กรมอุตุนิยมวิทยา

เตรียมรับลมหนาว! ไทยเข้าสู่ “ฤดูหนาว” 23 ต.ค.นี้

เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม! ประเทศไทยประกาศเข้าสู่ “ฤดูหนาว” อย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ตุลาคมนี้แล้ว โดยกรุงเทพฯ และปริมณฑลคาดว่าจะมีอุณหภูมิต่ำสุดที่ 20 องศาเซลเซียส ส่วนบนดอยและภูเขาอาจต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียสและมีน้ำค้างแข็งในบางพื้นที่

นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกมาแถลงการณ์ถึงการเข้าสู่ฤดูหนาวของปี 2568 โดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งระบุว่าประเทศไทยตอนบนมีสภาพอากาศตรงตามเกณฑ์การเปลี่ยนฤดูกาลแล้ว

เกณฑ์ดังกล่าวประกอบด้วย:

  • อุณหภูมิต่ำสุดในประเทศไทยตอนบนอยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไป (ต่ำกว่า 23.0 องศาเซลเซียส) อย่างต่อเนื่อง
  • ลมระดับล่างเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือ หรือลมตะวันออก
  • ลมระดับบนเป็นลมฝ่ายตะวันตก
  • ปริมาณและการกระจายของฝนในประเทศไทยตอนบนลดลงอย่างต่อเนื่อง

อากาศจะเริ่มเย็นลงตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม และ “ฤดูหนาว” จะหนาวเย็นขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2568 ไปจนถึงประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569

“ฤดูหนาว” มาแล้ว! เตรียมรับมืออากาศเปลี่ยนแปลง

สำหรับลักษณะอากาศโดยทั่วไปของฤดูหนาวปีนี้ คาดว่าอุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 21-25 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าปกติประมาณ 1 องศาเซลเซียส แต่จะมีโอกาสสัมผัสอากาศหนาวเย็นใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ถึง มกราคม 2569 บริเวณยอดดอย ยอดภู และเทือกเขา จะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส และอาจเกิดน้ำค้างแข็งได้ในบริเวณต่างๆ เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ หรือ ภูเรือ จังหวัดเลย

ข้อควรระวังในช่วง “ฤดูหนาว”

เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ สิ่งที่ต้องระวังคือภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกต่อเนื่องในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกของภาคใต้ ประชาชนในพื้นที่ควรเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และพายุหมุนเขตร้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

ในส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑล คาดว่าจะมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 20 องศาเซลเซียส ถือว่าเป็นอากาศที่เย็นสบาย เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและทำกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ในช่วงปลายเดือนนี้ ประเทศไทยตอนบนก็ยังคงมีโอกาสเกิดฝนตกได้ในบางพื้นที่ ดังนั้นจึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเที่ยวในช่วง “ฤดูหนาว” นี้ อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง และเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศด้วยนะครับ การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้คุณสนุกกับการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวได้อย่างเต็มที่

ประเทศไทยเข้าสู่ “ฤดูหนาว” แล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพให้ดีและเตรียมพร้อมรับมือกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้คุณได้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งความสุขในฤดูหนาวอย่างเต็มที่

ที่มา – ไทยเข้าสู่ “ฤดูหนาว” อย่างเป็นทางการ 23 ต.ค.นี้ กรุงเทพฯ ต่ำสุด 20 องศาฯ

สภาพอากาศวันนี้: เหนือหนาว กทม.หมอก สู่ฤดูหนาว

พยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อย โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มมีอากาศเย็นในตอนเช้า พร้อมลมแรงและอุณหภูมิที่ลดลง หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ มีลักษณะคล้ายหมอกปกคลุมและเริ่มสัมผัสได้ถึงมวลอากาศเย็น สัญญาณบ่งบอกถึงการเข้าสู่ฤดูหนาวเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศประจำวัน โดยระบุว่าภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อย ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มมีอากาศเย็นในตอนเช้า มีลมแรงและอุณหภูมิจะลดลง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้และประเทศเวียดนามตอนบน คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในวันนี้ (21 ต.ค.) ในขณะที่ลมตะวันออกพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน

ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุง สงขลา และปัตตานี ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมขังในช่วงนี้ ส่วนประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง พายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นและเคลื่อนเข้าใกล้ตอนใต้ของเกาะไหหลำ ประเทศจีน และชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 22-23 ต.ค. หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนและทะเลจีนใต้ตอนบนในช่วงวันดังกล่าว โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย

06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1–2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่จังหวัดเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง ถึงแม้วันนี้จะไม่ใช่วันหยุด แต่สภาพอากาศที่เป็นใจในช่วงปลายฝนต้นหนาว ทำให้อุณหภูมิบนยอดดอยวัดได้ 10 องศาเซลเซียส ที่บริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปานวัดได้ 12 องศาเซลเซียส สภาพอากาศที่ดี ประกอบกับท้องฟ้าเปิด ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสลมหนาวและเห็นพระอาทิตย์แสงแรกของวันที่ค่อยๆ สาดส่องขึ้นมาเหนือขอบฟ้า สร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก หลายคนบอกว่าไม่ผิดหวังที่ได้ขึ้นมาเที่ยว เพราะได้สัมผัสอากาศหนาวและได้เห็นแสงแรกที่สวยงาม

สภาพอากาศวันนี้ ภาคเหนืออุณหภูมิลดลง กทม.มีหมอกปกคลุม เริ่มเห็นสัญญาณเข้าสู่ฤดูหนาว

ขณะเดียวกันในช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ มีลักษณะคล้ายหมอกปกคลุม และเริ่มมีมวลอากาศเย็นลงจนสัมผัสได้ เริ่มเห็นสัญญาณ “เปลี่ยนฤดู” เข้าสู่ฤดูหนาว อย่างไรก็ตามก็มีหลายคนกังวลว่า จะเป็นฝุ่น PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน หรือไม่อย่างไร สรุปแล้ว สภาพอากาศวันนี้ ในหลายพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะภาคเหนือที่เริ่มมีอากาศหนาวเย็น

เตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การเตรียมตัวรับมือกับ สภาพอากาศวันนี้ ภาคเหนืออุณหภูมิลดลง กทม.มีหมอกปกคลุม เริ่มเห็นสัญญาณเข้าสู่ฤดูหนาว จึงเป็นสิ่งสำคัญ ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสม และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ ภาคเหนืออุณหภูมิลดลง กทม.มีหมอกปกคลุม เริ่มเห็นสัญญาณเข้าสู่ฤดูหนาว

กรมอุตุฯ เผย “พายุเฟิงเฉิน” ไม่เข้าไทย แต่มีผลกระทบ

กรมอุตุนิยมวิทยา อัปเดตเส้นทางพายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” คาดวันนี้เคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน โดยไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่ส่งผลให้ภาคอีสานมีฝนตกบางแห่ง

เช้าวันที่ 19 ตุลาคม 2568 มีรายงานว่า เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา อัปเดตเส้นทางพายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” (FENGCHEN)

โดยระบุว่า พายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” เคลื่อนตัวอยู่บริเวณเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่า วันนี้ (19 ตุลาคม) พายุจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน

แนวโน้มต่อไปช่วงวันที่ 21 – 23 ตุลาคม 2568 พายุนี้จะเคลื่อนเข้าใกล้ตอนใต้ของเกาะไหหลำ ประเทศจีนและชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง

ในขณะเดียวกัน มีกำลังความกดอากาศสูงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมจีนตอนใต้และเวียดนามตอนบน ส่งผลให้ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม พายุลูกนี้ ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จะส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนบางแห่ง และลมแรงขึ้น โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกและอ่าวไทย

ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง ใช้เป็นแนวทางในการติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด.

