เลือกตั้งซ่อม

จินณ์ตวรรณ ลุย! เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ

เลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 กำลังเข้มข้น! “จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล” ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยขอโอกาสรับใช้ประชาชน พร้อมสะท้อนปัญหาคนในพื้นที่สู่สภาฯ อย่างตรงจุด

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศเวทีปราศรัยพรรคภูมิใจไทย ณ สำนักงานเทศบาลตำบลโพธิ์กระสัง ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 โดยมี นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล เป็นผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย โดยการเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 28 กันยายน 2568 นี้ คู่แข่งคนสำคัญคือ น.ส.ภูริกา สมหมาย ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นบุตรสาวของ นายอมรเทพ สมหมาย อดีต สส. ผู้ล่วงลับ

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก เต็มไปด้วยชาวบ้านในพื้นที่และกลุ่มผู้สนับสนุนที่ถือป้ายชื่อของผู้สมัคร นอกจากนี้ ยังมี สส. จากพื้นที่ภาคอีสานถึง 18 ท่านมาร่วมขึ้นเวทีปราศรัยและให้การต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดย นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นกล่าวทักทายและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลชุดก่อนในประเด็นการช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมให้กำลังใจและขึ้นปราศรัยในฐานะ สส.บุรีรัมย์ โดยเน้นย้ำจุดเด่นของพรรคภูมิใจไทย คือการพัฒนาบ้านของตนเองก่อน และไม่กังวลหากถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสภาฯ ว่ามุ่งเน้นการใช้งบประมาณในพื้นที่ของตนเอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนที่เลือกตนเข้ามาก็ได้รับประโยชน์

นางสาวจินณ์ตวรรณ ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวปราศรัยบนเวทีด้วยความยินดีที่ได้พบปะพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งขอบคุณสมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่เดินทางมาให้กำลังใจและช่วยหาเสียง โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ได้เดินทางมาให้กำลังใจและยืนยันความพร้อมในการรับใช้ประชาชน

นางสาวจินณ์ตวรรณยังได้กล่าวถึงเหตุการณ์คลิปเสียงการสนทนากับอังเคิล ซึ่งพรรคภูมิใจไทยพยายามให้ลาออกจากนายกรัฐมนตรี แต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง โดยพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคอันดับ 3 มีแคนดิเดตอยู่ในบัญชีรายชื่อ และพร้อมที่จะจัดตั้งรัฐบาลอย่างเต็มที่ เนื่องจากทุกการทำงานมีเป้าหมายที่ชัดเจน นั่นคือชัยชนะ และเป้าหมายที่สำคัญไม่แพ้กันคือการได้พบปะพี่น้องประชาชน

เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5

จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ขอโอกาสรับใช้

นอกจากนี้ นางสาวจินณ์ตวรรณ ยังมีความตั้งใจที่จะสะท้อนปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้พี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษต้องอพยพออกจากบ้านและขาดรายได้ แม้ว่าจะมีงบประมาณช่วยเหลือเยียวยา แต่หลายพื้นที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และยังไม่มีผู้ใดเรียกร้องสิทธิ์ให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง

นางสาวจินณ์ตวรรณ มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาระหว่างชายแดน โดยนำเสียงสะท้อนจากสภาฯ ซึ่งตนเองเคยเป็นครูอยู่ชายแดน มาสู่การเป็นนักการเมือง และมีความพร้อมที่จะสะท้อนปัญหาชายแดนเพื่อให้มีการขีดเส้นกั้นระหว่างชายแดน 2 ประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เนื่องจากพื้นที่ของไทยติดกับพื้นที่ของกัมพูชา และขอเป็นตัวแทนในการผลักดันประเด็นการสร้างรั้วกั้นแนวชายแดน พร้อมทั้งขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 ในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายนนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพื่อเลือกตัวแทนไปสะท้อนปัญหาในสภาผู้แทนราษฎร

การเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่พี่น้องประชาชนจะได้เลือกผู้แทนที่สามารถช่วยเหลือและผลักดันประเด็นปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง อย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงของท่านในวันที่ 28 กันยายนนี้

ที่มา – เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ “จินณ์ตวรรณ” ภูมิใจไทย ขออาสารับใช้-สะท้อนปัญหาสู่สภาฯ

ไตรศุลี โต้เพื่อไทย เลิกโหน “งูเห่า”

