“ชัยชนะ” ดอดพบ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ยื่นเทเสียงขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แลกนั่งเลขาฯ พรรค “เดชอิศม์” ลดเป้าจากคั่วหัวหน้าเหลือเก้าอี้เดิม ภูมิใจไทยแห่ขันหมากขอ “อวยพรศรี” เข้ามุ้งอีกราย
วันที่ 21 กันยายน 2568 ความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังจาก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับพรรคใหม่ ยังคงสัดส่วนกลุ่มโหวตเตอร์ออกเป็น 3 กลุ่มสำคัญที่จะสามารถเลือกบุคคลที่ลงชิงสมัครเป็นหัวหน้าพรรคในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ คือ โหวตเตอร์กลุ่ม สส., โหวตเตอร์กลุ่มกก.บห. และโหวตเตอร์กลุ่มตัวแทนสาขาพรรค รวมถึงอดีต สส. อดีตรัฐมนตรี และกลุ่มผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ลงในนามพรรค
โดยปรากฏว่า นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรักษาการรองหัวหน้าพรรคที่รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ได้เริ่มเดินสายขอเสียงจาก สส.ของพรรค โดยระบุเหตุผลกับ สส.พรรคประชาธิปัตย์ปัจจุบันว่า จะรวบรวมเสียง สส. และ กก.บห. เพื่อให้การสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้กลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อผลักดันให้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งในที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรค พร้อมกับการเสนอตัวขอทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับพรรคผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรค จะเป็นผู้เสนอชื่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรค โดยนายชัยชนะขอเข้าพบนายอภิสิทธิ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมรายงานสถานการณ์ในพรรคและการรวมเสียงสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเจ้าตัวรับฟังและขอบใจ แต่ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
“ชัยชนะ” หนุน “อภิสิทธิ์” ขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
“เดชอิศม์” ลดเป้าจากคั่วหัวหน้า เหลือเก้าอี้เลขาฯ พรรค
ขณะที่ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการเลขาธิการพรรค แม้จะหลบสื่อไม่เดินทางเข้าพรรค ไม่รับสายโทรศัพท์สื่อมวลชน แต่ได้ให้นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นบุตรชายก็เริ่มเดินขอเสียงภายในจากบรรดา สส. และ กก.บห. เพื่อให้การสนับสนุนนายเดชอิศม์ให้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อวัดกระแสการตอบรับภายในพรรคแล้ว พบว่าไม่ได้รับความนิยม เพราะการดูแล สส. และคนในพรรคที่ผ่านมาล้วนเป็น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ดูแลทั้งเงินรายเดือนของ สส. เงินจัดกิจกรรมงานต่างๆ ของพรรค รวมถึงค่าใช้จ่าย เงินเดือนของเจ้าหน้าที่พรรคเพียงคนเดียว เพียง 2 สัปดาห์ทำให้ต้องลดเป้าจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงมาเหลือเป็นเลขาธิการพรรค
ทั้งนี้ เป็นเรื่องที่ สส.พรรคประชาธิปัตย์ที่มีท่าทีจะย้ายพรรคไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคอื่นในการเลือกตั้งครั้งหน้า ส่วนใหญ่ต่างแสดงออกท่าทีไม่สนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเห็นว่าหากนายอภิสิทธิ์กลับมาบริหารพรรคประชาธิปัตย์ทันการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้จะพลิกกลับมาแข็งแรงและกลายเป็นคู่ต่อสู้ของพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ส่งคนลงแข่งขันในภาคใต้ในอนาคตอันใกล้
อนาคตพรรคประชาธิปัตย์กับตำแหน่งหัวหน้าพรรค
การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ นับว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของสมาชิกพรรคในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางและอนาคตของพรรคในสมรภูมิการเมืองไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันเดียวกันนี้ นางนาที รัชกิจประการ ภรรยาของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และแกนนำพรรคภูมิใจไทยดูแลพื้นที่ภาคใต้ พร้อม น.ส.วาริณ ชิณวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือ นายกน้ำ เดินทางไปที่บ้านของ นางอวยพรศรี เชาวลิต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในอำเภอท่าศาลา เพื่อเจรจาทาบทามขอให้นางอวยพรศรี ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยท่าทีของนางอวยพรศรี และสามีคือนายอภินันท์ เชาวลิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลา หรือ นายกเอ ตกปากรับคำที่จะย้ายพรรคตามคำเชิญไปร่วมงานทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าเป็นที่แน่นอนแล้ว.
การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลต่อทิศทางทางการเมืองในอนาคตอย่างมาก
ที่มา – “ชัยชนะ” ดอดพบ “อภิสิทธิ์” หนุนขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แลกนั่งเลขาฯ พรรค


