วัน: 5 กันยายน 2025

สมศักดิ์: การเมืองอย่าจริงจัง ยินดี อนุทิน นายกฯคนที่ 32

“สมศักดิ์” แสดงความยินดี “อนุทิน” เป็นนายกฯ คนที่ 32 ยืนยัน พรรคมีแนวทางจัดการ สส.งูเห่า เชื่อเพื่อไทย ไม่ขับ “เฉลิม” พ้นพรรคเหตุอยู่มานาน บอก การเมืองอย่าไปเอาจริงเอาจังกันมากไม่ถึงล้มถึงตาย

เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 5 ก.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวทางการทำงานของพรรคเพื่อไทยหลังมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า ตนยังไม่ทราบว่าในพรรคมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง เนื่องจากวันนี้ยังอยู่ที่สภา ซึ่งหลังจากนี้จะไปสอบถามว่าผู้บริหาร และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ทำอะไรไปแล้วบ้าง 

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการอย่างไรกับ สส.ที่โหวตสวนมติพรรค นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ พรรคก็มีบทลงโทษอยู่ แต่คนที่โหวตสวนมติพรรคก็ต้องทำจิตใจของเขาแล้วว่าเขารับสภาพอย่างไร หรือต้องเดินทางในทิศทางที่ต้องย้ายพรรค เพราะเขาเห็นว่ารัฐบาลใหม่มีเวลาแค่ 4 เดือน ไม่ต้องหลบมาก ไม่เครียดมาก เมื่อตัดสินใจไปแล้วก็ไม่ว่ากัน มันเป็นทิศทางการเมืองและเป็นเอกสิทธิ์ด้วย

เมื่อถามว่า กรณีนายวัน อยู่บำรุง เรียกร้องให้ขับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ออกจากพรรคนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พรรคคงไม่ขับออก เพราะอยู่มาตั้งนานแล้วจะไปขับอะไร ก็อยู่กันไปเถอะ เผื่อวันหน้าวันหลังจะได้มาพูดคุยกัน คนทะเลาะกันส่วนใหญ่โกรธกันหลายปี กว่าจะมาคุยกัน ถ้าทะเลาะน้อยๆ หายโกรธก็คุยกัน เรื่องการเมืองอย่าไปเอาจริงเอาจังกันมาก ไม่ถึงล้มถึงตาย มันเป็นทิศทางของการบริหารจัดการที่จะต้องเปลี่ยนแนวทาง เป็นสิ่งที่เราต้องเข้าใจว่ามีล้ม มีลุก มียืน มีนั่ง มีวิ่ง เป็นเรื่องของการเมือง และใช้เวลาไม่นานอีก 4 เดือนก็เตรียมการเลือกตั้งได้แล้ว 

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะเตรียมตัวเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เนื่องจากขณะนี้พรรคประชาชนเริ่มเตรียมแล้ว นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวต้องเตรียมการเพราะต้องไปช่วยทุกแห่ง แต่ในส่วนของพรรคก็มีการเตรียมไว้อยู่แล้ว ซึ่งก็คงต้องทำกิจกรรมให้สำเร็จ นั่นคือการส่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ เราต้องยอมรับในระบบรัฐสภา ต้องขอแสดงความดีใจกับนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เมื่อสภายอมรับแล้วก็ต้องยอมรับ

การเมืองอย่าไปเอาจริงเอาจัง

สมศักดิ์เตือน: การเมืองอย่าไปเอาจริงเอาจังมากเกินไป

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำว่า การเมืองอย่าไปเอาจริงเอาจังกันมากจนเกินไป เพราะท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ได้ถึงขั้นล้มถึงตาย และเป็นเพียงแค่ทิศทางของการบริหารจัดการที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มี สส. โหวตสวนมติพรรคว่า เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละบุคคล และพรรคก็มีบทลงโทษอยู่แล้ว แต่คนที่โหวตสวนมติพรรคก็ต้องยอมรับสภาพที่อาจจะต้องย้ายพรรคไป หากเห็นว่าทิศทางไม่ตรงกัน

ในส่วนของการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนตัวต้องเตรียมการเพราะต้องไปช่วยทุกแห่ง แต่ในส่วนของพรรคก็มีการเตรียมไว้อยู่แล้ว และสิ่งสำคัญที่สุดคือการสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นนายกรัฐมนตรี

ท่าทีของนายสมศักดิ์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในเกมการเมือง และการมองสถานการณ์อย่างเป็นกลาง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประนีประนอม และการยอมรับในความแตกต่าง เพื่อให้การเมืองดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

สถานการณ์ทางการเมืองไทยในขณะนี้มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในสถานการณ์ต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจและมีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณสนใจที่จะติดตามข่าวสารทางการเมืองอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามได้จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อช่วยกันพัฒนาการเมืองไทยให้ก้าวหน้าต่อไป

ที่มา – “สมศักดิ์” บอกการเมืองอย่าไปเอาจริงเอาจัง ยินดี “อนุทิน” นั่งนายกฯ คนที่ 32

เมสซี่ เลิกเล่นทีมชาติแล้วหรือยัง? มาหาคำตอบกัน

ลิโอเนล เมสซี่ ดูเหมือนจะแสดงความรู้สึกออกมาหลังจากทำไปสองประตูในเกมที่ อาร์เจนตินาเอาชนะเวเนซุเอลา 3-0 ที่เอสตาดิโอโมนูเมนทัล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน

ความคิดเห็นของเขาหลังเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกปี 2026 บ่งบอกเป็นนัยว่าเขาได้ลงเล่นเกมการแข่งขันนัดสุดท้ายในบ้านเกิดแล้ว

ก่อนเริ่มเกม เมสซี่วัย 38 ปี มาพร้อมกับลูกชายสามคนและได้รับการยืนปรบมือจากฝูงชน 80,000 คน

