เงินเยียวยา

รัฐบาลชวนร้านค้าใช้ “นกกระซิบ” AI ผู้ช่วยร้านค้าถุงเงินไทยช่วยไทย

ยุคนี้การทำธุรกิจร้านค้ารายย่อยก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มตัวแล้วนะครับ ล่าสุดทางรัฐบาลได้ออกมาเชิญชวนให้พ่อค้าแม่ค้าลองใช้ รัฐบาลชวนร้านค้าใช้ “นกกระซิบ” AI ผู้ช่วยร้านค้าถุงเงินไทยช่วยไทย ซึ่งเป็นฟีเจอร์อัจฉริยะในแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ ที่พร้อมจะเข้ามาเปลี่ยนการบริหารจัดการร้านค้าแบบเดิมๆ ให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มให้วุ่นวายครับ

ทำไมร้านค้าไทยต้องใช้ รัฐบาลชวนร้านค้าใช้ “นกกระซิบ” AI ผู้ช่วยร้านค้าถุงเงินไทยช่วยไทย

จากการเปิดตัวเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ใช้งานฟีเจอร์นี้ไปแล้วกว่า 400,000 ครั้ง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจมากครับว่าร้านค้าไทยเริ่มเปิดใจรับเทคโนโลยีใหม่ๆ กันมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่มที่นำมาปรับใช้ในการวางกลยุทธ์ธุรกิจ

ประโยชน์ของการใช้ รัฐบาลชวนร้านค้าใช้ “นกกระซิบ” AI ผู้ช่วยร้านค้าถุงเงินไทยช่วยไทย

  • การจัดการต้นทุน: ช่วยให้ร้านค้าวางแผนซื้อวัตถุดิบและคำนวณกำไรได้แม่นยำขึ้น
  • วิเคราะห์การตลาด: ไม่ต้องคาดเดาเอง เพราะ AI ช่วยวิเคราะห์เทรนด์การตั้งราคาและการจัดโปรโมชัน
  • เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน: เชื่อมต่อกับระบบอารีย์สกอร์เพื่อให้คุณเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายกว่าเดิม

สิ่งที่น่าประทับใจมากคือพัฒนาการของผู้ใช้งานครับ จากที่เคยตั้งคำถามแบบพื้นๆ ปัจจุบันร้านค้าเริ่มพิมพ์สั่งการและขอคำแนะนำเชิงลึกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ‘ตั้งราคาขายอย่างไรให้คุ้มทุน’ หรือ ‘จัดโปรโมชันแบบไหนถึงจะดึงลูกค้าได้ดีขึ้น’ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการไทยกำลังปรับตัวเข้าสู่การเป็นเถ้าแก่ยุค 5.0 อย่างเต็มภาคภูมิ

อนาคตของ ‘นกกระซิบ’ จะมีความสามารถมากขึ้น ทั้งการเปรียบเทียบยอดขายในพื้นที่คู่แข่ง หรือการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่ลึกซึ้งกว่าเดิม หากคุณเป็นร้านค้าที่ใช้แอปถุงเงินอยู่แล้ว การไม่ใช้เครื่องมือนี้ถือว่าน่าเสียดายมากครับ เพราะนี่คือโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตและยั่งยืนได้ในสนามการค้าที่เต็มไปด้วยการแข่งขันในปัจจุบัน

หากวันนี้คุณยังมีคำถามเกี่ยวกับการบริหารร้านค้า ลองเปิดแอปถุงเงินแล้วไปทำความรู้จักกับน้อง ‘นกกระซิบ’ ดูนะครับ แล้วคุณจะพบว่า AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างคุณตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ร้านค้าของคุณมียอดขายปังๆ และจัดการหลังบ้านได้อย่างมืออาชีพครับ

ที่มา – รัฐบาลชวนร้านค้าใช้ “นกกระซิบ” AI ผู้ช่วยร้านค้าถุงเงินไทยช่วยไทย ใช้ข้อมูลพัฒนาค้าขาย

“ชัชวาล” สับยับ ประชุม นบข.นัดแรก ไร้วาระ “ไร่ละพัน”

“ชัชวาล” สับยับ ประชุม นบข.นัดแรก ไร้วาระ “ไร่ละพัน”

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงเกษตรกรรม เมื่อ นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างหนัก หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) นัดแรกผ่านไป แต่กลับไม่มีการพูดถึงมาตรการช่วยเหลือที่พี่น้องเกษตรกรตั้งตารออย่าง “ชัชวาล” สับยับ ประชุม นบข.นัดแรก ไร้วาระ “ไร่ละพัน” ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชาวนาทั่วประเทศอย่างมาก

