กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ไทยเที่ยวไทยพลัส เคาะมาตรการจ่ายเท่าเทียมทั่วประเทศ

ข่าวดีสำหรับสายเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยว! เมื่อไม่นานมานี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมาเผยถึงความคืบหน้าสำคัญจากการประชุม กรอ.ท่องเที่ยว ซึ่งมีมติเห็นชอบเตรียมลุยโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

เจาะลึกโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส กับความเท่าเทียมที่ทุกคนเข้าถึงได้

จุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดของ ไทยเที่ยวไทยพลัส ในครั้งนี้ คือการใช้ระบบ Co-Payment หรือรัฐร่วมจ่าย โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะไม่มีการแบ่งแยกเมืองหลักหรือเมืองรองเด็ดขาด ทุกจังหวัดทั่วไทยจะได้สิทธิ์การอุดหนุนในอัตราเดียวกัน เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมมากที่สุด ซึ่งมาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการรายย่อยหรือ "คนตัวเล็ก" ในห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยว ให้สามารถลืมตาอ้าปากและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้จริง

เปิดกลยุทธ์ ไทยเที่ยวไทยพลัส และแนวทางเที่ยวผ่านทัวร์ลงชุมชน

นอกจากมาตรการรัฐร่วมจ่ายแล้ว ทางกระทรวงยังได้รับข้อเสนอโครงการ "เที่ยวผ่านทัวร์ลงชุมชน" จากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนโดยตรงผ่านกลไกของบริษัทนำเที่ยว โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • การกระจายรายได้: ใช้บริษัทนำเที่ยวเป็นตัวกลางพาคนไปเที่ยวถึงระดับชุมชน
  • ความร่วมมือกับ อพท.: สนับสนุนพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
  • เป้าหมายหลัก: สร้างโครงสร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นทั่วไทย

หากโครงการนี้เริ่มใช้อย่างเป็นทางการ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเม็ดเงินในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะการเจาะกลุ่มตลาดต่างประเทศที่ทางกระทรวงเตรียมผนึกกำลังกับแพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ (OTA) และสายการบิน เพื่อสร้างกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกควบคู่ไปกับการสนับสนุนตลาดในประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง

ในมุมมองของผู้ประกอบการ การที่รัฐบาลตัดสินใจใช้มาตรการแบบเท่าเทียมไม่แบ่งเมืองหลักเมืองรอง นับเป็นโอกาสทองของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดรองที่จะได้โชว์ศักยภาพและดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยงบประมาณที่คุ้มค่า นี่คือความหวังใหม่ที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวไทยก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปสู่ความยั่งยืนได้มากขึ้น ใครที่เป็นสายเที่ยวเตรียมตัววางแผนเก็บกระเป๋ากันไว้ได้เลย เพราะความสนุกและการสนับสนุนดีๆ กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

ที่มา – “สุรศักดิ์” ถก กรอ.ท่องเที่ยว เคาะลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” จ่ายเท่าเทียมไม่แบ่งเมืองหลัก-เมืองรอง

“สุรศักดิ์” ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวรัสเซีย 2 ล้านคน ภายในสิ้นปี 2026

ข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เมื่อล่าสุดท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา “สุรศักดิ์” ได้ออกมาประกาศความพร้อมในการสร้างความร่วมมือกับประเทศรัสเซีย โดยมีหมุดหมายสำคัญคือ “สุรศักดิ์” ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวรัสเซีย 2 ล้านคน ภายในสิ้นปี 2026 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้คึกคักกว่าที่เคย

“สุรศักดิ์” ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวรัสเซีย 2 ล้านคน ภายในสิ้นปี 2026

การหารือร่วมกับ นายเยฟเกนี โตมีฮิน เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยรัฐบาลไทยมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ เพื่อให้ชาวรัสเซียเดินทางมาท่องเที่ยวไทยได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัยที่สุด

กลยุทธ์สำคัญสู่เป้าหมายนักท่องเที่ยวรัสเซีย

เพื่อให้ “สุรศักดิ์” ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวรัสเซีย 2 ล้านคน ภายในสิ้นปี 2026 เป็นจริงได้ ทางกระทรวงฯ ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้อย่างครบวงจร ดังนี้:

  • เพิ่มเที่ยวบินเชื่อมไทย-รัสเซีย: เน้นการเชื่อมโยงทางอากาศ (Air Connectivity) เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวคุณภาพ
  • ชูจุดเด่นเมืองไทย: ใช้กลยุทธ์ Cuisine Diplomacy หรือการทูตทางอาหาร ร่วมกับการนำเสนอวัฒนธรรมและซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
  • ยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด: มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย
  • ความร่วมมือด้านกีฬา: แลกเปลี่ยนบุคลากรด้านกีฬาโดยเฉพาะกีฬาฤดูหนาวและฮอกกี้น้ำแข็งตามแผนปฏิบัติการร่วม

นอกจากนี้ ในปี 2570 ประเทศไทยและรัสเซียยังเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งจะเป็นโอกาสดีในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับใหญ่ที่ดึงดูดผู้คนจากทั้งสองประเทศให้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันมากขึ้น

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ นี่ถือเป็นนโยบายเชิงรุกที่น่าสนใจ เพราะนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและนิยมเดินทางมาพักผ่อนในไทยยาวนาน หากภาครัฐสามารถดึงกลุ่มนี้เข้ามาได้ตามเป้าหมาย ย่อมส่งผลดีต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศไทยอย่างแน่นอน เชื่อมั่นว่าด้วยการประสานงานที่ใกล้ชิดเช่นนี้ เป้าหมายที่เราตั้งไว้จะไม่เกินเอื้อมอย่างแน่นอน

ที่มา – “สุรศักดิ์” ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวรัสเซีย 2 ล้านคน ภายในสิ้นปี 2026

“สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง

“สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง

ข่าวดีสำหรับคอท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ เมื่อล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมาเผยข่าวดีว่า กระทรวงการคลังได้ไฟเขียวอนุมัติงบประมาณจาก พ.ร.ก. กู้เงิน เพื่อเดินหน้าโครงการ “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยให้คึกคักอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้

รายละเอียดและเป้าหมายของโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส

สำหรับการดำเนินงานในโครงการนี้ จะมีการใช้วงเงินประมาณ 1,750-2,000 ล้านบาท โดยดึงมาจากงบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่ทำให้การขับเคลื่อน “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง เกิดขึ้นได้จริงตามเป้าหมาย โดยรูปแบบหลักจะเน้นการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้ง่ายและตรวจสอบความโปร่งใสได้ชัดเจน โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น ดังนี้:

  • รูปแบบการสนับสนุนเป็นแบบรัฐร่วมจ่าย (Co-payment) สูงสุด 3,000 บาทต่อการจอง
  • ตั้งเป้าสนับสนุนจำนวน 5 แสนสิทธิเพื่อกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียน
  • ความร่วมมือระหว่างกระทรวงท่องเที่ยวฯ และกระทรวงการคลังเพื่อวางระบบให้พร้อมใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายละเอียดเชิงลึกและเงื่อนไขการใช้จ่ายนั้น ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเร่งหารือกับทางภาคเอกชนและผู้ประกอบการอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้มาตรการ “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง ตอบโจทย์การใช้งานจริงและช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซันให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้กว่า 56,000 ล้านบาท

สิ่งที่น่าจับตาสำหรับมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวอื่นๆ

แม้โครงการหลักอย่างไทยเที่ยวไทยพลัสจะได้รับไฟเขียวแล้ว แต่ในส่วนของมาตรการอื่นๆ เช่น โครงการ Fly Thai All the Feelings หรือ Thailand Air Connect ที่เน้นเรื่องตั๋วเครื่องบินนั้น อาจจะต้องรอใช้งบประมาณในปี 2570 ต่อไป เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านแหล่งงบประมาณ ซึ่งในประเด็นนี้ถือเป็นความท้าทายที่รัฐบาลต้องวางแผนให้รอบคอบ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์สูงสุดอย่างทั่วถึง

โดยสรุปแล้ว การผลักดันโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความหวังให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยได้เป็นอย่างดี แนะนำให้ประชาชนคอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางทางการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการกดรับสิทธิและออกไปท่องเที่ยวทั่วไทยกันครับ