“การที่ได้จบแบบนี้ที่นี่คือสิ่งที่ผมใฝ่ฝันมาตลอด” เมสซี่กล่าวหลังจบเกม โดยบอกเป็นนัยถึงจุดจบของอาชีพนักฟุตบอลทีมชาติ

กัปตันทีมอาร์เจนตินาพูดถึง “อารมณ์” และประสบการณ์ของเขาที่สนามของทีมชาติ

เมสซี่กล่าวว่าเขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงเล่นในฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะมาถึงหรือไม่

“เราจะรอดูกัน ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องฟุตบอลโลก”

“ผมจะจบฤดูกาลก่อน จากนั้นผมจะมีช่วงปรีซีซั่น และจะเหลืออีกหกเดือน ดังนั้นเราจะมาดูกันว่าผมรู้สึกอย่างไร”

เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์แปดสมัยนำอาร์เจนตินาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่สามในปี 2022 และทำสถิติยิงไป 114 ประตูจาก 194 เกมให้กับประเทศของเขา

เมสซี่เคยเลิกเล่นทีมชาติมาก่อนหรือไม่?

ในเดือนมิถุนายน 2016 เมสซี่เลิกเล่นทีมชาติ หลังจากอาร์เจนตินาพ่ายแพ้ต่อชิลีในรอบชิงชนะเลิศโคปาอเมริกา

“สำหรับผม ทีมชาติจบแล้ว” เขากล่าวหลังความพ่ายแพ้ “ผมทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว มันเจ็บปวดที่ไม่เป็นแชมป์”

อย่างไรก็ตาม เพียงสองเดือนหลังจากการประกาศของเขา เมสซี่ก็มีชื่ออยู่ในทีมชาติอาร์เจนตินาสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

“ความรักของผมที่มีต่อประเทศและเสื้อตัวนี้มันยิ่งใหญ่เกินไป” เขากล่าวในปี 2016

กับอาร์เจนตินา เมสซี่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 และโคปาอเมริกาสองครั้ง ในปี 2021 และ 2024 และไฟนอลลิสซิมา 2022 ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างผู้ชนะเลิศยูโรเปียนแชมเปียนชิพและโคปาอเมริกา

บทความนี้เป็นบทความล่าสุดจากทีม Ask Me Anything ของ BBC Sport

Ask Me Anything คืออะไร?

Ask Me Anything เป็นบริการที่อุทิศตนเพื่อตอบคำถามของคุณ

เราต้องการตอบแทนเวลาของคุณด้วยการบอกสิ่งที่คุณไม่รู้และเตือนสิ่งที่คุณรู้

ทีมงานจะค้นหาทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้และสามารถเรียกใช้เครือข่ายผู้ติดต่อรวมถึงผู้เชี่ยวชาญและนักวิจารณ์ของเรา

เราจะตอบคำถามของคุณจากใจกลางห้องข่าวของ BBC Sport และเจาะลึกเบื้องหลังเหตุการณ์ทางกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

การรายงานข่าวของเราจะครอบคลุมเว็บไซต์ แอป โซเชียลมีเดีย และบัญชี YouTube ของ BBC Sport รวมถึง BBC TV และวิทยุ

คำถามเพิ่มเติมที่ได้รับคำตอบ…

สรุปแล้ว เมสซี่ เลิกเล่นทีมชาติแล้วหรือยัง?

จากข้อมูลล่าสุด เมสซี่ยังไม่ได้ประกาศเลิกเล่นทีมชาติอย่างเป็นทางการ แม้ว่าเขาจะบอกเป็นนัยถึงความเป็นไปได้นี้หลังจบเกมกับเวเนซุเอลา แต่เขาก็ยังเปิดประตูสำหรับการลงเล่นในฟุตบอลโลก 2026 อยู่ ดังนั้นแฟนๆ ยังคงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดต่อไป

สถานการณ์ของเมสซี่นั้นน่าติดตามอย่างยิ่ง การตัดสินใจของเขาในอนาคตจะมีผลต่อวงการฟุตบอลโลกอย่างแน่นอน

ที่มา – Has Messi retired from international football?

อรรถกร-ไผ่ เชื่อ ธรรมนัส นั่ง “ครม.อนุทิน 1”

“อรรถกร-ไผ่” เชื่อ “ธรรมนัส” ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีใน “ครม.อนุทิน 1” อุบตอบได้ตำแหน่งรองนายกฯ ลั่น กล้าธรรมเป็นพรรคอันดับ 2

เมื่อเวลา 21.20 น. วันที่ 5 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม (กธ.) พร้อมด้วย นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงเก้าอี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตนทราบข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้คุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เรียบร้อยแล้ว 

ส่วนคำถามว่าผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจะต้องมีการตรวจสอบในเรื่องของคุณสมบัติก่อนหรือไม่ นายอรรถกร ตอบว่า เป็นเรื่องที่ตนเชื่อว่าทุกคนต้องทำอยู่แล้ว คิดว่าทุกคนไม่มีปัญหา เพราะเรื่องนี้ผู้ใหญ่เขาไปคุยกัน ตนกับนายไผ่ ถือว่าเป็นรุ่นกลาง แต่เราเชื่อว่าพรรคเรามีความพร้อมที่จะร่วมรัฐบาลที่มีชื่อว่านายอนุทิน และเชื่อว่าจะเดินตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

