กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

ปัดโยนเผือกร้อนท้องถิ่น “นิรัตน์” แจงปมปลด ขรก. ทุจริตสอบ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการไทย เมื่อมีกระแสข่าวการปลดข้าราชการที่เข้าข่ายทุจริตการสอบ ซึ่งส่งผลกระทบไปถึงการทำงานของระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะประเด็นที่ว่ามีการ **ปัดโยนเผือกร้อนท้องถิ่น “นิรัตน์” แจงคำสั่งปลด ขรก. โยงทุจริตสอบ ยันทำขั้นตอนครบ** เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ปัดโยนเผือกร้อนท้องถิ่น “นิรัตน์” แจงคำสั่งปลด ขรก. โยงทุจริตสอบ ยันทำขั้นตอนครบ

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงหลังถูกตั้งคำถามจากนายก อบจ.ลำพูน ว่าทางส่วนกลางโยนภาระมาให้ท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบคำสั่งปลดข้าราชการที่ทุจริต โดยยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

เปิดใจนายนิรัตน์หลังถูกวิจารณ์ ปัดโยนเผือกร้อนท้องถิ่น “นิรัตน์” แจงคำสั่งปลด ขรก. โยงทุจริตสอบ ยันทำขั้นตอนครบ

นายนิรัตน์เน้นย้ำว่าทาง สถ. และ ก.กลาง ได้จัดเตรียมหลักฐานประกอบที่สำคัญคือใบคะแนนสอบเปรียบเทียบ เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการตรวจสอบความถูกต้อง และที่สำคัญคือ:

  • มีการส่งข้อมูลแยกไปในรายจังหวัดเพื่อให้แต่ละท้องถิ่นได้ตรวจสอบรายละเอียด
  • ยืนยันว่ากระบวนการประชุมของ ก.จังหวัด จะเป็นไปอย่างโปร่งใส
  • ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการกดดันให้ผู้บริหารท้องถิ่นเร่งเซ็นชื่อโดยไม่ตรวจสอบ

นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงเพิ่มเติมว่า กรณีที่นายก อบจ.ลำพูน กังวลเรื่องการกดดันนั้น ไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและละเอียดอ่อนต่อระบบข้าราชการไทย การจะบังคับให้ใครเซ็นชื่อโดยที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในระบบที่ตรวจสอบได้เช่นนี้

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูความคืบหน้าในการประชุม ก.จังหวัด ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ ว่าผลสรุปจะเป็นอย่างไร และการจัดการกับผู้ทุจริตจะเป็นไปตามมาตรการที่วางไว้หรือไม่ เพราะหัวใจสำคัญของการรับราชการคือความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน

ที่มา – ปัดโยนเผือกร้อนท้องถิ่น “นิรัตน์” แจงคำสั่งปลด ขรก. โยงทุจริตสอบ ยันทำขั้นตอนครบ

ผู้สอบท้องถิ่นดูคะแนน 13-31 ส.ค.นี้ ส่ง 5,925 รายชื่อฟันผิด

ตรวจสอบผลคะแนน สอบท้องถิ่นดูคะแนน 13-31 ส.ค.นี้ ส่ง 5,925 รายชื่อฟันผิด

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับกรณีการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ล่าสุด นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่า ทาง สถ. ได้เปิดให้ผู้สอบท้องถิ่นดูคะแนน 13-31 ส.ค. นี้ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบความถูกต้อง หลังจากที่มีการยกเลิกบัญชีผู้ที่สอบได้เดิมที่มีปัญหา

สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบคะแนนของตนเอง สามารถทำได้ผ่านสองช่องทางหลักคือ ส่วนกลางของ สถ. และการตรวจสอบผ่านหน่วยงานจังหวัด ซึ่งข้อมูลที่ประกาศออกมาในครั้งนี้ถือเป็นผลคะแนนที่ปรับปรุงให้ถูกต้องตามมติของคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เรียบร้อยแล้ว การเปิดโอกาสให้ผู้สอบท้องถิ่นดูคะแนน 13-31 ส.ค. นี้ เป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนสู่ระบบการสอบแข่งขันให้เป็นไปอย่างยุติธรรมและตรวจสอบได้

มาตรการเด็ดขาดจัดการทุจริตและการสอบท้องถิ่นดูคะแนน 13-31 ส.ค.นี้

นอกจากประเด็นเรื่องการตรวจสอบคะแนนแล้ว สิ่งที่สังคมให้ความสนใจไม่แพ้กันคือการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยนายนิรัตน์ได้ย้ำชัดเจนว่า ขณะนี้ได้มีการส่งรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับความผิดจำนวน 5,925 รายชื่อ ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยไม่มีการละเว้น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะอยู่ในหน่วยงานใดก็ตาม

การดำเนินการกวาดล้างขบวนการทุจริตครั้งนี้ถือเป็นการ “กวาดบ้าน” ครั้งใหญ่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งนายนิรัตน์กล่าวว่าผู้ที่ทำตัวเป็นนายหน้าหรือมีส่วนในขบวนการซื้อขายตำแหน่งต้องได้รับโทษตามกฎหมายอาญาอย่างสาสม โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้:

  • เปิดให้ผู้สอบตรวจสอบคะแนนได้ด้วยตนเองผ่านส่วนกลางและจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 13-31 สิงหาคม 2569
  • ส่งรายชื่อ 5,925 รายชื่อที่พบความผิดปกติให้หน่วยงานตรวจสอบทั้ง 5 แห่งที่ทำ MOU ร่วมกัน
  • เตรียมปรับปรุงโครงสร้างการจัดสอบในอนาคตเพื่อปิดจุดอ่อนและช่องว่างการทุจริต
  • ยืนยันความพร้อมหากนโยบายระดับสูงต้องการให้หน่วยงานอื่น เช่น ก.พ. เข้ามาดูแลการจัดสอบแทน

ในอนาคต หากมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจการจัดสอบไปสู่หน่วยงานอื่น เช่น ก.พ. ตามที่มีข้อเรียกร้อง ทาง สถ. ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามนโยบายเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ และเป็นการปรับปรุงกระบวนการทำงานที่ไม่ก่อให้เกิดข้อผิดพลาดหรือการทุจริตได้อีกต่อไป สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการสร้างระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้ที่มีความสามารถจริงได้รับการคัดเลือกเข้ารับราชการ

สรุปแล้ว การที่ให้ผู้สอบท้องถิ่นดูคะแนน 13-31 ส.ค. นี้ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการแสดงความจริงใจของหน่วยงานรัฐ หากใครที่อยู่ในกลุ่มผู้เข้าสอบ แนะนำให้รีบไปดำเนินการตรวจสอบคะแนนของตนเองภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิของตนเองให้ถูกต้องครับ

ที่มา – “นิรัตน์” เผย ผู้สอบท้องถิ่นดูคะแนนส่วนกลาง-จังหวัด 13-31 ส.ค.นี้ ส่ง 5,925 รายชื่อฟันผิด

สอบท้องถิ่น 68 ขอตรวจคะแนนได้ 13–31 ส.ค.นี้ ย้ำความโปร่งใส

สอบท้องถิ่น 68 ขอตรวจคะแนนได้ 13–31 ส.ค.นี้ ย้ำความโปร่งใส

ข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังรอคอยความชัดเจนจากการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ล่าสุด นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ได้ออกมาประกาศข่าวสำคัญว่า กระทรวงมหาดไทยเปิดให้ผู้สอบท้องถิ่น 68 ขอตรวจคะแนนได้ 13–31 ส.ค.นี้ เพื่อคืนความมั่นใจให้กับผู้เข้าสอบทุกคน หลังจากที่มีการปรับปรุงบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ใหม่เพื่อให้เกิดความยุติธรรมสูงสุด

การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำว่าทางภาครัฐให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในทุกขั้นตอน โดยทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้จัดตั้งศูนย์รับคำร้องขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้เข้าสอบที่ไม่พบรายชื่อของตนเองในบัญชีใหม่ สามารถเข้ามาตรวจสอบคะแนนดิบหรือผลคะแนนของตนเองได้ด้วยความสบายใจ

ช่องทางและขั้นตอนสำหรับผู้สอบท้องถิ่น 68 ขอตรวจคะแนนได้ 13–31 ส.ค.นี้

สำหรับใครที่ต้องการใช้สิทธิ์ตรวจสอบคะแนนของตนเอง สามารถดำเนินการได้ง่ายๆ ผ่าน 2 ช่องทางหลัก ดังนี้:

  • ส่วนกลาง: ยื่นคำร้องได้ที่อาคารสุวัทนา ชั้น 1 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
  • ส่วนภูมิภาค: ติดต่อได้ที่สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดได้อย่างมาก

โดยท่านสามารถยื่นคำร้องได้ตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 31 สิงหาคม 2569 ในวันและเวลาราชการ (08.30–16.30 น.) ทั้งนี้ การที่ภาครัฐเปิดให้ผู้สอบท้องถิ่น 68 ขอตรวจคะแนนได้ 13–31 ส.ค.นี้ เป็นการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนว่า ระบบการสอบต้องตรวจสอบได้และปราศจากข้อกังขา เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีคุณภาพและมีความพร้อมในการทำงานเพื่อท้องถิ่นอย่างแท้จริง

นายวรศิษฎ์ยังได้เน้นย้ำว่า ทุกคำร้องจะได้รับการดูแลโดยคณะกรรมการเฉพาะกิจที่แต่งตั้งขึ้น เพื่อให้การรวบรวมข้อมูลและการชี้แจงคะแนนเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและเป็นระบบที่สุด ดังนั้น หากใครที่มีข้อสงสัยหรือมีความกังวลใจ แนะนำให้ใช้สิทธิ์ในการตรวจสอบตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองให้ถึงที่สุดครับ

ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่หน่วยงานราชการยุคใหม่หันมาให้ความสำคัญกับการตรวจสอบที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับประชาชน หากเพื่อนๆ ท่านใดที่มีรายชื่อได้รับผลกระทบ อย่าลืมไปใช้สิทธิ์ตรวจสอบข้อมูลกันนะครับ ความโปร่งใสคือรากฐานสำคัญที่จะทำให้ระบบราชการไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับจากสังคม

ที่มา – มท.4 เปิดให้ผู้สอบท้องถิ่น 68 ขอตรวจคะแนนได้ 13–31 ส.ค.นี้ ย้ำทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส

“อาสพลธ์” จี้ สถ. ส่งชื่อ 5,925 รายโยงทุจริตสอบท้องถิ่นให้ 5 หน่วยงานเช็กเส้นเงิน

“อาสพลธ์” จี้ สถ. ส่งชื่อ 5,925 รายโยงทุจริตสอบท้องถิ่นให้ 5 หน่วยงานเช็กเส้นเงิน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่นที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้เข้าสอบจำนวนมาก ล่าสุด นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญโดยการจี้ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เร่งดำเนินการส่งรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกว่า 5,925 ราย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด

เปิดกลยุทธ์ “อาสพลธ์” จี้ สถ. ส่งชื่อ 5,925 รายโยงทุจริตสอบท้องถิ่นให้ 5 หน่วยงานเช็กเส้นเงิน

การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการกู้คืนความยุติธรรมให้กับผู้เข้าสอบที่ใช้ความรู้ความสามารถอย่างสุจริต โดยนายอาสพลธ์ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการส่งรายชื่อดังกล่าวให้กับ 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ ป.ป.ช., ปปง., DSI, ป.ป.ท. และ CIB เพื่อขยายผลไปถึงตัวการใหญ่และผู้ได้รับผลประโยชน์จากขบวนการโกงสอบ โดยมีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจนดังนี้:

  • การประสานความร่วมมือ: ใช้กลไก MOU ระหว่าง 5 หน่วยงานเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก
  • การตรวจสอบเส้นทางการเงิน: ปปง. จะเข้ามามีบทบาทหลักในการแกะรอยเส้นทางการเงินที่ผิดปกติของกลุ่มรายชื่อที่ถูกส่งมา
  • การดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด: ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องถูกถอนชื่อและดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น

นายอาสพลธ์ยังได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นว่า คดีนี้จะต้องมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 30 วัน ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นการเยียวยาจิตใจของผู้ที่ตั้งใจสอบและต้องเสียโอกาสไปจากขบวนการทุจริตนี้ การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงโทษผู้กระทำความผิด แต่ยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับระบบการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการไทยให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น “อาสพลธ์” จี้ สถ. ส่งชื่อ 5,925 รายโยงทุจริตสอบท้องถิ่นให้ 5 หน่วยงานเช็กเส้นเงิน ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของไทยอีกครั้ง

ในฐานะประชาชน เราควรเฝ้าติดตามผลการดำเนินงานของทั้ง 5 หน่วยงานอย่างใกล้ชิด เพราะความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของงานภาครัฐ หากปล่อยให้มีการโกงเกิดขึ้นโดยไม่จัดการให้ถึงที่สุด อนาคตของระบบราชการไทยอาจสั่นคลอนได้ หวังว่าภายใน 30 วันนี้ เราจะได้รับข่าวดีที่แสดงถึงความยุติธรรมที่คืนกลับสู่มือคนเก่งที่ตั้งใจจริงครับ

ที่มา – “อาสพลธ์” จี้ สถ. ส่งชื่อ 5,925 รายโยงทุจริตสอบท้องถิ่นให้ 5 หน่วยงานเช็กเส้นเงิน

“วรศิษฎ์” ยันตรวจทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ล่าช้า สวน “ทวี” ทุกคนทำงาน ไม่ได้แค่นั่งวิจารณ์

“วรศิษฎ์” ยันตรวจทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ล่าช้า สวน “ทวี” ทุกคนทำงาน ไม่ได้แค่นั่งวิจารณ์

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมือง เมื่อนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาตอบโต้กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องความล่าช้าในการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่น โดยยืนยันว่า “วรศิษฎ์” ยันตรวจทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ล่าช้า สวน “ทวี” ทุกคนทำงาน ไม่ได้แค่นั่งวิจารณ์ พร้อมชี้แจงว่าทีมงานทุกคนกำลังเร่งมือจัดการกับข้อมูลผู้เข้าสอบกว่า 300,000 คนอย่างเต็มกำลัง เพื่อส่งเรื่องต่อให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

กระบวนการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

สำหรับข้อสงสัยที่ว่ามีความพยายามยื้อเวลาหรือปกป้องใครหรือไม่ นายวรศิษฎ์ได้ปฏิเสธอย่างชัดเจน โดยระบุว่าทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจพิสูจน์แฟลชไดรฟ์ที่ผ่านการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานแล้ว หรือการจัดการรายชื่อผู้เข้าสอบกว่า 5,925 รายชื่อที่ถูกระบุว่ามีปัญหา การที่ “วรศิษฎ์” ยันตรวจทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ล่าช้า สวน “ทวี” ทุกคนทำงาน ไม่ได้แค่นั่งวิจารณ์ ถือเป็นการตอกย้ำว่าทางกระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ

เพื่อให้เห็นภาพความชัดเจนในการดำเนินงาน นี่คือประเด็นสำคัญที่ทางกระทรวงมหาดไทยกำลังเร่งดำเนินการ:

  • ตรวจสอบข้อมูลผู้เข้าสอบท้องถิ่นกว่า 300,000 รายชื่ออย่างละเอียด
  • ประสานงานส่งข้อมูลสำคัญให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
  • สั่งการให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้มงวดกับบุคคลที่เข้าข่ายทุจริต
  • ยืนยันไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด พร้อมดำเนินคดีตามฐานความผิดอย่างเคร่งครัด

นายวรศิษฎ์ ยังเสริมอีกว่า ในฐานะนักการเมืองทุกคนมีสิทธิ์ตรวจสอบและตั้งคำถาม แต่การทำงานจริงนั้นมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาเพื่อให้เกิดความถูกต้องที่สุด การที่ “วรศิษฎ์” ยันตรวจทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ล่าช้า สวน “ทวี” ทุกคนทำงาน ไม่ได้แค่นั่งวิจารณ์ จึงเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าผู้ปฏิบัติงานต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองที่ถูกต้องมากกว่าการสร้างข่าวเพียงอย่างเดียว

ท้ายที่สุดแล้ว ความโปร่งใสของกระบวนการสอบท้องถิ่นเป็นสิ่งที่ประชาชนทั่วประเทศต่างเฝ้าจับตามอง การออกมาให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าทางภาครัฐพร้อมที่จะสะสางปัญหาที่คั่งค้างเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับผู้เข้าสอบทุกคนอย่างแท้จริง เราต้องติดตามกันต่อไปว่าผลสรุปจาก ป.ป.ช. จะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือการนิ่งเฉยไม่ใช่ทางออกในเรื่องนี้อย่างแน่นอนครับ

ที่มา – “วรศิษฎ์” ยันตรวจทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ล่าช้า สวน “ทวี” ทุกคนทำงาน ไม่ได้แค่นั่งวิจารณ์

ถกงบฯ อปท. “วีระ” แนะแจกแจงเงินอุดหนุนที่ติดขัด

ถกงบฯ อปท. “วีระ” แนะแจกแจงเงินอุดหนุนที่ติดขัด

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการการเมืองท้องถิ่น เมื่อนายวีระ ธีระภัทรานนท์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณฯ ได้ออกมาสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในปี 2570 โดยเน้นย้ำว่า การ **ถกงบฯ อปท. “วีระ” แนะแจกแจงเงินอุดหนุนที่ติดขัด** อย่างละเอียด เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ประชาชนในพื้นที่ได้จริง

ในปัจจุบัน อปท. ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลกว่า 219,727 ล้านบาท เพื่อใช้ในภารกิจด้านสาธารณูปโภค การศึกษา และการยกระดับคุณภาพชีวิต อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบคือความเหลื่อมล้ำของรายได้ระหว่าง อปท. แต่ละแห่ง โดยเฉพาะเทศบาลขนาดใหญ่ที่มีรายได้จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่างจาก อปท. ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งหากยังคงบริหารแบบรวมศูนย์หรือใช้เกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน อาจทำให้การพัฒนาท้องถิ่นติดหล่มได้

เจาะลึกปัญหาเงินนอกงบประมาณสะสม

จากการตรวจสอบเอกสารรายงานสถานะการเงิน นายวีระได้ตั้งข้อสังเกตว่ามีการสะสมของเงินนอกงบประมาณที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ดูแลอยู่กว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ในแต่ละปี หากนำเงินจำนวนมหาศาลนี้มาบริหารจัดการให้คล่องตัวขึ้น จะช่วยให้ อปท. สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองและลดการพึ่งพาส่วนกลางลงได้มาก การที่ **ถกงบฯ อปท. “วีระ” แนะแจกแจงเงินอุดหนุนที่ติดขัด** ในประเด็นนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่การกระจายอำนาจที่แท้จริง

ปัญหาที่ อปท. กำลังเผชิญและต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วนมีดังนี้:

  • ภาระค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่รับโอนมาจากหน่วยงานอื่น เช่น ถนนและไฟทาง
  • ความไม่ชัดเจนในระเบียบการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ซับซ้อน
  • การขาดความเป็นอิสระในการจัดหารายได้ด้วยตนเอง ทำให้ติดข้อจำกัดด้านกฎหมาย

หากจะแก้ปัญหาเหล่านี้ นายวีระมองว่าเราต้องกล้าเปลี่ยนแนวคิด โดยอาจมองไปถึงการออกพันธบัตรท้องถิ่นสำหรับเมืองใหญ่ที่มีความพร้อม เพื่อให้สามารถระดมทุนมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ได้ แทนที่จะรอเพียงงบอุดหนุนจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว

ในท้ายที่สุด การ **ถกงบฯ อปท. “วีระ” แนะแจกแจงเงินอุดหนุนที่ติดขัด** ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการตั้งคำถามถึงวิธีการทำงานของ สถ. เท่านั้น แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าถึงเวลาแล้วที่ท้องถิ่นต้องได้รับสิทธิในการจัดการงบประมาณที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความเป็นจริง เพื่อให้คุณภาพชีวิตของคนในทุกจังหวัดเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

ที่มา – ถกงบฯ อปท. “วีระ” แนะแจกแจงเงินอุดหนุนที่ติดขัด พร้อมชี้ปัญหาบริหารเงินของ สถ.

“รองเซมเบ้” ลั่น ใครทำผิดต้องได้รับผล คืนความชอบธรรมให้คนสอบท้องถิ่นได้

“รองเซมเบ้” ลั่น ใครทำผิดต้องได้รับผล คืนความชอบธรรมให้คนสอบท้องถิ่นได้

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สมัครสอบทั่วประเทศ เมื่อ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร หรือที่หลายคนรู้จักในฉายา “รองเซมเบ้” รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า “รองเซมเบ้” ลั่น ใครทำผิดต้องได้รับผล คืนความชอบธรรมให้คนสอบท้องถิ่นได้ เพื่อจัดการปัญหาทุจริตการสอบที่ฝังรากลึกมานาน โดยเน้นย้ำว่าคนเก่งและคนดีต้องได้รับโอกาสในการบรรจุเข้ารับราชการอย่างภาคภูมิใจ

ก้าวสำคัญสู่ความโปร่งใส: รองเซมเบ้ ลั่น ใครทำผิดต้องได้รับผล คืนความชอบธรรมให้คนสอบท้องถิ่นได้

นโยบายครั้งนี้ถือเป็นการขานรับแนวทางจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องการให้การสอบท้องถิ่นเป็นพื้นที่แห่งความยุติธรรม ปราศจากการแทรกแซง ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใคร หรือมีอิทธิพลมากแค่ไหน ก็จะต้องได้รับผลของการกระทำโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยมีการเน้นย้ำหลักการที่สำคัญดังนี้:

  • ยึดหลักพฤติกรรม: ตัดสินจากข้อเท็จจริงและความถูกต้อง ไม่ดูที่ตัวบุคคล
  • ความยุติธรรม: คนสอบได้ต้องได้บรรจุ ไม่มีการแก้คะแนนหรือการกลั่นแกล้ง
  • ความโปร่งใส: กสถ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานอย่างตรงไปตรงมา

ความตั้งใจของคนสอบท้องถิ่นทุกคนนั้นมีค่า ทุกหยาดเหงื่อที่ทุ่มเทอ่านหนังสือและเตรียมตัวสอบ ต้องไม่สูญเปล่าไปกับกลโกงที่ไม่เป็นธรรม การที่ “รองเซมเบ้” ลั่น ใครทำผิดต้องได้รับผล คืนความชอบธรรมให้คนสอบท้องถิ่นได้ ในครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างความหวังใหม่ให้กับลูกหลานคนไทยที่อยากจะเข้ามารับใช้ประชาชนด้วยความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง

เราในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เชื่อมั่นว่าหากการปฏิรูปการสอบครั้งนี้ทำได้อย่างจริงจัง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ระบบราชการส่วนท้องถิ่นก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง การปราบปรามทุจริตไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย แต่ถ้าผู้บริหารเอาจริง ผลลัพธ์ย่อมคุ้มค่าต่อประเทศชาติในระยะยาวอย่างแน่นอน

ที่มา – “รองเซมเบ้” ลั่น ใครทำผิดต้องได้รับผล คืนความชอบธรรมให้คนสอบท้องถิ่นได้

“วรศิษฎ์” ประกาศ 5 หมื่นชื่อ สอบท้องถิ่นผ่านวันนี้ คาดบรรจุแทน 5,925 คน

“วรศิษฎ์” ประกาศ 5 หมื่นชื่อ สอบท้องถิ่นผ่านวันนี้ คาดบรรจุแทน 5,925 คน

วันนี้มีข่าวดีสำหรับผู้ที่รอคอยการประกาศผลสอบ โดยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความคืบหน้าการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไปและภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง สำหรับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า “วรศิษฎ์” ประกาศ 5 หมื่นชื่อ สอบท้องถิ่นผ่านวันนี้ คาดบรรจุแทน 5,925 คน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้สมัครทุกภาคส่วน

การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการกลาง (ก.กลาง) ซึ่งได้มีการพิจารณาเพิกถอนรายชื่อผู้สอบผ่านเดิมจำนวน 5,925 รายที่พบปัญหา โดยนายวรศิษฎ์ย้ำว่าการประกาศบัญชีใหม่จำนวน 50,000 รายชื่อในวันนี้ จะช่วยให้ขั้นตอนการบรรจุทดแทนมีความชัดเจนขึ้น โดยกระบวนการหลังจากนี้จะถูกส่งไปยัง ก.จังหวัด เพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งคาดการณ์ว่าทุกอย่างจะเข้าสู่กระบวนการบรรจุจริงในช่วงเดือนตุลาคมนี้

กระบวนการตรวจสอบและแผนการบรรจุทดแทน

สำหรับประเด็นที่หลายคนกังวลเกี่ยวกับผู้ได้รับผลกระทบจากการเพิกถอนบัญชีเดิม นายวรศิษฎ์ระบุว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้เตรียมทีมกฎหมายไว้พร้อมดูแลทุกขั้นตอน โดยเน้นการยึดถือพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ พร้อมทั้งชี้แจงว่าเป้าหมายหลักคือการทำงานที่ตรวจสอบได้ และการที่ “วรศิษฎ์” ประกาศ 5 หมื่นชื่อ สอบท้องถิ่นผ่านวันนี้ คาดบรรจุแทน 5,925 คน นั้น คือเครื่องพิสูจน์ถึงความตั้งใจในการกู้คืนความเชื่อมั่นให้กับระบบการสอบท้องถิ่นไทย

นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงประเด็นดราม่าทางการเมืองที่ถูกตั้งคำถามจากฝั่งกรรมาธิการฯ เรื่องการยกเลิกจ้างมหาวิทยาลัยบูรพา โดยนายวรศิษฎ์ได้ตอบโต้ว่า การดำเนินการทั้งหมดมีไทม์ไลน์ที่ชัดเจนและมีที่มาที่ไป หากไม่มีเจตนาสุจริตจริง คงไม่มีการลงนาม MOU ร่วมกับ 5 หน่วยงานหลัก รวมถึง ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เพื่อเฝ้าระวังการทุจริตอย่างใกล้ชิด

  • ขั้นตอนการประกาศผลเป็นไปตามมติ ก.กลาง
  • การเพิกถอนผู้มีปัญหาจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 31 สิงหาคม
  • กระบวนการบรรจุทดแทนคาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนตุลาคม
  • ทางกระทรวงมหาดไทยพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมาธิการฯ

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในการแสดงความรับผิดชอบและยกระดับมาตรฐานการสอบให้โปร่งใสยิ่งขึ้น การที่ “วรศิษฎ์” ประกาศ 5 หมื่นชื่อ สอบท้องถิ่นผ่านวันนี้ คาดบรรจุแทน 5,925 คน คือสิ่งที่สะท้อนถึงการแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมา หวังว่าการดำเนินการต่อจากนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมกับผู้สอบทุกท่านที่ตั้งใจจริงครับ

ที่มา – “วรศิษฎ์” ประกาศ 5 หมื่นชื่อ สอบท้องถิ่นผ่านวันนี้ คาดบรรจุแทน 5,925 คน

มติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ ธีรุตม์-เรืองเดช รับจบ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนจับตามอง สำหรับกรณีการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ล่าสุดได้มีการประชุมสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยมติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ “ธีรุตม์-เรืองเดช” รับจบ ซึ่งถือเป็นการกู้คืนความยุติธรรมให้กับผู้เข้าสอบทุกคนที่ตั้งใจทำข้อสอบอย่างเต็มที่

มติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ ธีรุตม์-เรืองเดช รับจบ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้แถลงถึงผลการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) โดยยืนยันว่าทางคณะกรรมการได้ยึดตามมติของ กสถ. ที่ตรวจพบความผิดปกติของคะแนนสอบจำนวน 5,925 ราย โดยจะมีการประกาศบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ในวันที่ 7 ส.ค. นี้ และขีดเส้นตายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการเพิกถอนชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ส.ค. 2569

กระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใสและยุติธรรม

สำหรับประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า มติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ “ธีรุตม์-เรืองเดช” รับจบ นั้น ทางรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าทุกอย่างดำเนินการบนฐานของข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ด้วยหลักนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนกรณีของนายธีรุตม์ และนายเรืองเดช ที่ถูกกล่าวหาจากกองบังคับการปราบปรามนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานยุติธรรมและ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยไม่มีนโยบายปกป้องผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน

  • ผลกระทบต่อผู้สอบผ่าน: จะมีการประกาศบัญชีใหม่เพื่อให้เกิดความถูกต้อง
  • แนวทางปฏิบัติ: ส่งคู่มือให้ท้องถิ่นเพื่อดำเนินการถอดถอนอย่างเป็นธรรม
  • ความมั่นใจ: ทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบและชี้แจงต่อสังคมได้

ในส่วนของกลุ่ม 97 รายที่มีการปรับคะแนนเพิ่มขึ้น ทางหน่วยงานจะยังคงให้ปฏิบัติหน้าที่ตามเงื่อนไขเพื่อรอการสอบสวนข้อเท็จจริงร่วมกับตำรวจและ ป.ป.ช. หากพบว่ามีส่วนร่วมในการทุจริตจริง จะต้องได้รับโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุดอย่างไม่มีข้อยกเว้น

ท้ายที่สุดนี้ ผมมองว่าการตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการคืนความเชื่อมั่นให้กับระบบการสอบคัดเลือกของภาครัฐ การปราบปรามการทุจริตในระบบสอบท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การที่หน่วยงานให้ความสำคัญและกล้าที่จะรื้อระบบใหม่เพื่อความยุติธรรม เป็นสิ่งที่ภาคประชาชนควรสนับสนุน เพื่อให้ลูกหลานของเราเติบโตในสังคมที่ยึดถือระบบคุณธรรมมากกว่าระบบเส้นสายครับ

ที่มา – มติ ก.กลาง เพิกถอน 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ไม่ตอบ “ธีรุตม์-เรืองเดช” รับจบ

Scroll to top