สืบสวนจับกุมหมอเถื่อนวัย 74 ปี ที่ลาดพร้าว! สวมรอยชื่อหมอจริงสมัครงานพาร์ทไทม์รักษาผู้ป่วยในคลินิก ทำให้ทุกคนเชื่อว่าเป็นอาจารย์หมอตัวจริง ผู้ต้องหารับสารภาพปลอมแปลงเอกสารเพื่อสมัครงานเพราะต้องการหารายได้ไปเล่นพนัน
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (ผกก.สส.บก.น.3) พร้อมด้วยทีมงาน ได้ทำการจับกุม นายบุญมาก พันสีลา อายุ 74 ปี ผู้ต้องหาในคดีรวบหมอเถื่อน สวมชื่อหมอจริง รักษาผู้ป่วย โดยแอบอ้างชื่อ “นพ.มานิตย์ จารุวรรณ” และปลอมแปลงเอกสารใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์ตัวจริง อาศัยประสบการณ์ที่เคยทำงานใกล้ชิดกับแพทย์ และศึกษาเลียนแบบจากแพทย์จริง ตระเวนสมัครงานตามคลินิกเวชกรรมต่าง ๆ เพื่อทำการรักษาคนไข้ทั่วไป โดยที่ตนเองไม่ได้เป็นแพทย์จริง สร้างความเข้าใจผิดให้กับทั้งคนไข้และเจ้าของคลินิก
พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 (ผบก.น.3) ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีบุคคลแอบอ้างเป็นแพทย์โดยใช้ชื่อ “นพ.มานิตย์ จารุวรรณ” ไปสมัครงานในคลินิกเวชกรรมหลายแห่ง เพื่อรักษาคนไข้ ซึ่งถือเป็นภัยต่อสังคม เนื่องจากเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ และอาจนำไปสู่การรักษาที่ผิดพลาด อันเป็นอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชน ผู้ต้องหาอ้างว่าจบการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิตจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และอยู่ระหว่างการสอบเพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา โดยผู้ต้องหาได้แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มหางานสำหรับแพทย์พาร์ทไทม์ในอินเทอร์เน็ต เพื่อค้นหาข้อมูลของแพทย์ที่มีใบอนุญาต และนำไปใช้ในการสมัครงานในคลินิกเวชกรรมต่าง ๆ ทำให้เกิดช่องว่างให้มิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาทำงานพาร์ทไทม์ในคลินิกได้ เนื่องจากมีรายได้ดี ชั่วโมงละ 500 – 1,000 บาท
จากการสืบสวนทราบว่า บุคคลที่แอบอ้างชื่อ นพ.มานิตย์ คือ นายบุญมาก พันสีลา อายุ 74 ปี ซึ่งเคยมีประวัติก่อเหตุปลอมตัวเป็นแพทย์ และถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อปี 2560 นายบุญมากได้ปลอมแปลงเอกสารเพื่อแสดงตัวเป็นแพทย์ และเข้าทำงานในห้องพยาบาลของบริษัท เอ็นทีเอ็น แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด ในอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เป็นเวลาประมาณ 2 ปี
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลวกแดง จังหวัดระยอง ได้ทำการจับกุมนายบุญมาก พร้อมด้วยของกลางเป็นสมุดบันทึกผู้มารับบริการที่ห้องพยาบาล ใบบันทึกเวลาของแพทย์ ยาอันตราย 4 รายการ และเอกสารยืนยันจากแพทยสภา 1 ชุด จากนั้นได้นำตัวส่งฟ้องศาล และประกันตัวสู้คดีจนถึงชั้นศาลฎีกา แต่นายบุญมากไม่ยอมไปฟังคำพิพากษา
ภายหลังศาลได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย โดยตัดสินจำคุก 1 ปี 2 เดือน เมื่อนายบุญมากหลบหนี ศาลจังหวัดระยองจึงออกหมายจับ ที่ 540/2565 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ในข้อหากระทำความผิดฐานความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ความผิดต่อพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม และความผิดต่อพระราชบัญญัติยา
จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายบุญมาก ได้ปลอมแปลงเอกสารและปลอมตัวเป็น นพ.มานิตย์ เพื่อทำงานเป็นแพทย์พาร์ทไทม์ที่คลินิกแห่งหนึ่งในซอยลาดพร้าว 48 มาประมาณ 2 เดือน จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 15.30 น. ที่คลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่ง ในซอยลาดพร้าว 48 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พบว่าบริเวณหน้าห้องตรวจโรคติดรูปของนายบุญมาก แต่ระบุชื่อ นพ.มานิตย์ และพบนายบุญมากกำลังตรวจรักษาคนไข้ที่ใช้สิทธิ สปสช. อยู่ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อขอตรวจสอบ พบตรายางระบุชื่อ นพ.มานิตย์ และใบ OPD CARD ของคลินิก ที่ใช้ชื่อ นพ.มานิตย์ สั่งรักษาโรคของคนไข้ พร้อมขอตรวจสอบหลักฐานประจำตัว พบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง จึงทำการจับกุมตัว ท่ามกลางความตกใจของคนไข้และพยาบาลในคลินิก
จากการสอบสวนพยาบาลของคลินิกทราบว่า นายบุญมาก ได้ปลอมแปลงเอกสารของ นพ.มานิตย์ มาสมัครทำงานพาร์ทไทม์ โดยทุกคนเชื่อว่าเป็นแพทย์จริง และเนื่องจากมีอายุมากแล้ว ทุกคนจึงเรียก “อาจารย์หมอ” แต่ในการรักษาบางครั้ง มีการสั่งยาให้คนไข้แบบแปลก ๆ ไม่ตรงกับการรักษาในปัจจุบัน เมื่อพยาบาลสอบถามเพื่อยืนยัน นายบุญมากก็จะเปลี่ยนความเห็นตามที่พยาบาลแนะนำ แต่บางครั้งพยาบาลก็ไม่กล้าสอบถาม เนื่องจากเห็นว่ามีอายุมากอยู่ในระดับอาจารย์แพทย์
รวบหมอเถื่อน สวมชื่อหมอจริง รักษาผู้ป่วย สารภาพสิ้น
นายบุญมาก ให้การรับสารภาพว่า ได้ปลอมแปลงเอกสารของ นพ.มานิตย์ จารุวรรณ จริง เนื่องจากเคยทำงานด้วยกันมาก่อน เห็นว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้ดี จึงปลอมแปลงเอกสารและปลอมตัวเป็น นพ.มานิตย์ ออกไปสมัครทำงานพาร์ทไทม์ตามคลินิกเวชกรรมและห้องพยาบาลของโรงงานต่าง ๆ และเคยถูกดำเนินคดีมาแล้ว 2 ครั้ง ปัจจุบันได้ปลอมตัวไปเป็นหมอพาร์ทไทม์อยู่ในคลินิกเวชกรรม ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดระยอง โดยเงินที่ได้จากการทำงานส่วนใหญ่นำไปเล่นพนันจนหมด
จากนั้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายบุญมาก พันสีลา ส่งศาลจังหวัดระยอง ในข้อหาความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ความผิดต่อพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม และความผิดต่อพระราชบัญญัติยา เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาต่อไป ส่วนความผิดที่ได้กระทำในคลินิกเวชกรรม ซอยลาดพร้าว 48 เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ และดำเนินคดีกับนายบุญมาก ที่สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารต่อไป
บทสรุปคดีรวบหมอเถื่อน สวมชื่อหมอจริง รักษาผู้ป่วย
คดีรวบหมอเถื่อน สวมชื่อหมอจริง รักษาผู้ป่วยรายนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติและเอกสารของผู้ที่เข้ามาทำงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนอย่างละเอียด เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต และขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลของแพทย์และสถานพยาบาลก่อนเข้ารับบริการ เพื่อความปลอดภัยของตนเอง
ที่มา – รวบหมอเถื่อน สวมชื่อหมอจริง รักษาผู้ป่วย ทุกคนเชื่อเรียก อาจารย์หมอ



