โครงการคนละครึ่งล่าสุด

“คนละครึ่งพลัส” เริ่มพรุ่งนี้! เตรียมพร้อม G-Wallet

สรุปเงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” พร้อมใช้สิทธิวันแรกพรุ่งนี้ 29 ต.ค. 68! อย่าลืมเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการใช้งานแอปฯ เป๋าตังกันด้วยนะ

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการลงทะเบียนและการเตรียมความพร้อมในการใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงความคืบหน้าในการลงทะเบียนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

สำหรับการเตรียมพร้อมการใช้จ่ายนั้น โครงการฯ ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนไปตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2568 และมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการครบจำนวน 20 ล้านรายไปแล้วเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยผู้ที่ได้รับสิทธิจะสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” โดยจะได้รับการสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการที่กำหนดในอัตราร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกินวงเงินสิทธิที่ได้รับ

สำหรับประชาชนที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 95) ในปีภาษี 2567 จะได้รับวงเงินสิทธิไม่เกิน 2,400 บาทต่อคน ส่วนประชาชนทั่วไปจะได้รับวงเงินสิทธิไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนตลอดระยะเวลาของโครงการฯ

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้เตรียมความพร้อมของระบบเพื่อรองรับการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสแล้ว

คนละครึ่งพลัส

เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดในการใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในช่วงแรก ประชาชนสามารถสมัครใช้บริการ G-Wallet (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ) ในแอปฯ “เป๋าตัง” และเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้าก่อนวันเริ่มใช้จ่ายจริง หรือจะทยอยเติมเงินในช่วงเวลาต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมงก็ได้เช่นกัน

ผู้ได้รับสิทธิต้องใช้สิทธิโครงการฯ โดยการซื้อสินค้าหรือบริการครั้งแรกผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 หากพ้นกำหนดนี้ จะถือว่าไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ และจะถูกตัดสิทธิ

นอกจากนี้ ยังสามารถซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป (เวลา 06.00 – 21.00 น.) โดยมีผู้ให้บริการ Food Delivery Platform เข้าร่วม 4 ราย ได้แก่ Grab, Lineman, ShopeeFood และ Robinhood

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

จากข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2568 พบว่ามีร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ แล้วดังนี้

  1. ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จ: 523,603 ราย (ร้านค้ารายเดิม 94,669 ราย, ร้านค้ารายใหม่ 428,934 ราย)
  2. ร้านค้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ: 101,741 ราย (รอร้านค้ายอมรับเงื่อนไข 97,300 ราย, รอดำเนินการตรวจสอบ 4,441 ราย)

ผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้อย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 และสามารถเริ่มรับชำระเงินจากประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

โครงการคนละครึ่งพลัสได้รับความสนใจอย่างมาก และมีการปรับเพิ่มวงเงินสิทธิที่รัฐสมทบต่อวันเป็นไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ โฆษกกระทรวงการคลังจึงขอเชิญชวนร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการฯ

สำหรับร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว อย่าลืมตรวจสอบการยินยอม รับทราบ และยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ด้วย เพื่อให้การลงทะเบียนสำเร็จ และขอยืนยันว่าจะไม่มีการส่งข้อมูลยอดขายให้กรมสรรพากรแต่อย่างใด

โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมและใช้สิทธิให้คุ้มค่า เพื่อช่วยสนับสนุนร้านค้ารายย่อยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปด้วยกัน

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” เปิดใช้สิทธิพรุ่งนี้ 29 ต.ค. 68 แนะเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้า

คนละครึ่งพลัส: สิทธิเต็มแล้ว หลังเปิดลงทะเบียน

ตรวจสอบสิทธิคนละครึ่งพลัส ผ่าน www.คนละครึ่งพลัส.com หลังจากเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่ม 908 สิทธิ ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว

หลังจากรัฐบาลเปิดให้ประชาชนกดรับสิทธิเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อลดรายจ่ายให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย นำไปสู่การกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

ล่าสุด เมื่อเวลา 05.52 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com ขึ้นข้อความสิทธิคงเหลือโครงการคนละครึ่งพลัส จำนวน 908 สิทธิ

ต่อมาเวลา 06.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเปิดให้ลงทะเบียน พบว่าระบบขึ้นข้อความว่า “มีผู้ลงทะเบียนครบตามวงเงินสิทธิ” เนื่องจากมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสครบแล้ว

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยการกดผ่านแบนเนอร์ของโครงการคนละครึ่งพลัสเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น. หรือจนกว่าจะครบจำนวนสิทธิ หรือครบวงเงินงบประมาณของโครงการ.