“ไตรศุลี ไตรสรณกุล” กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย โต้ผู้สมัครเพื่อไทย เลิกโหนวาทกรรม “งูเห่า” แนะย้อนฟัง “แพทองธาร” เคยเปรียบย้ายพรรคไม่ต่างจากย้ายงาน อัดบริหารงานชายแดนพลาดเอง สส.ในพรรคเลยไม่โหวตนายกฯ ให้ เผย “อนุทิน” ลงพื้นที่ศรีสะเกษ พรุ่งนี้

วันที่ 20 กันยายน 2568 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการที่ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยในเขต 5 จังหวัดศรีสะเกษ ใช้วาทกรรม “งูเห่า” หาเสียง ว่าเป็นเพียงการสร้างกระแสโจมตีฝ่ายตรงข้าม เป็นเพียงการเมืองแบบเก่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

“ประชาชนต้องการนักการเมืองที่แก้ปัญหาได้จริง ไม่ใช่คนที่สร้างวาทกรรมไปวัน ๆ พรรคเพื่อไทยหมดความชอบธรรมไปแล้วตั้งแต่วันที่ไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งทุกคนเห็นชัดว่า ประชาชนต้องเผชิญกับความเดือดร้อน โดยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

น.ส.ไตรศุลี กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยทำงานโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง หัวหน้าพรรค นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ศรีสะเกษและพื้นที่ชายแดนหลายครั้ง ทั้งช่วงวิกฤติไทย–กัมพูชา ที่ได้ไปพบพี่น้องตามศูนย์อพยพ ให้กำลังใจและรับฟังปัญหาอย่างใกล้ชิด แสดงให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยทอดทิ้งประชาชน และในวันพรุ่งนี้ (21 ก.ย. 68) นายอนุทินจะลงพื้นที่ศรีสะเกษอีกครั้ง เพื่อขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ เคียงข้างผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ตอกย้ำว่า พรรคไม่ได้ทำงานเฉพาะฤดูเลือกตั้ง แต่พร้อมอยู่กับพี่น้องทั้งในยามปกติและยามวิกฤติ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สมัยยังเคยเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่าการย้ายพรรคของ สส. เหมือนการย้ายงาน เป็นสิทธิของแต่ละคน ว่า เรื่องนี้ชัดเจนอยู่แล้วว่าแม้แต่แกนนำพรรคเพื่อไทยเองยังยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติของการเมือง แต่กลับมีผู้สมัครในพื้นที่พยายามใช้คำว่า “งูเห่า” มาโจมตีฝ่ายตรงข้าม ขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้นำพรรคตนเองพูดไว้ ขอให้ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยย้อนกลับไปอ่านสิ่งที่หัวหน้าพรรคตนเองให้สัมภาษณ์สื่อด้วย

“พี่น้องชาวศรีสะเกษ ขุนหาญ และภูสิงห์ ต้องตัดสินใจให้ชัด ว่าจะเลือกการเมืองที่มีแต่คำโจมตีฝ่ายตรงข้าม หรือเลือกการเมืองที่สร้างสรรค์ ลงมือทำจริง พรรคภูมิใจไทยพร้อมทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องทุกคนอย่างแท้จริง” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่า การเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 28 ก.ย. 68 นี้ คือโอกาสสำคัญของประชาชนที่จะเลือกการเมืองสร้างสรรค์ เพื่อความก้าวหน้า ไม่ใช่การเมืองวาทกรรมที่หมดความชอบธรรมไปแล้ว

ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ยังเจ็บแค้นกับการที่ สส.พรรคตัวเองไม่ยกมือโหวตเลือกนายกฯของพรรคเพื่อไทย แต่อยากให้หันกลับไปมองตัวเองบ้างว่าที่เขาไม่โหวตให้นั้น เหตุผลสำคัญคือปัญหาชายแดน ที่พรรคเพื่อไทยบริหารงานผิดพลาด สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างสาหัส” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

ไตรศุลี โต้เพื่อไทย เลิกโหน “งูเห่า”

ทำไม ‘งูเห่า’ ถึงเป็นประเด็น?

ประเด็นเรื่อง “งูเห่า” ในการเมืองไทยนั้นเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือการเลือกตั้ง การกล่าวหาว่านักการเมืองเป็น “งูเห่า” มักจะเกิดขึ้นเมื่อนักการเมืองคนนั้นๆ ย้ายพรรค หรือโหวตสวนมติพรรค ซึ่งมักจะถูกมองว่าเป็นการทรยศต่ออุดมการณ์และประชาชนที่สนับสนุนตนเอง

อย่างไรก็ตาม น.ส.ไตรศุลี มองว่าการใช้คำว่า “งูเห่า” เป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองที่ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาที่แท้จริงของประชาชน และเรียกร้องให้ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างจริงจังมากกว่า

การเมืองไทยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่เสมอ การที่นักการเมืองจะย้ายพรรคหรือเปลี่ยนแปลงจุดยืนทางการเมืองนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่นักการเมืองเหล่านั้นต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และพร้อมที่จะทำงานเพื่อพัฒนาประเทศชาติอย่างแท้จริง

การกล่าวหาโดยใช้คำว่า “งูเห่า” อาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง การหันมาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมมือกันเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ น่าจะเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่า

ท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่านักการเมืองคนใดที่สมควรได้รับความไว้วางใจ และนักการเมืองคนใดที่ควรจะถูกจดจำในฐานะ “งูเห่า”

ที่มา – “ไตรศุลี” โต้เพื่อไทย เลิกโหนคำว่า “งูเห่า” เหน็บบริหารงานชายแดนพลาดเอง ทำ สส.ไม่โหวตให้

“ภูริกา” อ้อนศรีสะเกษ กาเพื่อไทย **กำจัดงูเห่าทางการเมือง**

“ภูริกา สมหมาย” ลุยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม จ.ศรีสะเกษ ขอชาวบ้านเลือกเพื่อไทย พร้อม**กำจัดงูเห่าทางการเมือง** ไม่ให้สืบทอดทายาท ชี้ทำลายประชาธิปไตย เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของประชาชน

วันที่ 20 กันยายน 2568 น.ส.ภูริกา สมหมาย ผู้สมัคร สส.เขต 5 จ.ศรีสะเกษ เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม จ.ศรีสะเกษ ว่าการหาเสียงศึกเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 5 ศรีสะเกษ โค้งสุดท้าย ที่กำหนดเลือกตั้งในวันที่ 28 กันยายน 2568 นี้เริ่มเข้มข้น ตนเองเร่งหาเสียงเชิงรุกทุกรูปแบบ ทั้งการลงพื้นที่ปราศรัย รถแห่ เดินพบปะ รวมถึงการหาเสียงทางสื่อโซเชียลฯ ซึ่งตนได้โพสต์จุดยืนเชิญชวนชาว อ.ขุนหาญ อ.ภูสิงห์ ศรีสะเกษ รวมพลังเลือกผู้แทนของพรรคเพื่อไทย ปกป้องศักดิ์ศรี รักษาระบอบประชาธิปไตย ไม่ให้ถูกขนานนามว่าถิ่นงูเห่าทางการเมือง เพราะก่อนนี้ เคยมี สส.เพื่อไทย ถูกให้ฉายาว่า งูเห่าทางการเมือง เพราะย้ายพรรคการเมือง โดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีทางการเมือง รวมถึงเป็นการดูถูกคะแนนเสียงของประชาชน

“ฝากถึงพี่น้องประชาชนที่รัก และเคารพทุกท่าน การเลือกตั้งครั้งนี้ กุ้ง ยืนยันความจำเป็น ต้องเลือกผู้แทนของพรรคเพื่อไทย เพื่อสร้างบทเรียนใหม่ ให้กับพรรคการเมือง ที่มองข้ามเสียงข้างมากของประชาชน สร้างความบิดเบี้ยวทางการเมือง อาศัยมือประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง เสมือนเป็นนั่งร้านสืบอำนาจทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชน สำคัญที่สุด พื้นที่ศรีสะเกษ จะต้องไม่ถูกขนานนาม ว่าดินแดนงูเห่าทางการเมือง กุ้งมั่นใจ พี่น้องชาวอำเภอขุนหาญ อำเภอภูสิงห์ ศรีสะเกษ ไม่อยากเห็นการขยายพันธุ์ของงูเห่าการเมือง เพื่อมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพี่น้องบ้านเรา เราต้องร่วมใจกัน ใช้อำนาจประชาชน ลงคะแนนเลือกตั้งเอาผู้แทนของพรรคเพื่อไทย ที่จริงใจ เข้าใจหัวอกคนยากคนจน มาขับเคลื่อนเดินหน้าพัฒนาบ้านเรา ถึงเวลาคืนอำนาจประชาชน ขอความเมตตาเลือกตนเอง ไปทำงานแทน คุณพ่อ อมรเทพ สมหมาย”

“ภูริกา” อ้อนคนศรีสะเกษ กาผู้แทนของเพื่อไทย กำจัดงูเห่าทางการเมือง

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของศรีสะเกษและประเทศไทย พรรคเพื่อไทยชูนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และการสร้างความเท่าเทียมในสังคม หากได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทยจะผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เป็นจริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังให้ความสำคัญกับการ**กำจัดงูเห่าทางการเมือง** เพื่อสร้างระบบการเมืองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ การมีผู้แทนที่ซื่อสัตย์และยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรค จะเป็นหลักประกันว่าผลประโยชน์ของประชาชนจะได้รับการปกป้องอย่างแท้จริง

ทำไมต้องกำจัดงูเห่าทางการเมือง?

