วัน: 16 สิงหาคม 2025

ฮัทชินสัน ย้ายซบฟอเรสต์ 37.5 ลป.จากอิปสวิช

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เซ็นสัญญาคว้าตัว โอมารี ฮัทชินสัน ปีกจากอิปสวิช ทาวน์ ด้วยค่าตัว 37.5 ล้านปอนด์

ฮัทชินสัน นักเตะทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี ตกลงเซ็นสัญญาระยะเวลา 5 ปีที่สนามซิตี้ กราวด์

“ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มาอยู่ที่นี่ และแทบรอไม่ไหวที่จะได้เริ่มต้น ผมเคยเล่นที่ซิตี้ กราวด์ มาแล้วสองสามครั้ง และรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เป็นปฏิปักษ์เสมอ ดังนั้นผมจึงตั้งตารอที่จะได้ลงเล่นที่นี่โดยมีแฟนๆ หนุนหลัง” ดาวเตะวัย 21 ปีกล่าว

“ผมจะทุ่มเททุกอย่าง และผมตั้งตารอความท้าทาย เพราะมันเป็นบทใหม่สำหรับผม แต่ผมรู้สึกพร้อมแล้ว”

การมาถึงของ ฮัทชินสัน เกิดขึ้นหลังจากที่นูโน เอสปิริโต ซานโต ผู้จัดการทีม ตั้งคำถามเกี่ยวกับการซื้อขายนักเตะของสโมสร

ฟอเรสต์ จะลงเล่นในยูโรปา ลีก ฤดูกาลนี้ โดยกุนซือชาวโปรตุกีสชี้ว่าทีมของเขาอาจไม่พร้อมรับมือกับความต้องการที่การกลับสู่ยุโรปครั้งแรกในรอบ 30 ปีอาจนำมา

อย่างไรก็ตาม ฟอเรสต์ คาดว่าจะสรุปการย้ายทีมของ เจมส์ แม็คอาที กองกลางจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจากตกลงค่าตัวราว 30 ล้านปอนด์

และสโมสรจากอีสต์ มิดแลนด์ส ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาขั้นสูงเพื่อคว้าตัว อาร์โนด์ คาลิมูเอนโด กองหน้าของแรนส์ ก่อนเกมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดฤดูกาลในบ้านกับเบรนท์ฟอร์ดในวันอาทิตย์ โดยทั้งสามดีลมีมูลค่ารวมกันเกือบ 90 ล้านปอนด์

พวกเขากำลังมองหาผู้เล่นเข้ามาเสริมทีมหลังจากขาย แอนโธนี่ อีลังก้า ให้กับนิวคาสเซิลด้วยค่าตัวสถิติสโมสรเริ่มต้นที่ 55 ล้านปอนด์ และได้เซ็นสัญญากับ แดน เอ็นดอย จากโบโลญญาแล้ว

ฮัทชินสัน ซึ่งทำประตูในเกมที่ทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี เอาชนะเยอรมนีในช่วงต่อเวลาพิเศษในรอบชิงชนะเลิศของการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรปเมื่อเดือนมิถุนายน โดยได้รับการแอสซิสต์จาก แม็คอาที ย้ายจากเชลซีไปร่วมทีมทาวน์ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว หลังจากใช้เวลาในฤดูกาล 2023-24 ด้วยสัญญายืมตัวที่พอร์ทแมน โร้ด ช่วยให้อิปสวิชเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก

เขาทำได้สามประตูจากการลงเล่นในลีก 31 เกมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ไม่สามารถหยุดทีมของ คีแรน แม็คเคนนา จากการตกชั้นกลับสู่แชมเปี้ยนชิพได้

ฮัทชินสัน ย้ายซบฟอเรสต์ 37.5 ลป.จากอิปสวิช

การย้ายทีมของ ฮัทชินสัน ย้ายซบฟอเรสต์ 37.5 ลป.จากอิปสวิช ถือเป็นการเสริมทัพที่น่าสนใจของ ฟอเรสต์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ ด้วยค่าตัวที่สูงถึง 37.5 ล้านปอนด์ แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังที่สโมสรมีต่อดาวเตะรายนี้ แฟนบอลต่างตั้งตารอที่จะได้เห็นเขาลงสนามและสร้างผลงานให้กับทีม

ทำไมฟอเรสต์ถึงทุ่มเงินคว้า ฮัทชินสัน ย้ายซบฟอเรสต์ 37.5 ลป.จากอิปสวิช

การที่ฟอเรสต์ทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อคว้าตัว ฮัทชินสัน ย้ายซบฟอเรสต์ 37.5 ลป.จากอิปสวิช อาจเป็นเพราะศักยภาพและความสามารถที่เขามี แม้ว่าเขาจะไม่สามารถช่วยให้อิปสวิชอยู่รอดในแชมเปี้ยนชิพได้ แต่เขาก็แสดงให้เห็นถึงทักษะและความเร็วที่น่าประทับใจ นอกจากนี้ การที่เขาเคยเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี แสดงให้เห็นว่าเขามีคุณภาพที่สามารถพัฒนาไปได้อีกมาก

