ในช่วงที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความตึงเครียด “ตรีนุช” หรือนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามและดูแลแรงงานไทยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ล่าสุดยืนยันว่า “ตรีนุช” ตั้งวอร์รูมดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง ไร้บาดเจ็บ – เสียชีวิต สถานการณ์ยังคงอยู่ในระดับคงที่ ทำให้พี่น้องแรงงานไทยที่ทำงานกว่า 6 หมื่นคนส่วนใหญ่ยังปลอดภัย
“ตรีนุช” ตั้งวอร์รูมดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง ไร้บาดเจ็บ – เสียชีวิต
วันที่ 4 มีนาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลแรงงานไทยท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการเชิงรุกตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี จัดตั้ง War Room หรือศูนย์ประสานงานพิเศษเพื่อติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ วางแผนรับมือครบ 4 ระดับ ได้แก่ ระดับคงที่ ระดับรุนแรง ระดับยืดเยื้อ และระดับวิกฤต เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของแรงงานไทยทุกคนที่ไปทำงานในพื้นที่ดังกล่าว
สถานการณ์ล่าสุด: คงที่และไร้ผู้บาดเจ็บ
จากการประเมินร่วมกับทูตแรงงาน สถานการณ์ขณะนี้ยังอยู่ในระดับคงที่ โดยความรุนแรงจำกัดเฉพาะพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทหาร ไม่กระทบต่อพื้นที่อยู่อาศัย ภาคเกษตร หรือก่อสร้าง ซึ่งเป็นจุดที่แรงงานไทยส่วนใหญ่อยู่ ยืนยันจากทูตแรงงานว่ายังไม่มีแรงงานไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลยแม้แต่รายเดียว สำหรับแรงงานที่ประสงค์เดินทางกลับไทย พบว่ามีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับฐานรวมเกือบ 6 หมื่นคน
- อิหร่าน: แรงงานไทยไม่ถึง 50 คน โดยทั้งหมดแจ้งความประสงค์กลับไทย กระทรวงฯ เตรียมนำส่งกลับในวันที่ 7 และ 10 มีนาคมนี้
- อิสราเอล: มีแรงงานไทยพำนักราว 28,000 คน (จากฐานข้อมูล 58,000 คน) ล่าสุดมีผู้ขอคืนไทยเพียง 50 ราย
มาตรการดูแลครบทุกมิติจากกระทรวงแรงงาน
กระทรวงแรงงานเตรียมพร้อมรับมือทุกด้าน เพื่อลดความกังวลของแรงงานและครอบครัว
ด้านค่าใช้จ่าย: แรงงานที่ไปแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) เช่น พี่เลี้ยงเด็กในอิสราเอล จะได้รับสนับสนุนจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ส่วนที่ไปผ่านเอกชน บริษัทต้องรับผิดชอบตามสัญญาจ้าง
ด้านการสื่อสาร: สั่งการแรงงานจังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครอบครัวแรงงาน และใช้แอปพลิเคชันติดต่อสื่อสารโดยตรง เพื่ออัปเดตข้อมูลและคลายความวิตกกังวล
ด้านการอาชีพ: กรมการจัดหางานและกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เตรียมตำแหน่งงานใหม่และหลักสูตรฝึกอบรมทักษะ เพื่อให้แรงงานที่กลับมาสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ทันที
ทั้งหมดนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อให้การช่วยเหลือรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด “เรามุ่งเน้นการทำงานแบบบูรณาการ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องแรงงานไทยทุกคน” รัฐมนตรีแรงงานกล่าว
ความสำคัญของการดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง
แรงงานไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิสราเอล เป็นกำลังสำคัญในการส่งเงินกลับประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ทำงานด้านดูแลผู้สูงอายุ พยาบาล และก่อสร้าง สถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ทำให้รัฐบาลต้องเร่งมาตรการดูแล การตั้งวอร์รูมนี้แสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนที่ออกไปหาเลี้ยงชีพต่างแดน หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง กระทรวงฯ พร้อมยกระดับแผนทันที
นอกจากนี้ ยังมีการประสานกับนายจ้างในพื้นที่ให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และติดตามพิกัดแรงงานผ่าน GPS ในบางกรณี สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งแรงงานและครอบครัวในไทย
ในมุมมองของผู้เขียน การดำเนินการเชิงรุกของ “ตรีนุช” แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับแรงงานไทยในต่างประเทศอย่างแท้จริง ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังวางแผนระยะยาว หากคุณมีญาติหรือเพื่อนเป็นแรงงานในตะวันออกกลาง แนะนำให้ติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของกระทรวงแรงงาน หรือโทร hotline 1506 เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สนับสนุนให้แชร์ข่าวนี้เพื่อให้ครอบครัวแรงงานอื่นๆ ได้รับรู้ด้วยนะครับ
ที่มา – “ตรีนุช” ตั้งวอร์รูมดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง ไร้บาดเจ็บ – เสียชีวิต