นายชัชวาลกล่าวด้วยความผิดหวังว่า ในที่ประชุมไม่มีการนำวาระมาตรการลดต้นทุนการผลิตหรือเงินเยียวยาโครงการ “ไร่ละพัน” ปี 69/70 เข้าพิจารณาเลย เหมือนรัฐบาลกำลังปล่อยเกียร์ว่างในสถานการณ์ที่เกษตรกรกำลังเดือดร้อนหนัก ทั้งจากราคาปุ๋ยและน้ำมันที่พุ่งสูง การที่ออกมาพูดว่าไหนว่าจะรวยไม่ไหวแล้วนั้น เพราะปัจจุบันชาวนาแทบไม่มีทุนเหลือในการทำนาต่อ

วิกฤตซ้ำเติมจากลานีญาและปัญหาเมล็ดพันธุ์

นอกจากปัญหา “ชัชวาล” สับยับ ประชุม นบข.นัดแรก ไร้วาระ “ไร่ละพัน” แล้ว สถานการณ์ความแห้งแล้งจากปรากฏการณ์ลานีญาที่บิดเบือนสภาพอากาศยังทำร้ายชาวนาซ้ำเข้าไปอีก โดยมีปัญหาที่น่ากังวลเกิดขึ้น ดังนี้:

  • การขาดแคลนเมล็ดพันธุ์: พื้นที่แปลงพันธุ์ข้าวเสียหายจากภัยแล้ง ทำให้เมล็ดพันธุ์ขาดตลาดและราคาสูงขึ้น
  • เมล็ดพันธุ์เถื่อนระบาด: พ่อค้าฉวยโอกาสนำข้าวไม่ได้มาตรฐานออกมาขาย ทำให้เกษตรกรเสี่ยงโดนหลอกและผลผลิตตกต่ำ
  • ภาระหนี้สินพุ่ง: เมื่อต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นแต่รัฐบาลไร้มาตรการโอบอุ้ม หนี้เก่าที่มีอยู่จึงยิ่งพอกพูน

ในมุมมองของนายชัชวาล การที่รัฐบาลลืมคำสัญญาที่ให้ไว้ตอนหาเสียงเรื่องราคาสินค้าเกษตรและมาตรการช่วยเหลือพื้นฐาน เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก เพราะ “ชัชวาล” สับยับ ประชุม นบข.นัดแรก ไร้วาระ “ไร่ละพัน” สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาปากท้องของประชาชนไม่ใช่ลำดับความสำคัญแรก รัฐบาลต้องรีบทบทวนท่าทีและออกมาตรการเชิงรุกก่อนที่เศรษฐกิจฐานรากของไทยจะพังทลายลงมากกว่านี้

ในฐานะผู้ติดตามสถานการณ์ ผมมองว่าหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาเกษตรกรรมคือความรวดเร็วและตรงจุด หากรัฐบาลยังคงนิ่งเฉย ปล่อยให้ชาวนาเผชิญชะตากรรมลำพัง สุดท้ายแล้วผลกระทบจะย้อนกลับมาที่ความมั่นคงทางอาหารและการส่งออกข้าวของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้แค่ขายฝันให้เกษตรกร

ที่มา – “ชัชวาล” สับยับ ประชุม นบข.นัดแรก ไร้วาระ “ไร่ละพัน” ไหนว่าจะรวยไม่ไหวแล้ว ปล่อยชาวนาอกหัก

15 มิ.ย. นี้ เริ่มใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีมาฝากสำหรับสายกินและผู้ที่รอคอยการใช้สิทธิ์สนับสนุนจากภาครัฐครับ เตรียมตัวให้พร้อมได้เลย เพราะโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 กำลังขยายช่องทางให้เราเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยครับ

15 มิ.ย. นี้ เริ่มวันแรก ใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี 4 แพลตฟอร์มหลัก

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการออกไปใช้จ่ายที่หน้าร้านโดยตรง แต่ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป รัฐบาลได้ประกาศข่าวดีว่าเราสามารถเริ่มใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีชั้นนำทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood ได้แล้ว ซึ่งถือเป็นการตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกสบายและไม่อยากเดินทางฝ่ารถติดไปร้านอาหารเองครับ

วิธีใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ให้คุ้มค่า

สำหรับขั้นตอนง่ายๆ คือเพียงแค่สั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันที่เข้าร่วมโครงการ โดยร้านอาหารกว่า 88,198 แห่งทั่วประเทศได้ทำการเชื่อมระบบผ่านแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมรับออเดอร์จากพวกเราครับ คุณสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. ในทุกๆ วัน ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เลยทีเดียว

หากเราดูตัวเลขสถิติที่ผ่านมา ต้องบอกว่าโครงการนี้ได้รับความนิยมสุดๆ เพราะมีผู้ใช้งานไปแล้วกว่า 26 ล้านคน และมียอดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากจำนวนมหาศาล การที่รัฐบาลเพิ่มช่องทางเดลิเวอรีเข้ามาครั้งนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 พร้อมเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายจริงๆ ครับ

  • ใช้งานง่าย สะดวกผ่านมือถือ
  • รองรับ 4 แพลตฟอร์มหลักที่คนไทยนิยม
  • ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละมื้อ
  • กระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยใกล้บ้านคุณ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้เพื่อนๆ วางแผนการกินในแต่ละวันได้อย่างคุ้มค่านะครับ อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์และใช้จ่ายภายในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชนของเราให้แข็งแกร่งกันต่อไปครับ ใครที่ยังไม่ได้ลองใช้สิทธิ์ผ่านเดลิเวอรี บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาดเพราะนอกจากจะประหยัดเงินแล้ว ยังช่วยให้ร้านอาหารเล็กๆ มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วยครับ!

ที่มา – 15 มิ.ย. นี้ เริ่มวันแรก ใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี 4 แพลตฟอร์มหลัก

เอกนิติ ลั่นทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน ปมลูกยื่นลดหย่อนภาษีพ่อแม่

เอกนิติ ลั่นทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน ปมลูกยื่นลดหย่อนภาษีพ่อแม่

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล เมื่อมีการพูดถึงสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กับกรณีที่ลูกนำชื่อพ่อแม่ไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี จนส่งผลกระทบทำให้พ่อแม่ถูกตัดสิทธิ์ช่วยเหลือจากรัฐ ล่าสุด คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาไขข้อข้องใจและชี้แจงประเด็น เอกนิติ ลั่นทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน ปมลูกยื่นลดหย่อนภาษีพ่อแม่ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง

สรุปประเด็น เอกนิติ ลั่นทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน ปมลูกยื่นลดหย่อนภาษีพ่อแม่

หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการคัดกรองผู้มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการให้เป็นผู้ที่เดือดร้อนและขัดสนจริงๆ เท่านั้น โดยที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ถือบัตรกว่า 13.2 ล้านคน ซึ่งมีทั้งผู้ที่เดือดร้อนจริงและผู้ที่อาจจะไม่ได้เดือดร้อนแต่ยังคงใช้สิทธิ์อยู่ ส่งผลให้เกิดข้อร้องเรียนมากมายว่ามีคนตกหล่นจากการสำรวจ

นายเอกนิติกล่าวว่า ในประเด็นเรื่องลูกนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษีโดยที่พ่อแม่ไม่ได้รับรู้ หรือไม่มีการดูแลจริงนั้น รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและได้รับสั่งการจากท่านนายกรัฐมนตรีให้รีบดำเนินการทบทวนด่วนที่สุด ทว่าสำหรับการยื่นภาษีในปีนี้ถือว่าไม่ทันการณ์ เนื่องจากกระบวนการทางภาษีได้เสร็จสิ้นไปแล้ว จึงจะเริ่มจัดระเบียบใหม่สำหรับปีหน้าเป็นต้นไป

  • รัฐบาลเน้นความเป็นธรรมให้ผู้มีรายได้น้อยตัวจริง
  • เตรียมปรับปรุงเกณฑ์การคัดกรองเพื่อไม่ให้เกิดการแอบอ้างสิทธิ์
  • ผู้ที่ตกหล่นสามารถลงทะเบียนในโครงการเสริมอื่นๆ เช่น ไทยช่วยไทยพลัส

สำหรับบรรดาผู้ที่พลาดสิทธิ์หรือถูกตัดสิทธิ์ไปก่อนหน้านี้ รัฐบาลยังมีทางเลือกให้ไปใช้สิทธิ์ในโครงการอื่น เช่น ไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งจะเปิดให้เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความช่วยเหลือจะไปถึงมือผู้ที่ต้องการที่สุดจริงๆ

