โครงการคนละครึ่ง

ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ต.ค. 2568 ผ่านแอปเป๋าตัง

โครงการคนละครึ่งพลัสกำลังกลับมาอีกครั้ง! ถ้าคุณกำลังรอลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ต.ค. 2568 ไม่ต้องห่วง เพราะรัฐบาลเตรียมเปิดให้ใช้สิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตังแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มลงทะเบียนไม่เกินกลางเดือนตุลาคม 2568 นี่เป็นโอกาสดีสำหรับประชาชนที่อยากช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ต.ค. 2568 เตรียมเปิดใช้สิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง

หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้นำนโยบายคนละครึ่งกลับมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้เสียภาษีในสัดส่วน 60:40 เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบเร็วขึ้น ล่าสุด นายกฯ ย้ำว่างบประมาณปี 2569 สำหรับโครงการนี้ถูกจัดสรรไว้แล้ว คาดว่าหลักการจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า และเปิดให้ลงทะเบียนได้ทันที ไม่เกินกลางเดือนตุลาคม 2568 เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการได้ใช้สิทธิโดยเร็ว

นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งพลัสจะใช้วงเงินรวม 60,000 ล้านบาท โดยแบ่งสิทธิให้ประชาชน 3 กลุ่มหลัก เพื่อครอบคลุมผู้มีรายได้น้อย ผู้เสียภาษี และผู้อยู่นอกระบบ

สิทธิในโครงการคนละครึ่งพลัสสำหรับแต่ละกลุ่ม

กลุ่มที่ 1: ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13 ล้านคน

  • ได้รับเงินสนับสนุนเพิ่ม 1,700 บาทต่อเดือน รวมกับเงินเดิม 300 บาท เป็น 2,000 บาทต่อเดือนในงวดเดียว
  • ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ใช้งบ 22,000 ล้านบาท จากเงินเหลือปี 2568 โอนตรงให้ผู้มีรายได้น้อย

กลุ่มที่ 2: ผู้อยู่ในระบบภาษี จำนวน 11 ล้านคน (ที่ยื่นแบบภาษี)

  • ปรับสัดส่วนจาก 50:50 เป็น 60:40 รัฐสมทบ 2,400 บาท ประชาชนเติม 2,000 บาท
  • จับจ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท

กลุ่มที่ 3: ผู้อยู่นอกระบบภาษี จำนวน 9 ล้านคน

  • ได้รับเงินเติม 2,000 บาท

สำหรับกลุ่ม 2 และ 3 ใช้องบ 40,000 ล้านบาท จากงบปี 2569 โครงการนี้จะช่วยให้เงินไหลเวียนสู่ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกขนาดเล็กได้ดีขึ้น

ขั้นตอนสมัครและใช้งานแอปฯ เป๋าตัง สำหรับลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ต.ค. 2568

ก่อนใช้สิทธิ คุณต้องมีแอปฯ เป๋าตัง ที่รองรับ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iOS 15.0 ขึ้นไป นี่คือขั้นตอนง่ายๆ:

  1. ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง จาก App Store (iOS) หรือ Google Play (Android)
  2. ค้นหา “เป๋าตัง” แล้วกดติดตั้ง
  3. เปิดแอปฯ และให้ความยินยอมจัดการข้อมูล
  4. เตรียมบัตรประชาชน ถ่ายรูปหน้าบัตรเพื่อยืนยันตัวตน
  5. กรอกเลขบัตรประชาชนและเบอร์โทรเพื่อรับ OTP
  6. ใส่ OTP 6 หลัก
  7. กรอกข้อมูลเพิ่มเติม
  8. เลือกวิธียืนยันตัวตน: ด้วยบัญชี Krungthai NEXT หรือสแกนใบหน้า

หากใช้ Krungthai NEXT: เข้าสู่ระบบ ใส่ PIN รับ OTP จากเบอร์ที่ผูก แล้วตั้งรหัส PIN ใหม่ ต้องใช้บัตรประชาชนเลขเดียวกัน

หากสแกนใบหน้า: เตรียมใบหน้า สแกน (ข้ามได้ถ้ากล้องชำรุด) ตั้ง PIN และยืนยัน

ตั้งแต่กก PIN แล้ว ยอมรับเงื่อนไข ระบบจะตรวจสอบข้อมูล และหากสำเร็จ จะแสดง wallet ให้สมัครบริการ

โครงการคนละครึ่งพลัสนี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในชุมชน ลองนึกภาพว่าคุณซื้อของที่ร้านค้าใกล้บ้าน แล้วรัฐช่วยสมทบส่วนหนึ่ง มันน่าตื่นเต้นใช่ไหม? เตรียมตัวให้พร้อม รีบดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง ตั้งแต่วันนี้ เพื่อไม่พลาดสิทธิในเดือนตุลาคม 2568

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง รอประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล

ที่มา – ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ต.ค. 2568 เตรียมเปิดใช้สิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส รับสิทธิสูงสุด 2,400 บาท

เว็บไซต์คนละครึ่ง กำลังเตรียมเปิดให้ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่รัฐบาลตั้งใจช่วยเหลือประชาชนในช่วงเศรษฐกิจผันผวน โดยจะแจกเงินสนับสนุนสูงสุดถึง 2,400 บาท ช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่ต้องการกระตุ้นการจับจ่ายสามารถซื้อของใช้จำเป็นได้ง่ายขึ้น โครงการนี้จะครอบคลุมประชาชนกว่า 33 ล้านคน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก หากคุณกำลังมองหาวิธีรับสิทธิ์คนละครึ่งพลัส บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดให้ชัดเจน

หลังจากนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงบประมาณ ได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุด โครงการคนละครึ่งพลัส จะใช้งบประมาณรวมกว่า 60,000 ล้านบาท โดยดึงเงินจากงบกลางปี 2568 ที่เหลือ และงบประมาณปี 2569 เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น รัฐบาลมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ให้เงินหมุนเวียนในชุมชนท้องถิ่นผ่านการจับจ่ายที่ร้านค้าปลีกทั่วไป

กลุ่มผู้รับสิทธิ์คนละครึ่งพลัส แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก

โครงการคนละครึ่งพลัส ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มประชาชนที่หลากหลาย โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง มาดูกันว่ากลุ่มไหนได้สิทธิ์เท่าไหร่

  • กลุ่มที่ 1: ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน จำนวน 13 ล้านคน

กลุ่มนี้จะได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติม 1,700 บาทต่อเดือน บวกกับเงินเดิม 300 บาท รวมเป็น 2,000 บาทต่อเดือน โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ใช้งบประมาณ 22,000 ล้านบาท จากเงินเหลือปี 2568 ที่โอนเข้าสู่กองทุนสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคได้มากขึ้น กลุ่มนี้ครอบคลุมครอบครัวยากจนทั่วประเทศ ทำให้ชีวิตประจำวันเบาสบายยิ่งขึ้น

  • กลุ่มที่ 2: ผู้อยู่ในระบบภาษี จำนวน 11 ล้านคน (ผู้ที่ยื่นแบบภาษี)

สำหรับกลุ่มนี้ จะปรับอัตราสมทบจาก 50:50 เป็น 60:40 โดยรัฐบาลสมทบ 2,400 บาท และประชาชนเติมเงินอีก 2,000 บาท สามารถใช้จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท ผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ช่วยกระตุ้นการซื้อของในห้างสรรพสินค้าหรือตลาดนัดใกล้บ้าน

  • กลุ่มที่ 3: ผู้อยู่นอกระบบภาษี จำนวน 9 ล้านคน

กลุ่มสุดท้ายจะได้รับเงินเติม 2,000 บาท โดยตรง ใช้งบประมาณรวมสำหรับกลุ่ม 2 และ 3 ประมาณ 40,000 ล้านบาท จากงบปี 2569 โครงการนี้ครอบคลุมคนที่อาจไม่สะดวกยื่นภาษี แต่ต้องการความช่วยเหลือเช่นกัน

ทั้ง 3 กลุ่มนี้รวมกันกว่า 33 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประชากรส่วนใหญ่ของไทย ทำให้โครงการคนละครึ่งพลัส มีพลังในการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างแท้จริง หากคุณอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่าพลาดโอกาสนี้

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ผ่านเว็บไซต์คนละครึ่ง

การลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส จะเปิดช่วงต้นเดือนตุลาคม 2568 สำหรับผู้ที่เคยเข้าร่วมเฟส 5 ไม่ต้องลงใหม่ แต่ผู้ที่เข้าร่วมเฟสก่อนหน้าหรือไม่เคยเข้าร่วม ต้องลงทะเบียนใหม่ผ่าน 2 ช่องทางหลัก

  • เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com: กดปุ่ม “ลงทะเบียนรับสิทธิ์สำหรับประชาชน” กรอกข้อมูลส่วนบุคคล เบอร์โทรศัพท์ รอรับ SMS ยืนยันภายใน 3 วัน
  • แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”: ดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play ค้นหา “เป๋าตัง” แล้วติดตั้ง เปิดแอป ยินยอมจัดการข้อมูล เตรียมบัตรประชาชน ถ่ายรูป กรอกเบอร์รับ OTP

หลังยืนยันตัวตน 2 วิธี คือ Krungthai NEXT (เข้าสู่ระบบ กรอกรหัส รับ OTP ตั้ง PIN) หรือสแกนใบหน้า (สแกนหน้า ตั้ง PIN เปิด Face/Touch ID) จากนั้นยอมรับเงื่อนไข รอระบบตรวจสอบ หากสำเร็จ จะเห็นการ์ด G-Wallet บนหน้าจอ สามารถเริ่มใช้เงินได้ปลายเดือนตุลาคม หากลงทะเบียนทันเวลา

นอกจากนี้ แอปเป๋าตัง ยังใช้งานง่าย รองรับการชำระเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย ช่วยให้คุณติดตามยอดเงินคนละครึ่งพลัส ได้ทุกที่ทุกเวลา แนะนำให้อัปเดตแอปเวอร์ชันล่าสุดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา

โครงการคนละครึ่งพลัส ไม่เพียงช่วยเหลือประชาชน แต่ยังสนับสนุนผู้ประกอบการร้านค้าปลีก ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น สร้างวงจรเศรษฐกิจที่ยั่งยืน หากคุณมีคำถามเพิ่มเติม สามารถติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

รีบเช็คสิทธิ์ของคุณวันนี้ แล้วเตรียมตัวลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส เพื่อรับสิทธิสูงสุด 2,400 บาท ช่วยให้ครอบครัวคุณมีเงินใช้จ่ายมากขึ้นในช่วงนี้!

