กรมอุตุนิยมวิทยา

เตรียมรับลมหนาว 19-20 พ.ย.นี้! กทม.อุณหภูมิลด

เตรียมตัวให้พร้อม! กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน ฉบับที่ 7 ประเทศไทยตอนบนยังมีอากาศแปรปรวน ก่อนที่ภาคอีสานอุณหภูมิจะลดฮวบ 5-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางรวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เตรียมเตรียมรับลมหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียสในช่วงวันที่ 19-20 พฤศจิกายนนี้

เตรียมรับลมหนาว ช่วง 19 – 20 พ.ย. ภาคกลางรวม กทม. อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาฯ

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ฉบับที่ 7 โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 18-23 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศแปรปรวน มีฝนบางพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 19 – 20 พฤศจิกายน 2568 อุณหภูมิจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลงถึง 5-7 องศาเซลเซียส ภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส ดังนั้นอย่าลืมเตรียมรับลมหนาวที่จะมาถึง!

สิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อเตรียมรับลมหนาว

  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ
  • เตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม
  • ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง
  • เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับทางภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 18-23 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ดังนั้นทางภาคใต้จึงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19-23 พ.ย. 68

อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเตรียมตัวเตรียมรับลมหนาวที่กำลังจะมาถึง

สรุปแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เท่านี้เราก็จะสามารถผ่านพ้นช่วงเปลี่ยนฤดูนี้ไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย

เตรียมตัวให้พร้อม! ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง อย่าลืมดูแลสุขภาพและเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อมนะครับ

ที่มา – เตรียมรับลมหนาว ช่วง 19 – 20 พ.ย. ภาคกลางรวม กทม. อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาฯ

เตือน! 5 จังหวัดฝนฟ้าคะนอง อากาศเย็นถึงหนาว

เตรียมรับมือ! กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฉบับที่ 3 เรื่อง 5 จังหวัดฝนฟ้าคะนอง อากาศเย็นถึงหนาว ที่กำลังจะมาถึง พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

5 จังหวัดฝนฟ้าคะนอง อากาศเย็นถึงหนาว: เตรียมพร้อมรับมือ!

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนเรื่อง “อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ฉบับที่ 3 โดยใจความสำคัญอยู่ที่ช่วงวันที่ 17 – 23 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศแปรปรวน และมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะแรกที่จะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุมจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ก่อนที่ผลกระทบจะขยายไปยังภาคอื่นๆ ในเวลาต่อมา

สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ หลังจากช่วงฝนฟ้าคะนอง อุณหภูมิจะลดลงอย่างฮวบฮาบ ทำให้เกิดสภาพอากาศเย็นถึงหนาวและลมแรง โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลงถึง 4-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง (รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส

จังหวัดไหนบ้างที่ต้องระวัง 5 จังหวัดฝนฟ้าคะนอง อากาศเย็นถึงหนาว

ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในระยะแรกคือ:

  • อุบลราชธานี
  • ศรีสะเกษ
  • สุรินทร์
  • บุรีรัมย์
  • นครราชสีมา

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอให้ประชาชนในทุกภาคส่วนของประเทศติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ข้อควรปฏิบัติเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง:

  • ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น
  • ระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและแหล่งความร้อนต่างๆ ให้ปลอดภัย
  • เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

สถานการณ์ภาคใต้: ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

สำหรับภาคใต้ สถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเนื่องจากจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19-23 พ.ย. 68

สรุปคือ ช่วงนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศแปรปรวนในหลายพื้นที่ ทั้งฝนฟ้าคะนอง อากาศเย็นถึงหนาว และคลื่นลมแรง ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ดังนั้นเตรียมตัวรับมือกับ 5 จังหวัดฝนฟ้าคะนอง อากาศเย็นถึงหนาว ที่กำลังจะมาถึง เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม และวางแผนการเดินทางให้ปลอดภัยนะทุกคน!