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ดังกล่าว แนะนำให้คอยติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังต่อไปครับ เพราะรัฐบาลยืนยันแล้วว่าพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นจากสังคมเพื่อปรับแก้ไขหลักเกณฑ์ให้มีความยุติธรรมต่อนามสกุลคนไทยทุกครอบครัว

ที่มา – “เอกนิติ” ลั่นทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน ปมลูกยื่นลดหย่อนภาษีพ่อแม่ แจงปีนี้ไม่ทันเหตุยื่นภาษีไปแล้ว

นายกฯ ปลื้ม กระแสไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก ชาวบ้านขออย่าหยุด

นายกฯ ปลื้ม กระแสไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก ชาวบ้านขออย่าหยุด

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาให้กับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ตลาดสดอยู่ไม่น้อย เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยจริงและติดตามความคืบหน้าของโครงการ นายกฯ ปลื้ม กระแสไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก ชาวบ้านขออย่าหยุด ซึ่งถือเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์โลกในปัจจุบัน

จากการลงพื้นที่ตลาดศรีย่าน นายกรัฐมนตรีได้เห็นภาพความคึกคักของการจับจ่ายใช้สอย พี่น้องประชาชนต่างให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยมในการใช้สิทธิผ่านโครงการ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ร้านก๋วยเตี๋ยวเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงร้านของชำ ร้านผลไม้ และกิจการขนาดเล็กทั่วทุกมุมเมือง การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความตั้งใจของรัฐบาลที่ต้องการให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่มือประชาชนโดยตรง

เสียงสะท้อนจากประชาชนเมื่อ นายกฯ ปลื้ม กระแสไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก ชาวบ้านขออย่าหยุด

เมื่อสอบถามถึงความรู้สึกของประชาชน นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า เสียงสะท้อนที่ได้รับกลับมาส่วนใหญ่คือ “ขออย่าได้หยุด” เพราะโครงการนี้ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าครองชีพได้จริง ทำให้นายกฯ ถึงกับลั่นวาจาว่ารัฐบาลจะต้อง “หาเรื่องพลัสไปเรื่อยๆ” เพื่อนำโครงการดีๆ มาสนับสนุนคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ต่อเนื่องไม่ขาดตอน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้กำหนดแนวทางในการดำเนินนโยบายในอนาคต ดังนี้:

  • การหมุนเวียนเศรษฐกิจ: เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงระบบเพื่อรับสิทธิได้อย่างทั่วถึง
  • การรับฟังความเห็น: พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่ไม่เอื้ออำนวยให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของชาวบ้าน
  • การประชาสัมพันธ์: ปรับกลยุทธ์ให้เข้าถึงผู้ที่ยังไม่ทราบวิธีใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องหลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีนั้น นายกรัฐมนตรียืนยันว่ารัฐบาลพร้อมเปิดใจรับฟังทุกความคิดเห็นและยินดีที่จะแก้ไขให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างเป็นธรรมที่สุด โดยจะไม่มีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์กะทันหันในรอบปัจจุบัน แต่จะนำข้อผิดพลาดหรือสิ่งที่คาดไม่ถึงไปปรับปรุงพัฒนาในโครงการต่อๆ ไป

โดยสรุปแล้ว การทำงานของรัฐบาลในชุดนี้เน้นไปที่การเอาใจใส่ใกล้ชิดกับปัญหาของประชาชน หากนโยบายใดได้รับเสียงตอบรับที่ดี ก็มีแนวโน้มที่จะต่อยอดและเพิ่มมาตรการใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่ผู้นำให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่จริงเพื่อฟังคำตอบจากปากของชาวบ้านโดยตรง ทั้งนี้ เชื่อว่าในอนาคตเราจะได้เห็นมาตรการอื่นๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนรายได้ในกระเป๋าของพี่น้องประชาชนให้มากขึ้นอย่างแน่นอน

ที่มา – นายกฯ ปลื้ม กระแสไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก ชาวบ้านขออย่าหยุด ลั่นต้องหาเรื่องพลัสไปเรื่อยๆ

ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 จ่ายค่าเดินทางผ่านแอปเป๋าตัง

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังมองหาวิธีลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันกันอยู่ใช่ไหมครับ? วันนี้มีข่าวดีมากฝากทุกคน กับโครงการที่น่าสนใจอย่าง ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ที่รัฐบาลตั้งใจออกมาเพื่อช่วยลดภาระค่าเดินทางของพวกเราทุกคนให้เบาลง โดยสามารถใช้จ่ายค่าโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

