หมอเถื่อน

รวบ! คลินิกเสริมความงามเถื่อน กลางหาดใหญ่

ตำรวจบุกจับคลินิกเสริมความงามเถื่อน กลางหาดใหญ่ ขณะกำลังฉีดหน้าให้ลูกค้า! พบใช้บ้านเปิดเป็นศูนย์ความงามโดยไม่ได้รับอนุญาต ลูกค้าส่วนใหญ่บอกกันปากต่อปาก เดือนละ 20 ราย

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ ผกก.2 บก.สอท.5 นำกำลังชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.5 พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดสงขลา เข้าค้นบ้านหลังหนึ่งใน ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจับกุม น.ส.นันน์ทพิน อายุ 37 ปี พร้อมของกลางจำนวนมาก ทั้งยาเสริมความงาม วิตามิน และอุปกรณ์ทางการแพทย์

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.5 ได้รับแจ้งจากกลุ่มผู้เสียหายที่เคยใช้บริการศูนย์ความงาม “บ้านส้มโอ” ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่าหลังจากใช้บริการที่คลินิกดังกล่าว ซึ่งโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ บางรายมีอาการแพ้ยา และบางรายมีอาการหน้าผิดรูป ตำรวจจึงทำการตรวจสอบและพบว่าศูนย์ความงามแห่งนี้ไม่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และไม่มีใบอนุญาตในการรักษา จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายค้น ก่อนเข้าจับกุมขณะกำลังให้บริการลูกค้า พร้อมยึดของกลางทั้งหมด

จากการสอบสวน น.ส.นันน์ทพิน ยอมรับว่าใช้บ้านเปิดเป็นศูนย์ความงามมากว่า 2 ปี โดยไม่มีใบอนุญาตใดๆ ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ เป็นของที่ใช้ในการฉีดเสริมความงาม มีลูกค้ามาใช้บริการเฉลี่ยเดือนละ 20 ราย โดยลูกค้าส่วนใหญ่บอกกันปากต่อปาก และติดต่อผ่านทางไลน์

ตำรวจแจ้งข้อหา “ประกอบกิจการสถานพยาบาล โดยไม่ได้รับอนุญาต, ดำเนินการสถานพยาบาล โดยไม่ได้รับอนุญาต, ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ว่าพร้อมที่จะประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมิได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม, ผลิต ขาย หรือนำ หรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งยาแผนปัจจุบัน โดยมิได้รับใบอนุญาต, ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา, ขายเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต หรือไม่ได้รับใบรับแจ้งรายการละเอียดหรือใบรับจดแจ้ง อันเป็นการฝ่าฝืน” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จับคลินิกเสริมความงามเถื่อน กลางหาดใหญ่

เรื่องราวของคลินิกเสริมความงามที่ไม่ได้มาตรฐานนั้น ยังคงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคหลายรายต้องเผชิญกับความเสี่ยงและผลกระทบต่อสุขภาพ การเลือกใช้บริการคลินิกเสริมความงามจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ตรวจสอบใบอนุญาต และศึกษาข้อมูลของแพทย์ผู้ให้บริการอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ความสำคัญของการตรวจสอบคลินิกเสริมความงามก่อนใช้บริการ

การตรวจสอบคลินิกเสริมความงามก่อนเข้ารับบริการเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้บริการจากคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือจากผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การหลงเชื่อโฆษณาเกินจริง หรือการตัดสินใจจากราคาที่ถูกเพียงอย่างเดียว อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อร่างกายและจิตใจได้ การตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น เช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของแพทย์ รวมถึงรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัย

นอกจากนี้ การพูดคุยกับแพทย์ผู้ที่จะทำการรักษาโดยตรง เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษา ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และความคาดหวังที่เป็นจริงได้ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การทำความเข้าใจในข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง และเตรียมพร้อมรับมือกับผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้

คดี จับคลินิกเสริมความงามเถื่อน กลางหาดใหญ่ เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบคลินิกเสริมความงามก่อนตัดสินใจใช้บริการ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง และควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของคุณเอง

หากคุณกำลังพิจารณาการทำศัลยกรรมหรือการรักษาความงามใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทำการวิจัยอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ อย่าปล่อยให้ความอยากสวยทำให้คุณต้องเสี่ยงกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้ ความสวยงามที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงสุขภาพที่ดีและความมั่นใจในตัวเอง การดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการพึ่งพาการทำศัลยกรรมเพียงอย่างเดียว

