อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์

“อรรถพล” ขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กระทบชีวิตประจำวันของเราทุกคนกันดีกว่าครับ คือเรื่องพลังงานที่กำลังเป็นห่วงไปทั่วโลก ล่าสุด “อรรถพล” ขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด เพื่อรับมือวิกฤตจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุชที่เป็นจุดเสี่ยงสำคัญในการขนส่งน้ำมัน ถ้าสถานการณ์แย่ลง ราคาน้ำมันอาจพุ่งกระฉูดแน่นอนครับ

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เรียกประชุมศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานทันที หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนรุนแรง อยู่ที่ 75-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 7% จากเดิม แม้ช่องแคบฮอร์มุชยังไม่ถูกปิดเต็มรูปแบบ แต่ความเสี่ยงสูงมาก กระทรวงจึงเร่งมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการขาดแคลน โดยยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองอยู่ 60 วัน ซึ่งถือว่าพอใจได้ แต่ก็ไม่ประมาทครับ

“อรรถพล” ขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ “อรรถพล” ขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด และหันมาใช้รถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัวให้มากขึ้น เพื่อลดปริมาณการนำเข้าน้ำมัน ลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตอนนี้เหลือบวกแค่ 2,459 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 1 มี.ค. 2567) ถ้าต้องตรึงราคาน้ำมันขายปลีกต่อ จะใช้กองทุนชดเชย แต่เราต้องช่วยกันลดการใช้ด้วยนะครับ

แผนรับมือพลังงานแต่ละประเภท

มาดูรายละเอียดมาตรการที่กระทรวงวางไว้กันครับ

  • น้ำมันดิบ: เดิมนำเข้าจากตะวันออกกลางเดือนมี.ค. แต่ปรับแผนซื้อจากแอฟริกาตะวันตกและอเมริกาแทน คาดถึงปลายเม.ย. พร้อมระงับส่งออกทั้งหมด ยกเว้น สปป.ลาวบางส่วนเพราะไทยยังพึ่งพาลาว และเข้มงวดไม่ให้ส่งต่อประเทศที่ 3 รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันไม่กักตุน
  • ก๊าซหุงต้ม (LPG): ยังไม่กระทบ เดือนเม.ย. จัดการจากโรงกลั่น ปิโตรเคมี และซื้อเพิ่มจาก Petronas มาเลเซีย
  • LNG: นำเข้าจากกาตาร์ต้องผ่านฮอร์มุช กำลังตรวจสอบ หา Spot LNG จากอเมริกาแทน อาจเลื่อนซ่อมบำรุงโรงรับ LNG ราคาอาจสูงกว่าระดับที่ กกพ. กำหนด แต่จะบริหารไม่ให้กระทบ Pool Gas และสำรอง
  • ไฟฟ้า: Peak สูงสุด 36,000 MW ปลายเม.ย. กฟผ. เพิ่มผลิตจากน้ำ ถ่านหิน ไม่หยุดซ่อมโรงไฟฟ้า ขอเอกชนอุตสาหกรรมปรับแผนผลิต ลดใช้พลังงานสูงสุด

ฟังดูแล้วมั่นใจขึ้นใช่ไหมครับ กระทรวงพลังงานยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางให้พลังงานเพียงพอ ไม่ขาดแคลนแน่นอน

ทำไมเราต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน

สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดจากความขัดแย้งต่างๆ ทำให้เส้นทางขนส่งพลังงานเสี่ยงภัย ไทยนำเข้ากว่า 80% ของความต้องการพลังงาน ถ้าช่องแคบฮอร์มุชปิดจริง ผลกระทบหนักแน่ การที่ “อรรถพล” ขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด จึงสำคัญมาก เพราะช่วยลดนำเข้า ลดค่าใช้จ่ายประเทศ และลดมลพิษด้วยครับ

ทิปส์ใช้พลังงานอย่างประหยัดในชีวิตประจำวัน

มาลองนำไปใช้กันดูครับ เริ่มง่ายๆ

  • ดับไฟ-เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้ ปิดประตูตู้เย็นให้สนิท
  • ปรับแอร์ 25 องศา ใช้พัดลมช่วย ลดใช้แอร์ได้ 10-20%
  • ขับรถให้นุ่มนวล หลีกเลี่ยงเหยียบคันเร่งแรง ตรวจลมยางสม่ำเสมอ ประหยัดน้ำมัน 10%
  • ใช้รถสาธารณะ: BTS, MRT, รถเมล์, รถไฟฟ้า ลดรถติด ลดน้ำมันส่วนตัว ช่วยประหยัดเงินตัวเองด้วย
  • ซื้อของใช้ประหยัดพลังงาน มีฉลาก No.5 ดาว
  • ภาคธุรกิจ: ปรับเวลาทำงาน ใช้ LED ลดแอร์

ถ้าทุกคนช่วยกัน แค่ลด 5-10% ก็ช่วยชาติได้มหาศาลครับ

สรุปแล้ว ถึงแม้สถานการณ์น่าห่วง แต่รัฐบาลเตรียมพร้อมดีแล้ว ขอแค่เราช่วยกัน “อรรถพล” ขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด จะทำให้เราผ่านพ้นไปได้แน่นอน ผมเชื่อว่าความร่วมมือของเราจะเป็นพลังสำคัญ ลองเริ่มจากวันนี้ หันมาใช้รถสาธารณะบ้าง ประหยัดเงิน ประหยัดพลังงาน และช่วยสิ่งแวดล้อมด้วยครับ!

