กระทรวงคมนาคม

เช็กเลย! สงกรานต์ 2569 ขึ้นทางด่วน-มอเตอร์เวย์ฟรี สายไหนบ้าง?

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักเดินทางทุกท่าน! ใกล้เทศกาลสงกรานต์ 2569 กันแล้วใช่ไหมล่ะ ช่วงนี้หลายคนกำลังวางแผนกลับภูมิลำเนา สาดน้ำเล่นสนุกกับครอบครัว แต่ก่อนอื่น เช็กเลย! สงกรานต์ 2569 ขึ้นทางด่วน-มอเตอร์เวย์ฟรี สายไหนบ้าง? เพราะรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมเค้าประกาศยกเว้นค่าผ่านทางด่วนและมอเตอร์เวย์หลายสายเลยนะ จะได้ประหยัดเงินไปซื้อของเล่นน้ำเพิ่มได้อีก!

เช็กเลย! สงกรานต์ 2569 ขึ้นทางด่วน-มอเตอร์เวย์ฟรี สายไหนบ้าง?

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ประชุมเตรียมความพร้อมการเดินทางช่วงสงกรานต์ 2569 เรียบร้อยแล้ว โดยหน่วยงานในสังกัดจะอำนวยความสะดวกแบบฟรีๆ ให้ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) หรือมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง (ทล.) นี่คือโอกาสทองสำหรับคนขับรถที่อยากหลีกเลี่ยงรถติดบนถนนปกติ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางได้เยอะเลยครับ

ทางด่วนของ กทพ. ที่ฟรีทั้ง 7 วัน

เริ่มจากทางด่วนบูรพาวิถีและทางด่วนกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) ฟรีตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึง 16 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. รวม 7 วันเต็มๆ เหมาะสำหรับคนที่เดินทางไปตะวันออกหรือชลบุรีเลย นอกจากนี้ยังมีทางด่วนอุดรรัถยาและทางด่วนเฉลิมมหานคร ฟรี 3 วัน คือ 13-15 เมษายน 2569 เหมาะกับเส้นทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

  • ทางด่วนบูรพาวิถี และกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์): 7 วัน
  • ทางด่วนอุดรรัถยา และเฉลิมมหานคร: 3 วัน

มอเตอร์เวย์ 3 สายหลักที่ฟรี ไม่เสียค่าเก็บเงิน

ส่วนมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง ก็ฟรีเช่นกัน 3 เส้นทางยอดฮิต ได้แก่

  • มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (กรุงเทพฯ – พัทยา): ทางสายหลักไปทะเล
  • มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน – บางพลี และตอนพระประแดง – บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน): ช่วยเลี่ยงรถติดในเมือง
  • มอเตอร์เวย์หมายเลข 81 (บางใหญ่ – กาญจนบุรี): สำหรับคนไปทางตะวันตก

นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีเรื่องมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 สายบางปะอิน – นครราชสีมา ระยะทาง 196 กม. เปิดให้ใช้ตลอด 24 ชั่วโมง เหมือนปีใหม่ที่ผ่านมา โดยช่วงบางปะอิน – ปากช่อง เป็นขาออก กทม. 10-13 เมษายน และขาเข้า 14-19 เมษายน ช่วงปากช่อง – นครราชสีมา ใช้ได้ทั้งสองทิศทาง แถมเปิดทางออกด่านมวกเหล็กด้วย โครงการ M6 คืบหน้า 99.01% แล้ว ใกล้เสร็จสมบูรณ์!

การยกเว้นค่าทางด่วนและมอเตอร์เวย์ครั้งนี้ จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางไกล คาดว่าจะมีคนใช้บริการจำนวนมาก ช่วยลดความแออัดบนถนนทั่วไปได้ แต่ก็ต้องเตรียมตัวให้ดีนะครับ

เคล็ดลับเดินทางสงกรานต์ 2569 ปลอดภัยและประหยัด

เพื่อให้การเดินทางราบรื่น แนะนำเช็กสภาพรถก่อนล้อหมุน พักรถทุก 2 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงดื่มเหล้า-ขับรถ ใช้แอปพลิเคชันตรวจจราจรแบบเรียลไทม์อย่าง Google Maps หรือแอปของกรมทางหลวง และเตรียมน้ำดื่มเสบียงให้พร้อม เพราะช่วงสงกรานต์รถติดหนึบแน่นอน ถ้าจะไปสาดน้ำที่ไหนดังๆ อย่างสีลมหรือถนนข้าวสาร ก็วางแผนเส้นทางล่วงหน้าเลย

นอกจากประหยัดเงินแล้ว การใช้ทางด่วนฟรียังช่วยลดเวลาเดินทาง ทำให้มีเวลาสนุกกับเทศกาลมากขึ้น ไม่ว่าจะไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ สาดน้ำกับเพื่อนฝูง หรือพักผ่อนที่บ้านเกิด ล้วนแต่เป็นช่วงเวลาดีๆ ทั้งนั้น

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย สนุกกับสงกรานต์ 2569 อย่างเต็มที่ รีบ เช็กเลย! สงกรานต์ 2569 ขึ้นทางด่วน-มอเตอร์เวย์ฟรี สายไหนบ้าง? แล้ววางแผนทริปได้เลยครับ! ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ

ที่มา – เช็กเลย! สงกรานต์ 2569 ขึ้นทางด่วน-มอเตอร์เวย์ฟรี สายไหนบ้าง?

