กรมท่าอากาศยาน

คมนาคม ถก Grab จัดระเบียบรถรับส่งสนามบินภูมิภาค นำร่อง อุดรฯ-ขอนแก่น-อุบลฯ

เชื่อว่าหลายคนเวลาเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดแล้วลงเครื่องบินที่สนามบินภูมิภาค มักจะเจอปัญหาเรื่องการหารถเข้าเมืองที่บางครั้งก็ไม่สะดวกเท่าที่ควร หรือกังวลเรื่องราคาที่ตรวจสอบไม่ได้ ล่าสุดมีข่าวดีครับ เมื่อกระทรวงคมนาคมขยับตัวครั้งใหญ่ด้วยการหารือกับ Grab เพื่อยกระดับบริการขนส่งสาธารณะให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่มากขึ้น

คมนาคม ถก Grab จัดระเบียบรถรับส่งสนามบินภูมิภาค นำร่อง อุดรฯ-ขอนแก่น-อุบลฯ

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าหลังจากได้หารือร่วมกับตัวแทนบริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีเป้าหมายหลักคือการเชื่อมโยงการเดินทางจากสนามบินไปยังจุดหมายปลายทางให้มีความไร้รอยต่อ ปลอดภัย และสามารถตรวจสอบผู้ให้บริการได้ตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งถือเป็นการก้าวไปสู่ยุคการเดินทางแบบดิจิทัลที่แท้จริง

ทำไมถึงต้องจัดระเบียบผ่านความร่วมมือนี้?

ปัจจุบันกรมท่าอากาศยานได้จัดพื้นที่ให้รถสาธารณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแท็กซี่ รถสองแถว หรือรถโดยสารประจำทาง ในสนามบิน 21 แห่งทั่วประเทศอยู่แล้ว แต่การนำ Grab เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสารมากขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • ความโปร่งใส: ผู้โดยสารทราบราคาและข้อมูลคนขับผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที
  • ความปลอดภัย: มีระบบคัดกรองคนขับและตรวจสอบเส้นทางตลอดการเดินทาง
  • ความสะดวกสบาย: ลดปัญหาการรอคอยและการสื่อสารที่ผิดพลาด

สำหรับการดำเนินงานในเฟสแรก กระทรวงคมนาคมได้เตรียมให้ คมนาคม ถก Grab จัดระเบียบรถรับส่งสนามบินภูมิภาค นำร่อง อุดรฯ-ขอนแก่น-อุบลฯ ก่อนเป็น 3 แห่งแรก เพื่อทดสอบระบบให้พร้อมสำหรับการขยายผลไปสู่สนามบินอื่นๆ ทั่วไทยในอนาคต

ทางรัฐมนตรีได้กำชับอย่างเข้มงวดว่า ทุกฝ่ายต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายของกรมการขนส่งทางบกอย่างเคร่งครัด คนขับต้องมีการจดทะเบียนถูกต้อง เพื่อให้มาตรฐานการบริการออกมาดีที่สุดสำหรับผู้ใช้บริการทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติครับ

ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามองมากครับ หากการทำโปรเจกต์ คมนาคม ถก Grab จัดระเบียบรถรับส่งสนามบินภูมิภาค นำร่อง อุดรฯ-ขอนแก่น-อุบลฯ สำเร็จตามเป้า เชื่อว่าการเดินทางท่องเที่ยวในไทยจะสะดวกและน่าประทับใจขึ้นอีกหลายเท่าตัว ใครที่เดินทางไป 3 จังหวัดนี้บ่อยๆ เตรียมตัวรอสัมผัสประสบการณ์ใหม่กันได้เลย แล้วคุณล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับความร่วมมือนี้? มาแชร์กันได้นะครับ!