ที่มา – “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่อำนาจเจริญ ติดตามการพัฒนาท่องเที่ยวและกีฬาในพื้นที่

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่อำนาจเจริญ ติดตามการพัฒนาท่องเที่ยวและกีฬาในพื้นที่

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา วงการท่องเที่ยวและกีฬาในจังหวัดอำนาจเจริญมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เมื่อนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและกีฬาในพื้นที่อย่างใกล้ชิด นับเป็นการขานรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกิจกรรมกีฬาที่น่าจับตามองอย่างมากครับ

ก้าวใหม่ของการพัฒนาด้วย รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่อำนาจเจริญ ติดตามการพัฒนาท่องเที่ยวและกีฬาในพื้นที่

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รัฐมนตรีฯ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคจากหน่วยงานท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นไปที่การยกระดับสนามกีฬาให้ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับกิจกรรมการแข่งขันระดับจังหวัดและระดับภูมิภาค ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดีของพี่น้องประชาชนชาวอำนาจเจริญแล้ว ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการผลักดัน Sports Tourism ให้กลายเป็นจุดขายใหม่ของการท่องเที่ยวในจังหวัดอีกด้วย

จากการตรวจเยี่ยมสถานที่สำคัญหลายแห่ง มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • โรงยิมอเนกประสงค์: มีขนาด 1,000 ที่นั่ง ซึ่งพร้อมสำหรับการปรับปรุงให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมกีฬาในร่ม
  • สระว่ายน้ำประจำจังหวัด: มุ่งเน้นการบริหารจัดการที่ดีเพื่อให้ประชาชนทุกวัยเข้าถึงได้
  • สนามกีฬากลางจังหวัดอำนาจเจริญ: จุดไฮไลท์ที่รัฐมนตรีฯ มอบนโยบายให้เร่งพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับทัวร์นาเมนต์ต่างๆ

การที่ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่อำนาจเจริญ ติดตามการพัฒนาท่องเที่ยวและกีฬาในพื้นที่ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐกำลังให้ความสำคัญกับการกระจายรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านอีเวนต์กีฬา หากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ได้รับการพัฒนาจนสมบูรณ์แบบ เราคงจะได้เห็นงานแข่งขันกีฬาระดับประเทศมาจัดที่อำนาจเจริญมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และสินค้าท้องถิ่นอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดนี้ การพัฒนาไม่ใช่แค่เรื่องของอาคารสถานที่ แต่คือการสร้างโอกาสให้คนในพื้นที่ได้มีกิจกรรมสันทนาการและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เราในฐานะคนในพื้นที่หรือนักท่องเที่ยว ก็ควรช่วยกันสนับสนุนกิจกรรมดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในจังหวัดอำนาจเจริญต่อไปครับ

ที่มา – รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่อำนาจเจริญ ติดตามการพัฒนาท่องเที่ยวและกีฬาในพื้นที่

เสรีพิศุทธ์ บุกบุรีรัมย์ เปิดจุดแรก บ้านเนวิน จี้ที่ดินเขากระโดง

ถ้าพูดถึงเรื่องการเมืองที่ร้อนแรงที่สุดในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นการที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ลุยเปิดปฏิบัติการสำคัญด้วยการลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นทางการเมืองใหญ่ โดยการที่ “เสรีพิศุทธ์” บุกบุรีรัมย์ เปิดจุดแรก “บ้านเนวิน” เจาะที่ดินเขากระโดง ก่อนขึ้นศาลพรุ่งนี้ นั้นสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโซเชียลเลยทีเดียวครับ

“เสรีพิศุทธ์” บุกบุรีรัมย์ เปิดจุดแรก “บ้านเนวิน” เจาะที่ดินเขากระโดง ก่อนขึ้นศาลพรุ่งนี้

การลงพื้นที่ครั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เริ่มปฏิบัติการที่บ้านเลขที่ 30/2 ของนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นที่ตั้งของบริษัทหลายแห่ง รวมถึงสนามแข่งรถชื่อดัง งานนี้หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยได้ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับงบประมาณรัฐกว่า 4,000 ล้านบาท ที่นำมาสนับสนุนงานระดับโลกอย่างโมโตจีพี โดยมองว่าเป็นการใช้งบประมาณในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อคำว่า “ชงเองกินเอง” หรือไม่