ผู้สื่อข่าวถามต่อ ร.อ.ธรรมนัส จะดำรงตำแหน่งใน ครม.ชุดนี้ด้วยใช่หรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่า “น่าจะเป็นอย่างนั้นครับ” เมื่อถามอีกว่า ร.อ.ธรรมนัส จะไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ตามกระแสข่าวลือจริงหรือไม่ นายไผ่ ระบุว่า เรายังไม่ได้คุยกันถึงขนาดนั้น โดยการที่เราคุยกันครั้งแรกก็แค่มาร่วมทำงานเพื่อให้ฝ่าวิกฤตไปให้ได้ และในส่วนเรื่องของตำแหน่งก็ยังไม่ได้คุยอะไรกัน ซึ่งก็เข้าใจตรงกัน แต่ตนเชื่อมั่นว่านายอนุทินยังให้เราทำงานต่อในกระทรวงที่นายอรรถกรดูแลอยู่ เพราะว่าจะได้สานต่องานอีก 4 เดือนให้สำเร็จ

ทางด้านคำถามว่า พรรคกล้าธรรมยังได้ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายไผ่ ระบุว่าก็น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็ต้องอยู่ที่ทางด้านของนายอนุทิน ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในประเด็นคำถามว่าได้รับตำแหน่งใน ครม. เพิ่มอีกกี่ตำแหน่ง นายไผ่ ยืนยันว่าไม่ได้เรียกร้องอะไร ถ้าการแบ่งสัดส่วนโควตามาพรรคกล้าธรรมเท่าไหร่ ผลเป็นอย่างไรก็อย่างงั้น 

ขณะที่คำถามต่อว่าได้เก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายไผ่ ตอบว่า “ก็เราเป็นพรรคอันดับ 2” อย่างไรก็ตามเมื่อถามย้ำว่าในส่วนของ นายไผ่ จะได้นั่งเก้าอี้ใน ครม. หรือไม่ นายไผ่ กล่าวสั้นๆ ว่า เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ไม่เป็นไร.

อรรถกร-ไผ่ มั่นใจ ธรรมนัส นั่ง “ครม.อนุทิน 1” แน่นอน

จากบทสัมภาษณ์ของนายอรรถกรและนายไผ่ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือที่เรียกกันว่า “ครม.อนุทิน 1” อย่างแน่นอน แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะได้รับตำแหน่งใด

ความคาดหวังและความเป็นไปได้ใน “ครม.อนุทิน 1”

ถึงแม้จะยังไม่มีการยืนยันตำแหน่งที่ชัดเจน แต่จากกระแสข่าวและการตอบคำถามของนายไผ่ ทำให้เกิดการคาดการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส ใน “ครม.อนุทิน 1” ซึ่งอาจรวมถึงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตามที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม นายไผ่ได้กล่าวว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกันเพื่อแก้ไขวิกฤตของประเทศเป็นอันดับแรก

นอกจากนี้ ยังมีความคาดหวังว่าพรรคกล้าธรรมจะยังคงได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงเดิม เช่น กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสานต่องานที่กำลังดำเนินการอยู่ให้สำเร็จลุล่วง

การที่นายไผ่กล่าวว่า “ก็เราเป็นพรรคอันดับ 2” เมื่อถูกถามถึงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ทำให้เห็นถึงความคาดหวังของพรรคกล้าธรรมที่จะได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลชุดใหม่

การจัดสรรตำแหน่งใน “ครม.อนุทิน 1” ยังคงต้องรอการตัดสินใจจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะพิจารณาจากสัดส่วนโควต้าของแต่ละพรรคและปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

การเข้ามามีส่วนร่วมของ ร.อ.ธรรมนัส และพรรคกล้าธรรมใน “ครม.อนุทิน 1” จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเกษตรและการศึกษา ซึ่งเป็นกระทรวงที่พรรคเคยมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการ

การตัดสินใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีจะเป็นตัวกำหนดทิศทางและความสำเร็จของรัฐบาลชุดใหม่ และจะส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของพรรคกล้าธรรมและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อีกด้วย

ดังนั้น การจับตาดูความเคลื่อนไหวและการตัดสินใจของผู้เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อทำความเข้าใจถึงโครงสร้างอำนาจและทิศทางการดำเนินงานของ “ครม.อนุทิน 1”

การที่นายอรรถกรและนายไผ่มั่นใจว่า ร.อ.ธรรมนัส จะได้นั่งรัฐมนตรีใน “ครม.อนุทิน 1” แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีและความไว้วางใจที่พรรคกล้าธรรมมีต่อนายอนุทิน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความร่วมมือในรัฐบาลผสมที่กำลังจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเมืองเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้น เราจึงต้องติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเรา

ที่มา – “อรรถกร-ไผ่” เชื่อ “ธรรมนัส” ได้นั่งรัฐมนตรีใน “ครม.อนุทิน 1” ปัดตอบคุม กห.

ชื่นชม “ผู้กองเต้ย” สั่งคุมชาวบ้านป่วนหนองจาน

โซเชียลแห่ชื่นชม “ผู้กองเต้ย” นายทหารกล้า ตะโกนสั่ง “ทหารกัมพูชา” ให้ควบคุมชาวกัมพูชาที่บุกป่วนพื้นที่ “บ้านหนองจาน” จ.สระแก้ว เหตุการณ์นี้ทำให้ชื่อของ “ผู้กองเต้ย” กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เพราะอะไรไปดูกัน

จากกรณีเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ชาวกัมพูชากว่า 200 คน ได้รวมตัวกันบริเวณพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เพื่อประท้วงเจ้าหน้าที่ไทย หลังดำเนินการติดตั้งป้ายประกาศในพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว โดยระบุให้ราษฎรกัมพูชาที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำเข้ามาฝั่งไทย ต้องดำเนินการรื้อถอนและออกจากพื้นที่ดังกล่าว

