เชียงใหม่

พระวัดดอกเอื้อง วอนตามต่างชาติพ่นสีกำแพงวัด เชียงใหม่

พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเชียงใหม่ให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากกล้องวงจรปิดจับภาพชาวต่างชาติคู่ชายหญิงแอบมาพ่นสีสเปรย์ลงบนกำแพงวัดดอกเอื้อง ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อช่วงดึกของวันที่ 30 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 01.00 น.

พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่

พระครูปลัดปรีดา ใจบุญ เจ้าอาวาสวัดดอกเอื้อง ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดไปแจ้งความกับตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้เด็ดขาด พระอภิภู บุญทาหลู่ พระลูกวัดเล่าว่า กำแพงวัดแห่งนี้ถูกพ่นสีวาดลวดลายและข้อความภาษาต่างชาติมาหลายครั้งแล้ว ทางวัดต้องใช้เงินหลายหมื่นบาททาสีทับใหม่ แต่ผู้ไม่หวังดีก็ยังกลับมาทำซ้ำ สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก

ไม่ใช่แค่วัดดอกเอื้องเท่านั้น แต่ทั่วเมืองเชียงใหม่พบปัญหานี้ระบาดหนัก ทั้งรั้วบ้าน ประตูร้านค้า และสถานที่ราชการหลายแห่ง ตัวเมืองเชียงใหม่มีวัดเก่าแก่ถึง 38 แห่ง ซึ่งควรได้รับการอนุรักษ์ แต่กลับถูกทำลายด้วยกราฟฟิตี้ ทำให้ภาพลักษณ์สกปรก ส่งผลต่อจิตใจชาวพุทธและโอกาสที่เชียงใหม่จะได้รับการยกย่องเป็นเมืองมรดกโลก

ผลกระทบจากการพ่นสีบนกำแพงวัดเชียงใหม่

การกระทำดังกล่าวไม่เพียงทำให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สกปรก แต่ยังกระทบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ที่ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมล้านนา นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเห็นกำแพงวัดเต็มไปด้วยรอยพ่นสี อาจทำให้รู้สึกไม่ประทับใจและแพร่กระจายภาพลบในโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงในระยะยาว

  • กำแพงวัด: ถูกพ่นลายกราฟฟิตี้และข้อความภาษาต่างชาติซ้ำซาก
  • รั้วบ้านและร้านค้า: ชาวบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายทาสีใหม่บ่อยครั้ง
  • สถานที่ราชการ: พบรอยพ่นสีตามกำแพงสำนักงานหลายแห่ง
  • ภาพลักษณ์เมือง: กระทบการเสนอชื่อเชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลก UNESCO

พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่ โดยหวังให้เป็นตัวอย่างไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ล่าสุด พล.ต.ต. ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ สั่งการให้สายตรวจทุกพื้นที่เพิ่มความเข้มงวด กวดขันพฤติกรรมดังกล่าว และติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการเลียนแบบ

ปัญหากราฟฟิตี้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ใช่เรื่องใหม่ในเมืองท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ในเชียงใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรม การแก้ไขต้องเด็ดขาด เช่น ติดตั้งกล้องเพิ่ม ประชาสัมพันธ์กฎหมายห้ามพ่นสีสาธารณะ และลงโทษหนักเพื่อเป็นเย้ยร้าย ชาวเชียงใหม่และเจ้าอาวาสวัดต่างๆ เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้กระทำผิดมักเป็นกลุ่มวัยรุ่นต่างชาติที่คิดว่าเป็นศิลปะข้างทาง แต่ในบริบทวัดไทยซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นการไม่เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น ทางวัดบางแห่งเริ่มติดป้ายเตือนและเพิ่มไฟส่องสว่างเพื่อป้องกัน

ในมุมมองของเรา ปัญหานี้สะท้อนถึงความท้าทายของการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เมืองเชียงใหม่ควรมีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อปกป้องมรดกวัฒนธรรม หากปล่อยไว้จะกระทบรายได้จากการท่องเที่ยวมหาศาล คุณล่ะคิดอย่างไรกับเหตุการณ์พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้กันนะครับ