งูเห่าทางการเมืองคือผู้แทนที่ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน โดยการย้ายพรรคหรือสนับสนุนพรรคอื่นที่ไม่ได้รับฉันทามติจากประชาชน การกระทำเหล่านี้เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของประชาชน การ**กำจัดงูเห่าทางการเมือง**จึงเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนในการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของตนเอง

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับพี่น้องชาวศรีสะเกษที่จะแสดงพลังของประชาชน โดยการเลือกผู้แทนที่ซื่อสัตย์และพร้อมที่จะรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง พรรคเพื่อไทยมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนและสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับศรีสะเกษและประเทศไทย

มาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับศรีสะเกษ โดยการลงคะแนนเสียงให้กับผู้แทนของพรรคเพื่อไทย เพื่อ**กำจัดงูเห่าทางการเมือง** และสร้างสังคมที่เป็นธรรมและเท่าเทียมสำหรับทุกคน

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลือกผู้แทน แต่เป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของชุมชนของเรา ดังนั้น ขอเชิญชวนทุกท่านออกมาใช้สิทธิของท่านและเลือกผู้แทนที่ท่านเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาศรีสะเกษไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

ที่มา – “ภูริกา” อ้อนคนศรีสะเกษ กาผู้แทนของเพื่อไทย กำจัดงูเห่าทางการเมือง

ศึกเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี ใครจะเข้าวิน!

การเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 กำลังเป็นที่จับตา เมื่อพรรคเพื่อไทยส่ง “พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช” ลงชนกับ “ดรีม วิสุดา” ลูกสาวของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีต สส. ทำให้ศึกครั้งนี้มีความเข้มข้นเป็นอย่างมาก ว่าใครกันแน่ที่จะคว้าชัยชนะไปครอง

ศึกเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เพื่อไทยส่ง “พล.อ.ชินวัฒน์” ชนลูกสาว “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์”

วันที่ 18 กันยายน 2568 มีรายงานข่าวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาญจนบุรี เขต 4 โดยนายปิยะ สาระสาลิน หรือ สจ.ปิยะ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Piya sarasalin” ว่า “เขต4 เพื่อไทยเป็นที่แน่นอน พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช ของจริงไม่พูดเยอะ เจ็บคอ” พร้อมทั้งโพสต์รูปภาพจำนวน 2 ภาพ ซึ่งภาพแรกเป็นภาพของ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช อดีตประธานที่ปรึกษา นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี และอดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 ถ่ายรูปร่วมกับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอีกภาพเป็นภาพหมู่ที่ถ่ายร่วมกันระหว่าง นางสาวแพทองธาร, นายภูมิธรรม, นายพรหมมินทร์ เลิศสุริยเดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ หรือ “หมอหนุ่ย พลังกาญจน์” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม หัวหน้าทีมพลังกาญจน์

จากโพสต์ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของพรรคเพื่อไทยที่มีต่อ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช ในการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ครั้งนี้

เพื่อไทยเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี

นายสุรจิต ไสยะหุต ประธานสาขาพรรคเพื่อไทยประจำจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 กันยายน 2568 พรรคเพื่อไทยจะจัดการประชุมเพื่อดำเนินการไพรมารีโหวตในเวลา 9:00 น. ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ 4 ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคเพื่อไทยในการส่งผู้สมัครลงชิงชัยในการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี ครั้งนี้อย่างเต็มที่

ภูมิใจไทยส่งลูกสาวอดีต สส. ลงสู้ศึก

ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ที่ประชุมได้มีมติเสนอและรับรองให้ น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ หรือดรีม บุตรสาวของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีต สส.เพื่อไทย ที่ลาออกไปรับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ให้เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 ของพรรค ลงสู้ศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ การตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาฐานเสียงของตนเองในพื้นที่ดังกล่าว

การที่พรรคภูมิใจไทยส่ง น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ลงสมัคร ทำให้การแข่งขันในการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ครั้งนี้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นการแข่งขันระหว่างผู้สมัครจากสองพรรคการเมืองใหญ่ ที่มีฐานเสียงสนับสนุนที่แข็งแกร่งในพื้นที่

ศึกการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแข่งขันระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยแล้ว ยังเป็นการวัดพลังทางการเมืองของตระกูล “วิเชียรศิลป์” อีกด้วย เนื่องจากนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีต สส. เป็นที่รู้จักและเคารพของคนในพื้นที่ การที่ลูกสาวของเขาลงสมัคร จึงอาจได้รับการสนับสนุนจากฐานเสียงเดิมของบิดา

การเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ครั้งนี้ จึงเป็นสนามการแข่งขันที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลการเลือกตั้ง นอกจากจะส่งผลต่อจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคแล้ว ยังเป็นการชี้วัดถึงความนิยมของพรรคการเมืองต่างๆ ในพื้นที่อีกด้วย

ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนในพื้นที่ได้มีโอกาสแสดงออกถึงเจตจำนงของตนเอง และเลือกผู้แทนที่พวกเขามั่นใจว่าจะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างดีที่สุด

ที่มา – ศึกเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เพื่อไทยส่ง “พล.อ.ชินวัฒน์” ชนลูกสาว “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์”

เพื่อไทยขอบคุณทุกเสียง เลือก “สง่า” ชนะเลือกตั้ง

จากผลการเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงรายที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยได้ออกมาแสดงความขอบคุณต่อทุกคะแนนเสียงที่มอบให้กับ “สง่า พรมเมือง” จนได้รับชัยชนะเหนือ “สุทัศน์ ยาละ” จากพรรคประชาชน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทยได้โพสต์ข้อความแสดงความขอบคุณภายหลังทราบผลการเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งผลปรากฏว่านายสง่า พรมเมือง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 1 ได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น เอาชนะนายสุทัศน์ ยาละ ผู้สมัครหมายเลข 2 จากพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทยจึงขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนได้มอบความไว้วางใจ เลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรคเพื่อไทย

ทางพรรคเพื่อไทยยังได้ให้คำมั่นสัญญาว่า ทีมงานทุกคนพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างโอกาสที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดียิ่งขึ้น ภายใต้สโลแกน “เพื่อชีวิตที่ดี เพื่อไทยทุกคน”

เพื่อไทย ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เทให้ “สง่า”

ชัยชนะของสง่า พรมเมืองในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อพรรคเพื่อไทย และเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการที่จะเป็นปากเสียงให้กับประชาชน และผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

บทสรุปชัยชนะของ “สง่า” ในครั้งนี้

การเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงรายครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการตัดสินใจของประชาชนในพื้นที่เขต 7 ที่จะเลือกผู้แทนของตนเองเข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผลการเลือกตั้งที่ออกมานั้น แสดงให้เห็นว่าประชาชนในพื้นที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง และต้องการผู้แทนที่สามารถรับฟังปัญหา และนำไปแก้ไขได้อย่างแท้จริง

พรรคเพื่อไทยจึงให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง และจะทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรอย่างเต็มความสามารถ เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่ประชาชนได้มอบให้

การได้รับเลือกตั้งของสง่า พรมเมือง สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่พรรคเพื่อไทยยังคงได้รับจากประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ และเป็นกำลังใจสำคัญให้พรรคเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

  • การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
  • การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
  • การส่งเสริมการศึกษาและสาธารณสุข

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่จะส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดียิ่งขึ้น

พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นว่า ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน เราจะสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย และทำให้ประเทศของเราเป็นประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคน

ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชัยชนะของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่เป็นชัยชนะของประชาชนทุกคนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง และต้องการเห็นประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และยั่งยืน

ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวเชียงรายอีกครั้ง ที่ได้ให้โอกาสพรรคเพื่อไทยเข้าไปทำหน้าที่รับใช้ท่าน และขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง

ที่มา – เพื่อไทย โพสต์ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เทให้ “สง่า” จนชนะเลือกตั้งซ่อมเชียงราย

“แม้ว สุทัศน์” ขอบคุณชาวเชียงราย สู้ต่อ!

“สุทัศน์ ยาละ” หรือ “แม้ว สุทัศน์” ยอมรับว่าผิดหวังเล็กน้อยกับผลการเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 แต่ยืนยันหนักแน่นว่าจะมุ่งมั่นทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ได้กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ชาวเชียงรายได้มอบให้ในการเลือกตั้งครั้งนี้

“แม้ว สุทัศน์” ขอบคุณทุกคะแนนเสียงของชาวเชียงราย ยอมรับผิดหวังแต่ครั้งหน้าสู้ต่อ

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 20.00 น. ณ ศูนย์ประสานงานพรรคประชาชน บ้านใหม่ธาตุทอง ตำบลสถาน อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย นายสุทัศน์ ยาละ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม เบอร์ 2 เขต 7 จังหวัดเชียงราย ได้ติดตามสถานการณ์การนับคะแนน ซึ่งในขณะนั้นนับไปแล้วเกือบ 82 เปอร์เซ็นต์

