หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาอย่างเป็นทางการแล้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ไม่รอช้า ได้สั่งการให้จัดประชุมครม. นัดแรกทันที ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเพื่อเร่งรัดนโยบายสำคัญ โดยเฉพาะการพิจารณาอนุมัติโครงการคนละครึ่งที่ทุกคนกำลังจับตามอง
อนุทิน ฟิตนัดถก ครม. นัดแรกหลังจบแถลงนโยบาย ลุ้นอนุมัติโครงการคนละครึ่ง
การประชุมครม. นัดแรกนี้กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 30 กันยายน 2568 หลังจากการแถลงนโยบายเสร็จสิ้น โดยสถานที่จะอยู่ที่ชั้น 4 ของอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นห้องประชุมเดียวกันกับที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญใช้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเร่งรีบและเข้มข้น ผู้สื่อข่าวและนักวิเคราะห์การเมืองต่างพากันคาดการณ์ว่า หนึ่งในวาระสำคัญที่จะถูกนำมาพูดคุยคือการอนุมัติงบประมาณสำหรับโครงการคนละครึ่ง
โครงการคนละครึ่งถือเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลชุดก่อนหน้าเคยใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 โครงการนี้ช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมได้ในราคาที่ถูกลงครึ่งหนึ่ง โดยรัฐช่วยจ่ายส่วนต่าง ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะร้านค้าในชุมชนและ SME ที่ได้รับผลกระทบจากยอดขายตกต่ำ
ลุ้นอนุมัติโครงการคนละครึ่งก่อนปีงบประมาณสิ้นสุด
เหตุผลที่ทุกคนลุ้นกันอย่างยิ่งคือ ปีงบประมาณ 2568 กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2568 หากครม. ไม่สามารถอนุมัติงบสำหรับโครงการคนละครึ่งได้ทัน อาจต้องรอให้งบประมาณปี 2569 เริ่มใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งอาจทำให้เกิดช่องว่างในการดำเนินโครงการ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากที่กำลังฟื้นตัว การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่อนุทินจะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันนโยบายช่วยเหลือประชาชน
นอกจากนี้ การฟิตนัดถกครม. ของอนุทินยังสะท้อนถึงสไตล์การบริหารที่เด็ดขาดและเน้นผลลัพธ์ เขาเคยประกาศชัดเจนในการหาเสียงว่าประชาชนคือศูนย์กลางของนโยบายทั้งหมด โครงการคนละครึ่งจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและกรุงเทพฯ ที่ยังมีปัญหาการว่างงานและรายได้ไม่แน่นอน
หากย้อนดูประวัติโครงการคนละครึ่ง จะพบว่ามันประสบความสำเร็จอย่างมากในเฟสก่อนหน้า โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 50 ล้านคน และช่วยหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจได้หลายหมื่นล้านบาท รัฐบาลชุดใหม่จึงมองว่าการต่อยอดโครงการนี้จะช่วยให้ GDP เติบโตเร็วขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของปี
- ประโยชน์หลักของโครงการ: ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน
- กระตุ้นยอดขายร้านค้าท้องถิ่น
- สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
- ลดความเสี่ยงจากการล็อกดาวน์ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางคนกังวลว่าการอนุมัติงบกะทันหันอาจกระทบสมดุลงบประมาณโดยรวม แต่ฝั่งรัฐบาลมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความยั่งยืน นอกจากวาระคนละครึ่งแล้ว ประชุมนัดนี้ยังอาจครอบคลุมประเด็นอื่นๆ เช่น การปรับโครงสร้างกระทรวงมหาดไทยและนโยบายท้องถิ่น
ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของอนุทินแสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างแท้จริง หากโครงการคนละครึ่งได้รับอนุมัติ จะเป็นสัญญาณบวกสำหรับเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก หากคุณเป็นผู้ประกอบการหรือประชาชนทั่วไป อย่าลืมติดตามผลการประชุมนี้ เพราะมันอาจส่งผลโดยตรงต่อกระเป๋าเงินของคุณ
ติดตามข่าวสารการเมืองและเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!
ที่มา – “อนุทิน” ฟิตนัดถก ครม. นัดแรกหลังจบแถลงนโยบาย ลุ้นอนุมัติโครงการคนละครึ่ง