เชิญชวนทุกท่าน: ลองท้าทายตัวเอง 1 สัปดาห์ไม่ขับรถส่วนตัว ใช้ขนส่งสาธารณะแทน แล้วแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ เราจะช่วยกันได้!

ที่มา – “อรรถพล” ขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดและใช้รถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว

“อรรถพล” ขอเอกชนปรับแผน ลดใช้พลังงาน

สถานการณ์พลังงานโลกกำลังตึงเครียดจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันผันผวนสูง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือ โดยเฉพาะคำสั่งให้ภาคเอกชนช่วยกันประหยัดพลังงาน

“อรรถพล” ขอเอกชนปรับแผนผลิตสินค้าให้เหมาะสม ลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด

“อรรถพล” ขอเอกชนปรับแผนผลิตสินค้าให้เหมาะสม ลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด ถือเป็นหัวใจสำคัญของมาตรการรับมือวิกฤตพลังงานครั้งนี้ หลังจากประชุมศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่ปิดเต็มรูปแบบ แต่ราคาน้ำมันโลกพุ่งเฉลี่ย 75-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 7% ทำให้กระทรวงพลังงานต้องเตรียมพร้อมทุกด้าน

เร่งหาแหล่งน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และ LNG

กระทรวงพลังงานสั่งเร่งหาแหล่งน้ำมันดิบใหม่ โดยปรับแผนนำเข้าจากแอฟริกาตะวันตกและอเมริกาแทนตะวันออกกลาง เพื่อลดความเสี่ยงจากเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ คาดส่งมอบได้ปลายเมษายน นอกจากนี้ ระงับส่งออกน้ำมันดิบ ยกเว้นสปป.ลาวบางส่วน แต่เข้มงวดป้องกันส่งต่อไปประเทศที่ 3 และตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันไม่ให้กักตุน

สำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) ยังไม่กระทบเดือนนี้ แต่เดือนเมษายนจะบริหารจากโรงกลั่น ปิโตรเคมี และซื้อเพิ่มจากปิโตรนาส มาเลเซีย ด้าน LNG ที่นำเข้าจากกาตาร์ เจรจาซื้อ Spot LNG จากอเมริกาแทน อาจราคาสูงกว่าที่กำหนด ส่งผลต่อราคา Pool Gas แต่จะจัดการไม่ให้กระทบสำรองและราคาขายปลีก

มาตรการบริหารไฟฟ้าและ Peak Demand

ความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak) คาด 36,000 เมกะวัตต์ ปลายเมษายน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) จะเพิ่มผลิตจากพลังน้ำ ถ่านหิน ไม่หยุดซ่อมโรงไฟฟ้า เพื่อให้เชื้อเพลิงเพียงพอ

  • เพิ่มกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
  • เร่งผลิตจากถ่านหิน
  • เลื่อนซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า
  • ขอเอกชนปรับแผนผลิต ลดใช้พลังงาน

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังบวก 2,459 ล้านบาท สามารถตรึงราคาน้ำมันขายปลีกได้ โดยใช้กองทุนชดเชย

“อรรถพล” ขอเอกชนปรับแผนผลิตสินค้าให้เหมาะสม ลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด เพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิง นอกจากนี้ ขอหน่วยงานรัฐและประชาชนใช้พลังงานประหยัด ใช้รถสาธารณะแทนรถส่วนตัว กระทรวงยืนยันจะจัดหาสำรองน้ำมัน LPG LNG ไฟฟ้าให้พอ และติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง

มาตรการนี้ไม่เพียงป้องกันขาดแคลน แต่ยังช่วยลดต้นทุนพลังงานระยะยาว ส่งเสริมอุตสาหกรรมไทยให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในยุคที่พลังงานโลกไม่แน่นอน ภาคเอกชนสามารถเริ่มจากตรวจสอบเครื่องจักร ปรับกระบวนการผลิต ลดของเสีย และใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น ระบบอัตโนมัติหรือ LED

สุดท้าย ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมมือลดใช้พลังงานวันนี้ เพื่อความมั่นคงพลังงานไทย明天 หากมีประสบการณ์ลดพลังงานในโรงงาน แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – “อรรถพล” ขอเอกชนปรับแผนผลิตสินค้าให้เหมาะสม ลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด

รมว.พลังงานเริ่มมาตรการระงับส่งออกน้ำมัน เพิ่มผลิตก๊าซ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนในแวดวงพลังงานไทยกันเลยนะครับ จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิหร่านที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของเราก็ไม่นิ่งนอนใจ รีบออกมาตรการรับมือทันที เพื่อปกป้องพลังงานในประเทศให้เพียงพอต่อประชาชน

รมว.พลังงาน เริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน สั่งกรมเชื้อเพลิงทำแผนเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติ

วันที่ 1 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ได้สั่งการด่วนให้เริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันทันที พร้อมเปิดศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน เพื่อติดตามเหตุการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ทุกหน่วยงานต้องประเมินผลกระทบทั้งปริมาณสำรองและราคา รวมถึงเตรียมแผนรองรับ หากจำเป็นจะใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคา เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ปริมาณน้ำมันสำรองไทยเพียงพอแค่ไหน?

