เกิดเหตุระทึกขวัญ คนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงรถยนต์ของข้าราชการในพระองค์ ที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เคราะห์ดีเจ้าตัวซิ่งรถหนีตายรอดหวุดหวิด ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง รวมถึงความเป็นไปได้ในการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่
เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 23 กันยายน 2568 ร.ต.ท.ป้อมพิทักษ์ พึ่งตำบล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ขณะปฏิบัติหน้าที่ ได้มีนายนาวาวี อีซอ อายุ 35 ปี ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน ตำแหน่งเจ้าหน้าที่งานในพระองค์ ระดับ 1 ประจำพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ รุ่นเซียส สีเทา ทะเบียนนราธิวาส เข้าพบเพื่อแจ้งความร้องทุกข์
นายนาวาวีให้การว่า ถูกคนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ขณะขับรถยนต์ออกจากบ้านภรรยา ในพื้นที่ ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง โดยคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมเสื้อสีดำและนุ่งกางเกงขายาวสีดำ ยืนอยู่ริมถนนด้านขวามือของคนขับใช้อาวุธปืนยาวยิงใส่ โชคดีที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงรถยนต์เก๋งถูกกระสุนปืนของคนร้าย บริเวณกระโปรงหน้า กระจกด้านข้างคนขับ กันสาด และหูช้างของกระจกมองข้าง จนได้รับความเสียหาย เหตุเกิดริมถนนสาย 5003 สายเจาะไอร้อง – ไอสเตียร์ ช่วงบริเวณบ้านเจาะเกราะ ม.1 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง ซึ่งต่อมา พ.ต.อ.นรินทร์ ช่วยสุข ผกก.สภ.เจาะไอร้อง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนสงคราม เอ็ม.16 ตกอยู่ที่บริเวณพงหญ้าริมทาง จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์
พ.ต.อ.นรินทร์ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนทุกสายที่มุ่งหน้ามายังจุดเกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายที่ทำการคนร้ายซุ่มยิงเก๋งครั้งนี้
นายนาวาวี ให้การเบื้องต้นว่า ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใด และใช้ถนนสายดังกล่าวเพื่อไปหาภรรยาเป็นประจำ ไม่คาดคิดว่าจะถูกปองร้าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่
การสืบสวนหลังเหตุการณ์ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง
หลังเกิดเหตุ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังเพื่อตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด รวมถึงสอบปากคำพยานที่อาจเห็นเหตุการณ์ เพื่อรวบรวมข้อมูลและนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุของการโจมตีในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นอีก
- ตรวจสอบประวัติผู้ที่อาจมีความขัดแย้งกับผู้เสียหาย
- ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อหารูปพรรณสัณฐานของคนร้าย
- สอบปากคำพยานที่อาจเห็นเหตุการณ์
- ประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่
เหตุการณ์ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์ครั้งนี้ สร้างความตกใจและความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งคลี่คลายคดีและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชน
การที่คนร้ายกล้าลงมือก่อเหตุอุกอาจเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ที่มา – คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์ ซิ่งรถหนีตายรอดหวุดหวิด


