เลือกตั้งซ่อม

“ณัฐวุฒิ” แฉภาพ “ศักดิ์ดา” คุยนายอำเภอบ่อพลอย

“ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” โพสต์ภาพ “รมต.ศักดิ์ดา” หารือกับนายอำเภอบ่อพลอย บอกเลือกตั้งซ่อมเขต 4 กาญจนบุรี สถานการณ์กำลังเข้มข้น ห่วงว่าข้าราชการจะเป็นกลางมาก มาก ถึงมากที่สุด

วันที่ 17 ตุลาคม 2568 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก เป็นภาพนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่งหารือกับนายอำเภอบ่อพลอย ว่า “เลือกตั้งซ่อมเขต 4 กาญจนบุรี สถานการณ์กำลังเข้มข้น รมต.ศักดิ์ดา ท่านขยันดี ช่วงเที่ยงวันนี้ ขึ้นไปที่ว่าการอำเภอบ่อพลอยในเขตเลือกตั้ง เข้าไปนั่งในห้องนายอำเภอ สั่งการโน่น นั่น นี่ เย็นนี้ข่าวว่าจะนัดผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ กินข้าวที่บ้านนายอำเภอด้วย สื่อมวลชนว่างๆไปดูได้ ท่านคงไม่ว่าหรอก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ห่วงว่าข้าราชการจะเป็นกลางมาก มาก ถึงมากที่สุด”

ขณะที่การเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 จะมีขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม 2568 นี้ โดยเป็นการแข่งขันกันระหว่าง นางสาววิสุดา วิเชียรศิลป์ ลูกสาวนายศักดิ์ดา (แชมป์เก่าพรรคเพื่อไทย) ซึ่งเป็นผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย และ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช อดีตรองแม่ทัพภาค 4 จากพรรคเพื่อไทย

“ณัฐวุฒิ” แฉภาพ “ศักดิ์ดา” นั่งคุยนายอำเภอบ่อพลอย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองเมื่อนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ออกมาเปิดเผยภาพของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังพูดคุยกับนายอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้งซ่อมที่กำลังจะมาถึง การกระทำดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสมและอาจมีผลต่อความเป็นกลางของข้าราชการในการเลือกตั้ง

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ณัฐวุฒิ” แฉภาพ “ศักดิ์ดา” คุยนายอำเภอบ่อพลอย

โพสต์ของนายณัฐวุฒิ ระบุถึงการที่รัฐมนตรีศักดิ์ดาเดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอบ่อพลอยในช่วงเที่ยงวันและได้เข้าไปนั่งในห้องทำงานของนายอำเภอเพื่อสั่งการต่างๆ นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่าจะมีการนัดผู้นำท้องถิ่นและผู้นำท้องที่รับประทานอาหารเย็นที่บ้านพักของนายอำเภออีกด้วย ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำเสนอต่อสาธารณชนเพื่อให้พิจารณาถึงความโปร่งใสและความเป็นกลางในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น

การเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ที่กำลังจะมาถึงนี้เป็นการแข่งขันที่น่าจับตามอง โดยมีผู้สมัครหลักสองรายคือ นางสาววิสุดา วิเชียรศิลป์ จากพรรคภูมิใจไทย (ลูกสาวของนายศักดิ์ดา) และ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช จากพรรคเพื่อไทย การแข่งขันครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากจะเป็นตัวชี้วัดความนิยมของพรรคการเมืองต่างๆ ในพื้นที่และอาจส่งผลต่อการเมืองในระดับชาติ

ประเด็นที่น่าสนใจคือการที่นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าไปพบกับนายอำเภอบ่อพลอยในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งซ่อม ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความเหมาะสมและการใช้อำนาจรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้สมัครจากพรรคตนเองหรือไม่ เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจและรอคอยการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำดังกล่าวคือการที่ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง หากประชาชนรู้สึกว่าการเลือกตั้งไม่เป็นธรรมและมีการใช้อำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซง อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความไม่สงบในสังคมได้ ดังนั้นการรักษาความเป็นกลางและความโปร่งใสในการเลือกตั้งจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนให้สังคมไทยต้องตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบการทำงานของนักการเมืองและข้าราชการ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจในทางที่ผิดและรักษาความเป็นธรรมในสังคม การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การเมืองไทยพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ในระดับพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของระบบการเมืองไทยในการรักษาความเป็นธรรมและความโปร่งใส ขอเชิญชวนให้ทุกท่านติดตามข่าวสารและร่วมกันตรวจสอบเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

ดังนั้น การออกมาแฉภาพ “ศักดิ์ดา” คุยนายอำเภอบ่อพลอยของ “ณัฐวุฒิ” ครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการตรวจสอบการทำงานของนักการเมืองและรักษาความเป็นธรรมในการเลือกตั้งซ่อมที่จะเกิดขึ้นนี้

ที่มา – “ณัฐวุฒิ” แฉภาพ “ศักดิ์ดา” นั่งคุยนายอำเภอบ่อพลอย ท่ามกลางศึกเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี

อนุทินช่วย “วิสุดา” หาเสียงกาญจนบุรี ย้ำยุบสภา ม.ค.

“อนุทิน” ขนทัพหาเสียงเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี ช่วย “วิสุดา” ย้ำยุบสภา ม.ค. นี้เเน่นอน! หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยยกทีมลงพื้นที่กาญจนบุรี ขอคะเเนนเสียงให้ “วิสุดา วิเชียรศิลป์” พร้อมประกาศชัดเจน ยุบสภา ม.ค. 69 เเละยืนยันไม่เปิดด่าน ปกป้องศักดิ์ศรีคนไทย

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่วัดสระลงเรือ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี เพื่อช่วย น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 จากพรรคภูมิใจไทย โดยมีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ (บิดาของ น.ส.วิสุดา), นายภราดร ปริศนานันทกุล, นายนภินทร ศรีสรรพางค์, พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ พร้อมด้วยแกนนำ และ สส.พรรคภูมิใจไทย รวมถึง จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ร่วมให้กำลังใจอย่างคับคั่ง

นายอนุทิน ได้ทักทายประชาชนอย่างเป็นกันเอง ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวขอบคุณประชาชนที่เคยให้ความไว้วางใจเลือกนายศักดิ์ดา เป็น สส. แต่เนื่องจากนายศักดิ์ดา ได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรี จึงต้องลาออกจากตำแหน่ง สส. แต่พรรคภูมิใจไทย ก็ได้ส่ง น.ส.วิสุดา มาสานต่อเจตนารมณ์ เพื่อรับใช้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายอนุทิน กล่าวว่า “อาทิตย์หน้า ถ้าพี่น้องบอกว่าใช้พ่อคนเดียวไม่พอ จะจิกหัวใช้ลูกอีก ก็ขอให้เลือก น.ส.วิสุดา” พร้อมทั้งย้ำว่า น.ส.วิสุดา เป็นคนจริง มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เนื่องจากเห็นว่าการเป็นข้าราชการประจำไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างครบถ้วน

อนุทินย้ำ เลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี คือออร์เดิร์ฟ

นายอนุทินยังกล่าวถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า โดยเปรียบการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี ครั้งนี้เป็นเพียงออร์เดิร์ฟ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้า พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่า พรรคภูมิใจไทยจะทำทุกวิถีทางเพื่อดูแลอนาคตของ น.ส.วิสุดา ให้ดีที่สุด

นโยบายชัดเจน ภูมิใจไทยพูดแล้วทำ

ในส่วนของนโยบาย นายอนุทิน ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคที่พูดแล้วทำ โดยได้ยกตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา เช่น การผลักดันสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการคนละครึ่ง ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อรับใช้ประชาชนอย่างดีที่สุด

ทั้งนี้ นายอนุทิน ยังได้กล่าวถึงกำหนดการยุบสภาว่า จะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2569 เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน และหวังว่าประชาชนจะให้ความไว้วางใจพรรคภูมิใจไทย กลับมาทำงานรับใช้ประชาชนอีกครั้ง

อนุทินย้ำ ไม่เปิดด่าน รักษาศักดิ์ศรีคนไทย

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งที่นายอนุทิน ได้กล่าวถึง คือ เรื่องการเปิดด่าน โดยยืนยันว่าจะไม่เปิดด่านอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นการรักษาอธิปไตย และศักดิ์ศรีของคนไทย

อนุทิน ขนทัพหาเสียงเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี

การลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี ของนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาฐานเสียง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่

อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี

การเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการตัดสินใจเลือกผู้แทนของประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 4 เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางทางการเมืองในอนาคตอีกด้วย ผลการเลือกตั้งจะสามารถบ่งชี้ได้ถึงความนิยมของพรรคภูมิใจไทย และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ไม่ว่าผลการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี จะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือการที่ประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิของตนเอง และร่วมกันสร้างสรรค์ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง

ที่มา – “อนุทิน” ขนทัพหาเสียงเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี ช่วย “วิสุดา” ย้ำยุบสภา ม.ค.

เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี: เพื่อไทยมั่นใจ!

พรรคเพื่อไทยสู้เต็มที่ เชื่อหัวใจคนเมืองกาญจน์ยังเป็นสีแดง มั่นใจ “พล.อ.ชินวัฒน์” ทวงเก้าอี้เลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ล้มคู่แข่งที่ทิ้งพรรคไปสังกัดสีน้ำเงิน ชวนประชาชนเข้าคูหา 19 ต.ค.

วันที่ 12 ตุลาคม 2568 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดกาญจนบุรี แทนนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ได้ลาออกจากสมาชิกและ สส.พรรคเพื่อไทย เพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นั้น พรรคเพื่อไทยได้จัดทีม ประกอบด้วย แกนนำ พรรค และ สส.ดาวเด่น อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายอดิศร เพียงเกษ, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์, นายพนม โพธิ์แก้ว, นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ และ น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ช่วยผู้สมัครรณรงค์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย โดยจะลงพื้นที่พบปะพูดคุยพี่น้องประชาชนในทุกตำบลและปราศรัยย่อยต่อเนื่อง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 นี้

สำหรับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครคือ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งเป็นลูกหลานคนเมืองกาญจน์โดยแท้ เติบโตและเรียนหนังสือที่เมืองกาญจน์ เชื่อว่า พล.อ.ชินวัฒน์ จะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนให้เป็นตัวแทนในฐานะ สส.ของพรรคเพื่อไทยเข้าไปทำงานในสภาฯ เข้าไปตรวจสอบถ่วงดุลผลประโยชน์ของประเทศชาติ ผลประโยชน์ของพี่น้องเมืองกาญจนบุรี เขต 4 อย่างแข็งขัน

“พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการส่งเสียงครั้งสำคัญของคนเมืองกาญจนบุรี เขต 4 พิสูจน์ว่าคนกาญจนบุรียังสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างมั่นคง ไม่สนับสนุนระบบการเมืองที่ผูกขาดกินรวบ ไม่เห็นด้วยกับขบวนการฮั้ว สว. หรือการฝังรากลึกของกลุ่มเครือข่ายสีน้ำเงินที่กระจายทุกหนแห่ง ทุกองค์กร และจะร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ถ่วงดุลอำนาจ ด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยกลับมาใหม่ และเวทีนี้พรรคเพื่อไทยจะสู้อย่างเต็มที่แน่นอน จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องเมืองกาญจนบุรี เขต 4 ออกมาใช้สิทธิกันให้มาก และออกมาร่วมแสดงพลังผ่านการเลือกตั้งซ่อมในวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคมนี้ไปด้วยกัน”

เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เพื่อไทยชู “พล.อ.ชินวัฒน์” เชื่อหัวใจคนพื้นที่ยังเป็นสีแดง

การเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรีครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นการพิสูจน์ความนิยมในพื้นที่และเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญ พรรคฯ จึงส่งทีมงานและ สส. ลงพื้นที่อย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุน พล.อ.ชินวัฒน์

สถานการณ์การเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรีครั้งนี้ค่อนข้างเข้มข้น เนื่องจากเป็นการแข่งขันกับผู้สมัครจากพรรคอื่นที่เคยสังกัดพรรคเพื่อไทยมาก่อน การเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมืองของผู้สมัครทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความน่าสนใจและมีความหมายทางการเมืองที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ทำไมการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี ถึงสำคัญ?

การเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เพื่อไทยชู “พล.อ.ชินวัฒน์” เชื่อหัวใจคนพื้นที่ยังเป็นสีแดง ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลือกผู้แทนคนใหม่ แต่เป็นการแสดงออกถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทย และเป็นการตรวจสอบความนิยมของพรรคในพื้นที่อีกด้วย

  • เป็นการวัดกระแสความนิยมของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่
  • เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองถึงพรรคอื่นๆ
  • เป็นการแสดงออกถึงเจตนารมณ์ของประชาชน

นอกจากนี้ การที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคฯ ตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่กาญจนบุรี และต้องการที่จะรักษาฐานเสียงของตนเองไว้

ผลการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ จะมีผลต่อการตัดสินใจทางการเมืองในอนาคต และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญได้ ดังนั้น การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

การที่พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าคนกาญจนบุรียังคงสนับสนุนพรรคฯ แสดงให้เห็นว่าพรรคฯ มีความเชื่อมั่นในฐานเสียงของตนเอง และเชื่อว่าประชาชนจะยังคงให้โอกาสพรรคฯ เข้าไปทำงานเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งเป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงออกถึงเจตนารมณ์ของตนเอง ดังนั้น ผลการเลือกตั้งจะเป็นไปในทิศทางใดนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนชาวกาญจนบุรี

มาร่วมกันติดตามผลการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี และร่วมกันตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถเป็นปากเสียงและทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างแท้จริง

ที่มา – เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เพื่อไทยชู “พล.อ.ชินวัฒน์” เชื่อหัวใจคนพื้นที่ยังเป็นสีแดง

“เพื่อไทย-อิ๊งค์” น้อมรับผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เตรียมสรุปบทเรียน

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น “เพื่อไทย-อิ๊งค์” น้อมรับผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เตรียมนำไปสรุปบทเรียน เพื่อเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นใจ ผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 ได้สร้างความฮือฮาให้กับสังคม โดยผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล สามารถเอาชนะนางสาวภูริกา สมหมาย จากพรรคเพื่อไทย ได้อย่างขาดลอย คะแนนนำอย่างไม่เป็นทางการแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือด

“เพื่อไทย-อิ๊งค์” น้อมรับผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เตรียมนำไปสรุปบทเรียน

แม้ผลจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่พรรคเพื่อไทยได้แสดงออกถึงความเป็นมืออาชีพทันทีหลังทราบผล โดยโพสต์ข้อความขอบคุณผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า “พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนมอบให้ ในการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ แม้ผลการเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามความคาดหวัง แต่ทุกคะแนนเสียงคือความไว้วางใจ อันมีค่าที่สุดสำหรับพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทย จะยังมุ่งมั่นทำงานเพื่อสร้างโอกาสที่ดีขึ้นให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยต่อไป” ข้อความนี้สะท้อนถึงปรัชญาของพรรคที่ให้คุณค่ากับทุกเสียงจากประชาชน

ด้านนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ “อิ๊งค์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์เดิม) เพื่อตอบรับกับข้อความของพรรค โดยกล่าวว่า “ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทุกความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมอบให้ แม้ผลการเลือกตั้งจะไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง แต่ทุกเสียงคือกำลังใจสำคัญให้พรรคเพื่อไทยเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป ขอขอบคุณคุณกุ้งและทีมงานทุกท่านที่ทำงานอย่างเต็มที่ในครั้งนี้ เราจะสรุปบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อประสบความสำเร็จในครั้งต่อไปค่ะ” การแสดงออกเช่นนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของพรรคให้ดูเข้มแข็งและพร้อมเรียนรู้

บทเรียนจากการเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ: พรรคเพื่อไทยจะปรับตัวอย่างไร?

