เลือกตั้ง 69

พลังประชารัฐ เปิดตัวผู้สมัคร สส. **เลือกตั้ง 2569**

เลือกตั้ง 2569 ใกล้เข้ามาแล้ว! พรรคพลังประชารัฐเปิดตัว 28 ขุนพล กทม. อย่างเป็นทางการ พร้อมชูสโลแกนโดนใจ “เรื่องขี้ๆ หน้าที่เรา” ประกาศลั่นพร้อมทำให้กรุงเทพฯ ดีกว่าเดิม และพร้อมชนทุกปัญหาในการเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะมาถึง

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กรุงเทพมหานคร ได้ออกมาเปิดเผยว่า พรรคพลังประชารัฐได้ทำการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. ครบทั้ง 28 เขตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งประกาศจุดยืนที่ชัดเจนด้วยสโลแกน “เรื่องขี้ๆ หน้าที่เรา” ซึ่งจะเป็นนโยบายหลักของพรรคในการแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ใกล้ตัว ไปจนถึงปัญหาใหญ่ระดับเมืองที่สะสมมานาน

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้สมัครทั้ง 28 ท่าน ล้วนแต่เป็นตัวจริงที่พร้อมจะทำหน้าที่เป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ และจะทำให้ “กรุงเทพฯ ต้องดีกว่าเดิม” อย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้ พรรคพลังประชารัฐตั้งใจที่จะนำเสนอนโยบายที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง ภายใต้สโลแกน “เรื่องขี้ๆ หน้าที่เรา” เพื่อเป็นการสะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจในการจัดการทุกปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเล็กน้อย หรือปัญหาใหญ่ พรรคพลังประชารัฐพร้อมที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาเหล่านั้นทั้งหมด

**เลือกตั้ง 2569**: พลังประชารัฐ ชูเรื่องขี้ๆ หน้าที่เรา

รายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ทั้ง 28 เขต มีดังนี้:

  • เขต 1 นายกิตติคุณ ชื่นแย้ม
  • เขต 2 นายนิกม์ แสงศิริมาวิน
  • เขต 3 นายธีระพงษ์ มงคลวัฒนลีลา
  • เขต 4 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
  • เขต 5 น.ส.บุณยนุช ปณิตหิรัณยา
  • เขต 6 นายรชฎ พิสิษฐบรรกร
  • เขต 7 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช
  • เขต 8 นายอนุชาญ กวางทอง
  • เขต 11 นายธีรวุฒิ แก้วพยศ
  • เขต 12 ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น
  • เขต 13 นายสมบัติ มหาโคตร
  • เขต 14 นายรัชฎะ สมรทินกร
  • เขต 15 นายกิตติพงศ์ ท่าพิกุล
  • เขต 16 นายกิติภูมิ นีละไพจิตร
  • เขต 17 นายศิริศักดิ์ อัตดาวีย์
  • เขต 18 น.ส.พชรพรรณ ตุ่มระสินปิน
  • เขต 20 นายวันชัย รัตนขจรไชย
  • เขต 21 นายสันติ วิชัยพล
  • เขต 22 นายมณฑล โพธิ์คาย
  • เขต 23 นายวัฒนา เซ่งไพเราะ
  • เขต 25 นายธรรมนูญ เหียบขุนทด
  • เขต 28 นายเมืองชัย จันทวิมล
  • เขต 29 นายพัฒนภาส นิ่มมโน
  • เขต 30 นายรัชชานนท์ พูนรัตน์
  • เขต 32 น.ส.นิธิสนี กลิ่นพันธหิรัญ

พลังประชารัฐ มั่นใจ นโยบายโดนใจ ใน **เลือกตั้ง 2569**

พรรคพลังประชารัฐเชื่อมั่นว่า ด้วยทีมผู้สมัครที่ครบเครื่อง และนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนกรุงเทพฯ จะสามารถสร้างการจดจำ และดึงดูดความสนใจจากพี่น้องประชาชนได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มคนเมือง และคนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นที่พึ่งของคนกรุงเทพฯ และผลักดันให้กรุงเทพฯ นั้นดีกว่าเดิมได้อย่างแน่นอน หากได้รับโอกาสจากประชาชนในการเลือกตั้ง 2569 ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะมาถึงนี้

การเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. กทม. ทั้ง 28 เขตของพรรคพลังประชารัฐในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคฯ มีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะเกิดขึ้น และพร้อมที่จะนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจว่าจะเลือกใครเข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้แทนของตนเองนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาอย่างรอบคอบของพี่น้องประชาชน

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : พลังประชารัฐ เปิดตัวผู้สมัครสส.กทม. 28 เขต ชูสโลแกนเรื่องขี้ๆ หน้าที่เรา

