โผครมอนุทิน

ครม.อนุทิน 1: อัปเดตล่าสุดใกล้ 100% เตรียมทูลเกล้าฯ

อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้ ดูเหมือนว่ารายชื่อจะเกือบสรุปผลเป็นที่เรียบร้อย โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อกว่า 40 รายชื่อ ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ภายในสัปดาห์นี้ ข่าวนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

ตามรายงานเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีค่อนข้างชัดเจน โดยมีการตรวจสอบประวัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งหมดแล้ว และนี่คือรายชื่อล่าสุดที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้ง:

  1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  3. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  4. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  5. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ
  6. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  7. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  8. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  9. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  10. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย
  11. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  12. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  13. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  14. นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  15. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รอการยืนยัน)
  16. พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  17. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  18. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  19. นายอรรถกร ศิริลัทยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
  20. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  21. นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์
  22. นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  23. นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  24. นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  25. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (แทนสันติ)
  26. นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  27. นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ความสำคัญของการ อัปเดต ครม.อนุทิน 1

การ อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารประเทศ เพราะเป็นการกำหนดทิศทางและนโยบายของรัฐบาลในอนาคต การมีคณะรัฐมนตรีที่พร้อมทำงานและมีวิสัยทัศน์ จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียดถี่ถ้วน แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการคัดเลือกบุคลากรที่มีความเหมาะสม เพื่อเข้ามาบริหารประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีชื่อของนายสันติ ปิยะทัต กรรมการผู้จัดการบริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ (KC) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย รอการยืนยันผลอีกด้วย

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้จะสามารถนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อกว่า 40 ราย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 วัน

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงทิศทางและนโยบายของประเทศ การ อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอีกมากมายที่กำลังจะเกิดขึ้น

การจัดตั้งรัฐบาลใหม่และการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาประเทศ การมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและวิสัยทัศน์ จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ให้ก้าวหน้าต่อไปได้ หวังว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นี้ จะสามารถนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและสร้างประโยชน์สุขให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – อัปเดต ครม.อนุทิน 1 เกือบ 100 % แล้ว คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในสัปดาห์นี้

อนุทินตั้ง “บิ๊กเล็ก” รมว.กลาโหม: ไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก

คอนเฟิร์มร่วม ครม.อนุทิน 1 “นายกฯ หนู” พา “พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์” โชว์ตัวนั่ง รมว.กลาโหม ประกาศให้อำนาจเต็มก่อนบินประชุม GBC ชี้ ไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึกเป็นสิ่งที่ไม่สมควร

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 กันยายน 2568 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าพรรคภูมิใจไทยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพื่อพบกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อหารือถึงกรอบแนวทางการทำงาน โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พรรคภูมิใจไทย ภายหลังที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวปรากฏชื่อในโผ ครม.อนุทิน 1 นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในสัดส่วนคนนอก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรครวมไทยสร้างชาติ

ทั้งนี้ ภายหลังการหารือร่วมกัน นายอนุทิน ได้พา พล.อ.ณัฐพล มาโชว์ตัว และให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวอย่างเป็นทางการ ถึงการจะมารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ว่า นี่เป็นสิ่งที่ตนปฏิบัติมาโดยตลอดช่วง 2-3 วันนี้ เมื่อตนได้เชิญผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่เป็นบุคคลภายนอก จะนำมาแนะนำให้กับประชาชนได้รับทราบ ตนใช้เวลาในการหารือจนในที่สุดขอเชิญ รมช.กลาโหม ในรัฐบาลชุด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร คือ พล.อ.ณัฐพล ขอความกรุณาให้ท่านช่วยรับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ให้กับรัฐบาลของตน เพื่อที่จะได้เกิดความมั่นใจว่าภารกิจ หน้าที่การดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ดำเนินต่อไปโดยไม่มีสะดุดหรือชะงัก ศัพท์ทหารคือไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึกเป็นสิ่งที่ไม่สมควร

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า พล.อ.ณัฐพล ถามกับตนประเด็นที่สำคัญคือท่านจะมีอำนาจขอบเขตในการปฏิบัติภารกิจแค่ไหน ตนยืนยันว่ามีอำนาจเต็ม ตนไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการทหาร แต่ท่านเป็นเจ้ากรมยุทธการทหารบก เป็นเสนาธิการทหารบก เป็นรองผู้บัญชาการทหารบก เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาธิการ สมช.) และตนทำงานกับท่านอย่างใกล้ชิดในช่วงที่เราจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านโควิด-19 ท่านก็เป็นเลขาธิการศูนย์ เราทำงานกันมามีความสัมพันธ์ที่ดี มีความเข้าใจในการทำงาน ยอมรับซึ่งกันและกัน

“ถือว่าการกำกับดูแลกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลของผม มีความจำเป็นต้องได้ พล.อ.ณัฐพล มาดูแลงานด้านนี้”