ดีใจด้วยนะครับที่ไทยมีน้ำมันสำรองเยอะพอสมควร ณ วันที่ 1 มี.ค. 2569 มีน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปคงเหลือ 4,877 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอใช้ได้ 38 วัน แถมยังมีน้ำมันดิบระหว่างขนส่งที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว 1,666 ล้านลิตร และจากแหล่งอื่นอีก 1,117 ล้านลิตร รวมแล้ว 7,660 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ถึง 60 วันเลยทีเดียว กระทรวงพลังงานยังตรวจวัดสต็อกทั่วประเทศเป็นประจำ เช่น วันที่ 13 และ 25 ก.พ. ก็ยืนยันว่าพร้อมใช้ ไม่ต้องห่วงครับ

  • น้ำมันคงเหลือ: 4,877 ล้านลิตร (38 วัน)
  • น้ำมันขนส่งผ่านฮอร์มุซ: 1,666 ล้านลิตร
  • น้ำมันจากแหล่งอื่น: 1,117 ล้านลิตร
  • รวมทั้งหมด: 60 วัน

นอกจากนี้ รมว.พลังงาน เริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน สั่งกรมเชื้อเพลิงทำแผนเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติ โดยให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเร่งทำแผนเพิ่มกำลังผลิตก๊าซจากอ่าวไทย และเลื่อนการซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซออกไปก่อน เพื่อรักษาแหล่งผลิตให้เต็มที่ ในส่วนไฟฟ้าก็สั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินและพลังน้ำเต็มกำลัง ช่วยลดการพึ่งพาก๊าซนำเข้าได้บ้าง

ทำไมช่องแคบฮอร์มุซถึงสำคัญขนาดนี้?

เพื่อนๆ รู้ไหมครับ ช่องแคบฮอร์มุซเป็น “ประตูสู่น้ำมันโลก” ราว 20-30% ของน้ำมันดาษลีที่ขนส่งทางทะเลผ่านที่นี่ ถ้าปิดนานๆ ราคาน้ำมันโลกพุ่งชัวร์ ไทยที่นำเข้าน้ำมันกว่า 80% ของความต้องการ ก็เสี่ยงกระทบทั้งราคาและปริมาณ แต่ด้วยมาตรการที่ รมว.พลังงานออกมาแบบนี้ เราก็สบายใจขึ้นเยอะ

นายอรรถพล กล่าวย้ำว่า “ยังไม่กระทบไทยทั้งปริมาณและราคา แต่เราระงับส่งออกทันที เปิดศูนย์เฝ้าระวัง และเตรียมแผนระยะสั้น-ยาว รวมถึงกองทุนชดเชย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ใช้พลังงานประหยัด จะช่วยลดนำเข้า ลดต้นทุนทั้งระบบ”

ผลกระทบที่อาจเกิดและคำแนะนำ

ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจเห็นราคาน้ำมันในปั๊มปรับขึ้น แต่กองทุนจะช่วยรับมือ ค่าขนส่ง สินค้าอุปโภคก็อาจแพงตาม แต่ไทยมีสำรองดี และกำลังเพิ่มผลิตในประเทศแบบ รมว.พลังงาน เริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน สั่งกรมเชื้อเพลิงทำแผนเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติ ทำให้เรามั่นใจได้มากขึ้น

สำหรับประชาชน แนะนำให้เช็คน้ำมันในรถให้เต็ม ถ้าจำเป็น ขับขี่ประหยัด ใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น ลดใช้ไฟฟ้าไม่จำเป็น จะช่วยแบ่งเบาภาระพลังงานชาติได้จริงๆ ครับ

โดยสรุป มาตรการนี้แสดงให้เห็นความคล่องตัวของกระทรวงพลังงานไทยดีมาก ถ้าทุกภาคส่วนร่วมมือกัน เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้แน่นอน ขอให้ทุกคนติดตามสถานการณ์ต่อไป และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ จะได้ไม่ตื่นตระหนกกัน ถ้ามีอัพเดทใหม่ จะรีบมาบอกเลย!