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานที่เคยเป็นฐานเสียงหลัก การแพ้ให้กับพรรคภูมิใจไทยอาจมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น การหาเสียงที่เข้มข้นของคู่แข่ง การรับรู้ของประชาชนต่อนโยบาย หรือแม้แต่สถานการณ์ทางการเมืองโดยรวม นางสาวภูริกา สมหมาย หรือ “คุณกุ้ง” ผู้สมัครของพรรค ได้ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์หลังทราบผล ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความตั้งใจที่จะวิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียดก่อน

เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น เราสามารถมองผ่านมุมมอง SEO ทางการเมืองได้ โดยคำว่า เพื่อไทย-อิ๊งค์ น้อมรับผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ กำลังเป็นกระแสที่ถูกค้นหามากในโซเชียลมีเดีย ผู้สนใจสามารถติดตามพัฒนาการได้จากข่าวสารล่าสุด พรรคเพื่อไทยมีแผนสรุปบทเรียนเพื่อปรับกลยุทธ์ เช่น การเสริมสร้างการสื่อสารกับฐานเสียง การพัฒนานโยบายที่ตอบโจทย์ท้องถิ่นมากขึ้น หรือการร่วมมือกับพันธมิตรทางการเมือง

  • จุดแข็งของพรรคเพื่อไทย: มีประสบการณ์ยาวนานและนโยบายที่ชัดเจนด้านสวัสดิการประชาชน
  • ความท้าทาย: การแข่งขันจากพรรคอื่นที่เน้นฐานเสียงท้องถิ่น
  • โอกาสข้างหน้า: การเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง จะเป็นเวทีสำคัญในการพลิกเกม

นอกจากนี้ การเมืองไทยในปัจจุบันยังเต็มไปด้วยความผันผวนจากคดีความและการปรับคณะรัฐมนตรี ทำให้พรรคต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การที่ “เพื่อไทย-อิ๊งค์” น้อมรับผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เตรียมนำไปสรุปบทเรียน แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่รับผิดชอบและมองไปข้างหน้า

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การสรุปบทเรียนครั้งนี้จะช่วยให้พรรคเพื่อไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในการรับมือกับกระแสประชานิยมและการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังจะเกิดขึ้น ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจ динамиกทางการเมืองไทยได้

สุดท้ายแล้ว การเมืองคือกระบวนการเรียนรู้และปรับตัว หากพรรคเพื่อไทยสามารถนำบทเรียนจากศรีสะเกษไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราอาจได้เห็นการกลับมาของพรรคในเวทีใหญ่ครั้งถัดไป คุณคิดอย่างไรกับผลการเลือกตั้งครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกันเถอะ

ที่มา – “เพื่อไทย-อิ๊งค์” น้อมรับผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เตรียมนำไปสรุปบทเรียน

ปิดหีบเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 แล้ว คาดรู้ผลไม่เกิน 2 ทุ่ม

ปิดหีบเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 แล้ว คาดรู้ผลไม่เกิน 2 ทุ่ม

การเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศปิดหีบลงคะแนนเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 28 กันยายน 2568 ชาวอำเภอขุนหาญและอำเภอภูสิงห์ได้ออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนอย่างคึกคัก โดยคาดว่าผลการนับคะแนนจะทราบภายใน 20.00 น. ของวันเดียวกันนี้

ปิดหีบเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 แล้ว คาดรู้ผลไม่เกิน 2 ทุ่ม

การเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อทดแทนตำแหน่ง สส. ที่ว่างลงจากนายอมรเทพ สมหมาย สส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ผู้สมัครรับเลือกตั้งมีเพียง 2 คนเท่านั้น ได้แก่ หมายเลข 1 น.ส.ภูริกา สมหมาย จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้วายชนม์ และหมายเลข 2 น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและเหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นทายาทบ้านใหญ่แห่งศรีสะเกษ

เขตเลือกตั้งศรีสะเกษ เขต 5 ครอบคลุมพื้นที่อำเภอขุนหาญและอำเภอภูสิงห์ มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 236 แห่ง และมีผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนมากกว่า 160,000 คน การเลือกตั้งครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก แม้จะเป็นการเลือกตั้งซ่อมแต่บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

ภาพรวมการเลือกตั้งและการร้องเรียน

ก่อนหน้าการปิดหีบ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การเลือกตั้ง โดยให้สัมภาษณ์ว่าภาพรวมทั้งหมดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คาดว่าผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการจะทราบไม่เกิน 20.00 น. สำหรับเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้นนั้น มีเพียง 4 เรื่องเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเวทีหาเสียงและการปราศรัย ปัจจุบัน กกต.ประจำจังหวัดกำลังตรวจสอบว่าข้อร้องเรียนเหล่านี้เข้าข่ายความผิดหรือไม่ หากพบความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับพรรคการเมืองในการเสริมกำลัง สส. ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะศรีสะเกษที่เป็นฐานเสียงสำคัญของทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย การแข่งขันครั้งนี้ค่อนข้างสูสี เนื่องจากทั้งสองผู้สมัครมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเครือข่ายท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ต่างคาดหวังว่าผู้แทนที่จะเข้ามาพัฒนาเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานให้ดียิ่งขึ้น