เมื่อถามว่านอกจากเรื่องอำนาจเต็ม ยังมีเรื่องอะไรที่จะขอเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ตนขอให้ชีวิตของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ มีความเป็นปกติสุข มีสันติภาพ มีภราดรภาพ มีวิถีชีวิตที่สามารถทำมาค้าขายซึ่งกันและกัน ไม่ทำให้รายได้ขาดหาย เนื่องจากความไม่เข้าใจหรือปัญหาที่พวกเขาไม่ได้ก่อ นี่คือเป้าหมายของตน

ส่วนที่มีข้อเรียกร้องในการยกเลิก MOU 2543-2544 ว่าเราเสนอไปแล้วจะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาในสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งเป็นการดำเนินงานในฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนการบริหารสถานการณ์ความขัดแย้งของทั้ง 2 ประเทศ อย่างน้อยวันพรุ่งนี้ (10 กันยายน 2568) ที่ พล.อ.ณัฐพล จะไปประชุม GBC ที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งก่อนจะประชุมใช้เวลา 35-40 วัน และที่ผ่านมาไปประชุมในฐานะ รมช.กลาโหม แต่ในวันพรุ่งนี้คู่เจรจาของไทยคือประเทศกัมพูชา จะต้องเจรจากับ พล.อ.ณัฐพล ในฐานะว่าที่ รมว.กลาโหม เพื่อให้ฝ่ายกัมพูชารู้ว่าผู้ที่ไปเจรจาคือ รมว.กลาโหม ในรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้น

สำหรับการลงพื้นที่รับฟังปัญหาในจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา นายอนุทิน เผยว่า การลงพื้นที่ของตนนั้น ทำในหน้าที่ สส.อยู่แล้ว เช่นพื้นที่อีสานใต้ ทั้ง จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มี สส. ของพรรคภูมิใจไทยอยู่ในพื้นที่ ตนไม่อยากทำอะไรที่ก้าวล่วงอำนาจของรัฐบาลชุดปัจจุบัน เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันยังต้องรักษาการอยู่จนกว่ารัฐบาลของตนจะเข้าเฝ้าละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณ ดังนั้นต้องรักษาน้ำใจกัน ซึ่งในเขตพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นเขตที่เหมือนบ้านของพวกตนอยู่แล้ว ดังนั้นการไปดูแลประชาชนเป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาโดยตลอดไม่มีอะไร ส่วนการช่วยเหลือก็มีรัฐบาลรักษาการ ช่วยเหลืออยู่แล้ว

ด้าน พล.อ.ณัฐพล ให้สัมภาษณ์หลังได้รับการยืนยันชัดเจนว่าได้รับตำแหน่ง รมว.กลาโหม โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่ามีความลำบากใจในการทำงานด้านการทหารขณะที่ดำรงตำแหน่ง รมช.กลาโหม ว่า ขออนุญาตไม่พูดถึงเรื่องเก่า เนื่องจากในวันพรุ่งนี้ (10 กันยายน) ไปประชุม ตนต้องเดินทางไปประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งในวันนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เลขาฯ ติดต่อมาหาตน ให้เข้ามาพูดคุยกัน ตนจึงถือโอกาสดีที่จะได้เข้ามารับทราบนโยบาย เพื่อไปใช้ประกอบในการประชุมในวันพรุ่งนี้

พล.อ.ณัฐพล ยอมรับด้วยว่า หลังจากได้มีการพูดคุยก็มีความมั่นใจ หลังได้ทราบนโยบายที่ชัดเจน โดยหลักๆ เน้นย้ำเรื่องของอธิปไตย การแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี และประชาชนปลอดภัย ก่อนที่ตนจะได้เสนอโรดแมปที่ได้ดำเนินการอยู่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วยแต่ได้ทลายข้อจำกัด เพราะรัฐบาลมีเวลาจำกัด จึงต้องดำเนินการเรื่องแก้ปัญหาประชาชนให้เร็วที่สุด

ส่วนโรดแมปที่ดำเนินการอยู่จะสามารถดำเนินการต่อให้พลิกสถานการณ์ให้ได้ภายใน 4 เดือนหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า ต้องทำให้เต็มขีดความสามารถ แต่เราไม่สามารถจะรับปากได้ว่าเมื่อไหร่ แต่เมื่อรับทราบนโยบายในวันนี้แล้วก็รับปากว่าจะทำให้เร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าภายหลังการให้สัมภาษณ์ นายอนุทิน พา พล.อ.ณัฐพล ร่วมดื่มกาแฟที่ร้านจาริสต้า ร้านกาแฟของ นางธนนนท์ นิรามิษ คู่สมรสของนายอนุทิน โดยเครื่องดื่มในวันนี้ นายอนุทิน สั่งกาแฟอเมริกาโน่ร้อน ส่วน พล.อ.ณัฐพล ดื่มน้ำส้มยูสุโซดา ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีการเสิร์ฟเค้กส้มเหมือนกับครั้งที่พารัฐมนตรีหลายท่านมาเปิดตัว แต่วันนี้เมนูดังกล่าวหมดจึงเสิร์ฟเป็นเค้กกาหยู เมนูขนมของ จ.ระนอง ให้กับนายอนุทิน และเสิร์ฟเค้กแครอทให้กับ พล.อ.ณัฐพล

ไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก: อนุทินเลือก บิ๊กเล็ก นั่ง รมว.กลาโหม

การตัดสินใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เลือก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถือเป็นการตัดสินใจที่น่าจับตามอง ด้วยวลีที่ว่า ไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะสานต่องานที่ค้างคาอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา

ทำไมถึงต้อง “ไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก”?