ซึ่งชาวกัมพูชาที่รวมตัว ได้กดดันเชิงสัญลักษณ์ พยายามเคลื่อนไหวเข้าใกล้จุดติดตั้งป้าย ขณะที่บางส่วนก็แสดงท่าทียั่วยุเจ้าหน้าที่ พกพาไม้เป็นอาวุธ และพกพาวิทยุสื่อสารประจำตัว โดยมีทหารกัมพูชาคอยสังเกตการณ์ และร่วมอยู่ในกลุ่มมวลชนชาวกัมพูชาด้วย สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงบานปลาย

อย่างไรก็ตาม ได้มีคลิปที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังเกิดเหตุชลมุนขึ้น ชาวกัมพูชาลุกฮือ ถือไม้เข้าประชิดตัวเจ้าหน้าที่ แม้ทหารไทยจะยืนควบคุมสถานการณ์ด้วยความอดทนอดกลั้น แต่กลับถูกก่อกวนและดันจนเกิดความวุ่นวายขึ้นในบางช่วง ทำให้ทหารนายหนึ่งตะโกนใส่ทหารกัมพูชา ให้เข้าควบคุมชาวบ้านที่ก่อความวุ่นวาย และผลักดันกลับฝั่งตนเองไป ด้วยเสียงที่ดังและหนักแน่น จึงทำให้คนในโซเชียลต่างเข้ามาชื่นชมเป็นจำนวนมาก ทั้งยังขอบคุณที่ทำหน้าที่ทหารอย่างเต็มความสามารถ

ชื่นชม “ผู้กองเต้ย” ทหารกล้า ตะโกนสั่ง “ทหารกัมพูชา” คุมชาวบ้านป่วน “บ้านหนองจาน”

การกระทำของ “ผู้กองเต้ย” ได้สร้างความประทับใจให้กับคนไทยจำนวนมาก หลายคนมองว่าเป็นการแสดงออกถึงความเด็ดขาดและความกล้าหาญในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดและสุ่มเสี่ยง

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ทหารนายดังกล่าว คือ “ผู้กองเต้ย” ร.อ.วัชรจิตร สุมะโน และยังพบว่า ในวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กของภรรยาผู้กองเต้ย ก็ได้มีการโพสต์ข้อความและคลิปวิดีโออวยพรวันเกิดของสามี พร้อมแคปชันหวานว่า เป็นวันเกิดปีแรกที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เข้าใจสามีมากๆ และขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งต่อมาก็ได้มีคนเข้าไปร่วมอวยพรเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความรักและกำลังใจที่ภรรยามีให้ต่อ “ผู้กองเต้ย”

ผู้กองเต้ยคือใคร?

ร.อ.วัชรจิตร สุมะโน หรือ “ผู้กองเต้ย” เป็นนายทหารที่ได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ มากมาย การแสดงออกถึงความเด็ดขาดและความกล้าหาญในครั้งนี้ ทำให้เขาได้รับการยกย่องและชื่นชมจากสังคม

  • ความกล้าหาญและเสียสละของ “ผู้กองเต้ย” เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับทหารและประชาชนทั่วไป
  • เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงตามแนวชายแดน
  • การแก้ไขปัญหาด้วยความอดทนอดกลั้นและใช้สติปัญญา เป็นสิ่งที่ควรยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่

เหตุการณ์ที่ “บ้านหนองจาน” แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาชายแดน และความจำเป็นในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน การตัดสินใจที่เด็ดขาดของ “ผู้กองเต้ย” ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียด และป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงบานปลาย เราควรตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องอธิปไตย และสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ

ที่มา – ชื่นชม “ผู้กองเต้ย” ทหารกล้า ตะโกนสั่ง “ทหารกัมพูชา” คุมชาวบ้านป่วน “บ้านหนองจาน”

รวบ “Sex Creator” เสพไอซ์ ทำคลิปลามก

ตำรวจบุกรวบครีเอเตอร์หนุ่ม เสพไอซ์ ทำคลิปลามกเผยแพร่ลงโซเชียล พร้อมของกลางหลายรายการ

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.จันทบุรี, พ.ต.อ.พีรพล เสลารัตน์ ผู้กำกับการสืบสวน ภ.จว.จันทบุรี นำชุดปฏิบัติการที่ 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มะขาม เข้าตรวจค้นบ้านพักเป้าหมาย ตามหมายค้นของศาลจังหวัดจันทบุรี

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว นายเติ้ล (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี พร้อมด้วยของกลางหลายรายการ ประกอบด้วย อุปกรณ์เสพยาเสพติด จำนวน 1 ชุด, โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ iPhone รุ่น 7 Plus สีแดง-ขาว จำนวน 1 เครื่อง, อุปกรณ์เก็บข้อมูล ยี่ห้อ WD รุ่น My Passport สีขาว ขนาดความจุ 1 TB จำนวน 1 ชุด, ตุ๊กตาหมีสีน้ำตาล จำนวน 1 ตัว, ตุ๊กตากระต่ายสีขาว จำนวน 1 ตัว และ คอมพิวเตอร์ จำนวน 1 ชุด

จากการสอบสวน นายเติ้ล ให้การรับสารภาพว่า มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด และผลิตเผยแพร่ สื่อลามกผ่านโลกออนไลน์ โดยใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ

นอกจากนี้ ยังมีการนัดเจอกันกับบุคคลในกลุ่มเพื่อมีเพศสัมพันธ์ ก่อนทำคลิปเผยแพร่ลงสื่อโซเชียล x (twitter) หลังการสอบสวน เบื้องต้น นายเติ้ล ถูกแจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหา คือ เสพยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง ประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 ในมาตรา 14 (4) ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกอนาจารและประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ และมาตรา 14 (5) ฐานเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าว

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.มะขาม เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป.