ที่มา – คมนาคม ถก Grab จัดระเบียบรถรับส่งสนามบินภูมิภาค นำร่อง อุดรฯ-ขอนแก่น-อุบลฯ

เดินหน้า New Route-New Airline ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน 50%

ข่าวดีสำหรับนักเดินทางและสายการบิน เมื่อรัฐบาลประกาศเดินหน้า เดินหน้า “New Route-New Airline” ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน 50% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ มาตรการนี้ไม่ได้เพียงแค่ช่วยลดภาระต้นทุนให้แก่สายการบินเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สัมผัสกับการเดินทางที่สะดวกสบายและหลากหลายมากขึ้น

เหตุผลที่รัฐบาลต้องเดินหน้า “New Route-New Airline” ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน 50%

การผลักดันนโยบาย “Airport for Regional Development” โดยกระทรวงคมนาคมและกรมท่าอากาศยาน มีเป้าหมายชัดเจนในการเปลี่ยนสนามบินให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยมาตรการนี้จะมอบส่วนลดค่าบริการขึ้นลงและค่าเก็บอากาศยานถึง 50% เป็นระยะเวลา 1 ปีสำหรับเส้นทางบินใหม่ และ 6 เดือนสำหรับสายการบินใหม่ เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการกล้าขยายเครือข่ายการบิน

สิทธิประโยชน์จากการเดินหน้า “New Route-New Airline” ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน 50%

มาตรการนี้แบ่งการสนับสนุนออกเป็น 2 รูปแบบหลัก เพื่อให้ครอบคลุมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดังนี้:

  • New Route (เส้นทางใหม่): สำหรับเส้นทางที่ไม่เคยให้บริการหรือหยุดบินไปนานกว่า 1 ปี จะได้รับส่วนลด 50% เป็นเวลา 1 ปีเต็ม
  • New Airline (สายการบินใหม่): สำหรับสายการบินที่เริ่มเปิดให้บริการในท่าอากาศยานนั้นๆ จะได้รับส่วนลด 50% นาน 6 เดือน

ด้วยมาตรการนี้ เราจะเริ่มเห็นการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในตลาดการบินภายในประเทศ ซึ่งส่งผลดีต่อผู้บริโภคโดยตรง ทั้งในเรื่องของราคาตั๋วเครื่องบินที่อาจถูกลงและทางเลือกของเวลาบินที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมาที่มีการขอใช้สิทธิหลายเส้นทาง เช่น อุดรธานี-อู่ตะเภา หรือ นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ สะท้อนให้เห็นว่านโยบายนี้เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของเมืองรองทั่วไทย

ในมุมมองของผู้เขียน การที่รัฐบาลหันมาให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนสนามบินถือเป็นยุทธศาสตร์ที่เฉียบคม เพราะเมื่อสนามบินคึกคัก เศรษฐกิจในพื้นที่ก็จะเติบโตตาม ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และภาคการท่องเที่ยวจะได้รับอานิสงส์จากการที่มีคนเดินทางเข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายขึ้น สำหรับใครที่วางแผนเที่ยวหรือเดินทางบ่อยๆ เตรียมตัวพบกับตารางบินที่แน่นขึ้นและตัวเลือกที่หลากหลายกว่าเดิมได้เลยครับ

ที่มา – เดินหน้า “New Route-New Airline” ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน 50% เพิ่มทางเลือกคนเดินทาง

ภัทรพงศ์ หนุนเที่ยวบินภูมิภาค ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน 50%

ข่าวดีสำหรับสายเดินทาง เมื่อล่าสุด ภัทรพงศ์ หนุนเที่ยวบินภูมิภาค อย่างเต็มสูบ ด้วยการออกโปรโมชั่นเด็ดลดค่าธรรมเนียมสนามบินถึง 50% เพื่อดึงดูดให้สายการบินต่างๆ เปิดเส้นทางบินใหม่ๆ เชื่อมต่อสู่ท่าอากาศยานภูมิภาคมากขึ้น งานนี้บอกเลยว่าประชาชนอย่างเราได้รับอานิสงส์เต็มๆ เพราะนอกจากจะมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้นแล้ว ยังอาจได้เห็นค่าตั๋วเครื่องบินที่ราคาสมเหตุสมผลกว่าเดิมอีกด้วย

ภัทรพงศ์ หนุนเที่ยวบินภูมิภาค ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน 50%

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาเผยถึงแผนการดำเนินงานเชิงรุกภายใต้นโยบาย "Airport for Regional Development" โดยกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดค่าธรรมเนียมการขึ้นลงและค่าบริการที่เก็บอากาศยานลงครึ่งหนึ่ง เพื่อช่วยลดต้นทุนให้สายการบิน ซึ่งมาตรการ ภัทรพงศ์ หนุนเที่ยวบินภูมิภาค นี้ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการกระจายรายได้สู่ชุมชน