ศุภมาส-เอกนัฏ นำทีม สส.กทม.ชู คนละครึ่งพลัส

การเลือกตั้งครั้งสำคัญกำลังจะมาถึง และพรรคภูมิใจไทยก็พร้อมนำเสนอทีมผู้สมัคร สส.กทม. ที่แข็งแกร่ง โดยมี “ศุภมาส-เอกนัฏ” เป็นหัวหน้าทีม พร้อมชูนโยบายที่จับต้องได้และตรงใจประชาชนอย่าง “คนละครึ่งพลัส-ความมั่นคง” เน้นการสานต่อนโยบายที่เป็นประโยชน์และสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยทุกคน

ศุภมาส-เอกนัฏ นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบาย “คนละครึ่งพลัส-ความมั่นคง”

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี และ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 เขต ได้ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐทีวี ถึงความพร้อมในการเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยเน้นย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีเพียงแค่คนใดคนหนึ่ง แต่มีทีมงานที่แข็งแกร่ง มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยหาเสียงต่างๆ ที่พร้อมจะทำงานเพื่อคนกรุงเทพฯ และคนไทยทุกคน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า จุดเด่นของการหาเสียงครั้งนี้คือความจริงใจและความตั้งใจจริงที่จะทำเพื่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศล่วงหน้าว่าจะเสนอใครเป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักในประวัติศาสตร์การเมืองไทย พร้อมย้ำว่า “พูดแล้วทำพลัส” ไม่ได้ขายฝัน และนโยบายต่างๆ ก็มีความชัดเจนว่าจะทำอย่างไร และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

น.ส.ศุภมาส เสริมว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ เพราะประชาชนได้เห็นผลงานที่จับต้องได้ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เช่น โครงการ คนละครึ่งพลัส ที่เข้าถึงประชาชนโดยตรง การบริหารจัดการเรื่องชายแดน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้พูดอย่างเดียว แต่ทำให้เห็นแล้ว

ทำไมต้องเลือก “คนละครึ่งพลัส” และนโยบายความมั่นคง?

นโยบาย 2 อย่างที่ น.ส.ศุภมาส เน้นย้ำคือด้านเศรษฐกิจและด้านความมั่นคง โดย คนละครึ่งพลัส เป็นนโยบายที่ช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดรายจ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก ขณะที่นโยบายความมั่นคงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคนไทยทุกคน เพราะเป็นการปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

เมื่อถูกถามว่าทำไมต้องเลือกพรรคภูมิใจไทย นายเอกนัฏ ตอบว่า ผู้สมัครของพรรคมีความหลากหลาย ตั้งแต่รุ่นเก่า หน้าใหม่ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย และอีกหลายๆ คน ซึ่งเป็นการผสมผสานประสบการณ์และความคิดใหม่ๆ เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน

เกี่ยวกับเป้าหมายจำนวนที่นั่ง สส.กทม. น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่นอนได้ในขณะนี้ แต่ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจน และจะทำงานกันเป็นทีมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น

เมื่อถามว่าพื้นที่ กทม. จะแพ้ไม่ได้ใช่หรือไม่ น.ส.ศุภมาส ตอบว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้คิดถึงเรื่องแพ้ แต่จะทำทุกวิถีทางให้ดีที่สุด เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน และพร้อมที่จะนำเสนอมืออาชีพเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ

สำหรับความเป็นไปได้ที่จะเห็น นายเอกนิติ และนางศุภจี มาช่วยหาเสียงในพื้นที่ กทม. นางสาวศุภมาศ ยืนยันว่าทั้งสองท่านจะมาช่วยหาเสียงอย่างแน่นอน เพราะเป็นผู้ช่วยหาเสียงที่ถูกต้องตามกฎหมาย

  • คนละครึ่งพลัส: นโยบายสานต่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
  • ความมั่นคง: ปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
  • ทีมผู้สมัคร สส.กทม. ที่มีความหลากหลายและประสบการณ์

พรรคภูมิใจไทยมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์และนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน และสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้เลือกผู้แทนที่พร้อมจะทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ดังนั้น อย่าลืมติดตามข่าวสารและนโยบายของพรรคภูมิใจไทย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ที่มา – “ศุภมาส-เอกนัฏ” นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบาย “คนละครึ่งพลัส-ความมั่นคง”

ปชน. จัดรถเมล์ EV สีส้ม ขนผู้สมัคร สส.กทม.

