อภิปรายไม่ไว้วางใจ

“เท้ง” เชื่อรัฐบาลบริหารจัดการโรดแมปยุบสภาได้จริงหรือ?

“ณัฐพงษ์” ประกาศมีเราไม่มีเทา โอ่กวาดเพิ่ม 100 เขต เชื่อ รัฐบาลบริหารจัดการโรดแมปยุบสภาได้ ติงนายกฯ จัดการปัญหาสแกมเมอร์เบาและช้าไป ย้ำ ไม่มีเหตุผลยับยั้งดาบ 151 ถ้ากระบวนการแก้รัฐธรรมนูญล่ม

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรม ดิ ไอเดิล โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ จ.ปทุมธานี มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาชน (ปชน.) โดยมีกรรมการบริหาร สส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมพร้อมเพรียง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวต่อที่ประชุมตอนหนึ่ง ว่า โรดแมปเพื่อเอาชนะการเลือกตั้งในครั้งหน้า ฐานรากตอนนี้เรามีแล้ว คือเรื่องของนโยบาย เตรียมทีมบริหาร นอกจากเปิดตัวผู้สมัคร สส.เขต และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ยังเปิดแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและชุดนโยบาย การเปิดโฉมหน้าของชุดบริหาร ว่าที่รัฐมนตรีในแต่ละกระทรวง

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของกลยุทธ์ที่จะเอาชนะการเลือกตั้ง เพื่อเป็นการรักษาเขตเดิมและเพิ่มเติมอีก 100 เขต ทั้ง 4 ค. ของพวกเรา ได้แก่ คู่แข่ง คะแนน เครือข่าย และแคนดิเดต สุดท้ายคือการเพิ่มคะแนนนิยมระดับชาติ ซึ่งต้องอาศัยการทำงานในเชิงความคิด พื้นที่ของลูกพรรคทุกคน สำหรับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดใหม่ ในนามของพรรคประชาชน คิดว่าคือ มีเรา ไม่มีเทา มีเรา มีเศรษฐกิจใหม่ มีเรา ประเทศไทยมีอนาคต มีเรา มีประชาธิปไตย และมีเรา มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งจะผลักดันเรื่องเหล่านี้ต่อไป

นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ทั้งนี้เรื่องของทีมบริหารได้มีการทาบทามไว้หลายคนแล้ว สำหรับว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ซึ่งจะมีการเปิดตัวภายหลังจากที่มีการยุบสภาฯ เมื่อถามต่อไปว่าหากโรดแมปการยุบสภาฯ ต้องเปลี่ยนแปลงไป มีการเตรียมพร้อมรับมือหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชน ตอบว่า มีการประเมินสถานการณ์และเตรียมรับมือไว้อยู่แล้ว และต้องรอดูสถานการณ์ในอนาคต

ส่วนคำถามว่าจะเป็นการบิดต่อ MOA หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุ ตนเชื่อว่ารัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้ ในคำถามนี้คงจะหมายถึงในกรณีการเสด็จสวรรคตที่ประชาชนทุกคนรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ ทางรัฐบาลสามารถแยกการบริหารจัดการได้อยู่แล้ว จะมีการไว้ทุกข์และจัดงานพระราชพิธีต่างๆ ให้เป็นไปโดยความมีระเบียบเรียบร้อย รวมถึงเรื่องกระบวนการการเดินหน้าเลือกตั้งและจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการในสภาฯ ตนคิดว่าไม่น่าเป็นเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกัน รัฐบาลสามารถทำได้ทั้ง 2 ส่วน

สำหรับเรื่องการทำงานของรัฐบาลถือว่ามีความจริงใจในเรื่องการแก้ปัญหาสแกมเมอร์มากน้อยแค่ไหน นายณัฐพงษ์ คิดว่าเบาและช้าไป ไม่ได้จริงจังมากเพียงพอ ขอส่งข้อเรียกร้องว่าไทยสามารถที่จะแสดงบทบาทต่างๆ เหล่านี้ได้ คือในเรื่องเจตจำนงที่ชัดเจนของนายกรัฐมนตรี การลงมือทำอย่างแข็งขันและจริงจัง ประชาชนต้องการตอนนี้คือรัฐบาลที่บริหารประเทศทุกอย่างตรงไปตรงมา ข้อกล่าวหา เช่น เรื่องของรองนายกรัฐมนตรี ที่อาจจะมีส่วนพัวพันกับเครือข่ายเส้นเงินต่างๆ เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ อยากให้นายกรัฐมนตรี ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่จำเป็นต้องรอ ให้ลาออกเอง