ที่มา – รมว.พลังงาน เริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน สั่งกรมเชื้อเพลิงทำแผนเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติ

กบน. สั่งตรึงราคาน้ำมันดีเซล-เบนซิน อีกระลอก

ในช่วงที่สถานการณ์โลกตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน กบน. สั่งตรึงราคาน้ำมันดีเซล-เบนซิน อีกระลอก เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนไทย โดยมาตรการนี้จะช่วยให้ราคาขายปลีกน้ำมันคงที่ ณ หน้าสถานีบริการน้ำมัน ไม่ต้องปรับขึ้นตามความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

กบน. สั่งตรึงราคาน้ำมันดีเซล-เบนซิน อีกระลอก รับมือสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้เปิดเผยหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เพิ่มการชดเชยจากกองทุนน้ำมันสำหรับน้ำมันดีเซลอีก 0.44 บาทต่อลิตร และลดอัตราการจัดเก็บเงินกองทุนสำหรับน้ำมันเบนซินในกลุ่มต่างๆ ระหว่าง 0.30 ถึง 0.80 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกทั้งน้ำมันดีเซลและกลุ่มน้ำมันเบนซินคงเดิม โดยได้สั่งการให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว

รายละเอียดมาตรการตรึงราคาน้ำมัน

มาตรการกบน. สั่งตรึงราคาน้ำมันดีเซล-เบนซิน อีกระลอกนี้ เป็นการปรับโครงสร้างกองทุนน้ำมันให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ใช้ในภาคการขนส่งและอุตสาหกรรมเป็นหลัก การเพิ่มชดเชย 0.44 บาทต่อลิตร จะช่วยพยุงราคาไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สำหรับน้ำมันเบนซิน การลดอัตราการจัดเก็บจะช่วยลดต้นทุน ทำให้ราคาคงที่ เช่น เบนซิน 95 และ E20 คงเดิม

  • น้ำมันดีเซล: เพิ่มชดเชย 0.44 บาท/ลิตร
  • น้ำมันเบนซิน: ลดจัดเก็บ 0.30-0.80 บาท/ลิตร ตามประเภท
  • ผลกระทบ: ราคาขายปลีกคงที่ทั้งหมด

สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุด

ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ฐานะกองทุนน้ำมันรวมเป็นบวก 2,385 ล้านบาท โดยบัญชีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่บวก 40,374 ล้านบาท ขณะที่บัญชีก๊าซหุงต้ม (LPG) ติดลบ 37,989 ล้านบาท การปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเบนซินครั้งนี้ จะทำให้รายรับกองทุนลดลงวันละ 54.77 ล้านบาท จากเดิมที่รับวันละ 45.52 ล้านบาท กลายเป็นรายจ่ายวันละ 9.25 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพราคา แม้จะกระทบฐานะกองทุนในระยะสั้น

ผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านต่อราคาน้ำมันไทย

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์โจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรัก ได้กดดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI พุ่งสูงขึ้นเกือบ 4-5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันในประเทศไทยที่นำเข้ากว่า 90% หากไม่มีการแทรกแซงจากกองทุน ราคาน้ำมันดีเซลอาจปรับขึ้น 1-2 บาทต่อลิตร ส่งผลต่อค่าขนส่ง ค่าอาหาร และค่าครองชีพโดยรวม

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการรถบรรทุกและแท็กซี่ซึ่งใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการตรึงราคา ช่วยลดต้นทุนและป้องกันการขึ้นราคาสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน

แนวโน้มราคาน้ำมันในอนาคต

สกนช. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจต้องพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การนำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่นหรือเจรจากับผู้ผลิต OPEC เพื่อกระจายความเสี่ยง ในขณะที่กองทุน LPG ติดลบสูง รัฐบาลควรเร่งหาแนวทางลดภาระ เช่น ปรับโครงสร้างราคาแก๊สหุงต้มให้สมดุลมากขึ้น

โดยสรุป มาตรการกบน. สั่งตรึงราคาน้ำมันดีเซล-เบนซิน อีกระลอกนี้ เป็นการตัดสินใจที่ทันท่วงที ช่วยปกป้องประชาชนจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ในระยะยาว รัฐบาลควรส่งเสริมพลังงานทางเลือก เช่น รถยนต์ไฟฟ้าและชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า มุมมองส่วนตัวคือ นี่เป็นมาตรการที่ดีแต่ต้องมีแผนสำรองที่ยั่งยืน เพื่อไม่ให้กองทุนน้ำมันกลายเป็นภาระหนักในอนาคต

ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและพลังงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – กบน. สั่งตรึงราคาน้ำมันดีเซล-เบนซิน อีกระลอก รับมือสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

รมว.สั่งตั้งศูนย์กระจายน้ำมันรอบสงขลา

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาด้านพลังงาน ล่าสุด นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเน้นย้ำถึงความเพียงพอของพลังงานและมาตรการช่วยเหลือประชาชน

รมว.สั่งตั้งศูนย์กระจายน้ำมันรอบสงขลา

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ได้กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงพลังงานได้ดูแลความเรียบร้อยของพลังงานอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า น้ำมัน หรือก๊าซหุงต้ม สำหรับพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมและสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งต้องปิดตัวลง ได้มีการสั่งการให้สำรองน้ำมันในพื้นที่โดยรอบให้เพียงพอ เพื่อที่จะจัดส่งเข้าไปช่วยเหลือประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานกับศูนย์อื่นๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ได้มีการสั่งการให้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้ว

