อุบัติเหตุรถยนต์

2 สาวเมาซิ่งชนดับ! แอลกอฮอล์ 210: ปีใหม่เศร้า

อุบัติเหตุสลดรับปีใหม่! สองสาวเมาซิ่งรถเก๋งกลับจากฉลอง พุ่งชนรถจักรยานยนต์ตกบ่อน้ำ นักศึกษาปี 1 เสียชีวิตสุดเศร้า ตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายคนขับสูงถึง 210 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ กลายเป็นข่าวที่สะเทือนใจในช่วงเริ่มต้นปี 2569

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 1 มกราคม 2569 ร.ต.อ.นภนต์ ทองรัตน์ รองสว.(สอบสวน) สน.บางเขน ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนท้ายรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้รถทั้ง 2 คันเสียหลักตกบ่อน้ำ และมีผู้เสียชีวิต บริเวณใกล้วัดบางบัว ถนนพลาสิน (เลียบคลองบางบัว) แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรนิติเวช รพ.ภูมิพล และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียน ขค 8054 เชียงราย สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน และรถจักรยานยนต์ เวสป้า สีเทา ทะเบียน 3ขฬ3892 กรุงเทพมหานคร สภาพท้ายรถพังยับเยิน ตกอยู่ในบ่อน้ำ ใกล้กันพบศพนายปติเทพ นาคบรรพตกุล อายุ 19 ปี นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยศรีปทุม สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้นสีน้ำเงิน จมอยู่ในบ่อน้ำเสียชีวิต

นอกจากนี้ ยังพบหญิงสาว 2 ราย คือ น.ส.มาลี ก๊อคือ อายุ 28 ปี ผู้ขับขี่รถเก๋ง และ น.ส.สุคนธา บุญเรือง อายุ 30 ปี เพื่อนที่นั่งมาในรถด้วยกัน ทั้งสองคนอยู่ในสภาพเสื้อผ้าเปียกน้ำ และมีกลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้ง สามารถหนีออกจากรถได้ก่อนที่รถจะจมน้ำ และได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลเปาโลเกษตร

จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า รถเก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ขับมาด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงช่วงทางโค้ง ได้พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างแรง ทำให้รถทั้งสองคันเสียหลักตกบ่อน้ำ

2 สาวเมาซิ่งชนดับ! แอลกอฮอล์ 210: ปีใหม่เศร้า

น.ส.มาลี ผู้ขับขี่รถยนต์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปสังสรรค์ฉลองเทศกาลปีใหม่ที่สถานบันเทิงย่านวังหิน หลังจากออกจากร้านได้ขับรถกลับที่พักย่านรามอินทรา โดยใช้ระบบนำทาง (Google Maps) ระบุเส้นทางถนนพลาสิน (เลียบคลองบางบัว) ขณะขับมาด้วยความเร็วปกติ เมื่อถึงช่วงทางโค้ง รู้สึกว่ารถชนกระแทกอะไรบางอย่างอย่างแรง ก่อนที่รถจะพุ่งตกลงไปในบ่อน้ำ ตนและเพื่อนสาวที่มาด้วยกันจึงรีบทุบกระจกรถเพื่อเอาตัวรอดออกมา “ตนไม่ชินทาง และมองไม่เห็นรถจักรยานยนต์จริงๆ” น.ส.มาลีกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของ น.ส.มาลี พบว่ามีปริมาณสูงถึง 210 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และขับรถในขณะเมาสุราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่วนศพของผู้เสียชีวิตได้นำส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลภูมิพลฯ เพื่อให้ญาติรับศพไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

เหตุการณ์ 2 สาวเมาซิ่งชนดับ! แอลกอฮอล์ 210 ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการงดเว้นการดื่มแอลกอฮอล์ หากจำเป็นต้องเดินทางในช่วงเทศกาล ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

การสูญเสียที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาแห่งความสุขและการเฉลิมฉลอง การขับขี่ด้วยความประมาท และการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน การป้องกันอุบัติเหตุจึงเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม

ผลกระทบและบทเรียนจากเหตุการณ์ 2 สาวเมาซิ่งชนดับ! แอลกอฮอล์ 210

เหตุการณ์ 2 สาวเมาซิ่งชนดับ! แอลกอฮอล์ 210 นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการเมาแล้วขับที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในสังคมไทย แม้ว่าจะมีกฎหมายและมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาแล้วขับ แต่ก็ยังคงมีผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายและก่อให้เกิดอุบัติเหตุอยู่เสมอ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้กับทุกคนว่า การดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถ เป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่จะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ การตัดสินใจที่ไม่ดีเพียงชั่วขณะ อาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้