ที่มา – พระวัดดอกเอื้อง วอนตามตัวต่างชาติ พ่นสีบนกำแพงวัด กระทบภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่

เพื่อนอาลัย 2 นักบินผู้เสียสละ จากเหตุเครื่องบินตก

เพื่อนร่วมงานและคนใกล้ชิดต่างร่วมโพสต์อาลัยถึง “2 นักบินผู้เสียสละ” ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่จากอุบัติเหตุเครื่องบินโจมตี AT-6TH ตกในอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจำนวนมาก เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 10.20 น. ได้เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 (AT-6TH) สังกัดฝูงบิน 411 กองบิน 41 ประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติภารกิจการฝึกบินค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (Combat Search and Rescue) บริเวณอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ฝึกซ้อมของกองทัพอากาศ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้นักบิน 2 นาย เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนหรือทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงแต่อย่างใด

นักบินทั้งสองนายที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้คือ นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ (ครูการบิน) นักบินที่ 1 และ เรืออากาศโท กรวิชญ์ เจนคิด นักบินที่ 2 ทั้งสองท่านเป็นบุคลากรที่มีความสามารถและเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนร่วมงาน

เพื่อนอาลัย 2 นักบินผู้เสียสละ

กองทัพอากาศได้แสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของนักบินทั้งสองท่าน และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต กองทัพอากาศขอยกย่องในความมุ่งมั่น กล้าหาญ และการอุทิศตนเพื่อประเทศชาติของนักบินทั้งสองท่าน ผู้ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของชายชาติทหาร ในการแสดงความเคารพและอาลัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางกองทัพอากาศจึงขอความร่วมมืองดเผยแพร่ภาพนักบินและอากาศยานที่ประสบอุบัติเหตุ

ความเสียสละของ 2 นักบินผู้เสียสละ

ภายหลังจากการตรวจสอบเฟซบุ๊กของนักบินทั้งสองท่าน พบว่ามีเพื่อนๆ และผู้ที่รู้จักเข้ามาโพสต์ข้อความแสดงความอาลัยและแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนักบินทั้งสองท่านเป็นจำนวนมาก ข้อความเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันที่ผู้คนมีต่อ 2 นักบินผู้เสียสละ

เหตุการณ์นี้เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของกองทัพอากาศและของประเทศชาติ การสูญเสีย 2 นักบินผู้เสียสละ ผู้มีความสามารถและพร้อมที่จะปกป้องประเทศชาติด้วยชีวิตของตนเอง อย่างไรก็ตาม ความกล้าหาญและความเสียสละของพวกท่านจะยังคงอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป

พวกเราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้งต่อครอบครัวและเพื่อนของผู้เสียชีวิต และขอให้ดวงวิญญาณของนักบินทั้งสองท่านไปสู่สุคติ

ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ขอให้เราทุกคนร่วมส่งกำลังใจให้กับครอบครัวและเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิต เพื่อให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่แสนเศร้าเสียใจนี้ไปได้

ที่มา – เพื่อนแห่อาลัย 2 นักบินผู้เสียสละ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบิน AT-6TH ตก

ด่วน! เครื่องบิน AT-6 ตกจอมทอง ดับ 2

เกิดเหตุระทึกขวัญ เครื่องบิน AT-6 ตกบริเวณ อ.จอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย เจ้าหน้าที่เร่งรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน

ด่วน! เครื่องบิน AT-6 ตกจอมทอง ดับ 2

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 10:50 น. ได้รับแจ้งเหตุ เครื่องบิน AT-6 ตกบริเวณ อ.จอมทอง โดยคาดว่าจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่บ้านห้วยม่วงฝั่งซ้าย ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนกำลังระดมกำลังเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือในพื้นที่

