สงครามอิสราเอล

ทรัมป์ลั่น อิหร่านเป็นฝ่ายขอเจรจา ชี้ราคาน้ำมันขึ้นไม่หนัก

ทรัมป์ลั่น อิหร่านเป็นฝ่ายขอเจรจา ชี้ราคาน้ำมันขึ้นไม่หนักเท่าที่คิด เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในวงการข่าวต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังตึงเครียด ล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงท่าทีชัดเจนระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569

ทรัมป์ลั่น อิหร่านเป็นฝ่ายขอเจรจา ชี้ราคาน้ำมันขึ้นไม่หนักเท่าที่คิด

ทรัมป์ได้แสดงความกังขาต่อโอกาสในการทำข้อตกลงกับอิหร่าน โดยย้ำว่าฝ่ายอิหร่านต่างหากที่เป็นฝ่ายอ้อนวอนขอเปิดการเจรจาใหม่ เพื่อยุติสงครามและความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ "พวกเขากำลังอ้อนวอนขอทำข้อตกลง ผมไม่รู้ว่าเราจะทำได้ไหม และไม่รู้ว่าเราจะเต็มใจหรือเปล่า" ทรัมป์กล่าวอย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้อิหร่านทิ้งความทะเยอทะยานทางนิวเคลียร์อย่างถาวร หากไม่ทำ สหรัฐฯ จะเดินหน้าแคมเปญทางทหารต่อไปแบบไม่มีหยุดยั้ง

สถานการณ์ราคาน้ำมันท่ามกลางสงคราม

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ ทรัมป์ชี้ว่าราคาน้ำมันไม่ได้พุ่งสูงอย่างที่คาดการณ์ไว้ แม้จะมีสงครามกระทบ "พูดตามตรง ผมคิดว่าราคาน้ำมันจะพุ่งสูงกว่านี้ และตลาดหุ้นจะร่วงหนักกว่านี้ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้รุนแรงเกือบเท่าที่ผมคิด" เขากล่าว ข้อมูลจาก AAA ระบุว่าราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วประเทศสหรัฐฯ อยู่ที่ 3.981 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์จากเดือนที่แล้ว และใกล้แตะ 4 ดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นภาระทางการเมืองก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

ทรัมป์มองในแง่ดีว่าราคาอาจขึ้นอีกนิด แต่สุดท้ายจะกลับลงและอาจต่ำกว่าเดิมด้วยซ้ำ สิ่งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดในนโยบายของเขา

บริบทความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน

ความขัดแย้งนี้มีรากเหง้าจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าเป็นภัยคุกคาม ทรัมป์เคยถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ในสมัยแรก และตอนนี้กำลังกดดันให้อิหร่านยอมถอย

  • อิหร่านต้องละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ถาวร
  • เปิดเส้นทางใหม่เพื่อสันติภาพ
  • หากไม่ยอม สหรัฐฯ จะถล่มอย่างราบคาบ
  • ราคาน้ำมันและตลาดหุ้นยังคงมั่นคง

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอกเป็นนัยว่าอาจสายเกินไปสำหรับข้อตกลง เพราะอิหร่านควรทำตั้งแต่ 4 สัปดาห์ก่อน

สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ไทยและประเทศนำเข้าก็ได้รับผลกระทบ ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินในไทยปรับตัวตามตลาดโลก หากเจรจาสำเร็จ อาจช่วยลดแรงกดดันได้

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การที่ ทรัมป์ลั่น อิหร่านเป็นฝ่ายขอเจรจา ชี้ราคาน้ำมันขึ้นไม่หนักเท่าที่คิด แสดงถึงกลยุทธ์กดดันที่ประสบความสำเร็จบางส่วน ตลาดตอบรับดีเพราะเชื่อมั่นในทรัมป์ แต่หากล้มเหลว ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะยานจริงๆ คุณคิดว่าอิหร่านจะยอมเจรจาหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ทรัมป์ลั่น อิหร่านเป็นฝ่ายขอเจรจา ชี้ราคาน้ำมันขึ้นไม่หนักเท่าที่คิด

อิสราเอลอ้าง สังหาร ผบ.ทัพเรืออิหร่าน ผู้คุมการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

(ภาพจาก AFP PHOTO / IRAN’S REVOLUTIONARY GUARD VIA SEPAH NEWS)

อิสราเอลอ้าง สังหาร ผบ.ทัพเรืออิหร่าน ผู้คุมการปิดช่องแคบฮอร์มุซ สำเร็จแล้ว! เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลางยิ่งขึ้น เมื่อกองทัพอิสราเอลประกาศชัยชนะในการกำจัดนายอาลีเรซา ทังซีรี ผู้บัญชาการกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการวางทุ่นระเบิดและปิดล้อมเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

อิสราเอลอ้าง สังหาร ผบ.ทัพเรืออิหร่าน ผู้คุมการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 กองทัพอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ระบุว่าปฏิบัติการลับที่แม่นยำและรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้กำจัดนายทังซีรีพร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายราย นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล กล่าวว่า “กองทัพอิสราเอลได้กำจัดผู้บัญชาการกองทัพเรือ IRGC ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงต่อการก่อการร้ายด้วยการวางทุ่นระเบิดและปิดกั้นการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ”

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ โดยขนส่งน้ำมันดิบราว 20-30% ของโลก การปิดล้อมโดยอิหร่านส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ปฏิบัติการของอิสราเอลครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการ “ส่งสัญญาณ” ถึงพันธมิตรสหรัฐฯ ในการช่วยเปิดเส้นทางดังกล่าวอีกครั้ง

บทบาทสำคัญของ ผบ.ทัพเรืออิหร่านในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

นายทังซีรีเริ่มมีบทบาทเด่นชัดนับตั้งแต่สงครามระหว่างอิสราเอล-สหรัฐฯ กับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เขาเป็นหัวหอกในการวางทุ่นระเบิดและควบคุมการจราจรทางเรือในอ่าวเปอร์เซีย ล่าสุดก่อนเสียชีวิต เขาโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอังคารว่า “เรือทุกลำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องประสานงานเต็มรูปแบบกับหน่วยงานทางทะเลอิหร่าน” นอกจากนี้ เขายังอัปเดตความคืบหน้าของปฏิบัติการ IRGC อย่างต่อเนื่อง

ทางการอิหร่านยังเงียบกริบ ไม่ยืนยันหรือปฏิเสธการเสียชีวิตของนายทังซีรี แต่แหล่งข่าวจาก CNN รายงานว่าปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของสงครามที่กำลังขยายวง

ช่องแคบฮอร์มุซมีความยาว 33 กิโลเมตร กว้างสุด 96 กม. แต่จุดแคบสุดเพียง 21 กม. ทำให้ง่ายต่อการปิดกั้น อิหร่านเคยขู่ว่าจะปิดช่องแคบนี้หลายครั้งในอดีต เช่น ปี 2019 ช่วงความตึงเครียดกับสหรัฐฯ การปิดครั้งนี้ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันหลายสิบลำติดขัด ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: ประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างจีน อินเดีย และยุโรปได้รับผลกระทบหนัก
  • ยุทธศาสตร์ทหาร: แสดงศักยภาพของอิสราเอลในการโจมตีเป้าหมายลึกเข้าไปในอิหร่าน
  • การตอบโต้ที่คาดการณ์: IRGC อาจตอบโต้ด้วยขีปนาวุธหรือโดรน
  • บทบาทสหรัฐฯ: สนับสนุนอิสราเอลในการรักษาเส้นทางเดินเรือ

นอกจากนี้ นายคัตซ์ยังย้ำว่า “เราจะเดินหน้าปฏิบัติการในอิหร่านด้วยกำลังทั้งหมด เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของสงคราม” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอิสราเอลในการต่อสู้กับภัยคุกคามจาก IRGC ซึ่งถูกจัดเป็นองค์กรก่อการร้ายโดยสหรัฐฯ

ประวัติศาสตร์ช่องแคบฮอร์มุซเคยเป็นจุด nóngหลายครั้ง เช่น สงครามเรือน้ำมันปี 1980s (Tanker War) ระหว่างอิหร่าน-อิรัก ที่สหรัฐฯ เข้าช่วยเหลือคุ้มครองเรือบรรทุกน้ำมัน ปัจจุบัน สงครามสมมุติปี 2569 นี้ยิ่งซับซ้อนด้วยเทคโนโลยีโดรนและขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการสูญเสียนายทังซีรีอาจทำให้ IRGC สูญเสียขวัญกำลังใจ และอิหร่านต้องปรับโครงสร้างกองทัพเรือใหม่ ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานได้เร็วขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การโจมตีอิสราเอลอ้าง สังหาร ผบ.ทัพเรืออิหร่าน ผู้คุมการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ช่วยลดความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก และอาจนำไปสู่การเจรจาสันติภาพ หากอิหร่านยอมถอย ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ!

ที่มา – อิสราเอลอ้าง สังหาร ผบ.ทัพเรืออิหร่าน ผู้คุมการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง ช่วยไทยกลับ 1,499 คน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีอัพเดทสถานการณ์ร้อนๆ จากตะวันออกกลางมาฝากกันอีกแล้วนะครับ โดยเฉพาะ ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง แบบนี้ รัฐบาลไทยยังคงเร่งช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่ ล่าสุดช่วยให้คนไทยกลับบ้านแล้วถึง 1,499 คนเลยทีเดียว! สถานการณ์ยังตึงเครียด สหรัฐฯ เตรียมส่งทหารเพิ่ม อิหร่านก็ปฏิเสธข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐฯ ไปเรียบร้อย มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง แถลงช่วยคนไทย

ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง

จากที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. แถลงเมื่อตอน 11.05 น. วันที่ 26 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศฯ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงรุนแรงหนัก มีการโจมตีตอบโต้กันไม่หยุด ทั้งคู่ขัดแย้งหลักและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ สหรัฐฯ ยังเตรียมส่งกำลังทหารเพิ่มเข้าไปเพื่อเสริมปฏิบัติการอีกด้วย เพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวคงเห็นภาพชัด สงครามครั้งนี้กระทบหนักมาก

ท่าทีอิหร่านปฏิเสธ 15 ข้อของสหรัฐฯ

ด้านการเจรจายุติสงคราม สหรัฐฯ ส่งแผน 15 ข้อไปให้อิหร่าน รวมถึงขอเปิดช่องแคบฮอร์มุซถาวร แต่ละอิหร่านปฏิเสธสนิท และยื่นเงื่อนไข 5 ข้อคืน โดยอยากให้โลกยอมรับอำนาจอิหร่านในช่องแคบนั้น โฆษกทำเนียบขาวบอกว่ายังเจรจากันอยู่ แต่เตือนอย่าเชื่อข่าวออนไลน์ทั้งหมด เพราะมีแค่บางส่วนที่จริง ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรงแบบนี้ ความไม่แน่นอนสูงมาก รัฐบาลไทยจึงขอร้องคนไทยรีบออกจากพื้นที่เสี่ยง ดาวน์โหลดแอป TPA Connect ลงทะเบียนกับสถานทูตให้ครบถ้วน ติดตามข่าวจากช่องทางการเท่านั้นนะครับ

อัพเดทช่วยเหลือคนไทยจากตะวันออกกลาง

ความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง

มาดูความคืบหน้าดีๆ กันครับ:

  • อิหร่าน-โอมาน: ลูกเรือไทย 3 คนบนเรือมยุรีนารี ยังรอคอนเฟิร์มสถานะ ปฏิบัติการร่วมอิหร่าน-โอมานกำลังดำเนินการ พอมีข่าวจะรีบอัพเดท
  • อิสราเอล: ร่างนายชัยวัฒน์ แววเนิน ที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด เดิมจะกลับเช้า 26 มี.ค. แต่เที่ยวบิน LY 085 ของ El Al ถูกยกเลิก สถานทูตเทลอาวีฟประสานใหม่ จะแจ้งวันใหม่เร็วๆ นี้
  • อิหร่าน-ตุรกี: คนไทย 8 คน (นักเรียน+ครอบครัว 7, แรงงาน 1) ข้ามแดนเข้าตุรกีแล้วเมื่อ 25 มี.ค. พักวาน ออกเดินทางเช้า 26 มี.ค. ไปอิสตันบูล ค้างคืน แล้วบินกลับไทยเช้า 28 มี.ค.

รวมทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเหตุ นับคนไทยที่ได้ช่วยออกจากตะวันออกกลางไปไทยหรือประเทศที่สามแล้ว 1,499 คน! รัฐบาลไทยทุ่มสุดตัวจริงๆ ครับ

ในฐานะคนไทยเราควรภูมิใจที่มีรัฐบาลใส่ใจขนาดนี้ สถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงแต่การช่วยเหลือคนไทยไม่เคยสะดุด หวังว่าการเจรจาจะสำเร็จเร็วๆ เพื่อความสงบสุขทุกฝ่าย หากคุณหรือคนใกล้ชิดยังอยู่ในพื้นที่ รีบลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตหรือกงสุลใหญ่ทันที ติดตามข่าวจากแหล่ง官方 และปฏิบัติตามคำแนะนำเคร่งครัด จะได้ปลอดภัยกลับบ้านไวๆ นะครับ

ที่มา – ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง ช่วยคนไทยกลับแล้ว 1,499 คน เผยท่าทีอิหร่านปฏิเสธ 15 ข้อของสหรัฐฯ

อิหร่านยอมรับ แลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ แต่ปฏิเสธเรื่องเจรจา

อิหร่านยอมรับ แลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ แต่ปฏิเสธเรื่องเจรจา เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของโลกในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 นายอับบาส อารักชี ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ผ่านเครือข่าย IRIB ของรัฐบาล โดยยืนยันว่ามีการสื่อสารผ่าน “ประเทศที่เป็นมิตร” แต่ย้ำชัดว่าไม่ใช่การเจรจาแต่อย่างใด

อิหร่านยอมรับ แลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ แต่ปฏิเสธเรื่องเจรจา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาที่ยืดเยื้อมานาน โดยก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยเรียกร้องให้อิหร่าน “ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข” แต่ล่าสุดวอชิงตันเปลี่ยนท่าที มาพูดถึงการเจรจาแทน นายอารักชีตั้งคำถามตรงๆ ว่า “พวกอเมริกันไม่ได้พูดว่า ‘ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข’ หรอกหรือ? แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาพูดเรื่องการเจรจาล่ะ?” เขามองว่านี่คือการยอมรับความพ่ายแพ้ของสหรัฐฯ โดยตรง

รายละเอียดการแลกเปลี่ยนข้อความระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ส่งข้อความหลายฉบับมาที่เตหะรานผ่านช่องทางบุคคลที่สาม โดยข้อความเหล่านี้มีแนวคิดต่างๆ ที่ถูกส่งต่อไปยังผู้นำระดับสูงของอิหร่านแล้ว หากจำเป็นต้องกำหนดจุดยืนใหม่ พวกเขาจะเป็นผู้ประกาศเอง นายอารักชีชี้แจงว่า การส่งข้อความและการตอบกลับด้วยคำเตือนหรือจุดยืนของอิหร่าน นั้นเรียกว่า “การแลกเปลี่ยนข้อความ” เท่านั้น ไม่ใช่การเจรจาหรือการหารือ

  • สหรัฐฯ ส่งข้อความผ่าน “ประเทศที่เป็นมิตร”
  • อิหร่านตอบกลับด้วยการย้ำจุดยืน
  • ยังไม่มีการยอมรับแผน 15 ประเด็นจากทำเนียบขาว
  • ทำเนียบขาวยืนยันว่าการพูดคุยยังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ของทั้งสองฝ่าย ท่ามกลางสงครามตัวแทนและประเด็นนิวเคลียร์ที่ค้างคา โดยเฉพาะ JCPOA (ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน) ที่สหรัฐฯ ถอนตัวไปตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีทรัมป์ ทำให้ความสัมพันธ์ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ

บริบทความตึงเครียดอิหร่าน-สหรัฐฯ ในปัจจุบัน

อิหร่านกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การโจมตีจากอิสราเอล และบทบาทในตะวันออกกลาง สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์รอบสอง พยายามกดดันให้อิหร่านยอมตามเงื่อนไข แต่การที่ต้องส่งข้อความมาแทนการเผชิญหน้าโดยตรง แสดงถึงจุดอ่อนของวอชิงตัน นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังระบุว่าการพูดคุยยังคงดำเนินต่อไป แม้อิหร่านจะปฏิเสธแผนยุติสงคราม 15 ประเด็นก็ตาม

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า อิหร่านยอมรับ แลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ แต่ปฏิเสธเรื่องเจรจา อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อซื้อเวลาและรักษาหน้าตา โดยไม่ยอมเสียเปรียบในเวทีโลก การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกและเสถียรภาพในภูมิภาค

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การเปลี่ยนท่าทีของสหรัฐฯ อาจมาจากแรงกดดันภายใน เช่น เศรษฐกิจที่เปราะบางและการเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามา ขณะที่อิหร่านใช้โอกาสนี้เย้ยหยันและเสริมสร้างภาพลักษณ์แข็งกร้าวต่อประชาชน

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด

สรุปแล้ว เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยังคงซับซ้อน ผู้สนใจควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ในตะวันออกกลาง คุณคิดอย่างไรกับท่าทีของอิหร่าน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – อิหร่านยอมรับ แลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ แต่ปฏิเสธเรื่องเจรจา

อิหร่านเตือน อาจเปิดแนวรบ “บับ เอล-มันเดบ” หากสหรัฐฯ โจมตีภาคพื้นดิน

อิหร่านเตือน อาจเปิดแนวรบ “บับ เอล-มันเดบ” หากสหรัฐฯ โจมตีภาคพื้นดิน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ เมื่ออิหร่านออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยขู่ว่าจะเปิดแนวรบใหม่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ หากมีการโจมตีทางบกบนเกาะของตน

อิหร่านเตือน อาจเปิดแนวรบ “บับ เอล-มันเดบ” หากสหรัฐฯ โจมตีภาคพื้นดิน

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 แหล่งข่าวทางทหารของอิหร่านได้ออกมาเตือนอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า เตหะรานพร้อมเปิดแนวรบเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มเติม รวมถึงบริเวณช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb) หากสหรัฐฯ หรืออิสราเอลกล้าดำเนินปฏิบัติการภาคพื้นดินบนเกาะต่างๆ ของอิหร่าน หรือพยายามกดดันผ่านการเคลื่อนไหวทางเรือในอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน

ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อทะเลแดงกับอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย เป็นเส้นทาง “คอขวด” สำคัญสำหรับการค้าทางเรือทั่วโลก โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ผ่านจุดนี้ราว 12% ของปริมาณการขนส่งทางเรือทั้งหมดในแต่ละปี หากเกิดความขัดแย้งที่นี่ จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก

ขีดความสามารถของอิหร่านในการตอบโต้ที่ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ

แหล่งข่าวทางทหารอิหร่านระบุกับสำนักข่าวทาสนิม (Tasnim) ว่า “หากศัตรูพยายามใช้ปฏิบัติการภาคพื้นดินต่อเกาะต่างๆ ของอิหร่าน หรือสร้างความเสียหายผ่านการเคลื่อนไหวทางเรือ เราจะเปิดแนวรบอื่นๆ เป็นเซอร์ไพรส์ตอบโต้” โดยเจาะจงชื่อช่องแคบบับ เอล-มันเดบ และยืนยันว่าอิหร่านมีทั้งขีดความสามารถและความมุ่งมั่นที่จะสร้างภัยคุกคามจริงจังในพื้นที่นั้น

นอกจากนี้ ยังเตือนสหรัฐฯ ว่า “หากชาวอเมริกันคิดจะดำเนินการอย่างไม่ยั้งคิดเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ พวกเขาควรระวังให้ดีว่าจะไม่มีช่องแคบอื่นเพิ่มเข้ามาในรายการความท้าทาย” ซึ่งช่องแคบฮอร์มุซเป็นอีกจุดที่อิหร่านคุมไว้ และบับ เอล-มันเดบ ถูกมองเป็น “อาวุธ” ใหม่ในการตอบโต้

คำเตือนจากประธานรัฐสภาอิหร่าน

ในวันเดียวกัน นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ก็ออกมาเตือนผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เตหะรานมีข้อมูลข่าวกรองว่าศัตรูกำลังเตรียมยึดเกาะแห่งหนึ่งของอิหร่าน โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศในภูมิภาค “กองกำลังของเรากำลังเฝ้าติดตามทุกการเคลื่อนไหว หากพวกเขาก้าวพลาด โครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั้งหมดของรัฐในภูมิภาคนั้นจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีอย่างต่อเนื่อง”

  • ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ: จุดเชื่อมทะเลแดง-มหาสมุทรอินเดีย
  • 12% ของน้ำมันโลกผ่านจุดนี้
  • อิหร่านขู่อาศัยพันธมิตรฮูธีในเยเมนเพื่อควบคุม
  • เชื่อมโยงกับช่องแคบฮอร์มุซในการตอบโต้สหรัฐฯ

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ-อิสราเอล โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์โจมตีในทะเลแดงที่กลุ่มฮูธี (ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน) ดำเนินการต่อเรือสินค้าที่มุ่งไปอิสราเอล อิหร่านมองว่านี่เป็นโอกาสในการขยายอิทธิพล หากข่าวต่างประเทศล่าสุดยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง

การขู่นี้ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ เพราะอิหร่านมีประวัติการตอบโต้ที่เด็ดขาด เช่น การยึดเรือบรรทุกน้ำมันหรือโจมตีโดรนสหรัฐฯ ในอดีต หากนำไปสู่การปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งสูง ส่งผลต่อไทยที่นำเข้าน้ำมันจำนวนมาก

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่สงครามตัวแทนที่กว้างขึ้น ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าใจผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก

คุณคิดว่าอิหร่านจะกล้าเปิดแนวรบจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – อิหร่านเตือน อาจเปิดแนวรบ “บับ เอล-มันเดบ” หากสหรัฐฯ โจมตีภาคพื้นดิน

โฆษกทำเนียบขาวยัน รบ.ทรัมป์ยังคุยอิหร่าน แผน 15 ข้อจริงบางส่วน

โฆษกทำเนียบขาวยัน รบ.ทรัมป์ยังคุยกับอิหร่าน ชี้แผน 15 ข้อจริงแค่บางส่วน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังรุนแรงขึ้น ล่าสุด โฆษกทำเนียบขาวได้ออกมาแถลงข่าวเพื่อยืนยันสถานการณ์ล่าสุด

โฆษกทำเนียบขาวยัน รบ.ทรัมป์ยังคุยกับอิหร่าน ชี้แผน 15 ข้อจริงแค่บางส่วน

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 หรือตามปฏิทินสากลคือปี 2019 น.ส.แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ได้จัดการแถลงข่าวประจำวัน โดยเธอได้กล่าวถึงประเด็นสงครามกับอิหร่านอย่างละเอียด เพื่อลดทอนความสำคัญของข่าวลือที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับ แผน 15 ข้อ ที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้อิหร่านพิจารณาเพื่อยุติความขัดแย้ง

สถานะการเจรจาระหว่างทรัมป์กับอิหร่าน

โฆษกทำเนียบขาวยัน รบ.ทรัมป์ยังคุยกับอิหร่าน อย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารัฐบาลเตหะรานจะออกแถลงการณ์ปฏิเสธแผนสันติภาพจากสหรัฐฯ ไปก่อนหน้านี้ ลีวิตต์ ระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์กำลังดำเนินการ “หารืออย่างมีประสิทธิผล” กับทางอิหร่าน เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกอย่างหนัก

นอกจากนี้ ลีวิตต์ ยังกล่าวถึงรายงานแผน 15 ข้อที่ถูกแชร์กันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยยืนยันว่าเป็นเพียง “การคาดเดา” ที่มี “องค์ประกอบที่เป็นความจริงปนอยู่บ้าง” เธอหลีกเลี่ยงที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของการเจรจา เพื่อไม่ให้กระทบต่อกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่

ผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจสหรัฐ

หนึ่งในประเด็นที่ผู้สื่อข่าวให้ความสนใจมากที่สุดคือราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในสหรัฐฯ ลีวิตต์ ให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังพยายามรักษาราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับ “ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้” ท่ามกลางสงครามและการคว่ำบาตรอิหร่าน ผู้บริโภคชาวอเมริกันจำนวนมากกำลังร้องเรียนเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม การเจรจานี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นฟูเส้นทางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

  • ราคาน้ำมันพุ่งสูงเนื่องจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
  • รัฐบาลทรัมป์มุ่งเน้นการลดราคาเพื่อบรรเทาภาระประชาชน
  • การเจรจากับอิหร่านคาดว่าจะช่วยคลายล็อกเส้นทางขนส่ง

ประเด็นทหารและกรอบเวลาการยุติสงคราม

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการส่งทหารราบเข้าสู่อิหร่าน โฆษกทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะตอบโดยตรง แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรส หากดำเนินการทางทหารที่จำเป็น สถานการณ์กำลังดำเนินไป “เร็วกว่ากำหนดการ” ตามที่ลีวิตต์ ระบุ โดยชื่นชมปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จของกองทัพสหรัฐ

สำหรับคำถามเรื่องกรอบเวลาที่น้ำมันจะขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเสรี ลีวิตต์ ตอบว่า “ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจง” แต่รัฐบาลกำลัง “พยายามดำเนินการ” ให้เกิดขึ้น “โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”

โดยรวมแล้ว การแถลงครั้งนี้ช่วยคลายความกังวลบางส่วน แต่ก็ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง สถานการณ์ โฆษกทำเนียบขาวยัน รบ.ทรัมป์ยังคุยกับอิหร่าน ชี้แผน 15 ข้อจริงแค่บางส่วน สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของวอชิงตันในการผสมผสานระหว่างการทูตและกำลังทหาร เพื่อจัดการกับวิกฤตครั้งนี้

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง หากการเจรจาประสบความสำเร็จ ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าใจผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ

ที่มา – โฆษกทำเนียบขาวยัน รบ.ทรัมป์ยังคุยกับอิหร่าน ชี้แผน 15 ข้อจริงแค่บางส่วน

เนทันยาฮูลั่น ทำสงครามกับอิหร่านต่อ เร่งขยายเขตกันชนในเลบานอน

เนทันยาฮูลั่น ทำสงครามกับอิหร่านต่อ เร่งขยายเขตกันชนในเลบานอน สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ออกมาประกาศชัดเจนว่าปฏิบัติการทางทหารต่อต้านอิหร่านจะไม่หยุดยั้ง แม้สหรัฐฯ จะพยายามเจรจาหาทางออกก็ตาม นอกจากนี้ อิสราเอลยังเร่งสร้างเขตกันชนกว้างขึ้นในเลบานอน เพื่อรับมือกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

เนทันยาฮูลั่น ทำสงครามกับอิหร่านต่อ เร่งขยายเขตกันชนในเลบานอน

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 เนทันยาฮูกล่าวในการประชุมกับนายกเทศมนตรีและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจากชุมชนชายแดนทางเหนือของอิสราเอลว่า “ปฏิบัติการวงกว้างเพื่อต่อต้านอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป แม้จะมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้ง” คำประกาศนี้สร้างความตึงเครียดให้กับภูมิภาค โดยเนทันยาฮูย้ำว่าอิสราเอลจะไม่ยอมให้อิหร่านขยายอิทธิพลผ่านกลุ่มตัวแทนอย่างฮิซบอลเลาะห์

นอกจากการต่อสู้กับอิหร่านโดยตรง อิสราเอลยังมุ่งเน้นปฏิบัติการในเลบานอน โดยเฉพาะการขยาย “เขตกันชน” (Buffer Zone) ในภาคใต้ของเลบานอน เขตนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อผลักดันนักรบฮิซบอลเลาะห์ให้ห่างจากชายแดนอิสราเอล และปกป้องชาวอิสราเอลในภูมิภาคกาลิลี เนทันยาฮูระบุว่า “เราได้สร้างเขตกันชนด้านความมั่นคงที่แท้จริง ซึ่งป้องกันการรุกรานทางบก และกำลังขยายให้กว้างขึ้นเพื่อเป็นแนวเข็มขัดนิรภัย”

ความคืบหน้าของปฏิบัติการทางทหาร

เนทันยาฮูเปิดเผยว่ากองทัพอิสราเอล (IDF) ได้กำจัดภัยคุกคามจากขีปนาวุธของฮิซบอลเลาะห์ไปเกือบทั้งหมด รวมถึงหน่วยรัดวาน (Radwan Force) ซึ่งเป็นหน่วยพิเศษที่เชี่ยวชาญการบุกทางบก “เราได้ขจัดภัยคุกคามนั้นไปแล้ว มันไม่มีอยู่อีกต่อไป” เขากล่าว แต่ยอมรับว่ายังมีงานต้องทำต่อไป โดยอิสราเอลตั้งใจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในเลบานอนอย่างถอนรากถอนโคน

  • กำจัดขีปนาวุธฮิซบอลเลาะห์: ลดภัยคุกคามทางอากาศได้มาก
  • ปิดการทำงานหน่วยรัดวาน: หยุดการบุกทางบกจากเลบานอน
  • ขยายเขตกันชน: สร้างพื้นที่ปลอดภัยกว้างขึ้นตามชายแดน
  • ต่อต้านอิหร่าน: ปฏิบัติการไม่หยุดแม้มีเจรจาจากสหรัฐฯ

ความขัดแย้งนี้มีรากเหง้าจากการที่อิหร่านสนับสนุนฮิซบอลเลาะห์มานานหลายสิบปี ทำให้เลบานอนกลายเป็นสมรภูมิหน้าในการต่อกรกับอิสราเอล การขยายเขตกันชนไม่เพียงปกป้องอิสราเอล แต่ยังเป็นกลยุทธ์เพื่อลดอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาค สถานการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ที่พยายามไกล่เกลี่ย แต่เนทันยาฮูยืนกรานว่าจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อความมั่นคง

นักวิเคราะห์เห็นว่าการประกาศของเนทันยาฮูอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าที่รุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหากอิหร่านตอบโต้ผ่านตัวแทนในเลบานอนหรือซีเรีย ชาวอิสราเอลชายแดนเหนือต่างโล่งใจกับเขตกันชนใหม่ แต่กังวลว่าสงครามจะยืดเยื้อ

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของตะวันออกกลางที่การเจรจาอาจไม่เพียงพอ อิสราเอลกำลังวางกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อความมั่นคง คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของเนทันยาฮู? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อติดตามพัฒนาการต่อไป!

ที่มา – เนทันยาฮูลั่น ทำสงครามกับอิหร่านต่อ เร่งขยายเขตกันชนในเลบานอน

ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ลั่น ไม่เจรจากับอิสราเอล ตราบที่เลบานอนยังโดนโจมตี

ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ลั่น ไม่เจรจากับอิสราเอล ตราบที่เลบานอนยังโดนโจมตี เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่สถานการณ์ตึงเครียดไม่ยอมคลายตัว

ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ลั่น ไม่เจรจากับอิสราเอล ตราบที่เลบานอนยังโดนโจมตี

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 หรือ 2026 นายนาอิม คาสเซม ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่มีอิทธิพลสูงในเลบานอน ได้ออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยอมเจรจากับอิสราเอล ตราบใดที่เลบานอนยังคงถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง เขาเปรียบเทียบการเจรจาภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ว่าเป็นการ “ยอมจำนน” ต่อศัตรู ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านทาง Telegram นายคาสเซม กล่าวว่า “การเรียกร้องให้ปลดอาวุธเพื่อตอบสนองความต้องการของอิสราเอล ในขณะที่การยึดครองและรุกรานยังดำเนินอยู่ จะนำไปสู่ความพินาศของเลบานอน” เขายังเสริมอีกว่า “การเจรจากับศัตรูอิสราเอลภายใต้การระดมยิง ถือเป็นการบังคับให้ยอมจำนนและพรากขีดความสามารถของเลบานอนไปทั้งหมด”

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างฮิซบอลเลาะห์และอิสราเอล

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์เป็นพันธมิตรสำคัญของอิหร่าน และมีบทบาทสำคัญในการต่อต้านอิสราเอลมานานหลายทศวรรษ ความขัดแย้งลุกลามขึ้นตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีของอิสราเอลในเลบานอน ซึ่งส่งผลให้เกิดการตอบโต้จากนักรบฮิซบอลเลาะห์ นายคาสเซมยืนยันว่านักรบของกลุ่ม “มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่มีขีดจำกัด” หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ลั่น ไม่เจรจากับอิสราเอล ตราบที่เลบานอนยังโดนโจมตี ยังสะท้อนถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวของกลุ่ม ซึ่งอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าที่ยืดเยื้อ สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบเลบานอนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความมั่นคงในภูมิภาคทั้งหมด รวมถึงอิสราเอลและชาติอาหรับใกล้เคียง

ผลกระทบต่อเลบานอนและภูมิภาคตะวันออกกลาง

เลบานอนกำลังเผชิญวิกฤตหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ การเมืองที่แตกแยก และการโจมตีทางทหาร การประกาศของนายคาสเซม ทำให้โอกาสในการเจรจาสันติภาพดูริบหรี่ลง ชาวเลบานอนจำนวนมากหวาดกลัวว่าความขัดแย้งจะลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ

  • เศรษฐกิจเลบานอนยิ่งทรุดตัวจากความไม่แน่นอน
  • ประชาชนพลัดถิ่นเพิ่มขึ้นจากจุดร้อนทางชายแดน
  • อิสราเอลเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย
  • ชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และอิหร่านจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า จุดยืนของฮิซบอลเลาะห์นี้อาจเป็นกลยุทธ์ในการต่อรอง แต่ก็เสี่ยงต่อการสูญเสียครั้งใหญ่ หากอิสราเอลตอบโต้อย่างรุนแรง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การที่ ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ลั่น ไม่เจรจากับอิสราเอล ตราบที่เลบานอนยังโดนโจมตี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องอธิปไตยของเลบานอน แต่ในขณะเดียวกันก็อาจยืดเยื้อความทุกข์ทรมานของประชาชน ทางออกที่ยั่งยืนต้องมาจากการเจรจาผ่านช่องทางนานาชาติ เช่น สหประชาชาติ

สถานการณ์นี้ยังคงพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้สนใจควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อเข้าใจบริบทที่ซับซ้อน

คุณคิดอย่างไรกับจุดยืนของฮิซบอลเลาะห์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ลั่น ไม่เจรจากับอิสราเอล ตราบที่เลบานอนยังโดนโจมตี

ซีอีโอ บ.เชลล์เตือน ยุโรปอาจเผชิญวิกฤต ขาดแคลนพลังงานในเดือนเมษายน

ซีอีโอ บ.เชลล์เตือน ยุโรปอาจเผชิญวิกฤต ขาดแคลนพลังงานในเดือนเมษายน เป็นข่าวร้ายที่กำลังทำให้หลายคนตื่นตัว โดยเฉพาะหลังจากที่ทวีปเอเชียเริ่มรู้สึกถึงแรงกระแทกจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางไปแล้ว นี่ไม่ใช่แค่คำเตือนธรรมดา แต่เป็นสัญญาณอันตรายที่อาจพลิกโฉมเศรษฐกิจโลกทั้งหมด

ซีอีโอ บ.เชลล์เตือน ยุโรปอาจเผชิญวิกฤต ขาดแคลนพลังงานในเดือนเมษายน

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ในงานประชุมพลังงาน CERAWeek ที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา นายเวล ซาวัน (Wael Sawan) ซีอีโอของบริษัทเชลล์ ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างหนักหน่วง เขาระบุว่าภาวะขาดแคลนพลังงานกำลังลุกลามจากเอเชียมาสู่ยุโรป โดยเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป สาเหตุหลักมาจากสงครามในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยเฉพาะการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 1 ใน 5 ของโลก

ก่อนหน้านี้ เอเชียใต้ได้รับผลกระทบหนักสุด จากนั้นลามไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนนี้ถึงคิวของยุโรปแล้ว น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานเริ่มขาดแคลนไปแล้ว และถัดไปคือน้ำมันดีเซลกับเบนซิน ซึ่งจะทำให้ราคาพุ่งสูงและกระทบอุตสาหกรรมทุกภาคส่วน

รัฐมนตรีพลังงานเยอรมนียืนยันความเสี่ยง

ในงานเดียวกัน นางคาเทอรินา ไรเชอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี ก็ถูกถามถึงสถานการณ์ เธอตอบชัดเจนว่า “ตอนนี้ยังไม่ขาดแคลนในแง่ปริมาณ แต่ถ้าสงครามกับอิหร่านไม่ยุติ เราอาจเห็นผลกระทบชัดเจนในเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม” เยอรมนีซึ่งพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางเป็นหลัก กำลังเผชิญความเสี่ยงสูงสุด

ผลกระทบจากการโจมตีโรงงานพลังงาน

การโจมตีโรงงานพลังงานในตะวันออกกลางทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกสะดุด ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดล้อม ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันชะงักงัน นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจทะยานสู่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไม่ช้า ซึ่งจะจุดชนวนเงินเฟ้อและภาวะถดถอยในยุโรป

  • ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม: โรงงานผลิตหยุดชะงัก สายการบินขึ้นราคาตั๋ว
  • ผลต่อผู้บริโภค: ค่าน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง
  • ผลต่อเศรษฐกิจโลก: GDP ยุโรปอาจหดตัว 1-2% ในไตรมาสที่ 2

ยุโรปเคยผ่านวิกฤตพลังงานจากสงครามยูเครนมาแล้ว แต่ครั้งนี้รุนแรงกว่าเพราะแหล่ง供給หลักถูกตัดขาด 欧盟กำลังเร่งหาแหล่งทางเลือกจากนอร์เวย์และสหรัฐ แต่ก็ไม่ทันการณ์

ไทยควรเตรียมตัวอย่างไรกับวิกฤตนี้

แม้ไทยจะไม่ได้พึ่งพาตะวันออกกลางมากเท่ายุโรป แต่ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งจะกระทบโดยตรง คาดว่าราคาน้ำมันในไทยอาจแตะ 45 บาทต่อลิตร รัฐบาลควรสำรองน้ำมันเพิ่ม ส่งเสริมพลังงานทดแทนอย่างด่วน เช่น โซลาร์และลม เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต

วิกฤตนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์สามารถสั่นคลอนโลกได้ทุกเมื่อ ในมุมมองของผม ยุโรปควรเร่งกระจายแหล่งนำเข้าก่อนสายเกินแก้ ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทย ต้องลงทุนพลังงานสะอาดให้มากขึ้นเพื่อความมั่นคง

ติดตามข่าวสารพลังงานและเศรษฐกิจโลกได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ซีอีโอ บ.เชลล์เตือน ยุโรปอาจเผชิญวิกฤต ขาดแคลนพลังงานในเดือนเมษายน

Scroll to top