นอกจากนี้ฟอเรสต์ยังต้องการเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมในการแข่งขันยูโรปาลีก ซึ่งต้องการทีมที่มีขนาดใหญ่และมีคุณภาพ เพื่อรับมือกับโปรแกรมการแข่งขันที่แน่นขนัด

การมาของ ฮัทชินสัน จะช่วยเพิ่มตัวเลือกในแนวรุกให้กับนูโน เอสปิริโต ซานโต และอาจเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยให้ฟอเรสต์ประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้

การเสริมทัพของฟอเรสต์ในช่วงซัมเมอร์นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสรในการยกระดับทีมและบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ แม้ว่าการใช้จ่ายเงินจำนวนมากอาจมีความเสี่ยง แต่หากผู้เล่นใหม่สามารถปรับตัวและสร้างผลงานได้ตามที่คาดหวัง การลงทุนครั้งนี้อาจเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่า

แฟนบอลของฟอเรสต์ก็คงต้องหวังว่า ฮัทชินสัน จะสามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็วและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของเขา เพื่อช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จในการแข่งขันต่างๆ ที่รออยู่

ที่มา – Hutchinson joins Forest in £37.5m move from Ipswich

ไทยสร้างไทย จี้ “อิ๊งค์” ลาออก ชี้งบฯ 69 ไม่ตอบโจทย์

พรรคไทยสร้างไทยเรียกร้อง “อิ๊งค์” ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ชี้การจัดสรรงบประมาณปี 69 ไม่ตอบโจทย์วิกฤตเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

ไทยสร้างไทย จี้ “อิ๊งค์” ลาออก ชี้งบฯ 69 ไม่ตอบโจทย์

นายทิวากร สุระชน รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ออกมาเรียกร้องให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากรัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวแพทองธารฯ ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ในหลายด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคงชายแดน ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นส่งผลเสียต่อเสถียรภาพของประเทศและกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาเศรษฐกิจของไทยที่กำลังอยู่ในภาวะตกต่ำ รัฐบาลยังไม่สามารถนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ หรือมีมาตรการที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาปากท้องและค่าครองชีพของประชาชนได้ รายได้ของเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยลดลง สวนทางกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาทางการเมืองและคดีความต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของผู้นำรัฐบาล

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเผชิญกับปัญหาความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และยังเพลี่ยงพล้ำในการจัดการด้านการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยอยู่ในสถานะที่เปราะบางและถูกลดทอนความน่าเชื่อถือในเวทีนานาชาติ บทบาทของรัฐบาลในการรักษาผลประโยชน์ของชาติจึงถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสม

งบประมาณปี 69 ไม่ตอบโจทย์?

นายทิวากรกล่าวถึงกรณีงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่เพิ่งผ่านสภาไปว่า การจัดทำงบประมาณประจำปี 2569 ไม่สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประเทศ การจัดสรรงบประมาณยังคงใช้วิธีการเดิมๆ ไม่ตอบโจทย์วิกฤตเศรษฐกิจ ไม่กระตุ้นการลงทุน และไม่สร้างความมั่นคงทางสังคมตามที่ประชาชนคาดหวัง งบประมาณจำนวนมากยังคงถูกใช้อย่างไร้ประสิทธิภาพ และความเดือดร้อนของประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไข

“การลาออกของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศในเวลานี้ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มีความพร้อมและได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนและสังคมไทยมากกว่าที่เป็นอยู่ การยื้ออยู่ในตำแหน่งจะยิ่งทำให้ปัญหาของประเทศทวีความรุนแรง และอาจนำไปสู่ภาวะวิกฤตทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ยากต่อการแก้ไขในอนาคตได้” นายทิวากรกล่าว

พรรคไทยสร้างไทยยังคงยืนยันว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศต้องเริ่มต้นจากการมีผู้นำที่ได้รับการยอมรับและมีความสามารถในการบริหารจัดการประเทศอย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงผู้นำจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน การที่พรรคไทยสร้างไทย จี้ “อิ๊งค์” ลาออก สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจต่อการบริหารงานของรัฐบาลในปัจจุบัน และความต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประเทศไทย

การเรียกร้องให้มีการลาออกของนายกรัฐมนตรี ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งสำคัญคือการพิจารณาถึงเหตุผลและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมาอย่างรอบคอบ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน

ในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง การมีผู้นำที่เข้มแข็ง มีวิสัยทัศน์ และได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนของสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตและสร้างอนาคตที่สดใสให้กับคนไทยทุกคน ดังนั้น การพิจารณาถึงความเหมาะสมของผู้นำประเทศจึงเป็นสิ่งที่ประชาชนควรให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืนจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม รวมถึงการมีผู้นำที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้องได้ การเรียกร้องของพรรคไทยสร้างไทยครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเสียงที่สะท้อนถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย

ที่มา – ไทยสร้างไทย จี้ “อิ๊งค์” ลาออก ชี้สอบตกแก้ ศก.-มั่นคง ทำงบฯ 69 ไม่ตอบโจทย์

กำนันป่อง ศิษย์พ่อคูณ รถคว่ำ รอดปาฏิหาริย์!