ขอบคุณ กรมอุตุนิยมวิทยา

กรมอุตุฯ อัปเดตเส้นทาง “พายุเฟิงเฉิน” ไม่เข้าไทย แต่กระทบอีสานฝนตกบางแห่ง

สถานการณ์พายุในช่วงนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด แม้ว่า “พายุเฟิงเฉิน” จะไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ก็ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวอีสานที่อาจจะต้องเผชิญกับฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง

ทำความเข้าใจสถานการณ์ “พายุเฟิงเฉิน”

“พายุเฟิงเฉิน” เป็นพายุโซนร้อนที่มีกำลังค่อนข้างแรง ซึ่งขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนบน แม้ว่าเส้นทางหลักจะไม่พุ่งเป้ามาที่ประเทศไทย แต่ด้วยอิทธิพลของลมมรสุม ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยได้รับผลกระทบไปด้วย

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงสถานการณ์ล่าสุด และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า “พายุเฟิงเฉิน” จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ตอนใต้ของเกาะไหหลำ ประเทศจีน และชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 21-23 ตุลาคม 2568

ถึงแม้ว่า “พายุเฟิงเฉิน” จะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถวางใจได้ เพราะผลกระทบจากลมมรสุมยังคงทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ ดังนั้นการติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “พายุเฟิงเฉิน”:

  • ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • ตรวจสอบสภาพบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้มีความมั่นคงแข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฝนตกฟ้าคะนอง
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟฟ้าดับ น้ำท่วม

การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ “พายุเฟิงเฉิน” ได้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและผ่านพ้นช่วงนี้ไปด้วยกันนะครับ

สถานการณ์ “พายุเฟิงเฉิน” ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด การวางแผนรับมือล่วงหน้า และการมีสติอยู่เสมอ จะช่วยให้เราสามารถลดความสูญเสียและรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

ที่มา – กรมอุตุฯ อัปเดตเส้นทาง “พายุเฟิงเฉิน” ไม่เข้าไทย แต่กระทบอีสานฝนตกบางแห่ง

“เฟิงเฉิน” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์! อพยพวุ่น

พายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว คาดการณ์ว่าจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ประชาชนนับหมื่นอพยพหนีตาย

สถานการณ์ล่าสุด รายงานข่าวต่างประเทศแจ้งว่า พายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์แล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2568 ส่งผลให้ประชาชนกว่า 27,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดอัลไบ (Albay) และเกาะคาตันดัวเนส (Catanduanes) อย่างเร่งด่วน หลังทางการประกาศเตือนภัยน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์รายงานว่า พายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่เขตเทศบาลกูบัต ซึ่งตั้งอยู่ปลายสุดทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะลูซอน เกาะหลักของประเทศฟิลิปปินส์ ในช่วงบ่ายของวันเสาร์ โดยมีความเร็วลมกระโชกสูงสุดถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แม้ว่าสถานการณ์จะน่ากังวล แต่ทางการฟิลิปปินส์ยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง หรือการบาดเจ็บและเสียชีวิต เนื่องจากมีการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยและชุมชนในพื้นที่ลุ่มต่ำไปยังที่ปลอดภัยล่วงหน้าแล้ว ทำให้สามารถลดผลกระทบจากพายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ในครั้งนี้

นายไรอัน เอสเทรลลาโด เจ้าหน้าที่กู้ภัยในเมืองกูบัต กล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “เรามีฝนตกหนักและลมกระโชกแรง แต่สถานการณ์โดยรวมยังไม่รุนแรงมากนัก” อย่างไรก็ตาม ทางการยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

กรมอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์คาดการณ์ว่า พายุเฟิงเฉินมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้นก่อนที่จะ “ขึ้นฝั่งเป็นครั้งที่สอง” ในพื้นที่ตอนกลางของเกาะลูซอนในวันอาทิตย์นี้ ทำให้ต้องมีการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนว่ามีความเสี่ยงเล็กน้อยถึงปานกลางที่จะเกิดน้ำท่วมชายฝั่ง และอาจมีคลื่นสูงถึง 2 เมตร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนชายฝั่งโดยรอบ

พายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์

สถานการณ์พายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ และการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้า เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าความเสียหายในเบื้องต้นจะยังไม่รุนแรง แต่ทางการฟิลิปปินส์ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การเตรียมพร้อมรับมือเมื่อพายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์

  • ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากทางการอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยา และไฟฉาย
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการและอพยพไปยังที่ปลอดภัย
  • ตรวจสอบบ้านเรือนให้อยู่ในสภาพแข็งแรง และป้องกันความเสียหายจากลมและฝน

พายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์เป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของภูมิภาคต่อภัยธรรมชาติ การเตรียมพร้อมรับมืออย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

สถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก การตระหนักถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างทันท่วงที เป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อลดความสูญเสียและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา – พายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ ชาวบ้านนับหมื่นอพยพจากชายฝั่ง

นายกฯ สั่ง ผู้ว่าฯ 16 จังหวัดเตรียมรับมืออุทกภัย

“อนุทิน” สั่งผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ และเพชรบุรี – ประจวบฯ เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย พร้อมกำชับแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าในทุกช่องทาง

วันที่ 16 ตุลาคม 2568 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ พร้อมด้วยเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ รวม 16 จังหวัด เตรียมรับมืออุทกภัยและคลื่นลมแรงอย่างเต็มที่

ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไปภาคใต้จะได้รับอิทธิพลจากมรสุมและร่องมรสุม รวมถึงอาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้ามา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ทำให้นายอนุทินได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 16 จังหวัด ให้ดำเนินการใน 5 ด้านหลัก ทั้งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยงอุทกภัย คลื่นลมแรง และดินสไลด์ โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน เขตเศรษฐกิจ ริมแม่น้ำ ท้ายเขื่อน และพื้นที่ติดชายทะเล และเน้นย้ำให้แจ้งเตือนภัยล่วงหน้าในทุกช่องทาง

นอกจากนี้พื้นที่ชุมชนให้ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังล่วงหน้า ด้วยการขุดลอกท่อระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และติดตั้งเครื่องจักรกลสาธารณภัยในพื้นที่เสี่ยง ส่วนพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลให้ประสานงานกับกรมเจ้าท่า กองทัพเรือและตำรวจน้ำ เพื่อดูแลความปลอดภัยการเดินเรือ และสั่งห้ามการเดินเรือในช่วงคลื่นลมแรง และสื่อสารแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้เฝ้าระวังและปิดกั้นพื้นที่ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่เสี่ยงเช่น น้ำตก ถ้ำ และเกาะแก่งต่าง ๆ

ส่วนแผนเผชิญเหตุให้จัดทีมปฏิบัติการจากทุกภาคส่วนเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยและกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นระบบ เคลื่อนย้ายทรัพย์สิน จัดหน่วยบริการด้านการแพทย์ และเร่งระบายน้ำ สำรวจและเยียวยาเมื่อสถานการณ์คลี่คลายและให้เร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูบูรณะพื้นที่ประสบภัยตามระเบียบโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามประชาชนที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนได้ที่หมายเลข 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายกฯ สั่ง ผู้ว่าฯ 16 จังหวัดเตรียมรับมืออุทกภัย

จากสถานการณ์ที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ถึงสภาวะอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ 16 จังหวัด เตรียมรับมืออุทกภัย อย่างเร่งด่วน เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและทรัพย์สิน การเตรียมความพร้อมนี้ครอบคลุมถึงการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า และการจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุที่ครอบคลุมทุกด้าน

มาตรการสำคัญในการเตรียมรับมืออุทกภัย

  • การเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์: ติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
  • การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า: แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงผ่านทุกช่องทาง ทั้งสื่อสังคมออนไลน์ วิทยุชุมชน และหอกระจายข่าว
  • การเตรียมแผนเผชิญเหตุ: จัดเตรียมทีมปฏิบัติการ อุปกรณ์กู้ภัย และสถานที่อพยพให้พร้อมใช้งาน
  • การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง: ขุดลอกท่อระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยง
  • การดูแลความปลอดภัยทางทะเล: ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลความปลอดภัยการเดินเรือ และแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสียหายและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น การปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ และการเตรียมพร้อมของประชาชน จะช่วยให้เราสามารถเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การ เตรียมรับมืออุทกภัย จึงเป็นหน้าที่ของทุกคน

การที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ 16 จังหวัดเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความห่วงใยที่รัฐบาลมีต่อประชาชน การเตรียมความพร้อมที่ดีจะช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น และช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ที่มา – นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ 16 จังหวัดเตรียมรับมืออุทกภัย พร้อมให้แจ้งเตือนภัยล่วงหน้า