คนละครึ่งพลัส ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว

โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้ประชาชนร่วมจ่ายค่าสินค้าและบริการกับภาครัฐในอัตราส่วนที่กำหนด ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการได้ในราคาที่ถูกลง และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้า

ทำไมสิทธิคนละครึ่งพลัสถึงเต็มเร็ว?

ความนิยมของโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิทธิเต็มเร็ว เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องการเข้าร่วมโครงการเพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ การประชาสัมพันธ์โครงการของภาครัฐก็มีส่วนช่วยให้ประชาชนรับทราบข้อมูลและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการอย่างรวดเร็ว

สำหรับประชาชนที่พลาดโอกาสในการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ อาจจะต้องรอติดตามข่าวสารจากภาครัฐเกี่ยวกับโครงการอื่นๆ ที่อาจจะเปิดให้ลงทะเบียนในอนาคต หรือพิจารณาโครงการช่วยเหลืออื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ การวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบและการประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันได้

ถึงแม้ว่าสิทธิคนละครึ่งพลัสจะเต็มแล้ว แต่ก็ยังมีโครงการอื่นๆ อีกมากมายที่รัฐบาลได้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชน ดังนั้น อย่าเพิ่งท้อแท้และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

ที่มา – www.คนละครึ่งพลัส.com ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว หลังเปิดลงทะเบียนเพิ่มเช้านี้

รอดูยอดคนใช้ “คนละครึ่งพลัส” ก่อนเปิดเฟสใหม่

“สิริพงศ์” เผยรัฐบาลเล็งเปิด “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” หลังลงทะเบียนครบ 20 ล้านสิทธิแล้ว หวังช่วยลดภาระประชาชนให้มากที่สุด รอดูยอดอีกครั้งหากไม่ได้ใช้สิทธิใน 11 พ.ย. นำสิทธิให้ผู้ตกหล่นลงทะเบียน

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัส ตั้งแต่ 06.00 น.ที่ผ่านมา ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนครบ 20 ล้านสิทธิแล้ว ซึ่งผลการลงทะเบียนที่รวดเร็วนั้นไม่ได้เกินความคาดหมาย สะท้อนให้เห็นว่าโครงการนี้เป็นที่รอคอยและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไม่ทันในรอบนี้ไม่ต้องกังวล จากผลการลงทะเบียนที่ล้นหลามนี้จะพิจารณาถึงการเปิดเฟสใหม่ของโครงการ ซึ่งหากเรามีงบประมาณก็จะดำเนินการอย่างแน่นอน เพราะสามารถช่วยเหลือประชาชนและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้อีกด้วย ทั้งนี้ ต้องรอดูยอดการใช้งานครั้งแรกของผู้ที่ได้รับสิทธิภายในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ด้วย หากผู้ที่ลงทะเบียนไว้แต่ยังไม่ได้มีการใช้งาน ก็จะนำสิทธิที่เหลือให้ประชาชนรายอื่นลงทะเบียนอีกครั้ง

“โครงการนี้เป็นโครงการที่ประชาชนรอคอย ในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพวกเขา ซึ่งโครงการดีๆ แบบนี้รัฐบาลอยากจะดำเนินการต่ออีกเฟส สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไม่ทันในรอบนี้ ซึ่งเดี๋ยวรัฐบาลคงจะได้เร่งพิจารณากันเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด คาดว่าเศรษฐกิจหลังจากนี้จะค่อยๆ กระเตื้องขึ้น ทั้งจากผลของโครงการคนละครึ่งพลัส และโครงการอื่นๆ ที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการ”

รอดูยอดคนใช้ “คนละครึ่งพลัส”

ข่าวดีสำหรับใครที่พลาดการลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในรอบแรก! รัฐบาลกำลังพิจารณาเปิดเฟส 2 หากมีงบประมาณเพียงพอ และที่สำคัญคือการรอดูยอดการใช้จ่ายจริงของผู้ที่ได้รับสิทธิในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ หากพบว่ามีสิทธิเหลือ ก็จะนำมาเปิดให้ผู้ที่พลาดโอกาสในรอบแรกได้ลงทะเบียนกันอีกครั้ง