ตรวจสอบความจริงปมที่ดินเขากระโดง

นอกจากประเด็นเรื่องงบประมาณแล้ว สิ่งที่คนจับตามองมากที่สุดคือเรื่องที่ดินบริเวณสถานีรถไฟเขากระโดง ซึ่งมีประเด็นเรื่องคำพิพากษาว่าเป็นของ รฟท. แต่ยังไม่มีการจัดการที่ชัดเจน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตั้งข้อสังเกตว่าด้วยความที่พรรคภูมิใจไทยกุมบังเหียนกระทรวงสำคัญไว้หลายแห่ง ทำให้การบังคับใช้กฎหมายดูจะล่าช้าหรือไม่อย่างไร โดยภารกิจ “เสรีพิศุทธ์” บุกบุรีรัมย์ เปิดจุดแรก “บ้านเนวิน” เจาะที่ดินเขากระโดง ก่อนขึ้นศาลพรุ่งนี้ ยังรวมไปถึงการตรวจสอบบ้านพักของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อีกด้วย

จากการเดินสำรวจพื้นที่ตลอดทั้งคืน ทั้งสนามฟุตบอลและสถานที่ประกอบการต่างๆ ทีมข่าวรายงานว่ามีการเตรียมพยานหลักฐานชุดใหญ่เพื่อใช้ในชั้นศาล ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ดุเดือดและน่าติดตามอย่างยิ่งครับ

  • ตรวจสอบสถานะที่ดินเขากระโดง
  • ติดตามเส้นทางการใช้งบประมาณรัฐ
  • วิเคราะห์ความเชื่อมโยงในนามบริษัทเครือข่าย

ท้ายที่สุด การเคลื่อนไหวของ “เสรีพิศุทธ์” บุกบุรีรัมย์ เปิดจุดแรก “บ้านเนวิน” เจาะที่ดินเขากระโดง ก่อนขึ้นศาลพรุ่งนี้ ครั้งนี้ ถือเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของการตรวจสอบอำนาจรัฐ ซึ่งประชาชนอย่างเราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ความจริงเรื่องที่ดินและการใช้งบประมาณจะกระจ่างขึ้นหรือไม่ เมื่อเข้าสู่กระบวนการศาลจริง ๆ หากใครมีมุมมองอย่างไร หรือคิดว่าเรื่องนี้จะจบลงแบบไหน คอมเมนต์มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ!

ที่มา – “เสรีพิศุทธ์” บุกบุรีรัมย์ เปิดจุดแรก “บ้านเนวิน” เจาะที่ดินเขากระโดง ก่อนขึ้นศาลพรุ่งนี้

“สุรศักดิ์” หนุนนักกีฬาไทย เร่งแผนเก็บตัวลุยยูธโอลิมปิก-ไม่ลดยอดเอเชียนเกมส์

เชื่อว่าแฟนกีฬาทั่วประเทศคงได้ติดตามข่าวคราวเรื่องงบประมาณสนับสนุนทัพนักกีฬาไทยกันมาบ้าง ซึ่งล่าสุดทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ออกมาสยบข่าวลือและชี้แจงสถานการณ์ให้ชัดเจน โดยยืนยันว่า “สุรศักดิ์” หนุนนักกีฬาไทย เร่งแผนเก็บตัวลุยยูธโอลิมปิก-ไม่ลดยอดเอเชียนเกมส์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ทัพนักกีฬาและสมาคมกีฬาต่างๆ ที่กำลังมุ่งมั่นเตรียมตัวสู้ศึกระดับนานาชาติ

“สุรศักดิ์” หนุนนักกีฬาไทย เร่งแผนเก็บตัวลุยยูธโอลิมปิก-ไม่ลดยอดเอเชียนเกมส์

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ได้ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ข้อมูลเรื่องการตัดงบหรือลดจำนวนนักกีฬาที่จะไปร่วมแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น และการซ้อมในศึกยูธโอลิมปิกเกมส์ที่เซเนกัลนั้นอาจมีความคลาดเคลื่อน โดยยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่