ที่มา – ประกาศฉบับ 3 เตือน 5 จังหวัดฝนฟ้าคะนอง ก่อนอุณหภูมิลดลง มีอากาศเย็นถึงหนาว

อุตุฯ เตือน! อากาศหนาวเย็น 17-23 พ.ย.นี้

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 1 เตือนเรื่อง อากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 17-23 พ.ย.นี้ โดยในช่วงแรกจะมีฝนเกิดขึ้น หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง ทำให้หลายพื้นที่จะมีอากาศหนาวเย็นถึงหนาว โดยเฉพาะภาคอีสานที่คาดว่าจะลดลงถึง 4-7 องศาเซลเซียส

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนเรื่อง อากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบน โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 17-23 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีอากาศเย็นถึงหนาวและมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงมากที่สุดคือ 4-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส

อากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบน ช่วง 17-23 พ.ย.

นอกจากเรื่องของอุณหภูมิที่ลดลงแล้ว สิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องของสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นเพียงพอ

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงที่อากาศแห้งและมีลมแรง เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตร

สิ่งที่ต้องระวังในช่วงอากาศหนาวเย็น

  • ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นเพียงพอ
  • ระวังอันตรายจากอัคคีภัย
  • เกษตรกรควรป้องกันความเสียหายของผลผลิต

สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้

คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

รวมทั้งระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19-23 พฤศจิกายน 2568

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ อากาศหนาวเย็น ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นสัญญาณเตือนให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง การระมัดระวังเรื่องอัคคีภัย และการติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าวไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – อุตุฯ ประกาศฉบับ 1 “อากาศหนาวเย็น” บริเวณประเทศไทยตอนบน ช่วง 17-23 พ.ย.

สลด! ทอร์นาโดถล่มเมืองบราซิล ดับ 6

ข่าวเศร้าจากบราซิล! เมื่อ ทอร์นาโดถล่มเมืองบราซิล ทางตอนใต้ ทำให้เมืองเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 750 คน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ทางการบราซิลรายงานว่า ทอร์นาโดถล่มเมืองบราซิล รีโอ บอนิโต โด อีกวาซู ในรัฐปารานา ส่งผลให้เมืองแทบจะกลายเป็นเมืองร้าง อาคารบ้านเรือนพังพินาศ ผู้คนไร้ที่อยู่อาศัย

กรมอุตุนิยมวิทยาของบราซิลระบุว่า พายุทอร์นาโดนี้เกิดขึ้นในช่วงเย็นวันศุกร์ พัดกระหน่ำด้วยความเร็วลมสูงสุดถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้รถยนต์พลิกคว่ำ อาคารพังราบเป็นหน้ากลอง เมืองที่มีประชากรราว 14,000 คน ถูกทำลายจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม

พยานผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า พายุเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที แต่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล พายุมาพร้อมกับลูกเห็บขนาดใหญ่ ลมที่รุนแรงพัดทุกสิ่งทุกอย่างปลิวว่อน ภาพถ่ายทางอากาศแสดงให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น อาคารบ้านเรือนพังทลาย เศษซากปรักหักพังกระจายไปทั่วบริเวณ

โรเซเล ดาลคันดอน ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวด้วยความสิ้นหวังว่า “มันทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง ทำลายเมือง ทำลายบ้านเรือน ทำลายโรงเรียน แล้วพวกเราจะอยู่อย่างไรต่อไป?” เธอกล่าวขณะยืนอยู่ข้างกองเศษซากที่เคยเป็นร้านค้าของเธอ

เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันภัยพลเรือนยืนยันว่า เมืองได้รับความเสียหายกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ทีมกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงในเมืองใกล้เคียงเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นายเฟอร์นันโด ชูนิก หัวหน้าสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนรัฐปารานา กล่าวว่า ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นเหมือนกับฉากในภาพยนตร์สงคราม เขาเชื่อว่ามีโอกาสที่จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากพายุทอร์นาโดพัดเข้าถล่มพื้นที่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง

นาย ราตินโญ จูเนียร์ ผู้ว่าการรัฐปารานా ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวัง ระดมพล และติดตามสถานการณ์ในเมืองที่ได้รับผลกระทบจากพายุอย่างใกล้ชิด