สงกรานต์ 2569 คมนาคม เปิดฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์

เทศกาลสงกรานต์ 2569 ใกล้เข้ามาแล้ว! กระทรวงคมนาคมเตรียมพร้อมสุดๆ เพื่อให้การเดินทางของทุกคนราบรื่นและประหยัด โดยเฉพาะ สงกรานต์ 2569 คมนาคม เปิดฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์ ยันน้ำมันไม่ขาด-ไม่ขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งเป็นข่าวดีที่หลายคนรอคอย วันนี้เราจะมาสรุปข้อมูลเด็ดๆ ให้ฟังกันแบบละเอียดเลย

สงกรานต์ 2569 คมนาคม เปิดฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์ ยันน้ำมันไม่ขาด-ไม่ขึ้นค่าโดยสาร

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ระบุว่า แม้สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางจะกระทบราคาน้ำมัน แต่ปีนี้ไม่ต้องกังวล! คาดการณ์คนเดินทางทะลุ 26.5 ล้านคันทางบก และ 18.58 ล้านคน-เที่ยวด้วยขนส่งสาธารณะ เพิ่มขึ้นทั้งในเมืองและระหว่างจังหวัด โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพิ่ม 10% เส้นทางระหว่างเมืองพุ่ง 14% จากปีก่อน

ยืนยันน้ำมันไม่ขาดแคลน – ค่าโดยสารไม่ขึ้น

กระทรวงประสาน ปตท. เติมน้ำมันถังเก็บที่สถานี บขส. ทั่วประเทศเต็มสูบ รถโดยสารประจำทางและรถเสริมพร้อมลุย ไม่มีปัญหาน้ำมันขาดแน่นอน แถมตรึงค่าโดยสารสาธารณะทุกระบบ ไม่ปรับขึ้นแม้น้ำมันแพง รัฐยังผลักดันน้ำมันดีเซล B20 ราคาถูกกว่าน้ำมัน B7 ถึง 5 บาท/ลิตร ผลิตวันละ 16 ล้านลิตร ช่วยผู้ประกอบการรถบรรทุก รถโดยสาร ลดต้นทุนได้เยอะ

ทางด่วน-มอเตอร์เวย์ ฟรี! เส้นทางไหนบ้าง

ข่าวดีสุดๆ กับมาตรการอำนวยความสะดวก:

  • ทางด่วน กทพ.: บูรพาวิถี, กาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ฟรี 7 วัน (10-16 เม.ย. 00.01-24.00 น.) อุดรรัถยา, เฉลิมมหานคร ฟรี 3 วัน (13-15 เม.ย.)
  • มอเตอร์เวย์ ทล.: M7 (กทม.-พัทยา), M9 (วงแหวนกาญจนาฯ บางปะอิน-บางพลี, พระประแดง-บางแค), M81 (บางใหญ่-กาญจนบุรี) ฟรีทั้งหมด

พิเศษ! มอเตอร์เวย์ M6 บางปะอิน-นครราชสีมา 196 กม. เปิด 24 ชม. ขาออก 10-13 เม.ย. (รวมทางออกมวกเหล็ก), ขาเข้า 14-19 เม.ย. คืบหน้า 99.01% เสร็จทั้งสายปีใหม่ 2570 แน่นอน นอกจากนี้ M82 แยกบางขุนเทียน-เอกชัย 10 กม. เปิดใช้ และปิดสร้างพระราม 2 คืนผิวจราจร 10-16 เม.ย. สัญจร 6 ช่อง (ฝั่งละ 3)

การบินและเป้าปลอดภัย

วิทยุการบิน ลดค่าบริการเดินอากาศ 30% เที่ยวบินพิเศษ 191 เที่ยว (10-15 เม.ย.) คาดเที่ยวบินรวม 25,620 เที่ยว เพิ่ม 1.8% ส่วนใหญ่ในประเทศ ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ 5% ด้วยการประสานตำรวจทางหลวงมอนิเตอร์จราจร

สรุปแล้ว สงกรานต์ 2569 คมนาคม เปิดฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์ ยันน้ำมันไม่ขาด-ไม่ขึ้นค่าโดยสาร ทำให้ปีนี้เที่ยวสนุกขึ้นแน่นอน แนะนำวางแผนล่วงหน้า เติมน้ำมันให้พอ ใช้ขนส่งสาธารณะช่วยลดภาระ และขับขี่ปลอดภัย อย่าลืมเช็คสภาพรถ งดเหล้า-ขับ! ถ้าคุณมีทริคเดินทางสงกรานต์ดีๆ แชร์กันในคอมเมนต์ได้นะ

ที่มา – สงกรานต์ 2569 คมนาคม เปิดฟรีทางด่วน-มอเตอร์เวย์ ยันน้ำมันไม่ขาด-ไม่ขึ้นค่าโดยสาร

นายกฯ นำถกแก้วิกฤติพลังงาน เอกนิติแจงมาตรการช่วย

สถานการณ์วิกฤติพลังงานกำลังเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนหลายคนกังวล โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ผันผวนในตลาดโลก ล่าสุด นายกฯ นำถกแก้วิกฤติพลังงาน เอกนิติแจงมาตรการช่วย ประชาชนจากผลกระทบนี้แล้ว รัฐบาลเตรียมแผนรับมือครบถ้วน รอเพียงรัฐบาลชุดใหม่เพื่อดำเนินการทันที ทำให้ประชาชนมั่นใจมากขึ้น

