เดชอิศม์ ขาวทอง

สิรภพ ลั่นร่วมหัวจมท้ายธรรมนัส โต้ข่าวงูเห่า

สถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งกำลังเข้มข้น เมื่อมีกระแสข่าวลือเรื่อง “สิรภพ ลั่นขอร่วมหัวจมท้ายกับ ธรรมนัส” ออกมาโต้ข่าวใหญ่ที่ว่า 9 ส.ส.พรรคกล้าธรรม จะกลายเป็นงูเห่าไปร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นี่คือประเด็นที่ทำให้แฟนข่าวการเมืองต้องตื่นเต้น เพราะเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ยังฝุ่นควันคลุ้ง

สิรภพ ลั่นขอร่วมหัวจมท้ายกับ ธรรมนัส

นายสิรภพ สมผล ว่าที่ ส.ส.สกลนคร เขต 1 พรรคกล้าธรรม ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนทันทีที่เห็นข่าวลือนี้ เขาบอกว่าเพิ่งทราบข่าวจากสื่อ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อย แต่ยืนยันเต็มปากว่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็จะอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เหมือนเดิม

“ผมทำงานการเมืองมากว่า 5 ปี พ่อแม่ผมก็ทำมานาน แต่ผมได้เป็น ส.ส.เพราะการสนับสนุนของ ร.อ.ธรรมนัส จะให้หักหลังท่านได้ยังไง” นายสิรภพกล่าวอย่างหนักแน่น ที่ผ่านมาไม่มีใครติดต่อมาเลย และถ้ามีก็ไม่ไปไหน เพราะได้รับการช่วยเหลือมาตลอด จึงขอ ร่วมหัวจมท้าย กับท่านไปจนสุดทาง ข่าวนี้น่าจะเป็นการหยั่งกระแสหรือเต้าข่าวเพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น

สิรภพ โต้ข่าว 9 งูเห่ากล้าธรรมไปภูมิใจไทย

กระแสข่าวระบุว่า 9 ส.ส.งูเห่าจากพรรคกล้าธรรม เตรียมแยกตัวไปสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้เป็นนายกฯ ซึ่งข่าวนี้ทำให้พรรคเล็กอย่างกล้าธรรมต้องออกมาชี้แจงทันที พรรคกล้าธรรมที่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส ถือเป็นกลุ่มที่แยกตัวมาจากพรรคพลังประชารัฐเดิม มี ส.ส.หลายคนที่ภักดีต่อผู้นำคนนี้

การเมืองไทยหลังเลือกตั้งปี 2567 (หรือ 2569 ตามข่าว) ยังคงเป็นปริศนาใหญ่ ต้องรอการรับรองผล ส.ส.บัญชีรายชื่อจาก กกต. และเปิดสภาครั้งแรกเมื่อได้ 475 คน ทุกพรรคกำลังเจรจาเพื่ออำนาจ

น็จมุดดิน ยัน เฉลิมชัย ยังยืนหยัดไปไหนไปกัน

ด้าน นายน็จมุดดีน อูมา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะคณะทำงานยุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนใต้ พรรคกล้าธรรม ก็ออกมายืนยันเช่นกัน ข่าวดีล 9 ส.ส.กลุ่มนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และนายเดชอิศม์ ขาวทอง ไปภูมิใจไทย ไม่เป็นจริง

เขาเล่าว่าพูดคุยกับ นายนัยดี วาบา ส.ส.ปัตตานี เขต 4 แล้ว นายนัยดีติดต่อนายเฉลิมชัยโดยตรง ได้ยืนยันว่ายังอยู่กับพรรคและ ร.อ.ธรรมนัส ตลอดไป ไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ไปด้วยกัน

เมื่อถามมุมมองต่อข่าว นายน็จมุดดีนมองว่าเป็นเกมการเมืองจากฝ่ายไม่รู้ เมื่อคืนยังอยู่กับ ส.ส.กลุ่มนี้ ไม่มีปัญหา ทุกคนยืนยันไปไหนไปด้วยกัน พรรคเคยเป็นทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลมาแล้ว พร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาท

  • ยืนยืนอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัส: ไม่แยกตัว ไม่หักหลัง
  • ไม่มีติดต่อจากพรรคอื่น: ข่าวลือล้วนๆ
  • พร้อมทุกสถานการณ์: ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ไม่มีปัญหา
  • รอความชัดเจน: จากนายอนุทินและ กกต.

ณ เวลานี้ การจัดตั้งรัฐบาลยังอึมครึม รอสัปดาห์หน้าที่ กกต.รับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ แล้วถึงชัดเจน 475 คน เปิดสภาได้ พรรคกล้าธรรมยืนยันพร้อมทำงาน ไม่ว่าจะบทบาทไหน

ประเด็นนี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในพรรคเล็กที่มักถูกมองว่าเปราะบาง แต่ ส.ส.หลายคนอย่างสิรภพและน็จมุดดีน แสดงจุดยืนชัดเจน สะท้อนวัฒนธรรมการเมืองไทยที่ความภักดีต่อผู้นำยังสำคัญ แม้จะมีข่าวลืองูเห่าออกมาเสมอ

ติดตามสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลล่าสุด และข่าวการเมืองอื่นๆ ได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญ คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้ คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – “สิรภพ” ลั่นขอร่วมหัวจมท้ายกับ “ธรรมนัส” โต้ข่าว 9 งูเห่ากล้าธรรมร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

“ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ยันลง สส.สงขลา เขต 9

ท่ามกลางกระแสข่าวการย้ายพรรค “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” อดีต สส.สงขลา ออกมายืนยันหนักแน่นว่าจะยังคงอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์อย่างแน่นอน พร้อมเตรียมลงสมัคร สส.สงขลา เขต 9 เหมือนเดิม สร้างความชัดเจนให้กับผู้สนับสนุนและสมาชิกพรรค

“ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ยัน อยู่ประชาธิปัตย์ 1,000% จ่อลง สส.สงขลา เขต 9 เหมือนเดิม

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม และลงสมัคร สส.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 9 ในนามพรรคดังกล่าว โดยยืนยันหนักแน่นว่า

“ผมอยู่พรรคประชาธิปัตย์ 1,000% ถ้าผมไม่อยู่พรรคประชาธิปัตย์ก็จะเลิกเล่นการเมือง”

นายศักดิ์สิทธิ์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในครอบครัวเองก็ไม่มีการพูดคุยเรื่องการเมืองแต่อย่างใด จะมีเพียงน้องชาย 2 คนเท่านั้นที่ย้ายไปอยู่กับพรรคกล้าธรรม ทำให้การยืนยันครั้งนี้เป็นการตอกย้ำจุดยืนทางการเมืองของ “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ได้เป็นอย่างดี

“ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ลง สส.สงขลา เขต 9 แน่นอน

จากการยืนยันดังกล่าว ทำให้ชัดเจนว่า “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” จะยังคงลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ และยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับชาวสงขลา เขต 9 ที่เคยให้ความไว้วางใจมาโดยตลอด การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความภักดีต่อพรรคประชาธิปัตย์ และความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนในพื้นที่ต่อไป

การตัดสินใจอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ 1,000% และลงสมัคร สส.สงขลา เขต 9 ของ “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความชัดเจนให้กับอนาคตทางการเมืองของตนเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมทางการเมืองในจังหวัดสงขลาอีกด้วย การที่ “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ยังคงยืนหยัดอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพรรคในพื้นที่ภาคใต้ และยังเป็นการรักษาฐานเสียงเดิมของตนเองอีกด้วย

สำหรับผู้สนับสนุนและประชาชนในพื้นที่สงขลา เขต 9 การตัดสินใจครั้งนี้ของ “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ถือเป็นข่าวดี เพราะหมายถึงการที่พวกเขายังคงมีตัวแทนที่เข้าใจปัญหาและความต้องการของพวกเขาอย่างแท้จริง การที่ “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ลงสมัคร สส.สงขลา เขต 9 อีกครั้ง จึงเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนจะได้พิจารณาและตัดสินใจเลือกผู้แทนที่พวกเขาเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาความเจริญและความผาสุกมาสู่ท้องถิ่นได้

สิ่งที่น่าสนใจต่อไปคือ การที่ “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” จะนำเสนอนโยบายและแนวทางการทำงานอย่างไรเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในยุคปัจจุบัน การแข่งขันทางการเมืองในเขต 9 สงขลา ย่อมต้องมีความเข้มข้นอย่างแน่นอน และการที่ “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ยังคงอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การแข่งขันครั้งนี้มีความน่าติดตามมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การที่ “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ยืนยันว่าจะลง สส.สงขลา เขต 9 ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังนักการเมืองคนอื่นๆ ในพื้นที่ว่า การเมืองไม่ใช่แค่เรื่องของการย้ายพรรค แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่น ความภักดี และความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ยัน อยู่ประชาธิปัตย์ 1,000% จ่อลง สส.สงขลา เขต 9 เหมือนเดิม

จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม

จับตา “ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบพรรคกล้าธรรมเพิ่ม หลังเปิดตัวไปแล้ว 2 คน วานนี้

การเมืองสนามเลือกตั้งสงขลาเริ่มเข้มข้น! หลังจากเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา มีรายงานว่านายวงศ์วชร ขาวทอง และนายบารมี ขาวทอง สองบุตรชายของนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตัดสินใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรม (กธ.) อย่างเป็นทางการ สร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองไม่น้อย

โดยนายวงศ์วชร ขาวทอง ถูกวางตัวให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.สงขลา เขต 5 แทนที่นายเดชอิศม์ผู้เป็นบิดา ส่วนนายบารมี ขาวทอง จะลงสมัคร สส.สงขลา เขต 6 แทนที่ น.ส.สุภาพร กำเนิดผล อดีต สส.สงขลา เขต 6 จากพรรคประชาธิปัตย์

แต่เรื่องราวไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า บุตรชายคนที่สามของนายเดชอิศม์ คือ นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ก็ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดกระแส จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม อย่างใกล้ชิด

จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม

ตามรายงานข่าว แผนการนี้เป็นผลมาจากการหารือระหว่างแกนนำพรรคกล้าธรรมและนายเดชอิศม์ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม โดยมีข้อสรุปเพิ่มเติมว่า นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง อดีต สส.สงขลา เขต 9 จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก่อนหน้านี้ลังเลว่าจะอยู่กับพรรคเดิมต่อไป ได้เปลี่ยนใจย้ายมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะลงสมัครในเขตเลือกตั้งเดิมของตนเอง

ปัจจัยที่ทำให้นายศักดิ์สิทธิ์ตัดสินใจย้ายพรรค

ถึงแม้จะยังไม่มีการเปิดเผยถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้นายศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนใจ แต่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า น่าจะมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน

  • ความไม่แน่นอนภายในพรรคประชาธิปัตย์: หลังจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรคประชาธิปัตย์ประสบปัญหาภายในหลายประการ ทำให้สมาชิกหลายคนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่
  • โอกาสในการเติบโตทางการเมือง: พรรคกล้าธรรมอาจเสนอนโยบายหรือตำแหน่งที่น่าสนใจให้กับนายศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทำให้เขามองเห็นโอกาสในการเติบโตทางการเมืองที่มากขึ้น
  • การสนับสนุนจากครอบครัว: การที่พี่น้องทั้งสองคนเข้าร่วมพรรคกล้าธรรมไปก่อนหน้านี้ อาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของนายศักดิ์สิทธิ์

การย้ายพรรคของนายศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในสมรภูมิการเมืองสงขลา และแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนกำลัง จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม เพราะเชื่อว่า การตัดสินใจครั้งนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางทางการเมืองของตระกูลขาวทองในอนาคต

ผลกระทบต่อการเมืองสงขลา

การเข้ามาของนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ในพรรคกล้าธรรม ทำให้พรรคมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งขึ้นในจังหวัดสงขลาอย่างแน่นอน ด้วยชื่อเสียงและประสบการณ์ทางการเมืองของตระกูลขาวทอง พรรคกล้าธรรมจะกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับพรรคการเมืองอื่นๆ ในพื้นที่

นอกจากนี้ การที่นายศักดิ์สิทธิ์ลงสมัครในเขตเดิม ยังเป็นการท้าทายโดยตรงต่อผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการแข่งขันที่ดุเดือดมากยิ่งขึ้น และผลการเลือกตั้งในเขตนี้ ก็เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

โดยรวมแล้ว การ จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการเมืองสงขลา และการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นสนามรบที่น่าติดตามอย่างยิ่ง ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร สิ่งที่แน่นอนคือ การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยความท้าทาย

การตัดสินใจของนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ในการย้ายไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญในเส้นทางอาชีพทางการเมืองของเขา การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลดีหรือผลเสียต่ออนาคตของเขาและพรรคกล้าธรรม ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – จับตา “ศักดิ์สิทธิ์” ลูกชาย “เดชอิศม์” ซบกล้าธรรมเพิ่ม

กลุ่มเฉลิมชัย ซบกล้าธรรมพรุ่งนี้! ยศสิงห์มาด้วย

“ก๊วนเฉลิมชัย” เตรียมเปิดตัวเข้าร่วมพรรคกล้าธรรม (กธ.) อย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ พร้อมด้วยนายยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในขณะที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง ขอเว้นวรรคทางการเมืองและส่งบุตรชายลงสมัครแทน

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตา โดยพรรคกล้าธรรมเตรียมเปิดตัวอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) จากกลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย ซึ่งนำโดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพื่อร่วมสู้ศึกเลือกตั้งในปี 2569 ที่จะมาถึงนี้

รายชื่อผู้ที่จะเข้าร่วมพรรคกล้าธรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย:

  • นายประมวล พงศ์ถาวราเดช อดีต สส.ประจวบคีรีขันธ์
  • นายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ อดีต สส.ประจวบคีรีขันธ์
  • นายชาตรี หล้าพรหม อดีต สส.สกลนคร
  • นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อดีต สส.อุบลราชธานี
  • น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต สส.พัทลุง
  • ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ อดีต สส.นครศรีธรรมราช
  • พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ อดีต สส.สงขลา
  • นายยูนัยดี วาบา อดีต สส.ปัตตานี
  • นายฐิตินัย ตั้งบูรพากิจ สจ. ประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยตนเอง

ในส่วนของนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.สงขลา เขต 5 จะไม่ลงสมัครในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่จะส่งนายวงศ์วชิระ ขาวทอง บุตรชาย ลงสมัครแทน นอกจากนี้ น.ส.สุภาพร กำเนิดผล ภรรยาของนายเดชอิศม์ อดีต สส.สงขลา เขต 6 ก็จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเช่นกัน โดยจะส่งผู้สมัครคนอื่นลงแทน ส่วนนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง บุตรชายอีกคนของนายเดชอิศม์ ยังคงสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป

นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีต สส.ฉะเชิงเทรา พลังประชารัฐ (พปชร.) และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ รวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และนายสันต์ แซ่ตั้ง อดีต สส.ชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับนายสุชาติ ชมกลิ่น อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แกนนำกลุ่มชลบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะเปิดตัวเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมในวันที่ 16 ธันวาคม พร้อมกับ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่จะมาร่วมงานด้วย

เหตุผลสำคัญในการเข้าร่วมพรรคกล้าธรรมของนายชัยวัฒน์คือเรื่องของพื้นที่เขตในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและไม่ทับซ้อนกับนายอิทธิ ศิริลัทธยากร

กลุ่มเฉลิมชัย กับก้าวต่อไปทางการเมือง

การเปิดตัวใหญ่ของผู้สมัคร สส. ทั่วประเทศของพรรคกล้าธรรม (กธ.) ซึ่งเดิมกำหนดไว้ในวันที่ 2 ธันวาคม และเลื่อนมาเป็นวันที่ 22 ธันวาคม ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวพร้อมกันภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัครและมีการจับเบอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้การย้ายเข้ากลุ่มเฉลิมชัยครั้งนี้ เป็นที่น่าจับตามอง

ทำไมการเข้าร่วมพรรคกล้าธรรมของกลุ่มเฉลิมชัยจึงน่าสนใจ?