ที่มา – เว็บไซต์คนละครึ่ง เตรียมเปิดให้ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” รับสิทธิสูงสุด 2,400 บาท

“คนละครึ่งพลัส” เปิดเกณฑ์รับสิทธิ 3 กลุ่ม ได้กี่บาท ยันเริ่ม ต.ค. 68

อัปเดตข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ “คนละครึ่งพลัส” เปิดเกณฑ์รับสิทธิ 3 กลุ่ม ได้กี่บาท ยันเริ่ม ต.ค. 68 ซึ่งเป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่หลายคนรอคอย หลังจากที่รัฐบาลนำนโยบายคนละครึ่งกลับมาดำเนินการอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว โครงการนี้จะแบ่งสิทธิ์ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก โดยแต่ละกลุ่มจะได้รับเงินสนับสนุนต่างกัน และยืนยันแล้วว่าจะเริ่มใช้ได้ในเดือนตุลาคม 2568

โครงการคนละครึ่งพลัส หรือที่เรียกกันว่าคนละครึ่ง 2568 นี้ เกิดจากนโยบายของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มุ่งหวังกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน สร้างความคึกคักให้กับร้านค้าปลีกและผู้ประกอบการรายย่อย ในวันที่ 30 กันยายน 2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้า โดยระบุว่าการพิจารณาโครงการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาจไม่ทันในวันนั้น แต่จะเข้าสู่การพิจารณาในสัปดาห์ถัดไป และยืนยันชัดเจนว่า “คนละครึ่งพลัส” เปิดเกณฑ์รับสิทธิ 3 กลุ่ม ได้กี่บาท ยันเริ่ม ต.ค. 68 จะดำเนินการได้ทันกำหนดแน่นอน

“คนละครึ่งพลัส” เปิดเกณฑ์รับสิทธิ 3 กลุ่ม ได้กี่บาท ยันเริ่ม ต.ค. 68

มาดูรายละเอียดเกณฑ์รับสิทธิ์กันแบบละเอียดยิ่งขึ้น โครงการนี้แบ่งกลุ่มผู้รับสิทธิ์ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกภาคส่วน โดยแต่ละกลุ่มจะได้รับเงินช่วยเหลือในรูปแบบที่เหมาะสมกับสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจ

กลุ่มที่ 1: ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13 ล้านคน

สำหรับกลุ่มนี้ซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อย รัฐบาลจะเติมเงินให้เพิ่มอีก 1,700 บาท โดยจากเดิมที่ได้รับ 300 บาทอยู่แล้ว รวมเป็น 2,000 บาทต่อคน การเติมเงินนี้จะเป็นครั้งเดียว และสามารถใช้ได้ภายใน 2 เดือน คือ เดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2568 กลุ่มนี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพ ทำให้สามารถซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้มากขึ้น

กลุ่มที่ 2: ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี จำนวน 9 ล้านคน (คนละครึ่ง 50:50)

  • จะได้รับเงินสนับสนุนคนละ 2,000 บาท
  • สามารถใช้จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท
  • ระยะเวลาการใช้สิทธิ์ 2 เดือน ตั้งแต่พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568

รูปแบบการแบ่งจ่าย 50:50 หมายถึงรัฐบาลช่วยออกเงินครึ่งหนึ่ง และประชาชนจ่ายอีกครึ่ง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น

กลุ่มที่ 3: ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี จำนวน 11 ล้านคน (คนละครึ่ง 50:50)

  • ได้รับเงินคนละ 2,400 บาท
  • จำกัดการใช้จ่ายวันละไม่เกิน 200 บาท
  • ใช้ได้ 2 เดือน เช่นเดียวกับกลุ่มอื่นๆ

กลุ่มนี้ครอบคลุมผู้เสียภาษี ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยการให้สิทธิ์เพิ่มเติมจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและสนับสนุนผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เปิดเกณฑ์รับสิทธิ 3 กลุ่ม ได้กี่บาท ยันเริ่ม ต.ค. 68 ยังคาดว่าจะช่วยเหลือประชาชนรวมกว่า 33 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลดีต่อ GDP ของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่เป็นฤดูการช้อปปิ้ง หากคุณอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียน

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

การลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการนี้ไม่ยุ่งยาก สามารถทำได้ผ่านช่องทางออนไลน์ 2 หลัก เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว

  • ช่องทางที่ 1: เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com
    • เข้าสู่เว็บไซต์และคลิกปุ่ม “ลงทะเบียนรับสิทธิ์สำหรับประชาชน”
    • กรอกข้อมูลส่วนบุคคลและหมายเลขโทรศัพท์มือถือ
    • รอรับ SMS ยืนยันการลงทะเบียนภายใน 3 วันทำการ
  • ช่องทางที่ 2: แอปพลิเคชันเป๋าตัง
    • ดาวน์โหลดแอป “เป๋าตัง” จาก App Store หรือ Google Play Store
    • ติดตั้งและเปิดแอป ยินยอมให้จัดการข้อมูลส่วนบุคคล
    • เตรียมบัตรประชาชนสำหรับถ่ายรูป กรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับ OTP
    • ยืนยันตัวตน 2 วิธีเลือกได้: ใช้ Krungthai NEXT (กรอกรหัส OTP และตั้ง PIN) หรือสแกนใบหน้า (สแกนหน้า ตั้ง PIN และเปิดใช้งาน Face ID/Touch ID)
    • ยอมรับเงื่อนไข รอระบบตรวจสอบ หากสำเร็จจะเห็นการ์ด G-Wallet บนหน้าจอ

หลังจากลงทะเบียนแล้ว คุณสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ทันทีเมื่อโครงการเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2568 แนะนำให้เตรียมเอกสารและอุปกรณ์ให้พร้อม เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้า

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเหลือประชาชน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤต หากคุณมีคำถามเพิ่มเติม สามารถติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์ทางการหรือแอปเป๋าตังได้ตลอดเวลา ในฐานะที่ปรึกษาเศรษฐกิจส่วนบุคคล ผมเชื่อว่าการใช้สิทธิ์อย่างมีสติจะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้ดีขึ้น ลองเช็กสิทธิ์ของคุณวันนี้และเตรียมช้อปปิ้งให้สนุก!