ปชน. จัดรถเมล์ EV สีส้ม ขนผู้สมัคร สส.กทม. 33 คน ไปลงสมัคร สส.เขต

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พรรคประชาชน (ปชน.) ได้สร้างสีสันให้กับการเลือกตั้งที่จะมาถึง ด้วยการปชน. จัดรถเมล์ EV สีส้ม ขนผู้สมัคร สส.กทม. จำนวน 33 คน เพื่อเดินทางไปลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เขต ณ สนามกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น การเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของพรรคในการส่งผู้สมัครลงชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งสำคัญ

รถเมล์ไฟฟ้าสีส้มคันดังกล่าว ไม่เพียงแต่เป็นพาหนะในการเดินทาง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงนโยบายด้านพลังงานสะอาดและความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมของพรรคประชาชน ด้านหน้ารถมีการสกรีนสัญลักษณ์ของพรรคอย่างเด่นชัด ส่วนด้านข้างรถประดับด้วยข้อความเชิญชวนให้ประชาชน “เลือกตั้ง เลือกอนาคต” สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของพรรคว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศ

บรรยากาศที่อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ เต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้สมัคร สส.ทยอยเดินทางมาถึงเพื่อเตรียมตัวขึ้นรถเมล์ โดยมีนายธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้สมัคร สส.เขต 18 หนองจอก-มีนบุรี-ลาดกระบัง นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้สมัคร สส.เขต 31 ทวีวัฒนา-ตลิ่งชัน และนายนฤพล เลิศปัญญาโรจน์ ผู้สมัคร สส.เขต 27 บางขุนเทียน-บางบอน (เฉพาะแสมดำ) เป็นสามท่านแรกที่เดินทางมาถึง

นายธีรัจชัยได้กล่าวถึงความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยเน้นย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเลือกอนาคตของประเทศและเลือกรัฐบาลที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง

นายอนุสรณ์ กล่าวเสริมถึงความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน โดยตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของประเทศ จึงขอให้ประชาชนเลือกอย่างเด็ดขาด

ความตั้งใจของผู้สมัคร สส.

นายนฤพล ได้แสดงความตั้งใจที่จะพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

ตามกำหนดการ ปชน. จัดรถเมล์ EV สีส้ม ขนผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 เขตไปรวมตัวกันที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 โดยมีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นผู้นำในการเดินทางครั้งนี้ การรวมตัวของผู้สมัคร สส.ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพและความสามัคคีของพรรคประชาชน

การที่พรรคประชาชนเลือกใช้รถเมล์ EV สีส้มในการขนส่งผู้สมัคร สส. ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความโดดเด่นและเป็นที่สนใจ แต่ยังเป็นการสื่อสารไปยังประชาชนถึงนโยบายและวิสัยทัศน์ของพรรคในการให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้ตัดสินใจเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่า

สรุปแล้ว การที่ ปชน. จัดรถเมล์ EV สีส้ม ขนผู้สมัคร สส.กทม. ไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ถือเป็นการเปิดตัวที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคในการเข้าสู่สนามเลือกตั้งอย่างเต็มตัว การใช้รถเมล์ EV ยังเป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของพรรคอีกด้วย

ที่มา – ปชน. จัดรถเมล์ EV สีส้ม ขนผู้สมัคร สส.กทม. 33 คน ไปลงสมัคร สส.เขต

ไอซ์ รักชนก ท้าชน! หน้าพรรคภูมิใจไทย ชลบุรี

“ไอซ์ รักชนก” เย้ยถึงถิ่น! อัดคลิปหน้าพรรคภูมิใจไทย ชลบุรี บอกมาถึงแล้ว แขวนเพจข่าว หลังโพสต์ระดมพลขับไล่ ยกมือไหว้ บอก “อย่าทำหนูเลย หนูกลัวแล้ว” ตื่นเต้นจะได้เจอ “พี่เฮ้ง”

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา น.ส.รักชนก ศรีนอก ว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ทำการโพสต์คลิปวิดีโอลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพขณะเช็กอินอยู่ที่หน้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีป้ายรูปภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรากฏอยู่

ทั้งนี้ น.ส.รักชนก ได้กล่าวในคลิปวิดีโอ พร้อมทั้งลงภาพโพสต์แขวนเพจข่าวที่ทำการระดมพลเพื่อขับไล่เธอว่า

“ตอนนี้มาถึงชลบุรีแล้วนะคะทุกคน รอไปจับเบอร์กับว่าที่ผู้สมัคร สส. ทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง วันนี้มาเช็กอินที่นี่ค่ะ เขาบอกว่าเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของชลบุรีเลยทีเดียว ก็สวัสดีท่านรองนายกฯ และท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะคะ พรุ่งนี้อาจจะมีโอกาสได้เจอกัน เพราะว่ารอบนี้พี่เฮ้งลงสมัคร สส. แบบเขต เอ๊ะ ได้ข่าวมาว่าอาจจะมีการระดมพลให้คนออกมาทำการขับไล่ดิฉันด้วย ก็รู้สึกกลัวขึ้นมาแล้วค่ะ ตอนนี้เพจข่าวในชลบุรีเริ่มทำการระดมพลขับไล่รักชนกแล้ว กลัวมากเลยค่ะ พี่อย่าทำหนูเลย หนูกลัวแล้วจริง ๆ กลัวมาก แค่มาช่วยเพื่อนจับเบอร์เฉย ๆ เอง”

ไอซ์ รักชนก กับการเยือนพรรคภูมิใจไทย ชลบุรี

การปรากฏตัวของ ไอซ์ รักชนก ในครั้งนี้ สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก หลายคนต่างจับจ้องถึงเหตุผลและเบื้องหลังการเดินทางมายังจังหวัดชลบุรีของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เธอได้กล่าวถึงการระดมพลเพื่อขับไล่ตนเอง ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าสถานการณ์ทางการเมืองในพื้นที่นั้นเป็นอย่างไร

ไอซ์ รักชนก กลัวจริงหรือแค่สร้างกระแส?

ท่าทีที่แสดงออกถึงความหวาดกลัวของ ไอซ์ รักชนก ก็เป็นอีกประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ บางส่วนมองว่าเป็นเพียงการสร้างกระแสเพื่อดึงดูดความสนใจ ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งเชื่อว่าเธออาจจะรู้สึกกังวลใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ทั้งนี้ การระดมพลเพื่อขับไล่ทางการเมืองถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามอง และสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่

อย่างไรก็ตาม การเดินทางมายังพรรคภูมิใจไทย ชลบุรี ของ ไอซ์ รักชนก ในครั้งนี้ ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ และอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในพื้นที่ดังกล่าวได้ในอนาคต

การเมืองไทยนั้นเต็มไปด้วยสีสันและการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาได้ยาก การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของนักการเมืองแต่ละคนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจถึงทิศทางและอนาคตของประเทศได้

ที่มา – “ ไอซ์ รักชนก” เย้ยถึงถิ่น อัดคลิปหน้าพรรคภูมิใจไทย ชลบุรี บอกตื่นเต้นจะได้เจอ “พี่เฮ้ง”

“ดร.การดี” แคนดิเดต ปชป. แก้หนี้กู้เศรษฐกิจ

“ดร.การดี” เปิดใจนั่งแคนดิเดตนายกฯ ปชป. เพื่อแก้หนี้และกู้ชื่อชั้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมา ยันทำงานเป็นทีมไม่ใช่โชว์เดี่ยว มั่นใจจะทำให้ประเทศกลับมาผงาดได้

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ดร.การดี เลียวไพโรจน์ เปิดใจครั้งแรกหลังพรรคประกาศชื่อเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายกรณ์ จาติกวณิช โดยระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้มาจากความแน่วแน่ที่ต้องการใช้ความรู้และประสบการณ์ด้านดิจิทัลและเศรษฐกิจอนาคตเข้ามากอบกู้ประเทศไทยที่กำลังอยู่ในภาวะ “อึดอัด” ทั้งเรื่องรายได้และความเชื่อมั่นระดับสากล พร้อมชูจุดแข็งของพรรคว่าเป็น “ส่วนผสมที่กลมกล่อม” ระหว่างผู้นำที่มีบารมีระดับสากลอย่างนายอภิสิทธิ์ และมือเศรษฐกิจระดับโลกอย่างนายกรณ์ โดยตนจะเข้ามาเสริมทัพในการนำพาประเทศไปสู่โอกาสใหม่แห่งอนาคต ภายใต้ “DNA เดียวกัน” คือความสุจริต

ดร.การดี ย้ำว่าการทำงานของแคนดิเดตทั้ง 3 คนเป็นรูปแบบทีมเวิร์ก ไม่ใช่การโชว์เดี่ยว โดยนโยบายเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาหนี้สินเชิงรุกที่ต้องตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของคนเมืองและเกษตรกร พร้อมประกาศตั้ง KPI ชี้วัดผลการบริหารประเทศ โดยเฉพาะการดึงอันดับความโปร่งใสและสถานการณ์คอร์รัปชันให้กลับไปสู่จุดรุ่งเรืองอีกครั้ง เพื่อคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ทั้งนี้พร้อมลงพื้นที่ช่วยว่าที่ผู้สมัคร สส. ทุกคนหาเสียงอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าทีมประชาธิปัตย์คือคำตอบที่จะทำให้ประเทศไทยกลับมาผงาดได้จริง

“ดร.การดี” แคนดิเดต ปชป. แก้หนี้กู้เศรษฐกิจ

การประกาศชื่อ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจไม่น้อย ด้วยโปรไฟล์ที่โดดเด่นในด้านดิจิทัลและเศรษฐกิจอนาคต ทำให้หลายคนจับตามองว่าเธอจะเข้ามามีบทบาทอย่างไรในการขับเคลื่อนนโยบายของพรรค

วิสัยทัศน์ของ “ดร.การดี” ในการแก้หนี้และกู้เศรษฐกิจ

ดร.การดี มองว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งเรื่องหนี้สินของประชาชน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว เธอจึงมุ่งมั่นที่จะนำความรู้และประสบการณ์มาใช้ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประชาชน

นโยบายที่ ดร.การดี ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการแก้ปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน โดยจะมีการออกแบบมาตรการที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม ทั้งคนเมืองและเกษตรกร นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความโปร่งใสในการบริหารประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

ความคาดหวังต่อการทำงานเป็นทีม:

  • ผสานความเชี่ยวชาญของแต่ละคน: ดร.การดี เชื่อว่าการทำงานร่วมกับนายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ จะเป็นการผสมผสานความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างครอบคลุม
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน: ด้วยประสบการณ์และความสามารถของทั้ง 3 คน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมที่จะนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่า
  • ขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ: การทำงานเป็นทีมจะช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ดร.การดี ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานเป็นทีม โดยเชื่อว่าการผสานความเชี่ยวชาญของแต่ละคนจะช่วยให้พรรคประชาธิปัตย์สามารถนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง การที่ “ดร.การดี” แคนดิเดต ปชป. แก้หนี้กู้เศรษฐกิจ ครั้งนี้จึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

การที่ ดร.การดี เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าพรรคให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและเศรษฐกิจอนาคตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีกหลายด้าน ทั้งเสถียรภาพทางการเมือง นโยบายของรัฐบาล และสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

การมี “ดร.การดี” แคนดิเดต ปชป. แก้หนี้กู้เศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนมีความหวังว่าจะมีนโยบายที่ทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์โลกมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไป

ที่มา – “ดร.การดี” เปิดใจนั่งแคนดิเดต ปชป. ผนึกกำลัง “อภิสิทธิ์-กรณ์” แก้หนี้กู้เศรษฐกิจ

ประธาน กกต. ลั่น! จัดการเลือกตั้ง สส. และประชามติ

ประธาน กกต. ลั่น จัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติ

“ณรงค์” ลั่น จัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติ เป็นความสำเร็จของคนไทยทั้งประเทศ ด้าน กกต. ออกประกาศแนวทางจัดเลือกตั้งใน 7 จังหวัดสู้รบ อำนวยความสะดวกคนในศูนย์อพยพขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชุมคณะกรรมการอำนวยการประจำศูนย์อำนวยการและประสานงานการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ โดยมี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เป็นประธานการประชุม และมีผู้แทนจากหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ เข้าร่วมประชุมที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ

นายณรงค์ กล่าวว่า การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติครั้งนี้ เป็นภารกิจสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกเสียงประชามติวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ประเทศไทย กกต. และพนักงาน กกต. ไม่สามารถจัดทำประชามติและเลือกตั้งออกมาให้สมบูรณ์แบบได้ จะต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน ตนมั่นใจว่าด้วยความทุ่มเทการทำงานและการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งของทุกคน จะทำให้การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ความเสียสละและความตั้งใจ ทุ่มเท ร่วมกันของทุกคน และถือเป็นความสำเร็จของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ขอให้พลังความร่วมมือครั้งนี้เป็นแรงขับเคลื่อนให้ประชาธิปไตยของประเทศไทยมั่นคงและเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนสืบไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกประกาศเรื่อง แนวทางดำเนินการการจัดการเลือกตั้ง สส. ในเขตเลือกตั้งที่มีสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีสาระสำคัญกำหนดให้ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งในจังหวัดจันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว สุรินทร์ และอุบลราชธานี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ดังนี้