นายกฯ นำถกแก้วิกฤติพลังงาน เอกนิติแจงมาตรการช่วย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือเร่งด่วนเพื่อแก้วิกฤติพลังงาน โดยมีรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมจำนวนมาก การประชุมนี้มุ่งเน้นหามาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงขึ้นต่อเนื่อง

รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมสำคัญ

  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  • พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
  • นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง
  • นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
  • นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งคาดว่าจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลชุดใหม่

ก่อนเริ่มประชุม นายเอกนิติได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ได้ขอหารือกับนายกรัฐมนตรีในประเด็นน้ำมันและมาตรการช่วยเหลือ เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกกำลังผันผวนอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง

วิกฤติพลังงานจากตลาดน้ำมันโลกผันผวน

ปัจจุบัน วิกฤติพลังงานเกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามในยูเครน และปัญหาการผลิตน้ำมันในหลายประเทศ ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในประเทศไทย ส่งผลให้ราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง กระทบต่อการขนส่ง สินค้าอุปโภคบริโภค และค่าครองชีพโดยรวม

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือ นายเอกนิติย้ำว่า ตอนนี้เตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว เมื่อมีรัฐบาลใหม่จะดำเนินการทันที หากได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากการประชุมวันนี้ จะแถลงให้ทราบทันที โดยมาตรการหลักจะมุ่งลดค่าครองชีพ ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และภาคธุรกิจที่พึ่งพาพลังงาน

มาตรการแก้ไขราคาสินค้าที่ลอยตัวตามน้ำมัน

สำหรับราคาสินค้าที่ปรับตามราคาน้ำมัน นายเอกนิติระบุว่า กระทรวงพาณิชย์จะรายงานสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่กระทรวงคมนาคมจะดูแลภาคการขนส่ง เพื่อป้องกันการปรับราคาตามต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงกองทุนน้ำมันที่อาจต้องปรับโครงสร้างเพื่อความยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาพลังงาน โดยนายกฯ นำถกแก้วิกฤติพลังงาน เอกนิติแจงมาตรการช่วยอย่างชัดเจน คาดว่าจะมีมาตรการเร่งด่วน เช่น ลดภาษีน้ำมัน ลดค่าไฟฟ้า หรือ补贴ตรงให้ประชาชนใน 1-2 สัปดาห์หลังรัฐบาลใหม่จัดตั้ง

ในมุมมองของผู้เขียน มาตรการเหล่านี้จะช่วยบรรเทาภาระประชาชนได้ทันท่วงที โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด การแก้ปัญหาพลังงานอย่างยั่งยืนต้องอาศัยทั้งมาตรการระยะสั้นและการส่งเสริมพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และลม เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า

CTA: คุณคิดว่ามาตรการช่วยเหลือพลังงานครั้งนี้จะเพียงพอหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – นายกฯ นำถกแก้วิกฤติพลังงาน “เอกนิติ” แจงเตรียมมาตรการช่วยแล้ว รอมีรัฐบาลใหม่ทำทันที

“มนพร” เสนอรัฐบาลเร่งผลักดัน พ.ร.บ. อสม. เพิ่มสวัสดิการ ค่าป่วยการ

“มนพร” เสนอรัฐบาลเร่งผลักดัน พ.ร.บ. อสม. เพิ่มสวัสดิการ ค่าป่วยการ เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการสาธารณสุขชุมชน โดยเฉพาะในวันที่ 21 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวัน อสม. แห่งชาติ นางมนพร เจริญศรี ส.ส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่พบปะสมาชิก อสม. ในอำเภอต่างๆ ของจังหวัดนครพนม เพื่อร่วมกิจกรรมและให้กำลังใจในการทำงานหนักด้วยจิตอาสา

“มนพร” เสนอรัฐบาลเร่งผลักดัน พ.ร.บ. อสม. เพิ่มสวัสดิการ ค่าป่วยการ

นางมนพร ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจแก่พี่น้อง อสม. ที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา อสม. คือหมอด่านหน้าที่สำคัญที่สุด ช่วยให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตได้ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน แม้จะไม่ได้ค่าตอบแทนสูง แต่ความตั้งใจเพื่อชุมชนคือแรงผลักดันหลัก นอกจากนี้ อสม. ยังมีบทบาทในการแก้ปัญหายาเสพติดและพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นางมนพร ได้มอบเงินสนับสนุนกิจกรรมวัน อสม. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และย้ำถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องเร่งผลักดัน พ.ร.บ. อสม. ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ริเริ่มไว้ตั้งแต่สมัยเป็นรัฐบาล โดยผ่านมติคณะรัฐมนตรีแล้วในปี 2568 แต่ติดขัดเพราะการยุบสภา หลังรัฐบาลชุดใหม่ พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าจะผลักดันให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

ประโยชน์จาก พ.ร.บ. อสม. ที่ “มนพร” เสนอรัฐบาลเร่งผลักดัน

หาก พ.ร.บ. อสม. มีผลบังคับใช้ จะนำมาซึ่งสวัสดิการที่ชัดเจน เช่น ค่าป่วยการ กองทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ ฌาปนกิจสงเคราะห์ ไม่มีเกษียณอายุราชการ และโอกาสบรรจุเป็นผู้ช่วยพยาบาลในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงจูงใจให้ อสม. ทำงานได้เต็มศักยภาพ ส่งผลดีต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตคนในชุมชนทั้งหมด