ทางด้านปัญหาสแกมเมอร์ที่โยงไปถึงคนในรัฐบาล จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ตนอาจพูดเป็นเงื่อนไขได้ชัดในวันนี้ คือเมื่อไรที่กระบวนการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกล้มลง ตอนนั้นไม่มีเหตุผลใดๆ ที่เราจะยั้งในเรื่องของการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 151 รัฐบาลอีกต่อไป ขณะที่ปัญหาอื่นๆ เราก็ไม่ได้เห็นว่าไม่ได้มีความสำคัญน้อยกว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทุกปัญหามีความสำคัญเท่ากัน เพียงแต่ข้อตกลงตาม MOA ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ อย่างที่ต้องย้ำอีกครั้งว่าไม่ว่าเราจะเลือกตั้งไปอีกสักกี่ครั้ง หากเราไม่เปลี่ยนกติกาสูงสุดของประเทศ ให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ประเทศไทยก็จะเดินหน้าไปไกลกว่านี้ไม่ได้.

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การที่ “เท้ง” เชื่อรัฐบาลบริหารจัดการโรดแมปยุบสภาได้ นั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป การบริหารจัดการโรดแมปยุบสภาและการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์เป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจและคาดหวังว่าจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ

“เท้ง” เชื่อรัฐบาลบริหารจัดการโรดแมปยุบสภาได้

การที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” แสดงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการโรดแมปยุบสภาได้นั้น สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่มีต่อความสามารถในการบริหารจัดการสถานการณ์ของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่นายณัฐพงษ์ติงเรื่องการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ที่ช้าและเบาเกินไปก็เป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณา

ทำไม “เท้ง” เชื่อรัฐบาลบริหารจัดการโรดแมปยุบสภาได้?

การที่ “เท้ง” เชื่อมั่นว่ารัฐบาลบริหารจัดการโรดแมปยุบสภาได้นั้น อาจมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลสามารถแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักการเมือง

การที่นายณัฐพงษ์กล่าวถึงการที่รัฐบาลสามารถแยกการบริหารจัดการเรื่องการเสด็จสวรรคตและการเดินหน้าเลือกตั้งได้นั้น แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการสถานการณ์ที่ซับซ้อนของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม การที่นายณัฐพงษ์ติงเรื่องการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ที่ช้าและเบาเกินไปก็เป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณา การแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์อย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพจะเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา

ดังนั้น การที่ “เท้ง” เชื่อรัฐบาลบริหารจัดการโรดแมปยุบสภาได้นั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป การบริหารจัดการโรดแมปยุบสภาและการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์เป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจและคาดหวังว่าจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “เท้ง” เชื่อรัฐบาลบริหารจัดการโรดแมปยุบสภาได้ ติงนายกฯ จัดการปัญหาสแกมเมอร์ช้าไป

ธรรมนัส พร้อมแจงปมพืช GMO ในการอภิปราย

ในแวดวงการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาแสดงท่าทีพร้อมรับมือกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเฉพาะประเด็นร้อนอย่างปมพืช GMO หรือพืชที่ตัดต่อพันธุกรรม ซึ่งเป็นหัวข้อที่ฝ่ายค้านให้ความสนใจอย่างมาก ธรรมนัส พร้อมแจงปมพืช GMO ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นี้ให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจนโยบายของรัฐบาลในด้านการเกษตรสมัยใหม่

ธรรมนัส พร้อมแจงปมพืช GMO ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ร้อยเอกธรรมนัส ได้ให้สัมภาษณ์ยามค่ำคืน ถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการอภิปรายนโยบายรัฐบาลในที่ประชุมรัฐสภา เขาย้ำว่าหากมีการซักถามในส่วนของกระทรวงที่ตนดูแล โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขาจะเป็นผู้ชี้แจงด้วยตนเอง โดยเน้นไปที่เรื่องการตัดต่อพันธุกรรมพืช ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและลดการใช้สารเคมีในภาคเกษตรไทย ประเด็นนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้านว่าอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แต่ฝั่งรัฐบาลมองว่าเป็นนวัตกรรมที่จำเป็นสำหรับความมั่นคงทางอาหาร

ร้อยเอกธรรมนัส เปิดเผยว่า เป็นนักการเมืองต้องพร้อม รับมือกับทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เขาเคยเจอมาถึง 3 ครั้งตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรีช่วยการกระทรวงเกษตร เขาเชื่อมั่นในข้อมูลและข้อเท็จจริงที่จะนำเสนอ เพื่อคลายข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับพืช GMO ที่รัฐบาลส่งเสริม นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงการแบ่งหน้าที่ชี้แจงสำหรับกระทรวงอื่นๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการโดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยนายอรรถกร ศิริลัทยากร และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โดยนายอัครา พรหมเผ่า