ก้าวต่อไปของการพัฒนากีฬาไทยสู่ระดับสากล

สำหรับประเด็นสำคัญที่ได้มีการหารือกันคือเรื่องการจัดสรรงบประมาณที่โปร่งใสและเป็นธรรม โดยจะมีการนำตัวชี้วัด (KPIs) มาเป็นตัวกำหนด เพื่อให้นักกีฬาทุกคนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม พร้อมยืนยันว่าการที่รัฐบาลประกาศว่า “สุรศักดิ์” หนุนนักกีฬาไทย เร่งแผนเก็บตัวลุยยูธโอลิมปิก-ไม่ลดยอดเอเชียนเกมส์ นั้น เป็นนโยบายหลักที่มุ่งเน้นความต่อเนื่องของการพัฒนานักกีฬา

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นถึงความพร้อม นี่คือสิ่งที่ทัพนักกีฬาไทยจะได้รับการดูแล:

  • งบประมาณสำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 131 ล้านบาทได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว
  • สมาคมกีฬาที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับการดูแลทั้งค่าเดินทาง ที่พัก และเบี้ยเลี้ยงอย่างครบถ้วน
  • มีการเตรียมแผนรองรับงบประมาณปี 2570 สำหรับยูธโอลิมปิกเกมส์
  • มุ่งเน้นการจัดการระบบสนับสนุนแบบยั่งยืน ลดความล่าช้าในการเบิกจ่าย

นอกจากนี้ ในระยะยาว กระทรวงจะปรับโครงสร้างการบริหารงบประมาณเพื่อให้สมาคมกีฬาสามารถวางแผนระยะยาวได้อย่างมืออาชีพ ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาติดขัดในช่วงเปลี่ยนผ่านปีงบประมาณอีกต่อไป นับว่าเป็นข่าวดีที่ทำให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าทัพนักกีฬาไทยจะสามารถโฟกัสกับการฝึกซ้อมได้อย่างเต็มศักยภาพเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในอนาคต

สุดท้ายนี้ ในฐานะคนรักกีฬา เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสนับสนุนที่ชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้นนี้ จะเป็นแรงผลักดันชั้นดีมให้นักกีฬาไทยทุกคนคว้าเหรียญรางวัลกลับมาฝากพี่น้องชาวไทยได้สำเร็จครับ มาร่วมเป็นกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยกันต่อไป!

ที่มา – “สุรศักดิ์” หนุนนักกีฬาไทย เร่งแผนเก็บตัวลุยยูธโอลิมปิก-ไม่ลดยอดเอเชียนเกมส์

“สุรศักดิ์” วางโรดแมปสงขลา สู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเริ่มเห็นการขยับตัวครั้งสำคัญของจังหวัดสงขลาบ้านเรากันแล้วนะครับ ล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ลงพื้นที่เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญภายใต้แนวคิด “สุรศักดิ์” วางโรดแมปสงขลา สู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายยกระดับสงขลาให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับพรีเมียม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

“สุรศักดิ์” วางโรดแมปสงขลา สู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน

การประชุมสัญจรที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญที่ภาครัฐและเอกชนได้ร่วมมือกันวางกลยุทธ์แบบจริงจัง เพื่อให้การท่องเที่ยวสงขลาเติบโตอย่างมั่นคง โดยเฉพาะการเน้นย้ำถึงเรื่องความปลอดภัยซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริการ นอกจากนี้ยังมีการวางแผนรุกตลาดเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ภาคใต้ครับ

เปิดกลยุทธ์ดันสงขลาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับคุณภาพ

นโยบาย “สุรศักดิ์” วางโรดแมปสงขลา สู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดอีเวนต์ แต่เป็นการบูรณาการ 3 ด้านหลัก ดังนี้ครับ:

  • ยกระดับการท่องเที่ยวคุณภาพ: เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ประทับใจ เพื่อให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจอยู่พักนานขึ้น
  • สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย: สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวดูแลพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อให้ทุกคนเที่ยวได้อย่างสบายใจ
  • รุกตลาดมาเลเซียเต็มสูบ: เชื่อมโยงการเดินทางและแก้ไขอุปสรรคเพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวเพื่อนบ้านเข้ามาในจังหวัดสงขลาได้สะดวกกว่าเดิม