  • เพิ่มสวัสดิการ: ค่าป่วยการและสิทธิประกันสังคมที่ครอบคลุมมากขึ้น
  • กองทุนสนับสนุน: กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำสำหรับพัฒนาชุมชน
  • โอกาส职业: บรรจุเป็นพนักงานราชการสำหรับผู้มีคุณสมบัติ
  • แก้ปัญหายาเสพติด: เสริมบทบาท อสม. เป็นเครือข่ายชุมชน

อสม. หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เป็นกำลังหลักในการเฝ้าระวังโรค ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันปัญหาสังคมในระดับรากหญ้า ทั่วประเทศมีอสม. กว่า 1 ล้านคน ที่ทำงานโดยไม่หวังผลตอบแทนมากนัก การมีกฎหมายรองรับจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความยั่งยืน

บทบาทสำคัญของ อสม. ในชุมชนไทย

จากประสบการณ์ของนางมนพร อสม. ไม่เพียงดูแลสุขภาพกาย แต่ยังช่วยเหลือด้านจิตใจและสังคม เช่น การรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะนครพนม การผลักดัน พ.ร.บ. อสม. จึงไม่ใช่แค่เพิ่มสิทธิ แต่เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพชาติในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนพัฒนาการฝึกอบรมอสม. ให้มีทักษะสูงขึ้น เพื่อรับมือกับโรคอุบัติใหม่และปัญหาสุขภาพสูงวัย สิ่งเหล่านี้จะทำให้ชุมชนเข้มแข็ง รัฐบาลชุดปัจจุบันควรให้ความสำคัญ เพื่อให้ “มนพร” เสนอรัฐบาลเร่งผลักดัน พ.ร.บ. อสม. เพิ่มสวัสดิการ ค่าป่วยการ สำเร็จลุล่วง

ในฐานะประชาชน เราควรสนับสนุนอสม. ในพื้นที่ของตนเอง ด้วยการให้กำลังใจและมีส่วนร่วมกิจกรรมชุมชน หากคุณเป็นอสม. หรือรู้จักอสม. ที่ขาดแคลนอุปกรณ์ สามารถแจ้งผ่าน ส.ส. ท้องถิ่นเพื่อขอสนับสนุนต่อไป สุขภาพดีเริ่มต้นจากชุมชนที่เข้มแข็ง!

ที่มา – “มนพร” เสนอรัฐบาลเร่งผลักดัน พ.ร.บ. อสม. เพิ่มสวัสดิการ ค่าป่วยการ

เปิดโปรไฟล์ “ผู้กำกับกบ” ภัทรพงศ์ ดาวรุ่งพิจิตร รมช.คมนาคม

วันนี้เรามาเปิดโปรไฟล์ “ผู้กำกับกบ” ภัทรพงศ์กันแบบละเอียดยิบ ดาวรุ่งจากจังหวัดพิจิตรที่กำลังมาแรงในวงการการเมืองไทย จากอดีตผู้กำกับการตำรวจนายหนึ่ง สู่การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และล่าสุดผงาดขึ้นนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในโผ ครม. “อนุทิน 2” ชื่อจริงของเขาคือ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ หรือที่แฟนๆ การเมืองเรียกติดปากว่า “สส.กบ” ทายาทสายตรงตระกูลดังแห่งเมืองชาละวัน (พิจิตร) ที่มีรากฐานทางการเมืองมานานหลายทศวรรษ

เปิดโปรไฟล์ “ผู้กำกับกบ” ภัทรพงศ์

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงครั้งนี้ของนายภัทรพงศ์ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากพื้นฐานที่แข็งแกร่งทั้งด้านครอบครัว การศึกษา และประสบการณ์ทำงานจริง เริ่มจากตระกูลภัทรประสิทธิ์ที่เป็นที่รู้จักดีในพิจิตร บิดาของเขาคือ นายวิรัตน์ ภัทรประสิทธิ์ และเป็นหลานชายของ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยและนักการเมืองรุ่นเก๋าที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต พื้นเพเช่นนี้ทำให้เขามีเครือข่ายและความเข้าใจพื้นที่อย่างลึกซึ้ง

เส้นทางการศึกษาที่ปูทางสู่ความสำเร็จ

ด้านการศึกษา นายภัทรพงศ์เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนชายล้วนชื่อดังที่ผลิตบุคคลสำคัญให้สังคมไทยมานับไม่ถ้วน จากนั้นเข้าศึกษารัฐศาสตร์ปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสนใจในงานด้านการเมืองและการบริหาร หลังจบ เขาเลือกเส้นทางที่ท้าทายด้วยการสอบแข่งขันบุคคลภายนอกเพื่อเข้ารับราชการตำรวจใน “สายสัญญาบัตร” หรือที่เรียกกันว่า “ตำรวจสายวิชาการที่ไม่ได้จบโรงเรียนนายร้อยสามพราน” ด้วยความสามารถด้านสืบสวนสอบสวน เขาก้าวขึ้นเป็นผู้กำกับการในเวลาอันสั้น ภาพลักษณ์ของ “ผู้กำกับกบ” คือคนเด็ดขาด รวดเร็ว และทุ่มเทกับงาน

ไม่หยุดแค่นั้น เขายังคว้าปริญญาโทด้านรัฐประศาสนศาสตร์มาอีกใบ ซึ่งเป็นอาวุธลับที่ช่วยเสริมทักษะการบริหารจัดการองค์กรขนาดใหญ่ เหมาะสมอย่างยิ่งกับภารกิจในกระทรวงคมนาคมที่ต้องรับมือกับโครงการยักษ์ใหญ่ เช่น การพัฒนารถไฟความเร็วสูง สนามบินภูมิภาค และโครงข่ายถนนเชื่อมโยงทั่วประเทศ