การที่นายอนุทิน เลือก พล.อ.ณัฐพล ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมด้าน เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความต่อเนื่องของนโยบายและความเข้าใจในสถานการณ์ การเปลี่ยนตัวบุคคลอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการแก้ไขปัญหา และอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้

การที่อนุทินเน้นย้ำว่า ไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก นั้นแสดงให้เห็นว่าเขาต้องการให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงานและต้องการคนที่เข้าใจสถานการณ์ในอดีตเป็นอย่างดี การเลือกคนที่คุ้นเคยกับงานและมีประสบการณ์จึงเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล

การแต่งตั้ง พล.อ.ณัฐพล เป็น รมว.กลาโหมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสานต่อนโยบายและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การที่อนุทินยืนยันว่า ไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาที่คั่งค้างให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี

ที่มา – ไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก “อนุทิน” เปิดตัว “บิ๊กเล็ก” ขยับจาก รมช. นั่ง รมว.กลาโหม

ด่วน! “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ลาออก สส.เพื่อไทย จ่อ รมช.

“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือลาออกจาก สส. แล้ว คาดว่าจะได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลอนุทิน 1 หลังนำ สส. กลุ่มหนึ่งสนับสนุนโหวตให้นายกฯ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับเรื่องไว้เมื่อเวลา 10.32 น. เนื้อหาในหนังสือลาออกระบุว่า

“ด้วยกระผมนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย เลขประจำตัวสมาชิก 364 มีความประสงค์ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 เป็นต้นไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ นายศักดิ์ดา ได้นำกลุ่มเพื่อน สส. พรรคเพื่อไทย จำนวน 8 คน เข้าร่วมสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และล่าสุดมีชื่อของนายศักดิ์ดา ติดอยู่ในรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) การลาออกของนายศักดิ์ดา จะนำไปสู่การเลือกตั้งซ่อม เนื่องจากเป็นการลาออกจากตำแหน่ง สส. แบบแบ่งเขต

“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ลาออก สส.เพื่อไทยแล้ว

การตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง สส. ของ “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แม้ว่าการลาออกจะทำให้ต้องมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้น แต่ก็เป็นไปตามกระบวนการเพื่อให้สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้อย่างเต็มตัว

ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของ “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์”

การคาดหมายว่านาย“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น เป็นผลมาจากการสนับสนุนของเขาที่มีต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งนี้ถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างมากในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องที่ การรักษาความสงบเรียบร้อย และการพัฒนาชุมชน

บทบาทของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) นั้น คาดว่าจะเน้นไปที่การสนับสนุนการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ รวมถึงการกำกับดูแลหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ

จับตาดูบทบาทและความเคลื่อนไหวของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ หลังจากเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าจะมีนโยบายและแนวทางการทำงานอย่างไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ

อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนทางการเมืองครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อพรรคเพื่อไทยเอง และต่อการบริหารประเทศโดยรวม

ที่มา – “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ยื่นลาออก สส.เพื่อไทยแล้ว คาดจ่อนั่ง รมช.มหาดไทย

“บิ๊กเล็ก” เตรียมพบ “อนุทิน” นั่ง รมว.กห. จริงหรือ?

ประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่จับตา คือ กรณีของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่มีข่าวว่าได้รับการทาบทามให้นั่ง รมว.กห. (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม) ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือ การเตรียมเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในช่วงบ่ายของวันนี้ เพื่อหารือถึงแนวทางการทำงานที่อาจมีการปรับเปลี่ยน

“บิ๊กเล็ก” เตรียมพบ “อนุทิน” นั่ง รมว.กห. จริงหรือ?

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 9 กันยายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล ยอมรับว่าได้รับการติดต่อจากเลขานุการส่วนตัวของนายอนุทิน เพื่อให้เข้าพบในช่วงบ่ายวันนี้ ประเด็นหลักของการหารือคือ แนวทางการทำงาน และการปรับตัวให้เข้ากับนโยบายใหม่

แม้จะยังไม่มีการยืนยันเวลาที่แน่นอน แต่ พล.อ.ณัฐพล ได้แสดงความพร้อมสำหรับการรับตำแหน่ง ไม่ว่าจะต้องจบภารกิจเดิม หรือปฏิบัติหน้าที่ใหม่ต่อไป คำถามสำคัญคือ การรับตำแหน่งครั้งนี้ เป็นโควตาของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หรือเป็นโควตาคนนอก ซึ่ง พล.อ.ณัฐพล ได้ตอบว่า เป็นการมาในลักษณะคนนอก