การเตรียมงบประมาณและประเด็นกีฬาเปตอง

ในส่วนของงบประมาณ รัฐมนตรีธรรมนัส ยืนยันว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะไม่เสนองบประมาณค้างท่อปี 2568 เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้กระบวนการโปร่งใสและเป็นไปตามระเบียบ ขณะเดียวกัน เขายังอัปเดตประเด็นกีฬาเปตองที่ถูกสมาพันธ์เปตองโลกแบนไม่ให้แข่งในซีเกมส์ โดยระบุว่าการเจรจาได้ข้อสรุปแล้ว และนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะแถลงรายละเอียดในวันถัดไป ร้อยเอกธรรมนัส เรียกร้องให้สังคมมองด้านบวกของรัฐบาลมากขึ้น โดยเฉพาะผลงานที่ส่งเสริมบ้านเมือง

ประเด็นพืช GMO ในไทยนั้น เป็นหัวข้อที่ถกเถียงมานาน โดยองค์กรอนามัยโลกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าพืช GMO ที่ผ่านการรับรองแล้วปลอดภัย แต่ฝ่ายต่อต้านกังวลเรื่องผลกระทบระยะยาว รัฐบาลภายใต้การนำของร้อยเอกธรรมนัส จึงมุ่งเน้นการวิจัยและควบคุมคุณภาพ เพื่อให้เกษตรกรไทยแข่งขันได้ในตลาดโลก การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐมนตรีจะได้ชี้แจงนโยบายให้ชัดเจน

  • การตัดต่อพันธุกรรมช่วยลดการนำเข้าหัวไธนาเลทและเพิ่มผลผลิตข้าวโพด
  • รัฐบาลตั้งหน่วยงานตรวจสอบ GMO อย่างเข้มงวด
  • เกษตรกรได้รับการฝึกอบรมเพื่อใช้เทคโนโลยีนี้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีแผนสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือก การเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้ไม่เพียงทดสอบความพร้อมของรัฐมนตรี แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรไทยให้ทันสมัยและยั่งยืน

ในมุมมองของผู้เขียน การชี้แจงปมพืช GMO นี้จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน หากรัฐบาลนำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์ได้ดี จะเป็นประโยชน์ต่อนโยบายระยะยาว อย่าลืมติดตามการอภิปรายในสภา เพื่อเข้าใจทิศทางของประเทศมากขึ้น

ที่มา – “ธรรมนัส”​ พร้อมแจงปมพืช GMO ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นนักการเมืองต้องพร้อม

นายกฯ ยัน รมต. พร้อมแจงนโยบาย ลุ้นเลือกตั้งศรีสะเกษ

ในสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนระอุ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ออกมาแสดงความมั่นใจในทีมคณะรัฐมนตรี ว่าทุกคนพร้อมที่จะชี้แจงทุกประเด็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ นายกฯ ยัน รมต. พร้อมแจงแถลงนโยบายทุกข้อสงสัย บอกลุ้นอยู่เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ จึงกลายเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลกำลังเตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันพรุ่งนี้

นายกฯ ยัน รมต. พร้อมแจงแถลงนโยบายทุกข้อสงสัย

จากข้อมูลล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากการหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำว่าการแถลงนโยบายในวันพรุ่งนี้คือโอกาสสำคัญในการสื่อสารวิสัยทัศน์ของรัฐบาลต่อสมาชิกรัฐสภาและประชาชน นายกฯ ยัน รมต. พร้อมแจงแถลงนโยบายทุกข้อสงสัย โดยไม่จำเป็นต้องกำชับเพิ่มเติม เพราะทุกคนทราบดีถึงบทบาทและหน้าที่ของตน รัฐมนตรีแต่ละคนได้เตรียมข้อมูลครบถ้วน เพื่อตอบคำถามจากสมาชิกรัฐสภาทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย

นายอนุทินยังชี้แจงว่าการแถลงนโยบายนี้ไม่ใช่เวทีการเมืองเพื่อรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นการทำงานอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะตอบข้อสงสัยอย่างตรงไปตรงมา หากคำถามอยู่ในกรอบนโยบาย รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบจะชี้แจงให้ชัดเจนเพื่อคลายข้อกังวลของทุกฝ่าย นอกจากนี้ หลังการแถลงนโยบาย รัฐบาลยังวางแผนประชุมคณะรัฐมนตรีในเย็นวันที่ 30 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเร่งรัดการดำเนินงาน โดยมีเจ้าหน้าที่และเครื่องมือพร้อมครบ