นอกจากนี้ ยังมีการประสานความร่วมมือระหว่าง อพท. และกรมการท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสายครอบครัว สายรีวิว หรือสายธรรมชาติ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ ให้มีรายได้กระจายตัวอย่างทั่วถึงตามไปด้วย

ในมุมมองของผม การที่ภาครัฐลงมาฟังเสียงของผู้ประกอบการในพื้นที่จริงแบบนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ดีมากครับ การปรับตัวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าเรามีความพร้อมและมีการสนับสนุนที่ชัดเจนแบบนี้ ผมเชื่อว่าสงขลาจะกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของภูมิภาคได้อย่างไม่ยากแน่นอน แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ คิดอย่างไรกับก้าวใหม่ของเมืองสงขลาในครั้งนี้ อย่าลืมแวะไปเที่ยวชมความสวยงามของเมืองเก่าและธรรมชาติกันให้ได้นะครับ!

ที่มา – “สุรศักดิ์” วางโรดแมปสงขลา สู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน

ปรับโครงสร้างใหม่ ตั้งกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวการปรับเปลี่ยนโครงสร้างรัฐบาลครั้งใหญ่กันมาบ้างแล้ว กับประเด็นการเตรียมจัดตั้ง กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น โดยถือเป็นแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน

จับตาการตั้ง กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

ล่าสุด กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ร่วมหารือถึงแนวทางดังกล่าว โดยมีเป้าหมายหลักคือการโอนภารกิจด้านการท่องเที่ยวมาไว้ภายใต้สังกัดใหม่ เพื่อบูรณาการเข้ากับมิติทางวัฒนธรรมได้อย่างไร้รอยต่อ ขณะเดียวกันในส่วนของงานด้านกีฬาก็จะมีการเตรียมแยกออกไปเป็นกระทรวงการกีฬาโดยเฉพาะ เพื่อให้การบริหารงานมีความคล่องตัวและตรงจุดมากขึ้น

เหตุผลที่ต้องตั้ง กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

การปรับโครงสร้างในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ครับ แต่เป็นกุญแจสำคัญในการผลักดัน Soft Power ของไทยให้โดดเด่นในเวทีโลก โดยที่ผ่านมาวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแทบจะเป็นของคู่กัน หากนำมารวมอยู่ในกระทรวงเดียวกัน จะช่วยให้เราสามารถขายไอเดียผ่านทุนทางวัฒนธรรมได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร ประเพณี งานศิลปะ หรือไลฟ์สไตล์ไทยๆ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ดีกว่าเดิม

  • สร้างเอกภาพในการบริหารจัดการนโยบาย
  • ใช้ทุนทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
  • ยกระดับ Soft Power ให้เป็นกลไกหลักในการพัฒนาประเทศ
  • แยกงานด้านกีฬาออกมาเพื่อโฟกัสความสำเร็จของนักกีฬาอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ทางคณะทำงานของทั้งสองกระทรวงได้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อดำเนินการในช่วงเปลี่ยนผ่านให้เป็นไปอย่างราบรื่นและไม่กระทบต่อการบริการประชาชน ทั้งในด้านบุคลากร งบประมาณ และระเบียบกฎหมายต่างๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการทำงานในอนาคตจะมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การปรับปรุงครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีครับ เพราะในโลกยุคใหม่ การแข่งขันไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ ‘คุณค่า’ และ ‘เรื่องราว’ เข้ามานำเสนอ การมีกระทรวงที่โฟกัสถูกจุดจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศได้อย่างก้าวกระโดด และเชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยให้ยั่งยืนต่อไป

ทุกท่านมีความเห็นอย่างไรบ้างครับกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้? การตั้งกระทรวงใหม่จะช่วยให้การท่องเที่ยวไทยปังกว่าเดิมได้หรือไม่? อย่าลืมแบ่งปันความคิดเห็นให้เราได้ทราบกันบ้างนะครับ

ที่มา – วธ.-ท่องเที่ยวฯ ถกปรับโครงสร้าง ตั้ง “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” แยก “กระทรวงการกีฬา”