เมื่อถามถึงความรู้สึกส่วนตัวว่าอยากทำงานต่อ หรืออยากเปลี่ยนบทบาท พล.อ.ณัฐพล ยิ้มและกล่าวว่า ยังไม่มีความเห็นใดๆ ในตอนนี้

โรดแมป 4 ขั้นตอน และสถานการณ์ชายแดน

พล.อ.ณัฐพล กล่าวถึงแนวทางการทำงานในอนาคตว่า ที่ผ่านมาได้มีการวางโรดแมปไว้ 4 ขั้นตอน ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ และนโยบายของรัฐบาลใหม่ แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากไม่อยากให้ฝ่ายกัมพูชาทราบถึงวิธีคิด

นอกจากนี้ พล.อ.ณัฐพล ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา ว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยพิจารณาจากการแสดงความยินดีของ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งหากพิจารณาจากข้อความที่ส่งมา ก็สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม พล.อ.ณัฐพล ยังคงย้ำถึงบทบาทของตนเองในการเจรจาควบคู่ไปกับการป้องกันอธิปไตย

สำหรับการแก้ไขปัญหาชายแดน พล.อ.ณัฐพล มองว่า ท่าทีของผู้นำกัมพูชาจะทำให้การแก้ไขปัญหาราบรื่นขึ้น แต่ต้องรอผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ในวันที่ 10 กันยายนนี้ อย่างไรก็ตาม ผลการประชุมของคณะเลขานุการมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ซึ่ง พล.อ.ณัฐพล จะนำผลการประชุมเข้าที่ประชุม ครม. ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ และจะขออนุมัติเพิ่มเติมในหลักการ เพื่อให้เกิดความคืบหน้าที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ การหารือระหว่าง พล.อ.ณัฐพล และ นายอนุทิน ในช่วงบ่ายวันนี้ จะส่งผลต่อการตัดสินใจในการนั่ง รมว.กห. อย่างไร และจะมีผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไรบ้าง

การที่ พล.อ.ณัฐพล ถูกทาบทามให้นั่ง รมว.กห. สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตำแหน่งนี้ในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่มีวิสัยทัศน์ และความสามารถในการนำพาประเทศให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

อนาคตของ พล.อ.ณัฐพล ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด แต่ที่แน่ๆ การพบปะกับนายอนุทินในวันนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะนำพาไปสู่ข้อสรุปในเรื่องนี้

ที่มา – “บิ๊กเล็ก” เตรียมพบ “อนุทิน” บ่ายนี้ รับถูกทาบทามนั่ง รมว.กห.​ จริง โควตาคนนอก

เปิดประวัติ พล.ต.ท.ชาญชัย ว่าที่ รมว.ยุติธรรม

ประวัติ “พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล” ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จากโควตาคนนอก เตรียมทหารรุ่นที่ 24 เส้นทางชีวิตตำรวจ ส่วนใหญ่เติบโตในจังหวัดบุรีรัมย์

วันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โผครม.อนุทิน 1 มีรายชื่อ พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล อดีตรองผู้บัญชาการภาค 3 จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในโควตาคนนอก สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองพอสมควร

เปิดประวัติ “พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล”

สำหรับ พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล เกิดเมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2508 เป็นคนบุรีรัมย์โดยกำเนิด จบการศึกษาจากโรงเรียนชุมชนบ้านคูเมือง ก่อนจะไปศึกษาต่อที่ ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จนจบ ม.ศ. 5 จากนั้นจึงได้เข้าศึกษาต่อที่ โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 24 โดยมีเพื่อนร่วมรุ่นที่น่าสนใจคือ พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ และยังเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกับ พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึง พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ จากนั้นจึงไปศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน จ.นครปฐม รุ่นที่ 40

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ชาญชัย ยังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อีกด้วย อีกทั้งยังผ่านหลักสูตรสำคัญต่างๆ อาทิ หลักสูตรผู้กำกับการรุ่นที่ 58 จากสถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ และหลักสูตรการบริหารตำรวจชั้นสูง รุ่นที่ 41 จากวิทยาลัยการตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความรู้ความสามารถที่สั่งสมมา

ส่วนเส้นทางการทำงานของ พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ส่วนใหญ่เติบโตในพื้นที่จังหวัดทางภาคอีสานตอนล่าง ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และนครราชสีมา โดยเริ่มต้นชีวิตราชการด้วยการดำรงตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สภ.ประทาย จ.นครราชสีมา จากนั้นได้ย้ายมาเป็นรองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ก่อนที่จะถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ จนกระทั่งได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นสารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยราช

และด้วยความสามารถที่โดดเด่น พล.ต.ท.ชาญชัย ยังได้ดำรงตำแหน่งสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ สารวัตรสอบสวน หัวหน้าสถานีตำรวจ กิ่งอำเภอแคนดง จ.บุรีรัมย์ และสารวัตร สภ.หนองไม้งาม อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ อีกด้วย