กำนันป่อง ศิษย์พ่อคูณ รถพลิกคว่ำหลายตลบ รอดปาฏิหาริย์

เรื่องราวเหลือเชื่อ! กำนันป่อง ศิษย์พ่อคูณ รถพลิกคว่ำหลายตลบ รอดปาฏิหาริย์ อย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมทรัพย์สิน ทองคำแท่งหนัก 20 บาท และเงินสด 1.5 ล้านบาท ปลอดภัยครบถ้วน

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 เวลา 14.30 น. ร.ต.ท.หญิง รติชา จิรโสภาโภคิน รอง สว. (สอบสวน) สภ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อคือ นายทวัฒน์ชัย แสนประสิทธิ์ หรือ กำนันป่อง อายุ 57 ปี ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.ด่านขุนทด และไวยาวัจกรวัดบ้านไร่ พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายด่านขุนทด-หนองสรวง บริเวณหน้าวิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ หน่วยกู้ภัยปริสุทฺโธ (ฮุก 31 จุดด่านขุนทด) รุดเข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุ พบรถกระบะโตโยต้า 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน นครราชสีมา พุ่งข้ามร่องน้ำพลิกคว่ำหลายตลบ ตะแคงข้างอยู่ในสวนหย่อมข้างประตูทางเข้าวิทยาลัย ชาวบ้านช่วยกันพลิกรถกลับตั้งตรง ตรวจสอบภายในรถ พบทองคำแท่งน้ำหนัก 20 บาท เงินสด 1.5 ล้านบาท เหรียญหลวงพ่อคูณ และทรัพย์สินอื่นๆ อยู่ครบ

ปาฏิหาริย์! กำนันป่อง ศิษย์พ่อคูณ รอดตายราวปาฏิหาริย์

จากการสอบสวน นายณชพล บัวลอย อาจารย์วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณฯ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่เดินมาที่ประตูวิทยาลัยฯ เห็นรถกระบะวิ่งมาถึงหน้าวิทยาลัยฯ ซึ่งเป็นทางโค้ง และฝนเพิ่งหยุดตกใหม่ๆ รถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำลงร่องน้ำ และพลิกขึ้นไปหยุดตะแคงข้างในสวนหย่อม จึงรีบเรียกคนมาช่วยเหลือนำนายทวัฒน์ชัย ส่งโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา ตามความต้องการของผู้บาดเจ็บ

กำนันป่อง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถกระบะเพื่อไปดูที่ดิน แต่ระหว่างทางเกิดเสียหลักเนื่องจากฝนตกถนนลื่น ทำให้รถพลิกคว่ำหลายตลบ แต่ด้วยบารมีของหลวงพ่อคูณ ทำให้รอดพ้นจากอันตรายมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยมีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยที่ไหล่และข้อมือเท่านั้น สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก หลายคนเชื่อว่าเป็นเพราะกำนันป่องเป็นศิษย์ของหลวงพ่อคูณ และเป็นคนดี จึงได้รับความคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย

เรื่องราวของ กำนันป่อง ศิษย์พ่อคูณ รถพลิกคว่ำหลายตลบ รอดปาฏิหาริย์ นี้ เป็นที่กล่าวขานในหมู่ชาวบ้านและลูกศิษย์ของหลวงพ่อคูณเป็นอย่างมาก หลายคนมองว่าเป็นอานุภาพและบารมีของหลวงพ่อคูณที่คุ้มครองให้กำนันป่องปลอดภัย และทรัพย์สินไม่สูญหาย

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ การขับขี่อย่างระมัดระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของกำนันป่องก็เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อมั่นในบารมีของครูบาอาจารย์ที่เคารพศรัทธา

หากคุณกำลังมองหาเครื่องรางของขลังเพื่อความเป็นสิริมงคล ลองศึกษาเหรียญหลวงพ่อคูณดู อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้คุณอุ่นใจในการเดินทาง

ที่มา – กำนันป่อง ศิษย์พ่อคูณ รถพลิกคว่ำหลายตลบ รอดปาฏิหาริย์ ทองคำ-เงิน 1.5 ล้านอยู่ครบ