ลุ้นผลเลือกตั้งซ่อม สส. ศรีสะเกษ

นอกจากประเด็นนโยบายแล้ว นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม สส. จังหวัดศรีสะเกษ ว่ายังอยู่ในช่วง ‘ตุ้มๆ ต่อมๆ’ และกำลัง ‘ปลุกพระ’ หรือพยายามเร่งให้เกิดความชัดเจน คืนนี้ นายกฯ จะลุ้นผลเลือกตั้งซ่อมควบคู่กับการตรวจความคืบหน้าการซ่อมถนนทรุดบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเมื่อคืนไม่ได้ไปตรวจสอบ ก่อนออกจากที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินยังได้สอบถามความคืบหน้าการซ่อมถนนสามเสนจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งไปติดตามสถานที่จริงในวันนี้

การเลือกตั้งซ่อมที่ศรีสะเกษถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับพรรครัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่นายอนุทินเป็นหัวหน้าพรรค ผลการเลือกตั้งนี้อาจส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐบาลในอนาคต หากพรรคร่วมรัฐบาลคว้าชัยชนะ จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือในการแถลงนโยบายครั้งนี้ นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งเน้นแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนทรุด ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตประชาชน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีโครงการก่อสร้างจำนวนมาก

ในมุมกว้างขึ้น การแถลงนโยบายรัฐบาลชุดนี้คาดว่าจะครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น เศรษฐกิจ การฟื้นฟูหลังโควิด การเกษตร และความมั่นคง ซึ่งสอดคล้องกับสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน รัฐมนตรีเศรษฐกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมข้อมูลเชิงลึกเพื่อตอบโต้ข้อสงสัยที่อาจเกิดจากฝ่ายค้าน นี่คือสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใหม่พร้อมทำงานทันที โดยไม่เสียเวลาไปกับดราม่าการเมือง

อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรติดตามการถ่ายทอดสดการแถลงนโยบาย เพื่อรับทราบนโยบายที่ชัดเจนและตรวจสอบความคืบหน้าในอนาคต สำหรับการซ่อมถนน นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชน โดยสั่งการให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

โดยรวมแล้ว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของคณะรัฐมนตรี นายกฯ ยัน รมต. พร้อมแจงแถลงนโยบายทุกข้อสงสัย ทำให้ประชาชนมั่นใจมากขึ้นในทิศทางของรัฐบาล การลุ้นเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษยังเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่รัฐบาลต้องเผชิญ แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่แสดงออกมา คาดว่ารัฐบาลจะสามารถผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น

ในฐานะนักวิเคราะห์การเมือง มองว่านายกรัฐมนตรีได้วางกลยุทธ์ที่ดีในการสื่อสารโปร่งใส ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งในสภาและสร้างฐานสนับสนุนจากประชาชน หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต สามารถติดตามบล็อกของเราเพื่อข้อมูลล่าสุดและการวิเคราะห์เชิงลึก

ที่มา – นายกฯ ยัน รมต. พร้อมแจงแถลงนโยบายทุกข้อสงสัย บอกลุ้นอยู่เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ

สมคิดติง อนุทิน เกณฑ์คนต้อนรับก่อนถวายสัตย์

“สมคิด” อัด “อนุทิน” เป็นนายกฯ ต้องไม่สร้างความแตกแยกในสังคม โต้ที่ปรับออกจากมหาดไทยเพราะเกือบ 2 ปีสอบตกปัญหายาเสพติด ไม่จริงใจแก้ปัญหาประชาชน

วันที่ 22 ก.ย. 2568 นายสมคิด เชื้อคง อดีตสส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า หากผมบ้าจี้ขึ้นมาอภิปรายในสิ่งที่เขาทำบ้าง โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้ประเทศของเราเสียหายไปขนาดไหน ทำให้ประชาชน ทหาร บาดเจ็บ ต้องสูญเสียชีวิต หากพวกผมอภิปรายกลับบ้างจะเป็นอย่างไร ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะใจคับแคบเช่นนี้ ทั้งนี้การอภิปรายรัฐบาลเป็นการทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชน คนเป็นนายกรัฐมนตรีต้องรับฟัง หากฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลต้องฟังก่อนว่าเขาอภิปรายเรื่องอะไร แค่เรื่องเขากระโดงคุณอนุทินก็ตอบยากแล้ว ดังนั้นอย่าเพิ่งร้อนตัว ฟังว่าเขาจะอภิปรายเรื่องอะไร มีหลายเรื่องมากที่ฝ่ายค้านจะหยิบมาอภิปราย

