สภากรุงเทพมหานคร

เปิดหีบเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สก. คนกรุงเทพฯ รอใช้สิทธิ

เชื่อว่าเช้านี้หลายคนคงตื่นเต้นไม่น้อยกับการเปิดหีบเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สก. คนกรุงเทพฯ รอใช้สิทธิกันตั้งแต่ก่อนเวลา 08.00 น. ซึ่งบรรยากาศตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทยอยเดินทางมาเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองในการกำหนดอนาคตเมืองหลวงของเราครับ

บรรยากาศการเปิดหีบเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สก. คนกรุงเทพฯ รอใช้สิทธิ

ทันทีที่นาฬิกาบอกเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้เริ่มเปิดหีบให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เข้าลงคะแนนอย่างเป็นระเบียบ โดยเจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำกับผู้มาใช้สิทธิ์ทุกคนว่าในวันนี้ เราจะได้รับบัตรเลือกตั้งคนละ 2 ใบ เพื่อป้องกันความสับสนและให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยครับ

วิธีสังเกตบัตรและขั้นตอนเมื่อไปเปิดหีบเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สก. คนกรุงเทพฯ รอใช้สิทธิ

สำหรับใครที่กำลังจะเดินทางไปที่หน่วยเลือกตั้ง อย่าลืมสังเกตสีของบัตรให้ดีนะครับ โดยแบ่งออกเป็น:

  • บัตรสีเขียว: ใช้สำหรับลงคะแนนเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
  • บัตรสีชมพู: ใช้สำหรับลงคะแนนเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.)

นอกจากนี้ ในวันเดียวกันยังมีการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยาด้วย ซึ่งใช้รูปแบบบัตร 2 ใบในลักษณะเดียวกันครับ ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกกฎเหล็กสำคัญคือ การห้ามจำหน่าย จ่าย แจก หรือจัดเลี้ยงสุรา ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันวาน จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันนี้ หากฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำและปรับ ฝากเตือนพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่คนกรุงเทพฯ จะได้แสดงพลังเสียงของตนเอง เพื่อเลือกคนที่ใช่และนโยบายที่ชอบมาช่วยกันพัฒนาเมืองหลวงให้ดียิ่งขึ้นไป ผมขอเชิญชวนทุกท่านที่ยังไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ ให้รีบจัดการธุระและเดินทางไปที่หน่วยเลือกตั้งก่อนเวลา 17.00 น. นะครับ อย่าปล่อยให้สิทธิ์ของท่านหลุดลอยไป เพราะทุกคะแนนเสียงมีความหมายเสมอต่อทิศทางของกรุงเทพมหานครในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าครับ

ที่มา – เปิดหีบเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.- สก. คนกรุงเทพฯ รอใช้สิทธิแต่เช้า เจ้าหน้าที่ย้ำได้รับบัตร 2 ใบ

“ชัชชาติ” ขอบคุณกำลังใจตลอดทริปหาเสียง แม้นอนน้อยแต่ได้พลังจากคนทุกวัย-ชวนคน กทม. ไปเลือกตั้ง

เชื่อว่าช่วงนี้ใครที่เป็นชาวกรุงเทพฯ คงได้เห็นข่าวคราวความเคลื่อนไหวของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะ “ชัชชาติ” ขอบคุณกำลังใจตลอดทริปหาเสียง แม้นอนน้อยแต่ได้พลังจากคนทุกวัย-ชวนคน กทม. ไปเลือกตั้ง ในกิจกรรมทัวร์ 24 ชั่วโมงที่ลุยกันแบบนันสต็อป เพื่อเข้าถึงพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุดในโค้งสุดท้าย

“ชัชชาติ” ขอบคุณกำลังใจตลอดทริปหาเสียง แม้นอนน้อยแต่ได้พลังจากคนทุกวัย-ชวนคน กทม. ไปเลือกตั้ง