รายละเอียดเหตุการณ์ เครื่องบิน AT-6 ตกบริเวณ อ.จอมทอง

จากรายงานเบื้องต้น พบว่า เครื่องบิน AT-6 ตกบริเวณ อ.จอมทอง ในครั้งนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย อย่างไรก็ตาม รายละเอียดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ รวมถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ด้วย

สถานการณ์ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่โดยรอบจุดเกิดเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานทางการแพทย์ หน่วยงานดับเพลิง และหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อควรระวังสำหรับประชาชนในพื้นที่:

  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง และเพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
  • ติดตามข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
  • หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที

เหตุการณ์ เครื่องบิน AT-6 ตกบริเวณ อ.จอมทอง ในครั้งนี้ ถือเป็นอุบัติเหตุที่สร้างความสูญเสียและความเศร้าสลดใจให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต และประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ ทางทีมข่าวจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ เครื่องบิน AT-6 ตกบริเวณ อ.จอมทอง ในครั้งนี้ หวังว่าการสอบสวนจะนำไปสู่การค้นพบสาเหตุที่แท้จริง และนำไปสู่มาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

ที่มา – ด่วน เครื่องบิน AT-6 ตกบริเวณ อ.จอมทอง มีผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ

ล่าตัว! **ค้นบ้านนักโทษชาย** หนีคดียาเสพติดเชียงราย

ตำรวจเร่งระดมกำลังตามล่าตัว **นักโทษชาย** คดียาเสพติด ที่หลบหนีออกจากเรือนจำเชียงรายอย่างเร่งด่วน หากใครพบเห็น โปรดแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบโดยเร็วที่สุด

จากกรณีที่ น.ช.ดนุภัทร จะกา อายุ 37 ปี นักโทษในคดียาเสพติด ได้ทำการหลบหนีออกจากเรือนจำดอยฮาง โดยคาดการณ์ว่ากำลังมุ่งหน้าไปยังชายแดนแม่อาย-ฝาง ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเตือนว่า ผู้ใดให้ที่พักพิงหรือให้ความช่วยเหลือในการหลบหนี จะมีโทษทั้งจำคุกและปรับตามกฎหมาย

ล่าสุด เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 27 มกราคม 2569 พ.ต.อ.ประดิษฐ์ ติ๊บมา ผกก.สภ.ฝาง ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ชุดสายตรวจ และด่านตรวจต่างๆ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยแจ้งเบาะแส ในส่วนของ สภ.แม่อาย ชุดสืบสวนได้ร่วมกับ ตชด.334 เจ้าหน้าที่เรือนจำ และฝ่ายปกครอง เข้าทำการตรวจสอบบ้านพักของ**นักโทษชาย**ในพื้นที่บ้านห้วยม่วง ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย

สำหรับ น.ช.ดนุภัทร จะกา อายุ 37 ปี มีลักษณะทางกายภาพเป็นชาวชาติพันธุ์ลาหู่ สูงประมาณ 150-160 เซนติเมตร ผิวคล้ำ รูปร่างสันทัด ผมสั้นเกรียน มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีภรรยาอาศัยอยู่ใน ต.แม่นาวาง และมีญาติพี่น้องจำนวนมากในพื้นที่ อ.แม่อาย และ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

ภายหลังจากการประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงการหลบหนีของ**นักโทษชาย**คดียาเสพติดจากเรือนจำดอยฮาง ซึ่งคาดว่าจะมุ่งหน้าไปยังชายแดนแม่อาย-ฝาง ทางเจ้าหน้าที่ได้เตือนผู้ที่ให้ที่พักพิงหรือให้ความช่วยเหลือในการหลบหนี จะต้องรับโทษหนักทั้งจำคุกและปรับ หากพบเห็นผู้ต้องขังหลบหนี สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่หมายเลข 191, 053-451148 (สภ.ฝาง), 089-8501669 (ผู้กำกับ สภ.ฝาง) หรือ 053-459033 (สภ.แม่อาย)