การตัดสินใจของ กลุ่มเฉลิมชัย ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการเมืองที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเลือกตั้งที่จะมาถึง การที่อดีต สส. และ สจ. ที่มีประสบการณ์มารวมตัวกัน จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพรรคกล้าธรรม และเพิ่มโอกาสในการได้รับเลือกตั้งมากขึ้น นอกจากนี้ การที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง เว้นวรรคและส่งบุตรชายลงสมัครแทน ก็เป็นการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป

การตัดสินใจของ กลุ่มเฉลิมชัย ในการเข้าร่วมพรรคกล้าธรรม สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและนำเสนอนโยบายใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน การเลือกตั้งครั้งหน้าจึงเป็นโอกาสสำคัญที่พรรคกล้าธรรมจะได้พิสูจน์ตัวเอง และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารประเทศ

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนี้เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด และจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศไทยในอนาคต การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้ผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ที่มา – กลุ่มเฉลิมชัย เข้าซบกล้าธรรมพรุ่งนี้ “ยศสิงห์” มาด้วย ส่วน “เดชอิศม์” ขอเว้นวรรค

“ธรรมนัส” ลั่นเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยืนยันยังไม่ได้คุยกับนายเดชอิศม์ ขาวทอง เรื่องการย้ายมาซบพรรคกล้าธรรม พร้อมเตรียมเปิดตัวผู้สมัครครั้งใหญ่ต้นเดือนหน้า ลั่นในการเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขตแน่นอน

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้กล่าวถึงกระแสข่าวที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมนำ สส. ในสังกัดย้ายเข้าพรรคกล้าธรรมว่า “ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน เรื่องนี้ยังมีเวลาคุย”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายเดชอิศม์ตัดสินใจย้ายไปพรรคอื่นก่อน จะทำอย่างไร ร.อ. ธรรมนัส ตอบว่า “ตอนนี้ทุกคนต่างตัดสินใจแล้ว แต่ยังไม่พูดถึงเฉย ๆ” อย่างไรก็ตาม พรรคกล้าธรรมกำลังเตรียมการเปิดตัวผู้สมัครครั้งใหญ่พร้อมกันทั้งหมดในช่วงต้นเดือนหน้า และยืนยันหนักแน่นว่าพรรคจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขตอย่างแน่นอน เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ 3 คน ร.อ. ธรรมนัส ตอบว่า “ไม่ครับ ยังอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นต่ออยู่”

“ธรรมนัส” ลั่นเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต

การประกาศความพร้อมในการส่งผู้สมัครครบทุกเขต สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจและความมุ่งมั่นของพรรคกล้าธรรมในการลงสนามเลือกตั้งครั้งหน้า แม้ว่าการเจรจากับนายเดชอิศม์ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง แต่พรรคก็ยังคงเดินหน้าเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่

พรรคกล้าธรรมกับการเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง

พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส ดูเหมือนจะมีความคึกคักเป็นพิเศษในการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต การเปิดตัวผู้สมัครครั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในต้นเดือนหน้า น่าจะเป็นการแสดงศักยภาพและความพร้อมของพรรคให้ประชาชนได้รับรู้

การที่ ร.อ.ธรรมนัส ยังคงสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป บ่งบอกถึงทิศทางทางการเมืองและความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคกล้าธรรมกับรัฐบาลปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจสุดท้ายเกี่ยวกับตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ยังคงต้องติดตามดูกันต่อไป

นอกจากเรื่องของการส่งผู้สมัครและสนับสนุนนายกรัฐมนตรีแล้ว พรรคกล้าธรรมยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชน การนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของพรรค จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลการเลือกตั้งของพรรค

การเมืองไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พรรคการเมืองต่างๆ ต้องปรับตัวและพัฒนาอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถแข่งขันและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ พรรคกล้าธรรมก็เช่นกัน การเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน และการสร้างความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งหน้า

  • การคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของประชาชน
  • การพัฒนานโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของประชาชน
  • การสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ
  • การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนและกลุ่มต่างๆ

ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนมีความสำคัญต่อการสร้างความสำเร็จให้กับพรรคกล้าธรรมในการเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต การที่พรรคสามารถบริหารจัดการปัจจัยเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้พรรคสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นสนามแข่งขันที่สำคัญสำหรับทุกพรรคการเมือง พรรคกล้าธรรมจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมในทุกด้าน เพื่อที่จะสามารถคว้าชัยชนะและเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตประเทศไทย

การตัดสินใจทางการเมืองเป็นเรื่องซับซ้อนและมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง การติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลและรอบคอบ

ที่มา – “ธรรมนัส” ลั่นเลืิอกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต แย้มยังไม่ได้คุย “เดชอิศม์” ซบ “กล้าธรรม”

มท.ไม่แทรกแซงคดีเขากระโดง อนุทินลงพื้นที่น้ำท่วมอยุธยา

ในสถานการณ์การเมืองและภัยพิบัติที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในขณะนี้ มท.ยุคนี้ไม่แทรกแซงคดีเขากระโดง “อนุทิน” ลงพื้นที่น้ำท่วมอยุธยาพรุ่งนี้ รับน่าห่วง ได้กลายเป็นหัวข้อที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนเกี่ยวกับหลักการทำงานที่ยึดมั่นในกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีคดีเขากระโดงที่เป็นข้อพิพาทเรื่องที่ดินมานาน

