประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชน

นอกจากนี้ NT จะดำเนินการประสานงานเครือข่ายอาสาสมัครผู้ใช้งานโดรนเข้าร่วมให้ความช่วยเหลือใน 2 รูปแบบ คือ 1) การใช้โดรนสำรวจ ค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ และต้องการความช่วยเหลือ 2) ใช้โดรนเพื่อการขนส่งสิ่งของ อาหาร และน้ำดื่ม เข้าสู่พื้นที่ซึ่งเข้าถึงได้ยาก

ด้านบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) จะสนับสนุนการขนส่งสิ่งของให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง โดยสามารถติดต่อได้ที่ THP Contact Center 1545 เพื่อประสานรายละเอียดการรวบรวมและรับส่งสิ่งของเพื่อส่งต่อให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงที่สุด

“ขณะนี้กระทรวงดีอี จัดตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่หาดใหญ่ และใกล้เคียงตลอด 24 ชม. เพื่อบูรณาการข้อมูลให้กับหน่วยงานรัฐ และหน่วยงานที่ปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยตนได้ร่วมหารือ และประสานงานกับภาคเอกชน อาทิ SpaceX เรื่องการเชื่อมต่อสัญญาณในพื้นที่ผ่านดาวเทียม Starlink และ Line Thailand ซึ่งเบื้องต้น Line ได้เปิดบริการ LineAlert แจ้งเตือนสถานการณ์ฉุกเฉิน และ Open Chat หัวข้อ “ประสานงานน้ำท่วมหาดใหญ่” เพื่อให้ประชาชน หรือญาติของผู้ประสบภัย ได้ระบุพิกัด “ที่อยู่ และจำนวนคน” ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานกู้ภัยได้ดำเนินการอย่างทันท่วงที” นายไชยชนก กล่าว

ดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

NT ใช้โดรนกู้ภัย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

หนึ่งในมาตรการสำคัญของการ ดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ คือการใช้เทคโนโลยีโดรนในการกู้ภัย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ได้ระดมโดรนเพื่อสำรวจพื้นที่ ค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังติดค้าง และขนส่งสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก การใช้โดรนช่วยให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังเปิดบริการส่งสิ่งของช่วยเหลือฟรี เพื่อให้ประชาชนสามารถส่งมอบความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยได้อย่างสะดวก การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามยากลำบาก

การดีอี ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ เป็นการดำเนินการที่ทันท่วงทีและเหมาะสมกับสถานการณ์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ได้ในเร็ววัน

ร่วมกันเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ที่กำลังประสบภัยน้ำท่วม และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจในการช่วยเหลือครั้งนี้

ที่มา – “ดีอี” ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมใต้ สั่ง NT ใช้โดรนกู้ภัย-ไปรษณีย์ไทย ส่งของฟรี

นายกฯ ยันคนละครึ่งเริ่ม ต.ค.นี้

ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิด-19 รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ส่งสัญญาณบวกให้กับประชาชน โดยเฉพาะโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจยอดนิยมอย่าง “คนละครึ่ง” ที่หลายคนรอคอย นายกฯ ยันคนละครึ่งเริ่ม ต.ค.นี้ รายละเอียดรอ รมว.คลังชี้แจง ซึ่งเป็นข่าวดีที่ช่วยเสริมกำลังซื้อให้กับประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย

นายกฯ ยันคนละครึ่งเริ่ม ต.ค.นี้ รายละเอียดรอ รมว.คลังชี้แจง

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของการแถลงนโยบายรัฐบาลที่กำหนดไว้ในวันที่ 29-30 กันยายนนี้ โดยยืนยันว่าร่างนโยบายได้เสร็จสมบูรณ์ 100% แล้ว เมื่อสื่อมวลชนถามถึงการตั้ง “วอร์รูม” เพื่อจัดการปัญหา นายกฯ ตอบแบบขำ ๆ ว่า “ไม่มีหรอกวอร์รูม มีแต่เลิฟรูม” ซึ่งสะท้อนถึงสไตล์การนำที่ผ่อนคลายและเน้นความสามัคคี

นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงโครงการคนละครึ่งที่เป็นนโยบายหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจ นายอนุทิน พยักหน้าตอบรับทันที โดยระบุว่าจะเริ่มดำเนินการภายในเดือนตุลาคมนี้ แต่สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น เงื่อนไขการเข้าร่วม จำนวนเงินสนับสนุน และกลุ่มเป้าหมายนั้น ขอให้รอฟังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่จะชี้แจงอย่างเป็นทางการ นายกฯ ยันคนละครึ่งเริ่ม ต.ค.นี้ จะช่วยให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้มากขึ้น ส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ

ประวัติและความสำคัญของโครงการคนละครึ่ง

โครงการคนละครึ่งก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 2563 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายเงินส่วนหนึ่งเมื่อประชาชนซื้อสินค้าจากร้านค้าที่เข้าร่วม ทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินในเศรษฐกิจฐานราก โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 50 ล้านคน และช่วยกระตุ้นยอดขายให้ร้านค้าปลีกรายย่อยเพิ่มขึ้นกว่า 20% ในระยะเวลาการดำเนินการ

ในปีนี้ การกลับมาของโครงการคนละครึ่งภายใต้รัฐบาลใหม่ ถือเป็นสัญญาณว่าความช่วยเหลือจากรัฐยังคงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่เงินเฟ้อและต้นทุนชีวิตสูงขึ้น นายกฯ ยันคนละครึ่งเริ่ม ต.ค.นี้ จะช่วยลดช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างเมืองใหญ่และพื้นที่ชนบท นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับนโยบายดิจิทัลเศรษฐกิจที่รัฐบาลกำลังผลักดัน เช่น การใช้แอปพลิเคชันถุงเงินเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนและชำระเงิน

ผลกระทบที่คาดหวังจากนโยบายนี้

ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจคาดการณ์ว่าการเริ่มโครงการคนละครึ่งในเดือนตุลาคมจะช่วยเพิ่ม GDP ของไทยได้อีก 0.5-1% โดยเฉพาะในภาคบริการและค้าปลีก ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมในเฟสก่อน ๆ ต่างดีใจกับข่าวนี้ เพราะจะช่วยฟื้นยอดขายที่ซบเซาจากสถานการณ์ปัจจุบัน สำหรับประชาชน การลงทะเบียนคาดว่าจะเปิดรับสมัครผ่านเว็บไซต์กระทรวงการคลังหรือแอปเป๋าตัง โดยอาจมีสิทธิ์จำกัดตามฐานะทางสังคมเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ประชาชนควรติดตาม เช่น วงเงินสนับสนุนต่อคน (อาจอยู่ที่ 200-500 บาทต่อเดือน) และระยะเวลาการดำเนินโครงการ (น่าจะครอบคลุมปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า) รัฐบาลยังเน้นย้ำถึงการป้องกันการทุจริต โดยใช้เทคโนโลยีตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อให้เงินช่วยเหลือไปถึงผู้รับสิทธิ์ที่แท้จริง

  • ข้อดีของโครงการ: ช่วยเหลือประชาชนโดยตรง ลดค่าครองชีพ
  • ประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ: เพิ่มยอดขาย สร้างรายได้
  • การเชื่อมโยงนโยบาย: สอดคล้องกับแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด

ในมุมมองของผู้เขียน การที่นายกฯ ยันคนละครึ่งเริ่ม ต.ค.นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลประชาชนฐานราก ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืน หากรายละเอียดจาก รมว.คลังออกมาชัดเจน คาดว่าจะสร้างกระแสตอบรับที่ดีจากสังคม

สำหรับท่านที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากช่องทาง resmi ของรัฐบาล เพื่อไม่พลาดการลงทะเบียนโครงการนี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสทองในการช่วยเหลือตัวเองและเศรษฐกิจชุมชน

ที่มา – นายกฯ ยันคนละครึ่งเริ่ม ต.ค.นี้ รายละเอียดรอ รมว.คลังชี้แจง

ชัชชาติ เผยสาเหตุถนนทรุดตัว สน.สามเสน สั่ง 7 ข้อ!

