“สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” หารือ “สภาวิศวกร” ส่งเสริมผู้ประกอบการและใช้วัสดุไทยในโครงการ “รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน” เฟส 2 ผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยถึงการประชุมร่วมกับนายกสภาวิศวกรและคณะ เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมบุคลากรวิศวกรไทย ผู้ประกอบการไทย และที่สำคัญคือการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศสำหรับโครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการหาแนวทางสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยมีส่วนร่วมในโครงการนี้อย่างเต็มที่
สุริยะเร่งเครื่อง ใช้วัสดุไทย รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 2
สภาวิศวกรได้นำเสนอ 4 ประเด็นปัญหาหลักที่ต้องพิจารณา ได้แก่
- วัสดุก่อสร้าง: การเลือกใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย
- งานทดสอบวัสดุและการควบคุมคุณภาพ: การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของวัสดุให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
- แบบก่อสร้างและเทคนิคการก่อสร้าง: การปรับปรุงและพัฒนาเทคนิคการก่อสร้างให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ
- บริษัทที่ปรึกษาควบคุมงาน: การคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการควบคุมงานก่อสร้าง
นายสุริยะกล่าวว่า การสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของวิศวกรไทยและผู้ประกอบการไทย รวมถึงการใช้วัสดุภายในประเทศ ถือเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญมาโดยตลอด รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะผลักดันและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเข้าร่วมในโครงการขนาดใหญ่ของประเทศ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน
เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายดังกล่าว นายสุริยะได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางราง สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ศึกษาข้อกำหนดทางเทคนิคตามมาตรฐานจีน เพื่อกำหนดเทคนิคและรูปแบบการก่อสร้างที่เหมาะสมในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังให้ รฟท. พิจารณาใช้ผู้ควบคุมงานก่อสร้างไทยในการดำเนินโครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย อีกด้วย
ประโยชน์ของการใช้วัสดุไทยในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน
การใช้วัสดุไทยในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ไม่เพียงแต่เป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น
- ลดต้นทุนการก่อสร้าง: การใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าวัสดุจากต่างประเทศ
- สร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทย: การผลิตวัสดุในประเทศจะสร้างงานให้กับคนไทยในหลากหลายสาขา
- ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี: การพัฒนาวัสดุและเทคโนโลยีในการก่อสร้างจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
- ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: การใช้วัสดุภายในประเทศจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งวัสดุจากต่างประเทศ
รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้จัดตั้ง สทร. เพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งจะรวมถึงการบำรุงรักษาทั้งระบบฯ และในอนาคตได้วางเป้าหมายในการผลิตขบวนรถไฟฟ้าความเร็วสูงภายในประเทศ โดยกระทรวงฯ และกระทรวงอุตสาหกรรมได้ลงนามบันทึกความเข้าใจการยกระดับระบบคมนาคมขนส่งทางราง และการสร้างฐานการผลิตรถไฟมาตรฐานสากลภายในประเทศ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศไทย
โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงการก่อสร้าง แต่เป็นโครงการที่จะพลิกโฉมระบบคมนาคมของประเทศไทย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างมหาศาล การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยมีส่วนร่วมในโครงการนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากโครงการนี้ได้อย่างเต็มที่
การผลักดันให้เกิดการใช้งานวัสดุภายในประเทศในโครงการขนาดใหญ่นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างยั่งยืน การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้มแข็ง จะเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตของประเทศในระยะยาว
ที่มา – “สุริยะ” หารือ “สภาวิศวกร” ใช้วัสดุไทยในโครงการ “รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน” เฟส 2