มท.ยุคนี้ไม่แทรกแซงคดีเขากระโดง “อนุทิน” ลงพื้นที่น้ำท่วมอยุธยาพรุ่งนี้ รับน่าห่วง

คดีเขากระโดงเป็นหนึ่งในประเด็นที่สร้างความเคลื่อนไหวในวงการการเมือง โดยเกี่ยวข้องกับการเพิกถอนที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 วรรค 8 นายอนุทินย้ำว่าการดำเนินการทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น ไม่มีการวางหลักหรือแทรกแซงใดๆ จากฝั่งรัฐบาล “ผิดก็ว่าตามผิด ถูกก็ให้ความเป็นธรรม” คำพูดนี้สะท้อนถึงความโปร่งใสและยุติธรรมที่รัฐบาลยุคนี้มุ่งมั่น

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงแนวทางของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีที่เสนอให้การรถไฟฟ้องร้องรายแปลง นายอนุทินเห็นด้วยว่าต้องทำตามกฎหมาย แต่ย้ำว่าจะไม่กลั่นแกล้งหรือให้ความได้เปรียบทางการเมืองแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้พรรคเพื่อไทยจะเตรียมแถลงนโยบายเพื่อถล่ม แต่เขาก็พร้อมชี้แจงทุกประเด็นอย่างเปิดเผย

ภาพนายอนุทิน

สำหรับการตรวจสอบคณะกรรมการชุดนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย นายอนุทินชี้แจงว่าไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่ม เพราะปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมที่ดินได้แถลงไปแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ว่าการกระทำก่อนหน้านี้ถูกต้องตามขั้นตอน หากใครไม่พอใจสามารถฟ้องร้องทางกฎหมายได้ตามสิทธิ์ ตัวเขาเองสั่งการชัดเจนว่ารัฐมนตรีมหาดไทยจะไม่แทรกแซงเด็ดขาด

อนุทินย้ำหลักกฎหมายในคดีเขากระโดง

ประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่องคือการพิจารณาเพิกถอนไพ่โป๊กเกอร์ออกจากบัญชีการพนัน อธิบดีกรมการปกครองได้ชงร่างมาแล้ว แต่ มท.ยุคนี้ไม่แทรกแซงคดีเขากระโดง “อนุทิน” ลงพื้นที่น้ำท่วมอยุธยาพรุ่งนี้ รับน่าห่วง จะพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่หุนหันพลันแล่น โดยสอบถามผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ การใช้ดุลยพินิจแบบนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ภาพสถานการณ์

转向มาที่ประเด็นภัยพิบัติ นายอนุทินเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ น้ำท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 27 กันยายน 2568 พื้นที่นี้เป็นจุดรับน้ำสำคัญ หากน้ำเอ่อล้นอาจกระทบจังหวัดใกล้เคียง เขาเน้นย้ำว่าการลงพื้นที่ไม่ใช่แค่เยียวยาบ้านเรือน แต่รวมถึงการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างครอบคลุม พื้นที่นี้น้ำท่วมซ้ำซาก จึงต้องวางแผนแก้ไขระยะยาว

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เช่น การเตรียมพร้อมที่ จ.อ่างทอง เมื่อสัปดาห์ก่อน แม้จะมีช่วงขาดตอนหลังเปลี่ยนรัฐบาล แต่โครงการที่เคยริเริ่มยังสามารถเชื่อมต่อได้ รัฐบาลยุคนี้มุ่งเน้นการป้องกันและบรรเทาภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและประชาชน

  • ยึดหลักกฎหมายในทุกคดี ไม่แทรกแซง
  • พิจารณานโยบายการพนันอย่างรอบคอบ
  • ลงพื้นที่ช่วยเหลือภัยน้ำท่วมทันที
  • วางแผนระยะยาวป้องกันน้ำท่วมซ้ำซาก
ภาพน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้รุนแรงกว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยาได้รับผลกระทบหนักจากฝนที่ตกหนักและน้ำจาก上游ไหลลงมา รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การลงพื้นที่ของนายอนุทินครั้งนี้จะช่วยประเมินความเสียหายและเร่งมาตรการเยียวยา เช่น การแจกจ่ายถุงยังชีพ สร้างที่พักชั่วคราว และซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากคดีเขากระโดงแล้ว ประเด็นอื่นๆ อย่างการจัดการน้ำท่วมยังแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาประชาชนจริง มท.ยุคนี้ไม่แทรกแซงคดีเขากระโดง “อนุทิน” ลงพื้นที่น้ำท่วมอยุธยาพรุ่งนี้ รับน่าห่วง เป็นตัวอย่างของการบริหารงานที่สมดุลระหว่างการเมืองและการช่วยเหลือสังคม

ภาพประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน การยึดมั่นในหลักกฎหมายและการลงพื้นที่ช่วยเหลือแบบนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มาก หากรัฐบาลดำเนินต่อเนื่อง ปัญหาการเมืองและภัยพิบัติจะได้รับการแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมหรือสนใจติดตามข่าวสาร ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามอัปเดตจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้อง

ภาพสรุป

ที่มา – มท.ยุคนี้ไม่แทรกแซงคดีเขากระโดง “อนุทิน” ลงพื้นที่น้ำท่วมอยุธยาพรุ่งนี้ รับน่าห่วง

“เดชอิศม์” ลั่น! หลัง 18 ต.ค. ตัดสินใจอยู่ปชป. หรือย้ายพรรค

“เดชอิศม์” ยอมรับรอตัดสินใจอยู่ต่อหรือย้ายพรรค หลังวันที่ 18 ต.ค.นี้รู้  ยืนยันต้องคำนึงถึงเกียรติศักดิ์ศรีคนสงขลาด้วย