ทำไมต้องรอดูยอดคนใช้ “คนละครึ่งพลัส”

การรอดูยอดการใช้จ่ายจริงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยให้รัฐบาลประเมินผลของโครงการได้อย่างแม่นยำ หากพบว่ามีการใช้จ่ายจริงเป็นจำนวนมาก ก็แสดงว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งจะสนับสนุนการพิจารณาเปิดเฟส 2 ให้เป็นไปได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการยืนยันว่าเงินที่รัฐบาลลงทุนไปนั้นคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิแล้ว อย่าลืมใช้จ่ายภายในวันที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิของท่าน และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการดีๆ แบบนี้ให้เดินหน้าต่อไป หากท่านไม่สะดวกหรือไม่ต้องการใช้สิทธิ ขอให้แจ้งยกเลิก เพื่อให้สิทธิของท่านถูกส่งต่อไปยังผู้อื่นที่ต้องการอย่างแท้จริง

แต่สำหรับใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนและกำลังรอคอยโอกาสในเฟส 2 ก็ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เตรียมตัวให้พร้อม และเมื่อมีการเปิดให้ลงทะเบียนอีกครั้ง อย่ารอช้า รีบลงทะเบียนทันที เพราะสิทธิมีจำนวนจำกัด และโอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งเน้นในการช่วยเหลือประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไปพร้อมๆ กัน ด้วยการสนับสนุนให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าขนาดเล็กและร้านค้ารายย่อย โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ แต่ยังช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอีกด้วย

ดังนั้น การที่รัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การรอดูยอดการใช้จ่ายจริงของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” จึงเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้การดำเนินงานในอนาคตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่าย

อย่าลืมติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสดีๆ ที่กำลังจะมาถึงนะครับ! โครงการนี้อาจเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาสดใสอีกครั้ง

ที่มา – รอดูยอดคนใช้ “คนละครึ่งพลัส” หากไม่ใช้ใน 11 พ.ย. นำสิทธิให้ผู้ตกหล่นลงทะเบียน

“วรภัค” ตอบคนละครึ่งพลัส เข้มร้านค้า

“วรภัค” รมช.คลัง แจงกระทู้สดในวงประชุม สว. ตรวจสอบเข้มร้านค้าเข้าร่วม “โครงการคนละครึ่งพลัส” เพื่อความโปร่งใส หวั่นถูกแก๊งสแกมเมอร์-บัญชีม้าสวมรอย

เมื่อเวลาประมาณ 11.45 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมวุฒิสภา มีการพิจารณากระทู้ถามสดถึง “โครงการคนละครึ่งพลัส” ที่เปิดให้ลงทะเบียนวันนี้เป็นวันแรก โดยนายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 17 ล้านราย เหลือสิทธิลงทะเบียน 3 ล้านราย จะครบ 20 ล้านคน กรณีที่มีประชาชนแห่ไปเข้าคิวที่ธนาคารกรุงไทยจำนวนมากเพราะไม่สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ 3 วันที่ผ่านมามีประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิ แต่ต้องลงทะเบียนใหม่ 4.6 แสนราย เนื่องจากเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ ทำให้การยืนยันตัวตนต้องทำผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย อีกส่วน 4.5 แสนราย ที่ลืมรหัสจำเป็นต้องเข้าไปใช้บริการที่สาขาธนาคารกรุงไทย แต่การเปลี่ยนพินโค้ดสามารถแก้ไขผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ขอให้ธนาคารกรุงไทยประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนว่าสามารถแก้ไขผ่านระบบออนไลน์ได้

ส่วนกรณีปัญหาร้านค้าไม่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้นั้น นายวรภัค ชี้แจงว่า ต้องยอมรับช่วงเวลา 3 ปี ร้านค้าเว้นจากโครงการคนละครึ่งพลัส จึงต้องตรวจสอบว่าร้านค้ายังทำกิจการจริงหรือไม่ ให้การใช้เงินแผ่นดินโปร่งใส ต้องให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบรายละเอียด กลุ่มแรกต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานรัฐ เช่น ร้านสปา ร้านนวด ร้านธงฟ้า ขณะที่กลุ่มร้านค้าทั่วไปต้องได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เรื่องนี้ต้องทำให้ชัดเจน เพราะกังวลจะเป็นแก๊งสแกมเมอร์ บัญชีม้า ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน

รมช.คลัง ชี้แจงในช่วงท้ายว่า ข้อมูลที่ได้รับจากการใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่งพลัส จะนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดในอนาคต โดยโครงการนี้ตั้งเป้าประชาชนได้สิทธิ 20 ล้านคน ร้านค้า 9 แสนร้านค้า ในเฟส 1 และเฟส 2 ซึ่งในส่วนของร้านค้ายังเปิดให้ลงทะเบียนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เชื่อว่าจะใช้สิทธิเต็ม.

