ซีอีโอ บ.เชลล์เตือน ยุโรปอาจเผชิญวิกฤต ขาดแคลนพลังงานในเดือนเมษายน เป็นข่าวร้ายที่กำลังทำให้หลายคนตื่นตัว โดยเฉพาะหลังจากที่ทวีปเอเชียเริ่มรู้สึกถึงแรงกระแทกจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางไปแล้ว นี่ไม่ใช่แค่คำเตือนธรรมดา แต่เป็นสัญญาณอันตรายที่อาจพลิกโฉมเศรษฐกิจโลกทั้งหมด
ซีอีโอ บ.เชลล์เตือน ยุโรปอาจเผชิญวิกฤต ขาดแคลนพลังงานในเดือนเมษายน
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ในงานประชุมพลังงาน CERAWeek ที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา นายเวล ซาวัน (Wael Sawan) ซีอีโอของบริษัทเชลล์ ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างหนักหน่วง เขาระบุว่าภาวะขาดแคลนพลังงานกำลังลุกลามจากเอเชียมาสู่ยุโรป โดยเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป สาเหตุหลักมาจากสงครามในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยเฉพาะการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 1 ใน 5 ของโลก
ก่อนหน้านี้ เอเชียใต้ได้รับผลกระทบหนักสุด จากนั้นลามไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนนี้ถึงคิวของยุโรปแล้ว น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานเริ่มขาดแคลนไปแล้ว และถัดไปคือน้ำมันดีเซลกับเบนซิน ซึ่งจะทำให้ราคาพุ่งสูงและกระทบอุตสาหกรรมทุกภาคส่วน
รัฐมนตรีพลังงานเยอรมนียืนยันความเสี่ยง
ในงานเดียวกัน นางคาเทอรินา ไรเชอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี ก็ถูกถามถึงสถานการณ์ เธอตอบชัดเจนว่า “ตอนนี้ยังไม่ขาดแคลนในแง่ปริมาณ แต่ถ้าสงครามกับอิหร่านไม่ยุติ เราอาจเห็นผลกระทบชัดเจนในเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม” เยอรมนีซึ่งพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางเป็นหลัก กำลังเผชิญความเสี่ยงสูงสุด
ผลกระทบจากการโจมตีโรงงานพลังงาน
การโจมตีโรงงานพลังงานในตะวันออกกลางทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกสะดุด ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดล้อม ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันชะงักงัน นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจทะยานสู่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไม่ช้า ซึ่งจะจุดชนวนเงินเฟ้อและภาวะถดถอยในยุโรป
- ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม: โรงงานผลิตหยุดชะงัก สายการบินขึ้นราคาตั๋ว
- ผลต่อผู้บริโภค: ค่าน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง
- ผลต่อเศรษฐกิจโลก: GDP ยุโรปอาจหดตัว 1-2% ในไตรมาสที่ 2
ยุโรปเคยผ่านวิกฤตพลังงานจากสงครามยูเครนมาแล้ว แต่ครั้งนี้รุนแรงกว่าเพราะแหล่ง供給หลักถูกตัดขาด 欧盟กำลังเร่งหาแหล่งทางเลือกจากนอร์เวย์และสหรัฐ แต่ก็ไม่ทันการณ์
ไทยควรเตรียมตัวอย่างไรกับวิกฤตนี้
แม้ไทยจะไม่ได้พึ่งพาตะวันออกกลางมากเท่ายุโรป แต่ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งจะกระทบโดยตรง คาดว่าราคาน้ำมันในไทยอาจแตะ 45 บาทต่อลิตร รัฐบาลควรสำรองน้ำมันเพิ่ม ส่งเสริมพลังงานทดแทนอย่างด่วน เช่น โซลาร์และลม เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต
วิกฤตนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์สามารถสั่นคลอนโลกได้ทุกเมื่อ ในมุมมองของผม ยุโรปควรเร่งกระจายแหล่งนำเข้าก่อนสายเกินแก้ ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทย ต้องลงทุนพลังงานสะอาดให้มากขึ้นเพื่อความมั่นคง
ติดตามข่าวสารพลังงานและเศรษฐกิจโลกได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – ซีอีโอ บ.เชลล์เตือน ยุโรปอาจเผชิญวิกฤต ขาดแคลนพลังงานในเดือนเมษายน