เงื่อนไขมาตรการส่งเสริมการบินใหม่

สำหรับมาตรการสนับสนุนนี้ กรมท่าอากาศยานได้กำหนดเงื่อนไขแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก เพื่อให้ครอบคลุมทั้งเส้นทางใหม่และสายการบินใหม่ ได้แก่:

  • เส้นทางบินใหม่ (New Route): ลดค่าธรรมเนียม 50% เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับเส้นทางที่ไม่เคยทำการบินมาก่อน หรือหยุดบินไปนานเกิน 1 ปี
  • สายการบินใหม่ (New Airline): ลดค่าธรรมเนียม 50% เป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับสายการบินรายใหม่ที่เข้ามาเปิดให้บริการในท่าอากาศยานสังกัด ทย.

มาตรการนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2569 จนถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2570 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาทองที่จะทำให้เกิดการแข่งขันด้านบริการและราคาอย่างคึกคัก

หากมองในมุมมองของผู้บริโภค การที่ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะจะช่วยลดการผูกขาดในเส้นทางที่มีผู้ให้บริการเพียงรายเดียว ทำให้เรามีโอกาสเลือกเวลาเดินทางและราคาที่คุ้มค่ามากขึ้น นอกจากนี้ การเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หันมาเที่ยวเมืองรองมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาวอย่างแน่นอน ใครที่มีแผนจะเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดเตรียมตัวรอพบกับโปรโมชั่นจากสายการบินต่างๆ ได้เลยครับ

ที่มา – “ภัทรพงศ์” หนุนเที่ยวบินภูมิภาค คลอดโปรฯ ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน 50% ดึงรูทบินใหม่

คมนาคมสั่งลุยซ้อมแผนฉุกเฉิน 22 แห่ง ยกระดับความปลอดภัยสนามบินภูมิภาค

เชื่อว่าเพื่อนๆ นักเดินทางหลายคนเวลาไปสนามบินอาจจะลืมคิดไปว่า เบื้องหลังความสะดวกสบายในการบินนั้นมีความเข้มข้นของการรักษาความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดมีข่าวดีที่สร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสารทุกคน เมื่อคมนาคมสั่งลุยซ้อมแผนฉุกเฉิน 22 แห่ง ยกระดับความปลอดภัยสนามบินภูมิภาค เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

คมนาคมสั่งลุยซ้อมแผนฉุกเฉิน 22 แห่ง ยกระดับความปลอดภัยสนามบินภูมิภาค

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เน้นย้ำชัดเจนว่า ความปลอดภัยคือหัวใจหลักของการเดินอากาศ โดยได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยานจัดการซ้อมแผนฉุกเฉินแบบเต็มรูปแบบ โดยการดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำว่า คมนาคมสั่งลุยซ้อมแผนฉุกเฉิน 22 แห่ง ยกระดับความปลอดภัยสนามบินภูมิภาค ให้ได้มาตรฐานระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นสนามบินขนาดเล็กหรือใหญ่ ทุกที่ต้องพร้อมดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างสูงสุด

เหตุผลที่ต้องซ้อมแผนฉุกเฉินใน 22 สนามบิน

การที่หน่วยงานรัฐให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะความไม่ประมาทคือสิ่งสำคัญที่สุด โดยการฝึกซ้อมนี้จะช่วยให้บุคลากรเกิดความชำนาญ ซึ่งนี่คือเหตุผลหลักว่าทำไมคมนาคมสั่งลุยซ้อมแผนฉุกเฉิน 22 แห่ง ยกระดับความปลอดภัยสนามบินภูมิภาค โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • มาตรฐานระดับสากล: เป็นไปตามข้อกำหนดของ ICAO และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
  • การบูรณาการหน่วยงาน: ดึงกำลังจากทั้งทหาร ตำรวจ ดับเพลิง และทีมแพทย์ในพื้นที่มาร่วมซ้อมเสมือนจริง
  • ความพร้อมของอุปกรณ์: ตรวจสอบระบบสื่อสาร ระบบกู้ภัย และระบบการจัดการภาวะวิกฤตให้ใช้งานได้จริง 100%