การลงพื้นที่หาเสียงตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้เผยความประทับใจถึงพลังใจที่ส่งมาจากประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มาร่วมเชียร์ เพื่อหวังเห็นความเปลี่ยนแปลงและสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน แม้ตัวผู้สมัครเองจะยอมรับว่านอนน้อยมาก แทบไม่ได้พักผ่อน แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มและการตอบรับของประชาชน ก็ทำให้มีพลังเดินหน้าลุยต่อจนครบทุกเขตที่ตั้งใจไว้

ทิศทางการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ของ ชัชชาติ

สิ่งที่น่าสนใจจากการหาเสียงครั้งนี้ คือกลยุทธ์การสื่อสารที่เน้นความสร้างสรรค์ โดยเน้นการชูนโยบายที่ชัดเจนและจับต้องได้เป็นหลัก แทนการโจมตีคู่แข่ง ซึ่งทางทีมงานเชื่อว่านโยบายคือสัญญาใจที่ให้ไว้กับคนกรุงเทพฯ การทำให้ข้อมูลเหล่านี้โปร่งใสและตรวจสอบได้ จึงเป็นจุดแข็งที่มัดใจประชาชน

นอกจากนี้ ในภารกิจ “ชัชชาติ” ขอบคุณกำลังใจตลอดทริปหาเสียง แม้นอนน้อยแต่ได้พลังจากคนทุกวัย-ชวนคน กทม. ไปเลือกตั้ง เขายังได้แวะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเสียหายจากพายุฝน เพื่อรับฟังปัญหาจากชาวบ้านจริงๆ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจต่อทุกข์สุขของคนเมืองได้เป็นอย่างดี

  • เน้นการทำงานด้วยนโยบายที่วัดผลได้
  • เปิดกว้างรับฟังปัญหาจากทุกกลุ่มเจเนอเรชัน
  • ยืนหยัดในแนวทางที่เป็นอิสระเพื่อทำงานกับทุกฝ่าย

สิ่งที่ผมรู้สึกประทับใจ คือการที่เขาเลือกไปปิดท้ายกิจกรรมหาเสียงที่สยามสแควร์ เพราะที่นี่คือสัญลักษณ์ของอนาคตและการเรียนรู้ เมื่อคนรุ่นใหม่ตื่นตัวออกมาแสดงพลัง นี่คือสัญญาณว่าการเมืองไทยกำลังเดินไปในทิศทางที่น่าตื่นเต้นครับ

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเชียร์ใคร อย่าลืมออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันให้ถล่มทลายนะครับ เพราะเสียงของคุณคือพลังในการกำหนดทิศทางของกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน การ “ชัชชาติ” ขอบคุณกำลังใจตลอดทริปหาเสียง แม้นอนน้อยแต่ได้พลังจากคนทุกวัย-ชวนคน กทม. ไปเลือกตั้ง ในครั้งนี้ถือเป็นพลังบวกที่สะท้อนว่า ทุกคะแนนเสียงมีความหมายอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – “ชัชชาติ” ขอบคุณกำลังใจตลอดทริปหาเสียง แม้นอนน้อยแต่ได้พลังจากคนทุกวัย-ชวนคน กทม. ไปเลือกตั้ง

กกต. ย้ำ ห้ามหาเสียง ลงโฆษณาหลัง 18.00 น. ชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเลือกตั้ง

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วนะครับสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และเมืองพัทยา หลายคนคงตื่นเต้นที่จะได้ออกไปใช้สิทธิ์กันแล้ว แต่ก่อนจะถึงวันจริงทาง กกต. ได้ออกมาเน้นย้ำข้อควรระวังสำคัญ โดยเฉพาะเรื่อง กกต. ย้ำ ห้ามหาเสียง ลงโฆษณาหลัง 18.00 น. ชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเลือกตั้ง เพื่อให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรมที่สุด

กกต. ย้ำ ห้ามหาเสียง ลงโฆษณาหลัง 18.00 น. ชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเลือกตั้ง