รวมรายละเอียด ไทยช่วยไทย พลัส 60/40

สำหรับโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 นี้ รัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนได้สิทธิ์สนับสนุนค่าเดินทางระบบขนส่งมวลชน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 โดยครอบคลุมทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า รถโดยสารระหว่างจังหวัด และเรือด่วน ซึ่งช่วยให้เราจ่ายค่าเดินทางในสัดส่วนที่น้อยลงเพียงแค่ 40% เท่านั้น ส่วนอีก 60% รัฐจะช่วยสนับสนุนให้ครับ

ช่องทางและวิธีการใช้สิทธิ์ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40

การใช้งานนั้นแสนง่าย เพียงแค่คุณมีแอปพลิเคชันเป๋าตัง ก็สามารถใช้สิทธิ์ได้ทันทีในช่วงเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน โดยรายละเอียดการเดินทางที่เข้าร่วมมีดังนี้ครับ:

  • รถเมล์ ขสมก.: ใช้จ่ายผ่านแอปเป๋าตังกับพนักงานเก็บค่าโดยสารได้โดยตรง
  • รถไฟฟ้า: รองรับทั้ง MRT 4 สาย (น้ำเงิน, ม่วง, เหลือง, ชมพู) และรถไฟฟ้า BTS ทุกสาย สะดวกสบายด้วยการซื้อตั๋วเที่ยวเดียวผ่านแอป
  • รถโดยสาร บขส.: รัฐช่วยสนับสนุนวงเงินสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน สำหรับเดินทางระหว่างจังหวัดที่สถานีเดินรถ บขส. ทั่วประเทศ
  • เรือโดยสาร: ใช้สิทธิ์ได้ที่จุดให้บริการที่กำหนด เช่น สาทร ไอคอนสยาม และท่าเรือสำคัญอื่นๆ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม โดยสามารถใช้บริการรถเมล์ไฟฟ้าไทย สมายล์ บัส (TSB) ได้อีกด้วย เพียงแค่แสดงบัตรประชาชนเพื่อชำระค่าโดยสารผ่านระบบ EDC ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบขนส่งไทยให้เชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ

ในมุมมองของผม โครงการนี้ไม่เพียงแค่ช่วยเรื่องเงินในกระเป๋าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจรและมลพิษในระยะยาวได้ ใครที่ต้องเดินทางไปทำงานหรือเรียนทุกวัน ห้ามพลาดที่จะตรวจสอบสิทธิ์และเริ่มต้นใช้งานตั้งแต่วันนี้เลยนะครับ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าเดิม

ที่มา – “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ใช้จ่ายค่ารถเมล์–รถไฟฟ้า–เรือ–รถบขส. ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่มตั้งแต่วันนี้

นกกระซิบ บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน

นกกระซิบ บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน

ข่าวดีสำหรับพ่อค้าแม่ค้ายุคดิจิทัล! รัฐบาลเดินหน้าเต็มสูบในการยกระดับร้านค้ารายย่อยด้วยเทคโนโลยี AI ล่าสุดได้เปิดตัวฟีเจอร์อัจฉริยะที่ชื่อว่า “นกกระซิบ” บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้การบริหารจัดการร้านค้าของคุณง่ายและแม่นยำกว่าที่เคย ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ร้านค้าที่ใช้แอปฯ ถุงเงินจะได้รับผู้ช่วยส่วนตัวที่ชาญฉลาดมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจแบบเรียลไทม์

ทำไมต้องใช้งานฟีเจอร์ นกกระซิบ บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน?

หลายคนอาจสงสัยว่าระบบนี้จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจแบบเดิมๆ ได้อย่างไร คำตอบคือ AI ตัวนี้ไม่ได้เป็นแค่แชทบอทตอบคำถามโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เท่านั้น แต่ยังเป็นกูรูด้านข้อมูลที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้เฉียบคมยิ่งขึ้น โดยฟีเจอร์เด่นที่ไม่ควรพลาดประกอบไปด้วย:

  • วิเคราะห์ยอดขายอัตโนมัติ: บอกลาการจดบันทึกแบบเดิมๆ เพราะนกกระซิบจะสรุปยอดขายรายวัน วิเคราะห์ช่วงเวลาทองที่คนเข้าร้านเยอะที่สุด ทำให้คุณจัดสต็อกสินค้าและวางแผนกำลังคนได้อย่างเหมาะสม
  • เช็กราคากลางวัตถุดิบ: ระบบจะเชื่อมต่อกับกรมการค้าภายใน เพื่ออัปเดตราคาหมู ไก่ และวัตถุดิบสำคัญแบบวันต่อวัน คุณจะได้รู้ต้นทุนที่แท้จริง ไม่ต้องกลัวซื้อของแพงเกินเหตุ
  • คำนวณกำไรและต้นทุนเบื้องต้น: ช่วยคำนวณกำไรสุทธิต่อหน่วย ทำให้คุณตั้งราคาขายได้อย่างมั่นใจ ว่าไม่เข้าเนื้อและมีกำไรเพียงพอสำหรับการต่อยอดธุรกิจ

การใช้เครื่องมืออย่าง “นกกระซิบ” บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ร้านค้ายุคใหม่ต้องปรับตัวให้ทัน รัฐบาลตั้งใจให้เทคโนโลยี AI เข้าถึงผู้ประกอบการทุกระดับ เพื่อให้การจัดการร้านค้าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป คุณสามารถเริ่มใช้งานได้ทันทีเพียงอัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชัน 5.50.0 ขึ้นไปครับ

หากคุณเป็นเจ้าของร้านค้า อย่ารอช้า! ลองเข้าไปทดสอบใช้งานฟีเจอร์นี้ดูนะครับ เพราะข้อมูลคือขุมทรัพย์ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตและแข่งขันได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การรู้ราคาต้นทุนและเข้าใจยอดขายตัวเองดีพอ คือหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนร้านเล็กๆ ให้กลายเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้แน่นอน

ที่มา – รัฐบาลเปิดตัว “นกกระซิบ” บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน เริ่มใช้ 1 มิ.ย.

เริ่มแล้ว! สแกนจ่าย ไทยช่วยไทยพลัส วันแรกคึกคัก เช็กเลย

เริ่มแล้ววันนี้! บรรยากาศการสแกนจ่าย ไทยช่วยไทยพลัส ในวันแรกถือว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก หลังจากที่รัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนผู้ลงทะเบียนได้รับสิทธิเรียบร้อยแล้ว ต่างแห่เติมเงินเข้า G-Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อเตรียมตัวใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการกันตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา สำหรับใครที่ยังสับสนหรืออยากรู้เทคนิคในการใช้งานให้คุ้มค่า วันนี้เรามีรายละเอียดมาฝากกันครับ

เริ่มแล้ว! สแกนจ่าย ไทยช่วยไทยพลัส วันแรกคึกคัก เช็กวิธีกดใช้สิทธิที่นี่

โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส เกิดขึ้นเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนจากผลกระทบด้านพลังงาน โดยรัฐบาลจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในรูปแบบการร่วมจ่าย (60/40) สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการสามารถใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 นี้เท่านั้น

วิธีตรวจสอบสิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส และการใช้งาน

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า อย่าลืมเข้าไปเช็กสิทธิคงเหลือในแอปเป๋าตังก่อนเสมอ โดยโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส มีเงื่อนไขการใช้งานง่ายๆ เพียงเข้าเมนู G-Wallet กดเลือกโครงการ แล้วระบบจะแสดงสิทธิคงเหลือวันนี้ ให้คุณทราบทันทีว่าสามารถใช้จ่ายได้อีกเท่าไร พร้อมทั้งดูประวัติการใช้สิทธิได้ตลอดเวลา เพื่อให้บริหารจัดการงบประมาณส่วนตัวได้อย่างแม่นยำ

ขั้นตอนการใช้งานมีเพียงไม่กี่ขั้นตอน ดังนี้

  • เปิดแอปฯ เป๋าตัง เลือกเมนู G-Wallet และกดเข้าแบนเนอร์โครงการ
  • แจ้งร้านค้าว่า “จ่ายด้วยไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อรับ QR Code
  • กดปุ่มสแกนในแอปฯ แล้วเล็งที่ QR ของร้านค้า
  • ระบบจะคำนวณส่วนต่าง 60/40 ให้โดยอัตโนมัติ
  • กดยืนยันการชำระเงิน พร้อมใส่รหัส PIN 6 หลัก

