“วรภัค” รมช.คลัง แจงกระทู้สดในวงประชุม สว. ตรวจสอบเข้มร้านค้าเข้าร่วม “โครงการคนละครึ่งพลัส” เพื่อความโปร่งใส หวั่นถูกแก๊งสแกมเมอร์-บัญชีม้าสวมรอย
เมื่อเวลาประมาณ 11.45 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมวุฒิสภา มีการพิจารณากระทู้ถามสดถึง “โครงการคนละครึ่งพลัส” ที่เปิดให้ลงทะเบียนวันนี้เป็นวันแรก โดยนายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 17 ล้านราย เหลือสิทธิลงทะเบียน 3 ล้านราย จะครบ 20 ล้านคน กรณีที่มีประชาชนแห่ไปเข้าคิวที่ธนาคารกรุงไทยจำนวนมากเพราะไม่สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ 3 วันที่ผ่านมามีประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิ แต่ต้องลงทะเบียนใหม่ 4.6 แสนราย เนื่องจากเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ ทำให้การยืนยันตัวตนต้องทำผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย อีกส่วน 4.5 แสนราย ที่ลืมรหัสจำเป็นต้องเข้าไปใช้บริการที่สาขาธนาคารกรุงไทย แต่การเปลี่ยนพินโค้ดสามารถแก้ไขผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ขอให้ธนาคารกรุงไทยประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนว่าสามารถแก้ไขผ่านระบบออนไลน์ได้
ส่วนกรณีปัญหาร้านค้าไม่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้นั้น นายวรภัค ชี้แจงว่า ต้องยอมรับช่วงเวลา 3 ปี ร้านค้าเว้นจากโครงการคนละครึ่งพลัส จึงต้องตรวจสอบว่าร้านค้ายังทำกิจการจริงหรือไม่ ให้การใช้เงินแผ่นดินโปร่งใส ต้องให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบรายละเอียด กลุ่มแรกต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานรัฐ เช่น ร้านสปา ร้านนวด ร้านธงฟ้า ขณะที่กลุ่มร้านค้าทั่วไปต้องได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เรื่องนี้ต้องทำให้ชัดเจน เพราะกังวลจะเป็นแก๊งสแกมเมอร์ บัญชีม้า ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน
รมช.คลัง ชี้แจงในช่วงท้ายว่า ข้อมูลที่ได้รับจากการใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่งพลัส จะนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดในอนาคต โดยโครงการนี้ตั้งเป้าประชาชนได้สิทธิ 20 ล้านคน ร้านค้า 9 แสนร้านค้า ในเฟส 1 และเฟส 2 ซึ่งในส่วนของร้านค้ายังเปิดให้ลงทะเบียนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เชื่อว่าจะใช้สิทธิเต็ม.
“วรภัค” ตอบกระทู้สด “คนละครึ่งพลัส” เข้มตรวจร้านค้าหวั่นสแกมเมอร์-บัญชีม้าสวมรอย
โครงการ “คนละครึ่งพลัส” กลับมาอีกครั้งพร้อมมาตรการที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อป้องกันการทุจริตและรักษาความโปร่งใสของโครงการนี้ นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ตอบกระทู้สดในที่ประชุมวุฒิสภาถึงประเด็นดังกล่าว
ทำไมต้องตรวจสอบร้านค้าในโครงการคนละครึ่งพลัสอย่างเข้มงวด?
เหตุผลหลักในการตรวจสอบร้านค้าอย่างเข้มงวดในโครงการคนละครึ่งพลัส คือการป้องกันการสวมรอยจากแก๊งสแกมเมอร์และบัญชีม้า เนื่องจากโครงการนี้มีเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ การตรวจสอบอย่างละเอียดจะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ
- ความโปร่งใส: การตรวจสอบช่วยให้มั่นใจได้ว่าเงินภาษีของประชาชนถูกใช้อย่างถูกต้องและเป็นประโยชน์
- ป้องกันการทุจริต: ลดความเสี่ยงที่ร้านค้าจะฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าหรือบริการเกินจริง
- สร้างความเชื่อมั่น: ทำให้ประชาชนมั่นใจว่าโครงการนี้มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย
นอกจากนี้ การตรวจสอบยังรวมถึงการยืนยันว่าร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการยังคงดำเนินกิจการอยู่จริง เนื่องจากระยะเวลาที่ห่างจากการดำเนินโครงการครั้งก่อน ทำให้ต้องมีการตรวจสอบสถานะของร้านค้าเพื่อให้มั่นใจว่ายังให้บริการตามเงื่อนไขของโครงการ
สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ควรศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขของโครงการอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถใช้สิทธิได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ และหากพบเห็นความผิดปกติหรือการทุจริต สามารถแจ้งเบาะแสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป
การกลับมาของโครงการคนละครึ่งพลัส ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การรักษากฎระเบียบและความโปร่งใสของโครงการเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
ที่มา – “วรภัค” ตอบกระทู้สด “คนละครึ่งพลัส” เข้มตรวจร้านค้าหวั่นสแกมเมอร์-บัญชีม้าสวมรอย