ค้นบ้านนักโทษชาย คดียาเสพติด หลบหนีเรือนจำเชียงราย

ลักษณะเด่นของนักโทษชายที่หลบหนี

  • ชื่อ: น.ช.ดนุภัทร จะกา
  • อายุ: 37 ปี
  • ชาติพันธุ์: ลาหู่
  • ส่วนสูง: 150-160 เซนติเมตร
  • ผิว: คล้ำ
  • รูปร่าง: สันทัด
  • ผม: สั้นเกรียน
  • ภูมิลำเนา: ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะตรงกับที่ระบุ โปรดแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทราบทันที การให้ความช่วยเหลือในการจับกุมคนร้าย ถือเป็นการช่วยเหลือสังคมให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

การหลบหนีของนักโทษคดียาเสพติดครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะยาเสพติดเป็นภัยร้ายที่ทำลายสังคม การจับกุมตัวผู้ต้องหาให้ได้โดยเร็ว จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อชุมชนและสังคมโดยรวม

ที่มา – ค้นบ้าน “นักโทษชาย” คดียาเสพติด หลบหนีเรือนจำเชียงราย ล่าสุดยังจับตัวไม่ได้

เที่ยวฟินๆ ที่ เชียงใหม่ Night Market สันกำแพง

เตรียมตัวให้พร้อม! เพราะ ททท. จับมือ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดงานยิ่งใหญ่ตระการตา “เชียงใหม่ Night Market” เนรมิตถนนคนเดินสันกำแพงให้สว่างไสวด้วยแสงสีเสียงสุดอลังการ ทุกวันเสาร์ยาวไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เลยทีเดียว ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และอยากสัมผัสบรรยากาศสุดชิลล์ ห้ามพลาดเด็ดขาด!

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ณ “ข่วง” อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของถนนคนเดินชื่อดังที่เปิดทุกวันเสาร์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ จัดงานเปิดตัว “เชียงใหม่ Night Market” อย่างเป็นทางการ โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายชาครีย์ ขัติรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลสันกำแพง เจ้าของพื้นที่ถนนคนเดิน ร่วมด้วยหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน เจ้าหน้าที่เทศบาล และพ่อค้าแม่ค้า มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดงานครั้งนี้อย่างคับคั่ง

ภายในงาน “เชียงใหม่ Night Market” ทาง ททท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเนรมิตถนนคนเดินสันกำแพงให้เต็มไปด้วยสีสันและความน่าสนใจ โดยสะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่นตลอดเส้นทางเดิน ด้วยการนำเทคนิคแสง สี เสียง และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการจัดแสดงถึง 10 จุด ไฮไลท์คือการแสดง Light Installation – Mapping สุดอลังการ พร้อมกับฟรีคอนเสิร์ตที่จัดเต็มตลอดการจัดงาน ใครที่เป็นสายดนตรีห้ามพลาดเลย

เชียงใหม่ Night Market: สวรรค์ของนักช้อป นักชิม

นอกจากนี้ เชียงใหม่ Night Market ยังเป็นสวรรค์ของนักช้อปและนักชิมอีกด้วย เพราะคุณจะได้พบกับสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง อาหารอร่อยขึ้นชื่อ และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย ที่พ่อค้าแม่ค้านำมาวางจำหน่ายกันอย่างจุใจ รับรองว่าเดินกันเพลินจนลืมเวลาแน่นอน

สิ่งที่น่าสนใจของถนนคนเดินสันกำแพง คือการที่สินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าทำมือ และเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ทำให้ผู้ที่มาเดินเที่ยวได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวเชียงใหม่อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ราคาของสินค้าก็ไม่แพงจนเกินไป ทำให้สามารถซื้อของฝากกลับบ้านได้อย่างสบายกระเป๋า

งาน “เชียงใหม่ Night Market” จะจัดขึ้นทุกวันเสาร์ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00 – 22.00 น. (ยกเว้นวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569) ใครที่กำลังวางแผนจะมาเที่ยวเชียงใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าว อย่าลืมแวะมาสัมผัสบรรยากาศสุดคึกคักของถนนคนเดินสันกำแพงกันนะคะ