“วรภัค” ตอบกระทู้สด “คนละครึ่งพลัส” เข้มตรวจร้านค้าหวั่นสแกมเมอร์-บัญชีม้าสวมรอย

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” กลับมาอีกครั้งพร้อมมาตรการที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อป้องกันการทุจริตและรักษาความโปร่งใสของโครงการนี้ นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ตอบกระทู้สดในที่ประชุมวุฒิสภาถึงประเด็นดังกล่าว

ทำไมต้องตรวจสอบร้านค้าในโครงการคนละครึ่งพลัสอย่างเข้มงวด?

เหตุผลหลักในการตรวจสอบร้านค้าอย่างเข้มงวดในโครงการคนละครึ่งพลัส คือการป้องกันการสวมรอยจากแก๊งสแกมเมอร์และบัญชีม้า เนื่องจากโครงการนี้มีเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ การตรวจสอบอย่างละเอียดจะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ

  • ความโปร่งใส: การตรวจสอบช่วยให้มั่นใจได้ว่าเงินภาษีของประชาชนถูกใช้อย่างถูกต้องและเป็นประโยชน์
  • ป้องกันการทุจริต: ลดความเสี่ยงที่ร้านค้าจะฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าหรือบริการเกินจริง
  • สร้างความเชื่อมั่น: ทำให้ประชาชนมั่นใจว่าโครงการนี้มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย

นอกจากนี้ การตรวจสอบยังรวมถึงการยืนยันว่าร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการยังคงดำเนินกิจการอยู่จริง เนื่องจากระยะเวลาที่ห่างจากการดำเนินโครงการครั้งก่อน ทำให้ต้องมีการตรวจสอบสถานะของร้านค้าเพื่อให้มั่นใจว่ายังให้บริการตามเงื่อนไขของโครงการ

สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ควรศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขของโครงการอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถใช้สิทธิได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ และหากพบเห็นความผิดปกติหรือการทุจริต สามารถแจ้งเบาะแสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป

การกลับมาของโครงการคนละครึ่งพลัส ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การรักษากฎระเบียบและความโปร่งใสของโครงการเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ที่มา – “วรภัค” ตอบกระทู้สด “คนละครึ่งพลัส” เข้มตรวจร้านค้าหวั่นสแกมเมอร์-บัญชีม้าสวมรอย

อนุทินชี้ คนละครึ่งพลัส กระแสแรง คนแห่ลงทะเบียน!

“นายกฯ อนุทิน” เผยกระแส “ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส” ดีเกินคาด ประชาชนแห่ลงทะเบียนกันอย่างล้นหลาม พร้อมแง้ม รมว.คลัง เตรียมแผน คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ไว้รอแล้ว โฆษกรัฐบาลย้ำ ประชาชนที่ “กำลังรอผลการลงทะเบียน” ไม่ต้องกังวล รัฐบาลจองสิทธิไว้ให้แล้วในระบบ

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดลงทะเบียน “โครงการคนละครึ่งพลัส” ในวันแรก ว่า ทุกอย่างน่าจะดี น่าจะโอเค เพราะยังไม่ได้รับรายงานว่ามีปัญหาอะไร แสดงให้เห็นถึงการเริ่มต้นที่ดีของโครงการ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ประชาชนลงทะเบียนจำนวนมาก นายอนุทิน ตอบว่า เราอยากจะเห็นพี่น้องประชาชนมาลงทะเบียนจำนวนมาก เพราะเป็นโครงการที่ดี เป็นประโยชน์กับประชาชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งระยะเวลา 2 เดือนนี้ประชาชน สามารถซื้อของ 200 บาท โดยจ่ายเพียง 100 บาท ฉะนั้นจึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านให้มาเร่งลงทะเบียน ซึ่งมีเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ รีบเลย!