ตำรวจบุกรวบ “Sex Creator” หนุ่มวัย 34 เสพไอซ์ทำคลิปลามกลงโซเชียล

การจับกุมครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงผลกระทบของการใช้ยาเสพติดและการผลิตสื่อลามกอนาจาร ซึ่งไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังส่งผลเสียต่อสังคมโดยรวม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน

รายละเอียดการจับกุม “Sex Creator”

จากรายงานข่าว ตำรวจได้ทำการจับกุม “Sex Creator” หนุ่มวัย 34 ปี ที่มีพฤติกรรมเสพไอซ์และผลิตคลิปลามกเพื่อเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการสืบสวนและรวบรวมหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำผิดของผู้ต้องหา

  • ผู้ต้องหา: นายเติ้ล (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี
  • ข้อหา: เสพยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง (เมทแอมเฟตามีน) และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560
  • ของกลาง: อุปกรณ์เสพยาเสพติด, โทรศัพท์มือถือ, อุปกรณ์เก็บข้อมูล, ตุ๊กตาหมี, ตุ๊กตากระต่าย, คอมพิวเตอร์

การกระทำของผู้ต้องหานั้นถือเป็นภัยต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเยาวชนที่อาจเข้าถึงสื่อลามกอนาจารได้โดยง่าย การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเพศในโลกออนไลน์

การที่ตำรวจบุกรวบ “Sex Creator” หนุ่มวัย 34 เสพไอซ์ทำคลิปลามกลงโซเชียล แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม และการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ “Sex Creator” หนุ่มวัย 34 เสพไอซ์ทำคลิปลามกลงโซเชียล รายนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการกระทำผิดกฎหมายไม่ว่าช่องทางใดก็ต้องได้รับการลงโทษ

ที่มา – ตำรวจบุกรวบ “Sex Creator” หนุ่มวัย 34 เสพไอซ์ทำคลิปลามกลงโซเชียล

“ว่าที่นายกฯ อนุทิน” ร่วมสภาฯ จนปิด!

“ว่าที่นายกฯ อนุทิน” โชว์สปิริต กลับเข้าร่วมประชุมพิจารณากฎหมายจนปิดสภา ก่อนเข้าพรรคภูมิใจไทยต่อ โดยยังไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน เป็นภาพที่ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงการเมือง

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 5 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกฯ อนุทิน ได้เดินทางกลับเข้าสภาผู้แทนราษฎร หลังจากออกไปกราบพ่อที่โรงพยาบาล เพื่อมาเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ…. ซึ่งเป็นหนึ่งในร่างที่นายอนุทินเป็นผู้เสนอเอง การกลับมาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของท่าน

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า การกลับเข้าสภาของนายอนุทิน ไม่ได้เข้าบริเวณด้านหน้าอาคารตามปกติ แต่ได้ลงชั้นบีสอง และขึ้นห้องประชุมทันที และอยู่ร่วมพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวจนจบ และออกจากสภาในเวลา 21.15 น. โดยยังไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน และออกจากสภาไปชั้นบีสองเพื่อไปยังพรรคภูมิใจไทยทันที โดยประธานสภา ได้กล่าวปิดประชุมในเวลา 21.30 น.

“ว่าที่นายกฯ อนุทิน” ร่วมสภาฯ จนปิด!

การปรากฏตัวของ “ว่าที่นายกฯ อนุทิน” ในสภาครั้งนี้ สร้างความฮือฮา และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ แต่การที่ท่านกลับมาเข้าร่วมประชุมจนปิดสภา ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการทำงานเพื่อประชาชน

อนาคตทางการเมืองของอนุทิน ชาญวีรกูล

หลายคนจับตามองอนาคตทางการเมืองของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หลังจากที่พรรคภูมิใจไทยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด การที่ท่านแสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนเชื่อมั่นว่าท่านมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำประเทศได้

  • ความมุ่งมั่นในการทำงาน
  • ความรับผิดชอบต่อหน้าที่
  • ความสามารถในการประสานงาน

ร่างกฎหมายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ….

ร่างกฎหมายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ…. เป็นร่างกฎหมายที่สำคัญ ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับหมู่บ้าน การที่นายอนุทินให้ความสำคัญกับร่างกฎหมายนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของท่านต่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ของประชาชน

ความสำคัญของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน:

  • เป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับประชาชนในระดับหมู่บ้าน
  • มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค
  • เป็นผู้ที่ให้ความรู้ และคำแนะนำด้านสุขภาพแก่ประชาชน

การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับร่างกฎหมายนี้ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจของท่านต่อความสำคัญของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการทำงานของอาสาสมัครเหล่านี้

การกลับมาเข้าร่วมประชุมสภาจนปิดสภาของ “ว่าที่นายกฯ อนุทิน” ในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของท่าน อย่างไรก็ตาม ประชาชนก็ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ท่านจะสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ที่ได้สัญญาไว้ให้สำเร็จได้หรือไม่ เพราะการเมืองไทยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่นักการเมืองทุกคนทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “ว่าที่นายกฯ อนุทิน” โชว์สปิริตร่วมพิจารณากฎหมายจนปิดสภา ก่อนเข้าพรรคภูมิใจไทยต่อ

ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ โต้จัดที่รอ “อนุทิน” แก้บน

จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า จังหวัดบุรีรัมย์ได้จัดเตรียมสถานที่ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 หรือ วงเวียน ร.1 บริเวณ ต.อีสาน อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “วงเวียนช้าง” เพื่อเตรียมจัดพิธีแก้บนให้กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ที่จะบินมาแก้บน นั้น ล่าสุด นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวแล้ว

ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ โต้จัดสถานที่รอรับ “อนุทิน” แก้บน

นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ โต้จัดสถานที่รอรับ “อนุทิน” แก้บน ยืนยันว่าเป็นการจัดพิธีบวงสรวงรัชกาลที่ 1 ซึ่งมีเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว โดยในวันที่ 7 กันยายน 2568 ที่จะถึงนี้ จังหวัดบุรีรัมย์จะมีพิธีบวงสรวงรัชกาลที่ 1 ณ บริเวณอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์เป็นเจ้าภาพ ขณะนี้ได้มีการจัดเตรียมสถานที่บริเวณอนุสาวรีย์ ไม่ใช่เป็นการเตรียมการแก้บนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ตามที่เป็นข่าว

ทำไมถึงมีข่าวลือเรื่องการจัดสถานที่รอรับ “อนุทิน” แก้บน?

กระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้หากประสบความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ โต้จัดสถานที่รอรับ “อนุทิน” แก้บน และยืนยันว่าการเตรียมสถานที่ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานบวงสรวงประจำปีที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ผู้ทรงสถาปนากรุงเทพมหานคร

พิธีบวงสรวงเป็นประเพณีที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบูรพกษัตริย์ และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง การจัดงานครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวบุรีรัมย์

ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ โต้จัดสถานที่รอรับ “อนุทิน” แก้บน ทำให้ประชาชนคลายความสงสัย และเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการจัดเตรียมสถานที่ในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ข่าวลือและการคาดเดาต่างๆ ก็ยังคงมีอยู่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนต่อสถานการณ์ทางการเมืองและบทบาทของนักการเมืองคนสำคัญ

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ในสังคมออนไลน์นั้น ควรได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบก่อนที่จะเชื่อถือและส่งต่อ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและการสร้างความสับสนในสังคม

ท้ายที่สุดแล้ว การทำความเข้าใจในข้อมูลที่ถูกต้องและการมีวิจารณญาณในการรับข่าวสาร จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจและแสดงความคิดเห็นได้อย่างเหมาะสม

ที่มา – ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ โต้จัดสถานที่รอรับ “อนุทิน” แก้บน ยันเป็นงานบวงสรวงประจำปี

ทอมป์สัน สู่ รอลโฟ: 6 นักเตะใหม่ WSL น่าจับตา

ตลาดซื้อขายนักเตะของ Women’s Super League ปิดตัวลงเมื่อวันพฤหัสบดี และถึงเวลาที่จะต้องหันมาโฟกัสที่เรื่องในสนาม

ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาค่อนข้างวุ่นวาย โดยทีมชาติอังกฤษยังคงรักษาแชมป์ยุโรป และค่าตัวการย้ายทีมที่เป็นสถิติโลกก็ถูกทำลายถึงสองครั้ง

ลอเรน เจมส์, มาริโอนา คัลเดนเตย์, ลูซี่ บรอนซ์, วิเวียน มีเดมา และ ยุย ฮาเซกาวะ เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างความฮือฮาให้กับ WSL ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ฤดูกาลนี้ ผู้เล่นหน้าใหม่ที่หวังจะสร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ ระดับท็อป ได้แก่ ผู้ชนะ Champions League และดาวเด่นจาก Euro 2025

BBC Sport จะพาไปดู 6 นักเตะใหม่ที่น่าจับตามองในช่วงซัมเมอร์นี้: ทอมป์สัน สู่ รอลโฟ: 6 นักเตะใหม่ WSL น่าจับตา

ทอมป์สัน สู่ รอลโฟ: 6 นักเตะใหม่ WSL น่าจับตา

เชลซีคว้าแชมป์ WSL สมัยที่ 6 ติดต่อกันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทริปเปิลแชมป์ในประเทศที่น่าทึ่ง

แต่เช่นเดียวกับทีมชั้นนำทั่วไป สิงห์บลูส์มองหาการพัฒนาเพิ่มเติมด้วยการเพิ่ม อลิสซา ทอมป์สัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา จาก Angel City ในขณะที่พวกเขายังคงไล่ล่าแชมป์ Champions League เป็นครั้งแรก

ดาวเตะวัย 20 ปี ลงเล่นไปแล้ว 22 นัดให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกา และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีพรสวรรค์ด้านเกมรุกที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลก

เธอกลายเป็นผู้เล่นที่ถูกเลือกในการดราฟต์อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ NWSL เมื่อเธอถูกเลือกเป็นอันดับหนึ่งโดยรวมในการดราฟต์ NWSL ปี 2023 ให้กับ Angel City เมื่ออายุ 18 ปี

เอ็มมา เฮย์ส โค้ชทีมชาติสหรัฐอเมริกา (อดีตผู้จัดการทีมเชลซี) กล่าวว่า ทอมป์สัน “เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดใน NWSL ในปีนี้อย่างง่ายดาย”

ความเร็ว ความคิดสร้างสรรค์ และความดุดันของทอมป์สัน ทำให้เธอเป็นกองหน้าที่กองหลังทุกคนไม่อยากเผชิญหน้า นอกจากนี้ เธอยังเป็นที่รู้จักในด้านความเร็วที่เหลือเชื่อและความสามารถในการเลี้ยงบอล

เอลลี คาร์เพนเตอร์

ไม่เพียงแต่เชลซีจะเพิ่มทอมป์สันเข้ามาในทีมเท่านั้น พวกเขายังเซ็นสัญญากับ เอลลี คาร์เพนเตอร์ แบ็กขวาทีมชาติออสเตรเลียมากความสามารถจากลียงอีกด้วย

ดาวเตะวัย 25 ปีรายนี้เซ็นสัญญา 4 ปี หลังจากประสบความสำเร็จ 4 ปีในฝรั่งเศส ซึ่งเธอคว้าแชมป์ Champions League 2 สมัย

คาร์เพนเตอร์ ซึ่งเล่นภายใต้การคุมทีมของโซเนีย บอมปาสเตอร์ บอสใหญ่ของสิงห์บลูส์ที่ลียง คว้าตำแหน่งผู้เล่นทีมชาติเป็นครั้งแรกจาก 87 นัดเมื่ออายุ 15 ปี และเมื่ออายุ 16 ปี เธอก็กลายเป็นผู้หญิงที่อายุน้อยที่สุดที่เล่นฟุตบอลในโอลิมปิก