  • จำนวนผู้สมัคร: 2 คน จาก 2 พรรคใหญ่
  • พื้นที่ครอบคลุม: อำเภอขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์
  • ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน: มากกว่า 160,000 คน
  • หน่วยเลือกตั้ง: 236 แห่ง
  • เรื่องร้องเรียน: 4 เรื่อง (อยู่ระหว่างตรวจสอบ)

นอกจากนี้ การเลือกตั้งยังสะท้อนถึงความสำคัญของประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่น ชาวศรีสะเกษมั่นใจว่าระบบการเลือกตั้งที่โปร่งใสจะนำมาซึ่งตัวแทนที่แท้จริง หากผลออกมาอย่างที่คาด ผู้ชนะจะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนในการผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาพื้นที่ เช่น การเกษตรและการท่องเที่ยว

ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มที่นั่งในสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง หากทุกฝ่ายยึดมั่นในความโปร่งใส เราจะเห็นการเมืองที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น ลองติดตามผลการนับคะแนนคืนนี้ และอย่าลืมใช้สิทธิ์ในโอกาสต่อไปเพื่อเสียงของเรา!

ที่มา – ปิดหีบเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 แล้ว คาดรู้ผลไม่เกิน 2 ทุ่ม

ลุ้นเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 เพื่อไทยแชมป์เก่าปะทะบ้านใหญ่ภูมิใจไทย

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่สนใจของคนไทยทั้งประเทศ นั่นคือ ลุ้นเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 เพื่อไทยแชมป์เก่าปะทะบ้านใหญ่ภูมิใจไทย ซึ่งกำลังจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (28 กันยายน 2567) การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการชิงชัยที่เข้มข้นมาก เพราะเป็นการสานต่อมรดกของแชมป์เก่าจากพรรคเพื่อไทย ที่ปะทะกับตัวแทนจากตระกูลการเมืองใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ศรีสะเกษ มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

ลุ้นเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 เพื่อไทยแชมป์เก่าปะทะบ้านใหญ่ภูมิใจไทย: พื้นหลังและความสำคัญ

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อแทนที่ตำแหน่ง สส.ศรีสะเกษ เขต 5 ที่ว่างลง เนื่องจากนายอมรเทพ สมหมาย สส.จากพรรคเพื่อไทยเสียชีวิตอย่างน่าเสียดาย เขตเลือกตั้งนี้ครอบคลุมอำเภอขุนหาญและอำเภอภูสิงห์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชนบทที่การเมืองท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญมาก มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 160,000 คน และมีหน่วยเลือกตั้งถึง 236 หน่วย การลงคะแนนจะเริ่มตั้งแต่เวลา 08:00 น. ถึง 17:00 น. คาดว่าจะเป็นไปอย่างเรียบร้อยตามที่ กกต. จังหวัดศรีสะเกษยืนยัน

สำหรับผู้สมัครหลัก มีเพียง 2 คนเท่านั้น หมายเลข 1 คือ น.ส.ภูริกา สมหมาย จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นลูกสาวของแชมป์เก่าคนพ่อ เธอได้รับการสนับสนุนจากฐานเสียงเดิมของพรรคเพื่อไทยที่เคยครองที่นั่งในเขตนี้มาอย่างเหนียวแน่น ภูริกา วัยหนุ่มสาว มีความมุ่งมั่นที่จะสานต่อนโยบายช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะด้านการเกษตรและพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งเป็นจุดแข็งของพรรคในพื้นที่ภาคอีสาน

ตัวแทนบ้านใหญ่ภูมิใจไทย: จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สืบทอดมรดกการเมือง

ส่วนหมายเลข 2 คือ น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล จากพรรคภูมิใจไทย เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและเหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย ไตรศุลีเองก็เป็นทายาทตระกูลไตรสรณกุล บ้านใหญ่แห่งศรีสะเกษ ที่มีอิทธิพลทางการเมืองมานาน ตระกูลนี้เชื่อมโยงกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ซึ่งไว้วางใจในฝีมือของไตรศุลี จนแต่งตั้งเธอเป็นเลขานุการนายกฯ ตั้งแต่อายุเพียง 35 ปี ถือเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในตำแหน่งนี้

จินณ์ตวรรณ จึงได้รับการคาดหวังว่าจะนำจุดแข็งของพรรคภูมิใจไทยมาสู่พื้นที่ โดยเน้นนโยบายที่ชัดเจน เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น และการแก้ไขปัญหาชายแดน ซึ่ง กกต. ยืนยันว่าสถานการณ์ชายแดนในขณะนี้ปกติ ไม่กระทบต่อการเลือกตั้ง การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่แค่ชิงที่นั่ง สส. แต่ยังสะท้อนถึงการต่อสู้ระหว่างสองพรรคใหญ่ในภาคอีสาน ที่เพื่อไทยครองฐานเสียงเกษตรกร ส่วนภูมิใจไทยมีเครือข่ายตระกูลการเมืองที่แข็งแกร่ง

บรรยากาศการหาเสียงและการคาดการณ์ผลเลือกตั้ง

ตลอดช่วงหาเสียงที่ผ่านมา บรรยากาศในเขตศรีสะเกษ เขต 5 คึกคักมาก ทั้งสองฝ่ายต่างลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างใกล้ชิด ภูริกา สมหมาย เน้นภาพลักษณ์ลูกสาวที่สานต่อพ่อ โดยชูสัญญาจะดูแลสวัสดิการให้ชาวนาและเกษตรกร ส่วนจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ใช้ความสัมพันธ์ในตระกูลเพื่อดึงดูดผู้สนับสนุนเก่าๆ ของภูมิใจไทย นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังได้ประโยชน์จากภาพลักษณ์รัฐบาลที่กำลังผลักดันนโยบายต่างๆ ให้พื้นที่อีสาน

