สภาวิศวกร

“สิริพงศ์” โยนหน่วยงานตรง แจงปม “ซิน เคอ หยวน” กลับมาผลิตเหล็ก

“สิริพงศ์” โยนหน่วยงานตรง แจงปม “ซิน เคอ หยวน” กลับมาผลิตเหล็ก

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับกรณีที่มีการตั้งคำถามถึงกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับมาตรฐานเหล็กที่ใช้ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ท่ามกลางความกังวลใจของภาคเอกชนและสมาคมเหล็ก หลังจากที่บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้กลับมาเริ่มสายการผลิตอีกครั้ง โดยล่าสุดนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า “สิริพงศ์” โยนหน่วยงานตรง แจงปม “ซิน เคอ หยวน” กลับมาผลิตเหล็ก ให้กับหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลมาตรฐานเหล็กโดยตรงได้รับผิดชอบไป

แยกแยะมาตรฐานงานโครงสร้างคมนาคม

นายสิริพงศ์ชี้แจงว่า มาตรฐานเหล็กที่กระทรวงคมนาคมใช้กับงานรางรถไฟนั้น มีข้อกำหนดเฉพาะทางที่ค่อนข้างแตกต่างจากเหล็กที่ใช้ในงานอาคารสูงทั่วไป เนื่องจากต้องรองรับแรงกระแทกและแรงดันมหาศาลจากการขนส่งระบบราง ดังนั้นกรมการขนส่งทางรางจึงมีเกณฑ์การตรวจสอบที่เข้มงวดและชัดเจนตามหลักวิชาการวิศวกรรม

  • เหล็กงานราง: เน้นความทนทานต่อการสั่นสะเทือนและแรงกดทับอย่างต่อเนื่อง
  • เหล็กงานอาคารสูง: เน้นการรับน้ำหนักคงที่และโครงสร้างหลักของตัวอาคาร
  • การกำกับดูแล: กระทรวงคมนาคมยึดมั่นในเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นอันดับหนึ่ง

ก้าวย่างสำคัญสู่มาตรฐานความปลอดภัยระบบราง

นอกจากประเด็นเรื่องมาตรฐานเหล็กแล้ว นายสิริพงศ์ยังกล่าวถึงแผนการจัดตั้ง “สิริพงศ์” โยนหน่วยงานตรง แจงปม “ซิน เคอ หยวน” กลับมาผลิตเหล็ก ออกไปให้หน่วยงานอุตสาหกรรมชี้แจง แต่ในฝั่งของกระทรวงเองนั้น กำลังเร่งผลักดันคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุด้านระบบรางขึ้นมาเป็นการเฉพาะ เพื่อให้เกิดมาตรฐานกลางในการกำกับดูแลและลดการแทรกแซงจากปัจจัยภายนอกให้ได้มากที่สุด

การมีคณะกรรมการที่ทำงานอย่างเป็นอิสระจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ ตลอดจนแก้ไขช่องว่างทางกฎหมายเดิมที่ยังขาดความชัดเจนเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ แม้จะเป็นงานที่ต้องอาศัยระยะเวลาและการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย แต่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่รัฐบาลชุดนี้ต้องการปฏิรูประบบรางของเมืองไทยให้ทันสมัยและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ในมุมมองของเรา เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในงานก่อสร้างเป็นสิ่งที่ไม่ควรประนีประนอม การที่รัฐมนตรีออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องขยับตัวและออกมาชี้แจงข้อมูลที่โปร่งใสให้สังคมได้รับทราบครับ

ที่มา – “สิริพงศ์” โยนหน่วยงานตรง แจงปม “ซิน เคอ หยวน” กลับมาผลิตเหล็ก

สุริยะดันใช้วัสดุไทย รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 2


“สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” หารือ “สภาวิศวกร” ส่งเสริมผู้ประกอบการและใช้วัสดุไทยในโครงการ “รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน” เฟส 2 ผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยถึงการประชุมร่วมกับนายกสภาวิศวกรและคณะ เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมบุคลากรวิศวกรไทย ผู้ประกอบการไทย และที่สำคัญคือการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศสำหรับโครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการหาแนวทางสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยมีส่วนร่วมในโครงการนี้อย่างเต็มที่

สุริยะเร่งเครื่อง ใช้วัสดุไทย รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 2

สภาวิศวกรได้นำเสนอ 4 ประเด็นปัญหาหลักที่ต้องพิจารณา ได้แก่

  1. วัสดุก่อสร้าง: การเลือกใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย
  2. งานทดสอบวัสดุและการควบคุมคุณภาพ: การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของวัสดุให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
  3. แบบก่อสร้างและเทคนิคการก่อสร้าง: การปรับปรุงและพัฒนาเทคนิคการก่อสร้างให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ
  4. บริษัทที่ปรึกษาควบคุมงาน: การคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการควบคุมงานก่อสร้าง

นายสุริยะกล่าวว่า การสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของวิศวกรไทยและผู้ประกอบการไทย รวมถึงการใช้วัสดุภายในประเทศ ถือเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญมาโดยตลอด รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะผลักดันและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเข้าร่วมในโครงการขนาดใหญ่ของประเทศ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน

เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายดังกล่าว นายสุริยะได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางราง สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ศึกษาข้อกำหนดทางเทคนิคตามมาตรฐานจีน เพื่อกำหนดเทคนิคและรูปแบบการก่อสร้างที่เหมาะสมในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังให้ รฟท. พิจารณาใช้ผู้ควบคุมงานก่อสร้างไทยในการดำเนินโครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย อีกด้วย

ประโยชน์ของการใช้วัสดุไทยในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

การใช้วัสดุไทยในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ไม่เพียงแต่เป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น

  • ลดต้นทุนการก่อสร้าง: การใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าวัสดุจากต่างประเทศ
  • สร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทย: การผลิตวัสดุในประเทศจะสร้างงานให้กับคนไทยในหลากหลายสาขา
  • ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี: การพัฒนาวัสดุและเทคโนโลยีในการก่อสร้างจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
  • ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: การใช้วัสดุภายในประเทศจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งวัสดุจากต่างประเทศ

รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้จัดตั้ง สทร. เพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งจะรวมถึงการบำรุงรักษาทั้งระบบฯ และในอนาคตได้วางเป้าหมายในการผลิตขบวนรถไฟฟ้าความเร็วสูงภายในประเทศ โดยกระทรวงฯ และกระทรวงอุตสาหกรรมได้ลงนามบันทึกความเข้าใจการยกระดับระบบคมนาคมขนส่งทางราง และการสร้างฐานการผลิตรถไฟมาตรฐานสากลภายในประเทศ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศไทย

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงการก่อสร้าง แต่เป็นโครงการที่จะพลิกโฉมระบบคมนาคมของประเทศไทย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างมหาศาล การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยมีส่วนร่วมในโครงการนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากโครงการนี้ได้อย่างเต็มที่

การผลักดันให้เกิดการใช้งานวัสดุภายในประเทศในโครงการขนาดใหญ่นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างยั่งยืน การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้มแข็ง จะเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตของประเทศในระยะยาว

ที่มา – “สุริยะ” หารือ “สภาวิศวกร” ใช้วัสดุไทยในโครงการ “รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน” เฟส 2

Scroll to top