เพื่อให้การกระจายน้ำมันเป็นไปอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว รมว.พลังงาน สั่งตั้งศูนย์กระจายน้ำมันรอบสงขลา โดยใช้สถานีบริการน้ำมันที่อยู่รอบนอกเป็นศูนย์กลางในการกระจายไปยังจุดต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเจ็ตสกีหรือเรือที่ต้องใช้น้ำมันในการปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ หน่วยงานราชการของ ปตท. จะมีการประสานงานกับหน่วยงานราชการทุกหน่วย เพื่อที่จะส่งน้ำมันให้กับทุกหน่วยที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือในพื้นที่

สำหรับประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดส่งน้ำมันนั้น รมว.พลังงาน ระบุว่า ในส่วนของการช่วยเหลือเป็นความรับผิดชอบของหน่วยราชการแต่ละหน่วยที่มีงบประมาณอยู่แล้ว

รมว.พลังงาน ยืนยันว่า คลังน้ำมันสำรองมีเพียงพอต่อความต้องการและไม่มีปัญหาเรื่องการตัดขาดการจัดส่งน้ำมันจากส่วนกลาง แต่อาจจะมีความล่าช้าบ้างเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม แต่ยังไม่มีจุดใดที่ถูกตัดขาดอย่างแน่นอน

ไฟฟ้าภาคใต้ยังเพียงพอ

ในส่วนของสถานการณ์ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ รมว.พลังงาน กล่าวว่า โรงไฟฟ้าจะนะต้องหยุดทำการชั่วคราวเนื่องจากน้ำท่วม แต่การผลิตไฟฟ้าในภาพรวมยังเพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากสามารถใช้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้ากระบี่และโรงไฟฟ้าขนอมเข้ามาช่วยเสริมได้

ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้จึงไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้า

นอกจากประเด็นเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว รมว.พลังงาน ยังได้กล่าวถึงมาตรการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในครัวเรือน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้สามารถนำค่าใช้จ่ายในการติดตั้งมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

  • มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาจนถึงเดือนธันวาคม 2571
  • เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานสะอาดและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว
  • เชิญชวนประชาชนที่สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในครัวเรือน

การตัดสินใจของ รมว.พลังงาน ในการสั่งตั้งศูนย์กระจายน้ำมันรอบสงขลา แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และยังคำนึงถึงการส่งเสริมพลังงานสะอาดในระยะยาวอีกด้วย ความรวดเร็วในการตอบสนองต่อสถานการณ์ และการวางแผนเชิงรุกเพื่ออนาคต เป็นสิ่งที่เราควรให้ความสนใจและสนับสนุน

ที่มา – รมว.พลังงาน สั่งตั้งศูนย์กระจายน้ำมันรอบสงขลา ส่วนไฟฟ้าใช้จากกระบี่-ขนอมช่วยเสริม

กบง. ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม ถึงสิ้นปีนี้!

กบง. มีมติให้ตรึงราคาจำหน่ายก๊าซ LPG ถึง 31 ธันวาคม 2568 พร้อมเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้ กบง. เพื่อขับเคลื่อนงานด้านนโยบายไฟฟ้า

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้คงราคาขายส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว(LPG) หน้าโรงกลั่นที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพื่อให้ราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มสำหรับถังขนาด 15 กิโลกรัมอยู่ที่ประมาณ 423 บาท โดยมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) บริหารจัดการเงินกองทุนให้สอดคล้องกับแนวทางการดูแลราคาก๊าซ LPG ต่อไป

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการประสานความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขับเคลื่อนการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศและประสานความร่วมมือการวางแผนและก่อสร้างระบบสายส่งเชื่อมโยงระหว่างประเทศ รวมถึงความร่วมมืออื่นๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ โดยมีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธานอนุกรรมการ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กบง. เสนอร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการทั้ง 2 คณะดังกล่าวต่อประธาน กบง. เพื่อลงนามต่อไป

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

กบง. เคาะ “ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม” ถึงสิ้นปี พร้อมตั้งอนุกรรมการลุยซื้อไฟฟ้าเพื่อนบ้าน

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้ก๊าซหุงต้ม! คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้มีมติสำคัญในการประชุมล่าสุด โดยมีมติให้ ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ต่อไปจนถึงสิ้นปี 2568 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจยังคงมีความผันผวน

การตัดสินใจ ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของภาครัฐในการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน โดยรัฐบาลตระหนักดีว่าก๊าซหุงต้มเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับครัวเรือนส่วนใหญ่ การตรึงราคาจึงเปรียบเสมือนการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

รายละเอียดการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม

  • ราคาขายส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) หน้าโรงกลั่น: 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • ราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (ถังขนาด 15 กิโลกรัม): ประมาณ 423 บาท
  • ระยะเวลา: ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

นอกจากเรื่อง ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม แล้ว กบง. ยังได้อนุมัติการจัดตั้งคณะอนุกรรมการประสานความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการซื้อขายไฟฟ้าและการพัฒนาระบบสายส่งระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

การตัดสินใจของ กบง. ในครั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนผู้ใช้ก๊าซหุงต้ม และเป็นสัญญาณที่ดีต่อความร่วมมือด้านพลังงานในระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องติดตามสถานการณ์พลังงานโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – กบง. เคาะ “ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม” ถึงสิ้นปี พร้อมตั้งอนุกรรมการลุยซื้อไฟฟ้าเพื่อนบ้าน

กพช. หนุน “โซลาร์ฟาร์มชุมชน” ลดค่าไฟ!