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” เปิดเกณฑ์รับสิทธิ 3 กลุ่ม ได้กี่บาท ยันเริ่ม ต.ค. 68

“เอกนิติ” เผย “คนละครึ่ง” ไม่ทัน ครม.วันนี้

“เอกนิติ” เผย “คนละครึ่ง” ไม่ทัน ครม.วันนี้ ยัน ดำเนินการในตุลาคมแน่นอน

ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังคงท้าทายสำหรับประชาชนชาวไทย โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง “คนละครึ่ง” ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่หลายคนเฝ้ารอคอย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ล่าสุด มีข่าวอัปเดตสำคัญจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการนี้ โดยยืนยันว่าจะเริ่มดำเนินการได้แน่นอนในเดือนตุลาคมนี้ แม้จะไม่ทันพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ก็ตาม

“เอกนิติ” เผย “คนละครึ่ง” ไม่ทัน ครม.วันนี้

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 30 กันยายน 2567 นายเอกนิติ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่รัฐสภา ระหว่างการประชุมครม.ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยชี้แจงว่า “เอกนิติ” เผย “คนละครึ่ง” ไม่ทัน ครม.วันนี้ เนื่องจากขั้นตอนการพิจารณายังไม่สมบูรณ์พอที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมได้ทันเวลา แต่คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาในสัปดาห์หน้า แม้จะมีสาเหตุบางประการที่ทำให้ล่าช้า แต่รัฐบาลยืนยันชัดเจนว่าโครงการจะคิกออฟได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยไม่กระทบต่อกำหนดการหลัก

โครงการคนละครึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ที่รัฐบาลไทยเคยประสบความสำเร็จในเฟสก่อนๆ โดยช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการในราคาที่ถูกลง โดยรัฐช่วยแบ่งชำระบางส่วน สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยเหลือประชาชนชั้นล่างและรายได้ปานกลาง แต่ยังช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะร้านค้าขนาดเล็กและตลาดนัดท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่

ความคืบหน้าและสาเหตุที่ล่าช้า

สำหรับสาเหตุที่ “คนละครึ่ง” ไม่ทันพิจารณาในครม.วันนี้ นายเอกนิติระบุว่าต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติม แต่จากข้อมูลเบื้องต้น คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างงบประมาณและการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เร่งรัดกระบวนการเพื่อให้ทันตามกำหนด โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวจากอัตราเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ ในที่ประชุมครม.วันนี้ ยังมีวาระสำคัญอื่นๆ ที่จะพิจารณา โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณประจำปี 2568 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณปัจจุบัน รัฐบาลจะนำงบประมาณเหล่านี้ไปใช้ในหลายส่วน เช่น การรักษาวินัยการเงินการคลัง การคืนหนี้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และการสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย สิ่งเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างคนละครึ่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

การที่ “เอกนิติ” เผย “คนละครึ่ง” ไม่ทัน ครม.วันนี้ แต่ยันว่าจะดำเนินการในตุลาคมแน่นอน ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับประชาชนที่กำลังรอคอย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่หวังพึ่งพามาตรการนี้ในการลดค่าใช้จ่ายประจำวัน จากข้อมูลในอดีต โครงการคนละครึ่งเฟสก่อนหน้าเคยช่วยหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจกว่า 100,000 ล้านบาท และสร้างรายได้ให้ร้านค้าท้องถิ่นนับไม่ถ้วน หากเฟสใหม่นี้เริ่มต้นตามกำหนด คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคช่วงปลายปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจแนะนำให้ประชาชนเตรียมตัวโดยลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังให้พร้อม เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์ นอกจากนี้ ยังควรติดตามข่าวสารจากช่องทางอย่างเป็นทางการ เพื่ออัปเดตเงื่อนไขและขอบเขตล่าสุดของโครงการ

  • ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับสิทธิ์ทันที
  • ตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมใกล้บ้าน
  • ใช้จ่ายอย่างมีสติเพื่อประโยชน์สูงสุด

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างฐานะมั่นคงให้ประชาชน หากรัฐบาลสามารถจัดการขั้นตอนได้รวดเร็วตามที่ยืนยัน จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของนโยบายเศรษฐกิจไทยได้อย่างมาก สุดท้าย ชวนทุกท่านติดตามความคืบหน้าและแบ่งปันประสบการณ์การใช้โครงการคนละครึ่งในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันนะคะ

ที่มา – “เอกนิติ” เผย “คนละครึ่ง” ไม่ทัน ครม.วันนี้ ยัน ดำเนินการในตุลาคมแน่นอน

อัปเดตคนละครึ่งพลัส ลงทะเบียนวันไหน

อัปเดต “คนละครึ่งพลัส” ลงทะเบียนวันไหน เป็นคำถามที่หลายคนกำลังรอคอย โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังคงท้าทาย โครงการนี้กลับมาอีกครั้งเพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน โดยรัฐบาลนำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ “คนละครึ่ง” ที่แบ่งเบาภาระประชาชนแบบ 60:40 ซึ่งจะช่วยให้เงินไหลเวียนเร็วขึ้น พรรคภูมิใจไทยก็ย้ำถึงนโยบาย “4 เดือน 4 ภารกิจหลัก” ที่มุ่งคืนความมั่นใจและลดรายจ่าย โดยมีโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นตัวหลัก

นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” จะใช้งบประมาณรวม 60,000 ล้านบาท ครอบคลุมประชาชนกว่า 33 ล้านคน โดยดึงเงินจากงบกลางปี 2568 ที่เหลือและงบปี 2569 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

อัปเดต “คนละครึ่งพลัส” ลงทะเบียนวันไหน

สำหรับ อัปเดต “คนละครึ่งพลัส” ลงทะเบียนวันไหน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่าจะเสนอรายละเอียดเข้าครม. ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม และเริ่มเปิดลงทะเบียนร้านค้าและประชาชนในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าเริ่มใช้จ่ายได้ปลายเดือนตุลาคม เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงปลายปี

ล่าสุด นายภราดร ระบุว่ารัฐบาลจะ อัปเดต “คนละครึ่งพลัส” ลงทะเบียนวันไหน โดยเปิดลงทะเบียนใหม่ช่วงต้นเดือนตุลาคม ผู้ที่เคยเข้าร่วมเฟส 5 ไม่ต้องลงใหม่ แต่ผู้ที่เคยเข้าร่วมเฟสก่อนหรือไม่เคยเข้าร่วมต้องลงทะเบียนใหม่ สามารถเริ่มใช้เงินได้ปลายตุลาคม หากลงทะเบียนเรียบร้อย ผ่านแอป “เป๋าตัง” เช่นเดิม

“คนละครึ่งพลัส” แบ่งสิทธิผู้ร่วมโครงการเป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1: ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13 ล้านคน

  • ได้รับเพิ่ม 1,700 บาทต่อเดือน รวมกับเงินเดิม 300 บาท เป็น 2,000 บาท
  • ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

ใช้งบ 22,000 ล้านบาท จากเงินเหลือปี 2568 โอนสู่กองทุนสวัสดิการ

กลุ่มที่ 2: ผู้อยู่ในระบบภาษี 11 ล้านคน

  • ปรับจาก 50:50 เป็น 60:40 รัฐสมทบ 2,400 บาท ประชาชนเติม 2,000 บาท
  • จับจ่ายวันละไม่เกิน 200 บาท

กลุ่มที่ 3: ผู้อยู่นอกระบบภาษี 9 ล้านคน

  • ได้รับเติมเงิน 2,000 บาท

งบสำหรับกลุ่ม 2 และ 3 รวม 40,000 ล้านบาท จากงบปี 2569

ขั้นตอนสมัครแอป “เป๋าตัง” เพื่อใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส”

เตรียมตัวให้พร้อมด้วยขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  1. ดาวน์โหลดแอป “เป๋าตัง” จาก App Store (iOS 15.0+) หรือ Google Play (Android 9.0+)
  2. ค้นหา “เป๋าตัง” และติดตั้ง
  3. เปิดแอปและยอมรับการจัดการข้อมูล
  4. เตรียมบัตรประชาชน ถ่ายรูปหน้าบัตรเพื่อยืนยัน
  5. กรอกเลขบัตรและเบอร์โทร รับ OTP 6 หลัก
  6. ใส่ OTP และกรอกข้อมูลเพิ่ม
  7. เลือกยืนยันตัวตน: ด้วย Krungthai NEXT หรือสแกนใบหน้า

สำหรับ Krungthai NEXT: เข้าบัญชี ใส่ PIN รับ OTP และตั้ง PIN ใหม่

สำหรับสแกนใบหน้า: สแกนหน้า ตั้ง PIN และยอมรับเงื่อนไข

หลังลงทะเบียนสำเร็จ จะเห็น wallet พร้อมใช้งาน หากมีปัญหา สามารถติดต่อธนาคารกรุงไทยได้

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ลดภาระประชาชนในช่วงที่ค่าคืนชีพสูง รีบเช็คสิทธิและลงทะเบียนเพื่อไม่พลาดโอกาสดีๆ นี้ หากคุณมีคำถามเพิ่มเติม ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะ

ที่มา – อัปเดต “คนละครึ่งพลัส” ลงทะเบียนวันไหน เตรียมเปิดให้ใช้สิทธิผ่านแอปฯ “เป๋าตัง”

“ศิริกัญญา” บอกผิดหวัง นโยบายเศรษฐกิจ “อนุทิน”

“ศิริกัญญา” บอกผิดหวัง นโยบายเศรษฐกิจ “อนุทิน” งบสำรองจ่ายฉุกเฉินแทบไม่เหลือ

ในวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายต่อคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ทำให้หลายคนต้องตั้งคำถาม “ศิริกัญญา” บอกผิดหวัง นโยบายเศรษฐกิจ “อนุทิน” งบสำรองจ่ายฉุกเฉินแทบไม่เหลือ เพราะโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจใช้งบประมาณสูงถึง 124,000 ล้านบาท จนเงินสำรองอาจหมดเกลี้ยง