  • ความรับผิดชอบต่อสังคม: การตัดสินใจที่จะไม่ดื่มแล้วขับรถ เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นในสังคม
  • การวางแผนการเดินทาง: หากทราบว่าจะมีการดื่มแอลกอฮอล์ ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เช่น มอบหมายให้เพื่อนที่ไม่ดื่มเป็นคนขับ หรือใช้บริการรถสาธารณะ
  • การรณรงค์และให้ความรู้: หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ควรมีการรณรงค์และให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของการเมาแล้วขับอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างจิตสำนึกและความตระหนักให้กับประชาชน

เหตุการณ์ 2 สาวเมาซิ่งชนดับ! แอลกอฮอล์ 210 เป็นโศกนาฏกรรมที่ควรค่าแก่การจดจำ และเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนร่วมมือกันป้องกันและลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาแล้วขับ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ

การแก้ไขปัญหาเมาแล้วขับ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การรณรงค์ให้ความรู้ และการสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันและลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาแล้วขับ

ที่มา – 2 สาวเมาซิ่งเก๋งกลับจากฉลองปีใหม่ พุ่งชนจยย. ตกบ่อน้ำ นศ.ปี 1 ดับสลด แอลกอฮอล์ 210

วินซ์ ซัมเปลลา ผู้ร่วมให้กำเนิด Call of Duty เสียชีวิต

วงการเกมต้องพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อ วินซ์ ซัมเปลลา ผู้ร่วมให้กำเนิดเกม “Call of Duty” ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตในวัย 55 ปี ข่าวนี้สร้างความตกตะลึงและความเสียใจให้กับแฟนเกมทั่วโลก รวมถึงเพื่อนร่วมงานและคนใกล้ชิด

วินซ์ ซัมเปลลา ผู้ร่วมให้กำเนิดเกม “Call of Duty” เสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเหตุการณ์เศร้าสลดนี้เกิดขึ้นเมื่อรถยนต์ของ วินซ์ ซัมเปลลา ผู้ร่วมให้กำเนิดเกม “Call of Duty” ประสบอุบัติเหตุในรัฐแคลิฟอร์เนีย ทำให้เขาเสียชีวิตพร้อมกับผู้โดยสารอีกหนึ่งคน

Electronic Arts (EA) บริษัทแม่ของ Respawn Entertainment สตูดิโอเกมที่วินซ์ ซัมเปลลาร่วมก่อตั้ง ได้ออกมายืนยันข่าวการเสียชีวิตดังกล่าว สร้างความโศกเศร้าให้กับทีมงานและผู้ที่เคยร่วมงานกับเขา

รายงานข่าวระบุว่า วินซ์ ซัมเปลลาและผู้โดยสารกำลังเดินทางด้วยรถยนต์เฟอร์รารี ก่อนที่รถจะเสียหลักและเกิดอุบัติเหตุชนเข้ากับสิ่งกีดขวางบนทางหลวงในนครลอสแอนเจลิส ทำให้เกิดไฟลุกท่วมรถทั้งคัน

โฆษกของ EA กล่าวด้วยความเสียใจว่า “นี่คือการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะจินตนาการได้ เราขอส่งกำลังใจให้กับครอบครัวของวินซ์ คนรักของเขา และทุกคนที่ประทับใจในผลงานของเขา”

จุดเริ่มต้นจาก Call of Duty

วินซ์ ซัมเปลลาเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ร่วมสร้างเกม “Call of Duty” ภาคแรกในปี 2546 ร่วมกับเจสัน เวสต์ และแกรนท์ คอลเลียร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแฟรนไชส์เกมที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย ด้วยแรงบันดาลใจจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เกมนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและมียอดขายมากกว่า 500 ล้านชุดทั่วโลก ส่งผลให้ Activision กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเกมที่ทำกำไรได้มากที่สุด

นอกจากนี้ ความสำเร็จของ วินซ์ ซัมเปลลา ผู้ร่วมให้กำเนิดเกม “Call of Duty” ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในวงการเกมเท่านั้น แฟรนไชส์ Call of Duty ยังได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากแฟนๆ ทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ความสามารถของวินซ์ ซัมเปลลาไม่ได้จำกัดอยู่แค่เกม Call of Duty เท่านั้น เขายังมีส่วนร่วมในการพัฒนาเกมยอดนิยมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น Medal of Honor, Titanfall และ Apex Legends ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของเขาในฐานะนักพัฒนาเกม

อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้วงการเกมสูญเสียนักพัฒนาเกมมากความสามารถไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่ผลงานของ วินซ์ ซัมเปลลา ผู้ร่วมให้กำเนิดเกม “Call of Duty” จะยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนเกมทั่วโลกตลอดไป

การจากไปของวินซ์ ซัมเปลลาเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่สิ่งที่เขาได้สร้างสรรค์ไว้จะยังคงอยู่และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักพัฒนาเกมรุ่นใหม่ต่อไป

