ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด กำลังเร่งสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยา ซึ่งมีรถยนต์ได้รับความเสียหายถึง 10 คัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้กับทางขึ้นด่วนเมืองทองธานี ทำให้เกิดความเสียหายและส่งผลกระทบต่อการจราจรในบริเวณนั้น
ตำรวจปากเกร็ดเร่งหาข้อเท็จจริง อุบัติเหตุรถชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยา เสียหายรวม 10 คัน
เมื่อเวลา 01.30 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ร.ต.ท.สุรชัย สายชลนิรันดร รอง สว. (สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันหลายคันบนทางด่วนอุดรรัถยา ใกล้ทางขึ้นด่วนเมืองทองธานี ฝั่งขาออกมุ่งหน้าบางปะอิน พร้อมด้วย พ.ต.ต. ฐาปนพงษ์ พึ่งมี สว.จร. สภ.ปากเกร็ด ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบสถานการณ์
ในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุจอดกีดขวางถนน และมีเศษชิ้นส่วนรถยนต์แตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน จากการตรวจสอบพบว่ามีรถยนต์ได้รับความเสียหายรวม 10 คัน ได้แก่ รถเบนซ์ สีเทา หมายเลขทะเบียน ศช 6633 กรุงเทพฯ, รถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู สีเทา 112 ไอ หมายเลขทะเบียน ธล 757 กรุงเทพฯ, รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน 7 กง 7878 กรุงเทพฯ แต่ละคันมีสภาพด้านหน้าและท้ายรถได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยการทางพิเศษจึงเร่งเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่เสียหายออกจากผิวการจราจร
รายละเอียดความเสียหายจากอุบัติเหตุบนทางด่วนอุดรรัถยา
อุบัติเหตุครั้งนี้ส่งผลให้รถยนต์หลายคันได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยรถแต่ละคันมีร่องรอยการชนที่แตกต่างกัน บางคันมีรอยเฉี่ยวชนที่ด้านข้าง บางคันมีรอยชนที่ด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการประเมินความเสียหายและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอชิตพล บ้านใหม่ อายุ 29 ปี คนขับรถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู สีเทา ให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนขับรถมาในเลนขวา มีรถเก๋งฮอนด้าไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับตามมาด้วยความเร็ว ตนพยายามหักหลบไปเลนซ้ายแต่ไม่พ้น ก่อนถูกพุ่งชนท้าย ทำให้รถที่ขับตามมาเบรกไม่ทันและเกิดการชนต่อเนื่องกัน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องทำการสอบสวนพยานและผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์อุบัติเหตุรถชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยาครั้งนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน โดยเฉพาะการขับรถในเวลากลางคืนหรือในสภาพถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ และรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน
ตำรวจปากเกร็ดเร่งหาข้อเท็จจริงเพื่อสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุรถชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยาครั้งนี้ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัยและการรักษาระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้
ทั้งนี้ การสอบสวนเพิ่มเติมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อระบุผู้กระทำผิดและพิจารณาข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง สภ.ปากเกร็ดมุ่งมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
การเกิดอุบัติเหตุหมู่ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัย และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งอาจนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
ที่มา – ตำรวจปากเกร็ดเร่งหาข้อเท็จจริง อุบัติเหตุรถชนกันบนทางด่วนอุดรรัถยา เสียหายรวม 10 คัน