สำหรับการฝึกซ้อมนี้จะกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค ทั้งสนามบินน่านนคร, ระนอง, สกลนคร, นครพนม, ลำปาง, ร้อยเอ็ด, เลย, ชุมพร, แม่สอด, นราธิวาส, แพร่, นครราชสีมา, กระบี่, สุราษฎร์ธานี, อุดรธานี, บุรีรัมย์, นครศรีธรรมราช, ขอนแก่น, ตรัง, อุบลราชธานี, ปาย และเพชรบูรณ์ ซึ่งแต่ละแห่งจะมีการจำลองสถานการณ์ที่แตกต่างกันไปตามบริบทพื้นที่เพื่อให้เกิดความรอบคอบที่สุด

ในฐานะผู้ใช้บริการสนามบิน เราก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะครับที่เห็นภาครัฐใส่ใจในรายละเอียดเรื่องความปลอดภัยขนาดนี้ การซ้อมแผนฉุกเฉินไม่ใช่แค่เรื่องของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยของพวกเราทุกคนที่ต้องเดินทางผ่านสนามบินอยู่เป็นประจำ หากหน่วยงานมีการเตรียมพร้อมได้ดีขนาดนี้ ก็เชื่อว่าอุตสาหกรรมการบินของไทยจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและปลอดภัยในระยะยาวอย่างแน่นอน

ที่มา – คมนาคมสั่งลุยซ้อมแผนฉุกเฉิน 22 แห่ง ยกระดับความปลอดภัยสนามบินภูมิภาค

สายการบินอ่วม เครื่องบินชนนก เสียหายกว่า 530 ล้าน

เพื่อนๆ เคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไมนกตัวเล็กๆ ถึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติของอุตสาหกรรมการบินได้ วันนี้เรามีประเด็นร้อนที่น่าสนใจมาฝาก เมื่อกระทรวงคมนาคมเพิ่งออกมาเปิดเผยตัวเลขความเสียหายจากการที่ สายการบินอ่วม “เครื่องบินชนนก” เสียหายกว่า 530 ล้าน บาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากและส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ประกอบการและผู้โดยสารโดยตรง

สายการบินอ่วม “เครื่องบินชนนก” เสียหายกว่า 530 ล้าน

จากการรายงานล่าสุดในปี 2568 พบว่าสถิติการเกิดเหตุการณ์นกบินปะทะกับอากาศยาน หรือที่เรียกกันว่า Bird Strike นั้นพุ่งสูงถึง 1,644 ครั้ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยครับ เพราะนอกจากจะสร้างความเสียหายต่อตัวเครื่องบิน ทั้งเครื่องยนต์ กระจกห้องนักบิน หรือส่วนหัวของเครื่องบินแล้ว ยังนำไปสู่การดีเลย์ของเที่ยวบินและการซ่อมบำรุงที่ต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาลเลยทีเดียว

ผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อสายการบินอ่วม “เครื่องบินชนนก” เสียหายกว่า 530 ล้าน

เมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น สิ่งที่ตามมาคือผลกระทบแบบลูกโซ่ที่กระทบต่อทุกฝ่าย:

  • ความปลอดภัยของผู้โดยสาร: เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด การตรวจสอบมาตรฐานอากาศยานหลังเกิดเหตุต้องมีความละเอียดสูง
  • ค่าใช้จ่ายมหาศาล: ค่าซ่อมแซมชิ้นส่วนที่เสียหายและค่าเสียโอกาสจากการที่เครื่องบินต้องจอดซ่อม
  • ความล่าช้า: กระทบต่อตารางการบินและทำให้ผู้โดยสารได้รับความไม่สะดวก
  • ความเชื่อมั่น: มาตรฐานความปลอดภัยการบินไทยต้องได้รับการยกระดับให้เทียบเท่าระดับสากล

อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงคมนาคมไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ล่าสุดได้มีการตั้งคณะทำงานบูรณาการขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ โดยเน้นในเรื่องของการศึกษาวิจัยและการใช้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เข้ามาจัดการปัญหานกในบริเวณสนามบิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียในระดับที่รุนแรงเช่นนี้อีกในอนาคต

ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้สายการบินในไทยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้โดยสารทุกคนว่าการเดินทางในน่านฟ้าไทยจะมีความปลอดภัยสูงสุดครับ ในมุมมองของผม การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาแก้ปัญหานี้ถือเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน เพราะนอกจากจะช่วยลดงบประมาณที่สูญเสียไปแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการจัดการด้านการบินของไทยที่ก้าวทันโลกยุคใหม่ครับ

ที่มา – สายการบินอ่วม “เครื่องบินชนนก” เสียหายกว่า 530 ล้าน คมนาคม สั่งใช้นวัตกรรมแก้ด่วน

ปลดล็อก คมนาคม-การคลัง มอบอำนาจกรมท่าอากาศยานบริหารที่ราชพัสดุ 28 สนามบินภูมิภาค

ข่าวดีสำหรับคนเดินทาง! ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญหลังจากที่กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังได้ร่วมมือกันปลดล็อก คมนาคม-การคลัง มอบอำนาจกรมท่าอากาศยานบริหารที่ราชพัสดุ 28 สนามบินภูมิภาค เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนาพื้นที่สนามบินให้ดียิ่งขึ้น บอกเลยว่างานนี้ผู้โดยสารอย่างเราได้ประโยชน์เต็มๆ เพราะสนามบินจะมีร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์มากขึ้นอย่างแน่นอน

ปลดล็อก คมนาคม-การคลัง มอบอำนาจกรมท่าอากาศยานบริหารที่ราชพัสดุ 28 สนามบินภูมิภาค

การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการรัฐครั้งใหญ่ เพื่อให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) สามารถบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบินทั้ง 28 แห่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องติดขัดเรื่องขั้นตอนยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งเป้าหมายคือการผลักดันรายได้ปีละ 600 ล้านบาท เพื่อนำกลับมาพัฒนาสนามบินและสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตตามนโยบาย Airport for Regional Development

รายละเอียดการปล่อยเช่าพื้นที่และผลตอบแทนที่จะได้รับ

นอกจากจะมีมาตรการปลดล็อก คมนาคม-การคลัง มอบอำนาจกรมท่าอากาศยานบริหารที่ราชพัสดุ 28 สนามบินภูมิภาค แล้ว ยังมีการปรับเกณฑ์สัญญาเช่ากับเอกชนให้ยาวขึ้นสูงสุดถึง 30 ปี เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุน โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • พื้นที่ภายในอาคาร: เช่าได้สูงสุด 10 ปี (ร้าน Duty Free ได้สูงสุด 15 ปี)
  • พื้นที่ภายนอกอาคารไม่เกิน 2 ไร่: เช่าได้สูงสุด 20 ปี
  • พื้นที่ภายนอกอาคารเกิน 2 ไร่ขึ้นไป: เช่าได้สูงสุด 30 ปี

ด้วยสัญญาที่ยาวขึ้นนี้ จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนสร้างร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือศูนย์บริการใหม่ๆ ได้อย่างมั่นใจ ซึ่งจะเปลี่ยนสนามบินภูมิภาคให้กลายเป็นจุดเช็คอินและศูนย์กลางเศรษฐกิจของจังหวัดนั้นๆ ได้อย่างแท้จริงครับ

ในฐานะนักเดินทาง ผมมองว่านี่คือสัญญาณที่ดีมาก เพราะหลายครั้งที่เราไปสนามบินต่างจังหวัด เรามักจะพบแค่ความเงียบเหงาหรือตัวเลือกที่จำกัด แต่ถ้าเอกชนเข้ามาบริหารพื้นที่ได้เต็มที่ เราจะเห็นความคึกคักมากขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้วิสาหกิจชุมชนได้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าของดีประจำจังหวัดอีกด้วย ถือเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมจริงๆ ครับ

ที่มา – ปลดล็อก คมนาคม-การคลัง มอบอำนาจกรมท่าอากาศยานบริหารที่ราชพัสดุ 28 สนามบินภูมิภาค

คมนาคมรุกเที่ยวเมืองรอง นำร่อง 7 สนามบิน ผุดไอเดียแพ็กเกจ บิน-พัก-กิน ครบวงจร

คมนาคมรุกเที่ยวเมืองรอง นำร่อง 7 สนามบิน ผุดไอเดียแพ็กเกจ บิน-พัก-กิน ครบวงจร

ข่าวดีสำหรับคนรักการท่องเที่ยว! ล่าสุดกระทรวงคมนาคมกำลังเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเต็มที่ ด้วยโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่จับมือกับ ททท. และสายการบินชั้นนำ เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวในเมืองรองเป็นเรื่องที่ง่ายและคุ้มค่าที่สุด โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างประสบการณ์การเดินทางแบบไร้รอยต่อผ่านโครงการคมนาคมรุกเที่ยวเมืองรอง นำร่อง 7 สนามบิน ผุดไอเดียแพ็กเกจ บิน-พัก-กิน ครบวงจร เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยตรง

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยแนวคิดในการจัดทำแพ็กเกจท่องเที่ยวที่รวมทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และอาหารไว้ในที่เดียว ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้ผู้โดยสารตัดสินใจเดินทางได้ง่ายขึ้น โครงการคมนาคมรุกเที่ยวเมืองรอง นำร่อง 7 สนามบิน ผุดไอเดียแพ็กเกจ บิน-พัก-กิน ครบวงจร นี้จะนำร่องในพื้นที่ดังต่อไปนี้:

  • ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช
  • ท่าอากาศยานลำปาง
  • ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน
  • ท่าอากาศยานหัวหิน
  • ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด
  • ท่าอากาศยานน่านนคร
  • ท่าอากาศยานแพร่

ก้าวใหม่ของการเชื่อมต่อภูมิภาคด้วยแพ็กเกจ บิน-พัก-กิน

นอกจากแคมเปญการท่องเที่ยวแล้ว ทางภาครัฐยังวางแผนปักหมุดศูนย์กลางการบินใน 3 ภาค ได้แก่ เชียงใหม่ (เหนือ), อุดรธานี (อีสาน) และสุราษฎร์ธานี (ใต้) เพื่อเป็นฮับเชื่อมต่อการเดินทางให้ครอบคลุมและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือแผนยกระดับท่าอากาศยานหัวหินให้เป็นฮับด้าน Wellness เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาใช้บริการทั้งเรื่องสุขภาพและการพักผ่อนระยะยาว

การที่คมนาคมรุกเที่ยวเมืองรอง นำร่อง 7 สนามบิน ผุดไอเดียแพ็กเกจ บิน-พัก-กิน ครบวงจร ถือเป็นการปรับตัวที่น่าจับตามองมาก เพราะไม่เพียงแค่ช่วยให้สายการบินมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น แต่ยังช่วยเปิดโลกทัศน์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ของเมืองรองที่หลายคนอาจเคยมองข้ามไป หากมาตรการนี้เริ่มใช้จริง เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจระดับจังหวัดจะคึกคักขึ้นอย่างแน่นอน ใครที่กำลังวางแผนทริปหน้า อย่าลืมรอติดตามรายละเอียดแพ็กเกจสุดคุ้มเหล่านี้กันนะครับ

ที่มา – คมนาคมรุกเที่ยวเมืองรอง นำร่อง 7 สนามบิน ผุดไอเดียแพ็กเกจ บิน-พัก-กิน ครบวงจร

“ภัทรพงศ์” สั่งเบรกโอน 3 สนามบิน ทอท. หวั่นกระทบ ทย.

“ภัทรพงศ์” สั่งเบรกโอน 3 สนามบินให้ ทอท. หวั่นกระทบรายได้ ทย. เป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนให้ความสนใจเลยนะครับ วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเกี่ยวกับนโยบายล่าสุดจากนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่สั่งการให้กรมท่าอากาศยาน หรือ ทย. เร่งยกระดับสนามบินภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและการขนส่งที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการปลดล็อกข้อจำกัดเก่าๆ ที่เคยพัฒนาเพื่อความมั่นคง ทำให้ตอนนี้สามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้เต็มที่

หลายคนอาจสงสัยว่า “ภัทรพงศ์” สั่งเบรกโอน 3 สนามบินให้ ทอท. ทำไมถึงเป็นประเด็นใหญ่? ก็เพราะสนามบินกระบี่ อุดรธานี และบุรีรัมย์ ถือเป็นแหล่งรายได้หลักที่ช่วยพยุงสนามบินเล็กๆ อีก 28 แห่งของ ทย. ถ้าโอนไปให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. บริหาร อาจกระทบฐานะการเงินของ ทย. หนักเลยครับ เพราะโมเดลปัจจุบันคือ “สนามบินใหญ่เลี้ยงเล็ก” ไม่ต้องพึ่งงบแผ่นดินมาก ตอนนี้เลยสั่งให้ ทย. กับ ทอท. หารือกันใหม่ ก่อนเสนอ ครม. เพื่อความรอบคอบ โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้

“ภัทรพงศ์” สั่งเบรกโอน 3 สนามบินให้ ทอท. หวั่นกระทบรายได้ ทย.

นโยบายนี้ชัดเจนมากครับ นายภัทรพงศ์ ยอมรับว่าการโอนอาจไม่เหมาะสม เพราะ ทย. ยังบริหารได้ดี สนามบินกำไรช่วยขาดทุนได้ แม้ ครม. จะมีมติเก่า แต่ตอนนี้กำลังศึกษาร่วมกัน โดย ทอท. มองเชิงธุรกิจ ส่วน ทย. มองภาพรวมทั้งระบบ ถ้าตัวเลขไม่ตรงกัน ต้องหาข้อสรุปก่อน ถ้าไม่โอนก็เสนอยกเลิกมติเดิมเลย

เร่งยกระดับสนามบินภูมิภาคด้วยเทคโนโลยีไบโอเมตริก

นอกจากเบรกการโอนแล้ว ยังมีแผนเจ๋งๆ อีกเพียบ เช่น สั่งติดตั้งระบบไบโอเมตริกใน 8 สนามบินภูมิภาค เพื่อให้บริการรวดเร็ว ปลอดภัยขึ้น นำร่องที่กระบี่และอุดรธานี คาดพร้อมปี 2570 สนามบินที่รวมไว้มี:

  • กระบี่
  • สุราษฎร์ธานี
  • อุบลราชธานี
  • ขอนแก่น
  • นครศรีธรรมราช
  • ตรัง
  • พิษณุโลก
  • อุดรธานี

ระบบนี้จะช่วยคัดกรองผู้โดยสารแบบอัตโนมัติ ลดเวลารอ สะดวกสุดๆ สำหรับนักเดินทาง

ส่วนโครงสร้างพื้นฐาน ก็เดินหน้าขยายรันเวย์ เช่น ชุมพร 1,500 ล้านบาท ระนองดำเนินการ แพร่เริ่มสำรวจปี 2569 และจ่อสร้างสนามบินบึงกาฬแห่งที่ 29 งบ 4,000-5,000 ล้าน เริ่มก่อสร้าง 2572 ถ้าครม. อนุมัติ นอกจากนี้ยังศึกษามุกดาหาร สตูล พะเยา พัทลุง อีก 4 แห่ง

ปลดล็อกพื้นที่เชิงพาณิชย์ ดึงเอกชนลงทุน

เพื่อเพิ่มรายได้ กระทรวงคมนาคมกับการคลัง จ่อทำ MOU ใหม่ ขยายสัญญาเช่าพื้นที่ราชพัสดุ จาก 3 ปี เป็น 5-10 ปี ในอาคาร และสูงสุด 30 ปี นอกอาคาร จูงใจเอกชนสร้างโรงแรม คอมเมอร์เชียล สร้างเอกลักษณ์แต่ละสนามบิน ดึงโลจิสติกส์ คาร์โก้ ท่องเที่ยว

ยังมีระบบฟีดเดอร์เชื่อมสนามบิน-ตัวเมือง รถโดยสารจอดตรง สนามบินใหญ่มีศูนย์ขนส่ง แท็กซี่ไม่ชาร์จเพิ่ม ล่าสุดลดค่าจอดเครื่องบิน 50% 6 เดือน ช่วยสายการบินช่วงราคาน้ำมันแพง

โดยรวมแล้ว นโยบาย “ภัทรพงศ์” สั่งเบรกโอน 3 สนามบินให้ ทอท. หวั่นกระทบรายได้ ทย. จะช่วยให้สนามบินภูมิภาคแข็งแกร่ง รองรับการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ดีขึ้นในอนาคต ถ้าทำสำเร็จ นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางสะดวก รายได้ประเทศพุ่งแน่นอน คุณคิดว่านโยบายนี้จะเวิร์กไหม? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างครับ จะได้ช่วยกันติดตามพัฒนาการต่อไป

ที่มา – “ภัทรพงศ์” สั่งเบรกโอน 3 สนามบินให้ ทอท. หวั่นกระทบรายได้ ทย. เร่งยกระดับสนามบินภูมิภาค

OTOP บินได้! ผลักดันสินค้า OTOP ขายในสนามบิน

“มนพร” สนับสนุนสนามบินในสังกัด ทย. ร่วมมือกับจังหวัด ผลักดันสินค้า OTOP ขายในสนามบิน นำร่องใน 6 แห่ง หวังสร้างรายได้ให้ชุมชน คนในท้องถิ่น ตามนโยบาย “สนามบินมีชีวิต”

ผลักดันสินค้า OTOP ขายในสนามบิน สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ใช้พื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบินทั่วประเทศให้เกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่น โดยให้สนามบินเป็นศูนย์กลางชุมชนและส่งเสริมเศรษฐกิจ เปิดโอกาสให้ร้านค้า OTOP สินค้าท้องถิ่น ตลาดเกษตรอินทรีย์ และศิลปะเพื่อนบ้าน มีพื้นที่ขายสินค้าภายใต้นโยบาย “สนามบินมีชีวิต”

แนวคิดนี้มุ่งเน้นให้สนามบินไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่เป็นจุดเชื่อมต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ชุมชน และเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัด ช่วยให้ชุมชนมีช่องทางขายสินค้าและมีรายได้ ผู้โดยสารได้สัมผัสอัตลักษณ์ท้องถิ่น และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

นำร่อง 6 สนามบินแล้วกับการผลักดันสินค้า OTOP ขายในสนามบิน

ขณะนี้ ทย. ได้เปิดร้านขายสินค้า OTOP นำร่องแล้วใน 6 สนามบิน ได้แก่ นครพนม สกลนคร พิษณุโลก อุบลราชธานี อุดรธานี และนครศรีธรรมราช ได้รับผลตอบรับดีจากผู้ประกอบการที่ขยายตลาดสู่ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ผู้โดยสารก็ได้เข้าถึงสินค้าท้องถิ่นคุณภาพโดยไม่ต้องไปถึงแหล่งผลิต สินค้าที่นำมาจำหน่ายยังผ่านการคัดเลือกให้เหมาะสมกับการนำขึ้นเครื่องบิน เช่น ขนาดเล็ก พกพาง่าย และมีบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม

นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวว่า ทย. มุ่งมั่นดำเนินการตามนโยบายอย่างต่อเนื่อง โดยจะหมุนเวียนประเภทสินค้าและร้านค้าภายในสนามบินทั้ง 6 แห่ง เพื่อกระจายรายได้ นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 สนามบินที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ ชุมพร ลำปาง และขอนแก่น ซึ่งได้ประสานงานกับพัฒนาชุมชนจังหวัดแล้ว ส่วนสนามบินอื่น ๆ จะเร่งดำเนินการต่อไป

การประสานความร่วมมือนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ให้มีคณะกรรมการพัฒนาการให้บริการท่าอากาศยานทุกแห่งในสังกัด ทย. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการฯ โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นประธาน ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเป็นรองประธาน และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ เพื่อยกระดับมาตรฐานและประสิทธิภาพการให้บริการในท่าอากาศยาน ทั้งด้านความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี

การผลักดันสินค้า OTOP ขายในสนามบิน ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน การที่สินค้า OTOP ได้ไปวางจำหน่ายในสนามบิน ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย เราหวังว่าโครงการนี้จะขยายผลไปยังสนามบินอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้สินค้า OTOP ไทยได้เติบโตและสร้างชื่อเสียงในระดับสากล

ที่มา – ผลักดันสินค้า OTOP ขายในสนามบิน หวังสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น นำร่องแล้ว 6 แห่ง

Scroll to top