ที่มา – วินซ์ ซัมเปลลา ผู้ร่วมให้กำเนิดเกม “Call of Duty” ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

สลด! ฟอร์จูนเนอร์เสียหลักตกคลอง พบ 9 ศพ

เกิดเหตุสลด รถฟอร์จูนเนอร์เสียหลักตกคลองชลประทานในจังหวัดราชบุรี พบผู้เสียชีวิตถึง 9 ศพ อัดแน่นอยู่ภายในรถ คาดว่าเป็นแรงงานต่างด้าว เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนหารถกระบะต้องสงสัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 3 ธันวาคม 2568 พ.ต.ต.คชา อ่อนเหลา สว.สอบสวน สภ.ปากท่อ ได้รับแจ้งเหตุร้าย รถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ประสบอุบัติเหตุฟอร์จูนเนอร์เสียหลักตกคลองชลประทาน ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านหนองกระทุ่ม ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี

หลังรับแจ้งเหตุ ได้รายงานไปยัง พ.ต.อ. พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.ปากท่อ และเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ เมื่อไปถึง พบเพียงส่วนหลังคาของรถโผล่พ้นน้ำในคลองชลประทานขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงประสานรถยกเพื่อทำการกู้ซากรถขึ้นจากน้ำ

หลังจากที่รถถูกยกขึ้นมาได้ เจ้าหน้าที่ต้องพบกับภาพที่น่าสลดใจ เมื่อพบศพผู้เสียชีวิตถึง 9 ศพ อัดแน่นอยู่ภายในรถ สภาพศพทั้งหมดมีลักษณะคล้ายชาวต่างด้าว และที่ข้อมือของทุกศพมีสายรัดข้อมือสีฟ้าผูกอยู่ สภาพรถพบว่ายางหลังแตก กระจกหน้าและกระจกหลังแตกเสียหาย ซึ่งคาดว่าเกิดจากแรงกระแทกอย่างรุนแรงขณะที่รถตกลงไปในน้ำ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้เสียชีวิตเป็นชาย 8 ราย และหญิง 1 ราย นอกจากนี้ มีรายงานว่ามีผู้ที่สามารถออกมาจากรถได้จำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด

พยานผู้เห็นเหตุการณ์ให้การว่า ขณะที่กำลังวิดน้ำเข้านา ได้สังเกตเห็นรถฟอร์จูนเนอร์คันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว โดยมีรถกระบะสีดำขับตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด ก่อนที่รถฟอร์จูนเนอร์เสียหลักตกคลอง คาดว่ายางอาจจะแตก ทำให้รถเสียการควบคุมและพุ่งลงไปในคลอง หลังจากเกิดเหตุการณ์ ได้มีชายจำนวนหนึ่ง (ไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด) ปีนออกจากรถและว่ายน้ำขึ้นฝั่ง โดยหนึ่งในนั้นคาดว่าเป็นชายไทย ซึ่งน่าจะเป็นคนขับรถ ส่วนคนที่เหลือมีลักษณะคล้ายชาวต่างด้าว ได้มีรถกระบะมารับผู้ที่หนีออกมาจากรถประมาณ 4-6 คน ก่อนจะขับหลบหนีไป พยานจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ จนกระทั่งพบศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดภายในรถ จากข้อมูลที่มี ณ ขณะนี้ คาดว่าภายในรถที่ประสบอุบัติเหตุนั้น มีผู้โดยสารทั้งหมดประมาณ 13-15 คน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากท่อ ได้ลงพื้นที่เพื่อสอบสวนและสืบสวนหาเบาะแสของรถกระบะต้องสงสัย พ.ต.อ. พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.ปากท่อ ได้สั่งการให้เร่งคลี่คลายคดีอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และพฤติการณ์ในคดีมีความผิดปกติอย่างชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ฟอร์จูนเนอร์เสียหลักตกคลอง สลดพบผู้เสียชีวิต 9 ศพ

ประเด็นที่น่าสนใจจากเหตุการณ์ ฟอร์จูนเนอร์เสียหลักตกคลอง

  • จำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงถึง 9 ศพ บ่งชี้ถึงความรุนแรงของอุบัติเหตุ
  • การที่ผู้เสียชีวิตมีลักษณะคล้ายแรงงานต่างด้าว ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับสถานะและการเดินทางของพวกเขา
  • การปรากฏตัวของรถกระบะต้องสงสัย และการที่ผู้รอดชีวิตบางส่วนหลบหนีไป ทำให้คดีมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องขับรถในสภาพถนนที่ไม่คุ้นเคย หรือในเวลากลางคืน การตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้

