เตือนฝนตก

เตือน! ทั่วไทยระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนัก” เช็กเลย!

สถานการณ์ “ฝนตกหนัก” กำลังเป็นที่น่ากังวล! “กรมอุตุนิยมวิทยา” ออกมาเตือนทั่วไทยให้ระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนัก” พร้อมทั้งให้ตรวจสอบรายชื่อจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

วันที่ 13 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

เตือนทั่วไทยระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนัก”

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้:

ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดสระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

จังหวัดไหนบ้างที่ต้องระวัง “ฝนตกหนัก” เป็นพิเศษ?

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, ตาก, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: ราชบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม
  • ภาคตะวันออก: สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): กระบี่, ตรัง, สตูล
  • กรุงเทพและปริมณฑล: ทั่วพื้นที่

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนัก” ที่อาจเกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัย

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนัก” เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ควรตรวจสอบสภาพบ้านเรือน ช่องทางระบายน้ำ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

ที่มา – เตือนทั่วไทยระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนัก” เช็กจังหวัดไหนบ้างคาดจะได้รับผลกระทบ

อุตุฯ เตือน! ไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาเตือน! ประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับ ฝนตกหนัก ในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เสี่ยงภัย

ในช่วงวันที่ 12 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ โดยระบุว่าประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมี ฝนตกหนัก ในบางแห่ง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยควรระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลาดเชิงเขาและใกล้แหล่งน้ำ

ปัจจัยที่ทำให้เกิดสถานการณ์นี้คือ ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง

สำหรับชาวเรือที่ต้องทำการประมงหรือสัญจรทางทะเล ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร

อุตุฯ เตือนไทยยังมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง

ต่อไปนี้คือพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 น. วันนี้ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้:

พยากรณ์อากาศแต่ละภาค: จับตาพื้นที่ฝนตกหนัก

  • ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
  • ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
  • ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • กรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส

จากประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา สถานการณ์ ฝนตกหนัก ในประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วง ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา – อุตุฯ เตือนไทยยังมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง เช็กจังหวัดที่คาดจะได้รับผลกระทบ

เตือน! ไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักบางแห่ง

ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะภาคเหนือที่อาจมีฝนตกหนักบางแห่ง เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์

ไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง

วันที่ 11 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ โดยภาคเหนือมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พยากรณ์อากาศรายภาค: เตรียมรับมือ ไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง

  • ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และพิษณุโลก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • กรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

จากพยากรณ์อากาศนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา – เตือนไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ภาคเหนือฝนตกหนักบางแห่ง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

สภาพอากาศวันนี้: ไทยตอนบน ฝนตกหนัก ต้องระวัง!

เตรียมตัวรับมือ! กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยตอนบนมีโอกาสเจอ ฝนตกหนัก ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

วันที่ 10 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยเกี่ยวกับ สภาพอากาศวันนี้ โดยระบุว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและมี ฝนตกหนัก บางแห่ง

สภาพอากาศวันนี้: ฝนตกหนัก ต้องระวัง

สำหรับชาวเรือที่วางแผนจะออกทะเล ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เนื่องจากทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พยากรณ์อากาศรายภาคสำหรับวันนี้

  • ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร และพิษณุโลก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย และบึงกาฬ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
  • ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
  • ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป: ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • กรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส

จากข้อมูลพยากรณ์อากาศข้างต้น จะเห็นได้ว่าหลายพื้นที่ในประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับฝนฟ้าคะนองและ ฝนตกหนัก ดังนั้น ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสาร สภาพอากาศวันนี้ อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

นอกจากนี้ การตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และหลีกเลี่ยงการเดินทางในเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงในช่วงฤดูฝนนี้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง เตือนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม

เตือน! 3 จังหวัดฝนตกหนักมาก คนกรุงรับมือน้ำ

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน! 3 จังหวัดเตรียมรับมือ ฝนตกหนักมาก บางพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนคนกรุงเทพฯ ต้องระวังอันตรายจากฝนตกหนักมากและน้ำรอการระบาย

วันที่ 9 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายแห่ง และมี ฝนตกหนักมาก ในบางพื้นที่ของภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

เตือน! 3 จังหวัดฝนตกหนักมาก คนกรุงรับมือน้ำ

พยากรณ์อากาศวันนี้: ระวัง! ฝนตกหนักมาก ในหลายพื้นที่

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม ชัยภูมิ มุกดาหาร นครราชสีมา และบุรีรัมย์
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนักมาก บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ที่อาจเกิดขึ้น ตรวจสอบเส้นทาง วางแผนการเดินทาง และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนที่คุณรัก

ที่มา – เตือน 3 จังหวัด “ฝนตกหนักมาก” บางพื้นที่ คนกรุงระวังอันตรายจากน้ำรอการระบาย

อุตุฯ ประกาศ: พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เข้าไทย 8 ก.ย. นี้!