ต่อมาในปี 2547 พล.ต.ท.ชาญชัย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ก่อนที่จะถูกโยกย้ายให้ไปเติบโตในตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจต่างๆ ได้แก่ สภ.บ้านด่าน, สภ.สตึก และ สภ.กระสัง ซึ่งทั้งหมดอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ทั้งสิ้น ต่อมาในปี 2558 ได้รับแต่งตั้งเป็น พ.ต.อ.พิเศษ ในตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และในอีก 4 ปีถัดมา ก็ได้เลื่อนขึ้นเป็น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนที่จะถูกย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ และต่อมาได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 3 ก่อนที่จะตัดสินใจขอเออร์ลี่รีไทร์ออกจากการเป็นตำรวจในวันที่ 31 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา

กระทั่งเมื่อเข้าสู่รัฐบาลชุดปัจจุบัน ก็ปรากฏชื่อของ พล.ต.ท.ชาญชัย จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งก่อนหน้านี้สื่อมวลชนหลายสำนักได้คาดการณ์ว่าตำแหน่งนี้จะเป็นของรัฐมนตรีคนนอก และยังคงเป็นที่จับตาว่าใครจะเหมาะสมที่สุด แต่สุดท้ายก็เป็น พล.ต.ท.ชาญชัย ที่ได้รับความไว้วางใจ

การเข้ามาของ พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

การที่ พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล อดีตตำรวจมากประสบการณ์ เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั้น เป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าติดตามอย่างยิ่ง เพราะด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิตราชการตำรวจ ทำให้เขาเข้าใจปัญหาและความท้าทายต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างดี

ดังนั้น การเข้ามาของ พล.ต.ท.ชาญชัย อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัยและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น การแก้ไขปัญหาความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม การส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนอย่างเท่าเทียม รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในวงการยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นตั้งใจ ความสามารถในการบริหารจัดการ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม

ดังนั้น เราจึงต้องจับตาดูต่อไปว่า พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล จะสามารถนำพาให้กระทรวงยุติธรรมก้าวไปข้างหน้า และสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทยได้อย่างไรบ้าง

ที่มา – เปิดประวัติ “พล.ต.ท.ชาญชัย” โควตาคนนอก ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

โผ ครม.อนุทิน ยังไม่นิ่ง ดึง “ศุภจี” นั่ง รมว.พาณิชย์

การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่จบ! โผ ครม. “อนุทิน” เตรียมดึง 7 คนนอกเข้าร่วมทีม โดยมีการทาบทาม “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” CEO ดุสิตธานี มานั่งเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ และ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เป็นรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ในขณะที่ “ไผ่ ลิกค์-สัมพันธ์” หลุดจากโผคณะทำงาน ดัน “นเรศ-อามินทร์” เสียบแทน ทั้งนี้ต้องรอตรวจสอบคุณสมบัติ 7-10 วัน หากพบปัญหาต้องมีการเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าในการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทินว่า ล่าสุดในช่วงบ่าย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตอบรับที่จะเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายแล้ว โดยมีรายงานว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับนายบวรศักดิ์ด้วยตัวเอง

สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ มีการใช้รัฐมนตรี “คนนอก” ถึง 7 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม และ กระทรวงพาณิชย์ โดยมีรายชื่อดังนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็น รมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็น รมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ เป็น รมว.พลังงาน นายวรภัค ธันยาวงษ์ เป็น รมช.คลัง พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล เป็น รมว.ยุติธรรม และล่าสุดมีการทาบทาม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT มาเป็น รมว.พาณิชย์ ทั้งหมดนี้เพื่อเสริมการทำงานของ ครม. และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

โผ ครม.อนุทิน ยังไม่นิ่ง

อย่างไรก็ตาม โควตารัฐมนตรี “คนนอก” ในส่วนของกระทรวงกลาโหม ยังไม่มีความแน่นอน โดยมีชื่อของ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม และ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อยู่ในรายชื่อ แต่แหล่งข่าวระบุว่าสถานการณ์ยังไม่นิ่ง และอาจมีชื่ออื่นเพิ่มเติม

สำหรับรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยังคงเป็นชื่อของรัฐมนตรีชุดเดิมทั้งหมด โดยมีชื่อของนายไชยชนก ชิดชอบ สส. บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรค และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เพิ่มเข้ามา แต่ยังไม่มีการระบุว่าจะได้รับตำแหน่งในกระทรวงใด

ทางด้านพรรคกล้าธรรม (กธ.) ยืนยันรายชื่อตามที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ดำรงตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ นายอัครา พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายองอาจ วงษ์ประยูร สส. สระบุรี ดำรงตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ

ล่าสุดมีการปรับเปลี่ยนรายชื่อในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ 2 ตำแหน่ง โดยจากเดิมที่มีชื่อของนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส. นราธิวาส เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้เปลี่ยนเป็นน้องชาย คือ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส. นราธิวาส เนื่องจากนายสัมพันธ์ติดเงื่อนไขด้านคุณสมบัติ เช่นเดียวกับกรณีของนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส. เชียงใหม่ ที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ แทนที่นายไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร เลขาธิการพรรค เนื่องจากติดเงื่อนไขทางรัฐธรรมนูญ

ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ 2 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วยว่าการอีก 2 ตำแหน่ง ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่า นายสันติ พร้อมพัฒน์ จะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.สาธารณสุข นางตรีนุช เทียนทอง จะดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงาน นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สส. เพชรบูรณ์ จะดำรงตำแหน่ง รมช.สาธารณสุข และพล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ จะดำรงตำแหน่ง รมช.กลาโหม

จับตาโผ ครม.อนุทิน กับเก้าอี้ รมว.พาณิชย์

การเปลี่ยนแปลงใน โผ ครม.อนุทิน ยังคงเป็นที่จับตาของหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทาบทาม “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” มาดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ จะส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป แม้ว่า โผ ครม.อนุทิน จะยังไม่นิ่ง แต่การได้ผู้ที่มีความสามารถจากหลากหลายภาคส่วนเข้ามาบริหารประเทศ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป

ที่มา – โผครม.อนุทิน ยังไม่นิ่ง สะพัดดึง “ศุภจี” นั่ง รมว.พาณิชย์-“บวรศักดิ์” รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย

“นายกฯ อนุทิน” ขอบคุณ “อ.บวรศักดิ์” ร่วมรัฐบาล

เปิดเผยสไตล์ “นายกฯ อนุทิน” โพสต์ภาพขณะพูดคุย “อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” พร้อมขอบคุณ ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี

เมื่อเวลา 18.19 น. วันที่ 8 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ขอบพระคุณอาจารย์บวรศักดิ์ ที่กรุณาตอบรับมาร่วมคณะรัฐมนตรีของผมครับ #เปิดเผย #โปร่งใส #ตรงไปตรงมา” พร้อมโพสต์ภาพขณะพูดคุยกับ อ.บวรศักดิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลัง นายอนุทิน ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็เดินหน้าฟอร์มทีมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ และมีพรรคร่วมรัฐบาลรวม 146 เสียง เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ภายใต้ข้อตกลงกับพรรคประชาชนในการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีแต่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน

นายอนุทิน เปิดตัวผู้ที่จะมาร่วมงานกับ ครม.อนุทิน 1 หลายคน เปิดเผยต่อสื่อมวลชน ส่วนใหญ่เป็นรัฐมนตรีที่เป็นโควตาคนนอกในกระทรวงเศรษฐกิจ และ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ก็เป็นโควตาคนนอกอีกคนที่นายอนุทิน เข้าทาบทามเพื่อมาร่วม ครม. ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย (อ่าน : เปิดประวัติ ศ.ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ว่าที่รองนายกฯ ช่วยงานด้านกฎหมาย รบ.อนุทิน)

“นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี

หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูลได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ การเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว การดึงบุคคลากรที่มีความสามารถเข้ามาร่วมทีมถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การที่ “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี นั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับรัฐบาลในด้านกฎหมาย

การได้ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ มาร่วมงานในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ถือเป็นข่าวดีสำหรับรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากอาจารย์บวรศักดิ์เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านกฎหมายอย่างสูง การเข้ามาช่วยงานของท่าน น่าจะช่วยให้การดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย

อนาคตของรัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯ อนุทิน”

แน่นอนว่าการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยย่อมมีความท้าทายรออยู่ข้างหน้า แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความสามารถของ “นายกฯ อนุทิน” และทีมงาน รวมถึงการได้บุคคลากรมากความสามารถอย่าง อ.บวรศักดิ์ มาร่วมทีม ทำให้หลายฝ่ายเชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถบริหารประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไปได้

การที่ “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีไปยังประชาชนว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการทำงานอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากรัฐบาล

นอกจากนี้ การที่ “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี ยังแสดงให้เห็นถึงความเคารพและความชื่นชมที่นายกรัฐมนตรีมีต่ออาจารย์บวรศักดิ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ร่วมงาน และจะนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพต่อไป

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความซับซ้อน การมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอย่าง อ.บวรศักดิ์ เข้ามาช่วยงานรัฐบาล จะช่วยให้รัฐบาลสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

การที่รัฐบาลเสียงข้างน้อยจะสามารถบริหารประเทศได้อย่างราบรื่นนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

การตัดสินใจของ อ.บวรศักดิ์ ที่จะเข้ามาร่วมงานกับรัฐบาล “นายกฯ อนุทิน” ถือเป็นการเสียสละอย่างยิ่ง เพราะท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง การที่ท่านตัดสินใจเข้ามาช่วยงานรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงความรักชาติและความปรารถนาดีต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

การเมืองไทยในยุคปัจจุบันต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถในการบริหารจัดการ และมีความจริงใจต่อประชาชน “นายกฯ อนุทิน” และทีมงานของท่านจะต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าพวกเขามีคุณสมบัติเหล่านี้ และสามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

การจัดตั้งรัฐบาลเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำงานที่แท้จริง รัฐบาลจะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง การทำงานอย่างหนักและความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้รัฐบาลชุดนี้ประสบความสำเร็จ