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้แถลงถึงความพร้อมก่อนการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ว่า ขณะนี้อุปกรณ์การเลือกตั้งต่างๆ ได้กระจายไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดนั่นคือเรื่องของกฎหมายเลือกตั้ง ที่ทาง กกต. ย้ำ ห้ามหาเสียง ลงโฆษณาหลัง 18.00 น. ชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเลือกตั้ง โดยเด็ดขาด ทั้งในรูปแบบออนไลน์หรือการกระทำใดๆ ที่เป็นการเอื้อประโยชน์หรือเป็นโทษต่อผู้สมัคร

ข้อควรระวังที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องทราบ

นอกจากเรื่องการงดหาเสียงแล้ว ยังมีข้อห้ามอื่นๆ ที่ประชาชนควรทราบและระมัดระวังเพื่อไม่ให้ทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว:

  • ห้ามจัดยานพาหนะรับส่งผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งโดยไม่เสียค่าโดยสาร
  • ห้ามให้เงินหรือทรัพย์สินเพื่อจูงใจในการลงคะแนน
  • นายจ้างต้องอำนวยความสะดวกให้ลูกจ้างไปใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การเตรียมตัวออกไปใช้สิทธิ์ อย่าลืมตรวจสอบลำดับที่และหน่วยเลือกตั้งผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Smart Vote หรือ Bangkok Vote เพื่อความสะดวกรวดเร็วครับ นอกจากนี้ กกต. ย้ำ ห้ามหาเสียง ลงโฆษณาหลัง 18.00 น. ชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเลือกตั้ง หากใครพบเห็นความผิดปกติหรือการทุจริตในวันเลือกตั้ง สามารถทักท้วงต่อคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ทันทีครับ

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดอนาคตของ กทม. และพัทยา ซึ่งพลังเสียงของพวกเราทุกคนสำคัญที่สุด ผมขอเชิญชวนให้ทุกคนออกไปทำหน้าที่พลเมืองที่ดี ตรวจสอบข้อมูลให้พร้อม และร่วมเป็นหูเป็นตาเพื่อให้การเลือกตั้งในครั้งนี้โปร่งใสที่สุดครับ เพราะเสียงของคุณคือพลังที่เปลี่ยนแปลงเมืองได้จริง

ที่มา – กกต. ย้ำ ห้ามหาเสียง ลงโฆษณาหลัง 18.00 น. ชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเลือกตั้ง

กกต. คาดรู้ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 3 ทุ่ม มั่นใจ กปน. ไม่พลาด

กกต. คาดรู้ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 3 ทุ่ม มั่นใจ กปน. ไม่พลาด

การเลือกตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ล่าสุดทาง กกต. ได้ออกมายืนยันความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. โดย กกต. คาดรู้ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 3 ทุ่ม มั่นใจ กปน. ทำงานไม่พลาดหลังถอดบทเรียน เพื่อให้ทุกขั้นตอนโปร่งใสและตรวจสอบได้มากที่สุด

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อม ณ โรงเรียนบ้านบางกะปิ เพื่อดูการบริหารจัดการบัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ โดยเน้นย้ำว่าครั้งนี้มีการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) กว่า 6,000 หน่วยอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งทางคณะทำงานมั่นใจว่าการถอดบทเรียนที่ผ่านมาจะเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้การทำงานในครั้งนี้ราบรื่นและแม่นยำยิ่งขึ้น

ความมั่นใจของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง

นอกจากประเด็นเรื่องความแม่นยำในการนับคะแนนแล้ว การที่ กกต. คาดรู้ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 3 ทุ่ม มั่นใจ กปน. ทำงานไม่พลาดหลังถอดบทเรียน ยังเป็นข่าวดีสำหรับชาวกรุงเทพฯ ที่เฝ้ารอคอยผลการลงคะแนน โดยทางสำนักงาน กกต. ได้เน้นย้ำถึงสิ่งที่ประชาชนควรทราบ ดังนี้:

  • วันเลือกตั้ง: วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • สถานที่: ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อของท่านปรากฏอยู่
  • เป้าหมายการออกมาใช้สิทธิ: ตั้งเป้าไว้ที่ 70% มากกว่าปีที่ผ่านมา 10%

ในแง่ของกฎหมายเลือกตั้ง ประธาน กกต. ยังได้ฝากข้อความถึงผู้สมัครทุกคนให้ยึดมั่นในกฎระเบียบ โดยเฉพาะเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงที่มีโทษหนักถึงขั้นถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ซึ่งไม่คุ้มค่าเลยกับการแลกอนาคตทางการเมืองกับผลประโยชน์ระยะสั้น

ท้ายที่สุดนี้ ในฐานะพลเมืองชาวกรุงเทพมหานคร การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่เพียงแต่เป็นการทำหน้าที่ใช้สิทธิพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดียิ่งขึ้น ทุกคะแนนเสียงของคุณมีค่าและสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับกรุงเทพฯ ได้จริง ออกไปเลือกคนที่คุณเชื่อมั่นให้เข้ามาบริหารงานเพื่อพวกเราทุกคนกันเถอะครับ

ที่มา – กกต. คาดรู้ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 3 ทุ่ม มั่นใจ กปน. ทำงานไม่พลาดหลังถอดบทเรียน

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ชัชชาติโชว์วิชั่นผู้ว่าฯ 24 ชม.

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ชัชชาติโชว์วิชั่นผู้ว่าฯ 24 ชม.

บรรยากาศการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 นั้นคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 9 ได้จัดกิจกรรมสุดท้าทาย “ทริปทัวร์ทั่วกรุง” ที่ลุยหาเสียงแบบไม่หลับไม่นอนยาวต่อเนื่องถึง 24 ชั่วโมง เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าการดูแลกรุงเทพมหานครนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำแค่ในเวลาราชการ แต่ต้องเป็นผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมงที่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

เจาะลึกแนวคิดผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมงในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

กิจกรรมหาเสียงครั้งนี้ไม่เพียงแต่การลงพื้นที่ปกติ แต่นายชัชชาติได้จำลองชีวิตของคนเมืองที่ทำงานกะดึก ไม่ว่าจะเป็นพนักงานเก็บขยะ บุคลากรทางการแพทย์ หรือพ่อค้าแม่ค้าตลาดสด เพื่อทำความเข้าใจปัญหาเชิงลึกที่เกิดขึ้นในยามค่ำคืน การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะนโยบายที่ถูกนำเสนอคือการทำให้เมืองเป็นมิตรกับผู้คนตลอดทั้งวันทั้งคืน ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นเท่านั้น

ชัชชาติเน้นย้ำว่า กทม. ต้องมีระบบบริหารจัดการที่ไร้รอยต่อ โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย เช่น:

  • การเพิ่มระบบไฟส่องสว่าง LED เพื่อลดจุดบอดในที่มืด
  • การเชื่อมต่อเครือข่ายกล้อง CCTV ให้ครอบคลุมทั่วกรุง
  • การใช้ AI มาช่วยประมวลผลจุดเสี่ยงผ่าน BKK Risk Map
  • การเตรียมความพร้อมทีมกู้ชีพและดับเพลิงให้เข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ในช่วงการหาเสียงตลอด 24 ชั่วโมง ทีมงานยังได้มีการจัดรายการสดเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารเมืองยุคใหม่ต้องรับฟังเสียงของประชาชนอย่างใกล้ชิดและเข้าถึงได้จริง ตลอดจนการทำงานที่ต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

กิจกรรมช่วงเช้ายืดเยื้อต่อเนื่องไปจนถึงการลงพื้นที่เขตอื่น ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทุ่มเท การก้าวเข้าสู่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 รอบนี้ นายชัชชาติไม่ได้ขายเพียงแค่นโยบายที่หรูหรา แต่ขาย “วิธีการทำงาน” ที่เน้นลงมือทำจริง เห็นปัญหาจริง และแก้ปัญหาได้ตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุจากพายุฝน หรือการจัดการขยะที่ต้องแข่งกับเวลาเพื่อให้เมืองสะอาดพร้อมใช้งานในวันใหม่

