อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์

“อนุทิน” ชื่นมื่นพบตลาดทุนไทย: เหมือนได้พบกัลยาณมิตร

“นายกฯ อนุทิน” นำทีมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ พบปะตลาดทุนไทยด้วยความชื่นมื่น พร้อมกล่าวว่าเหมือนได้พบกัลยาณมิตร ชี้เป็นแหล่งระดมทุนสำคัญ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ร่วมหารือกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ในหัวข้อ “ข้อเสนอจากตลาดทุน เพื่อเสริมพลังภาครัฐ”

โดยก่อนเริ่มการประชุม นายอนุทินได้กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจเดินทางมาพบปะกับทุกท่านถึงอาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น รู้สึกตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ และเดินทางมาถึงตั้งแต่เวลา 09.00 น. เนื่องจากทราบดีว่าจะได้มาพบกับกัลยาณมิตรที่ดี เพื่อนที่หวังดีต่อกันเสมอมา และความสัมพันธ์ของเราก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างมีหน้าที่ในการทำประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมือง แม้ว่าจะอยู่ในภาคเอกชน ตลาดทุน แต่พวกเราในฐานะรัฐบาลก็มีหน้าที่ในการสนับสนุน และให้ความช่วยเหลือในทุกวิถีทางที่จะทำให้ท่านประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

“ท่านเป็นแหล่งระดมทุนให้กับประเทศ เป็นกลไกในการสร้างการเจริญเติบโตกับทางเศรษฐกิจ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความมั่นคงมั่งคั่งในระดับใด และเป็นตัวสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในต่างประเทศ“

“อนุทิน” ชื่นมื่นพบตลาดทุนไทย: เหมือนได้พบกัลยาณมิตร

การพบปะกับตลาดทุนไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของภาคเอกชนและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและส่งเสริมตลาดทุนให้มีความเข้มแข็ง เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการระดมทุนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ความสำคัญของการพบปะ “อนุทิน” ชื่นมื่นพบตลาดทุนไทย

การที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจให้ความสำคัญกับการพบปะกับผู้บริหารตลาดทุนไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุน การหารือในครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่ภาคเอกชนจะได้นำเสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อให้รัฐบาลนำไปพิจารณาและกำหนดนโยบายที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของประเทศ

การที่นายอนุทินกล่าวว่ารู้สึกเหมือนได้พบกัลยาณมิตร แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาประเทศ การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน จะช่วยให้การดำเนินนโยบายต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของทุกภาคส่วน

การที่ตลาดทุนไทยเป็นแหล่งระดมทุนที่สำคัญ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาตลาดทุนให้มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ตลาดทุนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนเป็นสิ่งสำคัญในการดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนและสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้

โดยสรุปแล้ว การที่นายกฯ อนุทินและคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้พบปะกับตลาดทุนไทย ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุน การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาตลาดทุนให้มีความเข้มแข็งและน่าสนใจ เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการระดมทุนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ การที่ “อนุทิน” ชื่นมื่นพบตลาดทุนไทย ถือเป็นนิมิตหมายอันดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

การพบปะครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณบวกต่อตลาดทุนและเศรษฐกิจไทยโดยรวม การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคเอกชนและรับฟังความคิดเห็น จะนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่ตอบโจทย์และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน

ที่มา – “อนุทิน” ชื่นมื่นพบตลาดทุนไทย บอกเหมือนได้พบกัลยาณมิตร

อนุทินเร่งแก้เศรษฐกิจหลังคุยสมาคมธนาคารไทย

“อนุทิน” เผยหลังหารือร่วมสมาคมธนาคารไทย พร้อมเร่งเครื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนและส่งเสริมศักยภาพ SMEs เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

“อนุทิน” เผยหลังหารือร่วมสมาคมธนาคารไทย พร้อมเร่งเครื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทยว่า ได้นำทีมเศรษฐกิจมาหารือกับสมาคมฯ เพื่อขอความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาหนี้สินของประชาชนและ SMEs

“วันนี้ได้มาหารือกับสมาคมธนาคารไทยในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องความห่วงใย การขอรับการสนับสนุนจากสมาคม ในการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน เอสเอ็มอี การผ่อนปรนภาระดอกเบี้ย และการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการให้แข่งขันในตลาดโลกได้” นายอนุทินกล่าว

