นาที รัชกิจประการ

อนุทิน ควง พิพัฒน์ สยบรอยร้าว ยัน ครม.ทำงานราบรื่น

เชื่อว่าหลายคนน่าจะกำลังจับตามองสถานการณ์การเมืองในช่วงนี้กันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นความสัมพันธ์ภายในคณะรัฐมนตรี ล่าสุดกลายเป็นสีสันและประเด็นร้อนที่หลายคนพูดถึง เมื่อ อนุทิน ควง พิพัฒน์ สยบรอยร้าว ยัน ครม.ทำงานราบรื่น ให้เห็นผ่านสื่อแบบชัดเจน เรียกได้ว่างานนี้สยบทุกข่าวลือที่เคยเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปได้แบบสวยงามครับ

อนุทิน ควง พิพัฒน์ สยบรอยร้าว ยัน ครม.ทำงานราบรื่น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล ในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ และนางนาที รัชกิจประการ พร้อมติดตลกกับผู้สื่อข่าวว่านี่คือทีม “2 น. 1 พ.” (น.นาที, น.หนู) ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าความสัมพันธ์ยังคงแน่นแฟ้น ไม่ได้มีรอยร้าวอย่างที่หลายฝ่ายกังวลกัน

มุมมองจาก อนุทิน ควง พิพัฒน์ สยบรอยร้าว ยัน ครม.ทำงานราบรื่น

นอกจากบรรยากาศที่ผ่อนคลายแล้ว นายอนุทินยังได้เน้นย้ำถึงการทำงานของรัฐบาลว่า ทุกคนในคณะรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันงานเพื่อประเทศชาติในทุกมิติ โดยมีประเด็นสำคัญที่กำลังขับเคลื่อน ดังนี้:

  • การแก้ไขปัญหาคดีบุกรุกป่าในจังหวัดภูเก็ต โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นแกนนำ
  • การตีความกฎหมายอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ในการบุกรุกพื้นที่รัฐ
  • การรับฟังคำวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ เพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

นายอนุทินยังได้ฝากข้อคิดที่น่าสนใจว่า เราควรยึดมั่นในกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก อย่าใช้ความรู้สึกส่วนตัวหรือบทวิเคราะห์จากสื่อในการตัดสินผลงานของรัฐบาล เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ผลลัพธ์ของงาน” ที่กำลังก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ครับ

ในฐานะประชาชน เราควรเฝ้าติดตามผลการทำงานของรัฐบาลมากกว่าการจับผิดเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว หากการทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ก็ย่อมเป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาวครับ

ที่มา – “อนุทิน” ควง “พิพัฒน์-นาที” สยบรอยร้าว ติดตลก 2 น. 1 พ. ยัน ครม.เดินหน้าทำงานร่วมกันราบรื่น

“ชัยชนะ” หนุน “อภิสิทธิ์” ขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

“ชัยชนะ” ดอดพบ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ยื่นเทเสียงขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แลกนั่งเลขาฯ พรรค “เดชอิศม์” ลดเป้าจากคั่วหัวหน้าเหลือเก้าอี้เดิม ภูมิใจไทยแห่ขันหมากขอ “อวยพรศรี” เข้ามุ้งอีกราย

วันที่ 21 กันยายน 2568 ความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังจาก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับพรรคใหม่ ยังคงสัดส่วนกลุ่มโหวตเตอร์ออกเป็น 3 กลุ่มสำคัญที่จะสามารถเลือกบุคคลที่ลงชิงสมัครเป็นหัวหน้าพรรคในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ คือ โหวตเตอร์กลุ่ม สส., โหวตเตอร์กลุ่มกก.บห. และโหวตเตอร์กลุ่มตัวแทนสาขาพรรค รวมถึงอดีต สส. อดีตรัฐมนตรี และกลุ่มผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ลงในนามพรรค

โดยปรากฏว่า นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรักษาการรองหัวหน้าพรรคที่รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ได้เริ่มเดินสายขอเสียงจาก สส.ของพรรค โดยระบุเหตุผลกับ สส.พรรคประชาธิปัตย์ปัจจุบันว่า จะรวบรวมเสียง สส. และ กก.บห. เพื่อให้การสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้กลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อผลักดันให้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งในที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรค พร้อมกับการเสนอตัวขอทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับพรรคผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรค จะเป็นผู้เสนอชื่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรค โดยนายชัยชนะขอเข้าพบนายอภิสิทธิ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมรายงานสถานการณ์ในพรรคและการรวมเสียงสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเจ้าตัวรับฟังและขอบใจ แต่ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ

“ชัยชนะ” หนุน “อภิสิทธิ์” ขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

“เดชอิศม์” ลดเป้าจากคั่วหัวหน้า เหลือเก้าอี้เลขาฯ พรรค

ขณะที่ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการเลขาธิการพรรค แม้จะหลบสื่อไม่เดินทางเข้าพรรค ไม่รับสายโทรศัพท์สื่อมวลชน แต่ได้ให้นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นบุตรชายก็เริ่มเดินขอเสียงภายในจากบรรดา สส. และ กก.บห. เพื่อให้การสนับสนุนนายเดชอิศม์ให้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อวัดกระแสการตอบรับภายในพรรคแล้ว พบว่าไม่ได้รับความนิยม เพราะการดูแล สส. และคนในพรรคที่ผ่านมาล้วนเป็น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ดูแลทั้งเงินรายเดือนของ สส. เงินจัดกิจกรรมงานต่างๆ ของพรรค รวมถึงค่าใช้จ่าย เงินเดือนของเจ้าหน้าที่พรรคเพียงคนเดียว เพียง 2 สัปดาห์ทำให้ต้องลดเป้าจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงมาเหลือเป็นเลขาธิการพรรค

ทั้งนี้ เป็นเรื่องที่ สส.พรรคประชาธิปัตย์ที่มีท่าทีจะย้ายพรรคไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคอื่นในการเลือกตั้งครั้งหน้า ส่วนใหญ่ต่างแสดงออกท่าทีไม่สนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเห็นว่าหากนายอภิสิทธิ์กลับมาบริหารพรรคประชาธิปัตย์ทันการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้จะพลิกกลับมาแข็งแรงและกลายเป็นคู่ต่อสู้ของพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ส่งคนลงแข่งขันในภาคใต้ในอนาคตอันใกล้

อนาคตพรรคประชาธิปัตย์กับตำแหน่งหัวหน้าพรรค

การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ นับว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของสมาชิกพรรคในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางและอนาคตของพรรคในสมรภูมิการเมืองไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันเดียวกันนี้ นางนาที รัชกิจประการ ภรรยาของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และแกนนำพรรคภูมิใจไทยดูแลพื้นที่ภาคใต้ พร้อม น.ส.วาริณ ชิณวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือ นายกน้ำ เดินทางไปที่บ้านของ นางอวยพรศรี เชาวลิต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในอำเภอท่าศาลา เพื่อเจรจาทาบทามขอให้นางอวยพรศรี ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยท่าทีของนางอวยพรศรี และสามีคือนายอภินันท์ เชาวลิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลา หรือ นายกเอ ตกปากรับคำที่จะย้ายพรรคตามคำเชิญไปร่วมงานทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าเป็นที่แน่นอนแล้ว.

การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลต่อทิศทางทางการเมืองในอนาคตอย่างมาก

ที่มา – “ชัยชนะ” ดอดพบ “อภิสิทธิ์” หนุนขึ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แลกนั่งเลขาฯ พรรค

Scroll to top