หน่วยงานสภาพอากาศของบราซิลได้ออกประกาศเตือนภัยพายุอันตราย ซึ่งมีผลบังคับใช้ทั่วทั้งรัฐปารานา รวมถึงรัฐทางใต้อื่นๆ ได้แก่ ซานตา กาตารินา และ ริโอ กรันเด โด ซูล

ทอร์นาโดถล่มเมืองบราซิล: หายนะที่ไม่มีใครคาดคิด

เหตุการณ์ ทอร์นาโดถล่มเมืองบราซิล ในครั้งนี้ ถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศ บราซิล การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก สร้างความโศกเศร้าและความเสียใจให้กับประชาชนชาวบราซิลเป็นอย่างยิ่ง

ผลกระทบจากเหตุการณ์ทอร์นาโดถล่มเมืองบราซิล

  • การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน
  • ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของเมือง
  • ปัญหาด้านสุขภาพจิตของผู้ประสบภัย
  • ความยากลำบากในการฟื้นฟูเมือง

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ภัยธรรมชาติสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และเราควรเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การให้ความรู้แก่ประชาชน และการสร้างความเข้มแข็งให้กับโครงสร้างพื้นฐาน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติได้

ทางทีมงานขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้สูญเสีย และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ทอร์นาโดถล่มเมืองบราซิล ให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

ที่มา – ทอร์นาโดถล่มเมืองบราซิลพังยับ 90% ดับ 6 ศพ บาดเจ็บอีก 750 ราย

พยากรณ์อากาศวันลอยกระทง: ไทยยังมีฝน

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ “วันลอยกระทง” 5 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ และมีอากาศเย็นในตอนเช้า หลายคนคงกำลังวางแผนไปลอยกระทงกันอยู่ใช่ไหมคะ? มาเช็คสภาพอากาศกันก่อน จะได้เตรียมตัวพร้อม!

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศสำหรับวันลอยกระทง ซึ่งตรงกับวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 โดยคาดการณ์ว่าบริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ และจะมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง

สำหรับใครที่วางแผนจะไปลอยกระทงในภาคใต้ ต้องระวังกันเป็นพิเศษนะคะ เพราะยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันเริ่มมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ดังนั้น ควรตรวจสอบสภาพอากาศและคลื่นลมก่อนเดินทางเพื่อความปลอดภัย

พยากรณ์อากาศวันลอยกระทง

สรุปง่ายๆ คือ วันลอยกระทงปีนี้ ภาคเหนือและอีสานอากาศเย็นสบาย มีฝนเล็กน้อย ส่วนภาคกลางและตะวันออกมีฝนฟ้าคะนอง ภาคใต้ฝนตกหนักคลื่นลมแรง

คำแนะนำสำหรับวันลอยกระทง

  • ตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนออกจากบ้าน
  • เตรียมเสื้อกันฝนหรือร่มไปด้วย หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงฝน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนัก
  • ระมัดระวังอันตรายจากลมแรงและคลื่นสูง หากไปลอยกระทงใกล้ทะเล
  • เลือกกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายง่าย เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
  • ลอยกระทงในบริเวณที่ปลอดภัย และมีเจ้าหน้าที่ดูแล

นอกจากเรื่องสภาพอากาศแล้ว อย่าลืมดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้ดีในช่วงเทศกาลนะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับวันลอยกระทงค่ะ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการวางแผนล่วงหน้าและเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ การตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง การเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เสื้อกันฝน ร่ม และไฟฉาย รวมถึงการเลือกสถานที่ลอยกระทงที่ปลอดภัยและมีเจ้าหน้าที่ดูแล จะช่วยให้คุณและครอบครัวสามารถสนุกกับเทศกาลลอยกระทงได้อย่างเต็มที่และปลอดภัยค่ะ

นอกจากนี้ การเลือกกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและย่อยสลายง่าย เช่น ใบตอง ต้นกล้วย หรือขนมปัง จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย อย่าลืมลอยกระทงด้วยความระมัดระวัง ไม่จุดพลุหรือประทัดในที่สาธารณะ และทิ้งขยะให้เป็นที่ เพื่อรักษาความสะอาดของสถานที่จัดงาน

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับเทศกาลลอยกระทง ขอให้สิ่งไม่ดีทั้งหลายลอยไปกับกระทง และขอให้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตนะคะ เดินทางปลอดภัยและสนุกกับเทศกาลค่ะ

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ “วันลอยกระทง” ไทยยังมีฝนบางพื้นที่

รัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้ ฝนตกหนัก!

รองโฆษกรัฐบาลเตือนเกษตรกรให้ระวังผลกระทบจากพายุ “คัลแมกี” ในช่วงวันที่ 7–9 พ.ย. นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ กทม.และปริมณฑล รวมถึงอีก 7 จังหวัด อาจมีฝนตกหนักบางจุด ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมขังได้ ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือรัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้อย่างเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนที่ตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” (KALMAEGI) ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ โดยคาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางในช่วงวันที่ 4–5 พ.ย. และจะขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 6–7 พ.ย. หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน และกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนเข้าปกคลุมพื้นที่ภาคอีสานของประเทศไทยในช่วงวันที่ 7 พ.ย. 68 ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคอีสานก่อนที่จะขยายไปยังภาคอื่นๆ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่าบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร จะมีฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และนครปฐม โดยอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย และมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักในบางจุด ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังได้

สำหรับภาคใต้ จะมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักในบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีลงไป คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีความสูง 1–2 เมตร (บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร) ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ในส่วนของแนวโน้มสภาพอากาศใน 7 วันข้างหน้า (4–10 พ.ย. 68) กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้ดังนี้:

  • ในช่วงวันที่ 4–6 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีปริมาณฝนลดลง และมีอากาศเย็นในตอนเช้า
  • ในช่วงวันที่ 7–10 พ.ย. จะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคอีสานตอนล่าง อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของพายุ
  • ภาคใต้ จะมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง และคลื่นลมจะมีกำลังแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันที่ 5–7 พ.ย. คลื่นสูง 2–3 เมตร

รัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้

“รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนในช่วงที่พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพของตนเองจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกร ควรป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรจากฝนและลมแรง สำหรับชาวเรือในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ในช่วงระหว่างวันที่ 7–9 พ.ย. นี้ ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และติดตามการประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

สิ่งที่ต้องเตรียมตัวเมื่อ รัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศ: ตรวจสอบพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์
  • เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วม: หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ควรเตรียมกระสอบทราย ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
  • ตรวจสอบบ้านเรือน: ตรวจสอบความแข็งแรงของหลังคา ประตู หน้าต่าง เพื่อป้องกันความเสียหายจากลมพายุ
  • เตรียมสิ่งของจำเป็น: เตรียมน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยา และของใช้จำเป็นอื่นๆ ให้พร้อม
  • หลีกเลี่ยงการเดินทาง: หากไม่จำเป็น ควรงดเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนักและพายุพัด

สถานการณ์พายุ “คัลแมกี” เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ การที่รัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนให้เราไม่ประมาทและเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – รัฐบาล เตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้ กทม.-ปริมณฑล ฝนยังตกหนักบางจุด

สภาพอากาศวันนี้ ฝนตกหนัก! กทม.ยังอ่วม

“กรมอุตุนิยมวิทยา” เตือน สภาพอากาศวันนี้ หลายจังหวัดยังคงมี “ฝนตกหนัก” อาจทำให้เกิดน้ำท่วมได้ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

วันที่ 4 พ.ย. 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า “พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดกรุงเทพมหานคร รวมทั้งปริมณฑล ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม เนื่องจากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง

ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีอากาศเย็นในตอนเช้า

ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนตก รวมถึงระวังอันตรายจากฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมได้ในบางพื้นที่

สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อ่าวไทยและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น ‘คัลแมกี’ บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนกลาง ในช่วงวันที่ 4–5 พ.ย. คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 6–7 พ.ย. จากนั้นมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงอย่างรวดเร็ว และเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน”

สภาพอากาศวันนี้ อุตุฯ เตือนหลายจังหวัดยังคงมี “ฝนตกหนัก” โดยเฉพาะ กทม.