  1. การปิดประกาศ หรือระเบียบตามที่กฎหมายกำหนดเมื่อได้ปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้ง หรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง หรือสถานที่ที่ประชาชนสะดวกในการตรวจสอบแล้ว ให้ดำเนินการประกาศในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอื่นใดที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก หากไม่สามารถปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง หรือสถานที่ที่ประชาชนสะดวกในการตรวจสอบได้ ให้ถือว่าการประกาศในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอื่นใด เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
  2. กรณีจัดส่งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในทะเบียนบ้านพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ไปยังเจ้าบ้านในเบื้องต้น ให้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด หากไม่สามารถจัดส่งได้ ให้รายงานให้ กกต. ทราบและให้เก็บรักษาเอกสารดังกล่าวไว้ในที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุดลง แล้วจึงจัดส่งเอกสารดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
  3. จัดให้มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ในศูนย์อพยพลงทะเบียน ขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง ภายในระยะเวลาตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวัน และเวลายื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง โดยขอความร่วมมือให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้งที่มีความปลอดภัยและอยู่ใกล้เคียงกับเขตเลือกตั้งที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบ และในวันออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งให้ประสานหน่วยงานของรัฐ จัดพาหนะรับส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้งดังกล่าวด้วย
  4. การจัดหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งที่อยู่ในเขตเลือกตั้ง หากยังมีสถานการณ์ความไม่สงบ ให้ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง พิจารณาเปลี่ยนแปลงเขตของหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งสามารถเดินทางได้สะดวกและปลอดภัย โดยหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งดังกล่าวต้องอยู่ในเขตเลือกตั้ง ตามมาตรา 30 วรรคสาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  5. ภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ให้ประสานนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือผู้มีสิทธิเลือกตั้งในศูนย์อพยพที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย.

กกต. มุ่งมั่น การจัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติ ให้โปร่งใส

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กกต. ได้ให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความไม่สงบ การดำเนินการต่างๆ จึงมุ่งเน้นให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิของตนเองได้อย่างเต็มที่และปลอดภัย

การเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติ นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและก้าวหน้า

ดังนั้น การจัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติ ที่กำลังจะเกิดขึ้น จึงเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนทุกคนจะได้ร่วมกันแสดงพลังและกำหนดอนาคตของประเทศไปด้วยกัน

การจัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติ ครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายและความมุ่งมั่นตั้งใจของ กกต. ในการที่จะทำให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ผลการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – ประธาน กกต. ลั่น จัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติ เป็นความสำเร็จของคนไทยทั้งประเทศ

กกต.กทม.ซ้อมรับสมัคร สส. เตือนจัดมหรสพหลังจับเบอร์

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ใกล้เข้ามาทุกที! ล่าสุด กกต.กรุงเทพฯ ซ้อมเสมือนจริงก่อนวันรับสมัครเลือกตั้ง สส.เขต เตือนห้ามจัดมหรสพหลังจับเบอร์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้การรับสมัครเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมเน้นย้ำข้อห้ามสำคัญสำหรับผู้สมัคร

กกต.กรุงเทพฯ ซ้อมเสมือนจริงก่อนวันรับสมัครเลือกตั้ง สส.เขต เตือนห้ามจัดมหรสพหลังจับเบอร์

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้จัดการซักซ้อมการรับสมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเสมือนจริง ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น เขตดินแดง กรุงเทพฯ การซักซ้อมนี้มีจุดประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสถานที่และทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการรับสมัคร ซึ่งจะเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 27-31 ธันวาคม 2568

การเตรียมความพร้อมครอบคลุมทุกด้าน ตั้งแต่การจัดพื้นที่รับสมัครทั้ง 33 เขต การจัดเตรียมที่นั่งพักคอยสำหรับผู้สมัครที่เดินทางมาก่อนเวลา 08.30 น. โดยผู้สมัครที่มาก่อนเวลาดังกล่าวจะถือว่ามาพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีการย้ำเตือนเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดในการตรวจสอบสิทธิของผู้สมัคร โดยเฉพาะคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่ต้องครบ 30 วันก่อนวันเลือกตั้ง

สำหรับผู้ที่จะเข้ามาในพื้นที่รับสมัคร มีข้อกำหนดดังนี้ หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และแกนนำพรรค จะได้รับอนุญาตให้อยู่บนอัฒจันทร์ด้านบนเท่านั้น ส่วนผู้สมัครสามารถนำผู้ติดตามเข้ามาได้เท่าที่จำเป็น

ความพร้อมของ กกต.กทม.

ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.กกต.กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความพร้อมในการรับสมัครว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร มีความพร้อมทั้งในด้านอาคารสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และบุคลากร โดยมีการประชุมซักซ้อมขั้นตอนอย่างละเอียดเพื่อให้เจ้าหน้าที่เห็นอุปกรณ์จริงและซักซ้อมหน้างาน เพื่อให้การรับสมัครเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยภาพรวมมีความพร้อม 80-90% และมีการนัดหมายเจ้าหน้าที่ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดรับสมัครในเวลา 08.30 น.