จากสีกากีสู่เก้าอี้ สส. และรัฐมนตรีช่วย

เมื่อหันเหมาสู่การเมืองเต็มตัว นายภัทรพงศ์ลงสมัคร สส.พิจิตร เขต 1 สังกัดพรรคภูมิใจไทย และได้รับชัยชนะอย่างงดงาม ด้วยสไตล์การทำงานที่เข้าถึงประชาชน ใช้ประสบการณ์จากวงการตำรวจแก้ปัญหาในพื้นที่ได้ตรงจุด เช่น คดีอาชญากรรม การจัดการจราจร และภัยพิบัติ ล่าสุดในวันที่ 13 มีนาคม 2567 (ตามข้อมูลล่าสุด) เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่ามกลางความคาดหวังสูงจากทั้งพรรคและชาวพิจิตร

ประสบการณ์ที่โดดเด่นของผู้กำกับกบ

  • การศึกษา: ป.ตรี รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ป.โท รัฐประศาสนศาสตร์
  • อาชีพตำรวจ: ผู้กำกับการนักสืบ เน้นงานสืบสวนสอบสวนที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • การเมือง: สส.พิจิตร เขต 1 พรรคภูมิใจไทย, ผลงานเด่นด้านพัฒนาพื้นที่และแก้ปัญหาชาวบ้าน
  • ครอบครัว: ทายาทตระกูลนักการเมืองพิจิตร ประดิษฐ์-วิรัตน์ ภัทรประสิทธิ์
  • ตำแหน่งล่าสุด: รมช.กระทรวงคมนาคม รับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานแห่งชาติ

ด้วยโปรไฟล์ที่หลากหลายเช่นนี้ เปิดโปรไฟล์ “ผู้กำกับกบ” ภัทรพงศ์ จึงถูกมองว่าเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจทั้งระบบราชการ การเมืองท้องถิ่น และการบริหารระดับชาติ โดยเฉพาะในกระทรวงคมนาคมที่กำลังเผชิญความท้าทาย เช่น การเร่งรัดโครงการ EEC การขยายรถไฟฟ้าไปต่างจังหวัด และการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะให้ทันสมัย ชาวพิจิตรและคนไทยหลายคนหวังว่าเขาจะนำความเด็ดขาดจากวันเป็นผู้กำกับ มาปรับใช้กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า

ในมุมมองของผม นี่คือตัวอย่างของนักการเมืองที่เริ่มจากพื้นฐานจริง ไม่ใช่แค่สมอง แต่มีประสบการณ์ภาคสนามมาสนับสนุน คาดว่านายภัทรพงศ์จะสร้างผลงานเด่นในด้านคมนาคมได้แน่นอน หากคุณชื่นชอบเรื่องราวแรงบันดาลใจแบบนี้ อย่าลืมแชร์บทความและติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองและพัฒนาประเทศต่อไปนะครับ!

ที่มา – เปิดโปรไฟล์ “ผู้กำกับกบ” ภัทรพงศ์ ดาวรุ่งพิจิตร จากสีกากีสู่เก้าอี้ รมช.คมนาคม

“นายกฯ” สั่งช่วย 3 ลูกเรือ “มยุรีนารี” ฮอร์มุซ

เหตุการณ์เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย “มยุรีนารี” ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ สร้างความตึงเครียดให้กับครอบครัวลูกเรือและคนไทยทั้งประเทศ ล่าสุด “นายกฯ” สั่งระดมสรรพกำลังช่วย 3 ลูกเรือ “มยุรีนารี” หลังถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ทิ้งประชาชนชาวไทยที่ประสบภัยในต่างแดน

“นายกฯ” สั่งระดมสรรพกำลังช่วย 3 ลูกเรือ “มยุรีนารี” หลังถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลกในการขนส่งน้ำมันดิบกว่า 20% ของปริมาณทั่วโลก แต่ก็เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยจากกลุ่มติดอาวุธและความขัดแย้งทางการเมือง เมื่อเรือมยุรีนารีถูกโจมตี ส่งผลให้ลูกเรือไทย 3 รายสูญหายทันที รัฐบาลไทยจึงเร่งมือทันที นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในวันที่ 12 มีนาคม 2569 ว่า ได้รับรายงานสถานการณ์แล้ว และสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงคมนาคมบูรณาการทำงานเต็มศักยภาพ

การช่วยเหลือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย เป็นผู้กำกับดูแลหลักในการประสานงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

รายละเอียดการประสานงานช่วยเหลือลูกเรือไทย

“นายกฯ” สั่งระดมสรรพกำลังช่วย 3 ลูกเรือ “มยุรีนารี” หลังถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีการติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ รัฐบาลประสานกับกองทัพเรือและหน่วยกู้ภัยนานาชาติ เพื่อค้นหาและช่วยเหลือโดยด่วน ช่องแคบฮอร์มุซมีความกว้างเพียง 33 กิโลเมตร แต่เป็นจุดผ่านเรือสินค้าจำนวนมาก ทำให้การค้นหาซับซ้อน

  • กระทรวงการต่างประเทศ: ประสานสถานทูตไทยในอิหร่านและโอมาน เพื่อขอความร่วมมือจากรัฐบาลท้องถิ่น
  • กระทรวงคมนาคม: ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือไปติดตามสถานการณ์
  • กองทัพเรือไทย: เตรียมพร้อมส่งเรือรบหากจำเป็น
  • บริษัทเจ้าของเรือ: ร่วมมือจัดหาข้อมูลตำแหน่งลูกเรือ