ในมุมมองของเรา นี่คือกลยุทธ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะในโลกที่เมืองไม่เคยหลับใหล การที่ผู้บริหารออกมาแสดงวิสัยทัศน์ที่เน้นการบูรณาการและการทำงานแบบลงลึกถึงรากเหง้าของปัญหา สะท้อนให้เห็นว่า กรุงเทพฯ ต้องการคนที่เข้าใจชีวิตคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง มาร่วมติดตามกันต่อไปว่าแนวคิดนี้จะถูกใจคนกรุงเทพฯ มากน้อยเพียงใดในการเข้าคูหาเลือกตั้งครั้งสำคัญนี้

ที่มา – เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 : “ชัชชาติ” หาเสียง จากค่ำ-เช้า ชูดูแลเมืองทุกด้าน เป็นผู้ว่าฯ 24 ชม.

“อภิสิทธิ์” เหน็บเจ็บ อิสระแล้วใครส่ง ยันเลือกผู้ว่าฯ-สก.ปชป. เพื่อล้างบาง “ระบอบอากง”

“อภิสิทธิ์” เหน็บเจ็บ อิสระแล้วใครส่ง ยันเลือกผู้ว่าฯ-สก.ปชป. เพื่อล้างบาง “ระบอบอากง”

ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกโรงปราศรัยใหญ่ช่วยนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครของพรรค พร้อมปล่อยหมัดเด็ดชวนชาวกรุงเทพฯ ร่วมตัดสินใจเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อมุ่งมั่นล้างบาง “อภิสิทธิ์” เหน็บเจ็บ อิสระแล้วใครส่ง ยันเลือกผู้ว่าฯ-สก.ปชป. เพื่อล้างบาง “ระบอบอากง” ที่ถูกกล่าวถึงอย่างหนาหูในขณะนี้

เปิดมุมมองการเมือง กทม. กับวิสัยทัศน์ที่คุณต้องรู้

นายอภิสิทธิ์ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการหาเสียงของผู้สมัครอิสระ โดยเฉพาะป้ายหาเสียงที่ระบุว่า “เลือก สก. อิสระทั้งทีม” จนเกิดเป็นคำถามตัวโตๆ ว่า อิสระที่แท้จริงคือแบบไหน และใครเป็นผู้ส่งทีมเหล่านี้ลงสมัครกันแน่ การย้ำว่า “อภิสิทธิ์” เหน็บเจ็บ อิสระแล้วใครส่ง ยันเลือกผู้ว่าฯ-สก.ปชป. เพื่อล้างบาง “ระบอบอากง” จึงเป็นเสมือนสัญญาณเตือนให้คนกรุงหันมามองความสำคัญของการบริหารแบบเป็นระบบและมีพรรคการเมืองที่รับผิดชอบ

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังได้เปรียบเทียบผลงานในอดีตของพรรค ปชป. กับปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส นายอนุชา บูรพชัยศรี ได้เตรียมพร้อมนโยบายเพื่อแก้ปัญหาคาราคาซังใน กทม. ทั้งเรื่องส่วย การขออนุญาตที่ไม่โปร่งใส และการจัดการปัญหาเมืองที่ไม่ควรมีเรื่องร้องเรียนสะสมเป็นล้านรายการ การเลือกผู้ว่าฯ และ สก. จากพรรค ปชป. จึงไม่ใช่แค่การเลือกตัวบุคคล แต่คือการเลือกทีมงานที่พร้อมรับผิดชอบร่วมกัน

  • เน้นความโปร่งใส ขจัดทุจริตคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่น
  • ใช้ข้อมูลข่าวสารทางวิทยาศาสตร์ในการบริหารและแก้ปัญหาเมือง
  • สร้างเมืองที่น่าอยู่และตรวจสอบได้จริงตามหลักธรรมาภิบาล