เธอก้าวไปสร้างชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในแบ็กขวาที่ดีที่สุดในโลก

พอล กรีน หัวหน้าฝ่ายฟุตบอลหญิงของเชลซี กล่าวว่า “เธอเป็นฟูลแบ็กที่มีความสามารถรอบด้านที่ชอบเติมเกมรุก”

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าเธอจะพัฒนาต่อไปอย่างไร และเธอจะเพิ่มอะไรให้กับผู้เล่นที่มีความสามารถอยู่แล้ว”

คาร์เพนเตอร์จะต้องแข่งขันกับ ลูซี่ บรอนซ์ แบ็กขวาทีมชาติอังกฤษวัย 33 ปี เพื่อแย่งตำแหน่งใน 11 ตัวจริง

ซิดนีย์ โลห์มันน์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีมด้วย ซิดนีย์ โลห์มันน์ สูง 5 ฟุต 9 นิ้ว

ดาวเตะวัย 25 ปีรายนี้ใช้เวลา 8 ปีในทีมชุดใหญ่ของบาเยิร์น มิวนิก โดยคว้าแชมป์เยอรมัน 4 สมัย และจบรองแชมป์ Champions League ในปี 2022

เธอจะนำพลังในการวิ่งมาสู่แดนกลางของซิตี้ และยังเป็นภัยคุกคามหน้าประตูอีกด้วย

โลห์มันน์ ติดทีมชาติเยอรมนี 42 ครั้ง สร้างความประทับใจในแดนกลางในศึกยูโร 2025

“ฉันนึกไม่ออกว่าจะมีช่วงเวลาไหนที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว” เธอบอกกับ BBC Sport เกี่ยวกับการย้ายมาอังกฤษ

“ประเทศนี้คลั่งไคล้ฟุตบอล และในแมนเชสเตอร์ก็มีบรรยากาศที่แตกต่างออกไป เมื่อคุณพูดถึงฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นของผู้หญิงหรือผู้ชาย พวกเขาก็ตื่นเต้นกันมาก”

ฟริดอลินา รอลโฟ

ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศเซ็นสัญญากับ ฟริดอลินา รอลโฟ กองหน้าทีมชาติสวีเดนจากบาร์เซโลนาในเดือนสิงหาคม

รอลโฟ ซึ่งปกติจะเล่นทางฝั่งซ้าย จะเพิ่มประสบการณ์มากมายให้กับทีมยูไนเต็ดที่ผ่านเข้ารอบ Champions League

เธอคว้าแชมป์ Liga F สี่สมัย และ Champions League สองสมัย โดยทำไป 40 ประตูจากการลงเล่น 131 นัด เธอยังเคยเล่นให้กับบาเยิร์น มิวนิกด้วย

อเล็กเซีย ปูเตยาส กัปตันทีมบาร์ซ่า อธิบายว่าเธอเป็นผู้เล่นที่ “ยอดเยี่ยม” โดยกล่าวว่า “เธอมีพลังงานมหาศาล มีการยิงที่ยอดเยี่ยม และมีคุณสมบัติมากมาย”

ดาวเตะวัย 31 ปีรายนี้ซึ่งได้อันดับสี่ใน Ballon d’Or หญิงปี 2023 ได้ลงเล่นให้ทีมชาติสวีเดนครบ 100 นัดระหว่างศึกยูโร 2025 และทำไป 33 ประตูให้กับประเทศของเธอ

รอลโฟ กล่าวว่า สิ่งที่ดึงดูดใจในการเข้าร่วมทีมยูไนเต็ดคือ WSL ซึ่งเธออธิบายว่าเป็น “ลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกในตอนนี้” การเซ sign ผู้เล่นอย่าง ทอมป์สัน สู่ รอลโฟ: 6 นักเตะใหม่ WSL น่าจับตา แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของสโมสรในการแข่งขัน

อิมาน เบนีย์

อิมาน เบนีย์ วัยรุ่นแจ้งเกิดบนเวทียุโรปด้วยฟอร์มที่โดดเด่นในศึกยูโร 2025 ที่สวิตเซอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพ

เบนีย์ วัย 19 ปี เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นของสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่พวกเขาเข้าถึงรอบน็อกเอาต์ของการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรปเป็นครั้งแรก

กองหน้ารายนี้ทำไป 9 ประตูจากการลงเล่น 22 นัดให้กับ YB Frauen ขณะที่พวกเขาคว้าแชมป์สวิสครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 และยังได้รับการเสนอชื่อให้อยู่ในทีมยอดเยี่ยมของ Swiss Super League อีกด้วย

ทาอิส เฮอร์นี อดีตเพื่อนร่วมทีมของเบนีย์ที่ YB Frauen กล่าวว่า “ฉันบอกคุณได้เลยว่าเธอเก่งได้มากกว่านี้อีก กุญแจสำคัญคือการให้เธอเล่นได้อย่างอิสระมากยิ่งขึ้น กล้าที่จะทำอะไรมากขึ้นไปอีก”

“ถ้าเธอปล่อยตัวและทำทุกอย่างเต็มที่ เชื่อฉันสิ เธอจะสร้างความเสียหายได้มากกว่านี้อีก อย่าลืมว่าเธอยังเป็นเด็กอยู่”

“ถ้าเธอรักษาสปิริตที่ไม่ต้องกังวลและมีความสม่ำเสมอ สวิตเซอร์แลนด์จะมีผู้เล่นชั้นนำไปอีกหลายปี”