รัฐบาลพร้อมที่จะเร่งดำเนินการเพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยในด้านต่างๆ เช่น ภาคท่องเที่ยว เมดิคัล เวลล์เนส ภาคเกษตร อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมไฮเทค เพื่อขยายขนาดทางเศรษฐกิจของประเทศ

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวถึงกรณีค่าเงินบาทแข็งค่าและเงินทุนไหลเข้าจำนวนมากว่า สมาคมฯ ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีแล้ว และกำลังเร่งดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อตรวจสอบที่มาของเงินทุน โดยร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยและ ปปง.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้จัดตั้งทีมงานขึ้นมาดูแลเรื่องค่าเงิน โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

ประเด็นสำคัญจากการหารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย

  • รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาหนี้สินครัวเรือนและ SMEs
  • สมาคมธนาคารไทยพร้อมให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา
  • มีการหารือเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่าและเงินทุนไหลเข้า
  • รัฐบาลเร่งเครื่องเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้ฝากโจทย์ใหญ่เรื่องหนี้ครัวเรือน ซึ่งต้องแก้ไขทั้งระบบ ภาคธนาคารพร้อมร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินมาตรการ “บิ๊กควิกวิน” ภายในระยะเวลา 4 เดือน

สมาคมธนาคารไทยไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทำอะไรเพิ่มเติม เนื่องจากนายกรัฐมนตรีและทีมเศรษฐกิจมีความเข้าใจในเรื่องการเงินการธนาคารเป็นอย่างดี

นายผยง กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเดินทางมาหารือกับสมาคมธนาคารไทยด้วยตนเอง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 58 ปีของสมาคมฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

สำหรับมาตรการในการเพิ่มสภาพคล่อง ข้อมูลเป็นจุดสำคัญที่ระบบยังขาด เนื่องจาก SMEs จำนวนมากยังอยู่นอกระบบ ทำให้ไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งนายกรัฐมนตรีเข้าใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดี

โดยสรุปแล้ว การหารือร่วมระหว่างนายกรัฐมนตรีและสมาคมธนาคารไทยในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนและ SMEs ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย การเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศในระยะยาว การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงข้อมูลและการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ จะช่วยให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการที่ “อนุทิน” เผยหลังหารือร่วมสมาคมธนาคารไทย พร้อมเร่งเครื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ถือเป็นข่าวดีเเละมีความหวังของประชาชน

ที่มา – “อนุทิน” เผยหลังหารือร่วมสมาคมธนาคารไทย พร้อมเร่งเครื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ประวัติ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงานคนใหม่

เปิดประวัติ “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” อดีต CEO ปตท. นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ภายใต้ “รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ คนที่ 32 พาเปิดตัวกับสื่อก่อนใคร

วันที่ 19 กันยายน 2568 ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 มีมติเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จากนั้นประธานสภาฯ นำชื่อนายอนุทิน ขึ้นทูลเกล้าฯ และวันนี้มีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายอนุทิน ใช้เวลาในช่วงนี้เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำภายใต้ สส. 146 เสียง โดยล่าสุดก็ยืนยันเองว่าโผ ครม.อนุทิน นั้น 99% แล้ว รอเขย่าอีกเล็กน้อย และวันที่ 8 กันยายน 2568 จะทำเรื่องเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

นายอนุทิน เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ที่ผ่านมาในเรื่อง ว่าที่รัฐมนตรีคนนอก จะมีว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เหตุผลที่ทาบทามเพราะรัฐบาลนี้มีภารกิจที่แน่นอน ต้องได้คนที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย ไม่ต้องเรียนรู้งาน ทำให้อย่างน้อย 3 ท่านที่อยู่ตรงนี้ ก็เป็นผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานที่ท่านจะเข้าไปบริหาร จึงเป็นการสร้างความมั่นใจว่าทุกอย่างจะเดินหน้าได้เลย ไม่มีการรำมวยใดๆ ทั้งสิ้น ต่อมาวันนี้ยังได้เปิดตัวคนนอกที่จะมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คือ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย และอดีตประธานที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายพิชัย ชุณหวิชร)

ล่าสุดมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่แล้ว นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไม่พลิกจากโผ โดยขั้นตอนหลังจากนี้ นายอนุทิน จะนำ ครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ แล้วจึงแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ก่อนเริ่มทำหน้าที่รัฐบาลอย่างเป็นทางการ (อ่านเพิ่มเติม : โปรดเกล้าฯ ครม.อนุทิน 1 แล้ว นายกฯ นั่งควบมหาดไทย-เช็กชื่อ 36 รมต.)