แรงงานกัมพูชาเปิดใจ ถูกผลักดันกลับประเทศแต่ไร้งาน

เรื่องราวสุดสะเทือนใจของแรงงานกัมพูชาเปิดใจถึงความยากลำบากหลังถูกผลักดันกลับประเทศ แต่กลับเผชิญกับปัญหาแรงงานกัมพูชาเปิดใจว่าไม่มีงานทำและไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ทำให้พวกเขาต้องเสี่ยงชีวิตลอบข้ามแดนกลับมายังประเทศไทยอีกครั้งเพื่อหาเลี้ยงชีพ

แรงงานกัมพูชาเปิดใจ ถูกผลักดันกลับประเทศแต่ไร้งาน

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 กองกำลังบูรพา ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ และกองร้อยทหารพรานที่ 1202 ได้ทำการจับกุมแรงงานชาวกัมพูชาวัย 19 ปี ขณะลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย บริเวณช่องทางธรรมชาติใกล้บ้านป่าไร่ใหม่ ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

จากการสอบสวนผ่านล่าม ทราบว่าแรงงานรายนี้เคยทำงานเป็นลูกจ้างขายปลาในตลาดโรงเกลือ อำเภออรัญประเทศ แต่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เขาถูกกดดันให้เดินทางกลับประเทศตามนโยบายของรัฐบาลกัมพูชาที่ต้องการให้แรงงานคืนสู่ภูมิลำเนา อย่างไรก็ตาม ชีวิตความเป็นอยู่หลังกลับไปยังบ้านเกิดกลับไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่คาดหวัง

ชีวิตที่ไร้งานและไร้การช่วยเหลือ

“อยู่ฝั่งกัมพูชาไม่มีงานทำ รัฐบาลไม่ได้ช่วยอะไรเลย” คือคำพูดที่แรงงานกัมพูชาเปิดใจด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง ชีวิตหลังกลับไปบ้านเกิดเต็มไปด้วยความยากลำบาก เขาไม่มีงานทำ ขาดรายได้ และไม่ได้รับการช่วยเหลือใด ๆ จากรัฐบาลกัมพูชา ทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเสี่ยงชีวิตลอบกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อหาเลี้ยงชีพและครอบครัว

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการขาดแคลนงานและการสนับสนุนจากภาครัฐในประเทศกัมพูชา ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิต และบีบบังคับให้ต้องตัดสินใจเสี่ยงอันตรายเพื่อแสวงหาโอกาสในต่างแดน

การลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและมีความเสี่ยงสูง แต่สำหรับแรงงานชาวกัมพูชาเหล่านี้ มันอาจเป็นหนทางเดียวที่พวกเขามองเห็นว่าจะสามารถช่วยให้พวกเขามีชีวิตรอดได้ การที่รัฐบาลกัมพูชาไม่สามารถจัดหางานและให้ความช่วยเหลือที่เพียงพอแก่ประชาชนของตนเองได้ ทำให้เกิดปัญหาการอพยพย้ายถิ่นฐานและการแสวงหาโอกาสในต่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เรื่องราวนี้เป็นการเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาปากท้องและการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังและต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อความอยู่รอด นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนแก่ประชาชนของตนเองอย่างจริงจัง เพื่อให้พวกเขาสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นในประเทศของตนเอง

ปัญหาแรงงานกัมพูชาเปิดใจถึงความยากจนและการถูกทอดทิ้ง สะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความจำเป็นในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

ที่มา – แรงงานกัมพูชาเปิดใจ ถูกผลักดันกลับประเทศแต่ไร้งาน-รัฐบาลไม่ช่วย ต้องลอบเข้าไทยอีกครั้ง

“ทักษิณ” มอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตชาวลาว

“ทักษิณ ชินวัตร” ส่ง “สมคิด” มอบเงินสด 100,000 บาท ให้ลูกชายชาวลาวที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมมอบบ้านน็อกดาวน์ให้ชาวบ้านที่บ้านเสียหายอีก 2 ชุด เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและการช่วยเหลือของอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง

วันที่ 16 สิงหาคม 2568 นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายวัชรพล เชื้อคง พร้อมคณะ เป็นตัวแทนของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบเงินสด 100,000 บาท ให้กับ นายอ่อนศรี โจรสา อายุ 60 ปี ลูกชายของ นางฮุ่ง โจรสา ชาวลาว ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีปลัดอำเภอน้ำยืนและผู้ใหญ่บ้านร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบ การมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตชาวลาวครั้งนี้ถือเป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่สำคัญ

“ทักษิณ” มอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตชาวลาว

นายสมคิด กล่าวว่า วันนี้มาเป็นตัวแทน นายทักษิณ ชินวัตร มอบเงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยานางฮุ่งจำนวน 100,000 บาท กับทายาทของนางฮุ่ง ที่บ้านกุดเชียงมุน ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน นายสมคิดบอกอีกว่า นายทักษิณมีความตั้งใจที่จะดูแลพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งเรื่องการเยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต อีกเรื่องที่จะทำวันนี้คือ การไปมอบบ้านน็อกดาวน์ให้ชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายชุดที่ 2 โดยไม่เกี่ยวกับเงินงบประมาณ 100 ล้านบาท

รายละเอียดการมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตชาวลาว

  • ผู้รับมอบ: นายอ่อนศรี โจรสา (ลูกชายของนางฮุ่ง โจรสา ผู้เสียชีวิต)
  • จำนวนเงิน: 100,000 บาท
  • สถานที่: บ้านกุดเชียงมุน ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน
  • ผู้มอบ: นายสมคิด เชื้อคง (ตัวแทน นายทักษิณ ชินวัตร)
  • พยาน: ปลัดอำเภอน้ำยืนและผู้ใหญ่บ้าน

การมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตชาวลาวในจังหวัดอุบลราชธานีครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องของนายทักษิณ ชินวัตร ต่อผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน นอกจากเงินช่วยเหลือแล้ว การมอบบ้านน็อกดาวน์เพิ่มเติมยังเป็นการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการดำรงชีวิต การกระทำเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

เหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้น ได้สร้างความสูญเสียและความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก การช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตชาวลาวในครั้งนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นการแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้สูญเสีย

การช่วยเหลือของนายทักษิณในครั้งนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การมอบเงินช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมอบบ้านน็อกดาวน์ให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายอีกด้วย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือในระยะยาวที่สามารถช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขมากยิ่งขึ้น การช่วยเหลือในหลากหลายรูปแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของประชาชน และความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ยากลำบาก การมีน้ำใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สามารถช่วยบรรเทาความทุกข์และสร้างกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบได้เป็นอย่างดี

ที่มา – “ทักษิณ” มอบเงิน 1 แสนบาท เยียวยาผู้เสียชีวิตชาวลาว ที่ จ.อุบลราชธานี

หลาน ส.ส.อุดรฯ ถูกหวย 12 ล้าน: ฝันเห็นพ่อให้โชค!

สุดเฮง! หลาน ส.ส.อุดรฯ ถูกหวย 12 ล้าน เผยที่มาของโชคใหญ่ มาจากการฝันเห็นพ่อที่เสียไป โดยซื้อเลขอายุของพ่อตามที่ฝันเห็น พร้อมทั้งอธิษฐานว่าจะสร้างกุฏิถวายวัด

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนางปราณี แก้วเชียงหวาง อายุ 53 ปี แม่ค้าตลาดนัด ในพื้นที่ หมู่ 13 บ้านหนองสระใคร ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี หลังจากทราบข่าวว่าเธอหลาน ส.ส.อุดรฯ ถูกหวย 12 ล้าน จากการถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 994865 งวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2568 จำนวน 2 ใบ

บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความยินดี โดยมีนายหรั่ง ธุระพล ส.ส.เขต 3 จ.อุดรธานี นางปัญญสิริย์ ธุระพล นายก อบต.เชียงหวาง ภรรยา (ซึ่งนายหรั่งเป็นน้องชายของพ่อของนางปราณี) พร้อมด้วยญาติพี่น้อง และชาวบ้านที่ทราบข่าว มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง หลายคนต่างถ่ายรูปกับลอตเตอรี่เพื่อเป็นที่ระลึก

นางยศ ขมิ้นเขียว อายุ 78 ปี ผู้เป็นแม่ของนางปราณี ได้โผเข้ากอดและหอมแก้มลูกสาวด้วยความปลื้มปิติ พร้อมทั้งนำพวงมาลัยไปไหว้รูปของสามีที่เสียชีวิตไปนานแล้ว โดยเชื่อว่าเป็นผู้มาให้โชคลาภแก่ลูกสาว “พ่อเสียไปตอนอายุ 65 ปี มาเข้าฝันลูกก็ถูกรางวัลจริงๆ งวดหน้ามาให้ถูกรางวัลอีกนะ” นางยศกล่าวด้วยรอยยิ้ม

นางปราณี เล่าว่า ปกติจะขายกล้วยฉาบ ขนมนางเล็ด และไข่เป็ด อยู่ที่ตลาดนัดคลองถมบ้านด่าน ต.เชียงหวาง และมักจะซื้อลอตเตอรี่เสี่ยงโชคเป็นประจำ ใบที่ถูกรางวัลนี้ซื้อเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเลขที่ซื้อได้มาจากการที่พ่อที่เสียชีวิตไปแล้วมาเข้าฝันบอก “งวดที่แล้วพ่อก็มาเข้าฝันบอกเลข 50 ตนก็ถูกมาแล้ว ได้เงินมา 1 หมื่นบาท งวดนี้พ่อก็มาบอกอีก ตนก็เลยซื้อ 65 เลขนี้ถ้าพ่อมาเข้าฝันจะเกี่ยวพันเลขคู่นี้มาตลอด ไม่ว่าจะ 50 หรือ 56 คืนนั้นฝันว่าพ่อมาหาน้องสาวที่ป่วยติดเตียงอยู่ที่บ้าน ตนก็บอกว่าจะดูแลน้องเอง”