17-21 ต.ค. ฝนลด อากาศเย็น สัญญาณ “ฤดูหนาว” ชัดเจน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาแจ้งข่าวดี! เตรียมตัวรับลมหนาวที่จะมาเยือนในช่วงวันที่ 17–21 ตุลาคมนี้ โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกในช่วงแรก หลังจากนั้นมวลอากาศเย็นจะแผ่ลงมา ทำให้หลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานสัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นลงอย่างเห็นได้ชัด สัญญาณการเข้าสู่ “ฤดูหนาว” เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับภาคใต้ยังคงต้องเผชิญกับฝนที่ตกต่อเนื่อง

สัญญาณ “ฤดูหนาว” เริ่มชัดเจน 17-21 ต.ค. นี้!

อ้างอิงจากข้อมูลอัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ฝนสะสมล่วงหน้า 10 วัน (ระหว่างวันที่ 12–21 ตุลาคม 2568) โดยใช้แบบจำลอง TMD-WRFDA ของกรมอุตุนิยมวิทยาเอง

ในช่วงวันที่ 12–16 ตุลาคม 2568 ยังคงมีฝนกระจายและตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลางตอนล่าง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนที่อาจเกิดขึ้น

สาเหตุของฝนที่ตกในช่วงนี้มาจากหย่อมความกดอากาศต่ำและร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณดังกล่าว ประกอบกับทิศทางลมที่แปรปรวน ทำให้เกิดฝนตกหนักและฝนสะสม ดังนั้น หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน อย่าลืมพกร่มติดตัวไปด้วย และใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 14–16 ตุลาคม 2568 ภาคเหนือและภาคอีสานตอนบนจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าฝนยังคงตกไม่ขาดสาย

แต่ข่าวดีก็คือในช่วงวันที่ 17–21 ตุลาคม 2568 ลมตะวันออกจะเริ่มพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นมวลอากาศเย็นจะแผ่ลงมา ส่งผลให้อุณหภูมิลดลง โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสานตอนบน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า “ฤดูหนาว” ใกล้เข้ามาแล้ว อย่างไรก็ตาม ภาคใต้ยังคงต้องเผชิญกับฝนที่ตกต่อเนื่องและอาจมีฝนตกหนักในบางวัน

เตรียมรับมืออากาศเปลี่ยนแปลง ช่วงปลายฝนต้นหนาว

ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากปลายฝนต้นหนาวเช่นนี้ สภาพอากาศมักจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในวันเดียวเราอาจได้เจอกับทั้งฝน อากาศเย็นในตอนเช้า และอากาศร้อนในตอนกลางวัน ดังนั้น จึงควรเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลนั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของเราได้ง่าย การดูแลรักษาสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในช่วงนี้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมรับมือกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง

การเตรียมพร้อมรับมือกับ “ฤดูหนาว” ที่กำลังจะมาถึงนั้น ไม่ได้มีแค่เรื่องสุขภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเตรียมเสื้อผ้ากันหนาว การวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว และการดูแลบ้านเรือนให้พร้อมรับลมหนาวที่จะมาเยือน

สุดท้ายนี้ แม้ว่า “ฤดูหนาว” จะเป็นช่วงเวลาที่หลายคนชื่นชอบ แต่ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพและเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตในช่วงฤดูหนาวได้อย่างมีความสุข

ที่มา – อุตุฯ เผยช่วง 17–21 ต.ค. ฝนตกช่วงแรก จากนั้นอากาศเย็น สัญญาณเข้า “ฤดูหนาว” เริ่มชัดเจน

ชาวปทุมธานีเร่งเก็บของ หวั่นน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ปทุมธานีกำลังเป็นที่กังวลใจของชาวบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกคนยังคงหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ต้องเร่งเก็บของขึ้นชั้น 2 เพื่อป้องกันความเสียหาย หวั่นน้ำท่วมซ้ำรอยปี 54 ซึ่งเป็นมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วประเทศ

ชาวปทุมธานี บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา เร่งเก็บของขึ้นชั้น 2 หวั่นน้ำท่วมซ้ำรอยปี 54

จากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 สถานการณ์น้ำท่วมบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ยังคงวิกฤตอย่างต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจพบว่าระดับน้ำสูงทะลักเข้าสู่บ้านเรือนประชาชนและท่วมสะพานต่าง ๆ ทำให้การสัญจรลำบาก ชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่นี้เล่าว่า น้ำท่วมขังมานานหลายวันแล้ว จนต้องรีบเก็บสิ่งของมีค่าขึ้นไปไว้บนชั้นสองของบ้าน หรือใช้วิธีมัดข้าวของไว้ใต้ถุนบ้านเพื่อไม่ให้ถูกน้ำพัดพาไป

ความหวาดกลัวยังคงค้างคาใจทุกคน โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ที่ทำให้หลายครอบครัวสูญเสียทรัพย์สินและต้องอพยพออกจากบ้านเรือน “เรากลัวมากเลยครับ ถ้าน้ำขึ้นมาอีกแบบนั้น เราจะอยู่ยังไง” ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด การเตรียมตัวรับมือจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในขณะนี้

ภาพน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปทุมธานี

การเพิ่มระดับน้ำจากกรมชลประทาน

สถานการณ์ยิ่งน่าเป็นห่วงเมื่อกรมชลประทานออกประกาศแจ้งเตือนว่าจะปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนให้สูงขึ้นถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. ของวันนี้ (3 ต.ค. 2568) เป็นต้นไป การระบายน้ำในปริมาณนี้จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ริมน้ำอย่างปทุมธานี

กรมชลประทานจึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังและเตรียมรับมือกับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ชาวบ้านจำนวนมากเริ่มย้ายสิ่งของสำคัญไปยังที่ปลอดภัย และบางครอบครัวเตรียมแผนอพยพหากสถานการณ์เลวร้ายลง นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าช่วยเหลือในการติดตั้งกระสอบทรายกั้นน้ำและแจกจ่ายของช่วยเหลือเบื้องต้น

เคล็ดลับป้องกันน้ำท่วมสำหรับบ้านริมน้ำ

เพื่อช่วยให้ชาวปทุมธานีและพื้นที่ใกล้เคียงรับมือกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น เราได้รวบรวมเคล็ดลับสำคัญมาฝาก ดังนี้:

  • เก็บของขึ้นที่สูง: นำเฟอร์นิเจอร์และสิ่งของมีค่าขึ้นชั้นสองหรือที่สูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม
  • ติดตั้งระบบกันน้ำ: ใช้กระสอบทรายหรือแผ่นกั้นน้ำบริเวณทางเข้าบ้าน
  • เตรียมเอกสารสำคัญ: เก็บเอกสารและเงินสดไว้ในที่กันน้ำ
  • ติดตามข่าวสาร: ฟังประกาศจากกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
  • วางแผนอพยพ: กำหนดจุดนัดพบครอบครัวและเส้นทางหนีภัยล่วงหน้า

นอกจากนี้ การมีประกันภัยบ้านก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงิน หากเกิดความเสียหายจากน้ำท่วม ชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาหลายคนเริ่มหันมาสนใจเรื่องนี้มากขึ้น

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ปริมาณฝนที่ตกหนักและการจัดการน้ำจากเขื่อน ซึ่งคล้ายคลึงกับปี 2554 แต่ด้วยบทเรียนที่ผ่านมา ประชาชนสามารถรับมือได้ดีกว่าเดิม หากทุกคนร่วมมือกันและปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่

สุดท้ายนี้ อย่าประมาทกับสถานการณ์น้ำท่วม หากคุณอาศัยในพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอและเตรียมพร้อมรับมือ เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของครอบครัว

ที่มา – ชาวปทุมธานี บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา เร่งเก็บของขึ้นชั้น 2 หวั่นน้ำท่วมซ้ำรอยปี 54

กรมอุตุฯ อัปเดตเส้นทางพายุ “แมตโม” ไม่เข้าไทย

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องพยากรณ์อากาศที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันมาก นั่นคือ กรมอุตุฯ อัปเดตเส้นทางพายุ “แมตโม” ย้ำไม่เข้าไทย แต่ต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง พายุโซนร้อนแมตโมกำลังเคลื่อนตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ข่าวดีคือ มันจะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยนะครับ อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรประมาท ต้องติดตามข้อมูลล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาอยู่เสมอ เพื่อเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