กพช. ไฟเขียว เห็นชอบกรอบหลักการโครงการ “โซลาร์ฟาร์มชุมชน” มุ่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในท้องถิ่น ลดภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชน

วันที่ 27 ตุลาคม 2568 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติเห็นชอบกรอบหลักการโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน ที่มีเป้าหมายผลักดันและขับเคลื่อนโครงการไฟฟ้าชุมชน สร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับท้องถิ่น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของประชาชน รูปแบบโครงการจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนพื้นดิน ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อแห่ง รวมกำลังการผลิตไม่เกิน 1,500 เมกะวัตต์ 

โครงการ “โซลาร์ฟาร์มชุมชน” นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระจายโอกาสทางพลังงานสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาพลังงานจากส่วนกลาง และที่สำคัญคือการลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนในระยะยาว โครงการนี้จะช่วยให้ชุมชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ในราคาที่เป็นธรรม และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย

ส่วนการกำหนดขนาดและพื้นที่เป้าหมาย จะพิจารณาจากศักยภาพระบบไฟฟ้า ความต้องการใช้ไฟฟ้าของชุมชน ความพร้อมของที่ดินในพื้นที่ ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) อัตราไม่เกิน 2.25 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 25 ปี สัญญาแบบ Non-Firm และเป็นผู้จำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้ให้แก่ผู้ใช้ไฟในชุมชนเป้าหมาย การคัดเลือกเอกชนร่วมดำเนินโครงการจะพิจารณาจากความพร้อม ทั้งด้านคุณสมบัติและเทคนิค เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถพัฒนาและดำเนินการได้ตามแผน

“การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะต้องไปดูจุดเชื่อมต่อการรับไฟฟ้า ซึ่งคาดว่ามีหลายพันจุด และเอกชนสามารถเข้าไปร่วมกับชุมชน เพื่อเสนอเข้าร่วมโครงการ โดยต้องเป็นชุมชนที่ขึ้นอยู่กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (อปท.) และจากการคำนวณ จะสามารถทดแทนเป็นค่าไฟฟ้าให้กับชุมชนในพื้นที่ได้ 40-80 สตางค์ต่อหน่วย และจะได้รับตลอดอายุโครงการ 25 ปี ตั้งเป้าหมายว่าโครงการจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือน พ.ย. นี้”

โครงการ “โซลาร์ฟาร์มชุมชน” ไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงการผลิตพลังงาน แต่เป็นโครงการที่สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

โซลาร์ฟาร์มชุมชน คืออะไร?

โครงการ โซลาร์ฟาร์มชุมชน เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิตและใช้พลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก และสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับท้องถิ่น โครงการนี้จะช่วยให้ชุมชนสามารถเข้าถึงไฟฟ้าในราคาที่เป็นธรรม และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย

ประโยชน์ของโซลาร์ฟาร์มชุมชน

  • ลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนในชุมชน
  • สร้างรายได้ให้กับชุมชนจากการขายไฟฟ้า
  • ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • สร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับท้องถิ่น
  • ลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก

โครงการนี้จะช่วยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาพลังงานของประเทศ และสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนในระยะยาว

“โซลาร์ฟาร์มชุมชน” ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ภาครัฐตั้งใจมอบให้กับประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน จับตาดูความคืบหน้าของโครงการนี้กันต่อไปนะครับ

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

ที่มา – กพช. เห็นชอบเดินหน้า “โซลาร์ฟาร์มชุมชน” หนุนสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดภาระค่าไฟฟ้า

รมว.พลังงาน ยัน ตรึงดีเซล 32 บ./ลิตร แน่นอน!

ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน “อรรถพล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันหนักแน่นว่าจะยังคงตรึงดีเซล 32 บ./ลิตร แม้ว่าสหรัฐฯ จะออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงผลกระทบจากการที่สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรรัสเซียว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ยังไม่พบว่ามีบริษัทเอกชนไทยรายใดมีสัญญาซื้อขายน้ำมันกับบริษัทรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตรโดยตรง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

รมว.พลังงาน ยัน ตรึงดีเซล 32 บ./ลิตร

ถึงแม้ว่าสถานการณ์นี้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในระยะสั้น แต่สำหรับประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยืนยันว่าราคาดีเซลจะยังคงตรึงดีเซล 32 บ./ลิตร โดยจะใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยสนับสนุน

“เราเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชน และรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยจะพยายามตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” นายอรรถพลกล่าว

ความแข็งแกร่งของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังได้กล่าวถึงสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ ติดลบอยู่ประมาณ 14,000 กว่าล้านบาท ซึ่งถือว่าดีขึ้นมากจากจุดสูงสุดที่เคยติดลบกว่าแสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนยังคงเป็นบวก และมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะช่วยตรึงราคาดีเซลได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้