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 7 ยืนยันว่าพายุ “ตาปะฮ์” จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่จะขึ้นฝั่งที่ประเทศจีนตอนใต้ในวันพรุ่งนี้ (8 กันยายน) อย่างไรก็ตาม พายุนี้จะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้นได้

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย ฉบับที่ 7 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (7 ก.ย. 68) พายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” (TAPAH) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 380 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 18.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.7 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในวันพรุ่งนี้ (8 ก.ย. 68) อย่างที่กล่าวไป พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย โดยตรง จึงไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยมากนัก แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ดังนั้น ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วยเพื่อความปลอดภัย

พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย จริงหรือ?

หลายคนอาจกังวลว่าข่าวเรื่อง พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย นั้นเชื่อถือได้แค่ไหน? กรมอุตุนิยมวิทยาได้ยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการแล้ว และมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม เราควรติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

สิ่งที่ควรระวังแม้พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เข้าไทย

ถึงแม้ว่าพายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย โดยตรง แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องระวัง ดังนี้:

  • คลื่นลมแรง: มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น อาจทำให้เกิดคลื่นลมแรงในทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นสูง
  • ฝนตกหนัก: มรสุมที่มีกำลังแรงขึ้นอาจทำให้เกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก ควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้น
  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก: ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้

ดังนั้น แม้ว่าพายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย แต่ก็ไม่ควรประมาท ควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงนี้ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรัก

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงประกาศ ณ วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา 17.00 น.

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 7 พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย จ่อขึ้นฝั่งประเทศจีนพรุ่งนี้ 8 ก.ย.

ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” มรสุมแรงขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เรื่อง “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” แต่ไม่ต้องกังวล! แม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่อาจมีฝนตกหนักได้

ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย”

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยพายุลูกนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8-9 กันยายน 2568

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยตรง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ พายุนี้จะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งอาจนำมาซึ่งผลกระทบดังนี้:

  • ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้
  • คลื่นลมแรงในทะเลอันดามันและอ่าวไทย ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยง

สิ่งที่ควรทำเมื่อ “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” แต่มรสุมแรงขึ้น

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยตรง แต่เราก็ควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากมรสุมที่มีกำลังแรงขึ้น ดังนี้:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยในช่วงที่มีฝนตกหนัก
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นลมแรง

สถานการณ์ พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่มีฝนตกชุกก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่าลืมรักษาร่างกายให้อบอุ่น พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

ที่มา – ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชัน” ไม่เข้าไทย แต่จะทำให้มรสุมที่ปกคลุมมีกำลังแรงขึ้น

เตือนทั่วไทย! ฝนตกหนักมาก ระวังน้ำท่วม

“กรมอุตุนิยมวิทยา” พยากรณ์อากาศทั่วไทย “ฝนตกหนักมาก” บางพื้นที่ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

วันที่ 5 ก.ย. 2568 เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า “ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมี ฝนตกหนักมาก บางพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และตราด ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8 – 9 ก.ย. โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย”

เตือนทั่วไทย “ฝนตกหนักมาก” บางพื้นที่ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนักมาก บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนักมาก บางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

สถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยขณะนี้ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – เตือนทั่วไทย “ฝนตกหนักมาก” บางพื้นที่ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

ทั่วไทยวันนี้! ยังมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง

วันนี้ทั่วไทยยังคงต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรากฏการณ์ “ฝนตกหนัก” ในหลายพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกสะสม ทั้งน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเน้นย้ำให้ติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างใกล้ชิด

จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ณ วันที่ 5 กันยายน 2568 พบว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจเกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์และวางแผนการอพยพหากจำเป็นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ทั่วไทยยังคงมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง

สำหรับชาวเรือที่ทำการประมงหรือสัญจรทางทะเล ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และอาจสูงกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พยากรณ์อากาศทั่วไทยวันนี้ ระวัง “ฝนตกหนัก”

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

  • ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
  • ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

สถานการณ์ “ฝนตกหนัก” ที่เกิดขึ้นทั่วไทยในขณะนี้เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติได้

ที่มา – ทั่วไทยยังคงมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง เตือนอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

Scroll to top