หากผลตอบรับช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจะมีการขยายระยะเวลาโครงการหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขอดำเนินการเฟสแรกให้เรียบร้อยก่อน เชื่อว่าน่าจะได้รับการตอบรับที่ดี เพราะอยู่ในช่วงเทศกาลสิ้นปี ขณะเดียวกัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เตรียมเฟส 2 ไว้แล้ว เดี๋ยวค่อยว่ากัน พร้อมยืนยันว่าอะไรที่เป็นประโยชน์เราทำให้หมด เป็นข่าวดีสำหรับคนที่รอคอยคนละครึ่งพลัส เฟสต่อไป

ทางด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนรับสิทธิคนละครึ่งพลัสอย่างล้นหลาม เพียง 2 ชั่วโมงแรก (06.00-08.00 น.) ข้อมูลจากธนาคารกรุงไทย ระบุว่า ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สำเร็จแล้วกว่า 13 ล้านสิทธิ จากจำนวนสิทธิทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ

พร้อมย้ำวิธีการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ซึ่งเปิดให้เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้-26 ตุลาคม 2568 สำหรับวิธีและหน้าจอแจ้งผลการลงทะเบียน มีดังนี้

  • ขั้นตอนแรก เข้าแอปฯ เป๋าตัง
  • ขั้นตอนที่ 2 กดรูปโครงการคนละครึ่งพลัส (หน้าแรกเป๋าตัง หรือ หน้าหลัก G Wallet)ขั้นตอนที่ 3 อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ จากนั้นกดปุ่ม “ลงทะเบียน”

สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส 2568 จะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 และไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่

  • (1) โครงการคนละครึ่ง
  • (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2
  • (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3
  • (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4
  • (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

นายสิริพงศ์ เน้นย้ำด้วยว่า กรณีประชาชนที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) เมื่อลงทะเบียนแล้ว ระบบขึ้นแจ้งว่า “กำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนของแอปฯ เป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน” ขอประชาชนอย่าเป็นกังวล โดยรัฐบาลได้มีการจองสิทธิไว้ให้ท่านแล้วในระบบ และขอให้รอผลการแจ้งในระยะเวลา 3 วัน โดยไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำ ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) เมื่อลงทะเบียนสำเร็จระบบจะแจ้งว่า “คุณได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสสำหรับผู้ยื่นภาษี จำนวน 2,400 บาท” (กรณีผู้เสียภาษี) หรือ “คุณได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสแล้ว จำนวน 2,000 บาท” (กรณีไม่เป็นผู้เสียภาษี)

คนละครึ่งพลัส กระแสแรง คนแห่ลงทะเบียน

ทำไมคนถึงสนใจ คนละครึ่งพลัส กันมากขนาดนี้?

โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากอีกด้วย ด้วยเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ต่อทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ทำให้ คนละครึ่งพลัส ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน รีบเลย!

สำหรับใครที่กำลังรอผลการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส อยู่ ก็ไม่ต้องกังวลใจ รอรับการแจ้งเตือนภายใน 3 วันได้เลย และสำหรับใครที่พลาดการลงทะเบียนในรอบนี้ ก็รอติดตามข่าวสารเฟส 2 กันได้เลย!

ที่มา – “อนุทิน” ชี้ “คนละครึ่งพลัส” กระแสดี คนแห่ลงทะเบียน แง้ม รมว.คลัง เตรียมเฟส 2 รอแล้ว

คนละครึ่งพลัส: เดินทางทั่วไทย จ่ายแค่ครึ่งเดียว!

ข่าวดีสำหรับนักเดินทาง! รัฐบาลผลักดันโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ให้คุณเดินทางทั่วไทย จ่ายแค่ครึ่งเดียว! ครอบคลุมระบบขนส่งสาธารณะทั่วประเทศ สูงสุดวันละ 200 บาท ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมๆ กัน

คนละครึ่ง พลัส เดินทางทั่วไทย จ่ายแค่ครึ่งเดียว สูงสุดวันละ 200 บาท

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมุ่งมั่นในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง โดยขยายผลโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

รายละเอียดโครงการคนละครึ่ง พลัส เดินทางทั่วไทย

รัฐบาลเข้าใจดีว่าค่าเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของประชาชน จึงได้ปรับปรุงโครงการเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ โครงการนี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และเป็นการใช้กลไกของรัฐในการหมุนเวียนเม็ดเงินสู่ผู้ประกอบการรายเล็ก