การที่ “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี เป็นเพียงก้าวแรกของการสร้างรัฐบาลที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ เราหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น และนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” ขอบพระคุณ “อ.บวรศักดิ์” ตอบรับร่วมคณะรัฐมนตรี

ประวัติ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ว่าที่ รมว.พาณิชย์

เปิดประวัติ “แต๋ม ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ใน ครม.อนุทิน 1 เจ้าตัวตอบรับการทาบทาม สาวเก่งที่ทั้งตำแหน่งและผลงานเพียบ

วันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ยังมีการขยับปรับเปลี่ยนกันอยู่ แม้นายอนุทิน จะให้สัมภาษณ์ว่าโผ ครม. เสร็จแล้วกว่า 99%

ล่าสุดโผ ครม.อนุทิน 1 มีชื่อของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ถูกทาบทามมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในโควตาคนนอก ซึ่งนางศุภจี ยอมรับว่าถูกทาบทามจริง และได้ตอบรับการทาบทามนี้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าที่กระทรวงพาณิชย์ มีรายงานว่า นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวลาข้าราชการในกระทรวงแล้ว

ประวัติ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์”

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ชื่อเล่น แต๋ม กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา ระดับปริญญาตรีสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการเงินและการบัญชีต่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทรอป สหรัฐอเมริกา

คุณวุฒิการศึกษาและการอบรม

  • ปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน และการบัญชีต่างประเทศ มหาวิทยาลัย Northrop มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ปริญญาตรีสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • Director Certification Program รุ่น 89/2007
  • Advanced Audit Committee Program รุ่น 23/2016 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
  • หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง รุ่น 16/2556 สถาบันวิทยาการตลาดทุน
  • หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรม ระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่น 19 วิทยาลัยการยุติธรรม
  • หลักสูตรนักบริหารระดับสูง “ธรรมศาสตร์ เพื่อสังคม” (นมธ.) รุ่น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประสบการณ์ทำงานของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์

นางศุภจี เคยทำงานที่ไอบีเอ็ม (IBM) มานานกว่า 20 ปี และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัทในประเทศไทย ต่อมาเป็นผู้จัดการทั่วไปของแผนกบริการเทคโนโลยีระดับโลกของไอบีเอ็มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และย้ายไปดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไทยคม ในปี 2554

ต่อมาในปี 2559 ได้รับแต่งตั้งเป็นซีอีโอของดุสิต อินเตอร์เนชันแนล ต่อจากท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย และชนินทธ์ โทนะวานิก และยังเป็นกรรมการอิสระของธนาคารกสิกรไทยด้วย นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งอีกมากมาย คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ถือเป็นบุคคลที่มีความสามารถและประสบการณ์หลากหลาย

2567 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต เอสเตท

2565 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. บองชู / บ. พอร์ต รอยัล / BAKEIP Limited/ Baujour International Co Limited

2565 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. บองชูร์ เบเกอรี่ เอเชีย

2565 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. สวนลุม พร็อพเพอร์ตี้

2564 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. เดอะ คุ๊กกิ้ง แคปิตอล แบงคอก

2564 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. เดอะ ฟู้ดเอ็ดดูเคชั่น แบงคอก

2563 – ปัจจุบัน กรรมการการลงทุน บมจ. ดุสิตธานี

2562 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต เรียล ฟู้ดส์

2562 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์ รีท

2562 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. เอ็บเพอคิวร์ เคเทอริ่ง

2561 – ปัจจุบัน กรรมการ Dusit Fudu Hotel Management (Shanghai) Co., Ltd.

2561 – ปัจจุบัน กรรมการ LVM Holdings Pte Ltd.

2561 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต กาสโทร

2561 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต ฟู้ดส์

2560 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. อาศัย โฮลดิ้งส์

2560 – ปัจจุบัน กรรมการ D&J Co., Ltd.

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ / กรรมการบริหาร บ. วิมานสุริยา

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต แมนเนจเม้นท์

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ บ. ดุสิต ไชน่า แคปปิตอล

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ DMS Property Investment Pvt. Ltd.

2559 – ปัจจุบัน กรรมการ Dusit Overseas Co., Ltd. / Dusit Thani Philippines, Inc.

2559 – ปัจจุบัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม / กรรมการบริหาร บมจ. ดุสิตธานี

2558 – ปัจจุบัน กรรมการ บมจ. ดุสิต ไทยพร็อพเพอร์ตี้ส์

2558 – ปัจจุบัน กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยาลัยดุสิตธานี

2558 – ปัจจุบัน กรรมการ บมจ. ดุสิตธานี

2567 – ปัจจุบัน กรรมการตรวจสอบ บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง

2564 – ปัจจุบัน กรรมการอิสระ บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง

2565 – ปัจจุบัน กรรมการกลั่นกรองสินเชื่อและการลงทุน บมจ. ธนาคารกสิกรไทย

2563 – ปัจจุบัน กรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดอัตราค่าตอบแทน บมจ. ธนาคารกสิกรไทย