การประกาศสงครามกับ “ระบอบอากง” ของนายอภิสิทธิ์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์เอาจริงกับการปฏิรูป กทม. ให้เป็นเมืองที่เป็นมากกว่าแค่ “เมืองน่าเที่ยว” แต่ต้องเป็น “เมืองที่น่าอยู่” ในทุกมิติ ประชาชนที่เบื่อหน่ายกับปัญหาการจัดการในยุคปัจจุบันจึงมีทางเลือกที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในการใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้

ท้ายที่สุดนี้ การเลือกตั้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับโพลสำรวจ แต่ขึ้นอยู่ที่การตัดสินใจของพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ว่าจะยอมปล่อยให้สิ่งผิดปกติคงอยู่ หรือจะกล้าเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญว่า เสียงของประชาชนจะสามารถล้างบางระบบที่ไม่โปร่งใสได้จริงหรือไม่ ถึงเวลาแล้วที่ กทม. จะต้องมีผู้นำที่กล้าตรวจสอบและมีความรับผิดชอบต่อเมืองอย่างแท้จริง

ที่มา – “อภิสิทธิ์” เหน็บเจ็บ อิสระแล้วใครส่ง ยันเลือกผู้ว่าฯ-สก.ปชป. เพื่อล้างบาง “ระบอบอากง”

ปชน. เปิดแผน 4 ปี เลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก. ให้ส้มทั้ง 2 ใบ

พรรคประชาชนประกาศความพร้อมครั้งใหญ่กับการเดินหน้าสู่สนามเลือกตั้งท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ หากประชาชนพร้อมใจกัน เลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก. ให้ส้มทั้ง 2 ใบ เพื่อให้กลไกการทำงานของพรรคสอดประสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในระดับปฏิบัติการและระดับนิติบัญญัติท้องถิ่น

ปชน. เปิดแผน 4 ปี เลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก. ให้ส้มทั้ง 2 ใบ

พรรคประชาชนเริ่มต้นโรดแมป 4 ปี ด้วยเป้าหมายที่จะคืนสภา กทม. ให้เป็นปากเป็นเสียงของคนกรุงอย่างแท้จริง ผ่านการตรวจสอบงบประมาณก้อนโตกว่าแสนล้านบาทให้มีความโปร่งใสที่สุด การที่ประชาชนตัดสินใจ เลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก. ให้ส้มทั้ง 2 ใบ จะเป็นพลังสำคัญที่เปลี่ยนให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ปลอดภัย พึ่งพาได้ และน่าอยู่กว่าที่เคยเป็นมา

รายละเอียดแผนการทำงานเพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ

นโยบายของพรรคประกอบด้วยแผนงานที่เป็นรูปธรรม ภายใน 100 วันแรก จะมีการยื่นข้อบัญญัติสภา กทม. โปร่งใส เพื่อให้ทุกการประชุมและการลงมติสามารถตรวจสอบได้โดยประชาชน นอกจากนี้ยังมีแผนระยะ 6 เดือนที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น:

  • ข้อบัญญัติก่อสร้างปลอดภัย: บังคับใช้สัญญาประกันภัยสำหรับไซต์ก่อสร้าง เพื่อให้ประชาชนเคลมความเสียหายได้ทันทีไม่ต้องรอฟ้องศาล
  • การบริหารจัดการพื้นที่: ปลดล็อกการใช้อาคารเก่าให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ พร้อมจัดการจราจรหน้าสถานประกอบการให้คล่องตัว
  • ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม: เชื่อมโยงระบบกล้อง CCTV ทั่วกทม. เข้าสู่ War Room เพื่อป้องกันอาชญากรรม รวมถึงเพิ่มเป้าหมายการรีไซเคิลขยะให้ได้ 35% ภายใน 4 ปี

ความสำเร็จของแผนงานเหล่านี้ จำเป็นต้องอาศัยกลไกของ ส.ก. ที่ร่วมอุดมการณ์ พรรคประชาชนจึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวกรุงเทพฯ มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยกัน โดยการตัดสินใจ เลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก. ให้ส้มทั้ง 2 ใบ ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อให้ผู้แทนของเราได้เข้าไปทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพและไร้รอยต่อในการผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นจริง