ที่มา – ฟอร์จูนเนอร์เสียหลักตกคลอง สลดพบผู้เสียชีวิต 9 ศพ อัดแน่นในรถ

คุก 4 ปี สว.ลักทรัพย์: ศาลให้ประกันตัว

ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา พิพากษาจำคุก สว.ธนกร ถาวรชินโชติ พร้อมพวก คนละ 4 ปี ฐานลักทรัพย์ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่เจ้าตัวขอยื่นประกันตัว ศาลอนุญาตให้ตีวงเงินประกันคนละ 1 แสนบาท

วันที่ 21 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้อ่านคำพิพากษา คดีที่ พนักงานอัยการยื่นฟ้อง นายธนกร ถาวรชินโชติ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงผู้ที่ทำธุรกิจประมง และนายอภิชัย หมู่มาก จำเลยที่ 1 และ 2 ฐานลักทรัพย์ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ มูลค่าความเสียหายกว่า 1.5 ล้านบาท คดีนี้กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างมาก

สำหรับคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2564 กลางคืน หลังจากที่ผู้ตายขับรถยนต์ โดยมีผู้เสียหายโดยสารมาด้วยประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ซึ่งผู้ตายถึงแก่ความตายและผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้รถยนต์บรรทุกหกล้อ 1 คัน อาศัยโอกาสอุบัติเหตุลักทรัพย์ โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสะพาย ยี่ห้อหลุยส์วิตตอง, เงินสด 12,000 บาท เหตุเกิดที่ตำบลบางสมัคร อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอให้จำเลยทั้งสองคืนโทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง แว่นตา ยี่ห้อลินเบิร์ก 1 อัน เงินสด 208,000 บาท และพระหลวงปู่ทวดเลี่ยมทอง 1 องค์ พร้อมตะกรุด 1 ดอก หรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 1,470,400 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์ พยานหลักฐานโจทก์ร่วม ซึ่งมีภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีชาย 2 คนเก็บสิ่งของที่กระจัดกระจายบนถนนไปวางไว้ริมทาง จากนั้นเดินไปขึ้นรถยนต์กระบะบรรทุกตู้ทึบที่จอดอยู่ด้านหลัง และการนำสืบมามีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยทั้งสองเอาโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อหัวเหว่ย กระเป๋าสะพาย ยี่ห้อหลุยส์วิตตอง เงินสด 12,000 บาท และสร้อยคอทองคำของโจทก์ร่วมไปโดยทุจริตแล้วขับรถตู้ทึบออกจากที่เกิดเหตุ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในเวลากลางคืน ในบริเวณที่มีอุบัติเหตุโดยใช้ยานพาหนะฯ

สำหรับเงินสด 2 แสนบาทนั้น โจทก์ร่วมเบิกความว่าภายหลังพบอยู่ในกระเป๋าที่เก็บโฉนดที่ดิน ไม่ได้สูญหาย ในส่วนของโทรศัพท์มือถือไอโฟน แว่นตา ยี่ห้อลินเบิร์ก เงินสดอีก 8,000 บาท ที่เก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ และหลวงปู่ทวดเลี่ยมทองพร้อมตะกรุด ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมานำสืบให้เห็นว่า จำเลยทั้งสองเป็นคนหยิบเอาไปจากที่เกิดเหตุ ทั้งยังปรากฏว่ามีบุคคลหลายคนกระจายอยู่บริเวณดังกล่าว จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยทั้งสองยกคำร้องในส่วนนี้

พร้อมพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) (2) (7) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 83 จำคุกคนละ 6 ปี ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 4 ปี ยกคำขอให้คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อไอโฟน 12 จำนวน 1 เครื่อง แว่นตายี่ห้อลินเบิร์ก 1 อัน เงินสด 208,000 บาท และพระหลวงปู่ทวดเลี่ยมทอง 1 องค์ พร้อมตะกรุด 1 ดอก หรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 1,470,400 บาท

ต่อมาจำเลยทั้งสองได้ยื่นประกันตัวชั้นอุทธรณ์ ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราพิจารณาแล้วอนุญาตให้ตีราคาประกัน คนละ 100,000 บาท

คุก 4 ปี สว.ลักทรัพย์เหยื่ออุบัติเหตุ ก่อนศาลให้ประกัน วางหลักทรัพย์คนละ 1 แสน

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดี สว.ลักทรัพย์เหยื่ออุบัติเหตุ

  • จำเลยคือ สว.ธนกร ถาวรชินโชติ และนายอภิชัย หมู่มาก
  • ข้อหาคือ ร่วมกันลักทรัพย์ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
  • มูลค่าความเสียหายกว่า 1.5 ล้านบาท
  • ศาลตัดสินจำคุกคนละ 4 ปี
  • ศาลให้ประกันตัวโดยวางหลักทรัพย์คนละ 1 แสนบาท