เตรียมรับมือ! สภาพอากาศวันนี้ มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่

สถานการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทยในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังในหลายจุด ทำให้การจราจรติดขัดและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน

เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นอีก ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และวางแผนการเดินทางให้รอบคอบ หากจำเป็นต้องเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนัก ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง และขับรถด้วยความระมัดระวัง

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านและที่อยู่อาศัยให้พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังภายในบ้าน และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การเตรียมสิ่งของจำเป็น ยาประจำตัว และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อมใช้งาน

สำหรับเกษตรกร ควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและคำแนะนำจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรให้เหมาะสมกับสถานการณ์

สถานการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนทุกคนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อผ่านพ้นช่วงฤดูฝนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

สถานการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ ยังคงเป็นสิ่งที่น่ากังวล และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงการประกอบอาชีพของประชาชนในหลายพื้นที่ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ อุตุฯ เตือนหลายจังหวัดยังคงมี “ฝนตกหนัก” โดยเฉพาะ กทม.

เปิดเทอมอ่วม! ฝนถล่มน้ำท่วมขัง รถติดสาหัส

คนกรุงเจอปัญหาใหญ่! แฮชแท็ก #น้ำท่วม มาแรงติดเทรนด์ หลัง “ฝนตกหนัก” ต่อเนื่องเมื่อคืน ถนนหลายสาย น้ำท่วมขัง ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นถึงดึกของวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักในกรุงเทพฯ ทำให้หลายพื้นที่น้ำท่วมขัง โดยเฉพาะถนนแจ้งวัฒนะ ถนนพหลโยธิน ขาออก มุ่งหน้าสะพานใหม่ ฝั่งวงเวียนอนุสาวรีย์บางเขน รถเล็กสัญจรไม่ได้ และมีรถเสียจำนวนมาก เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางเขนต้องมาอำนวยความสะดวก

ล่าสุด วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 สถานการณ์ เปิดเทอมเช้าวันจันทร์อ่วม เมื่อคืนฝนตกหนัก หลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง-รถติดสาหัส พบว่าหลายพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง ทำให้การจราจรติดขัดหนัก ส่งผลให้แฮชแท็ก #น้ำท่วม ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อย่างรวดเร็ว มีรายงานจุดน้ำท่วมเช้านี้ดังนี้:

  • 09.12 น. ถนนรังสิต-ปทุมธานี ขาเข้า ก่อนถึงสะพานข้ามคลองประปา น้ำท่วมขัง 2 ช่องทางซ้าย รถติดหนัก ท้ายแถวสะสมใกล้แยกบ้านกลาง กระทบถนนซ่อมสร้าง ขาเข้า มุ่งหน้าแยกบางพูน ท้ายบนสะพานปทุมธานี 2
  • 09.05 น. การจราจรโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทุกด้านยังเคลื่อนตัวได้ดี ไม่มีท้ายแถวสะสม
  • 08.55 น. ถนนรังสิต-ปทุมธานี ขาเข้า หน้าตลาด 200 ปีรังสิต น้ำท่วมขัง 2 ช่องทางซ้าย รถติดมาก
  • 08.30 น. มี น้ำท่วมขัง บนผิวถนนสูงในบางจุด ทำให้การจราจรหนาแน่น, แจ้งวัฒนะ – ปากเกร็ด 43, แจ้งวัฒนะ – ปากเกร็ด 38, แจ้งวัฒนะ ขาเข้า, หน้าไทวัสดุ แจ้งวัฒนะ, ทางขึ้นทางด่วนฝั่งไทวัสดุ
  • 07.55 น. ประชาชื่น-เลียบคลองประปา มุ่งหน้าแยกพงษ์เพชร น้ำท่วม สูงมองไม่เห็นฟุตบาท การจราจรติดขัด รถเล็กโปรดหลีกเลี่ยง หากผ่านจุดน้ำสูงระหว่างซอย 4-5 การจราจรเริ่มคล่องตัว
  • 07.52 น. พระราม 9 ขึ้นยกระดับวนซ้ายออกศรีนครินทร์ มุ่งหน้าแยกพัฒนาการ หนาแน่น มี น้ำท่วมขัง ช่องซ้าย ยาวถึงข้ามทางรถไฟ