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 25 กันยายน 2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงอนาคตทางการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์ของตนว่า หากตนจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรค หรือหัวหน้าพรรค ตนก็ไม่ควรอยู่ แต่ถ้าเห็นแล้วว่า ทำให้พรรคเดินไปข้างหน้าต่อได้ก็จะอยู่ต่อไป ซึ่งตนค่อยตัดสินใจหลังวันที่ 18 ต.ค. โดยหากอยู่ในพรรคต่อ ตนก็ไม่รับตำแหน่งอะไรในพรรค เมื่อถามย้ำว่า หากอยู่กับพรรคไม่ได้ แล้วจะตัดสินใจไปร่วมงานกับพรรคไหน เพราะนายหิมาลัย ผิวพรรณ (เสธ.หิ) ก็ยอมรับว่าได้ทาบทามไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม นายเดชอิศม์ กล่าวว่า เป็นแค่การแวะมาทานข้าวธรรมดา เสธ.หิ ต้องการไปทานที่ร้านอาหาร แต่ตนบอกว่ามาทานที่บ้านจะดีกว่า เพราะกลัวจะเป็นข่าว แต่ก็เป็นข่าวจนได้ ซึ่งก็เป็นธรรมดา เพราะอยู่วงการการเมือง เป็นเพื่อนช่วยกันไปมา มีหลายพรรคชวนเยอะ

ลั่นศักดิ์ศรีคนสงขลา

เมื่อถามว่า ได้ตอบรับไปหรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า วันนี้ตนยังเดินร่วมทางกับนายเฉลิมชัย อย่างน้อยภาพที่เห็นว่าเราขัดแย้งกัน อยากให้เห็นว่าไม่จริง เพราะตนกับนายเฉลิมชัยคุยกันได้ทุกเรื่อง ตนบอกกับท่านว่าอย่ามากังวลกับเรื่องของตน ให้สบายใจได้ ตนไม่เอาตัวเองเป็นตัวตั้ง และหลังวันที่ 18 ต.ค.นี้ ตนค่อยตัดสินใจ เพราะตนต้องแบกเกียรติยศและศักดิ์ศรีของความเป็นคนใต้ ด้วย เพราะตนเป็นคนสงขลา เมื่อถามอีกว่าหากไปแล้วจะเอาสส.ในกลุ่มไปด้วยหรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า อย่าว่าแต่สส.เลย สมาชิกในครอบครัวทั้งภรรยาและบุตร ที่เป็นสส. ตนก็ไม่บังคับ ให้เขาอยู่ในโลกประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะหลักคิดของทุกคนแตกต่างกัน

“เดชอิศม์”ยอมรับ หลัง 18 ต.ค.นี้ รอผลจะอยู่ประชาธิปัตย์ต่อ หรือย้ายพรรค

สถานการณ์ทางการเมืองของนายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากที่เจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตของตนเองภายในพรรค โดยยอมรับว่ากำลังรอผลการตัดสินใจว่าจะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป หรือจะตัดสินใจย้ายพรรค ภายหลังวันที่ 18 ตุลาคมนี้

ประเด็นสำคัญที่นายเดชอิศม์เน้นย้ำคือ การคำนึงถึงเกียรติศักดิ์ศรีของคนสงขลา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตนเอง โดยระบุว่าการตัดสินใจใดๆ จะต้องไม่ทำให้คนสงขลาผิดหวัง นอกจากนี้ นายเดชอิศม์ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์กับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน โดยยืนยันว่าทั้งสองคนยังสามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง และไม่ได้มีความขัดแย้งกันอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของ “เดชอิศม์”

มีหลายปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลต่อการตัดสินใจของนายเดชอิศม์ หนึ่งในนั้นคือ บทบาทและทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคต หากนายเดชอิศม์เห็นว่าพรรคยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และตนเองสามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนพรรคได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะตัดสินใจอยู่ต่อ

อย่างไรก็ตาม หากนายเดชอิศม์รู้สึกว่าตนเองเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพรรค หรือไม่เห็นด้วยกับทิศทางของพรรค ก็อาจตัดสินใจย้ายไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่านายหิมาลัย ผิวพรรณ ได้ทาบทามนายเดชอิศม์ให้ไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม

ไม่ว่าการตัดสินใจของนายเดชอิศม์จะเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของจังหวัดสงขลา และอาจส่งผลต่อการแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย เพราะ “เดชอิศม์”ยอมรับ หลัง 18 ต.ค.นี้ สถานการณ์จะชัดเจนมากขึ้น

การตัดสินใจของ “เดชอิศม์”ยอมรับ หลัง 18 ต.ค.นี้ จะเป็นการตัดสินใจที่สำคัญต่ออนาคตทางการเมืองของตนเองและต่อพรรคประชาธิปัตย์ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ย่อมส่งผลต่อสมการทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใครจะไป ใครจะอยู่ ล้วนเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง

ที่มา – “เดชอิศม์”ยอมรับ หลัง 18 ต.ค.นี้ รอผลจะอยู่ประชาธิปัตย์ต่อ หรือย้ายพรรค

“ชัยชนะ” หนุน “อภิสิทธิ์” ขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

“ชัยชนะ” ดอดพบ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ยื่นเทเสียงขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แลกนั่งเลขาฯ พรรค “เดชอิศม์” ลดเป้าจากคั่วหัวหน้าเหลือเก้าอี้เดิม ภูมิใจไทยแห่ขันหมากขอ “อวยพรศรี” เข้ามุ้งอีกราย