2561 – ปัจจุบัน กรรมการกำกับความเสี่ยง บมจ. ธนาคารกสิกรไทย

2558 – 2567 กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย

2568 – ปัจจุบัน Member The Hong Kong Polytechnic University

2567 – ปัจจุบัน กรรมการ Thammasat Global Advisory Board มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

2567 – ปัจจุบัน กรรมการ มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์

2563 – ปัจจุบัน กรรมการ ในคณะกรรมการที่ปรึกษา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2563 – ปัจจุบัน อนุกรรมการ คณะอนุกรรมการด้านการสร้างและพัฒนาบัณฑิต

2563 – ปัจจุบัน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

2562 – ปัจจุบัน กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

2557 – ปัจจุบัน กรรมการอำนวยการ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย

2563 – 2567 ประธานคณะอนุกรรมการเรื่อง Digital Literacy คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

2563 – 2567 กรรมการ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

2561 – 2563 กรรมการ บมจ. เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์

2559 – 2566 Member of the International Advisory Board Ecole Hôtelière de Lausanne

2559 – 2562 กรรมการ บ. พระราม 4 เดเวลอปเม้นท์

2559 – 2562 กรรมการ บ. สวนลุม พร็อพเพอร์ตี้

2559 – 2565 กรรมการ บ. เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต

2559 – 2565 กรรมการ Dusit Hospitality Education Philippines Inc.

2558 – 2567 กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ถือเป็นความท้าทายใหม่ที่น่าจับตามอง ด้วยประสบการณ์และความสามารถที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน เชื่อมั่นว่าเธอจะสามารถนำพาภาคการค้าของไทยให้เติบโตและก้าวหน้าต่อไปได้

ที่มา – ประวัติ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” เซอร์ไพรส์มีชื่อนั่ง รมว.พาณิชย์ ใน ครม.อนุทิน 1

โผ ครม.อนุทิน: ภูมิใจไทยชี้ เป็นไปตามข่าว

โผ ครม. อนุทิน ยังไม่นิ่ง แกนนำพรรคภูมิใจไทยบอก เป็นไปตามข่าว ขณะที่คนการเมืองยังแห่ส่งดอกไม้ แสดงความยินดีนายกฯ คนที่ 32

วันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทย ตลอดช่วงบ่ายวันนี้ ยังมีการนำแจกันดอกไม้และช่อดอกไม้ส่งมาเพื่อแสดงความยินดี กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อาทิ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง ที่ส่งแจกันดอกไม้พร้อมการ์ดระบุข้อความขอแสดงความยินดี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 รวมถึงนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดี

ขณะที่นายอนุทิน ยังเก็บตัวเงียบ ไม่ได้เดินทางมาที่พรรคภูมิใจไทย โดยมีรายงานว่า จะกำลังจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้ลงตัว เพราะยังมีบางตำแหน่งที่จะต้องขยับ

ทั้งนี้เวลา 16:15 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ และนายทรงศักดิ์ ทองศรี 2 แกนนำของพรรคภูมิใจไทยได้เดินทางออกจากพรรค ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ขณะนี้รายชื่อคณะรัฐมนตรียังไม่นิ่งใช่หรือไม่ ซึ่งนายทรงศักดิ์ ระบุเพียงว่า ก็เป็นไปตามข่าว ส่วนนายพิพัฒน์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ ก่อนจะขึ้นรถกลับออกไป

โผ ครม. อนุทิน: ความเคลื่อนไหวล่าสุด

สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ยังคงมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น แม้ว่าจะมีกระแสข่าวและการคาดการณ์ต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ความชัดเจนสุดท้ายยังคงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้มีอำนาจตัดสินใจ

พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลที่สำคัญ กำลังได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลใหม่ การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจึงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจอย่างมาก

แกนนำภูมิใจไทยกล่าวถึง โผ ครม. อนุทิน อย่างไร?

ล่าสุด แกนนำของพรรคภูมิใจไทยได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าของการจัดทำโผ ครม. อนุทิน โดยระบุว่า ข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏในข่าวเป็นไปตามนั้น ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในโผ ครม. อนุทิน

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังคงเก็บตัวเงียบและไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้เกิดความสงสัยและความไม่แน่นอนในแวดวงการเมืองมากยิ่งขึ้น

การที่นายอนุทินยังคงเก็บตัวเงียบ อาจเป็นเพราะกำลังพิจารณาและจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรืออาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาต่อรองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ ความชัดเจนในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี และการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงทิศทางและนโยบายของรัฐบาลในอนาคตอันใกล้นี้

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์และสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตประจำวันของเราได้

ถึงแม้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลและโผ ครม. อนุทิน จะเป็นเรื่องของการเมือง แต่ก็มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ดังนั้น เราในฐานะประชาชนคนไทย ควรให้ความสนใจและติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เข้าใจถึงทิศทางและอนาคตของประเทศ

ที่มา – แกนนำภูมิใจไทย ชี้ โผ ครม. อนุทิน เป็นไปตามข่าว นายกฯ ยังเก็บตัวเงียบเร่งจัดสรรให้ลงตัว

Scroll to top