นางปราณี เล่าต่ออีกว่า ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบเข้าวัดทำบุญทำโรงทานอยู่แล้ว โดยเฉพาะวัดพระธรรมวิสุทธิมงคล ซึ่งเป็นวัดใกล้บ้าน และเป็นวัดที่พ่อและครอบครัวบริจาคที่ดินให้หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน จนกระทั่งกลายเป็นวัดในปัจจุบัน

“เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม มีการวางศิลาฤกษ์เจดีย์หลวงตามหาบัวที่วัด ตนก็ไปร่วมงาน แล้ววันที่ 14 สิงหาคม พระอาจารย์ที่วัดบอกว่า ที่วัดกุฏิมีน้อย ไม่พอรองรับครูบาอาจารย์ ก็เลยนึกในใจว่าถ้าหากถูกรางวัลที่ 1 จะสร้างกุฏิให้ 10 หลัง” นางปราณีกล่าวด้วยความตั้งใจ “ซึ่งเงินจำนวนนี้จะแบ่งไปสร้างกุฏิตามที่ตั้งใจ 10 หลัง หลังละ 1 แสน ก็ประมาณ 1 ล้านบาท ส่วนที่เหลือก็จะแบ่งให้ลูก 3 คน และญาติพี่น้อง”

นางปราณีกล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมาเคยคิดอยากจะถูกรางวัลที่ 1 แต่ก็ถูกแค่เลขท้าย ไม่นึกว่าจะหลาน ส.ส.อุดรฯ ถูกหวย 12 ล้าน จริงๆ “วันนี้กำลังจะเตรียมขายของที่ตลาดนัด เมื่อรางวัลออกแล้ว ก็ดีใจว่าถูกแค่ 65 เท่านั้น แต่เมื่อถามเลขข้างหน้ากับเพื่อนแม่ค้า ก็รู้ว่าถูกรางวัลที่ 1 ตนดีใจมาก ไม่ขายของต่อแล้ว เลยเอาของที่เตรียมมาขายแจกผู้คนจนหมด และเหมาร้านข้าวมันไก่ และไก่ป๊อบ แจกคนอื่นด้วย”

หลาน ส.ส.อุดรฯ ถูกหวย 12 ล้าน

ที่มาของโชค: ฝันเห็นพ่อให้เลข

เรื่องราวของนางปราณี หลาน ส.ส.อุดรฯ ถูกหวย 12 ล้าน ถือเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและความศรัทธาในเรื่องโชคลาภของคนไทย นอกจากนี้ การที่เธอตั้งใจนำเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญสร้างกุฏิ ก็ถือเป็นการสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่และน่าอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – หลาน ส.ส.อุดรฯ ถูกหวย 12 ล้าน เผยซื้ออายุพ่อมาเข้าฝัน อธิษฐานจะสร้างกุฏิถวายวัด

นิวคาสเซิลยังแกร่ง! ไร้ Isak – Howe

นิวคาสเซิลยังแกร่ง! ไร้ Isak – Howe

เอ็ดดี้ ฮาว บอสใหญ่ของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ออกมากล่าวว่าทีมของเขายังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แม้จะไม่มี อเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้าตัวเก่งที่ต้องการย้ายทีม หลังจากที่พวกเขาเสมอกับแอสตัน วิลล่า ที่เหลือผู้เล่น 10 คน ในเกมเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

นิวคาสเซิลยังแกร่ง! ไร้ Isak – Howe แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของกุนซือที่มีต่อทีม แม้จะขาดผู้เล่นสำคัญในแดนหน้า

เกมดังกล่าวจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 โดยนิวคาสเซิลไม่สามารถเจาะแนวรับของวิลล่าที่เหลือ 10 คนได้ หลังจากที่ผู้เล่นของวิลล่าถูกไล่ออกในช่วงครึ่งหลัง

ความเห็นของเอ็ดดี้ ฮาว

ฮาวกล่าวว่าเขาพอใจกับฟอร์มการเล่นของลูกทีม แม้ว่าจะไม่สามารถเก็บสามแต้มได้สำเร็จ เขายังกล่าวอีกว่าทีมของเขามีผู้เล่นที่มีคุณภาพมากมายที่สามารถทดแทนอิซัคได้

“เรายังมีทีมที่แข็งแกร่ง แม้จะไม่มีอเล็กซานเดอร์” ฮาวกล่าว

“เรามีผู้เล่นที่มีความสามารถมากมายที่สามารถก้าวขึ้นมาและสร้างความแตกต่างได้”

ฮาวยังกล่าวถึงความสำคัญของการมีทีมที่แข็งแกร่งและมีตัวเลือกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นในพรีเมียร์ลีก