นอกจากนี้ ยังมีครอบครัวของลูกเรือทั้ง 3 รายที่ได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่รัฐ ตั้งแต่ด้านสภาพจิตใจไปจนถึงค่าใช้จ่าย รัฐบาลย้ำว่า “กำลังดำเนินการทุกอย่างอย่างเต็มที่เพื่อให้ลูกเรือของเราได้รับความปลอดภัยและได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด โดยมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและระหว่างประเทศตลอดเวลา”

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกเรือไทยประสบภัยในน่านน้ำตะวันออกกลาง ลูกเรือไทยกว่า 30,000 คนทำงานบนเรือสินค้าทั่วโลก เผชิญความเสี่ยงจากโจรสลัด สงคราม และอุบัติเหตุ รัฐบาลจึงมีนโยบายเพิ่มการประกันภัยและฝึกอบรมความปลอดภัยให้เข้มข้นขึ้น

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น กรณีเรือไทยถูกโจรสลัดโซมาเลียโจมตี รัฐบาลเคยช่วยเหลือได้สำเร็จ ทำให้ครั้งนี้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าจะนำลูกเรือกลับบ้านได้เร็ววัน ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดร้อนที่ต้องจับตา เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ

การตอบสนองที่รวดเร็วของ “นายกฯ” สั่งระดมสรรพกำลังช่วย 3 ลูกเรือ “มยุรีนารี” หลังถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ นี้ สะท้อนภาพลักษณ์รัฐบาลที่ใส่ใจประชาชน สร้างความเชื่อมั่นให้คนไทยที่ทำงานต่างประเทศ

สุดท้ายแล้ว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการเดินเรือที่ปลอดภัย คุณคิดว่ารัฐบาลควรมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมเพื่อปกป้องลูกเรือไทย? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตล่าสุดจากเรา!

ที่มา – “นายกฯ” สั่งระดมสรรพกำลังช่วย 3 ลูกเรือ “มยุรีนารี” หลังถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ

เปิดใช้ทางแยกต่างระดับเลี่ยงเมืองโคราช แก้รถติด

เฮเลยครับชาวโคราชและคนขับรถที่ผ่านภาคอีสานบ่อยๆ! กรมทางหลวงเพิ่ง เปิดใช้งานทางแยกต่างระดับเลี่ยงเมืองโคราช อย่างเป็นทางการ จุดตัดสำคัญระหว่างทางหลวงหมายเลข 224 กับ 290 หรือถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา ช่วยแก้ปัญหารถติดขัดในตัวเมืองได้แบบฉิววับ ยกระดับระบบขนส่งสินค้าภาคอีสานใต้ให้ลื่นไหลสุดๆ เลยนะครับ

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง บอกว่ากรมมุ่งพัฒนาโครงข่ายถนนทั่วไทย ล่าสุดสำนักก่อสร้างสะพานเสร็จโครงการนี้พอดี พร้อมให้รถทุกคันเข้าใช้บริการทันที เป้าหมายหลักคือคลายวิกฤตรถติด เสริมโลจิสติกส์ และอำนวยความสะดวกให้คนโคราชที่เป็นประตูสู่อีสาน เศรษฐกิจโตไว ชุมชนขยาย รถเยอะมาก ทางแยกนี้เลยกลายเป็นตัวช่วยสำคัญ

ทางแยกต่างระดับเลี่ยงเมืองโคราช

ก่อนหน้านี้ จุดตัด ทล.224 กับถนนวงแหวนรถแน่นเอี๊ยด โดยเฉพาะรถเลี่ยงเมือง บ้านเรือนรอบๆ เพิ่มขึ้น อุบัติเหตุพุ่ง เดินทางช้า ส่งผลต่อขนส่งทั้งหมด กรมทางหลวงเห็นปัญหาเลยรีบลงมือสร้างทางแยกต่างระดับแห่งนี้ให้เสร็จไวที่สุด ตอนนี้เปิดใช้แล้ว รถวิ่งต่อเนื่องไม่ต้องหยุดไฟแดง สะดวกสบายมาก!

สเปกเด็ดของทางแยกต่างระดับเลี่ยงเมืองโคราช

โครงการนี้ใช้งบ 558 ล้านบาท สร้างสะพานคอนกรีตอัดแรง 2 จุด สะพานหลักแบบ Precast Segmental Box Girder ขนาด 4 ช่องจราจร ยาว 330 เมตร แข็งแรงรองรับรถหนัก สะพานเชื่อมต่อแบบ Cast-in-place Box Girder ยาว 359 เมตร ผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก JRCP หนา 25 ซม. อายุยืนยาว ทนทานต่อรถบรรทุกหนักสุดๆ แถมมีไฟ LED ส่องสว่าง ระบบระบายน้ำกันท่วม ครบเครื่องเลยครับ

  • รถเลี่ยงเมืองวิ่งได้ไม่สะดุด ไม่ติดไฟจราจร
  • ลดเวลาเดินทาง ลดต้นทุนน้ำมันและขนส่ง
  • ลดอุบัติเหตุจากจุดตัดเสี่ยง
  • เชื่อมโครงข่ายถนนอีสานให้ไร้รอยต่อ ส่งสินค้าเร็วขึ้น
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตคนโคราช เดินทางปลอดภัย สะดวก