วันที่ 21 กันยายน 2568 ความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังจาก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับพรรคใหม่ ยังคงสัดส่วนกลุ่มโหวตเตอร์ออกเป็น 3 กลุ่มสำคัญที่จะสามารถเลือกบุคคลที่ลงชิงสมัครเป็นหัวหน้าพรรคในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ คือ โหวตเตอร์กลุ่ม สส., โหวตเตอร์กลุ่มกก.บห. และโหวตเตอร์กลุ่มตัวแทนสาขาพรรค รวมถึงอดีต สส. อดีตรัฐมนตรี และกลุ่มผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ลงในนามพรรค

โดยปรากฏว่า นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรักษาการรองหัวหน้าพรรคที่รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ได้เริ่มเดินสายขอเสียงจาก สส.ของพรรค โดยระบุเหตุผลกับ สส.พรรคประชาธิปัตย์ปัจจุบันว่า จะรวบรวมเสียง สส. และ กก.บห. เพื่อให้การสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้กลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อผลักดันให้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งในที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรค พร้อมกับการเสนอตัวขอทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับพรรคผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรค จะเป็นผู้เสนอชื่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรค โดยนายชัยชนะขอเข้าพบนายอภิสิทธิ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมรายงานสถานการณ์ในพรรคและการรวมเสียงสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเจ้าตัวรับฟังและขอบใจ แต่ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ

“ชัยชนะ” หนุน “อภิสิทธิ์” ขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

“เดชอิศม์” ลดเป้าจากคั่วหัวหน้า เหลือเก้าอี้เลขาฯ พรรค

ขณะที่ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการเลขาธิการพรรค แม้จะหลบสื่อไม่เดินทางเข้าพรรค ไม่รับสายโทรศัพท์สื่อมวลชน แต่ได้ให้นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นบุตรชายก็เริ่มเดินขอเสียงภายในจากบรรดา สส. และ กก.บห. เพื่อให้การสนับสนุนนายเดชอิศม์ให้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อวัดกระแสการตอบรับภายในพรรคแล้ว พบว่าไม่ได้รับความนิยม เพราะการดูแล สส. และคนในพรรคที่ผ่านมาล้วนเป็น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ดูแลทั้งเงินรายเดือนของ สส. เงินจัดกิจกรรมงานต่างๆ ของพรรค รวมถึงค่าใช้จ่าย เงินเดือนของเจ้าหน้าที่พรรคเพียงคนเดียว เพียง 2 สัปดาห์ทำให้ต้องลดเป้าจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงมาเหลือเป็นเลขาธิการพรรค

ทั้งนี้ เป็นเรื่องที่ สส.พรรคประชาธิปัตย์ที่มีท่าทีจะย้ายพรรคไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคอื่นในการเลือกตั้งครั้งหน้า ส่วนใหญ่ต่างแสดงออกท่าทีไม่สนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเห็นว่าหากนายอภิสิทธิ์กลับมาบริหารพรรคประชาธิปัตย์ทันการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้จะพลิกกลับมาแข็งแรงและกลายเป็นคู่ต่อสู้ของพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ส่งคนลงแข่งขันในภาคใต้ในอนาคตอันใกล้

อนาคตพรรคประชาธิปัตย์กับตำแหน่งหัวหน้าพรรค

การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ นับว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของสมาชิกพรรคในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางและอนาคตของพรรคในสมรภูมิการเมืองไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันเดียวกันนี้ นางนาที รัชกิจประการ ภรรยาของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และแกนนำพรรคภูมิใจไทยดูแลพื้นที่ภาคใต้ พร้อม น.ส.วาริณ ชิณวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือ นายกน้ำ เดินทางไปที่บ้านของ นางอวยพรศรี เชาวลิต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในอำเภอท่าศาลา เพื่อเจรจาทาบทามขอให้นางอวยพรศรี ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยท่าทีของนางอวยพรศรี และสามีคือนายอภินันท์ เชาวลิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลา หรือ นายกเอ ตกปากรับคำที่จะย้ายพรรคตามคำเชิญไปร่วมงานทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าเป็นที่แน่นอนแล้ว.

การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลต่อทิศทางทางการเมืองในอนาคตอย่างมาก

ที่มา – “ชัยชนะ” ดอดพบ “อภิสิทธิ์” หนุนขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แลกนั่งเลขาฯ พรรค

“เดชอิศม์” โพสต์หวาน ยังรัก “เฉลิมชัย” เหมือนเดิม

“เดชอิศม์ ขาวทอง” ขอบคุณในความเสียสละของ “เฉลิมชัย” ยืนยันยังรักกันเหมือนเดิม เคารพและให้เกียรติ 100% สยบข่าวลือ ย้ำ ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ สส. และ กก.บห.ทุกคนในพรรคประชาธิปัตย์

วันที่ 20 กันยายน 2568 นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และสส.จังหวัดสงขลา โพสต์หัวใจสีฟ้า และรูปภาพร่วมเฟรมกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า

“ยังรักกันเหมือนเดิม” ขอขอบพระคุณในความเสียสละของท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ผมต้องขอโทษอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ผม และ สส.รวม 21 คน จาก 25 คน ไปขอร้องท่านให้มารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค มาช่วยดูแลพรรค มาช่วยประคับประคองพรรค ทั้งๆ ที่ท่าน ไม่คิดจะเป็นเลย

