เจาะไอร้อง

ป่วนนราธิวาส คนร้ายเผากล้องวงจรปิดและยิงตู้คอมบายเนอร์ 3 จุด

ป่วนนราธิวาส คนร้ายเผากล้องวงจรปิดและยิงตู้คอมบายเนอร์ 3 จุด

เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้จนได้ครับ โดยล่าสุดได้รับรายงานว่าเกิดเหตุ ป่วนนราธิวาส คนร้ายเผากล้องวงจรปิดและยิงตู้คอมบายเนอร์ 3 จุด ในพื้นที่อำเภอเจาะไอร้อง ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบรักษาความปลอดภัยของพื้นที่อย่างมาก โดยเหตุเกิดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าคนร้ายได้มุ่งเน้นไปที่ตู้คอมบายเนอร์หรือตู้รวบรวมกระแสไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์ รวมถึงกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ตามจุดยุทธศาสตร์ โดยมีการใช้อาวุธปืนลูกซองยิงทำลายตู้ไฟฟ้าและใช้ยางรถจักรยานยนต์จุดไฟเผากล้องวงจรปิดด้วยวิธีที่อุกอาจ

เหตุการณ์ ป่วนนราธิวาส คนร้ายเผากล้องวงจรปิดและยิงตู้คอมบายเนอร์ 3 จุด เกิดขึ้นได้อย่างไร

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ยังหลงเหลืออยู่ พบพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายจำนวน 4 คน สวมชุดสีดำปิดบังใบหน้า เดินวนเวียนและลงมือทำลายทรัพย์สินอย่างรวดเร็ว โดยสาเหตุที่ทำให้เหตุการณ์ ป่วนนราธิวาส คนร้ายเผากล้องวงจรปิดและยิงตู้คอมบายเนอร์ 3 จุด ครั้งนี้เกิดขึ้น คาดว่าเป็นการแสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เพื่อตัดวงจรการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ

  • ความเสียหายจุดที่ 1: กล้องวงจรปิดถูกเผาจนกลายเป็นตอตะโก
  • ความเสียหายจุดที่ 2: ตู้โซล่าเซลล์ถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซอง 4 นัด
  • ความเสียหายจุดที่ 3: ตู้คอมบายเนอร์บริเวณหน้าโรงเรียนเสียหายหนัก

เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่แค่เพียงความเสียหายต่อทรัพย์สิน แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงการจ้องทำลายระบบสาธารณูปโภคและระบบความปลอดภัยของคนในพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจำต้องเร่งประสานกำลังเพื่อไล่ล่ากลุ่มคนร้ายมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็วที่สุด

สิ่งที่น่าสังเกตคือ คนร้ายมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี ทั้งการใช้ไม้ไผ่ที่มีใบมีดและอุปกรณ์ประกอบการเผา แสดงให้เห็นถึงความชำนาญในพื้นที่เป็นอย่างมาก เราในฐานะคนไทยคงต้องส่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสี่ยงในพื้นที่อันตรายเช่นนี้

เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เพียงการซ่อมแซมจุดที่เสียหาย แต่ต้องมุ่งเน้นไปที่ความร่วมมือของชุมชนและการเฝ้าระวังเชิงรุกเพื่อให้เหตุร้ายไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – ป่วนนราธิวาส คนร้ายเผากล้องวงจรปิดและยิงตู้คอมบายเนอร์ 3 จุด คาดฝีมือสมาชิกแนวร่วม

คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ขรก.ในพระองค์ รอดหวุดหวิด

เกิดเหตุระทึกขวัญ คนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงรถยนต์ของข้าราชการในพระองค์ ที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เคราะห์ดีเจ้าตัวซิ่งรถหนีตายรอดหวุดหวิด ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง รวมถึงความเป็นไปได้ในการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 23 กันยายน 2568 ร.ต.ท.ป้อมพิทักษ์ พึ่งตำบล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ขณะปฏิบัติหน้าที่ ได้มีนายนาวาวี อีซอ อายุ 35 ปี ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน ตำแหน่งเจ้าหน้าที่งานในพระองค์ ระดับ 1 ประจำพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ รุ่นเซียส สีเทา ทะเบียนนราธิวาส เข้าพบเพื่อแจ้งความร้องทุกข์