“สถานการณ์ราคาที่พุ่งสูงขึ้นในขณะนี้ มองว่าเป็นเพียงการกระชากขึ้นชั่วคราวเท่านั้น แต่ในระยะกลางถึงยาว กำลังการผลิตของโลก (OPEC Plus) ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุปทานน้ำมันไม่ได้ขาดแคลน ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันคงจะไม่สูงขึ้นไปมากกว่าปัจจุบันมากนัก และเชื่อมั่นว่ากองทุนน้ำมันจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้” นายอรรถพลกล่าวเสริม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการประหยัดพลังงาน และขอความร่วมมือจากประชาชนในการใช้น้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และช่วยให้ประเทศชาติประหยัดพลังงานโดยรวม

นอกจากมาตรการตรึงดีเซล 32 บ./ลิตร แล้ว กระทรวงพลังงานยังคงเดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก และพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศ และสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว

รัฐบาลยังคงจับตาสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะออกมาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ

การตัดสินใจตรึงดีเซล 32 บ./ลิตร ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจต่างๆ ในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง แต่ในระยะยาว การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมพลังงานทางเลือก จะเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า

ที่มา – รมว.พลังงาน ยัน ตรึงดีเซล 32 บ./ลิตร แม้สหรัฐฯ คว่ำบาตรรัสเซีย ดันราคาน้ำมันโลกสูงขึ้น

“บิ๊กดุลย์” ห้ามเชื่อ! ปมผลักดันชาวกัมพูชา

จากกรณีที่มีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุด พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และสร้างความเข้าใจกับประชาชน โดยเน้นย้ำว่าอย่าหลงเชื่อข่าวลือเกี่ยวกับการผลักดันชาวกัมพูชา เพราะอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ลุกลามได้

นอกจากนี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังได้เดินทางไปเยี่ยมปั๊มน้ำมันที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เพื่อให้กำลังใจและมอบความช่วยเหลือ โดยทั้งสองท่านได้ร่วมกันลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน

วันที่ 11 ตุลาคม 2568 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนเดินทางต่อไปยังบริเวณภูมะเขือ เพื่อตรวจเยี่ยมและสำรวจพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ร่วมกับนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่า การเดินทางมาครั้งนี้ตั้งใจเดินทางมา หลังจากได้รับมอบนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการดูแลและอำนวยความสะดวกให้แก่กำลังพลประจำการในพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีความยากลำบากในการเข้าถึง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เส้นทางชำรุดและเต็มไปด้วยอุปสรรค วันนี้ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงคมนาคมที่จะดำเนินการปรับปรุงเส้นทางให้หน่วยกำลังรบสามารถเข้าถึงแนวชายแดนได้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งในด้านการเสริมกำลัง การลำเลียงยุทธปัจจัย และการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บให้รวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันกระทรวงพลังงานจะดำเนินการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนมีไฟฟ้าใช้ ครอบคลุมทั้งงานสื่อสารทางทหารและการดำรงชีวิตประจำวันของกำลังพล โดยยึดแนวคิดหลัก “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” เพื่อให้ทหารชายแดนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามสมควรแก่อัตภาพ

พลโท อดุลย์ กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่วันนี้ พบว่าถนนบางช่วงชำรุดทรุดโทรมตามสภาพและกาลเวลา จึงได้มอบหมายให้หน่วยทหารร่วมกับแขวงทางหลวงดำเนินการซ่อมแซมในระยะเร่งด่วน ก่อนจะเสริมความแข็งแรงถาวรในระยะต่อไป โดยจะเริ่มดำเนินการโดยเร็วที่สุด ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

พร้อมย้ำว่า ปัจจุบันรัฐบาล กองทัพ และประชาชน เป็นหนึ่งเดียวกันในการดูแลความมั่นคงของประเทศ ซึ่งนับเป็นเรื่องดีที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้รับไฟเขียวให้ดำเนินการในพื้นที่ที่เคยเป็นเขตอุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อสนับสนุนภารกิจชายแดนอย่างถูกต้องตามขั้นตอน

สำหรับความกังวลของชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนศรีสะเกษ ว่าอาจเกิดเหตุลุกลามจากการผลักดันชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้วนั้น พลโท อดุลย์ กล่าวยืนยันว่า ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือหลงเชื่อข่าวลือ เพราะทุกหน่วยงานมีระบบการรายงานข่าวความมั่นคงอย่างใกล้ชิด โดยจะประสานงานผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที

พร้อมฝากถึงพี่น้องประชาชนให้งดเข้าไปในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนดห้ามเข้า เพื่อความปลอดภัย และมั่นใจได้ว่าทุกกระทรวงได้เตรียมความพร้อมดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดในทุกสถานการณ์

“บิ๊กดุลย์” ห้ามเชื่อ! ปมผลักดันชาวกัมพูชา

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำว่า อย่าเชื่อข่าวลือเรื่อง “บิ๊กดุลย์” ห้ามเชื่อ! ปมผลักดันชาวกัมพูชา เพราะสถานการณ์ยังคงอยู่ในการควบคุม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ “บิ๊กดุลย์” ห้ามเชื่อ! ปมผลักดันชาวกัมพูชา