นายสมคิด กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่พูดว่าการที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปรับตนเองออกจากกระทรวงมหาดไทยแล้วเวรกรรมตามทัน ในกรณีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของเวรกรรมเป็นเรื่องของการทำงาน นายอนุทินต้องรู้ว่าเกือบ 2 ปีที่นั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทินทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการปราบปรามยาเสพติดทำหรือไม่ เรื่องอื้อฉาวในกระทรวงมหาดไทยท่านทำหรือไม่ ประชาชนมองไม่เห็นผลงานเป็นชิ้นเป็นอันในฐานะของรัฐมนตรีมหาดไทย ในขณะเดียวกันสมัยที่นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่อยู่ในตำแหน่งแค่ 2 เดือนกลับมีผลงานที่พี่น้องประชาชนสัมผัสได้ต่างจากเกือบ 2 ปีของนายอนุทินมาก

“การลงพื้นที่ของนายอนุทิน ในขณะที่ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ แต่กลับเกณฑ์ข้าราชการทั้งจังหวัดมารอต้อนรับ แล้วกลับมาอ้างว่ามาในฐานะหัวหน้าพรรค ต้องระมัดระวังเพราะนายอนุทิน มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปด้วย นายอนุทิน รู้อยู่แก่ใจว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ สังคมจับตาดูอยู่ การเป็นนายกรัฐมนตรีต้องบริหารประเทศไม่จ้องกระแหนะกระแหนหรือพูดจาเสียดสี หรือมาสร้างความแตกแยกของคนในชาติอย่างที่นายอนุทินกำลังทำอยู่” นายสมคิด กล่าว

“สมคิด” อัด “อนุทิน” ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ เกณฑ์ข้าราชการทั้งจังหวัดต้อนรับ

จากกรณีที่นายสมคิด เชื้อคง ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายอนุทิน ชาญวีรกูล เกี่ยวกับการลงพื้นที่และการกระทำต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดประเด็นที่น่าสนใจและข้อถกเถียงมากมายในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เกี่ยวกับการ“สมคิด” อัด “อนุทิน” ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ เกณฑ์ข้าราชการทั้งจังหวัดต้อนรับ ซึ่งถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับจริยธรรมทางการเมือง

ข้อกล่าวหาสำคัญ: เกณฑ์ข้าราชการต้อนรับก่อนถวายสัตย์ปฏิญาณ

หนึ่งในประเด็นหลักที่นายสมคิดหยิบยกขึ้นมาคือ การที่นายอนุทินถูกกล่าวหาว่าเกณฑ์ข้าราชการทั้งจังหวัดมารอต้อนรับ ในขณะที่ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายของการใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้อง และอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นกลางของข้าราชการ

นอกจากนี้ นายสมคิดยังได้กล่าวถึงประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของนายอนุทินในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งนายสมคิดมองว่ายังไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรมเท่าที่ควร

การออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของนายสมคิดในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันทางการเมือง และความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการใช้อำนาจอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม การ“สมคิด” อัด “อนุทิน” ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ เกณฑ์ข้าราชการทั้งจังหวัดต้อนรับ เป็นประเด็นที่สังคมควรให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้กับนักการเมืองทุกคนว่า การทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนของประชาชน จำเป็นต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ และต้องพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น การกระทำของท่านอนุทินที่ถูกกล่าวหาว่า “สมคิด” อัด “อนุทิน” ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ เกณฑ์ข้าราชการทั้งจังหวัดต้อนรับ จึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อความถูกต้องและเหมาะสม

ที่มา – “สมคิด” อัด “อนุทิน” ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ เกณฑ์ข้าราชการทั้งจังหวัดต้อนรับ

สส.ข้องใจ! รายชื่อ ครม.อนุทิน มีคนถูกสอบ?