ในส่วนของพื้นที่สำหรับประชาชนทั่วไป จะมีการจัดให้อยู่บริเวณด้านนอกสถานที่รับสมัคร และจะมีการกำชับเรื่องการงดส่งเสียงดังหรือการรบกวนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส่วนขั้นตอนการจับสลากหมายเลขผู้สมัคร จะไม่มีการถ่ายทอดสด แต่จะอนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพได้ตามสมควร

ข้อควรระวังที่สำคัญสำหรับผู้สมัครคือ เมื่อได้หมายเลขประจำตัวแล้ว ห้ามจัดมหรสพหรือการรื่นเริงโดยเด็ดขาด อนุญาตให้ขึ้นขบวนแห่ได้ แต่ห้ามมีมหรสพดนตรีหรือกลองยาว ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ยังเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างค่อยเป็นค่อยไปและบันทึกข้อมูลตามแบบฟอร์มเพื่อป้องกันความสับสน

การซักซ้อมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม การเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบและการเน้นย้ำข้อปฏิบัติที่สำคัญ จะช่วยให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

กกต.กรุงเทพฯ ซ้อมเสมือนจริงก่อนวันรับสมัครเลือกตั้ง สส.เขต เตือนห้ามจัดมหรสพหลังจับเบอร์ ถือเป็นมาตรการสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ที่มา – กกต.กรุงเทพฯ ซ้อมเสมือนจริงก่อนวันรับสมัครเลือกตั้ง สส.เขต เตือนห้ามจัดมหรสพหลังจับเบอร์

ปชน. ส่งแกนนำให้กำลังใจ วันรับสมัคร สส.เขต

พรรคประชาชนเตรียมส่งแกนนำลงพื้นที่ให้กำลังใจในวันรับสมัคร สส.เขตพรุ่งนี้ โดยจะกระจายกำลังพลไปทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมีนาย “เท้ง” นำทีมในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ 7 โมงเช้าที่สนามกีฬาเวสน์ 2 นอกจากนี้ “ไหม” จะลงพื้นที่บุรีรัมย์ และ “วีระยุทธ” นำทีมผู้สมัคร สส.ภูเก็ต

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชนว่า ในวันรับสมัคร สส.เขตแบบแบ่งเขตพรุ่งนี้ (27 ธ.ค.) พรรคประชาชนจะใช้ยุทธวิธีดาวกระจาย โดยส่งแกนนำพรรคลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครในแต่ละภูมิภาค

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะนำผู้สมัคร สส.กทม. ไปสมัครที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 กทม. ในเวลา 07.00 น. โดยคาดว่าจะเดินทางโดยรถเมล์เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา ส่วน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 จะไปให้กำลังใจผู้สมัครที่จังหวัดบุรีรัมย์ และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 3 จะนำทีมที่จังหวัดภูเก็ต

ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค จะเดินทางไปที่จังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค จะไปที่จังหวัดระยองและจันทบุรี น.ส.รักชนก ศรีนอก อดีต สส.กทม. จะไปที่จังหวัดชลบุรี และนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน จะให้กำลังใจผู้สมัครที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายชัยธวัชด้วย

ปชช. ส่งแกนนำให้กำลังใจ วันรับสมัคร สส.เขต

การกระจายกำลังพลของพรรคประชาชนในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมของพรรคในการลงสนามเลือกตั้งที่จะมาถึงในเร็วๆ นี้ การที่แกนนำพรรคลงพื้นที่ไปให้กำลังใจผู้สมัคร สส. ในแต่ละเขตนั้น เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้สมัคร และยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของพรรคต่อผู้สมัครในทุกระดับ

พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างมาก การส่งแกนนำไปให้กำลังใจผู้สมัครในวันรับสมัคร สส.เขต เป็นเพียงหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่พรรคเตรียมไว้สำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง พรรคยังคงเดินหน้าทำงานอย่างหนักเพื่อนำเสนอนโยบายและแนวทางในการพัฒนาประเทศให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้มีข้อมูลที่เพียงพอในการตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุด

การเตรียมความพร้อมในวันรับสมัคร สส.เขต

การเตรียมความพร้อมสำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเอกสารที่ใช้ในการสมัคร การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หรือการเตรียมทีมงานสนับสนุน การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การลงสมัครเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

  • ตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วน: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารทุกอย่างที่ต้องใช้ในการสมัครนั้นถูกต้องและครบถ้วน
  • เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์: เตรียมคำตอบสำหรับคำถามที่คาดว่าจะถูกถามโดยสื่อมวลชน
  • เตรียมทีมงานสนับสนุน: มีทีมงานที่พร้อมช่วยในทุกด้าน ตั้งแต่การประชาสัมพันธ์ไปจนถึงการประสานงาน

พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนของการเลือกตั้ง และพร้อมที่จะสนับสนุนผู้สมัคร สส. ทุกคนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

พรรคประชาชนมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทย และเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

การตัดสินใจของประชาชนในการเลือกผู้แทนที่เหมาะสม จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงของท่านในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

การที่พรรคแกนนำกระจายกันไปให้กำลังใจตามภาคต่างๆนั้น นอกจากจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้สมัครแล้ว ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคที่จะรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง

วันรับสมัคร สส.เขต คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างเต็มกำลัง

ที่มา – ปชน. ส่งแกนนำกระจายทุกภาค ให้กำลังใจวันรับสมัคร สส.เขต พรุ่งนี้ ส่วน “เท้ง” นำทีม กทม.

ณัฐพงษ์ชนะดีเบต! ครั้งหน้าเน้น “ปากท้อง”


หลังจบเวทีดีเบตแรก ผลสำรวจจากผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ชี้ว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ได้รับคะแนนสูงสุดในทุกหัวข้อ อย่างไรก็ตาม โจทย์ใหญ่ที่ประชาชนอยากฟังในการดีเบตครั้งหน้าคือเรื่อง “ปากท้องและค่าครองชีพ”

“ปากท้องและค่าครองชีพ” โจทย์ใหญ่ที่ต้องขยี้ในการดีเบตครั้งหน้า

การดีเบต “ไทยรัฐดีเบต #ดีเบตอีกสักตั้ง ไทยรัฐเลือกตั้ง 69 ท้าชนนโยบาย พาไทยออกจากเงามืด” เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้สร้างความตื่นตัวทางการเมืองอย่างมาก ก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งในปี 2569 จากผลสำรวจ Thairath Poll พบว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ได้รับคะแนนสูงสุดในหมวดภาพรวมที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง ด้วยคะแนน 39.46% ตามมาด้วย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย (22.38%), อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์ (13.87%) และพลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ จากพรรคเศรษฐกิจ (10.18%) สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการนำเสนอที่ชัดเจนส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อพิจารณาในแต่ละประเด็นนโยบาย พบว่า:

  • ปัญหาทุนเทาและสแกมเมอร์: พรรคประชาชนยังคงนำด้วยคะแนน 42.02% ตามมาด้วยพรรคเพื่อไทย (20.37%), ประชาธิปัตย์ (12.26%) และเศรษฐกิจ (11.91%)
  • ความชัดเจนเรื่องจุดยืนทางการเมือง: ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้รับคะแนนนำโด่ง 42.02% ตามด้วย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (21.07%) และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (14.61%)
  • ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา: ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยังคงได้คะแนนสูงสุดที่ 38.22% ตามมาด้วย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (20.53%), พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ (16.38%) และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (11.30%)

ประชาชนอยากฟังเรื่อง “ปากท้องและค่าครองชีพ” มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ประชาชนอยากฟังมากที่สุดในการดีเบตครั้งหน้าคือเรื่อง “ปากท้องและค่าครองชีพ” ซึ่งได้รับคะแนนสูงถึง 33.86% รองลงมาคือการปราบปรามคอร์รัปชันและทุนผูกขาด (32.52%) และการแก้รัฐธรรมนูญ รวมถึงการผลักดันค่าแรงขั้นต่ำ (11.94% และ 10.05% ตามลำดับ)

การสำรวจครั้งนี้มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น 5,858 คน

จากผลสำรวจนี้ เห็นได้ชัดว่าประชาชนให้ความสำคัญกับประเด็นเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องเป็นอย่างมาก นักการเมืองที่สามารถนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างเป็นรูปธรรมและน่าเชื่อถือ จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า การดีเบตครั้งต่อไปจึงเป็นโอกาสสำคัญที่นักการเมืองแต่ละพรรคจะแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในเรื่อง “ปากท้องและค่าครองชีพ”

ดังนั้น ในการดีเบตครั้งหน้า พรรคการเมืองต่างๆ ควรให้ความสำคัญกับประเด็น “ปากท้องและค่าครองชีพ” เป็นพิเศษ นำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและได้รับการสนับสนุนในการเลือกตั้ง

ที่มา – ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ให้ “ณัฐพงษ์” เป็นผู้ชนะเวทีดีเบตนัดแรก ครั้งหน้าต้องขยี้เรื่อง “ปากท้อง”

Scroll to top