สุดท้ายนี้ ขอฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและควบคุมคลินิกเสริมความงาม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ จับคลินิกเสริมความงามเถื่อน กลางหาดใหญ่ ขึ้นอีก และเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคทุกคน

การ จับคลินิกเสริมความงามเถื่อน กลางหาดใหญ่ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่ยังคงมีอยู่จริง และความจำเป็นในการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – จับคลินิกเสริมความงามเถื่อน กลางหาดใหญ่ ขณะกำลังฉีดหน้าให้ลูกค้า

รวบหมอเถื่อน! แอบเปิดคลินิกรักษาคนนาน 10 ปี

ตำรวจบุกรวบ “หมอเถื่อน” ที่แอบเปิดคลินิกรักษาคนมานานกว่า 10 ปี! งานนี้คนไข้อึ้ง เพราะบางรายเพิ่งจะฉีดยาเข้าไปหยกๆ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ตามไปดูกันเลยค่ะ

รวบหมอเถื่อน เปิดคลินิกนาน 10 ปี!

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ตำรวจสืบสวนภาค 3 ได้บุกเข้าจับกุมนายบุญวิวัฒน์ บุญเรืองลือ อายุ 50 ปี และนายณัฐวุฒิ บุญเรืองบือ อายุ 30 ปี ที่เคหะราม คลินิกเวชกรรม หรือ หมอพงษ์ คลินิกเวชกรรม ในเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่าคลินิกดังกล่าวลักลอบเปิดรักษาคนไข้และออกใบรับรองแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ส่งสายลับเข้าไปทำการรักษา และพบว่ามีการกระทำผิดจริง

การจับกุมหมอเถื่อน

จากการเข้าตรวจสอบคลินิก พบยาจำนวนมาก เครื่องมือทางการแพทย์ เวชระเบียนคนไข้กว่า 6,000 ฉบับ และเงินสดที่ได้จากการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ ยังพบหญิงสาวที่เพิ่งเข้ามารักษาและได้รับการฉีดยาจากคลินิกดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบอาการ

จากการสอบสวนพบว่า นายบุญวิวัฒน์ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค สั่งยา และออกใบรับรองแพทย์ ส่วนนายณัฐวุฒิทำหน้าที่รับคนไข้ ทำทะเบียนประวัติ ฉีดยา และจัดยา โดยทั้งสองคนไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม

นายณัฐวุฒิ ให้การว่า ได้เรียนรู้วิธีการฉีดยาจากนายบุญวิวัฒน์ และฝึกฝนกับคนไข้ที่เข้ามารับการรักษา

ด้านนายบุญวิวัฒน์ อ้างว่าตนเองเป็นแพทย์จริงและเปิดคลินิกรักษาคนไข้มา 10 ปีแล้ว แต่ไม่สามารถแสดงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้ มีเพียงใบอนุญาตวิชาชีพแพทย์แผนไทย

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า สถานพยาบาลชื่อเคหะราม คลินิกเวชกรรม ใบอนุญาตสิ้นสุดไปตั้งแต่ปี 2558 และก่อนหน้านี้นายบุญวิวัฒน์เคยว่าจ้างแพทย์มาเป็นผู้ดำเนินการ แต่เมื่อใบอนุญาตหมดอายุลง ก็ไม่ได้ทำการต่อ ทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อคลินิกเป็น “หมอพงษ์ คลินิกเวชกรรม”

ทั้งนี้ นายบุญวิวัฒน์ยังเป็นเจ้าของ “หมอวุฒิ สหคลินิกเวชกรรม” ในย่านคลองสามวา โดยให้นายณัฐวุฒิเป็นคนรับผิดชอบในการรักษาคนไข้ และจะใช้ชื่อแพทย์อื่นในการเขียนใบสั่งยาและใบรับรองแพทย์

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองในข้อหาต่างๆ เช่น ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน ปลอมและใช้เอกสารปลอม ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เราเห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนเข้ารับบริการทางการแพทย์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานพยาบาลและผู้ให้บริการมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองนะคะ การเลือกหมอเถื่อน อาจนำมาซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้เลย