สส. พรรคประชาชนตั้งคำถามถึง “อนุทิน” เหตุใดมีชื่อคนที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลทุจริต อยู่ในโผ ครม.ด้วย ขู่หากไม่เคลียร์เจอแฉในอภิปรายไม่ไว้วางใจ

วันที่ 18 กันยายน 2568 นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.พรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงการจัดทำรายชื่อ ครม.อนุทินชุดใหม่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กรณีที่มีชื่อบุคคลที่ถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดฐานทุจริตอยู่ในโผรายชื่อด้วย โดยระบุว่า ตนมีเอกสารที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในปี 2565 อย่างชัดเจน ซึ่งเอกสารระบุว่าบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์ทุจริตเบิกจ่ายเงินงบประมาณโครงการทั้งที่ยังไม่แล้วเสร็จ ถือเป็นพฤติกรรมที่เสื่อมเสียและส่งผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งแม้จะยังไม่เปิดเผยชื่อในตอนนี้ แต่ยืนยันว่าบุคคลท่านนี้อยู่ในรายชื่อ ครม.อนุทิน ที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว

นายชุติพงศ์ยังได้ตั้งคำถามไปยังนายกรัฐมนตรีว่า ได้ตรวจสอบรายชื่ออย่างดีแล้วหรือไม่ เหตุใดจึงยังเสนอชื่อบุคคลที่ถูกชี้มูลความผิดอย่างชัดเจนขึ้นเป็นรัฐมนตรี พร้อมทั้งตั้งคำถามไปยัง ป.ป.ช. ว่าเหตุใดจึงยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินคดี และตั้งคำถามไปยังกลุ่มโควตาที่เสนอชื่อบุคคลดังกล่าวด้วย และหากยังไม่มีการปรับเปลี่ยนรายชื่อ นายกรัฐมนตรียังคงยืนยันที่จะตั้งบุคคลท่านนี้ จะนำประเด็นดังกล่าวไปเปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไป

สส. ประชาชนข้องใจรายชื่อ ครม.อนุทิน มีคนถูก ป.ป.ช. สอบทุจริตติดโผ

ประเด็นรายชื่อ ครม.อนุทิน กลายเป็นที่จับตามองอย่างมากในแวดวงการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสและความเหมาะสมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี การที่ สส. พรรคประชาชนออกมาตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมา สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของประชาชนต่อกระบวนการสรรหาบุคลากรทางการเมือง และความคาดหวังที่จะเห็นรัฐบาลที่ปราศจากการทุจริต

คำถามที่ยังต้องการคำตอบ: รายชื่อ ครม.อนุทิน โปร่งใสจริงหรือไม่?

คำถามสำคัญที่ สส. ชุติพงศ์ได้ตั้งไว้ คือ นายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบรายชื่อ ครม.อนุทิน อย่างละเอียดรอบคอบแล้วหรือไม่ ก่อนที่จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ การมีชื่อของผู้ที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในฐานทุจริต ย่อมสร้างความเคลือบแคลงสงสัยในกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ และอาจนำไปสู่ข้อครหาเรื่องการเอื้อประโยชน์หรือการปกป้องพวกพ้องได้

นอกจากนี้ คำถามที่ส่งไปยัง ป.ป.ช. เกี่ยวกับความคืบหน้าในการดำเนินคดี ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจ เนื่องจากหากคดีทุจริตยังไม่มีความคืบหน้า อาจทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กรอิสระ และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

การที่ สส. ชุติพงศ์ขู่ว่าจะนำประเด็นนี้ไปเปิดเผยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบและเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลในรัฐบาล ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญได้

การจัดตั้งรัฐบาลที่โปร่งใสและมีธรรมาภิบาลเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ การที่ประชาชนและผู้แทนราษฎรออกมาตรวจสอบและตั้งคำถามต่อการแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลจะบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง

ดังนั้น การที่ สส. พรรคประชาชนออกมาตั้งคำถามเกี่ยวกับรายชื่อคณะรัฐมนตรี จึงเป็นการทำหน้าที่ของผู้แทนปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง และหวังว่านายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความกระจ่างในประเด็นดังกล่าว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและรักษาไว้ซึ่งหลักการแห่งธรรมาภิบาล

สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและพร้อมที่จะตอบคำถามและข้อสงสัยอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน และสามารถตัดสินใจได้ว่ารัฐบาลนี้มีความเหมาะสมที่จะบริหารประเทศต่อไปหรือไม่

ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าประเด็นนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในรัฐบาลหรือไม่ และนายกรัฐมนตรีจะสามารถตอบคำถามและความกังวลของประชาชนได้อย่างไร การเมืองไทยยังคงต้องจับตากันอย่างใกล้ชิด

ที่มา – สส. ประชาชนข้องใจรายชื่อ ครม.อนุทิน มีคนถูก ป.ป.ช. สอบทุจริตติดโผ

Scroll to top