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัว สน.สามเสน ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนในพื้นที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์และเปิดเผยถึงสาเหตุของถนนทรุดตัว สน.สามเสน พร้อมทั้งสั่งการมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ชัชชาติ เผยสาเหตุถนนทรุดตัว สน.สามเสน

นายชัชชาติกล่าวว่า สาเหตุหลักของถนนทรุดตัว สน.สามเสน มาจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ซึ่งบริเวณสถานีวชิรพยาบาลมีอุโมงค์เชื่อมต่อกับสถานี โดยจุดที่เกิดเหตุเป็นบริเวณที่อุโมงค์เชื่อมต่อกับสถานีพอดี ทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ เมื่ออุโมงค์เกิดความเสียหายและมีรอยแตก ดินจึงไหลเข้าไปในอุโมงค์ ส่งผลให้ดินบริเวณโดยรอบสไลด์และยุบตัวลง นอกจากนี้ ยังมีท่อประปาขนาดใหญ่ที่แตก ทำให้น้ำไหลเข้าไปในสถานีเพิ่มความรุนแรงของปัญหา

“สถานีตำรวจอยู่ในจุดที่ไม่มีกำแพงกันดิน เมื่อดินไหลไปก็จะเห็นเสาเข็มชัดเจน” นายชัชชาติกล่าว

ถนนทรุดตัว สน.สามเสน

มาตรการเร่งด่วน 7 ข้อที่สั่งการ

เพื่อแก้ไขสถานการณ์และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น นายชัชชาติได้สั่งการ 7 ข้อดังนี้:

  • หยุดจ่ายน้ำในบริเวณนี้ก่อน และนำน้ำจากจุดอื่นมาจ่ายน้ำให้คนในพื้นที่
  • ให้การไฟฟ้าดูเรื่องการตัดสายไฟ เพื่อไม่ให้ดึงล้มต่อไป
  • ผู้รับเหมา และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ต้องดูเรื่องการไหลของดินต่อ
  • ดูสถานการณ์โดยรอบ ความปลอดภัย และทาง กทม. เป็นผู้รับผิดชอบประเมินสถานการณ์
  • สั่งให้มอนิเตอร์ติดตั้งกล้อง CCTV รอบพื้นที่ และติดตั้งตัวเคลื่อนการเคลื่อนที่ของดิน เพื่อให้รู้ว่าอะไรอันตราย
  • ประเมินอาคารโดยรอบอาคารใหญ่ เพื่อให้ความมั่นใจว่าจะเปิดให้บริการได้อย่างไร
  • เรื่องการจราจร ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดตั้งวอร์รูมเพื่อประเมินสถานการณ์และติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยมีผู้อำนวยการเขตและรองปลัด กทม. เป็นผู้อำนวยการเหตุการณ์

นายชัชชาติ เน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการอุดปิดรูที่ทำให้ดินไหลลงไปในอุโมงค์ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้รับเหมาและ รฟม. ในการหาทางแก้ไข นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังเรื่องฝนตกที่อาจชะล้างดินเพิ่มเติม และหาวิธีป้องกันไม่ให้ดินไหลลงไปในช่อง

รัศมีความลึกที่ต้องเฝ้าระวังคือประมาณ 100 เมตร เนื่องจากหลุมลึกถึง 50 เมตร อาคารโดยรอบที่ไม่มีกำแพงกันดินยังถือว่าเป็นจุดอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณสถานีตำรวจที่เห็นเสาเข็มอย่างชัดเจน

ในส่วนของโรงพยาบาลวชิรพยาบาล แม้จะมีกำแพงกันดินที่แข็งแรง แต่เพื่อความปลอดภัยจึงได้สั่งปิดให้บริการผู้ป่วยนอกเป็นการชั่วคราว โดยผู้ป่วยนอกสามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลอื่นแทนได้ ส่วนผู้ป่วยในยังคงให้บริการตามปกติ

ถนนทรุดตัว สน.สามเสน

เหตุการณ์ถนนทรุดตัว สน.สามเสน ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องนำไปพิจารณาในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต การวางแผนและการป้องกันความเสี่ยงอย่างรอบคอบเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก

ที่มา – ชัชชาติ เผยสาเหตุถนนทรุดตัว สน.สามเสน มองเห็นเสาเข็ม สั่งการ 7 ข้อ-ตั้งวอร์รูม

Scroll to top