ขณะนี้ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้เข้าร่วมโครงการอย่างเป็นทางการแล้ว ประชาชนสามารถใช้สิทธิชำระค่าตั๋วรถ บขส. ทุกเส้นทางทั่วประเทศ ณ ช่องจำหน่ายตั๋วทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 โดยจำกัดวงเงินใช้สิทธิสูงสุดที่ 200 บาทต่อวัน

นอกจาก บขส. แล้ว โครงการนี้ยังเปิดกว้างสำหรับรถสาธารณะทุกประเภท ได้แก่ รถจักรยานยนต์สาธารณะ, รถตุ๊กตุ๊ก, รถแท็กซี่, รถสองแถว, รถตู้โดยสาร และรถโดยสารประจำทาง กรมการขนส่งทางบกเปิดรับผู้ประกอบการเข้าร่วมลงทะเบียนได้ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 โดยเน้นการเข้าถึงสิทธิสำหรับผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตถูกต้อง และนิติบุคคลรายเล็ก (รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี)

เงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติม:

  • วงเงินสนับสนุนค่าเดินทาง: สูงสุด 200 บาทต่อวัน
  • ระยะเวลาโครงการ: 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
  • ช่องทางการใช้สิทธิ: ชำระค่าโดยสาร ณ จุดจำหน่ายตั๋ว หรือช่องทางที่กำหนด
  • ผู้มีสิทธิ: ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะที่เข้าร่วมโครงการ

รัฐบาลเชื่อมั่นว่ามาตรการนี้จะช่วยฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบ และพัฒนาบริการให้เป็นระบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น นี่คือการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ลองวางแผนการเดินทางของคุณ และใช้สิทธิประโยชน์จากโครงการนี้ให้เต็มที่ เพื่อสนับสนุนประเทศไทยของเราให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น!

ที่มา – รัฐบาล ผลักดัน “คนละครึ่ง พลัส” เดินทางทั่วไทย จ่ายแค่ครึ่งเดียว สูงสุดวันละ 200 บาท

คนละครึ่งพลัส: ลงทะเบียน 20-26 ต.ค. นี้!

รัฐบาลย้ำ! เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโครงการ คนละครึ่งพลัส เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนระหว่างวันที่ 20-26 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. อย่าพลาดโอกาสดีๆ เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป แต่ระวัง! มิจฉาชีพอาจแฝงตัวมาในรูปแบบต่างๆ อย่าหลงเชื่อลิงก์ปลอม

เตรียมตัว! ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส 20-26 ต.ค.

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำถึงความสำคัญในการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ในช่วงเวลาที่กำหนด โดยโครงการนี้ได้รับความสนใจจากทั้งประชาชนและผู้ประกอบการอย่างมาก ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2568 พบว่ามีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 123,960 ราย แบ่งเป็นร้านค้ารายเดิม 72,185 ราย และร้านค้ารายใหม่ 51,775 ราย

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ยังสามารถลงทะเบียนได้อย่างต่อเนื่อง จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 โอกาสดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายและเพิ่มลูกค้าให้กับร้านค้าของคุณ

ประชาชนเตรียมตัวลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

สำหรับประชาชนทั่วไป การลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส จะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในช่วงวันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. หลังจากลงทะเบียนสำเร็จ ก็สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568

ด้วยกระแสความนิยมของโครงการฯ ทำให้เกิดกลุ่มมิจฉาชีพที่พยายามหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะการส่งลิงก์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวและทรัพย์สิน รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหานี้และดำเนินการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลและทรัพย์สินของคุณ โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำจากตำรวจไซเบอร์:

  • อย่ากดลิงก์จาก SMS/ข้อความแปลกปลอม: โครงการรัฐจะไม่ส่งลิงก์ลงทะเบียนผ่านข้อความ
  • อย่าหลงเชื่อเพจ/บัญชีโซเชียลที่ไม่เป็นทางการ: ตรวจสอบเครื่องหมายยืนยัน (✔ Verified) และจำนวนผู้ติดตามที่แท้จริง การลงทะเบียนที่ถูกต้องทำได้เฉพาะผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” เท่านั้น
  • อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว: เช่น เลขบัตรประชาชน, วันเกิด, PIN, OTP, ข้อมูลบัญชีธนาคาร
  • อย่าเชื่อสายโทรศัพท์ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่: หน่วยงานรัฐและธนาคารไม่มีนโยบายโทรขอ OTP หรือให้โอนเงิน
  • ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้ง: หากมีข้อสงสัย ให้โทรศัพท์สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และอย่าแชร์ข้อมูลจากข่าวลือ/เพจที่ไม่น่าเชื่อถือ