ทุกเสียงของท่านคือการกำหนดทิศทางเมืองหลวง หากคุณอยากเห็นกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิมและงบประมาณแผ่นดินถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด นี่คือโอกาสที่ท่านจะได้เป็นผู้ตัดสินใจด้วยมือของท่านเอง เตรียมตัวให้พร้อมและไปใช้สิทธิ์เลือกผู้ที่ท่านไว้วางใจให้เข้ามาเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – ปชน. เปิดแผน 4 ปี วอนขอแรงอีกครั้ง เลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก. ให้ส้มทั้ง 2 ใบ

ณัชกรณ์-ธนวัฒน์ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ขอคะแนน สก. ให้พรรคประชาธิปัตย์

ณัชกรณ์-ธนวัฒน์ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ขอคะแนน สก. ให้พรรคประชาธิปัตย์

บรรยากาศการเมืองระดับท้องถิ่นในกรุงเทพมหานครเริ่มทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของ ณัชกรณ์-ธนวัฒน์ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ขอคะแนน สก. ให้พรรคประชาธิปัตย์ ในเขตสวนหลวงและประเวศ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากพี่น้องประชาชนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ตัวเอง

ในส่วนของเขตสวนหลวง นายณัชกรณ์ เชิดชูกิจกุล หรือ “ทัต” ผู้สมัคร สก. หมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่อย่างหนักเพื่อพบปะพูดคุยกับชาวบ้าน พร้อมชูนโยบาย “การเมืองที่จริงใจ เริ่มต้นจากการรับฟัง” โดยเขาเชื่อว่าคนในพื้นที่คือผู้ที่เข้าใจปัญหาได้ดีที่สุด หน้าที่ของผู้แทนจึงไม่ใช่แค่การนำเสนอนโยบาย แต่คือการเป็นกระบอกเสียงที่พร้อมรับฟังและลงมือแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งเรื่องการจราจร ปัญหาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยในแต่ละชุมชน

ก้าวสำคัญสู่การบริหารพื้นที่ด้วยความเข้าใจ

นอกจากนี้ การที่ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์อย่าง ณัชกรณ์-ธนวัฒน์ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ขอคะแนน สก. ให้พรรคประชาธิปัตย์ อย่างต่อเนื่องนั้น ยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงจุดยืนที่ต้องการทำงานร่วมกับประชาชนอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่หรือผู้มีประสบการณ์ ต่างก็มีความมุ่งมั่นที่จะนำพลังไอเดียของคนรุ่นใหม่ผสมผสานกับแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้เขตสวนหลวงและเขตประเวศเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่และยั่งยืนกว่าเดิม

ทางด้านนายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล อดีต สก. เขตประเวศ ซึ่งเป็นผู้สมัครหมายเลข 5 ในพื้นที่เขตประเวศ ก็ยังคงเดินหน้าอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย แม้จะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์โชกโชนแต่เจ้าตัวย้ำเสมอว่า การเมืองท้องถิ่นต้องไม่หยุดนิ่งและต้องปรับตัวตามความต้องการของคนรุ่นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยบรรยากาศตลอดการลงพื้นที่เป็นไปอย่างอบอุ่น ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนในทุกซอยทุกชุมชน

  • นโยบายหลัก: เดินหน้าแก้ปัญหาจราจรและสิ่งแวดล้อม
  • จุดแข็ง: ประสบการณ์พื้นที่และการทำงานที่สัมผัสได้จริง
  • การมีส่วนร่วม: เน้นการรับฟังเสียงจากทุกกลุ่มคนในสังคม

โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประชาชนจะได้ตัดสินใจเลือกตัวแทนที่พร้อมจะทำงานเพื่อมวลชนอย่างจริงจัง การที่ ณัชกรณ์-ธนวัฒน์ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ขอคะแนน สก. ให้พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เพียงแค่การขอโอกาสให้พรรคเท่านั้น แต่เป็นการขอโอกาสให้คนในเขตสวนหลวงและประเวศได้มีผู้แทนที่พร้อมรับฟังและขับเคลื่อนนโยบายจากมือคนในพื้นที่สู่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครอย่างแท้จริง มาร่วมกันตัดสินใจเพื่ออนาคตของเขตที่เราพักอาศัยกันครับ

ที่มา – “ณัชกรณ์-ธนวัฒน์” ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ขอคะแนน สก. ให้พรรคประชาธิปัตย์

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ชัชชาติจัดทริปไฟไหม้ 24 ชม.

โค้งสุดท้ายของการเมืองไทยเริ่มเดือดขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ครั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 9 ได้สร้างสีสันและกระแสให้คนกรุงหันมาสนใจด้วยการงัดกลยุทธ์สุดแหวกแนวอย่าง “ทริปไฟไหม้” ลงพื้นที่หาเสียงต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตะโกนบอกพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ว่า 28 มิ.ย. นี้ คือวันตัดสินอนาคตของเมืองหลวงของเรา

กลยุทธ์ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 กับทริปไฟไหม้ 24 ชม.

หลายคนอาจจะคุ้นชินกับการปราศรัยใหญ่แบบเดิมๆ แต่ครั้งนี้ชัชชาติเลือกที่จะลงพื้นที่จริงแบบต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 26 ไปจนถึง 27 มิ.ย. 2569 โดยเป้าหมายหลักในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ของเขาคือการเข้าถึงคนกรุงทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานกลางคืน พ่อค้าแม่ค้า หรือคนที่เดินทางในยามวิกาล เพื่อสะท้อนชีวิตเมืองที่ขับเคลื่อนตลอดเวลา

เปิดใจชัชชาติกับภารกิจ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

นายชัชชาติเปิดเผยว่า ความเป็นห่วงที่สำคัญที่สุดคือบรรยากาศการเลือกตั้งที่ดูเงียบเหงาเกินไป จึงอยากกระตุ้นให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิให้มากที่สุด เพื่อสร้างฉันทามติที่แข็งแกร่งให้กับผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ ในการเจรจางานกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนากรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมนี้ไม่ได้หวังแค่คะแนนเสียง แต่ต้องการให้ทุกคนเห็นภาพความเป็นไปของเมืองและการลงคะแนนในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้

กิจกรรมไฮไลต์ตลอด 24 ชั่วโมง:

  • เริ่มสตาร์ตจากสกายวอล์กช่องนนทรี
  • เยี่ยมชมการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยฉุกเฉินยามค่ำคืน
  • ไลฟ์สดผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อรับฟังปัญหาคนกรุงแบบเรียลไทม์
  • รณรงค์ความปลอดภัยผ่านนโยบายไฟส่องสว่างและกล้อง CCTV

นอกจากนี้ ชัชชาติยังย้ำถึงแผนงานด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน ทั้งการติดตั้งไฟ LED เพิ่มอีก 100,000 ดวง และการเชื่อมต่อโครงข่ายกล้อง CCTV จากภาคเอกชนกว่า 200,000 กล้อง เข้ากับศูนย์ Command Center เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่และปลอดภัยสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือนักท่องเที่ยว

ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งให้ดี และออกไปใช้สิทธิกันตั้งแต่ช่วงเช้า เพราะเสียงของคุณคือพลังที่จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นได้ การได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่แสดงถึงพลังประชาธิปไตยที่แท้จริง ใครรักใคร หรืออยากเห็นเมืองเป็นอย่างไร อย่าลืมออกไปกาบัตรเลือกตั้งกันนะครับ

ที่มา – เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 : “ชัชชาติ” งัดกลยุทธ์ “ทริปไฟไหม้” หาเสียง 24 ชม. ชวนคนกรุงไปใช้สิทธิ

Scroll to top