นายนาวาวีให้การว่า ถูกคนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ขณะขับรถยนต์ออกจากบ้านภรรยา ในพื้นที่ ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง โดยคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมเสื้อสีดำและนุ่งกางเกงขายาวสีดำ ยืนอยู่ริมถนนด้านขวามือของคนขับใช้อาวุธปืนยาวยิงใส่ โชคดีที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงรถยนต์เก๋งถูกกระสุนปืนของคนร้าย บริเวณกระโปรงหน้า กระจกด้านข้างคนขับ กันสาด และหูช้างของกระจกมองข้าง จนได้รับความเสียหาย เหตุเกิดริมถนนสาย 5003 สายเจาะไอร้อง – ไอสเตียร์ ช่วงบริเวณบ้านเจาะเกราะ ม.1 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง ซึ่งต่อมา พ.ต.อ.นรินทร์ ช่วยสุข ผกก.สภ.เจาะไอร้อง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนสงคราม เอ็ม.16 ตกอยู่ที่บริเวณพงหญ้าริมทาง จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์

พ.ต.อ.นรินทร์ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนทุกสายที่มุ่งหน้ามายังจุดเกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายที่ทำการคนร้ายซุ่มยิงเก๋งครั้งนี้

นายนาวาวี ให้การเบื้องต้นว่า ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใด และใช้ถนนสายดังกล่าวเพื่อไปหาภรรยาเป็นประจำ ไม่คาดคิดว่าจะถูกปองร้าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่

การสืบสวนหลังเหตุการณ์ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง

หลังเกิดเหตุ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังเพื่อตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด รวมถึงสอบปากคำพยานที่อาจเห็นเหตุการณ์ เพื่อรวบรวมข้อมูลและนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุของการโจมตีในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นอีก

  • ตรวจสอบประวัติผู้ที่อาจมีความขัดแย้งกับผู้เสียหาย
  • ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อหารูปพรรณสัณฐานของคนร้าย
  • สอบปากคำพยานที่อาจเห็นเหตุการณ์
  • ประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่

เหตุการณ์ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์ครั้งนี้ สร้างความตกใจและความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งคลี่คลายคดีและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชน

การที่คนร้ายกล้าลงมือก่อเหตุอุกอาจเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์ ซิ่งรถหนีตายรอดหวุดหวิด

นราธิวาสเดือด! ลอบวางระเบิดรถทหารพรานเจ็บ

สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาสปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า โดยคนร้ายได้ทำการลอบวางระเบิดรถหุ้มเกราะของทหารพราน ทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บถึง 4 นาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังลาดตระเวนเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

เหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.53 น. วันที่ 17 กันยายน 2568 ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส คนร้ายได้ฝังระเบิดไว้ใต้ถนน และจุดชนวนระเบิดเมื่อรถหุ้มเกราะของทหารพรานขับผ่าน แรงระเบิดส่งผลให้รถหุ้มเกราะได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ

นอกจากทหารพราน 4 นายแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 1 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวขับรถกระบะตามหลังรถหุ้มเกราะของทหารพราน และถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ

นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดขนาดใหญ่ และเศษซากของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ ระเบิดดังกล่าวมีน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม และคนร้ายได้จุดชนวนระเบิดโดยใช้แบตเตอรี่ลากสายไฟเข้าไปในป่ารกทึบ

เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า ได้แก่

  • จ.ส.อ.ปิยะ อินทะโกษี อายุ 42 ปี
  • อส.ทพ.ตะวัน สว่างเมฆารัตน์ อายุ 44 ปี
  • อส.ทพ.สุริยาวุธ ช่างเกวียน อายุ 41 ปี
  • อส.ทพ.ธีรัพงษ์ พรมพัด อายุ 35 ปี

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บคือ ด.ต.นิกร อินน้อย อายุ 53 ปี

นาทีชีวิต! ทหารพรานตั้งสติ สุ่มยิงตอบโต้

ในนาทีชีวิตหลังเกิดเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่อยู่ในรถหุ้มเกราะได้ตั้งสติ และรีบเปิดประตูรถออกมา พร้อมทั้งใช้อาวุธปืนประจำกายยิงสุ่มเข้าไปในป่า เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายเข้ามายิงซ้ำ การตอบโต้ของเจ้าหน้าที่ทำให้คนร้ายไม่สามารถเข้าประชิดตัวได้ และหลบหนีไปในที่สุด