เบนีย์ไม่เพียงแต่นำความเร็วที่ดุดันมาสู่ทีมซิตี้เท่านั้น แต่ยังนำความฉลาดทางฟุตบอล ความสามารถรอบด้าน และความขยันหมั่นเพียรมาด้วย

เธอเปิดตัวในทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ชุดใหญ่เมื่ออายุ 16 ปีในปี 2023 และยังเคยเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาให้กับประเทศบ้านเกิดของเธอด้วย

เบนีย์จะเป็นผู้เล่นสวิสคนแรกที่เล่นให้กับทีมหญิงของซิตี้

เกรซ เกโยโร

บางทีอาจเป็นการรัฐประหารครั้งใหญ่ที่สุดของตลาดซื้อขายนักเตะ ลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสส์ ทีมน้องใหม่ WSL คว้าตัว เกรซ เกโยโร กองกลางจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง

ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ ซึ่งประเดิมสนามเมื่ออายุ 19 ปีและได้ลงเล่นไปแล้ว 103 นัด ก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชนของเปแอสเช และเป็นรองแชมป์ Champions League สองสมัย

ดาวเตะวัย 28 ปีรายนี้ ซึ่งเกิดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกก่อนที่จะย้ายไปฝรั่งเศสเมื่ออายุได้สองขวบ เป็นหนึ่งในกองกลางที่น่าตื่นเต้นที่สุดในยุโรป โดยมีประสบการณ์มากมายใน Champions League

เธอออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 3 จาก 4 นัดของฝรั่งเศสในศึกยูโร 2025 โดยทำไปสองประตูขณะที่พวกเขาเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ และอธิบายตัวเองว่าเป็น “ผู้นำ”

“ในสนาม ฉันพูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมของฉันมาก และในห้องแต่งตัวฉันก็ไม่กลัวที่จะพูดอะไรออกมาเช่นกัน” เธอกล่าว

เกโยโรเป็นกองกลางตัวกลางที่มีพลวัตซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านความสามารถในการเข้าถึงสนามและความสามารถในการกำหนดจังหวะของเกม

เธอสามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันขณะที่เพิ่มลูกเล่นเกมรุก การเลี้ยงบอล การทะลุแนว และการมาถึงในกรอบเขตโทษเพื่อทำประตู

การมาถึงของนักเตะใหม่เหล่านี้ รวมถึง ทอมป์สัน สู่ รอลโฟ: 6 นักเตะใหม่ WSL น่าจับตา ทำให้ WSL ฤดูกาลนี้น่าติดตามเป็นอย่างมาก!

ที่มา – Thompson to Rolfo – six WSL signings to watch out for

ราชกิจจาฯ ประกาศ “พรรคไทยศรีวิไลย์” สิ้นสภาพ!

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง “พรรคไทยศรีวิไลย์” สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเป็นทางการ เรื่อง พรรคไทยศรีวิไลย์ สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ซึ่งส่งผลให้พรรคดังกล่าวไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคได้อีกต่อไป

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561 นายทะเบียนพรรคการเมือง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ออกประกาศรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคไทยศรีวิไลย์ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

แต่ล่าสุด นายณรงค์ศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา รองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ รักษาการหัวหน้าพรรค ได้แจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลิกพรรคไทยศรีวิไลย์ ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 113 ทำให้พรรค พรรคไทยศรีวิไลย์ สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (7) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศให้ พรรคไทยศรีวิไลย์สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (7) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 อย่างเป็นทางการ

ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

พรรคไทยศรีวิไลย์ สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

สำหรับรายละเอียดในประกาศราชกิจจานุเบกษา ระบุถึงขั้นตอนและเหตุผลในการสิ้นสภาพของพรรคไทยศรีวิไลย์อย่างชัดเจน โดยสรุปได้ดังนี้:

  • พรรคไทยศรีวิไลย์ได้แจ้งความจำนงในการเลิกพรรคต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง
  • คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลิกพรรค
  • การเลิกพรรคเป็นไปตามข้อบังคับของพรรคเอง

การสิ้นสภาพของพรรคไทยศรีวิไลย์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย ถึงแม้ว่าพรรคไทยศรีวิไลย์จะไม่ใช่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ แต่การสิ้นสภาพของพรรคก็แสดงให้เห็นถึงพลวัตและความไม่แน่นอนในวงการการเมือง

ผลกระทบและความเป็นไปได้ในอนาคต

การสิ้นสภาพ ความเป็นพรรคการเมืองของ พรรคไทยศรีวิไลย์ อาจส่งผลกระทบต่อ:

  • สมาชิกพรรค: สมาชิกพรรคจะต้องหาพรรคการเมืองใหม่สังกัด หากต้องการมีส่วนร่วมทางการเมืองต่อไป
  • ผู้สนับสนุนพรรค: ผู้สนับสนุนพรรคจะต้องตัดสินใจว่าจะสนับสนุนพรรคการเมืองอื่นหรือไม่
  • ภาพรวมทางการเมือง: การแข่งขันทางการเมืองอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เนื่องจากการหายไปของพรรคไทยศรีวิไลย์

อย่างไรก็ตาม การสิ้นสภาพของพรรคการเมืองไม่ได้หมายความว่าอุดมการณ์หรือนโยบายของพรรคจะหายไป อาจมีกลุ่มการเมืองอื่นนำเอาแนวคิดเหล่านั้นไปสานต่อ หรืออาจมีการรวมตัวกันใหม่ในอนาคต ดังนั้น การติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การสิ้นสภาพของ พรรคไทยศรีวิไลย์ สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง เป็นเครื่องเตือนใจว่า การสร้างและรักษาพรรคการเมืองให้เข้มแข็งและยั่งยืนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย พรรคการเมืองจะต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และต้องตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อที่จะสามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาว

ที่มา – ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ “พรรคไทยศรีวิไลย์” สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง