โผครมอนุทิน

พปชร. มอบ “บิ๊กป้อม” เคาะ 4 รมต. สาธารณสุข-แรงงาน

“สันติ” เผย มติ กก.บห.พรรคพลังประชารัฐ มอบ “บิ๊กป้อม” เคาะชื่อ 4 รมต. ส่ง “นายกฯ อนุทิน” คอนเฟิร์มได้ รมว.สาธารณสุข-รมว.แรงงาน กับ 2 รมช. อารมณ์ดีนั่ง 4 เดือน เพื่อต่อยอด 4 ปี

วันที่ 8 กันยายน 2568 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อขอมติส่งรายชื่อรัฐมนตรี ในโควตา 4 เก้าอี้ 2 รัฐมนตรีว่าการ (รมว.) 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.) โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรค ไม่ได้เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมแต่อย่างใด แต่มอบหมายให้ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค เป็นประธานการประชุมแทน

ทั้งนี้ นายสันติ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า พล.อ.ประวิตร มอบหมายให้ตนมาเป็นประธานการประชุมแทน ซึ่งตนไม่ทราบถึงสาเหตุที่ พล.อ.ประวิตร ไม่เดินทางมาประชุมในวันนี้ เมื่อถามว่าที่ประชุมจะเคาะรายชื่อรัฐมนตรีในส่วนพรรคพลังประชารัฐเลยหรือไม่ รวมไปถึงตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ที่นิ่งแล้วใช่หรือไม่ นายสันติ ยิ้มก่อนกล่าวว่า ขอคุยกันก่อนแล้วเดี๋ยวจะลงมา

เมื่อถามถึงสาเหตุที่ พล.อ.ประวิตร ประกาศไม่รับตำแหน่งในรัฐบาลเป็นเพราะน้อยใจอะไรหรือไม่ นายสันติ ระบุว่า ตนยังไม่เห็น ส่วนคำถามว่า พล.อ.ประวิตร จะวางมือทางการเมืองใช่หรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า ไม่หรอก ผู้สื่อข่าวถามต่อ สัดส่วนของ รมว.กลาโหม ยังเป็นของพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ นายสันติ ตอบว่า ตนไม่รู้ ต้องพูดคุยกันก่อน ซึ่งในช่วงท้าย ผู้สื่อข่าวได้ถามกระเซ้าว่า แต่ตำแหน่งของนายสันตินิ่งแล้วใช่หรือไม่ในส่วนของ รมว.สาธารณสุข นายสันติ ยิ้มแต่ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนขึ้นห้องประชุม

ต่อมาภายหลังการประชุม นายสันติ แถลงว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้จัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้แก่พรรคพลังประชารัฐ 4 ตำแหน่ง คือ 2 รมว. 2 รมช. โดย 2 รมว. ที่ได้รับแจ้งมาคือ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงแรงงาน ส่วน รมช. 2 ตำแหน่ง ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติมอบให้ พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรค เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะมอบให้บุคลากรของพรรคที่เป็น สส. หรือผู้ที่มีความเหมาะสมเข้าไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในนามพรรคพลังประชารัฐ

ทางด้านคำถามว่าจากโผ ครม.อนุทิน 1 ก่อนหน้านี้ พรรคพลังประชารัฐได้ 2 รมว. คือ รมว.สาธารณสุข และรมว.แรงงาน เคาะแล้วใช่หรือไม่ นายสันติ ย้ำว่า ที่ประชุมมอบให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้ดูว่าใครเหมาะสมและให้ดำเนินการตามนั้น ส่วนจะมีการควบรองนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เป็นรายละเอียดปลีกย่อย ส่วนจะต้องส่งรายชื่อในวันนี้หรือไม่ หัวหน้าพรรคกำลังเร่งพิจารณา โดยกำลังจะไปคุยกับหัวหน้าพรรคเพื่อให้อนุมัติรายชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

ในส่วนของกระทรวงกลาโหมยังเป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า ไม่อยากจะพูดถึง เพราะเป็นกระทรวงความมั่นคง เป็นกระทรวงที่ขณะนี้บ้านเมืองกำลังต้องการศักยภาพสูงสุด เพราะฉะนั้นรัฐบาลคงจะพิจารณา เมื่อถามย้ำว่าเป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หรือไม่ว่าจะส่งใคร นายสันติ กล่าวว่า ไม่รู้ๆๆ จากนั้นผู้สื่อข่าวถามแทรกขึ้นว่า พูดคำว่าไม่รู้เหมือนกับ พล.อ.ประวิตร นายสันติ ตอบว่า เราไม่รู้จริงๆ ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งได้รับโปรดเกล้าฯ มาเป็นผู้ดู เราจะไปพูดแทนเขามันก็คงจะลำบาก

สำหรับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงแรงงาน เป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า เขาแจ้งมาแล้ว ส่วน รมช.อีก 2 ตำแหน่ง อยู่ที่หัวหน้าพรรค ซึ่งคงต้องคุยกัน เพราะ ครม. ถ้าเป็นหลายพรรคมาเป็นรัฐบาล ใครจะกำหนดมันก็ทับซ้อนกันเป็นเรื่องปกติ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลชุดนี้มีแค่ 146 เสียง ตำแหน่งเหลือเยอะ ไม่น่ามีปัญหา นายสันติ ตอบว่า หัวใจทุกคนก็เป็นตัวของตัวเองทั้งนั้น ใครๆ ก็อยากจะทำให้พรรคตัวเองมีพลัง ส่วนคำถามย้ำว่าเป็นพลัง 4 เดือน เพื่อจะไปต่ออีก 4 ปีข้างหน้าใช่หรือไม่ นายสันติ ไม่ตอบแต่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี.

พปชร. มอบ “บิ๊กป้อม” เคาะชื่อ 4 รมต.ส่งนายกฯ คอนเฟิร์มได้สาธารณสุข-แรงงาน

จากสถานการณ์ทางการเมืองล่าสุด พรรคพลังประชารัฐได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้พิจารณาและตัดสินใจในเรื่องของการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีภายในพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงแรงงาน การตัดสินใจนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทางและนโยบายของพรรคในอนาคตอันใกล้

ความสำคัญของการตัดสินใจเรื่อง รมต.สาธารณสุข-แรงงาน

การตัดสินใจเกี่ยวกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาประเทศในด้านสาธารณสุขและการจ้างงาน ซึ่งเป็นสองปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวม การเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

ผลกระทบของการตัดสินใจครั้งนี้จะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ภายในพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของรัฐบาลผสมในภาพรวมอีกด้วย การที่พรรคพลังประชารัฐสามารถจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีได้อย่างลงตัวและเป็นที่ยอมรับ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความสามัคคีภายในรัฐบาลได้

สำหรับประชาชน การตัดสินใจของ พปชร. มอบ “บิ๊กป้อม” เคาะชื่อ 4 รมต.ส่งนายกฯ คอนเฟิร์มได้สาธารณสุข-แรงงาน นี้มีความหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในนโยบายด้านสาธารณสุขและการจ้างงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของพวกเขาโดยตรง การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าใจและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การที่พรรคพลังประชารัฐให้ความสำคัญกับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงแรงงานยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศในด้านเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากรัฐบาลและพรรคการเมืองต่างๆ การพิจารณาและตัดสินใจของ พปชร. มอบ “บิ๊กป้อม” เคาะชื่อ 4 รมต.ส่งนายกฯ คอนเฟิร์มได้สาธารณสุข-แรงงาน จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

การที่พรรคพลังประชารัฐมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้ดำเนินการตัดสินใจในเรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่พรรคมีต่อผู้นำของตน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากประสบการณ์และความสามารถในการบริหารจัดการที่ พล.อ.ประวิตร ได้แสดงให้เห็นมาแล้วในอดีต อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ก็อาจมีความท้าทายและความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ผลลัพธ์สุดท้ายเป็นไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

การเมืองไทยในปัจจุบันมีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การตัดสินใจของแต่ละพรรคการเมืองจึงต้องพิจารณาถึงบริบทและปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน พปชร. มอบ “บิ๊กป้อม” เคาะชื่อ 4 รมต.ส่งนายกฯ คอนเฟิร์มได้สาธารณสุข-แรงงาน เป็นเพียงหนึ่งในหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการเมืองไทย ซึ่งแต่ละเหตุการณ์ล้วนมีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับประชาชนทุกคน เพื่อให้สามารถเข้าใจและมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของประเทศในอนาคต การมีส่วนร่วมของประชาชนอาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น การแสดงความคิดเห็น การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หรือการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองต่างๆ ที่เหมาะสม

โดยสรุปแล้ว การตัดสินใจของพรรคพลังประชารัฐในการมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้พิจารณาและตัดสินใจในเรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงแรงงานเป็นสิ่งที่น่าจับตามองและมีผลกระทบต่อหลายฝ่าย การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับประชาชนทุกคน

การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของพรรคและประเทศในอนาคตอันใกล้ ดังนั้น การพิจารณาและตัดสินใจอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

การวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมและการเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้ามารับตำแหน่งจะช่วยให้พรรคสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้

ที่มา – มติ พปชร. มอบ “บิ๊กป้อม” เคาะชื่อ 4 รมต.ส่งนายกฯ คอนเฟิร์มได้สาธารณสุข-แรงงาน

“นายกฯ อนุทิน” เก็บตัว: พีระพันธุ์-ณัฐพงษ์ ส่งดอกไม้แสดงความยินดี

“นายกฯ อนุทิน” เก็บตัวยังไม่เข้าพรรคภูมิใจไทย “พีระพันธุ์“ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ “ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ส่งดอกไม้แสดงความยินดี เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวันนี้

วันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากพรรคภูมิใจไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีชื่อเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพรรคพร้อมเอกสารซองน้ำตาล เมื่อถามว่ายื่นประวัติเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้วหรือไม่ นายภราดร ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่ยิ้มและเดินขึ้นไปชั้นบนทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไม่ได้เดินทางมาที่ทำการพรรค แต่มีรายงานข่าวว่าอาจจะเดินทางเข้าเซฟเฮ้าส์เพื่อดูความเรียบร้อยของการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากเมื่อวานนี้ (7 กันยายน 2568) นายอนุทิน บอกว่าจัดเสร็จแล้วกว่า 99.9725%

ขณะที่เวลา 10.40 น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ให้ นายสยาม บางกุลธรรม รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ นำแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดีกับนายอนุทิน พร้อมเปิดเผยว่า หัวหน้าพรรคสบายดี ไม่ได้ฝากบอกอะไรมา ส่วน นายสุชาติ ชมกลิ่น และนายธนกร วังบุญคงชนะ ได้ลาออกจาก สส. และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และส่งหนังสือถึงพรรคแล้ว หลังจากนี้พรรคจะมีการประชุมกันอีกครั้ง สำหรับบัตรอวยพรที่มาพร้อมดอกไม้เขียนด้วยลายมือ ของนายพีระพันธุ์ ว่า “ขอแสดงความยินดีในโอกาสที่ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีครับ”

นอกจากนี้เวลา 11.00น. นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด นำแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดีให้แก่นายอนุทิน ต่อมาเวลา 11.40 น. ตามมาด้วยแจกันดอกไม้ของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน.

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ “นายกฯ อนุทิน” เก็บตัวยังไม่เข้าพรรค “พีระพันธุ์-ณัฐพงษ์” ส่งดอกไม้แสดงความยินดี แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนและความสัมพันธ์อันดีจากพรรคร่วมรัฐบาลและภาคธุรกิจต่างๆ การที่นายอนุทินเลือกที่จะ “เก็บตัว” เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งรัฐบาล สะท้อนให้เห็นถึงความรอบคอบและความมุ่งมั่นในการบริหารประเทศ

การที่ “นายกฯ อนุทิน” เก็บตัวยังไม่เข้าพรรค “พีระพันธุ์-ณัฐพงษ์” ส่งดอกไม้แสดงความยินดี นั้นเป็นสัญญาณที่ดีของการเริ่มต้นรัฐบาลใหม่ที่มาจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน

“นายกฯ อนุทิน” เก็บตัวยังไม่เข้าพรรค “พีระพันธุ์-ณัฐพงษ์” ส่งดอกไม้แสดงความยินดี

การที่นายภราดร ปริศนานันทกุล เดินทางเข้าพรรคเพื่อยื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีก็เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง

ทำไมนายกฯ อนุทินถึงเลือกที่จะเก็บตัว?

มีหลายเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีอาจเลือกที่จะเก็บตัวในช่วงนี้ หนึ่งในนั้นอาจเป็นการต้องการสมาธิในการพิจารณาและจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้เหมาะสมกับความสามารถและความเชี่ยวชาญของแต่ละบุคคล การตัดสินใจที่รอบคอบในขั้นตอนนี้จะส่งผลดีต่อการดำเนินงานของรัฐบาลในระยะยาว

นอกจากนี้ การที่ “นายกฯ อนุทิน” เก็บตัวยังไม่เข้าพรรค “พีระพันธุ์-ณัฐพงษ์” ส่งดอกไม้แสดงความยินดี ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อกระบวนการและธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมือง การรอคอยความชัดเจนและความพร้อมก่อนที่จะปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ

การที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส่งดอกไม้แสดงความยินดีนั้น แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ และความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ

การเมืองไทยในขณะนี้เต็มไปด้วยความท้าทายและความคาดหวัง การที่นายอนุทินได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคง

การจัดตั้งรัฐบาลใหม่และการกำหนดนโยบายที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน และการรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

จับตาดูการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และติดตามนโยบายสำคัญที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – “นายกฯ หนู” เก็บตัวยังไม่เข้าพรรค “พีระพันธุ์-ณัฐพงษ์” ส่งดอกไม้แสดงความยินดี

บิ๊กป้อมไม่รับตำแหน่งใน ครม.อนุทิน 1

พล.อ.ประวิตร ลั่นไม่ขอรับตำแหน่งใน “ครม.อนุทิน 1” ขอหนุนอยู่เบื้องหลัง พร้อมใช้ความรู้ความสามารถสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับกระแสข่าวการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยยืนยันว่า ตนเองมีความตั้งใจที่จะสนับสนุนรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทินให้สามารถทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลา 4 เดือนที่เหลือก่อนการยุบสภา โดยปราศจากการต่อรองหรือเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น พล.อ.ประวิตร ยังประกาศอย่างชัดเจนว่า จะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาลชุดนี้ รวมถึงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตามที่มีข่าวปรากฏ

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีสามารถสรรหาบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่แก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และดูแลรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการต่อรองทางการเมืองใดๆ โดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

“ผมยินดีที่จะสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง และพร้อมใช้ความรู้ ประสบการณ์และเครือข่ายระหว่างประเทศด้านความมั่นคงของผมที่มีถ้าสามารถจะเป็นประโยชน์ได้ไม่ว่าในด้านใดก็ตาม และต้องการที่จะเห็นประเทศชาติของเราเดินหน้าสู่การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังโดยเร็ว” พล.อ.ประวิตรกล่าว

บิ๊กป้อมไม่รับตำแหน่งใน ครม.อนุทิน 1

การประกาศดังกล่าวของพล.อ.ประวิตร ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง และความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยไม่หวังผลตอบแทนส่วนตัว แต่ต้องการเห็นประเทศชาติเดินหน้าไปข้างหน้า และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่

อะไรคือเหตุผลที่ บิ๊กป้อมไม่รับตำแหน่งใน ครม.อนุทิน 1?

เหตุผลหลักที่ พล.อ.ประวิตร ไม่ขอรับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่คือการต้องการเปิดทางให้มีการสรรหาบุคคลที่เหมาะสมและมีความสามารถเข้ามาบริหารประเทศอย่างเต็มที่ โดยปราศจากข้อกังวลทางการเมืองใดๆ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

  • ต้องการสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่: พล.อ.ประวิตร ต้องการสนับสนุนรัฐบาลให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีข้อผูกมัดหรือการต่อรองใดๆ
  • เปิดทางให้คนรุ่นใหม่: การไม่รับตำแหน่งเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ
  • ใช้ประสบการณ์สนับสนุนเบื้องหลัง: พล.อ.ประวิตร พร้อมใช้ประสบการณ์และเครือข่ายที่มีอยู่สนับสนุนรัฐบาลจากเบื้องหลัง

การตัดสินใจของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ และความต้องการที่จะเห็นประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง ถึงแม้จะไม่ได้รับตำแหน่งใดๆ ในคณะรัฐมนตรี แต่ก็พร้อมที่จะสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือในทุกๆ ด้านเท่าที่จะทำได้ นี่อาจเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทย ที่เน้นการทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ การที่ บิ๊กป้อมไม่รับตำแหน่งใน ครม.อนุทิน 1 จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความตั้งใจที่จะสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะใช้ประสบการณ์และความรู้ความสามารถที่มีอยู่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

แม้ว่า พล.อ.ประวิตร จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งในรัฐบาล แต่การสนับสนุนและความช่วยเหลือจากประสบการณ์ของท่าน จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน

ที่มา – “บิ๊กป้อม” ปัดต่อรอง ลั่นไม่ขอรับตำแหน่งใน “ครม.อนุทิน 1” ขอหนุนอยู่เบื้องหลัง

ประวัติ นิธิยา บุญญามณี ว่าที่ รมช.พาณิชย์

เปิดประวัติ “นิธิยา บุญญามณี” ลูกสาว “นิพนธ์” เตรียมนั่งเก้าอี้ รมช.พาณิชย์ ภายใต้ “รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ คนที่ 32

วันที่ 7 ก.ย. 68 มีรายงานความคืบหน้า กรณีการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง ซึ่งในครั้งนี้มีรายชื่อ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ที่คาดว่าจะได้นั่งตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ซึ่งเป็นที่จับตามอง เนื่องจาก น.ส.นิธิยา บุญญามณี เป็นลูกสาวของ นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย

การเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญในการสานต่อนโยบายและผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ประวัติ นิธิยา บุญญามณี

น.ส.นิธิยา บุญญามณี อายุ 37 ปี เป็นบุตรสาวของ นายนิพนธ์ บุญญามณี และ นางกัลยา บุญญามณี

ประวัติการศึกษา

  • ปริญญาตรี นักเรียนทุน คณะเศรษฐศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) เกียรตินิยมอันดับ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ปริญญาโท Master of Business Administration (Executive) สถาบันบัณฑิตธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เส้นทางสู่ รมช.พาณิชย์: ประวัติการทำงานของ นิธิยา บุญญามณี

ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง น.ส.นิธิยา บุญญามณี มีประสบการณ์การทำงานในภาคธุรกิจมาอย่างหลากหลาย ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เธอมีความเข้าใจในกลไกตลาดและความต้องการของผู้ประกอบการ

ประวัติการทำงาน

  • ปี 2553-2555: ตำแหน่ง นักวิเคราะห์ข้อมูล Data Analyst บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ที่นี่เองที่เธอได้เรียนรู้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการนำข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจ
  • ปี 2556-2568: ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู้ด จำกัด บทบาทนี้ทำให้เธอต้องรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร การวางแผนกลยุทธ์ และการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต
  • ปี 2556-2568: กรรมการบริหาร บริษัท สมิหลา โคลด์ สโตเรจ จำกัด ประสบการณ์ในธุรกิจห้องเย็นช่วยให้เธอมีความเข้าใจในระบบโลจิสติกส์และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน

ด้วยประสบการณ์และความรู้ที่สั่งสมมา น.ส.นิธิยา บุญญามณี จึงมีความพร้อมที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

การได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ นับเป็นโอกาสอันดีที่ น.ส.นิธิยา บุญญามณี จะได้นำความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มีมาใช้ในการพัฒนาและส่งเสริมการค้าทั้งในและต่างประเทศ การสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการไทย และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก

สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือ นโยบายและแนวทางการทำงานของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ในการขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์ให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนชาวไทย

ที่มา – ประวัติ “นิธิยา บุญญามณี” ลูกสาว “นิพนธ์” จ่อนั่งเก้าอี้ รมช.พาณิชย์

“อนุทิน” เผยพรุ่งนี้ ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

“อนุทิน” เผยพรุ่งนี้ ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย “เศรษฐา” ส่งแจกันดอกไม้ร่วมยินดี

“นายกฯ หนู” เผย พรุ่งนี้จะทำเอกสาร “ครม.อนุทิน 1” ให้เรียบร้อย ไม่ได้เข้าพรรคภูมิใจไทย ด้าน “เศรษฐา” ส่งแจกันดอกไม้แสดงความยินดี

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 7 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยสั้นๆ ว่า วันพรุ่งนี้ (8 กันยายน 2568) จะทำเอกสารเรื่องคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เรียบร้อย และอาจจะไม่ได้เดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ก่อนจะเดินต่อไปยังร้านจานิสตาร์ ร้านกาแฟของ จ๋า ธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรี และบอกว่า “ยังไม่ได้กินข้าว ขอไปกินข้าวก่อน”

ต่อมาเวลา 16.45 น. นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และ พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ภรรยา ได้ส่งแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดีให้กับ นายอนุทิน ในการเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ด้วย

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่นายอนุทินออกมาเปิดเผยว่าจะทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อยในวันพรุ่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงในการที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า

นอกจากนี้ การที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ส่งแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดีกับนายอนุทิน ถือเป็นภาพที่น่าประทับใจ และแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมือง แม้จะต่างพรรคต่างขั้ว แต่ก็สามารถร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติบ้านเมืองได้

การทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเริ่มต้นการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ การแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งต่างๆ ในคณะรัฐมนตรี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เข้าใจถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ และสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองได้อย่างมีวิจารณญาณ การที่รัฐบาลชุดใหม่สามารถทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อยได้อย่างรวดเร็ว จะเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการทำงาน และความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่

อนุทินเร่ง ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

การที่นายอนุทิน เร่งดำเนินการเรื่องเอกสาร ครม. แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และความเข้าใจถึงความสำคัญของการมีคณะรัฐมนตรีที่พร้อมทำงานโดยเร็วที่สุด การที่อดีตนายกฯ เศรษฐาส่งดอกไม้มาแสดงความยินดีก็เป็นภาพที่สวยงามของการเมืองไทย

ความสำคัญของการทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

  • การเริ่มต้นการทำงานของรัฐบาลใหม่
  • การแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสม
  • ความเชื่อมั่นของประชาชน

การทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อยไม่ใช่แค่เรื่องของขั้นตอนทางธุรการ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและการเตรียมพร้อมที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ

การเมืองไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ก็มีโอกาสที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ การที่นายอนุทินและนายเศรษฐาส่งสัญญาณที่ดีออกมาเช่นนี้ ก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าอนาคตของการเมืองไทยจะเป็นไปในทิศทางใด

ที่มา – นายกฯ เผย พรุ่งนี้ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย “เศรษฐา” ส่งแจกันดอกไม้ร่วมยินดี

7 เรื่องที่สุดในโผครม.อนุทิน พร้อมประวัติย่อ

โผครม.อนุทินที่ใกล้ลงตัว และถูกเผยแพร่ออกมาในช่วงนี้ จากการดูรายชื่อบุคคลที่ติดโผครม.อนุทิน ที่หลายคนคอนเฟิร์มแล้วนั้น มีข้อมูลน่าสนใจที่สามารถสรุปได้ ณ วันที่ 7 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นวันที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย เป็น 7 เรื่องที่สุดในโผครม.อนุทิน และสรุปประวัติโดยย่อ ดังนี้

1. รัฐมนตรีในโผครม.อนุทิน ที่อยู่ในวงการการเมืองนานที่สุด

ในโผครม.อนุทิน ผู้ที่เล่นการเมืองนานที่สุด คือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ อายุ 73 ปี ที่มีโผ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยนายสันติอยู่ในสนามการเมืองตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบันปี 2568 รวมแล้วถึง 31 ปี

ส่วคนที่อยู่ในสนามการเมืองนานเป็นอันดับ 2 คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล อายุ 59 ปี นายกรัฐมนตรี ที่เริ่มต้นเส้นทางการเมือง เมื่อปี 2539 รวมอยู่ในเส้นทางการเมือง 29 ปี

2. รัฐมนตรีที่เคยได้ตำแหน่งรมต.บ่อยที่สุด

นายสันติ พร้อมพัฒน์ ที่อยู่ในสนามการเมืองมานานที่สุดตั้งแต่ปี 2537 เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาแล้วประมาณ 8 ครั้ง ในคณะรัฐมนตรีมาแล้วหลายรัฐบาล ดังนี้

สันติ พร้อมพัฒน์ ติดโผเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
สันติ พร้อมพัฒน์ ติดโผเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • กระทรวงการคลัง 3 ครั้ง : ช่วงรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 10 กรกฎาคม 2562 – 1 กันยายน 2566 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 2 ครั้งคือ 21 กรกฎาคม 2563 – 4 สิงหาคม 2563 , 1 กันยายน 2563 – 30 กันยายน 2563
  • กระทรวงสาธารณสุข 1 ครั้ง : รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน 1 กันยายน 2566 – 3 กันยายน 2567 หากในครม.อนุทินไม่พลิกโผ นายสันติ ก็จะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง
  • กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2 ครั้ง : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ช่วงแรก 9 สิงหาคม 2554 – 30 มิถุนายน 2556 และ 30 มิถุนายน 2556 – 7 พฤษภาคม 2557
  • กระทรวงคมนาคม 1 ครั้ง : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ช่วง 6 กุมภาพันธ์ 2551 – 2 ธันวาคม 2551
  • สำนักนายกรัฐมนตรี 1 ครั้ง : รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ช่วงวันที่ 30 มิถุนายน 2556 – 7 พฤษภาคม 2557

4. รัฐมนตรีที่อายุมากที่สุดในโผครม.อนุทิน

นายสันติ พร้อมพัฒน์ นอกจากเคยเป็นรัฐมนตรีมาบ่อยที่สุดในโผครม.อนุทินแล้ว ยังนับเป็นนักการเมืองที่อายุมากที่สุด ด้วยวัย 73 ปี โดยนายสันติ เกิดเมื่อ 1 มกราคม 2495 อาชีพเดิม เป็นนักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และลงเล่นการเมืองครั้งแรกเมื่อปี 2537 และเป็นสส.สมัยแรกปี 2538 ในสังกัดพรรคความหวังใหม่ ที่ก่อตั้งโดยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ

5. นักการเมืองอายุน้อยที่สุด ติดโผเป็นรัฐมนตรีครั้งแรก

นายไชยชนก ชิดชอบ อายุ 36 ปี ติดโผเป็นรัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายไชยชนก เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของครอบครัวนักการเมืองโดยแท้ ในตระกูล ชิดชอบ คือเป็นหลานของปู่ชัย และลูกชายคนโตของพ่อเนวิน – กรุณา ชิดชอบ

ไชยชนก ชิดชอบ ติดโผเป็นรัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ไชยชนก ชิดชอบ ติดโผเป็นรัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • มีประสบการณ์ทำงานเป็น รองผู้อำนวยการสายงานการตลาดและการสื่อสาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด และ ผู้ก่อตั้งทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ตส์
  • นายไชยชนก ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. บุรีรัมย์ เขต 2 สังกัดพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566
  • นายไชยชนกแสดงบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2566 ว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 161,625,029 บาท และหนี้สิน 19,934 บาท

6. รัฐมนตรีที่ร่ำรวยสุด จากการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช.

โผครม.อนุทินที่มีทรัพย์สินความมั่งคั่งที่สุด ก็คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย

จากการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ล่าสุดเมื่อครั้งพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2566 นายอนุทิน แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 4,372.17 ล้านบาท โดยรวมทรัพย์สินหลายรายการ เช่นเงินสดกว่า 1 พันล้านบาท ที่ดินกว่า 34 ล้านบาท ส่วนหนี้สินมีประมาณ 14.59 ล้านบาท ส่วน น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยา มี 39.48 ล้านบาท หนี้สิน 518,143 บาท

7. ที่สุดของรัฐมนตรี 3 คนนอกกับการเป็นรัฐมนตรีครั้งแรก

โผครม.อนุทิน ได้ดึงคนนอกที่เป็นข้าราชการยังไม่เกษียณ และนักธุรกิจมืออาชีพบริหารองค์กรเอกชนมาร่วมวงครม. โดยทั้ง 3 คนนี้ ไม่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อน แม้จะเคยมีโผในครม.มาแล้วบ้าง เพื่อเข้ามาบริหารกระทรวงเศรษฐกิจที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ดังนี้

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ถูกจับวางให้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ถูกจับวางให้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  1. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อายุ 54 ปี เป็นข้าราชการที่โดดเด่นของกระทรวงการคลังถูกจับวางให้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนได้รับการทาบทามร่วมครม.อนุทิน ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์ และก่อนหน้านี้เป็นอธิบดีกรมสรรพากร และอธิบดีกรมสรรพสามิต
  2. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อายุ 60 ปี เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่มีประสบการณ์บริหารองค์กรพลังงานระดับประเทศอย่างปตท. มานานกว่า 3 ทศวรรษ โดยดำรงตำแหน่งซีอีโอ ปตท. ในช่วงปี 2563-2567
  3. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อายุ 67 ปี เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในครม.อนุทินนี้ โดยนายสีหศักดิ์ เป็นลูกหม้อทำงานกระทรวงการต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2522 ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อปี 2554 และในปี 2566-2567 เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ

สรุป 7 เรื่องที่สุดในโผครม.อนุทิน

การมีรัฐมนตรีหลากหลายประสบการณ์และวัย จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารประเทศอย่างแน่นอน การผสมผสานคนรุ่นใหม่ คนที่มีประสบการณ์ และคนนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จะช่วยให้การทำงานของรัฐบาลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่รัฐมนตรีทุกคนทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นและมีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ

ที่มา – 7 เรื่องที่สุดในโผครม.อนุทิน และสรุปประวัติโดยย่อ

ปลัดมหาดไทย ยินดี นายกฯ อนุทิน พร้อมกุหลาบชมพู!

“ปลัดกระทรวงมหาดไทย” นำดอกกุหลาบสีชมพูช่อใหญ่ ร่วมแสดงความยินดีกับ “นายกฯ อนุทิน” อย่างอบอุ่น พร้อมด้วยอดีตอธิบดี 3 ท่านที่เคยร่วมงานกับ “มท.อนุทิน” ก็เดินทางเข้าแสดงความยินดีที่พรรคภูมิใจไทย

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 เวลา 14:40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานพรรคภูมิใจไทยว่า นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย ได้เดินทางมาถึงพรรค พร้อมด้วยช่อดอกกุหลาบสีชมพูขนาดใหญ่ เพื่อแสดงความยินดีกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในโอกาสที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 โดยมีทีมงานให้การต้อนรับและนำนายอรรษิษฐ์ขึ้นลิฟต์ไปยังสำนักงานด้านบนของพรรค

นอกจากนี้ ยังมีอดีตอธิบดีที่เคยดำรงตำแหน่งในสมัยที่นายอนุทินเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายไชยวัฒน์ จุนถิรพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อดีตอธิบดีกรมการปกครอง, นายพรพจน์ เพ็ญภาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อดีตอธิบดีกรมที่ดิน และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

น่าสนใจว่า อดีตอธิบดีทั้ง 3 ท่านนี้ มีสถานะที่แตกต่างกัน โดยนายไชยวัฒน์จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนกันยายนนี้ ขณะที่นายพรพจน์เหลืออายุราชการอีก 1 ปี และนายนฤชาเหลืออายุราชการอีก 2 ปี โดยทั้งหมดเคยถูกโยกย้ายตำแหน่งในช่วงที่นายภูมิธรรม เวชชยชัย ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ปลัดมหาดไทย แสดงความยินดี นายกฯ อนุทิน

การปรากฏตัวของ ปลัดมหาดไทย พร้อมด้วยอดีตอธิบดีทั้ง 3 ท่าน แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างข้าราชการระดับสูงกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการทำงานร่วมกันในอนาคต

ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเช่นนี้ บ่งบอกถึงการสนับสนุนและความเชื่อมั่นที่ข้าราชการมีต่อนายกรัฐมนตรีอนุทิน และอาจนำไปสู่การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความสำคัญของตำแหน่งปลัดมหาดไทย

ตำแหน่ง ปลัดมหาดไทย ถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารราชการแผ่นดิน เนื่องจากเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การบริหารจัดการท้องถิ่น และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

การที่ ปลัดมหาดไทย เดินทางมาแสดงความยินดีด้วยตนเอง จึงเป็นการแสดงความเคารพและให้เกียรติอย่างสูงต่อนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังเป็นการยืนยันถึงความพร้อมในการสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่

การสนับสนุนและความร่วมมือจากข้าราชการในทุกระดับ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้รัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ และพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน การเริ่มต้นด้วยความสัมพันธ์ที่ดีจึงเป็นนิมิตรหมายอันดีสำหรับอนาคตของประเทศไทย

อนาคตของการทำงานร่วมกัน

การที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย นำดอกกุหลาบสีชมพูช่อใหญ่มาแสดงความยินดีกับนายกฯ อนุทิน นับเป็นภาพที่น่าประทับใจและแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างข้าราชการประจำและนักการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า การทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพจะนำมาซึ่งประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง

การแสดงความยินดีของอดีตอธิบดีทั้ง 3 ท่าน ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่านายกฯ อนุทินยังคงได้รับการสนับสนุนและความเชื่อมั่นจากผู้ที่เคยร่วมงานกันในอดีต ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่

ความสามัคคีและความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการสร้างสรรค์ประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่และมีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป

ที่มา – “ปลัดมหาดไทย” นำดอกกุหลาบสีชมพูช่อใหญ่ ร่วมยินดีกับ “นายกฯ อนุทิน”

ภราดร ปริศนานันทกุล ว่าที่รัฐมนตรีป้ายแดง

เปิดประวัติ “ภราดร ปริศนานันทกุล” ว่าที่รัฐมนตรีป้ายแดง หลังมีชื่อติดโผ “ครม.อนุทิน 1” จากบทบาทรองประธานสภาฯ คนที่ 2 สู่ตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ภายหลังจาก ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 มีมติเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ด้วยคะแนน 311 เสียง ชนะนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย ที่ได้รับคะแนนไป 152 เสียง ภายใต้เงื่อนไขยุบสภาภายใน 4 เดือน ขั้นตอนจากนั้นคือประธานสภาฯ นำชื่อนายอนุทิน ขึ้นทูลเกล้าฯ และรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งในระหว่างนี้ นายอนุทิน เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำภายใต้ สส. 146 เสียง โดยล่าสุดตัว นายอนุทิน ก็ยืนยันแล้วว่าโผ ครม. นั้น 100% แล้ว แต่ขอเปิดเผยในเวลาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ สำหรับโผ ครม.อนุทิน 1 พบว่าหนึ่งในผู้ที่เป็นกระแสที่อาจจะได้เป็นรัฐมนตรีป้ายแดงอีกคน คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ประวัติ “ภราดร ปริศนานันทกุล”

ภราดร ปริศนานันทกุล หรือ แบต เกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2522 ที่อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เป็นบุตรของนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กับนางรวีวรรณ ปริศนานันทกุล

การศึกษา

ภราดร ปริศนานันทกุล สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี สาขาสถิติจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนระดับปริญญาโททางด้านเศรษฐศาสตร์ จาก Warwick University ประเทศอังกฤษ

เส้นทางการเมือง

ภราดร ปริศนานันทกุล ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง คู่กับนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เมื่อ 23 ธันวาคม 2550 และได้รับเลือกตั้งอีกสมัยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 ซึ่งขณะนั้นลงสมัครรับเลือกตั้งภายใต้สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา

กระทั่งในปี 2561 นายภราดร ได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทองอีกสมัย ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษกพรรคภูมิใจไทย

จากนั้นในปี 2566 นายภราดร ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทองอีกสมัย ภายใต้สังกัดพรรคภูมิใจไทย ก่อนที่จะถูกเสนอชื่อจากที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย เป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรในที่สุด

ต่อมา วันที่ 19 มิถุนายน 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 และ สส.จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประกาศยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่ง รองประธานสภาฯ คนที่ 2

กระทั่งล่าสุด วันที่ 5 กันยายน 2568 มีรายชื่อติดในโผ ครม.อนุทิน 1 ในตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี.

ทำความรู้จัก ภราดร ปริศนานันทกุล ให้มากขึ้น

การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของ ภราดร ปริศนานันทกุล ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในเส้นทางการเมืองของเขา ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการเป็น สส. หลายสมัย รวมถึงบทบาทในพรรคภูมิใจไทย ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่าเขาจะเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายและแก้ไขปัญหาของประเทศในด้านใดบ้าง

ภราดร ปริศนานันทกุล ถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่ง ด้วยความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่เขามี การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่เขาจะได้แสดงศักยภาพและสร้างผลงานเพื่อประเทศชาติ

จากประวัติและเส้นทางการเมืองที่ผ่านมาของ ภราดร ปริศนานันทกุล สามารถกล่าวได้ว่าเขาเป็นนักการเมืองที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงที่จะทำงานเพื่อประชาชน การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีในครั้งนี้จึงเป็นความท้าทายที่สำคัญ และเป็นโอกาสที่เขาจะได้พิสูจน์ตัวเองให้ประชาชนได้เห็น

การมีชื่อติดโผ ครม.อนุทิน 1 ของ ภราดร ปริศนานันทกุล สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยมีต่อตัวเขา และเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขาจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในอนาคต

ที่มา – ประวัติ “ภราดร ปริศนานันทกุล” ว่าที่รัฐมนตรีป้ายแดง หลังมีชื่อติดโผ “ครม.อนุทิน 1”

เปิดประวัติ ธนกร วังบุญคงชนะ ว่าที่ รมช.มหาดไทย

เปิดประวัติ “ธนกร วังบุญคงชนะ” อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล “พลเอกประยุทธ์” มีชื่อติดโผ ครม.อนุทิน 1 นั่งว่าที่ รมช.มหาดไทย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคนนี้ให้มากขึ้น

ประวัติ ธนกร วังบุญคงชนะ

นายธนกร วังบุญคงชนะ มีชื่อเล่นว่า แด๊ก เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2516 พื้นเพเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช จบการศึกษาสูงสุด ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น เมื่อต้นปี 2568 เพิ่งมีข่าวเข้าพิธีมงคลสมรสกับ “แคทตี้” ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลมาลีนนท์ ประธานกรรมการ บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (Thai Solar Energy PLC.) หลังจากเป็นเพื่อนกัน 5 ปี และดูใจกันอีก 5 ปี ก่อนจะตกลงใช้ชีวิตคู่

นายธนกร เคยเป็นผู้สื่อข่าว ก่อนจะถูกนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชักชวนเข้าสู่วงการการเมือง ตั้งแต่สมัยอยู่พรรคมัชฌิมาธิปไตย และลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรกในพื้นที่ กทม. แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ก่อนย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยชีวิตการทำงานเคยเป็นอดีตอนุกรรมการ เลขานุการ รวมถึงที่ปรึกษาหลายกระทรวง เช่น กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, และกระทรวงสาธารณสุข

และเมื่อ 18 พ.ย. 2561 ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ มีความสนิทสนมกับ นายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จนได้นั่งตำแหน่งเลขานุการ เมื่อนายอุตตม ลาออกจากตำแหน่ง ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังเคยเป็นโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) รวมถึงเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนได้เลื่อนลำดับขึ้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในเดือนพฤศจิกายน 2565 เนื่องจาก นางวทันยา บุนนาค ลาออกจากการเป็น สส. 

เส้นทางการเมืองของ ธนกร วังบุญคงชนะ

นอกจากนี้ ในสมัยของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายธนกร ยังถูกแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ว่ากันว่าเป็นลูกรักนายกรัฐมนตรี คอยเป็นกำลังสำคัญตอบโต้ฝ่ายค้าน และแก้ข่าวให้นายกฯทุกรอบ 

ก่อนที่จะมานั่งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ 

และล่าสุด ใน ครม.อนุทิน 1 ปรากฏชื่อ นายธนกร เป็นว่าที่ รมช.มหาดไทย 

การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของ นายธนกร วังบุญคงชนะ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในเส้นทางการเมืองของเขา ต้องติดตามกันต่อไปว่าเขาจะสามารถสร้างผลงานและพัฒนาประเทศชาติได้อย่างไรบ้าง การจับตาดูบทบาทของธนกร วังบุญคงชนะ ในตำแหน่งใหม่นี้จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

โดยสรุปแล้ว ประวัติของ ธนกร วังบุญคงชนะ แสดงให้เห็นถึงเส้นทางการเมืองที่น่าสนใจ จากผู้สื่อข่าว สู่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และล่าสุด ว่าที่ รมช.มหาดไทย การเปลี่ยนแปลงและการเติบโตในเส้นทางนี้เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – เปิดประวัติ “ธนกร วังบุญคงชนะ” มีชื่อติดโผ ครม.อนุทิน 1 นั่งว่าที่ รมช.มหาดไทย

Scroll to top