นายสุทัศน์กล่าวว่า การนับคะแนนใกล้เสร็จสิ้นแล้ว และต้องยอมรับผลที่ออกมา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบความไว้วางใจให้แก่ตนเองและพรรคประชาชน “ถ้าถามว่าผิดหวังไหม ก็ต้องยอมรับว่าผิดหวังอยู่บ้างเล็กน้อย แต่เราจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ เราจะมุ่งหน้าทำงานต่อไปอย่างเต็มที่เหมือนเดิม ทั้งในส่วนของพรรคและในฐานะจิตอาสาที่พร้อมช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชน” นายสุทัศน์กล่าว

“แม้ว สุทัศน์” ยืนยันสู้ต่อ

เมื่อถูกถามถึงการลงสมัครรับเลือกตั้งในสมัยหน้า นายสุทัศน์ ยาละ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน เขต 7 ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะสู้ต่อไป “เรายังมีอุดมการณ์ที่แน่วแน่เหมือนเดิม และเราเชื่อมั่นว่าการทำงานของพรรค รวมถึงความร่วมมือจากหลายภาคส่วน จะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าผลการนับคะแนนครั้งนี้ พบว่ามีจำนวนบัตรไม่เลือกผู้ใดสูงถึง 9,886 คะแนน สำหรับผู้สมัครเบอร์ 2 ที่มีคะแนนต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ มีการวิเคราะห์จากกลุ่มชาวบ้านว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกระแสการเมืองในระดับประเทศ รวมถึงประเด็นปัญหาชายแดนที่ส่งผลให้กระแสของพรรคประชาชนอ่อนลง อย่างไรก็ตาม ฐานเสียงยังคงแข็งแกร่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ นอกจากนี้ การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้วัยรุ่นจำนวนหนึ่งไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ์

นอกจากนี้ พื้นที่เขต 7 ถือเป็นพื้นที่หัวคะแนนและฐานเสียงเดิมของพรรคเพื่อไทยที่ยังคงเหนียวแน่น ประกอบกับกระแสความเห็นใจที่มีต่ออดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องโทษจำคุก ได้กระตุ้นให้คะแนนเสียงเทไปให้กับผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยอย่างถล่มทลายเกินความคาดหมาย เนื่องจากผู้สมัครทั้งสองต่างเป็นหน้าใหม่ในการเลือกตั้ง สส. ซึ่งก่อนหน้านี้คาดการณ์ว่าคะแนนเสียงน่าจะไม่ทิ้งห่างกันมากนัก

การที่ “แม้ว สุทัศน์” ออกมาขอบคุณทุกคะแนนเสียงและยืนยันที่จะสู้ต่อไป สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงที่จะทำงานเพื่อพัฒนาพื้นที่เชียงรายต่อไป แม้ว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ก็เป็นบทเรียนสำคัญที่จะนำไปปรับปรุงและพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

  • ทำการบ้านให้หนักขึ้น: วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของตนเองและคู่แข่ง
  • เข้าถึงประชาชนให้มากขึ้น: รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
  • สร้างความแตกต่าง: นำเสนอแนวคิดและนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน
  • ทำงานเป็นทีม: สร้างเครือข่ายและความร่วมมือกับทุกภาคส่วน

การเมืองเป็นเรื่องของการแข่งขัน แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการมีใจที่พร้อมจะรับใช้ประชาชนและสร้างประโยชน์ให้กับสังคม แม้ว่าเส้นทางจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริง ก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคและก้าวไปสู่เป้าหมายได้ในที่สุด

ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำคือการให้กำลังใจและสนับสนุนให้ “แม้ว สุทัศน์” และนักการเมืองทุกคนที่มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน ได้มีโอกาสในการพัฒนาประเทศของเราให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

ที่มา – “แม้ว สุทัศน์” ขอบคุณทุกคะแนนเสียงของชาวเชียงราย ยอมรับผิดหวังแต่ครั้งหน้าสู้ต่อ

สง่า พรมเมือง: ประวัติหนุ่มวิศวะฯ แห่งเพื่อไทย

เปิดประวัติ “สง่า พรมเมือง” หนุ่มวิศวกรไฟฟ้า ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ชนะเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 ทำให้พรรคเพื่อไทยสามารถรักษาเก้าอี้แทน “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” เอาไว้ได้ ใครคือ สง่า พรมเมือง?