“มันสำคัญมากที่เราจะมีทีมที่แข็งแกร่ง เพราะเราต้องพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์” ฮาวกล่าว

“เรามีฤดูกาลที่ยาวนานรออยู่ และเราต้องแน่ใจว่าเรามีผู้เล่นที่สามารถลงเล่นได้เมื่อถูกเรียกตัว”

การที่ นิวคาสเซิลยังแกร่ง! ไร้ Isak – Howe เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าทีมไม่ได้พึ่งพานักเตะคนใดคนหนึ่งมากเกินไป

ถึงเเม้ว่าการขาดหายไปของ อิซัค จะส่งผลกระทบต่อทีมบ้าง แต่พวกเขายังคงมีขุมกำลังที่สามารถทดเเทนกันได้อย่างลงตัว

อนาคตของนิวคาสเซิล

นิวคาสเซิลได้รับการคาดหมายว่าจะมีการเสริมทัพผู้เล่นใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีมและเพิ่มโอกาสในการลุ้นพื้นที่Top 4 อีกครั้ง

การที่ฮาวยืนยันว่า นิวคาสเซิลยังแกร่ง! ไร้ Isak – Howe แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในทีมชุดปัจจุบัน และความพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อเป้าหมายของทีม

แน่นอนว่าการมีอิซัคอยู่ในทีมจะเป็นประโยชน์อย่างมาก แต่การที่ทีมสามารถทำผลงานได้ดีแม้ไม่มีเขา ก็เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของนิวคาสเซิล

ถึงเเม้พวกเค้าจะทำผลงานได้ไม่ดีนักในนัดเเรก เเต่เหล่า ‘ทูน อาร์มี่’ ก็ยังคงเชื่อมั่นเเละพร้อมสนับสนุนทีมรักของพวกเค้าต่อไปอย่างเเน่นอน

ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล เเละเราคงจะได้เห็นอะไรอีกมากมายจาก ‘สาลิกาดง’ ภายใต้การคุมทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว

ที่มา – Newcastle ‘still a force’ without Isak -Howe

OTOP บินได้! ผลักดันสินค้า OTOP ขายในสนามบิน

“มนพร” สนับสนุนสนามบินในสังกัด ทย. ร่วมมือกับจังหวัด ผลักดันสินค้า OTOP ขายในสนามบิน นำร่องใน 6 แห่ง หวังสร้างรายได้ให้ชุมชน คนในท้องถิ่น ตามนโยบาย “สนามบินมีชีวิต”

ผลักดันสินค้า OTOP ขายในสนามบิน สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ใช้พื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบินทั่วประเทศให้เกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่น โดยให้สนามบินเป็นศูนย์กลางชุมชนและส่งเสริมเศรษฐกิจ เปิดโอกาสให้ร้านค้า OTOP สินค้าท้องถิ่น ตลาดเกษตรอินทรีย์ และศิลปะเพื่อนบ้าน มีพื้นที่ขายสินค้าภายใต้นโยบาย “สนามบินมีชีวิต”

แนวคิดนี้มุ่งเน้นให้สนามบินไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่เป็นจุดเชื่อมต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ชุมชน และเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัด ช่วยให้ชุมชนมีช่องทางขายสินค้าและมีรายได้ ผู้โดยสารได้สัมผัสอัตลักษณ์ท้องถิ่น และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

นำร่อง 6 สนามบินแล้วกับการผลักดันสินค้า OTOP ขายในสนามบิน

ขณะนี้ ทย. ได้เปิดร้านขายสินค้า OTOP นำร่องแล้วใน 6 สนามบิน ได้แก่ นครพนม สกลนคร พิษณุโลก อุบลราชธานี อุดรธานี และนครศรีธรรมราช ได้รับผลตอบรับดีจากผู้ประกอบการที่ขยายตลาดสู่ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ผู้โดยสารก็ได้เข้าถึงสินค้าท้องถิ่นคุณภาพโดยไม่ต้องไปถึงแหล่งผลิต สินค้าที่นำมาจำหน่ายยังผ่านการคัดเลือกให้เหมาะสมกับการนำขึ้นเครื่องบิน เช่น ขนาดเล็ก พกพาง่าย และมีบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม

นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวว่า ทย. มุ่งมั่นดำเนินการตามนโยบายอย่างต่อเนื่อง โดยจะหมุนเวียนประเภทสินค้าและร้านค้าภายในสนามบินทั้ง 6 แห่ง เพื่อกระจายรายได้ นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 สนามบินที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ ชุมพร ลำปาง และขอนแก่น ซึ่งได้ประสานงานกับพัฒนาชุมชนจังหวัดแล้ว ส่วนสนามบินอื่น ๆ จะเร่งดำเนินการต่อไป

การประสานความร่วมมือนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ให้มีคณะกรรมการพัฒนาการให้บริการท่าอากาศยานทุกแห่งในสังกัด ทย. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการฯ โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นประธาน ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเป็นรองประธาน และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ เพื่อยกระดับมาตรฐานและประสิทธิภาพการให้บริการในท่าอากาศยาน ทั้งด้านความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี

การผลักดันสินค้า OTOP ขายในสนามบิน ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน การที่สินค้า OTOP ได้ไปวางจำหน่ายในสนามบิน ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย เราหวังว่าโครงการนี้จะขยายผลไปยังสนามบินอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้สินค้า OTOP ไทยได้เติบโตและสร้างชื่อเสียงในระดับสากล

ที่มา – ผลักดันสินค้า OTOP ขายในสนามบิน หวังสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น นำร่องแล้ว 6 แห่ง

เลือกตั้งซ่อมเชียงราย: พรรคประชาชนส่ง “แม้ว สุทัศน์” ชิงชัย

พรรคประชาชนส่ง “แม้ว สุทัศน์ ยาละ” ลงสมัคร เลือกตั้งซ่อมเชียงราย เขต 7! ท้าชนเพื่อไทย ขอโอกาสเป็นปากเสียงให้ประชาชนตรวจสอบรัฐบาล

เลือกตั้งซ่อมเชียงราย: พรรคประชาชนส่ง “แม้ว สุทัศน์” ชิงชัย

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย สถานที่รับสมัครเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนสถานะ

นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายสุทัศน์ ยาละ ผู้สมัคร สส. ได้เดินทางมายื่นใบสมัคร ท่ามกลางกองเชียร์ที่มาให้กำลังใจอย่างอบอุ่น

นายสุทัศน์ ยาละ จบปริญญาตรีรัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง และกำลังศึกษาปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ปัจจุบันเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารและโรงแรม อีกทั้งยังมีประสบการณ์เป็นคณะกรรมการภาคประชาชน สำนักงานอัยการจังหวัดเทิง, กรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สภ.เวียงแก่น, ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร และที่ปรึกษานายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลหล่ายงาว

นายศรายุทธิ์ กล่าวถึงความสำคัญของการเลือกตั้งซ่อมเชียงรายครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการประเมินผลงานของทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาชนมั่นใจในศักยภาพของนายสุทัศน์ ผู้ที่ทำงานร่วมกับพรรคมาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนอย่างแท้จริง

ทำไมต้องเลือก “แม้ว สุทัศน์” ในการเลือกตั้งซ่อมเชียงราย?

เลขาธิการพรรคประชาชนเน้นย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของประชาชนว่าจะเพิ่มเสียงให้รัฐบาล หรือจะเพิ่มเสียงให้ฝ่ายค้านที่พร้อมตรวจสอบและปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเข้มข้น

นายสุทัศน์ ยาละ กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน และเชื่อมั่นว่าจะได้รับความไว้วางใจจากชาวเชียงราย พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 14 กันยายน 2568 เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

เขตเลือกตั้งที่ 7 เชียงราย ประกอบด้วย อ.เชียงแสน, อ.ดอยหลวง, อ.เวียงแก่น, อ.เชียงของ (ยกเว้น ต.ครึ่ง, ต.บุญเรือง), และ ต.จันจว้า, ต.จันจว้าใต้ อ.แม่จัน ในการเลือกตั้งปี 2566 นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน จากพรรคเพื่อไทยได้รับคะแนนสูงสุด, รองลงมาคือนายประหยัด เสียงดัง จากพรรคประชาชน (เดิมคือพรรคก้าวไกล), และ น.ส.มิรันตี บุญแก้ว จากพรรคภูมิใจไทย

สถานการณ์การเลือกตั้งซ่อมเชียงรายในปัจจุบัน มีผู้สมัครเพียง 2 คน คือนายสง่า พรมเมือง จากพรรคเพื่อไทย และนายสุทัศน์ ยาละ จากพรรคประชาชน หลายฝ่ายจับตาว่าจะมีผู้สมัครเพิ่มเติมหรือไม่ โดยเฉพาะ น.ส.มิรันตี บุญแก้ว จากพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็มีกระแสข่าวว่าอาจติดเงื่อนไขการย้ายพรรค

การเลือกตั้งซ่อมเชียงรายครั้งนี้จึงเป็นการแข่งขันที่น่าจับตามอง ระหว่างผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเข้ามาเป็นตัวแทนในการพัฒนาพื้นที่และแก้ไขปัญหา

การตัดสินใจของพี่น้องชาวเชียงราย เขต 7 ในวันที่ 14 กันยายนนี้ จะเป็นตัวชี้วัดทิศทางการเมืองในอนาคต มาร่วมกันใช้สิทธิ์ใช้เสียง เพื่อเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาความเจริญและความเป็นธรรมมาสู่บ้านเรา

ที่มา – พรรคประชาชนส่ง “แม้ว สุทัศน์” ท้าชนเพื่อไทย ชิงเก้าอี้เลือกตั้งซ่อมเชียงราย