จากข้อมูลเบื้องต้น คาดว่าการเลือกตั้งจะมีผู้มาใช้สิทธิ์สูง เนื่องจากเป็นการชิงชัยที่สูสี นายเอกฤกษ์ พร้อมชัยอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว มีแผนรองรับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นด้านความปลอดภัยหรือการป้องกันการทุจริต เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม

  • จุดเด่นของผู้สมัครเพื่อไทย: ฐานเสียงเดิมที่เหนียวแน่น ลูกสาวแชมป์เก่า สัญญาช่วยเหลือประชาชน
  • จุดแข็งของผู้สมัครภูมิใจไทย: เครือข่ายตระกูลใหญ่ การสนับสนุนจากรัฐบาล นโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
  • ปัจจัยภายนอก: สถานการณ์ชายแดนปกติ กกต.พร้อมเต็มที่

ในมุมมองของผม การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะกำหนดตัวแทนของเขต 5 เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวชี้วัดความนิยมของสองพรรคใหญ่ในพื้นที่อีสาน ซึ่งอาจส่งผลต่อการเมืองระดับชาติในอนาคต หากคุณอาศัยในพื้นที่หรือสนใจการเมือง อย่าลืมไปใช้สิทธิ์กันนะครับ มันสำคัญมากที่จะมีเสียงของเราสะท้อนออกไป

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นการต่อสู้ที่สูสี และผู้ชนะจะต้องทำงานหนักเพื่อตอบแทนประชาชน ลุ้นกันต่อไปครับ!

ที่มา – ลุ้นเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 เพื่อไทยแชมป์เก่าปะทะบ้านใหญ่ภูมิใจไทย

เลขาธิการ กกต. ลงพื้นที่ติดตามการตรวจรับวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ

เลขาธิการ กกต. ลงพื้นที่ติดตามการตรวจรับวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ

การเลือกตั้งซ่อมในจังหวัดศรีสะเกษกำลังเป็นที่จับตามองของประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่ 5 ซึ่งครอบคลุมอำเภอขุนหาญและอำเภอภูสิงห์ เพื่อหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่างลง ล่าสุด นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม

เลขาธิการ กกต. ลงพื้นที่ติดตามการตรวจรับวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ

ในวันที่ 27 กันยายน 2568 ที่หอประชุมโรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ จังหวัดศรีสะเกษ นายแสวง บุญมี พร้อมคณะผู้ติดตาม ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการเตรียมความพร้อมในการจัดการลงคะแนนเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตที่ 5 การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามการตรวจรับวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการเลือกตั้งดำเนินไปได้อย่างราบรื่น โดยเลขาธิการ กกต. ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบให้ทุกชิ้นงานผ่านมาตรฐาน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในวันเลือกตั้ง

จากนั้น เวลา 13.00 น. คณะของเลขาธิการ กกต. ได้เดินทางต่อไปยังอำเภอภูสิงห์ เพื่อตรวจรับวัสดุอุปกรณ์ที่ศาลาประชาคมสิงหคีรี ว่าการอำเภอภูสิงห์ การตรวจสอบครอบคลุมทั้งบัตรเลือกตั้ง กล่องล็อกลับ คอมพิวเตอร์ช่วยนับคะแนน และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการลงคะแนน โดยเจ้าหน้าที่ได้รายงานความคืบหน้าทั้งหมดให้เลขาธิการ กกต. รับทราบ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างพร้อมสำหรับวันลงคะแนนในวันรุ่งขึ้น

ความพร้อมของหน่วยเลือกตั้งในเขตศรีสะเกษ

เลขาธิการ กกต. ลงพื้นที่ติดตามการตรวจรับวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ ไม่ใช่แค่การตรวจสอบเอกสารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เพื่อประเมินความพร้อมโดยรวม เขตเลือกตั้งที่ 5 นี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก โดยเฉพาะในอำเภอขุนหาญและภูสิงห์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชนบทที่ประชาชนให้ความสำคัญกับการเมืองท้องถิ่น การเตรียมการครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาทางเทคนิค เช่น การขาดแคลนอุปกรณ์หรือการล่าช้าในการขนส่ง

นอกจากนี้ เลขาธิการ กกต. ยังได้เชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ออกมาใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 ระหว่างเวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้ การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของจังหวัดศรีสะเกษ โดยคาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิสูง เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งแทนตำแหน่งว่างที่เกิดจากเหตุการณ์ทางการเมืองในอดีต

ความสำคัญของการเลือกตั้งซ่อมในศรีสะเกษ

การเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต 5 เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประชาธิปไตยที่ไทยกำลังขับเคลื่อน โดย กกต. มีบทบาทหลักในการกำกับดูแลให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเท่าเทียม เลขาธิการ กกต. ลงพื้นที่ติดตามการตรวจรับวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานในการสนับสนุนการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น พื้นที่ศรีสะเกษซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจการเกษตร การเลือกตั้งครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อนโยบายท้องถิ่น เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการส่งเสริมการท่องเที่ยว

  • การตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์: ช่วยป้องกันการทุจริตและความผิดพลาด
  • การเชิญชวนประชาชน: เพิ่มอัตราการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง
  • การประสานงานท้องถิ่น: สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีสิทธิ

จากประสบการณ์ในอดีต การเลือกตั้งซ่อมมักเผชิญกับอุปสรรค เช่น สภาพอากาศหรือปัญหาการเดินทาง แต่ด้วยการลงพื้นที่ของเลขาธิการ กกต. ครั้งนี้ คาดว่าทุกอย่างจะพร้อมสมบูรณ์แบบ ผู้สมัครจากพรรคต่างๆ ก็ได้เตรียมตัวอย่างเข้มข้น เพื่อ compete กันในเวทีนี้

เคล็ดลับสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

สำหรับประชาชนในอำเภอขุนหาญและภูสิงห์ อย่าลืมเตรียมบัตรประชาชนหรือเอกสารยืนยันตัวตนให้พร้อมก่อนไปลงคะแนน หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อหน่วยเลือกตั้งใกล้บ้านหรือ hotline ของ กกต. ได้ตลอดเวลา การเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นหน้าที่ แต่ยังเป็นสิทธิที่ช่วยกำหนดทิศทางประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน การลงพื้นที่ของเลขาธิการ กกต. เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความโปร่งใสของระบบเลือกตั้งไทย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น หากเราทุกคนออกมาใช้สิทธิ การเมืองไทยจะยิ่งเข้มแข็ง

สุดท้าย อย่าลืมออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของคุณในวันพรุ่งนี้ เพื่อเสียงที่ดังกว่าเดิม!

ที่มา – เลขาธิการ กกต. ลงพื้นที่ติดตามการตรวจรับวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ

เพื่อไทยหาเสียงซ่อมศรีสะเกษ “ภูริกา” สานต่องานพ่อ

แกนนำเพื่อไทยจัดทัพช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 “ภูริกา สมหมาย” ขอคะแนนเสียงประชาชน สานต่อภารกิจ “คุณพ่ออมรเทพ” เพื่อคนศรีสะเกษ

วันที่ 21 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวมนพร เจริญศรี สส.นครพนม และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นำทัพ สส. และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย อาทิ นายจเด็จ จันทรา สส.พิษณุโลก, นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ น.ส.ภูริกา สมหมาย หรือ กุ้ง (ลูกสาวของนายอมรเทพ สมหมาย) ผู้สมัคร สส.จากพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 (อ.ขุนหาญ-อ.ภูสิงห์) ที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568

ขณะที่บรรยากาศที่วัดสรรพรัตน์ (วัดบ้านพราน) ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ น.ส.ภูริกา ได้เดินทางมาร่วมสืบสานงานประเพณีท้องถิ่นซึ่งเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่เดินทางมาต้อนรับพร้อมให้กำลังใจผู้สมัคร สส. และทีมงานพรรคเพื่อไทยกันอย่างเนืองแน่น โดย น.ส.ภูริกา กล่าวกับผู้มาร่วมงานว่า รู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสมาทำบุญร่วมกับชาวขุนหาญ ซึ่งวันสารทไทย (แซนโฎนตา) ถือเป็นประเพณีทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ดีงาม และได้ทำบุญรำลึกถึงบรรพบุรุษร่วมกัน

“เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ น.ส.ภูริกาคนนี้ได้มีโอกาสร่วมทำบุญถึงคุณพ่ออมรเทพ สมหมาย ร่วมกับชาวขุนหาญ ก่อนที่ท่านจะจากไป ท่านบอกลูกคนนี้ว่า วันหนึ่งถ้าไม่มีพ่อแล้วใครจะมาช่วยเหลือชาวอำเภอขุนหาญอย่างจริงใจ เลยเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของภูริกา ที่จะขออาสาสานงานต่อ เริ่มงานใหม่พัฒนาเพื่อชาวขุนหาญ วันนี้ภูริกาได้มาสมัครเป็นผู้แทนอย่างที่พ่อเคยวาดฝันไว้ จึงมาขอกราบความเมตตาจากพี่น้องชาวขุนหาญ เพื่อสานต่อสิ่งที่คุณพ่อได้ทำเพื่อชาวขุนหาญไว้ตลอดชีวิตนักการเมือง และขอเป็นตัวแทนคุณพ่อเพื่อมาสานต่อสิ่งที่พ่อทำเพื่อให้ชีวิตคนขุนหาญดีขึ้นต่อไป”

ภายหลังเสร็จสิ้นงานพิธีทำบุญ น.ส.ภูริกา ได้เดินพบปะประชาชนที่มาร่วมงาน โดยมีประชาชนร่วมให้กำลังใจและอวยพรให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 28 กันยายนนี้

เพื่อไทยช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ “ภูริกา” ขอสานต่องาน “พ่ออมรเทพ”

ในการเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษที่กำลังจะมาถึง พรรคเพื่อไทยได้ส่ง น.ส.ภูริกา สมหมาย ลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยมีเป้าหมายที่จะสานต่องานของคุณพ่ออมรเทพ สมหมาย อดีตนักการเมืองผู้เป็นที่รักของชาวศรีสะเกษ

พรรคเพื่อไทยสนับสนุน “ภูริกา” เต็มที่ในการเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ

พรรคเพื่อไทย ให้การสนับสนุน น.ส.ภูริกา อย่างเต็มที่ โดยส่งแกนนำพรรคลงพื้นที่ช่วยหาเสียงอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาฐานเสียงและสานต่องานพัฒนาที่อมรเทพได้เริ่มต้นไว้ การเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพรรคเพื่อไทย

น.ส.ภูริกา เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะสานต่องานของคุณพ่ออย่างเต็มที่ โดยเน้นย้ำถึงความตั้งใจที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวศรีสะเกษให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขอย่างตรงจุด นี่คือสิ่งที่เธอให้สัญญาในระหว่างการหาเสียงในการเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษครั้งนี้

การเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษครั้งนี้ จึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความนิยมของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ และความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อ น.ส.ภูริกา สมหมาย ในการสานต่องานพัฒนาของคุณพ่ออมรเทพ หากได้รับโอกาส เธอพร้อมที่จะทุ่มเททำงานเพื่อชาวศรีสะเกษอย่างเต็มที่

อย่าลืมติดตามข่าวสารและความคืบหน้าเกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ และร่วมกันตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุด เพื่อพัฒนาศรีสะเกษให้ก้าวหน้าต่อไป มาร่วมกันสนับสนุน น.ส.ภูริกา ในการเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ ที่จะมาถึงนี้กันนะคะ

ที่มา – เพื่อไทยช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ “ภูริกา” ขอสานต่องาน “พ่ออมรเทพ”

ซาบีดา ลั่น! หมดเวลาบ้านเล็กบ้านใหญ่ เลือกภูมิใจไทย

เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษเขต 5 “ซาบีดา” ฝ่าฝนช่วยชาวศรีสะเกษยกเก้าอี้หลบระหว่างรอ “อนุทิน” ลั่น เลือกภูมิใจไทยได้ สส.ยกพรรค โทรตรงถึงนายกฯ ได้ หมดเวลาบ้านเล็ก-บ้านใหญ่ เราคือบ้านหลังเดียวกัน

วันที่ 21 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่อาคารอเนกประสงค์ของที่ว่าการอำเภอภูสิงห์จังหวัดศรีสะเกษ ช่วงก่อนที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะเดินทางลงพื้นที่ปราศรัยช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 ซึ่งพรรคภูมิใจไทยส่ง นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัคร สส. ลงสู้ศึกครั้งนี้ โดยก่อนที่ นายอนุทิน จะเดินทางมาถึงที่ว่าการอำเภอภูสิงห์ เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย หลังจากปราศรัยเสร็จ ได้ลงจากเวทีเดินฝ่าสายฝนช่วยชาวบ้านย้ายเก้าอี้เข้าไปตั้งภายในอาคารอเนกประสงค์เพื่อหลบฝน

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งของการปราศรัย นางสาวซาบีดา กล่าวว่า หากเลือกผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยมาเป็นตัวแทนให้กับชาวบ้าน ยืนยันว่าจะสามารถช่วยเหลือและโทรศัพท์หานายกรัฐมนตรีได้ตลอดเวลา เพราะมีเบอร์ตรง โทรสั่งนายกฯ ได้เลย และหากเลือกผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยจะได้ สส.ทั้งพรรคไปช่วยทำงาน พร้อมย้ำว่า “หมดเวลาของบ้านเล็ก บ้านใหญ่ เพราะเราคือบ้านหลังเดียวกัน”

ซาบีดา ลั่น หมดเวลาบ้านเล็ก-บ้านใหญ่ เลือกภูมิใจไทยได้ สส.ยกพรรค โทรตรงถึงนายกฯ ได้

การปราศรัยครั้งนี้ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการ เลือกภูมิใจไทยได้ สส.ยกพรรค โทรตรงถึงนายกฯ ได้ หมดเวลาบ้านเล็ก-บ้านใหญ่ โดยชี้ให้เห็นว่าการเลือกผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยนั้น จะทำให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เพราะ สส. ทั้งพรรคพร้อมที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อประสานงานกับนายกรัฐมนตรีได้โดยตรง ทำให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

หมดเวลาบ้านเล็กบ้านใหญ่ เลือกภูมิใจไทยคือทางออก

นางสาวซาบีดายังกล่าวอีกว่า แนวคิดเรื่องบ้านเล็กบ้านใหญ่ควรหมดไป เพราะทุกคนคือคนไทยและควรได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกัน พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะเป็นบ้านหลังใหญ่ที่อบอุ่นและดูแลทุกคนอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นใครหรือมาจากไหนก็ตาม นโยบายของพรรคเน้นการพัฒนาประเทศในทุกด้าน เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้เลือกผู้แทนที่พร้อมจะทำงานเพื่อพวกเขาอย่างแท้จริง นางสาวซาบีดาเชื่อมั่นว่า หากประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย พวกเขาจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะพรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะทุ่มเททำงานอย่างหนัก เพื่อพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน

อย่าลังเลที่จะ เลือกภูมิใจไทยได้ สส.ยกพรรค โทรตรงถึงนายกฯ ได้ หมดเวลาบ้านเล็ก-บ้านใหญ่ มาร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าไปด้วยกัน

การตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้เป็นของคุณ มาร่วมสร้างสังคมที่เท่าเทียมและพัฒนาไปด้วยกัน

ที่มา – “ซาบีดา” ลั่น หมดเวลาบ้านเล็ก-บ้านใหญ่ เลือกภูมิใจไทยได้ สส.ยกพรรค โทรตรงถึงนายกฯ ได้

Scroll to top