ประวัติ “โด่ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์”

ในจำนวน 4 ว่าที่รัฐมนตรีคนนอก จะขอพาไปรู้จัก ประวัติ “โด่ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” มีชื่อเล่นว่า โด่ง เกิดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2508 อายุ 60 ปี (ณ พ.ศ. 2568) ประวัติการศึกษา ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ Diploma of Petroleum Management, College of Petroleum Studies, Oxford University, UK โดยได้รับทุนการศึกษาจาก British Council

เส้นทางสู่รัฐมนตรี: จาก CEO ปตท. สู่กระทรวงพลังงาน

การที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีต CEO ปตท. ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในแวดวงพลังงาน ทำให้หลายฝ่ายคาดหวังว่าเขาจะสามารถนำพาประเทศก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ ในด้านพลังงานได้

ลูกหม้อ ปตท. คลุกคลีแวดวงพลังงานมายาวนาน

  • ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม ปตท.
  • ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดพาณิชย์และต่างประเทศ ปตท.
  • ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก ปตท.
  • รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืนและวิศวกรรมโครงการ ปตท.
  • รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท.
  • ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย และรักษาการแทนรองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย
  • ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท.
  • ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.

สำหรับ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ถือว่าเป็นผู้ที่คลุกคลีในแวดวงพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าด้วยประสบการณ์ที่มี การเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ นายอนุทิน จะช่วยสางปัญหาที่คั่งค้างอยู่ในระยะเวลาที่จำกัดได้.

อ่านเพิ่มเติมประวัติรัฐมนตรีโควตานอกนอก 

หลายคนอาจสงสัยว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลต่อทิศทางพลังงานของประเทศอย่างไร? ต้องติดตามดูกันต่อไปว่า ประวัติ “โด่ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” จะถูกจารึกไว้อย่างไรในหน้าประวัติศาสตร์พลังงานไทย

ที่มา – ประวัติ “โด่ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” อดีต CEO ปตท. นั่ง รมว.พลังงาน “รัฐบาลอนุทิน”

“อนุทิน” บอก ทูลเกล้าฯ ครม. แล้วเมื่อไหร่พร้อมลุย

นายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะร่วมประชุมสภาหอการค้าไทย ระบุ ทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม.แล้ว ชี้โปรดเกล้าฯ เมื่อไหร่ลุยงานทันที เผย “เอกนิติ” เลือก “วรภัค” มากับมือ โว เร่งเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเข้มแข็ง

วันที่ 18 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนางศุภจี ธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมาวันนี้เพื่อมาพบกับทุกคน และมีรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ ซึ่งทุกคนในที่นี้ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับตน เจอกันมานาน มีความสนิทสนมคุ้นเคย เคารพนับถือกันเป็นอย่างดี สิ่งที่ตนมาวันนี้ เพื่อมาพบทุกท่านและนำว่าที่คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจมาแนะนำให้รู้จัก เชื่อว่าหลายคนก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว วันนี้ตั้งใจมารับฟังรายละเอียด และรับฟังข้อเสนอแนะจากสภาหอการค้าไทย รัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นรัฐบาลที่จะเน้นในการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้มีความกระชับและเข้มแข็งขึ้นเร็วที่สุด ภายใต้ระยะเวลาที่มีอยู่

ขอแนะนำผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีของตนซึ่งตนได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรายชื่อไปแล้ว เมื่อมีการโปรดฯ ก็จะเร่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้แนะนำว่าที่คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจให้ผู้ร่วมประชุมได้รู้จัก โดยในขณะที่แนะนำ ว่าที่รัฐมนตรี นายอนุทิน ได้กล่าวถึงนายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ว่า เป็นคนที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชื่อในฝีมือการทำงาน คัดเลือกมาเองกับมือ

“อนุทิน” บอก ทูลเกล้าฯ รายชื่อครม. แล้ว โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่พร้อมลุยงาน

สถานการณ์ทางการเมืองไทยยังคงเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ โดยระบุว่าได้ดำเนินการทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะเริ่มงานทันทีเมื่อได้รับการโปรดเกล้าฯ

การออกมาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวของนายอนุทิน สร้างความสนใจให้กับประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการยืนยันถึงความพร้อมของรัฐบาลใหม่ในการเข้าบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเศรษฐกิจที่ถือเป็นวาระเร่งด่วน