ไม่ใช่แค่แก้รถติดเท่านั้นนะครับ แต่ยังช่วยเศรษฐกิจทั้งภาค โดยเฉพาะนครราชสีมาที่เป็นฮับใหญ่ รถบรรทุกจากอีสานลงใต้หรือไปอื่นๆ จะประหยัดเวลาและเงินได้เยอะ การขนส่งสินค้าโลจิสติกส์จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจ SME และผู้ประกอบการทุกคน

ประโยชน์ระยะยาวจากทางแยกต่างระดับเลี่ยงเมืองโคราช

ในอนาคต โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายใหญ่ ช่วยให้ภาคอีสานเชื่อมต่อกับส่วนอื่นของประเทศได้ดีกว่าเดิม ลดภาระถนนในเมือง สิ่งแวดล้อมดีขึ้นเพราะรถไม่ติดนานๆ ออกก๊าซน้อยลง ชาวบ้านรอบๆ ชีวิตดีขึ้นแน่นอนครับ กรมทางหลวงยังมีแผนพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกเส้นทางปลอดภัย สะดวกทุกคน

ส่วนตัวผมคิดว่าโครงการแบบนี้คืออนาคตของการคมนาคมไทยเลยนะครับ โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจอย่างโคราช ใครที่เดินทางบ่อย ลองไปลองใช้ดูสิ รับรองติดใจ! ถ้ามีปัญหาหรือไอเดียดีๆ แนะนำกรมทางหลวงได้ที่สายด่วน 1586 ตลอด 24 ชม. ครับ ไปขับรถสนุกๆ กันเถอะ

ที่มา – วิ่งฉิว เปิดใช้ทางแยกต่างระดับเลี่ยงเมืองโคราช แก้รถติด ยกระดับขนส่งภาคอีสาน

วิกฤตตะวันออกกลางสะเทือนท่องเที่ยวไทย ยกเลิกบินแล้ว 620 เที่ยว

วิกฤตตะวันออกกลางสะเทือนท่องเที่ยวไทย ยกเลิกบินแล้ว 620 เที่ยว สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบหนักหน่วงต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากที่ทำให้ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน

วิกฤตตะวันออกกลางสะเทือนท่องเที่ยวไทย ยกเลิกบินแล้ว 620 เที่ยว

จากรายงานของสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 พบว่าสถานการณ์ไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังกดดันภาคการท่องเที่ยวไทยอย่างเห็นได้ชัด หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 8 สัปดาห์ อาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปเกือบ 6 แสนคน ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวพลันหายวับไปกว่า 40,972 ล้านบาท

การประเมินผลกระทบแบ่งออกเป็น 3 ฉากทัศน์หลัก หากเกิดขึ้นแค่ 3 สัปดาห์แรก นักท่องเที่ยวจะลดลง 210,973 คน รายได้หาย 13,167 ล้านบาท แต่ถ้ายืดเป็น 4 สัปดาห์ ลดลง 334,084 คน รายได้หาย 21,531 ล้านบาท และกรณีเลวร้ายสุด 8 สัปดาห์ นักท่องเที่ยวหาย 595,874 คน รายได้สูญ 40,972 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าฉากทัศน์แรกเกือบ 3 เท่า

ผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินในวิกฤตตะวันออกกลางสะเทือนท่องเที่ยวไทย

ด้านการบิน ระหว่าง 28 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2569 มีเที่ยวบินยกเลิกสะสม 620 เที่ยว แบ่งเป็นขาออก 320 เที่ยว และขาเข้า 300 เที่ยว โดยเฉพาะวันที่ 8 มีนาคม เวลา 16.00 น. ยกเลิก 70 เที่ยว สุวรรณภูมิหนักสุด 40 เที่ยว (ขาออก-เข้า 20 เที่ยวบิน) ภูเก็ต 22 เที่ยว กระบี่ 5 เชียงใหม่ 2 และดอนเมือง 1 เที่ยว โชคดีที่ยังไม่มีรายงานนักท่องเที่ยวตกค้าง

ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 ม.ค. – 7 มี.ค. 2569 เข้าประเทศ 7,155,449 คน ลดลง 4.22% จากปีก่อน รายได้ 351,964 ล้านบาท ลด 2.72% ท็อป 10 ประเทศ จีน 1,173,081 มาเลเซีย 677,585 รัสเซีย 558,042 อินเดีย 461,996 เกาหลีใต้ 339,588 สหราชอาณาจักร 263,942 เยอรมนี 261,067 ฝรั่งเศส 251,832 สหรัฐ 244,612 ไต้หวัน 230,985

  • ตลาดกระทบหนักสุด 1-7 มี.ค.: เยอรมนีลด 7,361 คน
  • รัสเซียลด 5,639 คน
  • สหราชอาณาจักรลด 4,304 คน
  • ฝรั่งเศลด 4,174 คน
  • อิสราเอลลด 3,490 คน

วิกฤตตะวันออกกลางสะเทือนท่องเที่ยวไทย ไม่ใช่แค่ยกเลิกบินแล้ว 620 เที่ยว แต่ยังมาจากราคาน้ำมันพุ่งและค่าเงินผันผวน โดยเฉพาะตลาดไกลอย่างยุโรปและตะวันออกกลาง ผู้ประกอบการโรงแรม สายการบิน ทัวร์ ต้องเตรียมรับมือด้วยการกระจายตลาดไปเอเชียใกล้เคียง เช่น จีน อินเดีย ที่ยังเติบโตดี