“สุรศักดิ์” ยืนยัน ทุ่มทุนให้นักกีฬาเต็มที่ ไม่ได้ค้างจ่ายเงินรางวัล

“สุรศักดิ์” ยืนยัน ทุ่มทุนให้นักกีฬาเต็มที่ ไม่ได้ค้างจ่ายเงินรางวัล

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจในแวดวงกีฬาบ้านเรา เมื่อมีการตั้งข้อซักถามถึงการจัดสรรงบประมาณและการจ่ายเงินรางวัลให้กับเหล่านักกีฬาอาชีพ ล่าสุด “สุรศักดิ์” ยืนยัน ทุ่มทุนให้นักกีฬาเต็มที่ ไม่ได้ค้างจ่ายเงินรางวัล อย่างที่หลายฝ่ายกังวลใจ โดยระบุว่าปัญหาเรื่องการได้รับเงินล่าช้าหรือได้ไม่ครบนั้นกำลังถูกแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมด้วยระบบใหม่ที่เน้นความโปร่งใสและรวดเร็ว

นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ชี้แจงในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ เพื่อให้ความมั่นใจว่าทุกบาททุกสตางค์ที่ส่งถึงมือนักกีฬานั้นมีความชัดเจน โดยเฉพาะนโยบายที่โอนเงินสดตรงเข้าบัญชีนักกีฬาภายในเวลาเพียง 7 วันหลังจากจบการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านระบบการจ่ายเงินแบบเดิม

ทำไม “สุรศักดิ์” ยืนยัน ทุ่มทุนให้นักกีฬาเต็มที่ ไม่ได้ค้างจ่ายเงินรางวัล ถึงมีความสำคัญ?

ปัญหาที่ผ่านมามักเกิดจากการที่งบประมาณต้องผ่านหลายขั้นตอน หรือผ่านสมาคมกีฬาต่าง ๆ ทำให้เกิดความล่าช้า แต่ในยุคนี้ การจัดการถูกปรับตัวให้เป็นแบบเชิงรุกมากขึ้น นายสุรศักดิ์อธิบายว่าในกรณีที่ดูเหมือนมีการค้างจ่ายนั้น จริง ๆ แล้วเป็นความต้องการของนักกีฬาเองที่เลือกรับเป็นรายเดือนเพื่อให้สามารถวางแผนการเงินในระยะยาวได้ โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติไม่ได้มีเจตนาที่จะอั้นงบประมาณแต่อย่างใด

  • การจ่ายตรง: ลดขั้นตอนผ่านสมาคม แก้ปัญหาการตกหล่น
  • ความรวดเร็ว: การันตีเงินถึงมือภายใน 7 วัน
  • ความโปร่งใส: ทุกสมาคมมีตัวเลขงบประมาณที่ชัดเจนและเป็นธรรม

นอกจากนี้ ในมุมของการพัฒนาศักยภาพผู้เล่น นายสุรศักดิ์ยังวางแผนยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางกีฬาให้ทันสมัย เพื่อให้มั่นใจว่าสนามกีฬาต่าง ๆ ของไทยจะไม่ถูกทิ้งร้างและกลายเป็นภาระภาษีประชาชนในอนาคต

การประกาศว่า “สุรศักดิ์” ยืนยัน ทุ่มทุนให้นักกีฬาเต็มที่ ไม่ได้ค้างจ่ายเงินรางวัล จึงเป็นข่าวดีที่สร้างขวัญกำลังใจให้กับทัพนักกีฬาทีมชาติได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อเรื่องปากท้องและรางวัลความสำเร็จได้รับความใส่ใจอย่างจริงจัง ก็จะทำให้นักกีฬาสามารถโฟกัสกับการฝึกซ้อมและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีเรื่องค้างคาใจมาคอยบั่นทอนกำลังใจ

ในฐานะผู้ติดตามข่าวสารกีฬา เราหวังว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงรุกนี้จะส่งผลดีต่อวงการกีฬาไทยในระยะยาว ไม่ใช่แค่เรื่องเงินรางวัล แต่รวมถึงการสร้างระบบนิเวศกีฬาที่ดีตั้งแต่ระดับรากหญ้าจนถึงระดับโอลิมปิก เพื่อเป้าหมายใหญ่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกีฬาที่เปรียบเสมือนฮีโร่ของคนไทยทุกคนครับ

ที่มา – “สุรศักดิ์” ยืนยัน ทุ่มทุนให้นักกีฬาเต็มที่ ไม่ได้ค้างจ่ายเงินรางวัล

Scroll to top