Highlight เด็ดที่ไม่ควรพลาดใน เชียงใหม่ Night Market

  • ชมการแสดง Light Installation – Mapping สุดอลังการ
  • สนุกกับฟรีคอนเสิร์ต
  • ชิมอาหารอร่อยขึ้นชื่อของเชียงใหม่
  • เลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง
  • สัมผัสบรรยากาศสุดชิลล์ของถนนคนเดิน

การจัดงาน “เชียงใหม่ Night Market” ในครั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดี นอกจากจะสร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่แล้ว ยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของเชียงใหม่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ใครที่ยังไม่เคยมาเที่ยวถนนคนเดินสันกำแพง บอกเลยว่าต้องลองมาสักครั้ง แล้วคุณจะหลงรักเสน่ห์ของเชียงใหม่มากยิ่งขึ้น

ที่มา – “เชียงใหม่ Night Market” ถนนคนเดินสันกำแพง ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นดึงนักท่องเที่ยว

โพลเลือกตั้ง 2569: คนเชียงใหม่หนุน “เท้ง”

นิด้าโพล สำรวจคนเชียงใหม่ เลือกตั้ง 2569 หนุน “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วน “ยศชนัน” ตามมาอันดับ 2 เล็งเลือก สส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์จากพรรคประชาชน เป็นอันดับ 1 รองลงมาคือพรรคเพื่อไทย

วันที่ 18 มกราคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนเชียงใหม่” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 9-14 มกราคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดเชียงใหม่ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น 1,067 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ปี 69 ของคนจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อถามถึงบุคคลที่คนเชียงใหม่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 31.40 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 2 ร้อยละ 19.40 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย)
  • อันดับ 3 ร้อยละ 15.65 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)
  • อันดับ 4 ร้อยละ 12.09 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
  • อันดับ 5 ร้อยละ 4.12 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)
  • อันดับ 6 ร้อยละ 3.66 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)
  • อันดับ 7 ร้อยละ 3.19 ระบุว่าเป็น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย)
  • อันดับ 8 ร้อยละ 2.53 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)
  • อันดับ 9 ร้อยละ 1.78 ระบุว่าเป็น นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน)
  • อันดับ 10 ร้อยละ 1.03 ระบุว่าเป็น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่)
  • ร้อยละ 5.15 ระบุอื่นๆ ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคเพื่อไทย), พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ), พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย), ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม), นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (พรรคประชาชน), นางสาวกชพร เวโรจน์ (พรรคก้าวอิสระ), นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่), นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี), นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคประชาธิปัตย์), นายกัณวีร์ สืบแสง (พรรคพลวัต), นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (พรรคภูมิใจไทย), นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์), นายแพทย์ไกร ดาบธรรม (พรรคเพื่อไทย), นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

สำหรับพรรคการเมืองที่คนเชียงใหม่มีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 37.39 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน
  • อันดับ 2 ร้อยละ 31.68 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 3 ร้อยละ 13.50 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
  • อันดับ 4 ร้อยละ 5.15 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
  • อันดับ 5 ร้อยละ 4.03 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 6 ร้อยละ 2.81 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ
  • อันดับ 7 ร้อยละ 1.69 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทยร้อยละ 3.75 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคโอกาสใหม่ พรรคก้าวอิสระ พรรคไทยภักดี พรรคพลวัต 
  • และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนเชียงใหม่มีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 37.39 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน
  • อันดับ 2 ร้อยละ 30.08 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 3 ร้อยละ 14.06 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
  • อันดับ 4 ร้อยละ 5.25 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
  • อันดับ 5 ร้อยละ 3.85 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 6 ร้อยละ 3.09 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ
  • อันดับ 7 ร้อยละ 1.69 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย
  • อันดับ 8 ร้อยละ 1.31 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 9 ร้อยละ 1.03 ระบุว่าเป็น พรรคไทยก้าวใหม่
  • ร้อยละ 1.88 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคเสรีรวมไทย พรรคก้าวอิสระ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคปวงชนไทย พรรคพลวัต พรรคพลังประชารัฐ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.37 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

โพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ หนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ จ่อเลือก สส.พรรคประชาชน

จากผลสำรวจ โพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงให้ความสนใจกับการเมืองและพร้อมที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่จะมาถึง การสนับสนุนพรรคประชาชนและตัวของ “เท้ง ณัฐพงษ์” สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลงและความหวังใหม่ๆ ในการพัฒนาประเทศ

ทำไมผลโพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ จึงน่าสนใจ

ผลสำรวจ โพลเลือกตั้ง 2569 ที่ทำการสำรวจในจังหวัดเชียงใหม่มีความน่าสนใจด้วยหลายเหตุผล จังหวัดเชียงใหม่มักถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางความคิดและมีประชาชนที่ตื่นตัวทางการเมือง การที่พรรคประชาชนได้รับการสนับสนุนอย่างมากจึงเป็นสัญญาณที่น่าจับตามอง

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของตัวบุคคล การที่ “เท้ง ณัฐพงษ์” ได้รับคะแนนนิยมสูงสุดบ่งบอกว่าประชาชนให้ความสำคัญกับผู้นำที่มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์

พรรคเพื่อไทยยังคงเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ แสดงให้เห็นถึงฐานเสียงที่แข็งแกร่งและความผูกพันกับประชาชนในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นและยังมีเวลาอีกมากก่อนถึงการเลือกตั้งจริง สถานการณ์ทางการเมืองอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิด และพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกใคร

การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศไทย มาร่วมกันใช้สิทธิใช้เสียงของเราเพื่อสร้างสรรค์ประเทศที่เราต้องการ

ที่มา – โพลเลือกตั้ง 2569 คนเชียงใหม่ หนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ จ่อเลือก สส.พรรคประชาชน

ดอยอินทนนท์เช้านี้ ฟ้าเปิด! หนาว 5 องศา

นักท่องเที่ยวคึกคัก! เช้านี้ที่ “อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์” ท้องฟ้าเปิด อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 5 องศาฯ ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาว บอกเลยว่าดอยอินทนนท์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด

วันที่ 15 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวต่างเดินทางพากันไปสัมผัสอากาศหนาว คุณภาพอากาศดีท้องฟ้าเปิด ถึงแม้ว่าวันนี้อุณหภูมิบนยอดดอยอินทนนท์จะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยอุณหภูมิบนยอดดอยวัดได้ 5 องศาฯ แต่ก็ยังถือว่าหนาวอยู่ นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวสุดฟินที่ได้สัมผัสอากาศหนาวและได้ชมพระอาทิตย์แสงแรกของเช้าวันใหม่ ที่ค่อยๆโผล่ขึ้นเหนือขอบฟ้าสาดแสงสีทองอย่างสวยงามราวภาพวาด ทำให้นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปชมพระอาทิตย์อดใจไม่ได้ที่จะต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ดอยอินทนนท์

ทั้งนี้ ข้อมูลจากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ รายงานว่าเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวทั้งหมด 3,051 คน

ขณะที่ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่าภาคเหนือจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกด้วย อุณหภูมิต่ำสุด 17 องศาฯ อุณหภูมิสูงสุด 31 องศาฯ สำหรับยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 6-11 องศาฯ.

เช้านี้ “ดอยอินทนนท์” ท้องฟ้าเปิด อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 5 องศาฯ

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวดอยอินทนนท์ในช่วงนี้ เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม เพราะอากาศยังคงหนาวเย็น โดยเฉพาะในช่วงเช้าและกลางคืน นอกจากนี้ อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางด้วยนะคะ

สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อไป “ดอยอินทนนท์”

  • เสื้อกันหนาว, ถุงมือ, หมวก
  • รองเท้าที่ใส่สบาย เหมาะกับการเดิน
  • กล้องถ่ายรูป เพื่อเก็บภาพความประทับใจ
  • ยาประจำตัว (ถ้ามี)
  • เตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ

การเดินทางไปดอยอินทนนท์ สามารถทำได้โดยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถโดยสารประจำทาง แต่แนะนำให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง เพราะเส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยวและลาดชัน

นอกจากอากาศหนาวและวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแล้ว ที่ดอยอินทนนท์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย เช่น พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ น้ำตกวชิรธาร และตลาดม้ง ให้ได้แวะชมและซื้อของฝากอีกด้วย

อย่าลืมแวะไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และธรรมชาติที่สวยงามที่ดอยอินทนนท์กันนะคะ รับรองว่าจะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายอย่างแน่นอน

การได้เห็นแสงแรกของวันที่ดอยอินทนนท์ในช่วงฤดูหนาว เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและคุ้มค่ากับการเดินทางอย่างแน่นอน ลองหาโอกาสไปสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมใครๆ ก็หลงรักดอยอินทนนท์

ที่มา – เช้านี้ “ดอยอินทนนท์” ท้องฟ้าเปิด อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 5 องศาฯ

แฟรนไชส์สร้างอาชีพโรดโชว์ เชียงใหม่ ปี 69

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัดกิจกรรม แฟรนไชส์สร้างอาชีพโรดโชว์ครั้งที่ 2 ปี 2569 ใน จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2569 ณ เซ็นทรัลเชียงใหม่ (เซ็นเฟส) งานนี้ถือเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ หรือต้องการขยายธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น

ภายในงาน แฟรนไชส์สร้างอาชีพโรดโชว์ครั้งที่ 2 ปี 2569 ใน จ.เชียงใหม่ จะมีการรวบรวมแฟรนไชส์ชั้นนำกว่า 40 แบรนด์ ครอบคลุมหลากหลายประเภทธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม บริการ และค้าปลีก ซึ่งทุกแบรนด์ที่เข้าร่วมงานได้รับการรับรองมาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ผู้สนใจสามารถเลือกลงทุนในธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการและศักยภาพของตนเองได้อย่างมั่นใจ

แฟรนไชส์สร้างอาชีพโรดโชว์ครั้งที่ 2 ปี 2569 ใน จ.เชียงใหม่

สำหรับผู้ที่ยังไม่มั่นใจในการเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ ภายในงานยังมีผู้เชี่ยวชาญจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ต่างๆ มาให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางการลงทุนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีสถาบันการเงินเข้าร่วมออกบูธ เพื่อให้ข้อมูลด้านสินเชื่อและแหล่งเงินทุน พร้อมเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ เรียกได้ว่าเป็นโอกาสที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ไฮไลท์เด็ดในงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพโรดโชว์ เชียงใหม่

  • การแสดงสินค้าและจำหน่ายแพ็กเกจแฟรนไชส์น่าสนใจจากหลากหลายแบรนด์
  • โอกาสในการเจรจาธุรกิจ พบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการในวงการแฟรนไชส์
  • คำปรึกษาด้านการเงินและการลงทุนจากสถาบันการเงินชั้นนำ
  • โปรโมชั่นและส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ที่ตัดสินใจลงทุนในงาน

งาน แฟรนไชส์สร้างอาชีพโรดโชว์ครั้งที่ 2 ปี 2569 ใน จ.เชียงใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีแสดงสินค้าและบริการเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งความรู้และแรงบันดาลใจสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจหรือขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผู้เข้าร่วมงานจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ ได้พบปะกับพันธมิตรทางธุรกิจ และได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายด้าน

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ส่วนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สายด่วน 1570 โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5953 หรือ อีเมล์ [email protected] อย่าพลาดโอกาสดีๆ ที่จะเปิดประตูสู่ความสำเร็จในธุรกิจแฟรนไชส์

การลงทุนในแฟรนไชส์เป็นการตัดสินใจที่สำคัญ ควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ เพื่อให้การลงทุนเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ งานแฟรนไชส์สร้างอาชีพโรดโชว์ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้รวบรวมข้อมูลและตัดสินใจลงทุนอย่างชาญฉลาด

ที่มา – เตรียมจัดกิจกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพโรดโชว์ครั้งที่ 2 ปี 2569 ใน จ.เชียงใหม่

ทหารปะทะ! จับตายขบวนการลำเลียงยาบ้า เวียงแหง

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยจึงได้จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ บ้านห้วยไคร้ใหม่ หมู่ที่ 4 ตำบลเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 เวลา 23.30 น. ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 15 – 20 คน เดินลัดเลาะมาตามเส้นทางในภูมิประเทศ หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงเกิดการยิงปะทะกันประมาณ 5 นาที ผลการปะทะ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัย

เนื่องจากทัศนวิสัยจำกัด เป็นเวลากลางคืนทำให้ไม่สามารถตรวจการณ์ได้ชัดเจน หน่วยจึงได้วางกำลังควบคุมพื้นที่เกิดเหตุไว้ เพื่อรอการพิสูจน์ทราบเมื่อมีแสงทางทหาร

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. หน่วยได้จัดกำลังสนับสนุนเพิ่มเติม จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจพบกลุ่มขบวนการเสียชีวิต จำนวน 1 ราย, จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย, อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก และ กระสอบดัดแปลง จำนวน 18 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมจำนวนประมาณ 3,980,000 เม็ด

และเมื่อเวลา 13.00 น. พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้ พันเอก ไมตรี ศรีสันเทียะ เสนาธิการกองกำลังผาเมือง เป็นผู้แทน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เพื่อแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าว หลังจากนั้นจึงได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้กับ สถานีตำรวจภูธรเวียงแหง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากเหตุการณ์ดังกล่าว พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง ได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ ยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่องต่อไป

ทหารปะทะจับตาย 1 ศพ ขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ อ.เวียงแหง ยึดยาบ้า 3.9 ล้านเม็ด

ปฏิบัติการล่าสุดของทหารกองกำลังผาเมืองในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ส่งผลให้มีการจับตาย 1 ศพ และจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการทหารปะทะจับตาย 1 ศพ ขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ อ.เวียงแหง ยึดยาบ้า 3.9 ล้านเม็ด การปะทะครั้งนี้สามารถยึดยาบ้าได้ถึง 3.9 ล้านเม็ด บ่งบอกถึงความพยายามอย่างหนักของผู้ลักลอบขนส่งยาเสพติด

รายละเอียดเหตุการณ์ ทหารปะทะจับตาย 1 ศพ ขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ อ.เวียงแหง ยึดยาบ้า 3.9 ล้านเม็ด

เหตุการณ์เริ่มต้นจากรายงานข่าวกรองที่ระบุว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงได้วางกำลังเฝ้าตรวจ กระทั่งพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยและเกิดการปะทะกันขึ้น นำไปสู่การจับตายและการจับกุมดังกล่าว ของกลางที่ตรวจยึดได้คือยาบ้าจำนวนมหาศาล แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของเครือข่ายยาเสพติด

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้นยาเสพติด และยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้ที่คิดจะกระทำผิดว่า ทางการจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด

ทหารปะทะจับตาย 1 ศพ ขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ อ.เวียงแหง ยึดยาบ้า 3.9 ล้านเม็ด เป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศไทย และความท้าทายในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน

การปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปกป้องสังคมจากภัยร้ายนี้ และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป

เหตุการณ์ทหารปะทะจับตาย 1 ศพ ขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ อ.เวียงแหง ยึดยาบ้า 3.9 ล้านเม็ด แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงและความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประชาชนจากยาเสพติด ความเสียสละของพวกเขาสมควรได้รับการยกย่องและสนับสนุน

แม้ว่าจะมีการจับกุมและยึดยาเสพติดได้จำนวนมาก แต่ปัญหายาเสพติดก็ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกมิติ

ที่มา – ทหารปะทะจับตาย 1 ศพ ขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ อ.เวียงแหง ยึดยาบ้า 3.9 ล้านเม็ด

Scroll to top