ความคาดหวังต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดใหม่

การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้นำทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดใหม่เข้าพบกับสภาหอการค้าไทย แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การที่นายอนุทินได้แนะนำนายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้รับการคัดเลือกโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้มีความพร้อมและมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่รัฐบาลสามารถนำนโยบายที่ได้แถลงไว้ไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

“อนุทิน” บอก ทูลเกล้าฯ รายชื่อครม. แล้ว โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่พร้อมลุยงาน ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของรัฐบาลใหม่ในการบริหารประเทศ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการที่รัฐบาลสามารถทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงให้กับประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

การที่นายอนุทินเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและเข้มแข็ง ภายใต้ระยะเวลาที่มีอยู่จำกัด แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่รัฐบาลชุดใหม่จะต้องเผชิญ อย่างไรก็ตาม ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม เราเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ และกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

ที่มา – “อนุทิน” บอก ทูลเกล้าฯ รายชื่อครม. แล้ว โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่พร้อมลุยงาน

ว่าที่รัฐมนตรีเข้าภูมิใจไทย ประเด็นเปิดด่านล่าสุด

ประเด็นร้อนทางการเมืองวันนี้อยู่ที่การรวมตัวของบรรดาว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในช่วงบ่ายนี้ ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้เปิดด่านชายแดนที่ยังคงเป็นที่จับตามอง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 กันยายน 2568 ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย บรรดาว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางมาถึงเพื่อหารือถึงแนวทางการจัดทำคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่จะเกิดขึ้น

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ก่อนเข้าร่วมการหารือว่า การเดินทางมายังพรรคในวันนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการแถลงนโยบายที่จะมีขึ้น

ในส่วนของประเด็นการเรียกร้องให้มีการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ได้ตอบคำถามสั้นๆ ว่า “ไม่มีอะไร” ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าสถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว

นอกจากนี้ ในเวลา 15.00 น. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคภูมิใจไทยมีกำหนดการที่จะร่วมประชุมกันเพื่อหารือถึงแนวทางการดำเนินงานในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้

ว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของรัฐบาลใหม่ในการผลักดันนโยบายต่างๆ ให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายด้านเศรษฐกิจที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ

ว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทย

ประเด็นสำคัญ: ว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทย

การปรากฏตัวของว่าที่รัฐมนตรีหลายท่านที่พรรคภูมิใจไทยบ่งบอกถึงการเตรียมพร้อมอย่างเข้มข้นก่อนการเปิดสภาและการแถลงนโยบายสำคัญต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะการหารือด้านนโยบายเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน

การที่ว่าที่รัฐมนตรีจากกระทรวงสำคัญต่างๆ มารวมตัวกันในวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินงานของรัฐบาลเป็นไปในทิศทางเดียวกันและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ การหารือในวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางและนโยบายของรัฐบาลในอนาคต

นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าพลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ จะกล่าวว่า “ไม่มีอะไร” แต่ก็ยังคงต้องรอดูว่ารัฐบาลจะมีมาตรการหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับด่านชายแดนอย่างไร

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอน การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจถึงสถานการณ์และแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การรวมตัวของว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของรัฐบาลในการทำงานเพื่อประชาชน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามดูต่อไปว่านโยบายต่างๆ ที่จะถูกนำเสนอออกมานั้น จะสามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืนหรือไม่

จากภาพรวมของการหารือและสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น การติดตามข่าวสารและข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลและรอบคอบ

การเตรียมพร้อมด้านนโยบายเศรษฐกิจและการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ถือเป็นความท้าทายที่รัฐบาลจะต้องเผชิญ การทำงานร่วมกันและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศชาติก้าวข้ามอุปสรรคและเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมก่อนการแถลงนโยบาย ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกถึงความรับผิดชอบและความใส่ใจในการทำงานเพื่อประชาชน การติดตามและให้กำลังใจรัฐบาลในการดำเนินงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนสามารถทำได้

ดังนั้น การรวมตัวของว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทยในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การรวมตัวเพื่อหารือ แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

ที่มา – ว่าที่รัฐมนตรีเข้าพรรคภูมิใจไทย – “บิ๊กเล็ก” บอกไม่มีอะไร ปมเรียกร้องให้เปิดด่าน

Scroll to top