สถานการณ์ชายแดนยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ จึงออกมาให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลและกองทัพกำลังทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน

“รมว.พลังงาน” มอบโซลาร์เซลล์ 100 จุด เยี่ยมปั๊มเสียหายจากเหตุระเบิด

ภายหลังการตรวจเยี่ยมแนวชายแดน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางต่อไปยังปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเคยได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดที่ยิงข้ามมาจากฝั่งกัมพูชา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยมีเจ้าของปั๊มน้ำมันออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้น

หลังการพูดคุย นายอรรถพล เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า ได้รับทราบถึงความต้องการของเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะเรื่องของระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและภารกิจด้านความมั่นคง กระทรวงพลังงานจึงได้วางแผนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ชายแดนทั้งหมด 100 จุด เพื่อให้กำลังพลในพื้นที่สามารถใช้งานไฟฟ้าได้อย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ ได้มีประธานเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าฝ่ายการผลิตลงพื้นที่ร่วมสำรวจ เพื่อกำหนดจุดที่เหมาะสมในการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยจะให้ทหารในพื้นที่ช่วยระบุจุดที่มีความจำเป็นมากที่สุด เนื่องจากเป็นผู้รู้สภาพพื้นที่ดีที่สุด จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งกลับมายังกระทรวงพลังงานเพื่อดำเนินการเสนอของบประมาณและเร่งติดตั้งโดยเร็วที่สุด

นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า หากทุกขั้นตอนดำเนินไปตามแผน คาดว่าภายในหนึ่งเดือนจะสามารถติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ครบทั้ง 100 จุด เพื่อให้ทหารตามแนวชายแดนมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพล พร้อมทั้งเสริมประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ

สำหรับกรณีปั๊มน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิด นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคเอกชน โดยเฉพาะบริษัท OR และร้าน 7-Eleven ได้เข้ามาช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่แล้ว เบื้องต้นได้มีการปรับปรุงและซ่อมแซมอาคารร้านค้าให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ซึ่งคาดว่าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจะกลับมาเปิดให้บริการได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

ส่วนความเสียหายด้านอื่น ๆ ทั้งในแง่ของทรัพย์สินและผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ เจ้าของสถานประกอบการได้จัดทำรายละเอียดและตัวเลขความเสียหายส่งให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษแล้ว เพื่อให้ประสานต่อไปยังหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งทางรัฐบาลเองก็ให้ความสำคัญและพร้อมดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

ในส่วนของความกังวลของชาวบ้านในพื้นที่ นายอรรถพลย้ำว่า “เรื่องการสื่อสารถือว่าสำคัญมาก” โดยได้หารือกับหน่วยทหารในพื้นที่ให้มีแนวทางการแจ้งข่าวสารและเหตุการณ์ต่าง ๆ ไปยังชุมชนอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกในยามเกิดสถานการณ์อ่อนไหว พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข่าวจากหน่วยงานภาครัฐโดยตรง เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทุกคนในพื้นที่ชายแดน

เจ้าของปั๊มดีใจ รมต.มาเยี่ยม หวังได้รับชดเชยตามจริง

ด้านนางสาวกมนรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของปั๊มน้ำมันที่ได้รับความเสียหาย เปิดเผยว่า วันนี้รู้สึกดีใจและขอบคุณรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่มาพูดคุยและให้กำลังใจ รวมถึงเข้ามาตรวจสอบตัวเลขความเสียหายเพื่อเตรียมดำเนินการเยียวยา ซึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษจะนำข้อมูลไปส่งต่อให้หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการต่อไป หวังว่าจะได้รับเงินชดเชยที่ตรงตามความเป็นจริง เพราะตัวเลขที่ส่งไปนั้นประเมินตามข้อมูลจริงทั้งหมด

เจ้าของปั๊มยังกล่าวขอบคุณบริษัทเอกชนอย่าง CP และ ปตท. ที่เข้ามาดูแลและให้ความช่วยเหลือ พร้อมบอกว่าการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเดินทางมารับฟังปัญหาด้วยตัวเอง ถือเป็นสัญญาณที่ดีและสร้างขวัญกำลังใจให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก เชื่อว่าทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้น

สำหรับผลกระทบทางธุรกิจ ตอนนี้ยอดขายน้ำมันลดลงไปประมาณ 20% ซึ่งไม่ใช่เฉพาะปั๊มของตน แต่ปั๊มอื่น ๆ รวมถึงร้านค้าในพื้นที่ชายแดนต่างก็ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน ส่วนร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในพื้นที่ปั๊ม คาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การสื่อสารที่ถูกต้องและรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดน การรับฟังข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้และการตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะเผยแพร่ต่อ จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้เพื่อช่วยกันสร้างความสงบและความมั่นคงในพื้นที่

ที่มา – “บิ๊กดุลย์” ขออย่าเชื่อผลักดันชาวกัมพูชาแล้วเหตุจะลุกลาม-“อรรถพล” เยี่ยมปั๊มที่โดนระเบิด

Scroll to top