นอกจากนี้ รัฐบาลควรเร่งมาตรการช่วยเหลือ เช่น ประกันการบินชดเชย สิทธิประกันนักท่องเที่ยว และโปรโมชั่นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดที่ไม่กระทบ เพื่อลดผลกระทบระยะยาว

ติดตามสถานการณ์วิกฤตตะวันออกกลางสะเทือนท่องเที่ยวไทย อย่างใกล้ชิด และวางแผนท่องเที่ยวให้ปลอดภัย หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวหรือผู้ประกอบการ แนะนำตรวจสอบเที่ยวบินล่วงหน้าและเลือกเส้นทางสำรองเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้า

ที่มา – วิกฤตตะวันออกกลางสะเทือนท่องเที่ยวไทย ยกเลิกบินแล้ว 620 เที่ยว

สกัดขึ้นค่าโดยสาร คุมเข้มทุกระบบ พิพัฒน์ตั้ง War Room

ในสถานการณ์ที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก รัฐบาลไทยไม่นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมที่ออกมาตรการ สกัดขึ้นค่าโดยสาร คุมเข้มทุกระบบ ตามคำสั่งของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อปกป้องประชาชนจากภาระค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูง

วิกฤติตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวนอย่างหนัก ซึ่งอาจกระทบต้นทุนเชื้อเพลิงในไทย แม้รัฐบาลจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ แต่ผู้ประกอบการขนส่งบางรายอาจฉวยโอกาสขึ้นค่าโดยสาร กระทรวงคมนาคมจึงเร่งตั้ง War Room หรือศูนย์ติดตามสถานการณ์ เพื่อจับตาการเคลื่อนไหวทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

สกัดขึ้นค่าโดยสาร คุมเข้มทุกระบบ ครอบคลุมทุกภาคส่วน

มาตรการ สกัดขึ้นค่าโดยสาร คุมเข้มทุระบ ม นี้ครอบคลุมการขนส่งทั้ง 4 ระบบหลัก ได้แก่ ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางราง โดยห้ามผู้ประกอบการปรับขึ้นเกินกรอบกฎหมายกำหนด พร้อมขอความร่วมมือตรึงราคาในช่วงวิกฤติ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสบายใจ

นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงาน รายงานต่อศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัยด้านการคมนาคม (ศผส.คค.) เพื่อเตรียมสำรองเชื้อเพลิงและช่วยเหลือผู้ประกอบการ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ มาตรการนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระประชาชน แต่ยังรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กวดขันรถโดยสาร

สำหรับการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบรถโดยสารประจำทาง รถสาธารณะ รถรับจ้างทุกประเภท ให้เรียกเก็บค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนด หากพบการละเมิดจะลงโทษทันที สิ่งนี้ช่วยให้ประชาชนที่พึ่งพารถเมล์หรือแท็กซี่ไม่ต้องกังวลกับค่าโดยสารที่พุ่งปรี๊ด

กรมเจ้าท่า (จท.) ดูแลเรือโดยสารและสินค้า

ทางน้ำ กรมเจ้าท่าจะกำกับผู้ประกอบการเรือโดยสารและเรือสินค้า ไม่ให้คิดค่าบริการเกินกำหนด พร้อมติดตามค่าระวางสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจกระทบราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะในภาคใต้และเกาะต่างๆ

การบินพลเรือนและทางราง ป้องกันความเสี่ยง

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จะกำกับสายการบินให้ยึดกฎหมายค่าโดยสารและสินค้า พิจารณาตรึงราคาในช่วงผันผวน ส่วนกรมการขนส่งทางรางจะประเมินความเสี่ยงรถจักรไอน้ำมันดีเซล เตรียมแผนบริหารล่วงหน้า เพื่อให้รถไฟยังวิ่งได้ปกติ

  • ตรวจสอบและกวดขันรถโดยสารประจำทาง รถสาธารณะ รถรับจ้างทุกประเภท
  • ติดตามผู้ประกอบการเรือโดยสารและเรือขนส่งสินค้า
  • กำกับสายการบินเรื่องค่าโดยสารและค่าขนส่งสินค้า
  • ประเมินความเสี่ยงต้นทุนพลังงานทางราง

นายพิพัฒน์ ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นอันดับแรก จะไม่ยอมให้เกิดการขึ้นค่าโดยสารเกินกฎหมาย และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะให้บริการอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม

War Room การคมนาคม

มาตรการนี้ถือเป็นการตอบสนองที่รวดเร็วและเด็ดขาด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบรรเทาความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันโลก หากสถานการณ์คลี่คลาย ประชาชนจะได้ประโยชน์เต็มๆ ในระยะยาว ควรสนับสนุนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม เพื่อความยั่งยืนของระบบขนส่งไทย

ความเห็นส่วนตัว: การตั้ง War Room เป็นไอเดียดีเยี่ยม ช่วยให้รัฐบาลตอบสนองได้ทันท่วงที ลดโอกาสถูกเอาเปรียบจากวิกฤติ หากคุณเดินทางบ่อย อย่าลืมแจ้งเบาะแสหากเจอค่าโดยสารแพงผิดกฎหมายนะครับ

เรียกดูข่าวเพิ่มเติม: คลิกติดตาม นโยบายรัฐ เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – สกัดขึ้นค่าโดยสาร คุมเข้มทุกระบบ “พิพัฒน์” สั่งตั้ง War Room จับตาวิกฤติตะวันออกกลาง

Scroll to top