การลักทรัพย์เหยื่ออุบัติเหตุ: ผิดศีลธรรมและกฎหมาย

การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ผิดกฎหมายอาญา แต่ยังขัดต่อหลักศีลธรรมอย่างร้ายแรง การซ้ำเติมผู้ที่อยู่ในความทุกข์ยากจากอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่สังคมไม่ควรยอมรับได้ การที่สมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชนกระทำการเช่นนี้ ยิ่งเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรและกระบวนการยุติธรรม การลักทรัพย์ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจึงเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการประณามและลงโทษอย่างเด็ดขาด

คดีนี้ยังคงเป็นที่จับตามองของประชาชน และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม

ที่มา – คุก 4 ปี สว.ลักทรัพย์เหยื่ออุบัติเหตุ ก่อนศาลให้ประกัน วางหลักทรัพย์คนละ 1 แสน

สิงคโปร์พบผู้เสียชีวิตจากชิ้นส่วนถุงลมนิรภัยทาคาตะรายแรก

สิงคโปร์พบผู้เสียชีวิตจากชิ้นส่วนถุงลมนิรภัยบริษัท “ทาคาตะ” รายแรก หลังจากปัญหานี้ถูกเรียกคืนทั่วโลกมานานกว่า 12 ปีแล้ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตัวให้กับเจ้าของรถในหลายประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ที่เพิ่งยืนยันกรณีแรก

สิงคโปร์พบผู้เสียชีวิตจาก ชิ้นส่วนถุงลมนิรภัยบริษัท “ทาคาตะ” รายแรก

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพของสิงคโปร์ได้ยืนยันว่า ชายวัย 57 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันหลายคันบนทางด่วนเซเลตาร์ (SLE) เมื่อปี 2565 สาเหตุหลักมาจากเศษโลหะที่พุ่งออกมาจากถุงลมนิรภัยของบริษัททาคาตะ ซึ่งฝังเข้าไปในศีรษะของเขา ขณะที่ถุงลมนิรภัยทำงาน

กรณีนี้ถือเป็นรายแรกในสิงคโปร์ที่เกี่ยวข้องกับข้อบกพร่องของถุงลมนิรภัยทาคาตะ ซึ่งเคยถูกเรียกคืนทั่วโลกตั้งแต่ปี 2556 เนื่องจากปัญหา inflator ที่อาจระเบิดและปล่อยเศษโลหะอันตราย ปัญหานี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกแล้ว 12 ราย และบาดเจ็บหลายราย

รายละเอียดอุบัติเหตุและการชันสูตร

นายไมเคิล ออง (Michael Ong) กำลังขับรถบนทางด่วน SLE เวลาประมาณ 08:00 น. ของวันที่ 10 ตุลาคม 2565 ก่อนเกิดอุบัติเหตุรถชนต่อเนื่อง 6 คัน รถของเขาเป็นคันที่ 5 ในช่องทางแรกของถนน 4 ช่อง รถคันหน้าชะลอและหลีกเลี่ยงการชนได้ แต่รถของนายอองพุ่งชนท้าย ทำให้เกิดการชนลูกโซ่

แรงกระแทกนั้นรุนแรงมาก จนถุงลมนิรภัยด้านคนขับของรถนายอองทำงาน แต่กลับปล่อยเศษโลหะขนาดยาว 1.5 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.2 ซม. พุ่งทะลุศีรษะเขา นายอองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพหมดสติและหัวใจหยุดเต้น ก่อนเสียชีวิตในเช้าวันเดียวกัน

การชันสูตรพลิกศพยืนยันว่าบาดแผลทะลุที่ศีรษะเกิดจากวัตถุโลหะแปลกปลอม ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่ามาจากถุงลมนิรภัยทาคาตะ ในจำนวนรถที่เกี่ยวข้อง มีเพียงรถของนายอองที่ถุงลมทำงาน และไม่มีใครบาดเจ็บอื่น

สถานการณ์เรียกคืนถุงลมนิรภัยทาคาตะในสิงคโปร์

จนถึงปัจจุบัน สิงคโปร์มีการเรียกคืนรถยนต์ที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยทาคาตะจำนวน 198,800 คัน โดยดำเนินการเสร็จสิ้น 94% เจ้าของรถควรตรวจสอบว่ารถของตนอยู่ในข่ายเรียกคืนหรือไม่ ผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐหรือผู้จำหน่ายรถ

ปัญหาของทาคาตะเกิดจาก ammonium nitrate ใน inflator ที่เสื่อมสภาพตามเวลาและความร้อน ส่งผลให้เกิดการระเบิดผิดปกติ บริษัททาคาตะล้มละลายในปี 2560 หลังจ่ายค่าชดเชยมหาศาล