หากได้รับลิงก์ปลอม ขอให้ตั้งสติและอย่ากดลิงก์ หากเผลอกดลิงก์ปลอมและได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือ โทร.สายด่วน 1441 เพื่อระงับบัญชีคนร้ายภายใน 72 ชั่วโมง และเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน

โครงการ คนละครึ่งพลัส ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ จากรัฐบาล ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมและลงทะเบียนในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้

ที่มา – รัฐบาลย้ำ 20-26 ต.ค. ประชาชนลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เตือนระวังลิงก์ปลอม

“มัลลิกา” สั่ง บขส. ปรับตัวสู้เอกชน รถทัวร์ร่วมคนละครึ่งพลัส

“มัลลิกา” สั่ง บขส. ปรับตัวสู้เอกชน ยกระดับบริการ ดึงผู้โดยสาร รถทัวร์ร่วม “คนละครึ่งพลัส” แน่นอน พร้อมอัพเดทแผนเช่ารถโดยสารใหม่ 311 คัน คาดปี 69 ฟันกำไรในรอบ 7 ปี

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายให้ บขส. เน้นย้ำความปลอดภัย และการดูแลความสะอาดของสถานีขนส่งทั่วประเทศ พร้อมทั้งสั่งให้ปรับตัวให้เหมือนเอกชน เพื่อยกระดับการให้บริการ ดึงดูดผู้โดยสาร และเพิ่มรายได้ นอกจากนี้ ยังยืนยันว่ารถทัวร์จะเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสอย่างแน่นอน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ บขส. ดำเนินงานและโครงการที่สำคัญ โดยเน้นการให้บริการประชาชนในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย รวมทั้งการให้บริการเดินรถเชื่อมต่อแบบ Feeder Service ทั้งระบบ ล้อ ราง เรือ และอากาศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเชื่อมต่อได้อย่างไร้รอยต่อ

เรื่องความปลอดภัยของพนักงานขับรถก็เป็นสิ่งสำคัญ พนักงานขับรถจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด มีการตรวจปัสสาวะ และแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนนำรถออกให้บริการประชาชน รวมถึงระยะเวลาในการขับรถให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กำหนด พร้อมทั้งจะต้องดูแลความสะอาดของสถานีขนส่งฯ และจุดจอดรถทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน บขส. จะต้องปรับตัว และยกระดับการให้บริการให้เสมือนเป็นเอกชน ที่จะต้องดึงดูดผู้โดยสารมาใช้บริการ และสร้างรายได้ให้มากขึ้นด้วย การที่ “มัลลิกา” สั่ง บขส. ปรับตัวสู้เอกชนจึงถือเป็นเรื่องที่น่าติดตาม

สำหรับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” นั้น บขส. และรถบริการร่วมเอกชน จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าวอย่างแน่นอน ซึ่งถือเป็นการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งครั้งแรก โดยได้มอบหมายให้ ขบ. ไปดำเนินการรวบรวมผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการทั้งหมด ก่อนที่จะเปิดให้ประชาชนได้ใช้โครงการฯ ตามที่รัฐบาลกำหนด

ด้านนายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการเช่ารถโดยสาร จำนวน 311 คัน มีบริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด เป็นคู่สัญญา คาดว่าจะนำรถโดยสารใหม่ให้บริการประชาชนภายในปี 2568 เพื่อใช้ทดแทนรถโดยสารเช่าที่หมดสัญญาและรถโดยสาร บขส. ที่ปลดระวาง

ขณะนี้ บขส. ได้รับมอบรถโดยสารใหม่มาแล้ว 3 คัน และจะทยอยรับมอบรถโดยสารที่เหลือจนครบ 311 คันภายในเดือนธันวาคม 2568

ในปี 2569 บขส. คาดการณ์ว่าจะมีรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 และจะมีกำไรประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการกลับมามีกำไรในรอบ 7 ปี ตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ส่วนจำนวนผู้โดยสาร ตั้งเป้าว่าจะมีกว่า 4 ล้านคน