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อตอบโต้ที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการวิสามัญคนร้ายเสียชีวิต 2 รายในพื้นที่จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า เป็นเครื่องเตือนใจว่า สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและสติของเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่สามารถตั้งสติและตอบโต้คนร้ายได้อย่างทันท่วงที ทำให้สามารถลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้มากกว่านี้

ที่มา – นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า

ระเบิดป่วนนราธิวาส 5 อำเภอ! เจ็บ 2 ความมั่นคงคุมเข้ม

สถานการณ์ตึงเครียดในจังหวัดนราธิวาส เมื่อเกิดเหตุระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ ได้แก่ สุไหงปาดี จะแนะ บาเจาะ เจาะไอร้อง และศรีสาคร เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันนี้ สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับประชาชนในพื้นที่ และมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 2 ราย

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา จ.นราธิวาส ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบ เมื่อเกิดเหตุระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ ในเวลาไล่เลี่ยกัน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน และส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุการณ์ และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในพื้นที่เสี่ยง

จากรายงานเบื้องต้น จุดแรกที่อำเภอสุไหงปาดี เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.50 น. โดยระเบิดลูกแรกเกิดขึ้นที่ถนนหมายเลข 4056 ในเขตเทศบาลปะลุรู แรงระเบิดส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย และรถยนต์เสียหาย 1 คัน จุดเริ่มต้นนี้เองที่นำไปสู่ความปั่นป่วนต่อเนื่องไปยังอำเภออื่นๆ

ต่อมาในอำเภอจะแนะ เมื่อเวลา 23.55 น. เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 จุดในพื้นที่เดียวกัน ได้แก่ บริเวณมัสยิดดุซงญอ หมู่ที่ 1 ตำบลดุซงญอ และตลาดดุซงญอ หมู่ที่ 1 แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ก็สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านที่กำลังพักผ่อนเป็นอย่างมาก

ในเวลาเดียวกัน ที่อำเภอบาเจาะ เวลา 23.55 น. เกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) บนถนนเพชรเกษม ตำบลบาเจาะ โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ แต่แรงระเบิดสร้างความเสียหายให้กับบริเวณโดยรอบ

เหตุการณ์ยังไม่จบสิ้น เมื่อเข้าสู่วันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 00.05 น. เกิดระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ บริเวณหน้าสถานีรถไฟเจาะไอร้อง หมู่ 1 ตำบลจวบ และในเวลา 00.30 น. เกิดเหตุระเบิดอีกจุดหนึ่ง บริเวณตู้ ATM หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลตะมะยูง หมู่ 3 ตำบลตะมะยูง อำเภอศรีสาคร

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังเร่งดำเนินการเก็บพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และเพิ่มกำลังในการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในพื้นที่เปราะบาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนขึ้นอีก

สรุปสถานการณ์ระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ

เหตุระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ ในครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ และในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน ทั้งในย่านชุมชน จุดเศรษฐกิจสำคัญ และหน้าอาคารของหน่วยงานการเงิน ซึ่งส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายในหลายจุด

ผลกระทบจากเหตุระเบิดป่วนนราธิวาส

  • ความเสียหายต่อทรัพย์สิน: อาคาร, ร้านค้า, และรถยนต์ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด
  • ความหวาดกลัวของประชาชน: เหตุการณ์สร้างความวิตกกังวลและความไม่มั่นใจในความปลอดภัย
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: การหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่
  • การรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด: การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน

สิ่งที่ต้องจับตาหลังจากเหตุการณ์ระเบิด

หลังจากเหตุการณ์ ระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ สิ่งที่ต้องจับตาคือ ความคืบหน้าในการสืบสวนหาสาเหตุและผู้ก่อเหตุ รวมถึงมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ และแผนการในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายและความหวาดกลัวเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสันติสุขและความเข้าใจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่มา – ระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ เจ็บแล้ว 2 ราย ฝ่ายความมั่นคงเฝ้าระวังเข้ม

Scroll to top