  • ผู้เสียชีวิตจากปัญหานี้ทั่วโลก: 12 ราย
  • รถที่เรียกคืนทั่วโลก: กว่า 100 ล้านคัน
  • การดำเนินการในสิงคโปร์: 94% เสร็จสิ้น

เหตุการณ์สิงคโปร์พบผู้เสียชีวิตจาก ชิ้นส่วนถุงลมนิรภัยบริษัท “ทาคาตะ” รายแรกนี้ ชี้ให้เห็นว่าปัญหายังคงแพร่กระจาย แม้จะผ่านมานาน หากคุณเป็นเจ้าของรถรุ่นเก่า ควรนำรถไปตรวจสอบด่วนเพื่อความปลอดภัย

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การเรียกคืนต้องเร่งด่วนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเขตร้อนอย่างเอเชียที่ความชื้นและความร้อนเร่งให้วัสดุเสื่อมเร็ว หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้รัฐบาลและผู้ผลิตยานยนต์ทั่วโลกปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย

หากคุณมีรถที่อาจได้รับผลกระทบ แนะนำให้ตรวจสอบ VIN number ของรถกับศูนย์บริการทันที เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – สิงคโปร์พบผู้เสียชีวิตจาก ชิ้นส่วนถุงลมนิรภัยบริษัท “ทาคาตะ” รายแรก

รูดี จูลิอานี อดีตที่ปรึกษาทรัมป์ ประสบอุบัติเหตุ

ข่าวใหญ่ที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์! รูดี จูลิอานี อดีตที่ปรึกษาทรัมป์ ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ได้รับบาดเจ็บ และกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล รายละเอียดเป็นอย่างไร มาติดตามกัน

รูดี จูลิอานี อดีตที่ปรึกษาทรัมป์ ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายรูดี จูลิอานี อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ผู้ซึ่งเคยเป็นทั้งที่ปรึกษาและทนายความให้กับอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ได้รับบาดเจ็บ ในรัฐนิวแฮมป์เชียร์

ตามแถลงการณ์ที่ถูกโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ระบุว่า รถยนต์ที่นายจูลิอานีนั่งโดยสารมา ถูกรถคันอื่นพุ่งชนท้ายอย่างแรงขณะอยู่บนถนนหลวง ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ

“เขาได้รับการวินิจฉัยว่ากระดูกสันหลังส่วนอก (thoracic vertebrae) แตก มีแผลฉีกขาดและรอยฟกช้ำหลายแห่ง รวมถึงบาดแผลที่แขนซ้ายและขาขวา” นายไมเคิล รากูซา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของนายจูลิอานี กล่าวในแถลงการณ์

เหตุการณ์ก่อนหน้าการเกิดอุบัติเหตุของรูดี จูลิอานี

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายจูลิอานีได้ให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลที่อ้างว่าเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งโบกมือขอความช่วยเหลือจากเขาบนท้องถนน นายรากูซา กล่าวว่า นายจูลิอานีได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นและแจ้งตำรวจให้เข้ามาจัดการ

ตำรวจรัฐนิวแฮมป์เชียร์ยืนยันว่า พวกเขากำลังสืบสวนเหตุความรุนแรงในครอบครัวดังกล่าว ในขณะที่พวกเขาพบเห็นอุบัติเหตุชนกันที่เกิดขึ้นบนถนนฝั่งตรงข้าม “การชนกันส่งผลให้รถยนต์ทั้งสองคันพุ่งเข้าไปในเกาะกลางถนน และได้รับความเสียหายอย่างหนัก” เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว

เจ้าหน้าที่สืบสวนยังระบุเพิ่มเติมว่า พวกเขาสามารถระบุตัวผู้ขับขี่รถยนต์ที่ชนท้ายรถของนายจูลิอานีได้แล้ว แต่ยังไม่มีการตั้งข้อหาในขณะนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

นายจูลิอานี วัย 81 ปี เป็นที่รู้จักในวงกว้างจากบทบาท “นายกเทศมนตรีของอเมริกา” หลังจากที่เขานำพานครนิวยอร์กฝ่าฟันความสูญเสียจากเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 ในปี 2544 ต่อมา เขาได้ผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาและทนายความให้กับโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกทางกันในภายหลัง

ประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่รูดี จูลิอานี อดีตที่ปรึกษาทรัมป์ ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ได้รับบาดเจ็บ เกิดขึ้นหลังจากที่เขาเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจของเขา อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุดังกล่าวทำให้หลายคนเป็นห่วงสุขภาพของเขา และหวังว่าเขาจะหายดีในเร็ววัน

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนต้องระมัดระวังในการขับขี่ยวดยานมากขึ้น และพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อมีโอกาส และขอให้รูดี จูลิอานี อดีตที่ปรึกษาทรัมป์ ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ได้รับบาดเจ็บ หายไวๆนะครับ