สำหรับรถโดยสารใหม่ที่จะนำมาให้บริการมี 3 มาตรฐาน ได้แก่ รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 VIP (ม.1ก), รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 พิเศษ (ม.1พ) และรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 (ม.1ข) ใช้เครื่องยนต์มาตรฐาน Euro 5 ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีระบบความปลอดภัยครบครัน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

“มัลลิกา” สั่ง บขส. ปรับตัวสู้เอกชน

รายงานข่าวจาก บขส. ระบุว่า รถโดยสารใหม่จะนำมาให้บริการในทุกเส้นทางทั่วประเทศ เพื่อใช้ทดแทนรถโดยสารเช่าที่หมดสัญญาและรถโดยสาร บขส. ที่ปลดระวาง ปัจจุบัน บขส. มีรถโดยสารให้บริการทั้งหมด 254 คัน

บขส. ปรับตัวสู้เอกชนตามนโยบาย “มัลลิกา”

การที่ “มัลลิกา” สั่ง บขส. ปรับตัวสู้เอกชน นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการยกระดับบริการขนส่งสาธารณะของไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคโดยรวม

อะไรคือสิ่งที่ บขส. ต้องปรับตัวเพื่อสู้กับเอกชน?

สิ่งสำคัญที่ บขส. ต้องปรับปรุงคือ การให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารมากขึ้น ปรับปรุงเรื่องความสะดวกสบาย ความสะอาด และความปลอดภัย รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การที่ “มัลลิกา” สั่ง บขส. ปรับตัวสู้เอกชน และรถทัวร์เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสนี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย เพราะจะทำให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น

ที่มา – “มัลลิกา” สั่ง บขส. ปรับตัวสู้เอกชน เผยรถทัวร์ร่วม “คนละครึ่งพลัส” แน่นอน

คนละครึ่งพลัส: กรมพัฒนาธุรกิจฯ ชวนร้านค้าร่วม!

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เชิญชวนผู้ประกอบการรายย่อยเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้า โอกาสดีๆ ที่ผู้ประกอบการไม่ควรพลาด!

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ชวนผู้ประกอบการรายย่อย สมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลเปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com (สำหรับร้านค้ารายใหม่ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5) กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการรายย่อยในเครือข่าย เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีผู้ประกอบการที่อยู่ในการส่งเสริมกว่า 100,000 ราย ไม่ว่าจะเป็นร้านโชห่วย ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจบริการ และร้านอาหาร Thai SELECT การเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส จะช่วยเพิ่มรายรับให้กับธุรกิจ และเพิ่มทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอยให้กับประชาชน คาดการณ์ว่าโครงการนี้จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 88,000 ล้านบาท

ทำไมต้องเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส?

  • เพิ่มยอดขาย: ดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ และกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้น
  • ขยายฐานลูกค้า: เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่หลากหลาย
  • ประชาสัมพันธ์ร้านค้า: สร้างการรับรู้และโปรโมทร้านค้าให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
  • ลดค่าใช้จ่าย: รัฐบาลช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง ทำให้ผู้ประกอบการประหยัดต้นทุน

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเพิ่มเติมว่า “คาดว่าจะมีผู้ประกอบการที่อยู่ในการส่งเสริมของกรมฯ เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ในครั้งนี้ ได้เกือบทุกราย” หลังจากโครงการเสร็จสิ้น กรมฯ จะรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อดี ข้อขัดข้อง และหาแนวทางในการส่งเสริมให้เกิดความต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีแผนที่จะจัดหลักสูตรการบริหารจัดการธุรกิจ และให้ความรู้ที่จำเป็นด้านต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการต่างๆ ของรัฐบาลในอนาคต

ปัจจุบัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีผู้ประกอบการที่อยู่ในความดูแลกว่า 100,000 ราย ประกอบด้วยร้านโชห่วย 23,932 ราย, ธุรกิจแฟรนไชส์ (แฟรนไชซี) ที่มีสาขาทั่วประเทศ 60,497 ราย, ธุรกิจบริการ 26,143 ราย และร้านอาหาร Thai SELECT 463 ร้าน โดยผู้ประกอบการจำนวนมากเคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 มาแล้ว

สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 อย่าพลาดโอกาสในการเพิ่มรายได้และขยายธุรกิจของคุณ!

โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งความพยายามของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน หากโครงการประสบความสำเร็จ จะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างแน่นอน

ที่มา – กรมพัฒนาธุรกิจฯ ชวนผู้ประกอบการรายย่อย สมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

Scroll to top