อย่าเสี่ยงกับหมอเถื่อน ตรวจสอบให้ดีก่อนเข้ารับการรักษา

ที่มา – บุกรวบหมอเถื่อน แอบเปิดคลินิกรักษาคน นาน 10 ปี คนไข้อึ้ง เพิ่งฉีดยาเข้าไป

รวบหมอเถื่อน สวมชื่อหมอจริง รักษาผู้ป่วย! พบที่ลาดพร้าว

สืบสวนจับกุมหมอเถื่อนวัย 74 ปี ที่ลาดพร้าว! สวมรอยชื่อหมอจริงสมัครงานพาร์ทไทม์รักษาผู้ป่วยในคลินิก ทำให้ทุกคนเชื่อว่าเป็นอาจารย์หมอตัวจริง ผู้ต้องหารับสารภาพปลอมแปลงเอกสารเพื่อสมัครงานเพราะต้องการหารายได้ไปเล่นพนัน

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (ผกก.สส.บก.น.3) พร้อมด้วยทีมงาน ได้ทำการจับกุม นายบุญมาก พันสีลา อายุ 74 ปี ผู้ต้องหาในคดีรวบหมอเถื่อน สวมชื่อหมอจริง รักษาผู้ป่วย โดยแอบอ้างชื่อ “นพ.มานิตย์ จารุวรรณ” และปลอมแปลงเอกสารใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์ตัวจริง อาศัยประสบการณ์ที่เคยทำงานใกล้ชิดกับแพทย์ และศึกษาเลียนแบบจากแพทย์จริง ตระเวนสมัครงานตามคลินิกเวชกรรมต่าง ๆ เพื่อทำการรักษาคนไข้ทั่วไป โดยที่ตนเองไม่ได้เป็นแพทย์จริง สร้างความเข้าใจผิดให้กับทั้งคนไข้และเจ้าของคลินิก

พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 (ผบก.น.3) ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีบุคคลแอบอ้างเป็นแพทย์โดยใช้ชื่อ “นพ.มานิตย์ จารุวรรณ” ไปสมัครงานในคลินิกเวชกรรมหลายแห่ง เพื่อรักษาคนไข้ ซึ่งถือเป็นภัยต่อสังคม เนื่องจากเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ และอาจนำไปสู่การรักษาที่ผิดพลาด อันเป็นอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชน ผู้ต้องหาอ้างว่าจบการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิตจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และอยู่ระหว่างการสอบเพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา โดยผู้ต้องหาได้แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มหางานสำหรับแพทย์พาร์ทไทม์ในอินเทอร์เน็ต เพื่อค้นหาข้อมูลของแพทย์ที่มีใบอนุญาต และนำไปใช้ในการสมัครงานในคลินิกเวชกรรมต่าง ๆ ทำให้เกิดช่องว่างให้มิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาทำงานพาร์ทไทม์ในคลินิกได้ เนื่องจากมีรายได้ดี ชั่วโมงละ 500 – 1,000 บาท

จากการสืบสวนทราบว่า บุคคลที่แอบอ้างชื่อ นพ.มานิตย์ คือ นายบุญมาก พันสีลา อายุ 74 ปี ซึ่งเคยมีประวัติก่อเหตุปลอมตัวเป็นแพทย์ และถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อปี 2560 นายบุญมากได้ปลอมแปลงเอกสารเพื่อแสดงตัวเป็นแพทย์ และเข้าทำงานในห้องพยาบาลของบริษัท เอ็นทีเอ็น แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด ในอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เป็นเวลาประมาณ 2 ปี

ต่อมาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลวกแดง จังหวัดระยอง ได้ทำการจับกุมนายบุญมาก พร้อมด้วยของกลางเป็นสมุดบันทึกผู้มารับบริการที่ห้องพยาบาล ใบบันทึกเวลาของแพทย์ ยาอันตราย 4 รายการ และเอกสารยืนยันจากแพทยสภา 1 ชุด จากนั้นได้นำตัวส่งฟ้องศาล และประกันตัวสู้คดีจนถึงชั้นศาลฎีกา แต่นายบุญมากไม่ยอมไปฟังคำพิพากษา