ที่มา – รูดี จูลิอานี อดีตที่ปรึกษาทรัมป์ ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ได้รับบาดเจ็บ

ตร. ประชุมคดีรถ 11 คันชน เข้าข่ายแข่งประลองความเร็ว

จากกรณีอุบัติเหตุรถหรู 11 คันชนกันบนทางด่วนศรีรัช-อุดรรัถยา กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมให้ความสนใจ ล่าสุดตำรวจได้ประชุมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีรถหลายคันที่เข้าข่าย การแข่งประลองความเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุที่นำมาซึ่งอุบัติเหตุดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของวันที่ 16 สิงหาคม บนทางด่วนอุดรรัถยา ฝั่งขาออก ใกล้ทางขึ้นด่วนเมืองทองธานี มุ่งหน้าบางปะอิน สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์เป็นจำนวนมาก และก่อให้เกิดคำถามถึงพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนน

ตร. ประชุมคดี รถ 11 คันชนกันบนทางด่วน พบหลายคันเข้าข่ายการแข่งประลองความเร็ว

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม ณ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้มีการประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี โดยมี พ.ต.อ.จักรพงศ์ นุชผดุง รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เป็นประธาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางการป้องกันการแข่งรถในพื้นที่

พ.ต.อ.จักรพงศ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ขับขี่รถเก๋ง BMW ไปแล้ว 1 ราย และจะทยอยเรียกผู้ขับขี่รายอื่น ๆ มาให้ปากคำเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบกล้องตรวจจับความเร็วและวงจรปิด เพื่อรวบรวมหลักฐานว่ารถแต่ละคันมีการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ และพฤติกรรมการขับขี่เข้าข่ายการแข่งประลองความเร็ว หรือไม่

รถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุทั้ง 11 คัน ถูกยึดไว้เพื่อตรวจสอบ ซึ่งพบว่าหลายคันมีลักษณะการแต่งซิ่งที่บ่งบอกถึงการปรับแต่งเพื่อเพิ่มสมรรถนะความเร็ว

รถหลายคันเข้าข่ายการแข่งประลองความเร็ว

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีรถหลายคันที่เข้าข่าย การแข่งประลองความเร็ว โดยมีจุดเริ่มต้นจากการรวมตัวกันบริเวณปั๊มน้ำมันใกล้ด่านประชาชื่น ก่อนจะขับตามกันออกมาเป็นกลุ่มบนทางด่วนศรีรัช-อุดรรัถยา มุ่งหน้าบางปะอิน และเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันในที่สุด

ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาความชัดเจนในการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิด

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัย เคารพกฎจราจร และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อตนเองและผู้อื่น การ แข่งประลองความเร็ว บนท้องถนนไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังอาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

ที่มา – ตร. ประชุมคดี รถ 11 คันชนกันบนทางด่วน พบหลายคันเข้าข่ายการแข่งประลองความเร็ว

สั่งตรวจสอบทุกมิติ! อุบัติเหตุรถ 11 คันชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยา

จากกรณีอุบัติเหตุรถ 11 คันชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งตรวจสอบทุกมิติ ย้ำปราบปรามแข่งรถในทางอย่างเข้มงวด หากพบความผิดดำเนินคดีทุกกรณี

สั่งตรวจสอบทุกมิติ อุบัติเหตุรถ 11 คันชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยา

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568 พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถ 11 คันชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 00.30 น. โดยศูนย์วิทยุ สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งเหตุบนทางด่วนศรีรัช – อุดรรัถยา ขาออก มุ่งหน้าจังหวัดปทุมธานี

เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เสียหายรวม 11 คัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย ซึ่งทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายผู้ขับขี่

อย่างไรก็ตาม สันนิษฐานว่าสาเหตุของอุบัติเหตุรถ 11 คันชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยา เกิดจากการขับรถด้วยความประมาทและใช้ความเร็วสูง พนักงานสอบสวนกำลังเร่งสืบสวนและสอบสวนทุกมิติเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

การดำเนินการทางกฎหมายหลังอุบัติเหตุรถ 11 คันชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยา

กองบังคับการตำรวจจราจรจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมพยานหลักฐานบนทางด่วน หากพบว่าไม่เข้าข่ายความผิดฐานแข่งรถในทาง จะดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยประมาท ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย และข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.ท.นิธิธร กล่าวเพิ่มเติมว่า พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ทุกพื้นที่เข้มงวดกวดขันวินัยจราจร ป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางอย่างจริงจัง

พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดำเนินการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกองบังคับการตำรวจจราจร, ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี, กองพิสูจน์หลักฐาน เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนสอบสวนทุกมิติ

หากพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานใด จะดำเนินคดีในทุกฐานความผิดที่ตรวจพบ โดยมีบทลงโทษตามกฎหมายดังนี้:

  • แข่งรถในทาง: จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับ 5,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • เป็นผู้จัด สนับสนุน หรือส่งเสริมการแข่งรถ: จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับ 10,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • พยายามแข่งรถในทาง: ต้องระวางโทษ 2 ใน 3 ของความผิดฐานแข่งรถในทาง
  • ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย: จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ศาลยังมีอำนาจสั่งริบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ซึ่งรวมถึงรถที่ใช้ในการกระทำความผิด หากตรวจพบ

หากประชาชนพบเห็นอุบัติเหตุรถ 11 คันชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยา หรือมีเบาะแสการแข่งรถในทางสาธารณะ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วน 191 หรือ 1599 ทั่วประเทศ, 1197 (กรุงเทพฯ), 1193 (ถนนหลวง)

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกท่านเพิ่มความระมัดระวัง เคารพกฎจราจร และคำนึงถึงความปลอดภัยบนท้องถนน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้ขึ้นอีก

ที่มา – สั่งตรวจสอบทุกมิติ อุบัติเหตุรถ 11 คันชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยา ย้ำเอาผิดทุกกรณี

ตำรวจปากเกร็ดเร่งสอบ! รถชนบนทางด่วนอุดรรัถยา 10 คัน

ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด กำลังเร่งสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยา ซึ่งมีรถยนต์ได้รับความเสียหายถึง 10 คัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้กับทางขึ้นด่วนเมืองทองธานี ทำให้เกิดความเสียหายและส่งผลกระทบต่อการจราจรในบริเวณนั้น

ตำรวจปากเกร็ดเร่งหาข้อเท็จจริง อุบัติเหตุรถชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยา เสียหายรวม 10 คัน

เมื่อเวลา 01.30 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ร.ต.ท.สุรชัย สายชลนิรันดร รอง สว. (สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันหลายคันบนทางด่วนอุดรรัถยา ใกล้ทางขึ้นด่วนเมืองทองธานี ฝั่งขาออกมุ่งหน้าบางปะอิน พร้อมด้วย พ.ต.ต. ฐาปนพงษ์ พึ่งมี สว.จร. สภ.ปากเกร็ด ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบสถานการณ์

ในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุจอดกีดขวางถนน และมีเศษชิ้นส่วนรถยนต์แตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน จากการตรวจสอบพบว่ามีรถยนต์ได้รับความเสียหายรวม 10 คัน ได้แก่ รถเบนซ์ สีเทา หมายเลขทะเบียน ศช 6633 กรุงเทพฯ, รถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู สีเทา 112 ไอ หมายเลขทะเบียน ธล 757 กรุงเทพฯ, รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน 7 กง 7878 กรุงเทพฯ แต่ละคันมีสภาพด้านหน้าและท้ายรถได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยการทางพิเศษจึงเร่งเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่เสียหายออกจากผิวการจราจร

รายละเอียดความเสียหายจากอุบัติเหตุบนทางด่วนอุดรรัถยา

อุบัติเหตุครั้งนี้ส่งผลให้รถยนต์หลายคันได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยรถแต่ละคันมีร่องรอยการชนที่แตกต่างกัน บางคันมีรอยเฉี่ยวชนที่ด้านข้าง บางคันมีรอยชนที่ด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการประเมินความเสียหายและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอชิตพล บ้านใหม่ อายุ 29 ปี คนขับรถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู สีเทา ให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนขับรถมาในเลนขวา มีรถเก๋งฮอนด้าไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับตามมาด้วยความเร็ว ตนพยายามหักหลบไปเลนซ้ายแต่ไม่พ้น ก่อนถูกพุ่งชนท้าย ทำให้รถที่ขับตามมาเบรกไม่ทันและเกิดการชนต่อเนื่องกัน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องทำการสอบสวนพยานและผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์อุบัติเหตุรถชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยาครั้งนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน โดยเฉพาะการขับรถในเวลากลางคืนหรือในสภาพถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ และรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน

ตำรวจปากเกร็ดเร่งหาข้อเท็จจริงเพื่อสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุรถชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยาครั้งนี้ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัยและการรักษาระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ การสอบสวนเพิ่มเติมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อระบุผู้กระทำผิดและพิจารณาข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง สภ.ปากเกร็ดมุ่งมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

การเกิดอุบัติเหตุหมู่ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัย และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งอาจนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา – ตำรวจปากเกร็ดเร่งหาข้อเท็จจริง อุบัติเหตุรถชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยา เสียหายรวม 10 คัน

Scroll to top