วันที่ 14 กันยายน 2568 ภายหลังปิดหีบเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 7 (อ.เชียงแสน อ.เชียงของ อ.ดอยหลวง อ.เวียงแก่น และ อ.แม่จัน (จันจว้า จันจว้าใต้)) แทนตำแหน่งที่ว่าง แทนนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากสมาชิกภาพ สส. ตั้งแต่เวลา 17.00 น. และเริ่มนับคะแนนจนทราบผลอย่างไม่เป็นทางการว่า นายสง่า พรมเมือง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย (หมายเลข 1) เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนที่มากกว่า นายสุทัศน์ ยาละ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน (หมายเลข 2) โดยคะแนนและการรับรองอย่างเป็นทางการต้องรอคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศอีกครั้ง จึงจะถือว่าได้เป็น สส.

ประวัติ “สง่า พรมเมือง”

สำหรับประวัติของ นายสง่า พรมเมือง เป็นอดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) จบปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า และปริญญาโท MBA บริหารธุรกิจบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในช่วงปี พ.ศ. 2564-2567 เป็นคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย ปี 2566 เป็นนายกสโมสรโรตารีเชียงแสน ปี 2567 เป็นเลขาธิการสโมสรโรตารีเชียงแสน ปี 2567-2568 ผู้บริหาร บริษัท วันดีพืชผลการเกษตร จำกัด และบริษัท วันดีโลจิสติกส์ จำกัด

ต่อมา นายสง่า ลงสมัคร ส.อบจ.เชียงราย เขต อ.เชียงแสน และได้รับเลือกเป็น ส.อบจ.สมัยแรก เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 กระทั่งเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 พรรคเพื่อไทย ตัดสินใจส่ง นายสง่า พรมเมือง ลงชิงเก้าอี้ สส.เชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 7 จนได้รับชัยชนะในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการรักษาแชมป์ไว้ได้ เนื่องจากเก้าอี้ดังกล่าวเคยเป็นของนายพิเชษฐ์จากพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ นายสง่า มีจุดเด่นทางด้านความรู้ด้านการเกษตรและมุ่งหวังจะแก้ไขปัญหาและส่งเสริมการท่องเที่ยวและคมนาคมในพื้นที่

เส้นทางการเมืองของ สง่า พรมเมือง

จาก ส.อบจ. สู่ สส. การก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองของ สง่า พรมเมือง ถือว่ารวดเร็ว และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเข้ามาพัฒนาพื้นที่เชียงราย เขต 7

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าประชาชนยังคงให้ความไว้วางใจพรรคเพื่อไทย และคาดหวังว่า นายสง่า พรมเมือง จะสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมได้จริง

ที่มา – ประวัติ “สง่า พรมเมือง” หนุ่มวิศวกรไฟฟ้า ผู้ชนะเลือกตั้งซ่อมเชียงราย จากเพื่อไทย

อัปเดต ผลเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 ล่าสุด

การเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิดจากประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการนับคะแนนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในการแข่งขันทางการเมืองครั้งนี้

อัปเดต ผลเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ดำเนินการนับคะแนนการเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 อย่างไม่เป็นทางการ โดยเมื่อนับคะแนนไปแล้วกว่า 60% พบว่า นายสง่า พรมเมือง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ยังคงนำหน้านายสุทัศน์ ยาละ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ด้วยคะแนนที่ห่างกันกว่า 1.5 หมื่นคะแนน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการนับคะแนนเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 แบบไม่เป็นทางการ ล่าสุดเมื่อเวลา 18.55 น. ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย ได้นับคะแนนไปแล้ว เกินกว่า 84% นับไปแล้ว 183 หน่วย จากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 285 หน่วย พบว่า:

  • นายสง่า พรมเมือง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนไปแล้ว 27,845 คะแนน
  • นายสุทัศน์ ยาละ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ได้คะแนนไปแล้ว 12,600 คะแนน

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ก่อนปิดหีบเลือกตั้งว่า ได้ใช้ศูนย์อำเภอแม่จัน เป็นสถานที่ใช้รวมผลคะแนนเขตเลือกตั้งที่ 7 คาดว่าน่าจะทราบผลคะแนนเลือกตั้งไม่เกิน 21.00 น.