ภายหลังศาลได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย โดยตัดสินจำคุก 1 ปี 2 เดือน เมื่อนายบุญมากหลบหนี ศาลจังหวัดระยองจึงออกหมายจับ ที่ 540/2565 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ในข้อหากระทำความผิดฐานความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ความผิดต่อพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม และความผิดต่อพระราชบัญญัติยา

จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายบุญมาก ได้ปลอมแปลงเอกสารและปลอมตัวเป็น นพ.มานิตย์ เพื่อทำงานเป็นแพทย์พาร์ทไทม์ที่คลินิกแห่งหนึ่งในซอยลาดพร้าว 48 มาประมาณ 2 เดือน จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 15.30 น. ที่คลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่ง ในซอยลาดพร้าว 48 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พบว่าบริเวณหน้าห้องตรวจโรคติดรูปของนายบุญมาก แต่ระบุชื่อ นพ.มานิตย์ และพบนายบุญมากกำลังตรวจรักษาคนไข้ที่ใช้สิทธิ สปสช. อยู่ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อขอตรวจสอบ พบตรายางระบุชื่อ นพ.มานิตย์ และใบ OPD CARD ของคลินิก ที่ใช้ชื่อ นพ.มานิตย์ สั่งรักษาโรคของคนไข้ พร้อมขอตรวจสอบหลักฐานประจำตัว พบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง จึงทำการจับกุมตัว ท่ามกลางความตกใจของคนไข้และพยาบาลในคลินิก

จากการสอบสวนพยาบาลของคลินิกทราบว่า นายบุญมาก ได้ปลอมแปลงเอกสารของ นพ.มานิตย์ มาสมัครทำงานพาร์ทไทม์ โดยทุกคนเชื่อว่าเป็นแพทย์จริง และเนื่องจากมีอายุมากแล้ว ทุกคนจึงเรียก “อาจารย์หมอ” แต่ในการรักษาบางครั้ง มีการสั่งยาให้คนไข้แบบแปลก ๆ ไม่ตรงกับการรักษาในปัจจุบัน เมื่อพยาบาลสอบถามเพื่อยืนยัน นายบุญมากก็จะเปลี่ยนความเห็นตามที่พยาบาลแนะนำ แต่บางครั้งพยาบาลก็ไม่กล้าสอบถาม เนื่องจากเห็นว่ามีอายุมากอยู่ในระดับอาจารย์แพทย์

รวบหมอเถื่อน สวมชื่อหมอจริง รักษาผู้ป่วย สารภาพสิ้น

นายบุญมาก ให้การรับสารภาพว่า ได้ปลอมแปลงเอกสารของ นพ.มานิตย์ จารุวรรณ จริง เนื่องจากเคยทำงานด้วยกันมาก่อน เห็นว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้ดี จึงปลอมแปลงเอกสารและปลอมตัวเป็น นพ.มานิตย์ ออกไปสมัครทำงานพาร์ทไทม์ตามคลินิกเวชกรรมและห้องพยาบาลของโรงงานต่าง ๆ และเคยถูกดำเนินคดีมาแล้ว 2 ครั้ง ปัจจุบันได้ปลอมตัวไปเป็นหมอพาร์ทไทม์อยู่ในคลินิกเวชกรรม ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดระยอง โดยเงินที่ได้จากการทำงานส่วนใหญ่นำไปเล่นพนันจนหมด

จากนั้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายบุญมาก พันสีลา ส่งศาลจังหวัดระยอง ในข้อหาความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ความผิดต่อพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม และความผิดต่อพระราชบัญญัติยา เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาต่อไป ส่วนความผิดที่ได้กระทำในคลินิกเวชกรรม ซอยลาดพร้าว 48 เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ และดำเนินคดีกับนายบุญมาก ที่สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารต่อไป

บทสรุปคดีรวบหมอเถื่อน สวมชื่อหมอจริง รักษาผู้ป่วย

คดีรวบหมอเถื่อน สวมชื่อหมอจริง รักษาผู้ป่วยรายนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติและเอกสารของผู้ที่เข้ามาทำงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนอย่างละเอียด เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต และขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลของแพทย์และสถานพยาบาลก่อนเข้ารับบริการ เพื่อความปลอดภัยของตนเอง

ที่มา – รวบหมอเถื่อน สวมชื่อหมอจริง รักษาผู้ป่วย ทุกคนเชื่อเรียก อาจารย์หมอ

Scroll to top