นอกจากนี้ สำหรับใครที่ชอบความสะดวกสบาย ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป คุณยังสามารถใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมรายการได้อีกด้วย โดยรัฐบาลจะช่วยสมทบค่าอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมค่าจัดส่ง ดังนั้นจึงควรคำนวณยอดสั่งซื้อให้พอดีกับงบประมาณในแต่ละวัน เพื่อให้การใช้จ่ายผ่านโครงการนี้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าที่สุดครับ สำหรับใครที่ผ่านการอนุมัติแล้ว อย่าลืมเริ่มใช้สิทธิก่อนที่โอกาสดีๆ แบบนี้จะหมดลงนะครับ

ที่มา – เริ่มแล้ว! สแกนจ่าย “ไทยช่วยไทยพลัส” วันแรกคึกคัก เช็กวิธีกดใช้สิทธิที่นี่

วิธีสแกนจ่ายเงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปเป๋าตัง จ่ายง่ายๆ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาทำความเข้าใจกับโครงการดีๆ อย่าง “ไทยช่วยไทยพลัส” กันครับ หลายคนอาจจะสงสัยว่าต้องทำอย่างไรถึงจะรับสิทธิ์และใช้งานได้ นี่คือคู่มือวิธีสแกนจ่ายเงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปเป๋าตัง จ่ายง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ที่ผมสรุปมาให้แบบเน้นๆ เพื่อให้คุณไม่พลาดโอกาสดีๆ ในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐครับ

วิธีสแกนจ่ายเงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปเป๋าตัง จ่ายง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนกว่า 43 ล้านคน โดยรัฐจะสนับสนุนค่าสินค้าและบริการในอัตราร้อยละ 60 สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน สำหรับขั้นตอนการใช้งานนั้นง่ายมาก เพียงคุณมีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ติดเครื่องไว้ ก็เริ่มลุยได้เลยครับ

ขั้นตอนการใช้สิทธิ์แบบมือโปร

สำหรับวิธีการเข้าใช้งาน วิธีสแกนจ่ายเงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปเป๋าตัง จ่ายง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก มีขั้นตอนดังนี้ครับ:

  • เปิดแอปฯ “เป๋าตัง” ขึ้นมา แล้วกดที่แบนเนอร์โครงการ
  • กดเลือกปุ่มสแกน QR เพื่อใช้สิทธิ์จ่ายเงิน
  • สแกน QR ร้านค้าถุงเงินที่เข้าร่วมโครงการ
  • กดยืนยันการชำระเงิน หากเงินใน G-Wallet ไม่พอ ระบบจะให้คุณเติมเงินจากบัญชีกรุงไทยครับ
  • ใส่รหัส PIN 6 หลักเพื่อยืนยัน
  • อย่าลืมบันทึกสลิปทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงนะครับ

สำหรับการใช้งาน วิธีสแกนจ่ายเงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปเป๋าตัง จ่ายง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก นั้น สามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 23.00 น. ทุกวัน จนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2569 ครับ

ข้อควรระวังในการสั่งฟู้ดเดลิเวอรี

นอกจากการซื้อของที่ร้านแล้ว คุณยังสามารถสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมรายการได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 โดยรัฐจะช่วยจ่ายเฉพาะค่าอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมค่าส่ง อย่าลืมบริหารจัดการสิทธิ์ให้ดี เพราะยอดที่เหลือในแต่ละเดือนไม่สามารถทบไปเดือนถัดไปได้ครับ

สินค้าไหนร่วมโครงการบ้าง?

คุณสามารถใช้สิทธิ์เลือกซื้อร้านอาหาร, เครื่องดื่ม, สินค้าทั่วไป, ร้าน OTOP และบริการขนส่งสาธารณะได้เต็มที่ แต่ขอย้ำว่าห้ามนำไปซื้อสินค้าต้องห้ามอย่างแอลกอฮอล์, ยาสูบ, หรือบริการที่ต้องจ่ายล่วงหน้าจำพวกสปาและร้านทำผมนะครับ เพราะสิทธิ์นี้เน้นการอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง

ผมมองว่าโครงการนี้เป็นโอกาสที่ดีมากในการช่วยเซฟเงินในกระเป๋าเราได้ทุกวัน ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนใช้งานกันอย่างคุ้มค่าและตรวจสอบสิทธิ์ตัวเองบ่อยๆ นะครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถเช็กรายละเอียดได้ที่แอปฯ เป๋าตังได้เลยครับ!

ที่มา – วิธีสแกนจ่ายเงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปเป๋าตัง จ่ายง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

Scroll to top