ความสำคัญของ ผลเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการตัดสินใจของประชาชนในพื้นที่เขต 7 จังหวัดเชียงราย ว่าใครจะเป็นผู้แทนของพวกเขาในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดนโยบายและการพัฒนาพื้นที่ในอนาคต

ผลการเลือกตั้งที่ออกมานี้ สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ และอาจส่งผลต่อการแข่งขันทางการเมืองในระดับประเทศต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสให้พรรคประชาชนได้เรียนรู้และปรับปรุงกลยุทธ์เพื่อการเลือกตั้งครั้งหน้า

การติดตามอัปเดต ผลเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในการเมืองไทย เพื่อทำความเข้าใจถึงแนวโน้มและความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตัดสินใจของผู้คนในเขต 7 เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญไปยังพรรคการเมืองต่างๆ และประชาชนทั่วประเทศ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นบทเรียนและแรงบันดาลใจให้กับการเมืองไทยในอนาคต

ดังนั้น การมีส่วนร่วมในการติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจและวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองได้อย่างรอบด้าน และเป็นพลเมืองที่ตื่นตัวในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง

สำหรับใครที่กำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเมืองไทย หรือต้องการติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สามารถติดตามได้จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือและเป็นกลาง เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

ที่มา – อัปเดต ผลเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 นับแล้ว 60 % “สง่า” ยังนำพรรคประชาชน

นับคะแนนเลือกตั้งซ่อมเชียงราย ผล “สง่า” นำ!

การนับคะแนนเลือกตั้งซ่อมเชียงราย เขต 7 กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยล่าสุด “สง่า พรมเมือง” จากพรรคเพื่อไทย มีคะแนนนำ “สุทัศน์ ยาละ” จากพรรคประชาชน อย่างเห็นได้ชัดเจน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 ได้มีการจัดการเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 7 เพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลง หลังจากปิดหีบลงคะแนนในเวลา 17.00 น. การนับคะแนนก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย ได้รายงานผลการนับคะแนนเบื้องต้นเมื่อเวลา 18.06 น. ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าสนใจ

  • นายสง่า พรมเมือง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ได้รับคะแนนเสียงไปแล้วถึง 6,189 คะแนน
  • นายสุทัศน์ ยาละ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ได้รับคะแนนเสียงไปแล้ว 3,153 คะแนน

ถึงแม้ว่านี่จะเป็นเพียงรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการจาก 44 หน่วยเลือกตั้ง จากทั้งหมด 285 หน่วยเลือกตั้ง (คิดเป็น 15.44%) แต่ก็พอจะมองเห็นภาพรวมของการแข่งขันได้บ้างแล้ว ทาง กกต. คาดการณ์ว่าจะสามารถประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งซ่อมเชียงรายอย่างไม่เป็นทางการได้ในเวลาประมาณ 21.00 น.

การนับคะแนนเลือกตั้งซ่อมเชียงรายครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งซ่อมที่สำคัญ ซึ่งผลการเลือกตั้งอาจส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองในภาพรวมได้ การติดตามผลการนับคะแนนอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจ

นับคะแนนเลือกตั้งซ่อมเชียงราย

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งสองพรรคการเมืองใหญ่ ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ต่างก็ต้องการที่จะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความนิยมและฐานเสียงของตนเองในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

สำหรับพรรคเพื่อไทย การชนะการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ จะเป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของพรรคในพื้นที่ภาคเหนือ และเป็นการส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป ในขณะที่พรรคประชาชน ก็หวังที่จะสร้างปรากฏการณ์พลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคยังมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งและพร้อมที่จะกลับมาทวงความนิยมอีกครั้ง

ปัจจัยที่มีผลต่อการนับคะแนนเลือกตั้งซ่อมเชียงราย

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อผลการนับคะแนนเลือกตั้งซ่อมเชียงรายในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นความนิยมส่วนตัวของผู้สมัคร นโยบายของพรรคการเมือง หรือแม้แต่ประเด็นทางการเมืองที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนในขณะนั้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

นอกจากนี้ การจัดการเลือกตั้งที่เป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผลการเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย หากการเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก็จะทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตย และยอมรับผลการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยรวม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งของตนเอง เพื่อเป็นการแสดงออกถึงเจตจำนงทางการเมืองของตนเอง และเป็นการร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศชาติ การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนชาวเชียงราย จะได้ร่วมกันตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้แทนของตนเองในสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ว่าผลการนับคะแนนเลือกตั้งซ่อมเชียงรายจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน และร่วมกันเดินหน้าพัฒนาประเทศชาติต่อไป การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและการสร้างความขัดแย้ง จะไม่นำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญก้าวหน้าได้ มีแต่ความสามัคคีและการร่วมมือกันเท่านั้นที่จะทำให้ประเทศไทยของเราเข้มแข็งและยั่งยืน

ที่มา – นับคะแนนเลือกตั้งซ่อมเชียงราย “สง่า” เพื่อไทย ขึ้นนำ “สุทัศน์” ปชน. กว่าครึ่ง

Scroll to top