เปิดเทอมเช้าวันจันทร์อ่วม เมื่อคืนฝนตกหนัก หลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง-รถติดสาหัส

สถานการณ์ล่าสุด: เปิดเทอมเช้าวันจันทร์อ่วม เมื่อคืนฝนตกหนัก หลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง-รถติดสาหัส

สถานการณ์ เปิดเทอมเช้าวันจันทร์อ่วม เมื่อคืนฝนตกหนัก หลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง-รถติดสาหัส ในเช้าวันนี้ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงาน การจราจรในหลายพื้นที่ติดขัดอย่างหนัก รถเล็กควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง และวางแผนการเดินทางให้ดี เพื่อเผื่อเวลาในการเดินทาง

จากสถานการณ์ เปิดเทอมเช้าวันจันทร์อ่วม เมื่อคืนฝนตกหนัก หลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง-รถติดสาหัส ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาการระบายน้ำในกรุงเทพฯ ที่ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางในช่วงนี้ ตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน และขับขี่ด้วยความระมัดระวัง หากไม่จำเป็น ควรงดการเดินทางจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ที่มา – เปิดเทอมเช้าวันจันทร์อ่วม เมื่อคืนฝนตกหนัก หลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง-รถติดสาหัส

อัปเดต! เส้นทางพายุโซนร้อน “คัลแมกี” ใกล้ฟิลิปปินส์

สถานการณ์สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา! วันนี้เรามาอัปเดตเส้นทางพายุโซนร้อน “คัลแมกี” ที่กำลังจะเคลื่อนผ่านประเทศฟิลิปปินส์กันค่ะ ข่าวนี้สำคัญมากๆ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ ดังนั้นเราต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดนะคะ

อัปเดตเส้นทางพายุโซนร้อน “คัลแมกี” จ่อเคลื่อนผ่านฟิลิปปินส์ ต้องติดตามเป็นระยะ

“กรมอุตุนิยมวิทยา” ได้ออกมาอัปเดตข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเส้นทางของพายุโซนร้อน “คัลแมกี” อย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าพายุกำลังจ่อเคลื่อนผ่านประเทศฟิลิปปินส์ แต่ทิศทางของพายุยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ ดังนั้นจึงต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ทางเฟซบุ๊กของ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้โพสต์ข้อความอัปเดตสถานการณ์พายุในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยระบุว่า พายุโซนร้อน “คัลแมกี” (KALMAEGI) ซึ่งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก (ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์) กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก และคาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้

คาดการณ์เส้นทาง “คัลแมกี” และผลกระทบ

จากข้อมูลล่าสุด คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2568 พายุโซนร้อน “คัลแมกี” จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนาม แต่เมื่อปะทะกับอากาศเย็นก็จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป เนื่องจากทิศทางและความรุนแรงของพายุยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้

สิ่งที่น่ากังวลคือ แม้ว่าพายุจะอ่อนกำลังลงเมื่อเข้าใกล้เวียดนาม แต่ก็อาจจะยังคงมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ ดังนั้นเราจึงควรเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

  • ตรวจสอบสภาพบ้านเรือนให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรง
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง
  • เตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยา

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์พายุเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของเรา ดังนั้นอย่าลืมติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัดนะคะ

หวังว่าข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเส้นทางพายุโซนร้อน “คัลแมกี” นี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านนะคะ อย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนและครอบครัวของคุณ เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – อัปเดตเส้นทางพายุโซนร้อน “คัลแมกี” จ่อเคลื่อนผ่านฟิลิปปินส์ ต้องติดตามเป็นระยะ

Scroll to top