กรมอุตุฯ อัปเดตเส้นทางพายุ “แมตโม” ย้ำไม่เข้าไทย แต่ต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานว่า ศูนย์กลางของพายุโซนร้อน “แมตโม (MATMO)” อยู่ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ และกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ คาดว่าจะผ่านเกาะลูซอนของฟิลิปปินส์และลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนในวันนี้ จากนั้นจะมุ่งหน้าสู่เกาะไหหลำและขึ้นฝั่งที่จีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม 2567

ที่สำคัญคือ กรมอุตุฯ ย้ำชัดเจนว่า กรมอุตุฯ อัปเดตเส้นทางพายุ “แมตโม” ย้ำไม่เข้าไทย แต่ต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง พายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่เมฆฝนบางส่วนจากพายุที่อ่อนกำลังลงอาจปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะเริ่มมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 6-7 ตุลาคม ซึ่งอาจนำฝนหนักและคลื่นลมแรงมาสู่บางพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังฝนตกหนักที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือดินถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย และหลีกเลี่ยงการเชื่อข่าวลือที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะเส้นทางของพายุยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศ

ผลกระทบที่อาจเกิดจากพายุ “แมตโม” ต่อประเทศไทย

แม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทย แต่ผลกระทบทางอ้อมก็ยังมีให้เห็น โดยเฉพาะฝนที่เพิ่มขึ้นในภาคเหนือและอีสานตอนบน ซึ่งอาจทำให้อุณหภูมิลดลงเล็กน้อยและความชื้นสูงขึ้น สำหรับชาวเรือในทะเลอันดามันและอ่าวไทย ควรระมัดระวังคลื่นสูงกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ

นอกจากนี้ การอัปเดตนี้ยังช่วยให้เราเข้าใจลักษณะอากาศทั่วไปของประเทศไทยในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ที่มีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ตอนล่าง เนื่องจากลมตะวันออกพัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอ่าวไทย ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังมีกำลังอ่อน

พยากรณ์อากาศรายภาคสำหรับประเทศไทย

ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนใหญ่ที่แม่ฮ่องสอน ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ส่วนใหญ่ที่เลย หนองคาย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศา สูงสุด 33-35 องศา ลมตะวันออก 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง: ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ที่สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศา สูงสุด 34-35 องศา ลมตะวันออกเฉียงใต้ 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก: ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ที่นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศา สูงสุด 32-34 องศา ลมตะวันออก 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 เมตร บริเวณฝนคลื่นสูงกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ที่สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา สูงสุด 32-34 องศา ลมตะวันออก 15-30 กม./ชม. คลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ที่พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศา สูงสุด 31-33 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ 15-30 กม./ชม. คลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศา สูงสุด 33-35 องศา ลมตะวันออกเฉียงใต้ 10-20 กม./ชม.

  • เคล็ดลับ: เตรียมร่มและเสื้อกันฝนให้พร้อม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝนสูง
  • สำหรับเกษตรกร: ตรวจสอบสภาพดินเพื่อป้องกันน้ำท่วม
  • นักเดินทาง: เช็คพยากรณ์ก่อนออกนอกบ้าน

สรุปแล้ว แม้พายุแมตโมจะไม่เข้าไทย แต่สภาพอากาศยังคงผันผวน เราควรติดตามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัย

สุดท้ายนี้ ขอแนะนำให้ทุกท่านติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้อย่างทันท่วงที สุขภาพและความปลอดภัยของคุณสำคัญที่สุดครับ!

ที่มา – กรมอุตุฯ อัปเดตเส้นทางพายุ “แมตโม” ย้ำไม่เข้าไทย แต่ต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง

อุตุฯ พยากรณ์ฝน 10 วันล่วงหน้า จับตาพายุ 5-6 ต.ค.68

อุตุฯ พยากรณ์ฝน 10 วันล่วงหน้า จับตาสัญญาณก่อตัวของพายุ 5-6 ต.ค.68

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นฤดูเปลี่ยนผ่านจากฤดูฝนสู่ฤดูหนาว ทำให้มีสัญญาณการก่อตัวของพายุที่ต้องจับตาใกล้ชิด อุตุฯ พยากรณ์ฝน 10 วันล่วงหน้า จับตาสัญญาณก่อตัวของพายุ 5-6 ต.ค.68 ชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีพายุเกิดขึ้น แต่ยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง

ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาอัปเดตข้อมูลพยากรณ์ฝนสะสมรายวันและทิศทางลมที่ระดับ 850 hPa (ความสูงประมาณ 1.5 กิโลเมตร) สำหรับช่วง 1-10 ตุลาคม 2568 โดยใช้แบบจำลอง TMD-WRFDA ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เชื่อถือได้ในการวิเคราะห์สภาพอากาศ

อุตุฯ พยากรณ์ฝน 10 วันล่วงหน้า จับตาสัญญาณก่อตัวของพายุ 5-6 ต.ค.68

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลางด้านตะวันตก ซึ่งอาจมีฝนตกหนักปานกลางถึงหนักในบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำฝนสะสมในลุ่มน้ำต่างๆ นำไปสู่ความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรตรวจสอบระดับน้ำและหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่ต่ำ

ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้กำลังอ่อนตัวลง คลื่นลมในทะเลเริ่มเบาลงตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ทำให้ปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกบางแห่งเป็นระยะๆ สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในภาคใต้ ควรเตรียมร่มและเสื้อกันฝนไว้เสมอ

แนวโน้มอากาศช่วงปลายเดือนตุลาคม

ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป มีสัญญาณลมเปลี่ยนทิศทางเป็นลมตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงการแผ่ปกคลุมของมวลอากาศเย็นจากจีนใต้ ทำให้อุณหภูมิลดลง โดยเฉพาะในตอนเช้า อย่างไรก็ตาม ช่วงเปลี่ยนฤดูนี้ทิศทางลมยังแปรปรวน อาจมีทั้งฝนตกและอากาศเย็นสลับกับอากาศร้อนในช่วงกลางวัน ประชาชนควรดูแลสุขภาพให้ดี เช่น สวมเสื้อกันหนาวตอนเช้าและดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย

นอกจากนี้ อุตุฯ พยากรณ์ฝน 10 วันล่วงหน้า จับตาสัญญาณก่อตัวของพายุ 5-6 ต.ค.68 ยังระบุถึงการก่อตัวของพายุในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม 2568 ซึ่งเกิดขึ้นในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก แต่พายุเหล่านี้ยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก แต่ควรติดตามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่างกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นประจำ

  • เฝ้าระวังฝนหนักในภาคเหนือและกลาง: ตรวจสอบประกาศเตือนภัยท้องถิ่น
  • เตรียมตัวรับอากาศเย็น: เสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับอุณหภูมิที่ผันผวน
  • ติดตามพายุ: ใช้แอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด
  • ดูแลสุขภาพ: ป้องกันโรคทางเดินหายใจในช่วงเปลี่ยนฤดู

ข้อมูลพยากรณ์อากาศนี้ช่วยให้เราวางแผนชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การเกษตร หรือกิจกรรมกลางแจ้ง อุตุฯ พยากรณ์ฝน 10 วันล่วงหน้า จับตาสัญญาณก่อตัวของพายุ 5-6 ต.ค.68 เป็นเครื่องมือสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความผันผวนของสภาพอากาศในประเทศไทย ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีการเปลี่ยนฤดูที่ค่อนข้างรวดเร็ว

จากประสบการณ์ในอดีต พบว่าช่วงตุลาคมมักมีเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสียหายได้มาก นอกจากนี้ การติดตามข่าวสารจากกรมอุตุฯ ยังช่วยให้เข้าใจทิศทางของฤดูหนาวที่กำลังใกล้เข้ามา ซึ่งอาจมีอากาศเย็นยะเยือกในบางจังหวัดทางเหนือ

สุดท้ายนี้ ขอแนะนำให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชันของกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อรับแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้เราสามารถเพลิดเพลินกับฤดูใหม่ได้อย่างมั่นใจ

ที่มา – อุตุฯ พยากรณ์ฝน 10 วันล่วงหน้า จับตาสัญญาณก่อตัวของพายุ 5-6 ต.ค.68

Scroll to top