ระยะเวลา 2 ปี เต็มๆ ที่ท่านมาช่วยพรรค คนอื่นๆ ที่อยู่นอกพรรคไม่เคยรู้ ไม่เคยเข้าใจ ใช้วาจาเสียดสี ทิ่มแทง ท่านมาโดยตลอด ท่านอดทนมาได้จนถึงวันนี้ถือว่าสุดยอดมากแล้วครับ

ผมเคารพในการตัดสินใจของท่านเสมอ ท่านมาตามข้อบังคับพรรค ซึ่งออกมาหลายสิบปีมาแล้ว ท่านชวน , ท่านอภิสิทธิ์ , ท่านจุรินทร์ ก็ได้เป็นหัวหน้าพรรคตามข้อบังคับพรรคนี้เช่นเดียวกัน

ตัวผมเองเข้ามาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่มีใครหยิบผมมาลง ผมต้องทำโพลเพื่อแข่งกับคนอื่นๆ รวม 4 คน ผมชนะโพล ผมถึงได้ลงสมัคร สส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นผู้สมัคร สส.ที่ไม่เคยใช้เงินพรรคแม้แต่บาทเดียว นอกจากไม่ใช้เงินพรรคแล้วยังช่วยพรรคอีกต่างหาก มาเป็นรองหัวหน้าพรรค มาเป็นเลขาธิการพรรค ก็มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของพรรค ภายใต้ข้อบังคับพรรคฉบับเดียวกัน

ตั้งแต่หัวหน้าพรรคลาออกไป มีกระแสข่าวต่างๆ นานา เพื่อหวังทำลายความสัมพันธ์ของ สส.และกรรมการบริหารพรรค สำหรับผม ขอยืนยันว่าผมยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ สส. และกรรมการบริหารพรรคทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ผมยังคงเคารพและให้เกียรติท่าน 100% ครับ

“เดชอิศม์” โพสต์หวาน ยังรัก “เฉลิมชัย” เหมือนเดิม

จากโพสต์ล่าสุดของนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองเป็นอย่างมาก เนื้อหาในโพสต์เป็นการยืนยันความสัมพันธ์อันดีกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่ามกลางกระแสข่าวลือต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค

โพสต์ดังกล่าวเป็นการแสดงความขอบคุณต่อนายเฉลิมชัยที่เสียสละเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคในช่วงเวลาที่พรรคต้องการความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังเป็นการตอบโต้กระแสข่าวที่พยายามจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่าง สส. และกรรมการบริหารพรรคอีกด้วย

ความสัมพันธ์ที่ยังคงเหนียวแน่น “เดชอิศม์” ยังรัก “เฉลิมชัย” เหมือนเดิม

สิ่งที่น่าสนใจจากโพสต์นี้คือการที่นายเดชอิศม์เน้นย้ำถึงความเคารพและให้เกียรติต่อนายเฉลิมชัยอย่างเต็มที่ แม้ว่านายเฉลิมชัยจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแล้วก็ตาม การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นสุภาพบุรุษทางการเมืองและความกตัญญูรู้คุณต่อผู้ที่เคยให้ความช่วยเหลือ

นอกจากนี้ นายเดชอิศม์ยังได้อธิบายถึงกระบวนการที่ตนเองเข้ามามีบทบาทในพรรคประชาธิปัตย์ โดยเน้นย้ำว่าทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับพรรคและผ่านการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งต่างๆ และเป็นการตอบโต้ข้อครหาที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความผันผวนและมีการแข่งขันสูง การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักการเมืองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพรรคการเมืองเดียวกัน การที่นายเดชอิศม์ออกมาแสดงความรักและความเคารพต่อนายเฉลิมชัยอย่างเปิดเผยเช่นนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในพรรคประชาธิปัตย์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นยังคงต้องจับตามองต่อไปว่าจะมีผลกระทบต่อทิศทางทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร และความสัมพันธ์ระหว่างนายเดชอิศม์และนายเฉลิมชัยจะยังคงแข็งแกร่งเช่นนี้ต่อไปหรือไม่

การเมืองไทยมักมีเรื่องราวให้ติดตามอยู่เสมอ การแสดงออกถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมืองเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

“เดชอิศม์” โพสต์หวาน ยังรัก “เฉลิมชัย” เหมือนเดิม เป็นการแสดงออกถึงความสัมพันธ์ส่วนตัว แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการที่นักการเมืองเหล่านี้จะสามารถทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาประเทศได้อย่างไร เราในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ควรพิจารณาถึงนโยบายและผลงานของนักการเมืองแต่ละคน ก่อนตัดสินใจเลือกผู้แทนของเราเข้าไปทำหน้าที่ในสภา

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตทางการเมืองภายในพรรคประชาธิปัตย์ และการที่นายเดชอิศม์ออกมาแสดงความชัดเจนเช่นนี้ อาจเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ท้ายที่สุดแล้ว การเมืองคือเรื่องของการต่อรองและผลประโยชน์ แต่การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคลก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน การที่นายเดชอิศม์แสดงความรักและเคารพต่อนายเฉลิมชัย อาจเป็นกลยุทธ์ทางการเมือง หรืออาจเป็นความรู้สึกที่แท้จริงก็ได้ ทุกสิ่งย่อมมีเหตุผลเบื้องหลังเสมอ

ที่มา – “เดชอิศม์” โพสต์หวาน ยังรัก “เฉลิมชัย” เหมือนเดิม เคารพและให้เกียรติ 100%

Scroll to top