“ศิริกัญญา” บอกผิดหวัง นโยบายเศรษฐกิจ “อนุทิน” งบสำรองจ่ายฉุกเฉินแทบไม่เหลือ

น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่าคำแถลงนโยบายครั้งนี้ยังคงคลุมเครือ ไม่แตกต่างจากรัฐบาลก่อนหน้า คำพูดกว้างๆ ขาดตัวชี้วัดชัดเจน แม้รัฐบาลจะมีเวลาจำกัดเพียง 4 เดือน แต่ขอบเขตงานควรระบุให้ชัด เพื่อไม่ให้เหลือแค่แผนงานที่รัฐบาลหน้าต้องสานต่อ เธอยังแสดงความผิดหวังที่ไม่ช่วยสร้างความกระจ่าง แต่กลับก่อคำถามเพิ่ม โดยเฉพาะนโยบายแก้หนี้สินรายบุคคลไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับ 3 ล้านบัญชี แต่ไม่บอกรายละเอียดว่าจะซื้อหนี้อย่างไร หรือตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ใหม่หรือไม่

รัฐบาลประกาศโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ แบ่งเป็น 3 ส่วน: เติมเงินบัตรสวัสดิการ 1,700 บาท, สำหรับผู้ยื่นภาษี 2,400 บาท, และไม่ยื่น 2,000 บาท ส่วนแรกใช้งบกลางปี 2568 กว่า 22,000 ล้านบาท ต้องอนุมัติในครม.นัดพิเศษวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยนำเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินและเงินเหลือจากมาตรการเก่ามาใช้รวม 63,000 ล้านบาท

ผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจที่ใช้งบสูง

น.ส.ศิริกัญญา ชี้ว่าคนละครึ่งพลัสทั้งหมด 44,000 ล้านบาท จะใช้งบปี 2569 คิดเป็น 1 ใน 3 ของกระสุนคลังทั้งหมด 124,000 ล้านบาท (เงินสำรอง 99,000 ล้าน + งบกลาง 25,000 ล้าน) รัฐบาลยังวางแผนเฟสสอง ลดค่าใช้จ่าย เยียวยาผลกระทบภาษีทรัมป์ และฟื้นนักท่องเที่ยว ทำให้เงินสำรองจ่ายฉุกเฉินแทบไม่เหลือให้รัฐบาลหน้า “ศิริกัญญา” บอกผิดหวัง นโยบายเศรษฐกิจ “อนุทิน” งบสำรองจ่ายฉุกเฉินแทบไม่เหลือ เพราะเร่งใช้เงินเพื่อคะแนนนิยม

แม้รัฐบาลอยู่แค่ 4 เดือน แต่ต้องตัดสินใจสำคัญ เช่น กำหนดกรอบงบปี 2570 ขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% (ปัจจุบัน 69%) เพื่อกู้เพิ่ม หากไม่ทำ หนี้จะเกินเพดานและกระทบเรตติ้งเครดิต นอกจากนี้ ยังอาจต้องเสนอแผนปฏิรูปภาษีหรือการคลัง ซึ่งอาจกลายเป็นภาระให้รัฐบาลหน้า

  • นโยบายขาดรายละเอียดชัดเจน
  • ใช้งบประมาณสูงเกินควร
  • เสี่ยงเพิ่มหนี้สาธารณะ
  • ขาดการวางแผนระยะยาว

น.ส.ศิริกัญญา เตือนว่ารัฐบาลนี้เร่งใช้เงิน แต่รัฐบาลหน้าต้องรักษาวินัยคลัง หากรัฐมนตรีคนนอกไม่ตรวจสอบ ก็ไร้ประโยชน์ ใน 4 เดือน หากแก้เศรษฐกิจไม่ได้ ไม่เป็นไร แต่ขออย่าสร้างความเสียหายถาวรที่เรียกคืนความเชื่อมั่นไม่ได้

จากมุมมองนี้ การจัดการเศรษฐกิจต้องสมดุลระหว่างกระตุ้นระยะสั้นและความยั่งยืนระยะยาว เพื่อประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “ศิริกัญญา” บอกผิดหวัง นโยบายเศรษฐกิจ “อนุทิน” งบสำรองจ่ายฉุกเฉินแทบไม่เหลือ

คนละครึ่ง บัตรคนจน โอนเงินก้อนรอบเดียว

ในยุคที่เศรษฐกิจยังคงผันผวน โครงการช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่าง “คนละครึ่ง” กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ที่จะได้รับเงินก้อนเข้าบัญชีแบบไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ วันนี้เราจะมาพูดถึงรายละเอียดสำคัญของโครงการนี้ ที่จะช่วยบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชนจำนวนมาก

คนละครึ่ง ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้สิทธิพิเศษอย่างไร

โครงการคนละครึ่งหรือคนละครึ่งพลัส เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลไทย โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เช่น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่รู้จักกันในชื่อบัตรคนจน นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงผู้อยู่ในระบบภาษีและผู้อยู่นอกระบบอีกด้วย

สำหรับ คนละครึ่ง บัตรคนจน ที่เป็นกลุ่มหลักจำนวนกว่า 13 ล้านคน จะได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติม 1,700 บาทต่อเดือน รวมกับเงินเดิม 300 บาท ทำให้ได้รวม 2,000 บาทต่อเดือน โดยเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในงวดเดียว ไม่ต้องยุ่งยากลงทะเบียนใหม่ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่อาจไม่ถนัดใช้อินเทอร์เน็ตหรือแอปพลิเคชัน

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในชุมชน โดยเงินที่ได้รับสามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีก ตลาดสด หรือร้านอาหาร ซึ่งจะช่วยให้เงินไหลเวียนในระดับฐานราก สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย

ตรวจสอบสิทธิคนละครึ่ง บัตรคนจน ง่ายๆ ด้วยบัตรประชาชน

หากคุณเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถตรวจสอบสิทธิได้ทันที โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง https://govwelfare.cgd.go.th/welfare/check กรอกหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก แล้วระบบจะแสดงสิทธิที่คุณได้รับ รวมถึงเงินช่วยเหลือจากโครงการคนละครึ่ง หากคุณเคยลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและยืนยันตัวตนสำเร็จภายในวันที่ 26 ธันวาคม 2567 คุณมีสิทธิ์แน่นอน

สำหรับกลุ่มที่ 2 คือผู้อยู่ในระบบภาษีจำนวน 11 ล้านคน จะได้รับการปรับเปลี่ยนสัดส่วนจาก 50/50 เป็น 60/40 โดยรัฐสมทบ 2,400 บาท และประชาชนเติมเงิน 2,000 บาท สามารถใช้จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท ช่วยให้การซื้อของมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนกลุ่มที่ 3 ผู้อยู่นอกระบบภาษี 9 ล้านคน จะได้รับเงินเติม 2,000 บาท โดยรวมแล้ว โครงการนี้ครอบคลุมประชาชนกว่า 33 ล้านคน ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีนัยสำคัญ

การเปิดลงทะเบียนใหม่สำหรับคนละครึ่งพลัส จะเริ่มในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2568 ดังนั้น ผู้ที่สนใจควรเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะการผูกบัญชีธนาคารเพื่อรับเงิน โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังส่งเสริมให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างมีสติ ช่วยเหลือเศรษฐกิจท้องถิ่น

  • สิทธิสำหรับบัตรคนจน: 2,000 บาทต่อเดือน ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
  • กลุ่มภาษี: สมทบ 60/40 ใช้จ่ายวันละ 200 บาท
  • กลุ่มนอกระบบ: เติมเงิน 2,000 บาท

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ โครงการคนละครึ่งนี้จะเป็นตัวเร่งสำคัญในการกระตุ้นการบริโภค โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งจะช่วยให้ GDP โตได้ตามเป้า หากคุณเป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิ์ อย่าลืมตรวจสอบและใช้สิทธิให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยตัวเองและชุมชน

สุดท้ายนี้ แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทาง официальный เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และใช้จ่ายอย่างชาญฉลาดเพื่อเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ที่มา – “คนละครึ่ง” ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน โอนเงินก้อนเข้าบัญชีรอบเดียว

“ครม.อนุทิน” นัดแรก จับตาไฟเขียวงบฯ 2568 ลุยนโยบาย “ควิกวิน-คนละครึ่ง”

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยเฉพาะ “ครม.อนุทิน” นัดแรก ที่ทุกคนจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะคาดว่าจะมีไฟเขียวให้กับงบประมาณปี 2568 และลุยโครงการนโยบายสำคัญอย่าง “ควิกวิน” และ “คนละครึ่ง” ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คนไทยรอคอย

“ครม.อนุทิน” นัดแรก จับตาไฟเขียวงบฯ 2568 ลุยนโยบาย “ควิกวิน-คนละครึ่ง”

ในวันที่ 29 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา เกี่ยวกับการประชุมครม.นัดแรกที่จะมีขึ้นในวันรุ่งขึ้น โดยยืนยันว่าจะมีการพิจารณาโครงการสำคัญหลายรายการ หลังจากแถลงนโยบายต่อสภาเสร็จสิ้น เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการอนุมัติโครงการคนละครึ่ง นายอนุทินตอบอย่างระมัดระวังว่า มีวาระหลายเรื่องที่ต้องหารือ แต่ยังไม่ยืนยันชัดเจนว่าจะเข้าวาระหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการแต่งตั้งทีมโฆษกรัฐบาล ซึ่งยังไม่รวมในวาระเพราะต้องใช้เวลาตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียด โดยนายอนุทินระบุว่า ต้องสอบประวัติและคุณสมบัติต่างๆ ซึ่งอาจไม่ทันสำหรับนัดแรกนี้ การประชุมครม.ดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและภัยพิบัติที่ประชาชนกำลังเผชิญ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล

วาระสำคัญใน “ครม.อนุทิน” นัดแรก

สำหรับวาระการประชุมครม.ในวันที่ 30 กันยายน 2568 จะมีการพิจารณาขอใช้งบประมาณปี 2568 ที่ค้างอยู่ เพื่อนำไปดำเนินโครงการใหม่และต่อเนื่อง เช่น โครงการคนละครึ่งที่ช่วยเหลือประชาชนช่วงโควิด-19 แม้ยังไม่บรรจุในวาระหลัก แต่สามารถเสนอเป็นวาระจรเร่งด่วนได้ นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยจะเสนอขออนุมัติงบเยียวยาพื้นที่ประสบอุทกภัย และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขทันที

  • ไฟเขียวงบประมาณ 2568 สำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • พิจารณานโยบายควิกวิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย
  • เยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติและความขัดแย้งชายแดน
  • การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ต้องตรวจสอบคุณสมบัติจาก 7 หน่วยงาน ใช้เวลาอย่างน้อย 5 วัน

การดำเนินโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ จะช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศ โดยรัฐบาลอาจปรับปรุงเงื่อนไขให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น เพิ่มวงเงินหรือขยายกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด นโยบายควิกวินยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุน SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจถดถอย

การประชุมครม.

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การเริ่มต้นของ “ครม.อนุทิน” นัดแรกนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเร่งรัดนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและภัยพิบัติ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนได้ หากดำเนินการได้รวดเร็วและโปร่งใส

อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรค เช่น การตรวจสอบคุณสมบัติสำหรับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ต้องใช้เวลา ทำให้การสื่อสารของรัฐบาลอาจล่าช้าในช่วงแรก ผู้สนใจควรติดตามผลการประชุมอย่างใกล้ชิด เพราะนโยบายเหล่านี้อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน

ในฐานะนักวิเคราะห์ ผมเชื่อว่านี่คือโอกาสทองสำหรับรัฐบาลชุดใหม่ในการพิสูจน์ศักยภาพ หากไฟเขียวโครงการคนละครึ่งและควิกวินได้ทันที จะช่วยกระตุ้น GDP ได้อย่างมีนัยสำคัญ แนะนำให้ประชาชนเตรียมตัวรับสิทธิ์โดยตรวจสอบคุณสมบัติล่วงหน้า

เรียกดูข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครรับข่าวสารเพื่อไม่พลาดนโยบายใหม่ๆ

ที่มา – “ครม.อนุทิน” นัดแรก จับตาไฟเขียวงบฯ 2568 ลุยนโยบาย “ควิกวิน-คนละครึ่ง”

อนุทิน ฟิตนัดถกครม. ลุ้นอนุมัติคนละครึ่ง

หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาอย่างเป็นทางการแล้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ไม่รอช้า ได้สั่งการให้จัดประชุมครม. นัดแรกทันที ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเพื่อเร่งรัดนโยบายสำคัญ โดยเฉพาะการพิจารณาอนุมัติโครงการคนละครึ่งที่ทุกคนกำลังจับตามอง

อนุทิน ฟิตนัดถก ครม. นัดแรกหลังจบแถลงนโยบาย ลุ้นอนุมัติโครงการคนละครึ่ง

การประชุมครม. นัดแรกนี้กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 30 กันยายน 2568 หลังจากการแถลงนโยบายเสร็จสิ้น โดยสถานที่จะอยู่ที่ชั้น 4 ของอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นห้องประชุมเดียวกันกับที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญใช้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเร่งรีบและเข้มข้น ผู้สื่อข่าวและนักวิเคราะห์การเมืองต่างพากันคาดการณ์ว่า หนึ่งในวาระสำคัญที่จะถูกนำมาพูดคุยคือการอนุมัติงบประมาณสำหรับโครงการคนละครึ่ง

โครงการคนละครึ่งถือเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลชุดก่อนหน้าเคยใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 โครงการนี้ช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมได้ในราคาที่ถูกลงครึ่งหนึ่ง โดยรัฐช่วยจ่ายส่วนต่าง ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะร้านค้าในชุมชนและ SME ที่ได้รับผลกระทบจากยอดขายตกต่ำ

ลุ้นอนุมัติโครงการคนละครึ่งก่อนปีงบประมาณสิ้นสุด

เหตุผลที่ทุกคนลุ้นกันอย่างยิ่งคือ ปีงบประมาณ 2568 กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2568 หากครม. ไม่สามารถอนุมัติงบสำหรับโครงการคนละครึ่งได้ทัน อาจต้องรอให้งบประมาณปี 2569 เริ่มใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งอาจทำให้เกิดช่องว่างในการดำเนินโครงการ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากที่กำลังฟื้นตัว การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่อนุทินจะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันนโยบายช่วยเหลือประชาชน

นอกจากนี้ การฟิตนัดถกครม. ของอนุทินยังสะท้อนถึงสไตล์การบริหารที่เด็ดขาดและเน้นผลลัพธ์ เขาเคยประกาศชัดเจนในการหาเสียงว่าประชาชนคือศูนย์กลางของนโยบายทั้งหมด โครงการคนละครึ่งจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและกรุงเทพฯ ที่ยังมีปัญหาการว่างงานและรายได้ไม่แน่นอน

หากย้อนดูประวัติโครงการคนละครึ่ง จะพบว่ามันประสบความสำเร็จอย่างมากในเฟสก่อนหน้า โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 50 ล้านคน และช่วยหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจได้หลายหมื่นล้านบาท รัฐบาลชุดใหม่จึงมองว่าการต่อยอดโครงการนี้จะช่วยให้ GDP เติบโตเร็วขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของปี

  • ประโยชน์หลักของโครงการ: ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน
  • กระตุ้นยอดขายร้านค้าท้องถิ่น
  • สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
  • ลดความเสี่ยงจากการล็อกดาวน์ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางคนกังวลว่าการอนุมัติงบกะทันหันอาจกระทบสมดุลงบประมาณโดยรวม แต่ฝั่งรัฐบาลมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความยั่งยืน นอกจากวาระคนละครึ่งแล้ว ประชุมนัดนี้ยังอาจครอบคลุมประเด็นอื่นๆ เช่น การปรับโครงสร้างกระทรวงมหาดไทยและนโยบายท้องถิ่น

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของอนุทินแสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างแท้จริง หากโครงการคนละครึ่งได้รับอนุมัติ จะเป็นสัญญาณบวกสำหรับเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก หากคุณเป็นผู้ประกอบการหรือประชาชนทั่วไป อย่าลืมติดตามผลการประชุมนี้ เพราะมันอาจส่งผลโดยตรงต่อกระเป๋าเงินของคุณ

ติดตามข่าวสารการเมืองและเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – “อนุทิน” ฟิตนัดถก ครม. นัดแรกหลังจบแถลงนโยบาย ลุ้นอนุมัติโครงการคนละครึ่ง

Scroll to top